• ACTION •
“ถ้าปีนี้แกเรียนไม่จบ เตรียมตัวเก็บข้าวของออกไปจากบ้านฉันได้เลย” เสียงคุณพ่อขาโหดพูดบอกกับลูกสาวตัวแสบ ที่ไม่ตั้งใจเรียนจนได้เรียนซ้ำเพื่อแก้รายวิชาที่ติดเอฟ
“รู้แล้วน่า” เซนตอบกลับพ่อของเธอด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์นัก เมื่อได้ยินเสียงผู้เป็นพ่อบ่นอุบ ในเช้าที่เธอกำลังจะออกไปมหาลัย
หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่...
“เพราะไอแว่นตัวเดียวเลย”
สาวสวยที่กำลังยืนรอรถแท็กซี่อยู่ที่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ พูดขึ้นอย่างไม่พอใจ เพราะชีวิตที่เคยสุขสบายของเธอนั้นต้องมาตกอับ และเขาที่เธอพูดถึงก็เป็นอาจารย์คู่แค้นที่ทำให้เธอติดเอฟ จนต้องกลับมาเรียนแก้ใหม่อีกครั้ง พร้อมกับรุ่นน้อง
แถมเธอยังต้องโดนพ่อดุด่าอยู่ทุกวี่วัน หนำซ้ำเธอยังถูกผู้เป็นพ่อยึดรถสปอร์ตคันหรูไว้อีกต่างหาก บัตรเครดิตที่เคยได้ใช้แบบไม่จำกัดวงเงิน ตอนนี้ก็มีไว้ให้ใช้อย่างจำกัด เธอจึงโทษความเฮงซวยที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเธอนี้ ว่าเป็นความผิดของอาจารย์ ‘ปฐพี’
“ถ้าปีนี้แกทำให้ฉันเรียนซ้ำอีก แว่นแกแตกแน่...”
แม้ว่าเขาจะมีอายุมากกว่าเธอเป็นสิบปี แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เธอเคารพเขาอย่างที่ควรจะทำเลย เพราะความหยิ่งทะนงและอวดดีของเธอ ที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใครและคิดว่าเงินจะแก้ปัญหาให้เธอได้ทุกอย่าง...
ณ.มหาลัย...
เซนมาดักรออาจารย์ ‘ปฐพี’ อยู่ที่หน้าคณะตั้งแต่เช้า เพื่อที่จะคุยข้อตกลงเรื่องเอฟที่เธอไม่ต้องการ
“ขอคุยด้วยหน่อย” เซนรีบวิ่งเข้ามาขวางหน้าอาจารย์ไว้ทันทีอย่างไร้มารยาท และนั้นก็ทำให้คนที่ไม่ชอบเธอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งเกลียดขี้หน้าเธอเข้าไปใหญ่
“ฉันรีบไปสอน..” คนหน้านิ่งเจ้าของแว่นเฉิ่มพูดบอกกับนิสิตสาวอย่างไม่เต็มใจคุยด้วย
เธอเบี่ยงมาขวางทางเขาไว้ เมื่อเห็นว่าคนตัวสูงกำลังจะเดินหนีเธอไป...
“อาจารย์ต้องการเท่าไหร่” เซนยิงคำถามที่ดูถูกเขา ซึ่งมันก็ทำให้อีกคนไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ต้องเก็บกั้นอารมณ์โกรธนั้นไว้
“เก็บเงินของเธอไว้ แล้วกลับไปตั้งใจเรียนซะลชิตา...” อาจารย์พูดจบก็ผลักไหล่ของสาวสวยเต็มแรงเพื่อต้องการให้เธอหลบทาง
“ถ้ารอบนี้อาจารย์ให้เอฟหนูอีก เจอดีแน่!” เธอตะโกนสุดเสียงด้วยความโกรธแค้น
“ดี.. งั้นเอาเอฟไปเลย”
“อาจารย์!!”
ผมไม่คิดว่าการเจรจากับเธอด้วยเหตุผลจะเป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะยัยเด็กน่ารำคาญนั้นไม่มีสมอง พูดด้วยก็เสียเวลาเปล่า...
ช่วงเย็นของวัน...
พอผมสอบคาบสุดท้ายเสร็จ ก็กะว่าจะรีบกลับบ้านไปเคลียร์งาน เพื่อจะได้พักผ่อนในวันพรุ่งนี้ที่เป็นวันหยุดให้เต็มที่
สภาพอาการที่มืดฟ้ามัวดิน ทำให้อาจารย์ที่เดินออกมาจากตึก ต้องรีบวิ่งมาที่รถเก๋งของตัวเอง และขับออกจากมหาลัยมุ่งสู่บ้านพักที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนั้น จนไม่ทันสังเกตเห็นว่ามีแท็กซี่ขับตามเขามาตั้งแต่มหาลัย ซึ่งในรถคันนั้นก็ไม่ใช่ศัตรูที่ไหน แต่เป็น ‘ยัยตัวแสบ’ ที่ตามป่วนเขาเมื่อเช้านั่นเอง
อาจารย์หนุ่มที่เพิ่งจอดรถเสร็จ ยังไม่ทันได้เดินเข้าบ้าน ก็มีเสียงกดกริ่งดังขึ้นหยุดเขาไว้ซะก่อน
กริ๊ง!
บ้านผมไม่เคยมีแขกที่ไหนเข้ามาเลย หากไม่ใช่คนที่รู้ที่อยู่ผมจริงๆ นั่นคือเจ้านายเก่า แต่เมื่อเปิดประตูออกก็ต้องหัวเสีย ที่เห็นว่าเป็นยัยเด็กบ้านี่...
“มาทำไม?”
“มาคุยธุระค่ะ” เธอเดินเข้ามาด้านในรั้วบ้านหน้าตาเฉย ก่อนจะโดนเจ้าของบ้านจับโยนออกไปทันทีทันควัน
ปุก!
“กลับบ้านไปแล้วอย่ามาที่นี่อีก” ปึก! เขาเปิดประตูไล่เธออย่างไม่แยแส
“อาจารย์!!” เสียงโวยวายนั้นยังคงดังอยู่ตลอด จนเสียงนั้นเงียบหายไปเพราะเสียงฝนที่เทลงมากลบเสียงน่ารำคาญนั้นจนสนิท
อาจารย์หนุ่มเริ่มทำงานที่ค้างคาอยู่ โดยไม่สนว่าฝนจะตกหนักแค่ไหน และไม่สนด้วยว่าเธอจะยังอยู่หน้าบ้านหรือว่าถอดใจกลับไปแล้ว เพราะเขามีสิ่งที่สำคัญกว่า คืองานที่ค้างอยู่...
ไฟของทั้งบ้านหรูเริ่มเปิดสว่างขึ้น บ้านที่เขาซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรง ชีวิตใหม่ที่ขาวสะอาด ต้องแรกมาด้วยเลือดด้วยเนื้อ กว่าจะมีชีวิตธรรมดาเช่นทุกวันนี้ได้
แม้ว่าจะเลือกทางเดินใหม่ให้กับชีวิตแล้ว แต่ผมก็ยังไม่เลิกหวาดระแวง และยังทิ้งสัญชาตญาณของความเป็นตัวตนนั้นไปไม่ได้สักที...
งานยุ่งๆ ของการเป็นอาจารย์ และชีวิตใหม่นี้มันทำให้ผมลืมเรื่องเลวร้ายในอดีตที่ผมเคยกระทำไว้ได้บ้าง แต่มันก็เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งผมก็ไม่สามารถที่จะนอนหลับได้อย่างสนิทใจ จึงต้องพึ่งแอลกอฮอล์เป็นตัวช่วยให้หลับไปในทุกคืน เพราะไม่อย่างนั้นผมจะถูกบางสิ่งคอยตามหลอกหลอนอยู่ทุกคืน ‘อดีต’ ที่แสนเน่าเฟะของผม
เพร้ง!!
เสียงกระจกแตกที่ชั้นล่างของบ้าน เรียกให้เขาที่นั่งทำงานอยู่ชั้นบนต้องหยุดมือ และรีบลงมาดู ว่าเสียงนั้นเป็นเพียงผลกระทบจากลมพายุ หรือมีผู้บุกรุกเข้ามาในบ้านเขากันแน่
ชายหนุ่มร่างสูงคว้าอาวุธปืนคู่ใจติดมือลงไปด้วย เพื่อป้องกันตัวเอง แต่เมื่อลงมาถึงชั้นล่างของบ้านก็ต้องลดอาวุธลง และเก็บแอบไว้ทางด้านหลัง
เพราะภาพที่เห็นตรงหน้านั้น ทำเขาแทบเป็นบ้าที่เห็นว่าสาวแสบในชุดนักศึกษาทุบกระจกหน้าต่างบุกเข้ามาในบ้าน
เนื้อตัวเปียกซ่ก เลือดที่อาบแขนของเธอมันไม่ทำให้เขาเห็นใจเธอเลยสักนิด หนำซ้ำยังอยากจับเธอฉีกเป็นชิ้นๆ อีกต่างหาก
“ลชิตา! เธอทำบ้าอะไร!?”
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode]
[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]
ปุก!
“โอ๊ยเจ็บ!” สาวแสบที่เพิ่งปีนข้ามหน้าต่างที่แตกมาได้ ร้องโอดครวญกับความเจ็บปวดที่เธอเป็นคนก่อ
ใครส่งยัยเด็กนี่มาทดสอบความอดทนของผมหรือเปล่าเนี่ย...
“เจ็บ><” เธอบีบแขนตัวเองที่เลือดไหลไม่หยุดไว้
ฉันตะโกนเรียกเขาอยู่หน้าบ้านอยู่นาน จนฝนเริ่มตกหนักขึ้น ฉันตั้งใจที่จะหยิบโทรศัพท์มาโทรหาเขา แต่ไม่รู้ว่าเวรกรรมหรืออะไร ไอโทรศัพท์ไม่รักดีมันกลับกระโดดลงท่อไป
ซึ่งมันก็เหลือวิธีเดียวที่ฉันจะเข้าบ้านของเขาได้นั้นคือบุกเข้ามา เพราะถ้าไม่ทำแบบนี้ก็คงกลับบ้านไม่ได้...
“กลับบ้านเธอไปซะ...” อาจารย์หนุ่มไล่เธออย่างไร้ซึ่งความปราณี
“กลับไม่ได้”
“ทำไม?”
“โทรศัพท์หนูตกท่อ”
“แล้วยังไง?”
“หนูไม่มีเงินสด...”
เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ เพราะเธอที่เข้ามาสร้างความไม่สงบให้กับชีวิตของเขา “รออยู่ตรงนี้ เดี๋ยวฉันไปเอาเงินมาให้”
ว่าแล้วอาจารย์หนุ่มก็เดินกลับขึ้นชั้นสองของบ้านเพื่อไปเอาเงินให้ลูกศิษย์ตัวแสบของเขา และกะว่าจะเฉดหัวเธอออกไปจากบ้านทันทีเมื่อเอาเงินให้
แต่ทว่าเมื่อเขาลงมาชั้นล่าง กลับไม่เห็นว่าเธออยู่ที่เดิม ซึ่งมันยิ่งทำให้ความระแวงของเขาเพิ่มมากขึ้น และเมื่อมองไปตามเลือดที่หยดลงบนพื้นนั้น ก็เห็นว่าเส้นทางของเลือดมุ่งตรงไปที่ห้องซักล้าง ซึ่งตอนนี้ห้องนั้นปิดอยู่ จากที่เขาไม่เคยปิดมัน...
แก๊ก!
“อย่าเปิดนะ! หนูโป๊อยู่”
ประโยคเมื่อครู่ทำให้เขาต้องหยุดมือไว้ และดึงประตูที่เปิดแง้มไว้เพียงนิด ให้ปิดสนิทดังเดิม
“เข้าไปทำอะไร?”
เธอเงียบและไม่ได้ตอบอะไรเขากลับนานเป็นนาที จนเมื่อเวลาผ่านไปสักพัก สาวแสบก็เดินออกมาจากห้องนั้น พร้อมกับใส่เสื้อผ้าคุ้นตา ทั้งเสื้อยืดและกางเกงนอนขายาวของเขา รวมถึงผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กที่เธอใช้มันพันแผลที่ข้อมือไว้นั่นอีก
“หนูยืมเครื่องซักผ้าแป๊ปนึงนะ” สีหน้าและท่าทางที่ไร้มารยาทของเธอ ยิ่งทำให้คนที่ได้เห็นเอือมระอา และไม่ชอบขี้หน้าเธอยิ่งกว่าที่เป็นอยู่
“ใครอนุญาติให้เธอเอาเสื้อผ้าฉันมาใส่”
“ก็ชุดหนุมันเปียกทั้งชุด จะให้หนูใส่เสื้อผ้าเปียกกลับบ้านหรือไง”
“มันก็เรื่องของเธอสิ กลับบ้านไปได้แล้ว”
“จะให้หนูกลับบ้านไปทั้งอย่างนี้เหรอ เสื้อในเกงในก็ไม่ได้ใส่”
“นี่! ลชิตา!” เขาดุเธอเสียงดัง เมื่อได้ยินว่าเธอพูดประโยคนั้นออกมาอย่างหน้าไม่อาย
“เสื้อผ้าแห้งแล้วเดี๋ยวหนูกลับ...”
“...” เขาไม่ได้ตอบอะไรเธอกลับ แต่วางเงินไว้ที่โต๊ะ และเดินหนีหน้าเธอขึ้นชั้นบน
แต่ก็ยังไม่ทันที่จะก้าวขาขึ้นบันไดเขาก็ต้องหยุดขาไว้ เพราะสาวแสบจอมตื้อวิ่งมาขวางหน้าเขาไว้
“เดี๋ยวก่อน..”
“หลบไป อย่าทำให้ฉันหงุดหงิดไปมากกว่านี้” สีหน้าดุเข้มที่มองเธอผ่านเลนส์แว่นเฉิ่มๆ นั้น ไม่ได้ทำให้เธอเกรงกลัวเขาขึ้นมาเลยซักนิด
“หนูไปก็ได้ แต่อาจารย์รับข้อเสนอหนูก่อนสิ”
“มีทางเดียวที่เธอจะไม่ติดเอฟ คือกลับไปตั้งใจเรียน ลชิตา”
“สามแสน...” เธอพูดจำนวนเงินที่ต้องการจะเสนอเขา “ช่วยหนูให้ไม่ติดเอฟหน่อยนะ”
ฉันดิวกับอาจารย์คนอื่นไว้ที่แสนกว่าๆ โดยที่ไม่ต้องเข้าเรียนหรือส่งงาน เพราะอาจารย์พวกนั้นจะจัดการให้ทุกอย่าง แต่ดูจากความเป็นอยู่ของอาจารย์ปฐพีแล้ว ฉันคงจะเสนอราคาที่น้อยกว่าสามแสนไม่ได้ เพราะมันดูจะน้อยเกินไปกับฐานะที่เขาเป็นอยู่
“เธอเห็นฉันร้อนเงินขนาดนั้นเลยเหรอลชิตา”
“สี่แสน”
ปุก!
คนตัวเล็กถูกผลักลงไปกองที่พื้น เมื่อเธอยังทำตัวดื้อหัวชนฝาไม่เลิก และเขาก็เริ่มจะหมดความอดทนกับเธอ
“ออกไปจากบ้านฉัน!” เขาพูดบอกเธออย่างหมดความอดทน
“ช่วยหนูหน่อยนะอาจารย์ ไม่งั้นพ่อได้ไล่หนูออกจากบ้านจริงๆ แน่” สีหน้าของเธอเปลี่ยนไป และแสดงถึงความอ้อนวอนมากขึ้น
“...” เลือดที่ซึมออกมาจากผ้าทำให้รู้ว่าแผลของเธอนั้นลึกและควรได้รับการรักษา ซึ่งเขาก็ปล่อยผ่านเรื่องนั้นไปไม่ได้จริงๆ เพราะกลัวว่าเธอจะมาตายคาบ้านเขาซะก่อน
เจ้าของบ้านเดินไปหยิบขวดเหล้าพร้อมกับอุปกรณ์ทำแผลที่มีติดบ้านไว้อยู่ตลอดมาให้กับเธอ
“อ๊าย!” เสียงกรีดร้องนั้นดังขึ้นเมื่อเหล้าในขวดที่เขาถือมา ถูกเทลาดแผลสดที่ข้อมือของเธอ
“ฉันช่วยเธอได้แค่นี้แหละ ที่เหลือทำเองแล้วกัน” เขาพูดเหมารวมไปถึงเรื่องที่เธอขอในก่อนหน้า ว่าเขาไม่อาจช่วยในสิ่งที่เธอขอร้องได้
“อาจารย์!” เธอเรียกหยุดคนที่กำลังจะปล่อยทิ้งเธอไว้ชั้นล่าง ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่ได้สนใจเธอเลยสักนิด
และเธอก็ต้องจัดการทำแผลให้กับตัวเองอย่างงูๆ ปลาๆ เพราะความไม่เป็นงานบ้านงานครัว (ทุกสิ่งที่เรียกว่างาน) คนขี้เกียจอย่างเธอไม่รู้วิธีที่จะทำมัน
“ใจร้ายชิปหาย!”
เธอพูดบ่นถึงคนที่เดินจากเธอไป ภายในหัวก็คิดวิธีจะเปลี่ยนใจเขาให้รับข้อเสนอของเธอให้จนได้ หรือไม่ก็ต้องหาวิธีอื่นเพื่อเปลี่ยนใจเขา...
“อาจารย์ดื้อไม่เท่าหนูหรอก ดูซิ๊ว่าจะทนได้แค่ไหน”
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode]
[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]
ชั้นสองของบ้าน เวลาสี่ทุ่ม...
ตอนนี้ฝนด้านนอกเริ่มซาลงแล้ว ซึ่งมันก็ทำให้เขาเผลอคิดถึงยัยเด็กแสบ และตั้งข้อสงสัยว่าเธอจะกลับออกไปหรือยัง...
แต่เขาก็ไม่ได้คิดที่จะลงไปชั้นล่างเพื่อไปหาคำตอบกับความสงสัยนั้น และเลือกที่จะเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำเตรียมตัวพักผ่อนแทน
ซึ่งในเวลานี้สาวแสบก็กำลังเดินทัวร์รอบบ้านของเขา ตั้งแต่ชั้นล่างจนขึ้นมาถึงชั้นสอง...
“อยู่คนเดียวเหรอ?”
บ้านที่กว้างใหญ่นี้มันดูเหงาๆ หากว่าเขาจะอาศัยอยู่ที่นี่ลำพัง...
แก๊ก!
“อะไรเนี่ย?”
เธอถึงกับร้องออกมาอย่างตกใจ เมื่อเปิดเข้ามาในห้องทำงานของเขา แล้วเห็นว่าในห้องทำงานของอาจารย์ ‘ปฐพี’ นั้น เต็มไปด้วยขวดเหล้าหลากหลายยี่ห้อที่วางเรียงกันอยู่บนชั้นวางเต็มสองผนังของห้อง แทนที่จะเป็นหนังสือหรือตำราเรียน
“อาจารย์ติดเหล้าเหรอ?”
เธอเดินวนอยู่ในห้องนั้นพักใหญ่ๆ และก็นึกแปลกใจที่เขานั้นมีอะไรมากกว่าที่เธอคิดไว้ ตัวตนที่ดูเป็นคนธรรมดาของเขามันเหมือนจะมีบางอย่างซ่อนไว้...
ห้องนอน...
แก๊ก!
เธอเปิดเข้ามาอีกห้องอย่างระวังเสียง แต่ทันทีที่เดินเข้ามาก็ถูกเจ้าของบ้านแอบดักรออยู่หลังประตูห้อง
ปุก!
เขากดร่างของเธอไว้กับผนังห้องและแช่แข็งเธอไว้อย่างนั้นด้วยภาพลักษณ์ที่ดูแปลกตา ใบหน้าหล่อใสที่ไม่มีแว่นเฉิ่มเกาะอยู่ที่สันจมูกโด่ง ผมที่เปียกหมาดไม่เซ็ตทรง แผ่งอกแกร่งที่มีรอยสักยาวไปทั้งแขนข้างขวา ทำให้เธอตกตะลึงกับภาพที่ได้เห็น
“เธอต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ” เจ้าของคิ้วหนาพูดด้วยท่าทางเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันเพราะไม่เข้าใจกับความดื้อด้านของเธอ
“สักกันติ๋มเหรอคะ?” เธอเอ่ยถามคนตัวสูงท่าทางดูถูกรอยสักของเขา เพราะคิดว่าคนติ๋มๆ อย่างเขา ไม่น่าจะชื่นชอบรอยสักที่ดุดันแบบนี้
“ทำไมยังไม่กลับบ้านไปอีก?”
เขาเลือกที่จะไม่ตอบคำถามไร้สาระของเธอ และยิงคำถามสำคัญที่ว่าทำไมเธอยังไม่กลับบ้านอีก ทั้งที่เขาตอบปฏิเสธเธอไปแล้วเป็นสิบๆ ครั้ง...
“ช่วยหนูหน่อย” เธอพูดขอร้องเขาด้วยสีหน้าสิ้นหวัง
“ฉันบอกแล้วไงว่าให้เธอกลับไปตั้งใจเรียน” คนตัวสูงเดินเมินสาวแสบไปที่ตู้เสื้อผ้า ก่อนจะหยิบกางเกงนอนขายาวมาใส่ให้เรียบร้อย และเช็ดผมที่เปียกหมาดนั้นให้แห้งสนิท
“ก็หนูเรียนไม่เก่ง”
“เธอขี้เกียจมากกว่า”
“ก็มันไม่เข้าใจจริงๆ หนิ” ใครจะว่าฉันโง่ก็ได้ฉันไม่เถียง เพราะการเรียนรู้มันไม่ได้เหมาะกับเด็กทุกคน และมันก็ยิ่งยากที่ต้องเรียนตามคำสั่งของพ่อ คณะที่พ่อเลือกให้
ฉันไม่มีโอกาสได้เลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบ นั่นเลยทำให้สมองของฉันยิ่งต่อต้านการเรียน หากเป็นสิ่งที่ชอบฉันก็พร้อมจะเรียนรู้ แต่ไม่ใช่การเป็นผู้พิพากษาอย่างที่พ่อคาดหวังไว้แน่
หมับ!
“ช่วยหนูหน่อยนะอาจารย์~” เธอเขย่าแขนล่ำเพื่อขอร้องอ้อนวอนให้เขาช่วยเหลือเธอให้บรรลุเป้าหมายที่ว่านี้คือเรียนจบ
“ฝนหยุดตกแล้ว กลับบ้านไปซะ” เขาสะบัดมือเธอออกท่าทางรังเกียจ เพื่อจะสวมใส่เสื้อให้เรียบร้อย แต่เด็กดื้อก็ยังตื๊อไม่หยุด
“ไม่กลับค่ะ ถ้าอาจารย์ทำให้หนูโดนไล่ออกจากบ้าน อาจารย์ก็ต้องรับผิดชอบ…หนูจะอยู่ที่นี่จนกว่าอาจารย์จะตอบตกลง”
สาวหน้ามึนเดินขึ้นเตียงของอีกคนหน้าตาเฉย ก่อนจะตวัดผ้าผืนหนาขึ้นมาห่มและนอนนิ่งอยู่แบบนั้น โดยไม่สนว่าอีกคนจะคิดยังไงกับการกระทำของเธอ
เธอกำลังทำให้เขาหมดความอดทนอย่างไม่รู้ตัว เพราะความเป็นเด็กก้าวร้าว ไร้มารยาท และดื้อรั้นของเธอ
“งั้นก็ตามใจ อยากอยู่ก็อยู่ไปแล้วกัน” ประโยคนั้นดังขึ้นก่อนที่ไฟในห้องจะดับลง
ดวงตาสาววาดตามองไปรอบห้อง เพราะเริ่มระแวง และคิดว่าเรื่องมันผิดแผนต่างจากที่เธอคิดไปนิดหน่อย
เตียงนิ่มที่เธอนอนอยู่ เริ่มยวบลงทีละนิดจากปลายเตียง และเหมือนว่าร่างใหญ่ที่ค่อยๆ คลานขึ้นเตียงมานั้น จะเริ่มคานจากปลายเท้าของเธอขึ้นมา
เงาดำที่คืบคานเข้ามาใกล้ ทำให้คนตัวเล็กแทบฝังร่างของตัวเองลงไปกับที่นอน “จะทำอะไรคะ?”
“คิดว่าไง?”
ปิ๊ง!
ไฟที่โครมไฟหัวเตียงสว่างขึ้นเพราะคนคิ้วเข้ม เจ้าของมือหนาที่กดเปิดมัน เพราะต้องการที่จะมองหน้าเด็กแสบให้ชัดเจน ว่าเธอยังแสดงความอวดดีกับเขาอยู่หรือเปล่า
“เธอคิดว่าคนแบบเธอจะทำฉันมีอารมณ์ได้หรือไง ไม่ต้องกลัวหรอกน่า...”
พูดจบเขาก็ทิ้งตัวลงนอนที่ว่างด้านข้างของเธอ และดึงผ้าขึ้นมาห่มอย่างไม่ให้ความสนใจกับสาวสวยที่นอนอยู่ข้างๆ
“ใช่เหรอคะ หนูสวยระดับดาวมหาลัยเลยนะ” เธอเด้งตัวขึ้นและมองลงไปที่คนข้างๆ อย่างอารมณ์เสีย เพราะเธอคิดว่าความสวยของเธอนั้นไม่เป็นสองรองใครในมหาลัย
“แล้วรู้ไหม ว่าทำไมเธอถึงเป็นดาวมหาลัยไม่ได้”
“...”
“เพราะเธอโง่ไง...” เขาพูดคำนั้นจบก็หลับตานอนนิ่งไป ก่อนที่จะต้องลืมตาขึ้นอีกครั้งเมื่อรู้สึกว่าร่างของตัวเองโดนบางสิ่งคร่อมอยู่ด้านบน
“จะทำอะไร?” เขามองตามเรียวแขนเล็กที่วางมือลงบนหมอนที่เขาหนุนอยู่ทั้งสองข้าง
“กลัวเหรอคะ?”
“รังเกียจ ลงไปจากตัวฉัน” เขาพูดตอบกลับเธอในทันที เพราะสำหรับเขาแล้ว เธอเป็นเด็กก้าวร้าวที่เขาเกลียดขี้หน้าที่สุด และไม่คิดจะญาติดีด้วยแน่
จ๊วบ~
สาวแสบโน้มหน้าลงไปจูบอาจารย์หนุ่มคนที่เธอเกลียดด้วยความแค้นใจ แต่ทว่าเขากลับแน่นิ่งไป และไม่ได้ตอบกลับหรือต่อต้านอะไรเธอ...
เธอถอนจูบออกมามองหน้าคนใต้ล่าง ซึ่งสีหน้าของเขานั้นดูเรียบเฉยจนน่าแปลกใจ
“จูบยังจูบไม่เป็นเลย” ฟุบ!
เขาพูดดูถูกเธอ ก่อนจะพลิกตัวขึ้นมาคร่อมอยู่บนร่างของเธอแทน และมอบจูบที่ถูกต้องให้เธอได้เรียนรู้ จ๊วบๆ~
ร่างหนาบดเบียดช่วงล่างเข้าหาร่างบางในขณะที่จูบเธอ ลมหายใจอุ่นเป่ารดข้างแก้มของเธอเป็นระยะ จนทำสาวแสบสติแตกเพราะความกลัว
“อือ หยุดนะ!”
“เธอมาให้ฉันเชือดถึงบนเตียงแล้ว จะหยุดทำไมล่ะ...” ข้อมือสองข้างของเธอ ถูกรวบเข้าหากันและกดลงกับที่นอนนุ่มอย่างไม่ถนอมเพียงมือหนาข้างเดียว และตามด้วยความน่ากลัว จากคนที่เธอไม่เคยคิดว่าเขาจะมีอีกร่างนึงซ่อนอยู่
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode]
[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]