ตอน 1

เฮ้อ! เสียงถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนปนเซ็ง นิด ๆ ของนางสาวจอมขวัญ มงคลเกียรติ ลูกสาวคนสุดท้องของตระกูล (แฮะ..เว่อร์ไปหน่อย) ที่ตอนนี้ต้องระหกระเหินจากบ้านเกิดเมืองนอนออกมาเผชิญโลกภายนอก ตั้งแต่จบมัธยมต้นเข้ามาร่ำเรียนในเมืองหลวง... จนบัดนี้จบปริญญาตรีไปหมาด ๆ เป็นที่สมพระทัย เอ๊ย! สมใจคุณพ่อคุณแม่ที่อยากให้ลูกได้เรียนสูง ๆ และถึงแม้ว่าจะไม่ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เหมือนพี่ชายก็ตามทีเถอะ

เอาล่ะ เข้าเรื่องดีกว่า จะไม่ให้ถอนหายใจได้อย่างไรเล่า ในเมื่อวันนี้หล่อนจะได้สัมภาษณ์งานเป็นครั้งแรกในชีวิต แถมยังเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงโด่งดังน้อยเสียเมื่อไหร่ กับธุรกิจด้านโรงแรมและรีสอร์ทหลายแห่ง ได้ยินมาว่าบริษัทนี้ไม่ค่อยรับเด็กจบใหม่เสียด้วยสิ สามวันก่อนหล่อนได้ไปสมัครงานทิ้งไว้ ตามคำบอกกล่าวของเพื่อนสนิทที่สุดตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน เพื่อนที่แตกต่างกัน ราวฟ้ากับดิน ล้อมดาว ลูกสาวคนเดียวของตระกูล ก้องกังวาลไกล ซึ่งแค่ได้ยินแค่นามสกุลใคร ๆ ก็รู้ว่า เป็นไฮโซระดับต้น ๆ ของเมืองไทย

โดยเฉพาะธุรกิจทางด้านโรงแรมที่มีมากกว่าสองสาขา และที่กำลังจะขยายออกไปยังต่างจังหวัดอีกก็หลายแห่ง จะด้วยวาสนา หรือโชคชะตาที่นำพาล้อมดาวลูกสาวไฮโซเข้ามาเรียนที่เดียวกับหล่อนและได้รู้จักเพราะลำดับเลขที่ติดกัน เวลามีกิจกรรมก็ไปด้วยกันตั้งแต่เริ่มเรียน ไปไหนมาไหนก็ไปด้วยกันจนเกิดความสนิทสนมกลมเกลียว กระทั่งคนที่บ้านทั้งบิดามารดา รวมทั้งบรรดาคนรับใช้ที่มีเกือบ สามสิบคน ของเพื่อนไฮโซ ต่างก็รู้ว่าหล่อนเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของคุณหนูล้อมดาว สามารถเข้านอก ออกใน บ้านเพื่อนได้อย่างสบายใจ และมีบางครั้งหล่อนสามารถไปนอนค้างกับล้อมดาวได้โดยที่ทางบ้านเขาไม่รังเกียจคนโลโซอย่างหล่อน อาจจะเพราะครอบครัวของล้อมดาวเป็นคนไม่ถือตัว

หรือเพราะหล่อนใฝ่สูง อยากคบคนรวย (กันแน่นะ) แต่ก็เคยถามนะว่า 'เธอมาคบเราได้ไงนะล้อม' ก็ได้คำตอบว่า' ก็จอมเป็นคนร่าเริง แจ่มใส เข้ากับคนอื่นก็ง่าย เวลาอยู่ใกล้ ๆ จอมจุ้น แล้วสบายใจ'

จอมจุ้น!ใช่สินะ เพื่อน ๆ ในกลุ่มเดียวกันก็ชอบเรียกหล่อนว่าจอมจุ้น รวมทั้งยายล้อมเพื่อนรักเพื่อนเลิฟของหล่อน ง่ะ! นึกมาถึงตรงนี้ทีไรก็อดหมั่นไส้นิด ๆ ให้เพื่อนรักไม่ได้ อ้ายเราก็นึกว่า จะลงท้ายด้วย ' แล้วแถมยังน่ารักอีกต่างหาก' น่ะสิ.. เพื่อนสาวไฮโซแนะนำให้ไปสมัครที่บริษัทบิดาตัวเอง เป็นที่รู้กันว่ากิจการของครอบครัวเพื่อน ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับโรงแรมใหญ่ ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวเพื่อนมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายแล้ว..ลองไปสมัครดู ย้ำ!ให้ลองไปสมัครดู ไม่ได้บอกว่าจะฝากให้ซะหน่อย แล้วหลังจากนั้นเพื่อนเลิฟ ก็บินไปเมืองนอก ไปเรียนต่ออย่างที่คนมีตังค์เขาทำกัน ส่วนหล่อนน่ะหรือก็ต้องหางานทำ ประสาคนโลโซตามระเบียบ

จอมขวัญไปสมัครงานตามที่เพื่อนรักบอกไว้ แต่ทว่าทางบริษัทของบิดาเพื่อน ให้หล่อนมาสมัครที่ เอ็ม ไอ พี นัยว่าเป็นเครือเดียวกัน และวันนี้ก็เป็นวันที่จะได้ไปสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์ ที่ถอนหายใจก็เพราะเหตุนี้แหละ คนที่นี่คงจำหล่อนได้ทั้งบริษัทแล้วกระมัง โดยเฉพาะแผนกบุคคล ก็วันนั้นกับวันนี้ของหล่อนไม่ได้แตกต่างกันเลยกับชุดกลางเก่ากลางใหม่ที่หล่อน ได้มาจากแม่สุดเลิฟ สมัยก่อนแม่ยังรับราชการในกระทรวงกระทรวงหนึ่งอยู่ที่กรุงเทพฯ ซึ่งตอนนี้ท่านได้ย้ายตามพ่อไปอยู่บ้านเกิดเมืองนอน ที่เมืองเหนือโน่น แต่ยังพอมีชุดทิ้งไว้ให้หล่อนสามารถใช้งานได้บ้าง จอมขวัญนึกขอบคุณแม่อยู่ในใจ ไม่แน่อาจจะเป็นเพราะชุดของท่านก็ได้นะที่ทำให้หล่อนได้ถูกเรียกตัวไปสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์ในวันนี้

หญิงสาวเดินไปส่องกระจกบานยาวที่วางพิงอยู่กับผนังห้องนอน พลางมองดูตัวเองเพื่อให้แน่ใจว่า ได้แต่งตัวเรียบร้อยแล้วจริง ๆ ก็พบเงาที่สะท้อนกลับมาเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ผิวสีขาวละเอียด ผมสีน้ำตาลอ่อน เหยียดตรงที่ตอนนี้ถูกรวบขึ้นสูงไว้กลางศีรษะกลมมน เพื่อสะดวกในการเดินทางและโดยส่วนตัว หล่อนไม่ชอบปล่อยผมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะรู้สึกรำคาญเวลาที่ผมโดนลมพัดจนพันกันยุ่ง ดวงตากลมโตสุกใสที่ต้องใส่คอนแท็คเลนส์ เนื่องจากเป็นคนสายตาสั้น ประมาณ สองร้อยซึ่งส่วนใหญ่แล้วหล่อนชอบใส่แว่นมากกว่า แต่วันนี้ต้องพับเก็บเข้ากล่องไว้ก่อนเพราะถ้าขืนใส่แล้วคงดูแก่เกินไปเมื่อต้องใส่กับชุดนี้

เธอรู้ดีว่าตัวเองไม่ได้สวยเลิศเลอชนิดที่ใครเห็นในแวบแรกต้องปิ๊ง แต่ก็แค่พอไปวัดไปวาได้ล่ะน่า พลางนึกในใจว่าถ้าได้งานนี้คงต้องมีการเพิ่มรายจ่ายอย่างใหญ่โตมโหฬาร และถึงขั้นต้องทุบกระปุกกันเลยทีเดียวแถมอาจจะต้องรบกวนแม่อีกครั้งก็เป็นได้ ก็ไหนจะเสื้อผ้า กระเป๋า แล้วก็รองเท้าอีกล่ะ และที่สำคัญอีกอย่าง เครื่องแต่งหน้า ก็น่าจะเป็นส่วนสำคัญด้วยสินะ อ๊ะ!ไม่สิ เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดเลยต่างหากล่ะ ทุกวันนี้คนหน้าตาดีเขามีงานมีการทำก่อนเกือบทั้งสิ้น ขี้เหร่ค่อยว่ากันทีหลัง หรือไม่ก็ ไปหาที่อื่นเถอะ ที่นี่คัดหน้าตาจ่ะน้องอะไรเทือกนี้

จอมขวัญมองตัวเองในกระจกอีกครั้ง เพื่อเช็คความมั่นใจอีกรอบ ดวงหน้าเกลี้ยงเกลา นัยน์ตาและคิ้วที่รับกัน ถึงแม้คิ้วจะค่อนข้างใหญ่ไปหน่อย เพื่อน ๆ ยังเคยล้อว่า 'ยังกะชินจังในการ์ตูนญี่ปุ่นแน่ะ' หากหล่อนก็พอใจเพราะไม่ชอบที่จะไปทำให้มันเรียวโค้ง เหมือนคนอื่น ว่ากันง่าย ๆ ก็ คือสวยธรรมชาตินั่นล่ะดีที่สุดแล้ว และแม้กระทั่งสีสันบนใบหน้าก็สุดแสนจะธรรมดา ก่อนหน้านี้ก็อุตส่าห์ทาแป้งพับที่ผสมแป้งฝุ่นแบบเด็กแล้ว และลงท้ายด้วยลิปกลอสสีชมพูอ่อน พอให้มีสีสันบ้าง ก่อนจะหย่อนมันลงกระเป๋า พกติดตัวไว้เพื่อจำเป็น จอมขวัญยิ้มให้ตัวเองในกระจกเสียหนึ่งที แค่นี้ก็ โอเค! (แล้วมั้ง) ก่อนจะคว้ากระเป๋าสะพายคู่ใจมาคล้องไหล่ พร้อมออกเดินทางแล้ว..

ตอน 2

ในที่สุดก็มาถึงเป็นครั้งที่สองจนได้ เจอกันอีกแล้วนะ ตึกเอ็ม ไอ พีที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งจะเป็นที่ ที่ให้หล่อนได้พึ่งพาในอนาคต ฝากตัวด้วยนะคะ จอมขวัญกอดเอกสารที่มีซองจดหมายของบริษัท เอ็ม ไอ พี คอร์เปอร์เรชั่น รวมอยู่กับเอกสารส่วนตัวบางอย่าง เผื่อว่าอาจจะจำเป็นต้องใช้อย่างให้กำลังใจตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้ผลด้วยซ้ำว่า จะผ่านข้อเขียนและสัมภาษณ์หรือเปล่า สังหรณ์ในใจลึก ๆ และแอบคิดเข้าข้างตัวเองว่า หล่อนจะต้องได้มาเป็นส่วนหนึ่งใน เอ็ม ไอ พี แห่งนี้แน่นอน

ตึกสูงใหญ่ตั้งตระหง่านท่ามกลางย่านธุรกิจอันคับคั่ง ที่นี่คงเป็นสำนักงานใหญ่ ถึงได้ดูโอ่อ่านัก จอมขวัญก้าวเท้าเดินต่อเข้าไปในตัวตึกไม่รีบร้อน หลังจากที่หยุดยืนแหงนหน้ามองดูตึกสูงระฟ้าจนคอตั้งบ่า อดใจเต้น ตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ไม่ได้เลย แม้ว่าจะเป็นครั้งที่สองแล้วที่ได้เยือนมาที่นี่ อาณาจักรของ เอ็ม ไอ พี คอร์เปอร์เรชั่น บริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีชื่อเสียงเอาการอยู่ ขนาดเพื่อนบางคนที่รู้จักกัน เมื่อรู้ข่าวว่าหล่อนได้มาที่นี่เป็นครั้งที่สองก็ยังพากันแปลกใจ และอดตื่นเต้นด้วยไม่ได้

แต่ก็น่าแปลกใจ อยู่สักเล็กน้อยเหมือนกันแหล่ะ ว่าเขาเรียกหล่อนมาได้ยังไง ก็ไหนใคร ๆ เขาว่ากันว่า เอ็ม ไอ พี รับเฉพาะคนที่มีประสบการณ์สูง หรือไม่ก็ผ่านงานมาแล้ว อย่างน้อยสองปีขึ้นไป หรือไม่ก็พวกที่มีเส้นสายระดับบิ๊กเบิ้มเท่านั้นแล้วหล่อนล่ะมีประสบการณ์กับเขาเสียที่ไหน นอกจากจะไร้ประสบการณ์แล้ว เส้นสายหล่อนก็ไม่มีอีกด้วย

ก็แค่ ได้รับคำแนะนำจากเพื่อนสนิท แถมไม่ใช่บริษัทของพ่อเพื่อนตัวเองด้วย และอีกอย่างวันที่มาสมัครก็ไม่เห็นฝ่ายบุคคลมีปฏิกิริยาใด ๆ กับหล่อนเลย ทำนองว่าถ้ามีเส้นเขาก็ควรจะแยกหล่อนจากคนอื่น ที่มาสมัครพร้อมกันมิใช่หรือ เพราะคิดว่าคนที่ใช้เส้นแค่มายื่นใบสมัครก็โดนเรียกตัวให้ไปสัมภาษณ์เลยไม่ต้องรอเรียกตัวมาสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์ภายหลัง ให้ยุ่งยากหลายขั้นตอนเหมือนอย่างหล่อน

แต่หากมีใครสักคนมาบอกหล่อนว่า มีโอกาสจะได้เป็นส่วนหนึ่งใน เอ็ม ไอ พี คอร์เปอร์เรชั่น ในอนาคตอันไม่ใกล้ไม่ไกล มีหวังจอมขวัญคงเอาหัวโขกกับที่นอนนุ่ม ๆ ให้ประสาทกลับไปเลย จะเป็นไปได้อย่างไร มันอยู่นอกเหนือความฝันอันเลือนรางของหล่อนโดยสิ้นเชิง แม้จะเคยคิดแบบในนิยายรักหวานซึ้งทั่วไป ว่าอาจจะพบรักกับเจ้าของบริษัท และเป็นเหตุบังเอิญ ที่เจ้านายมาตกหลุมรักเธอเข้าอย่างถอนตัวไม่ขึ้น จนต้องลดตัวมาคบกับพนักงานระดับล่าง ยอมแลกกับตำแหน่งใหญ่โต เพื่อให้ได้หัวใจของเธอไปครอบครอง

เฮ้อ! บ้าไปแล้วจอมจุ้นเอ๊ย! คิดแล้วก็อมยิ้มปนขำนิด ๆ กับความคิดบ้า ๆ บอๆ ของตัวเองไม่ได้ มันจะเป็นไปได้อย่างไร คงมีแต่ในนิยายเท่านั้นกระมัง จอมขวัญสะบัดหัวพรึด ปล่อยวางความคิดฟุ้งซ่านออกจากสมอง พลางเดินเข้าไปด้านในตัวตึกตรงหน้าด้วยเท้าที่มั่นคง บัณฑิตจบใหม่ก้าวขึ้นบันไดหินอ่อนแท้ บริเวณหน้าตัวตึก ความยิ่งใหญ่ของ เอ็ม ไอ พี คอร์เปอร์เรชั่น บ่งบอกอยู่ทั่วทุกตารางนิ้วของตึกแห่งนี้ นับตั้งแต่บันไดมาเลยทีเดียว

ใครจะคิดว่าเด็กจบใหม่ ๆ หมาด ๆ อย่างหล่อนจะได้มีโอกาสกลับมาที่นี่เป็นครั้งที่สอง อย่างดีก็แค่ได้มายื่นใบสมัครก็บุญโขแล้ว แต่.. ไม่แน่นะ สวรรค์อาจกำหนดให้เธอได้มีโอกาสเริ่มต้นทำงานครั้งแรกในชีวิต คือ ที่นี่ก็เป็นได้ ไม่วายคิดเข้าข้างตัวเองอีกครั้งจนได้

ขณะที่กดลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังที่นัดหมาย นิ้วเรียวก็ให้รู้สึกสั่นขึ้นมานิดหน่อย ตื่นใจนิด ๆ กับสถานที่ไม่ได้ ขนาดว่าเคยมาแล้วนะเนี่ย ขณะเหลือบตามองตัวเลขที่อยู่ข้างตัว บอกว่าลิฟต์กำลังเลื่อนลงมาให้รู้ว่ากำลังวิ่งลงถึงชั้นไหน คงจะมาจากชั้นบนสุดกระมัง สายตาจับจ้องอยู่ที่ตัวเลขที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามลำดับอย่างใจจดใจจ่อ จอมขวัญรู้สึกเหมือนว่ากล่องสี่เหลี่ยมมันเลื่อมนั้นวิ่งลงมาเร็วไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าใจของเธอตอนนี้เลย

ติ๊ง..

เสียงกริ่งของลิฟต์ ทำเอาหัวใจของหล่อนแทบหยุดเต้น มันสะดุดผิดจังหวะนิดหน่อยเมื่อต้องเพ่งมองไปตรงหน้าอย่างใจจดใจจ่อ จากนั้นประตูลิฟต์ก็เปิดออก เพียงเสี้ยววินาที ก็มีบุรุษในชุดสูทสีเข้มคล้าย ๆ กันทยอยเดินออกมา จากการแต่งกาย ถ้าให้เดา คงเป็นระดับผู้บริหารอย่างแน่นอน ในขณะที่รอให้คนด้านในออกมาจนหมด ก็อดนึกไปถึงความคิด ความฝันเมื่อตอนแรกก่อนที่จะเข้ามาเมื่อครู่นี้ และในเวลานี้ หล่อนแทบจะเลิกฝันไปทันทีทันใด ว่าตนเองจะมีโอกาสได้เป็นส่วนหนึ่งที่ไปเกี่ยวพัน ฉันชู้สาวกับเจ้านายสักคน ที่เดินเรียงรายกันออกมาจากตัวลิฟต์ตรงหน้า จอมขวัญยืนรอสุภาพบุรุษในชุดสูทผูกไทแลดูเรียบร้อย ทั้งหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ไล่ไปจนเกือบรุ่นลุง ไม่มีแม้สักคนเดียวที่จะชายตาแลหญิงสาวนางหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าลิฟต์เลยสักนิด

บัณฑิตจบใหม่เบี่ยงตัวหลบบุรุษแต่งกายภูมิฐานทั้งหลาย ที่ทยอยเดินตามกันออกมาจนตัวลีบ ร่างที่เล็กอยู่แล้วก็ยิ่งดูกระจ้อยร่อยเท่ามดไปเลย เมื่อแต่ละคนเดินเฉียดร่างของหล่อนที่รออยู่หน้าลิฟต์ไปโดยไม่เหลือบแลมามองหล่อนเลยแม้แต่น้อย จอมขวัญรอจนกระทั่งคาดว่ากลุ่มคนเมื่อสักครู่คงเดินออกมากันหมดแล้ว จึงเดินเข้าไปในลิฟต์

ในขณะที่ขากำลังก้าวผ่านประตูแคบ ๆ กลับได้ยินคล้ายคนส่งเสียงเหมือนกระซิบ เขาคนนั้นอาจคุยโทรศัพท์เพลินจนไม่รู้ตัวว่า ลิฟต์ได้วิ่งมาถึงชั้นล่างสุดแล้ว

อาการรีบร้อนของบุคคลดังกล่าวที่ผลุนผลันออกมาจากด้านในสุด ส่งผลให้ร่างนั้นปะทะเข้ากับหล่อน ที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาพุ่งตัวเดินสวนเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็วเช่นกัน อุบัติเหตุย่อม ๆ จึงเกิดขึ้น เมื่อดั้งจมูก (โด่งนิด ๆ) ของหล่อนชนเข้ากับอกแข็ง ของคนที่เดินสวนออกมาอย่างจังเบ้อเริ่ม! คนตัวเล็กกว่ากระเด็นกระดอนทำท่าจะล้มหงายหลังเสียให้ได้ ถ้าไม่ได้ลำแขนแข็งแรงของคน ๆ นั้น ช่วยรั้งตัวไว้ไม่ให้ล้มไปกองกับพื้นเสียก่อน จอมขวัญตกอยู่ในวงแขนแกร่งในท่าประคองกอด โชคดีที่ไม่ล้มหงายหลังก้นกระแทกให้ได้อาย

จอมขวัญตัวแข็งทื่อ ตาเบิกกว้างร่างสั่นสะท้านขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้หล่อนไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะขยับ เมื่อได้สบสายตาเข้ากับดวงตาคมกริบ ที่ส่งตอบกลับมา คล้ายตกใจ ปนรำคาญหน่อย ๆ เพียงแค่แวบเดียวชายผู้นั้น ก็ช่วยพยุงร่างของเธอขึ้นจากท่าเต้นรำนั่น จะด้วยความตกใจบวกกับสมองยังปรับให้เข้ากับเหตุการณ์เมื่อสักครู่ยังไม่ได้ จอมขวัญเห็นเขาชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะก้มหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทราคาแพง ยื่นส่งมาให้และกล่าวขอโทษ จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์เจ้าปัญหา ที่กระเด็นหลุดจากมือเรียวใหญ่ขาวสะอาด จากแรงกระแทกเมื่อครู่ แล้วก็รีบเดินจากไป

หญิงสาวก้มมองดูผ้าเช็ดหน้าในมือแบบงง ๆ นึกถึงใบหน้าของคน ๆ นั้น ผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ ใช่..เขามีรูปร่างสูงมากเลยทีเดียว และดูเพรียวอย่างกับนักกีฬา ความสูงน่าจะเกินมาตรฐานชายไทยด้วยซ้ำ ใบหน้าก็ออกแนวลูกครึ่ง ผิวขาวแลดูมีออร่า หน้าคมสะดุดตาด้วยคิ้วดกดำ ดวงตาคมกริบ จมูกโด่งสวย และ ริมฝีปากบางหยักลึก ผมสีน้ำตาลเข้มตัดสั้นรับกับต้นคอแข็งแรงได้อย่างลงตัว จอมขวัญรู้สึกสะดุดกับหน้าตาของเขาเป็นอย่างมาก รู้สึกคุ้นหน้าอย่างไรบอกไม่ถูก คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเจอกันมาก่อน ร่างเล็กมัวแต่ครุ่นคิดจนลืมอาการตกใจเมื่อครู่ไปชั่วขณะ แต่ก็ไม่วายต่อว่าเขาในใจ คนอะไรจะถามไถ่สักนิดว่าเป็นอะไรบ้างรึเปล่าก็ไม่มี ช่างไร้น้ำใจสิ้นดี แต่ก็ช่างเถอะถึงอย่างไร เขาก็ให้ผ้าเช็ดหน้ามาแล้วนี่นา.. หากยังมีความค้างคาใจไม่หาย ว่าเคยเจอกับเขาที่ไหนกันแน่ ใบหน้าคมสัน สะดุดตานั่น หล่อนจะต้องเคยเห็นมาก่อนแน่นอน แค่ยังนึกไม่ออกเท่านั้นเอง

ตอน 3

จอมขวัญสะลัดความคลางแคลงใจออกไป หันมาก้มสำรวจตัวเองจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่เข้าทางเสียใหม่ และก่อนที่จะเอื้อมมือไปกดปิดลิฟต์ พลันรู้สึกเหมือนมีอะไรอุ่น ๆ ไหลออกมาจากจมูก วิ่งลงมาสู่ริมฝีปากบางด้านบน รู้สึกเค็ม ปะแล่ม ๆ เมื่อลองแลบลิ้นเลียแค่แตะๆ ที่ปลายลิ้น เอาแล้วสิ! อ้ายเจ้าอาการเลือดกำเดาไหลไม่รู้สาเหตุ กลับมาเล่นงานเธออีกครั้ง หลังจากที่มันหายไปนานแล้วตั้งแต่เด็ก หรือจะเป็นเพราะเข้าใกล้ผู้ชายหล่อคนนั้นเข้า แถมยังเข้ามาแนบชิด สนิทเนื้อ จนทำให้เลือดกำเดาไหลออกมาแบบนี้ โดยลืมนึกไปว่าจมูกตัวเองกระแทกกับอกแข็ง ๆ ของเขาไปจังเบ้อเริ่ม!

แต่...เอ๊ะ! เมื่อครู่นี้ เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋าเสื้อราคาแพงส่งมาให้ ก็เพราะเขาเห็นเลือดที่มันไหลออกมาจากจมูกของเธอนะสิ โอ๊ย! คิดแล้วน่าอายนัก อยากแทรกแผ่นดินหนี แต่ก็ยังโชคดีที่ตอนนั้นไม่มีใครมาเห็นเข้า ไม่อย่างนั้นวันนี้คงเป็นวันอัปยศอดสูที่สุดในชีวิตของหล่อนทีเดียวเชียว จอมขวัญหันซ้ายแลขวา ทำท่าเลิ่กลั่กก่อนจะวิ่งรี่ไปเข้าห้องน้ำจัดการกับตัวเองให้ดูเรียบร้อยอีกครั้ง เหมือนขามา และกลับเข้ามาอยู่ในลิฟต์อีกรอบ

คงไม่ได้เจอเขาอีกหรอกมั้ง ดูจากการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าราคาแพงอย่างนั้น คงเป็นแบบกลุ่มแรก ๆ ที่เดินออกมาก่อน น่าจะอยู่ในระดับบิ๊กของบริษัทแน่นอน ผู้คนระดับนั้นคงไม่เข้าบริษัทบ่อยนักหรอก แค่สั่งงานทางโทรศัพท์ หรือไม่ก็กดคอมพิวเตอร์แกร๊กเดียวก็เรียบร้อยแล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าบริษัทให้เสียเวลา แล้วนี่หล่อนจะคืนผ้าเช็ดหน้า ให้เขาได้ยังไงล่ะทีนี้

ใจยังเต้นอยู่กับเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่หายดีเลย ก็ต้องมาเต้นตุ๊บ ๆ ต่อม ๆ อีกรอบ เมื่อย่างเท้าเข้ามายังแผนกบุคคล หญิงสาวที่นั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์แย้มยิ้มทันทีเมื่อเจอหน้าเอ่ยทักหล่อนอย่างเป็นกันเอง

“คุณจอมขวัญหรือเปล่าคะ?” โอ้โห!อย่าบอกนะ ว่าที่พี่สาวคนนี้จำเธอได้เพราะชุดเก่ง ที่สวมใส่อยู่ถึงได้เรียกชื่อของหล่อนถูกเผงเลยทีเดียว

“เอ่อ..ใช่ค่ะ” จอมขวัญตอบออกไปทั้งที่ยังสงสัยอยู่ครามครัน

“งั้นเชิญเลยค่ะ คุณปาริฉัตรรออยู่ค่ะ” ถึงบางอ้อ คงมีคนสั่งให้พี่สาวคนนี้รอหล่อนอยู่แน่เลย มิน่าล่ะ ถึงได้เรียกชื่อถูก เฮ้อ..โล่งอกไปหน่อย นึกว่าเป็นเพราะชุดเก่งของเราเสียอีก พี่สาวคนสวยเดินนำหล่อนไปอย่างกระฉับกระเฉง เธอเดินอย่างคล่องแคล่ว แม้จะอยู่บนรองเท้าสูงปรี๊ดขนาดนั้น จอมขวัญมองตามการเยื้องย่างของอีกฝ่าย พลางคิดในใจว่า ถ้าได้งานคงต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเอง ให้ได้แบบนี้บ้าง พี่สาวขาสวยพาเธอมาหยุดอยู่ที่ประตูไม้บานหนึ่ง ซึ่งแปะตัวหนังสือหนาสามารถอ่านได้ระดับสายตาว่า

ผู้จัดการฝ่ายบุคคล พี่สาวคนเมื่อครู่เคาะประตูสองครั้ง แล้วเปิดเข้าไป พร้อมกับรายงานคนด้านในว่า หล่อนมาถึงแล้ว จากนั้นก็กลับออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้หล่อนยืนเกร็งเขม็ง ไม่กล้าขยับเขยื้อนกายไปไหน เพราะยังไม่ชินกับสถานที่แปลกใหม่เท่าใดนัก

“เชิญนั่งได้เลยค่ะน้อง” หญิงวัยสามสิบค่อนไปทางปลายนิด ๆ น่าจะประมาณ สามสิบหก ถึงสามสิบเจ็ดปี แต่งตัวกระฉับกระเฉงด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวชายเสื้อถูกเหน็บไว้กับกางเกงสีดำ สวมทับด้วยเสื้อสูทสีน้ำตาล ทำให้มองเหมือนผู้หญิงทำงานทั่วไปที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง ผมที่ซอยสั้น ทำให้เห็นลำคอระหงดูสง่าไปในตัว และยิ่งเสริมให้หล่อนเป็นสาวมั่นไปเลยทีเดียว

“ขอบคุณค่ะ” จอมขวัญตอบกลับออกไปเสียงเบา ทำใจดีสู้เสือ รู้สึกผ่อนคลายในเวลาต่อมาเมื่อคุณปาริฉัตรส่งยิ้มมาให้

“ยินดีด้วยนะคะ ที่จะได้ร่วมงานกัน”

“..!..!..!..” จอมขวัญตะลึงอ้าปากหวอ ทำปากขมุบขมิบ พูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ

“อ้าว! ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ?” คุณปาริฉัตร พูดกับหล่อนอยู่ฝ่ายเดียว จะไม่ให้อึ้ง จนอ้าปากพะงาบ ๆ ราวกับเพิ่งเจอผีมาสด ๆ ร้อน ๆ ได้อย่างไรเล่า ที่พี่แกบอกเมื่อครู่ว่า 'ยินดีด้วยนะคะที่จะได้ร่วมงานกัน'

นั่นน่ะ มะ..หมายความว่า หล่อนจะได้งานทำโดยไม่ต้องสอบข้อเขียน หรือสอบสัมภาษณ์ใด ๆ เลยน่ะสิ คุณปาริฉัตร คงเห็นปฏิกิริยาตอบสนองของหล่อนก็เลยเอ่ยถามซ้ำอีกครั้ง

“ตกลง เป็นอะไร หรือเปล่าคะน้อง”

“อ๊ะ!ปล่ะ..เปล่าค่ะ” จอมขวัญละล่ำละลัก ตอบกลับไป ขยับตัวจัดระเบียบร่างกายเสียใหม่ พยายามฟังอีกฝ่ายอย่างตั้งใจ

“อ้อ! ดีค่ะทางเราจะขอทำความเข้าใจกับน้องเสียก่อนนะคะ” คุณปาริฉัตรคงเห็นว่าหล่อนผ่อนคลายลงบ้างแล้ว จึงเอ่ยประโยคถัดมา เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลานาน

“คือว่าตอนนี้ ทางบริษัทของเรา ยังไม่มีตำแหน่งไหนว่าง และยังหาตำแหน่งที่ตรงตามสาขาที่น้องจบมาให้ไม่ได้”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED