1
แสงแดดยามเช้าส่องผ่านหน้าต่างทำด้วยกระจกเข้ามากระทบกับแผ่นหลังกว้างชุ่มเหงื่อที่เคลื่อนไหวอย่างรุนแรงบนเรือนร่างอรชร จังหวะของเขาไม่ได้ลดลงเลยกลับเพิ่มขึ้นตามอารมณ์ที่เจียนทะลุเพดานความรู้สึก เขาเร่งความเร็วและความแรงเพื่อให้ตนไปถึงจุดหมาย
ชีคอัสวาน อับดุลการิมพลิกตัวลงมานอนข้างร่างเล็กที่หอบหายใจแรงด้วยความเหนื่อยอ่อน ทว่าอัสวานกลับไม่ทีท่าว่าจะเหนื่อยสักนิดเดียว เขาปรายตามองกชนิภาหรือโรส หรืออีกชื่อหนึ่งคือนิสรีนเพียงแวบเดียวก็ดีดตัวลุกขึ้นนั่ง เขาชักสีหน้าหงุดหงิดเมื่อเห็นน้ำตาและได้ยินเสียงสะอื้นไห้ของเธอ
“จะร้องไห้หาสวรรค์วิมานอะไร ฉันให้ความสุขเธอแท้ๆ แล้วเมื่อกี้เธอยังครางเสียงสั่นอยู่เลย มาตอนนี้กลับร้องไห้ เธอเป็นไบโพลาร์หรือเปล่าเนี่ย” อัสวานกระชากเสียงพูด จากนั้นก็วาดเท้าลงบนพื้นห้องที่ปูด้วยพรมลายเสือโคร่ง ก้าวเท้าเดินไปยังห้องน้ำไม่สนใจสาวร่างเล็กบนเตียงแม้แต่น้อย เขาเห็นเธอเป็นเพียงนางบำเรอที่ให้ความสุขยามต้องการเท่านั้น
กชนิภาค่อยๆ ยันตัวขึ้นอย่างยากลำบาก เนื่องจากบทรักของอัสวานแต่ละครั้งรุนแรง ตามอารมณ์เคียดแค้นในใจที่ไม่ว่าจะผ่านมาสองปี ความรู้สึกนี้ไม่เคยลดเลือนกลับเพิ่มขึ้นในทุกๆ วัน
เหตุผลของความแค้นในใจชีคอัสวาน เศรษฐีหนุ่มติดอันดับที่สองของประเทศจามาล เขาไม่เพียงแค่เป็นเศรษฐีมีเงิน แต่ยังเป็นลูกชายของผู้ปกครองแคว้นซัสเชียร์หนึ่งในดินแดนของจามาล
คงต้องย้อนกลับไปเมื่อสองปีก่อน ตอนนั้มกชนิภามาเที่ยวประเทศจามาลพร้อมกับยศวิน อังคณา พี่ชายและพี่สาว และมีเพื่อนยศวินอีกสามคน เป็นชายสองหญิงหนึ่ง
ทั้งหมดพากันตื่นเต้นกับประเทศจามาล ประเทศที่ถูกกล่าวขานว่ามีศิลปวัฒนธรรมอันโดดเด่น สถาปัตยกรรมขึ้นชื่อมากมาย ได้เห็นสิ่งปลูกสร้างอันงดงามที่มีอายุกว่าสองร้อยปี ในส่วนของทะเลทรายกลุ่มเดินทางได้เห็นพีระมิด โอเอซิสที่มีอยู่ด้วยกันหลายที่ แต่ที่โดดเด่นที่สุดคงเป็นหมู่บ้านกลางโอเอซิสสถานที่พักตากอากาศของคนเมืองและคนทั่วโลก ยังมีอีกหนึ่งอย่างที่คณะเดินทางตื่นเต้นคือ การเล่นกระดานโต้ทรายและสกีทราย การเล่นกระดานโต้ทรายก็เหมือนการเล่นกระดานโต้คลื่น เพียงแค่เปลี่ยนจากน้ำเป็นการเล่นบนผืนทราย ส่วนสกีทรายเปลี่ยนจากเล่นบนหิมะมาเล่นบนสันทรายแทน
พวกเขาและเธอเที่ยวในเมืองหลวงของจามาลสองวัน ก่อนเดินทางมายังแคว้นซัสเชียร์ตามคำชวนของโอดิลเพื่อนของยศวิน กชนิภากับอังคณาไม่ชอบโอดิล เพราะรู้นิสัยดีว่าเป็นอย่างไร และสองพี่น้องก็เลี่ยงเข้าใกล้โอดิลตามลำพัง
โอดิลได้จัดเตรียมที่พักให้เพื่อนรักในโรงแรมระดับสี่ดาว ในคืนแรกไม่มีอะไรเกิดขึ้นทุกอย่างเป็นปกติ ทว่าในคืนที่สองเกิดเรื่องที่ไม่สมควรได้เกิดขึ้น เมื่อโอดิลได้ทำเรื่องชั่วร้ายอย่างไม่น่าให้อภัย แล้วไม่ได้ทำชั่วเพียงคนเดียว ยังดึงยศวินกับเพื่อนอีกหนึ่งไปร่วมทำชั่วด้วย เรื่องชั่วที่ว่านั้นคือ ดักฉุดสตรีสาวสวยคนหนึ่งที่กำลังเดินกลับไปขึ้นรถ และกระทำย่ำยีอย่างไร้ความปรานี ทว่ายศวินที่มีจิตใจดีอยู่บ้าง ไม่ขอร่วมการข่มขืน แต่ก็ไม่ได้ห้ามปรามเพื่อน กลับดูต้นทางให้
โอดิล ยศวินและอนันต์ทำตัวตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เที่ยวตามสถานที่ต่างๆ โดยไม่สนใจเรื่องที่พวกตนกระทำ จนกระทั่งก่อนกลับเมืองหลวงหนึ่งวัน มีกลุ่มชายฉกรรจ์แต่งกายด้วยชุดโต๊ปสีขาวมาจับกุมตัวโอดิล ยศวินและอนันต์ไปต่อหน้าต่อตากชนิภาและคนที่ร่วมเดินทางไปเที่ยว และพอรู้คำตอบ ทั้งหมดก็เข่าแทบทรุด ไม่คิดว่าคนถูกจับกุมจะกระทำเลวทรามเช่นนี้
ทั้งสามถูกนำตัวไปยังบ้านหลังหนึ่ง ไม่ใช่สิต้องเรียกว่าคฤหาสน์มากกว่า คฤหาสน์หลังนี้ปลูกสร้างสไตล์อาหรับ น้องๆ พระราชวังที่พำนักของกษัตริย์ที่ปกครองจามาล แต่ถ้าจะเรียกว่าวังก็ได้เช่นกัน
ด้วยความเป็นห่วงอังคณากับกชนิภาเดินทางตามพี่ชายไปด้วยเพราะยังไม่เชื่อว่า พี่ชายจะร่วมกระทำเรื่องเลวทรามนั้น
ห้องใต้ดินคือสถานที่ที่ชายฉกรรจ์นำตัวโอดิล ยศวินและอนันต์ไปไว้กลางห้อง ส่วนอังคณากับกชนิภาดื้อดึงจะเข้าไปในห้องใต้ดินด้วย ซึ่งก็ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสถานที่ ให้เข้าไปดูการไต่สวน แต่กว่าที่จะมีคนมาพิพากษาความผิด ทั้งสามก็โดนทำร้ายจนเลือดตกยางออก
“พอแล้ว หยุดได้แล้ว พี่ชายฉันไม่ไหวแล้วนะ” กชนิภาเข้ามาห้าม กอดร่างยศวินไว้อย่างปกป้อง “พวกคุณมีสิทธิ์อะไรมาทำร้ายพี่ฉัน ตำรวจก็ไม่ใช่ อีกอย่างพวกคุณยังไม่รู้เลยว่า พี่ชายฉันเรื่องชั่วๆ นั่นจริงหรือเปล่า พอมาถึงที่นี่พวกคุณก็ซ้อมเอาซ้อมเอาทำอย่างกับคนป่าเถื่อน บ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป”
กชนิภาปกป้องพี่ชายเต็มที่
“แล้วพี่ชายเธอมีสิทธิ์ทำกับโซเฟียอย่างนั้นเหรอ โซเฟียทำผิดอะไรถึงต้องมาพบกับคนชั่วๆ อย่างพี่ชายของเธอ” น้ำเสียงแข็งกระด้าง มาพร้อมกับใบหน้าบึ้งตึงราวกับโกรธใครมาสักร้อยปี ดวงตาเขามองไปยังสามเดนคนด้วยความเคียดแค้นสุดกำลัง ทุกคนเห็นว่ามีไฟบรรลัยกัลป์ลุกโชนอยู่ในนัยน์ตาเขา มันดูน่าเกรงขาม น่ากลัวและน่าขนลุกมาก “ว่าไงพี่ชายเธอมีสิทธิ์หรือไง”
คนถูกถามสะดุ้งสุดตัวกับน้ำเสียงดังลั่น กชนิภามองชายหนุ่มรูปงามแต่งกายด้วยชุดโต๊ปสีขาวสวมทับด้วยเสื้อคลุมมิชลาฮ์เย็บด้วยผ้าขนสัตว์สีดำ ตกแต่งบริเวณสาบเสื้อด้วยแถบผ้าปักสีทอง ใบหน้าเขาหล่อเข้มสไตล์ชายอาหรับ แต่มีความโดดเด่นกว่าชายชาวอาหรับที่กชนิภาเคยเห็น เขาดูสง่างามและน่าเกรงขามมาก มากจนเธอนึกขลาดกลัว แต่แม้ว่าจะกลัว กชนิภาก็พูดตอบโต้
2
“แต่คุณยังไม่รู้แน่ชัดว่า พี่ชายฉันผิดไม่ใช่เหรอ พี่ชายฉันก็บอกว่าไม่ได้ทำ พี่ชายฉันไม่มีวันทำเรื่องชั่วๆ แน่นอน” กชนิภามั่นใจในตัวยศวิน “แต่ถึงพี่ชายฉันกับเพื่อนอีกสองคนจะทำผิด คุณก็ไม่มีสิทธิ์ทำกับเขาอย่างนี้เพราะคุณไม่ใช่ตำรวจ ไม่ใช่ผู้พิพากษาถึงได้มีอำนาจลงโทษใคร คอยดูนะ ฉันจะไปแจ้งตำรวจให้จับคุณกับพวกโทษฐานทำร้ายร่างกาย”
เหล่าลูกน้องของอัสวานต่างพากันเสียวสันหลังแทนผู้พูด ไม่เคยมีใครกล้าโต้เถียงหรือพูดจาเช่นนี้กับเจ้านายเขาสักคน มีแต่กลัวจนหัวหด แล้วเธอคงไม่รู้ว่า ผู้ชายคนนี้เป็นมากกว่าผู้พิพากษาหรือตำรวจ
อัสวานมองหน้าผู้หญิงปากกล้าที่กล้าต่อปากต่อคำกับเขาอย่างไม่เกรงกลัว แต่อีกใจก็คิดว่า เธอเป็นคนไทยจึงไม่รู้จักเขา ไม่รู้ว่าคนอย่างอัสวานทำอะไรได้บ้าง วันนี้เธอจะได้รู้ว่า เขาเป็นมากกว่าที่เธอคิด
“เธอเป็นคนต่างถิ่นถึงไม่รู้ว่าฉันคือใคร ฉันจะบอกเธอเอาบุญก็ได้ว่า ฉันชื่อชีคอัสวาน อับดุลการิมเป็นลูกชายคนเดียวของชีคโมฮัมหมัด อับดุลการิม ผู้ปกครองแคว้นซัสเชียร์แผ่นดินที่เธอเหยียบอยู่ และจะได้เป็นชีคปกครองแคว้นนี้ต่อจากพ่อของฉัน แค่นี้ก็คงมากพอที่ทำให้เธอรู้ว่า ฉันอยู่เหนือกฎหมาย เหยียบอยู่บนกฎหมู่ที่ฉันจะทำอะไรกับใครก็ได้ โดยเฉพาะคนชั่วช้าเลวทรามอย่างพี่ชายเธอกับเพื่อน” กชนิภาตกใจอีกทำนบที่รู้ความจริงว่า ชายน้ำเสียงเข้มห้วนคือใคร ทำให้เธอรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยในชีวิตของพี่ชายรวมทั้งตัวเธอเองด้วย “คนอย่างฉันถ้าไม่มั่นใจว่าพวกมันทำชั่วจริงก็ไม่มีวันทำแบบนี้ แต่ฉันรู้ไง รู้หมดทุกอย่าง โซเฟียเป็นคนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับฉัน บอกฉันด้วยว่าใครคือคนทำ แล้วฉันก็มีหลักฐานว่าพวกมันทำจริงๆ จากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพตอนที่มันลากโซเฟียเข้าไปในห้องแล้วปู้ยี้ปู้ยำ เธออยากเห็นภาพตอนนั้นไหม ตอนที่พวกพี่ชายเธอลากโซเฟียเข้าห้อง ถ้าอยากเห็นฉันจะเปิดให้ดู”
น้ำเสียงช่างน่าเกรงขาม มีความโกรธาในเนื้อเสียง แววตาอัสวานดุดันเคียดแค้น คำพูดและเสียงร้องไห้และทีท่าหวาดกลัวของโซเฟีย เป็นภาพจำที่ไม่มีวัน ราวกับว่าฝังอยู่ในความรู้สึกของเขาก็ว่าได้ และการกระทำของชายทั้งสาม เสมือนกับย่ำยีศักดิ์ศรีของโซเฟีย รวมถึงตัวเขาในฐานะคู่หมั้น
เหมือนมีก้อนแข็งๆ อุดอยู่ตรงลำคอกชนิภา เธอไม่อาจเปล่งเสียงออกมาได้แม้ว่าจะมีคำพูดมากมายที่อยากเอ่ย อยากโต้เถียง แต่ด้วยท่าทางมั่นใจของเขา และยศวินก็ไร้คำพูดแก้ต่าง ทั้งที่อุปนิสัยของพี่ชาย หากไม่ทำผิดจะไม่ยอมรับความผิดที่ตนไม่ได้ทำเด็ดขาด ทำให้เธอเริ่มรู้สึกว่า ยศวินกับเพื่อนอีกสองคนกระทำความผิดจริง
“ในเมื่อคุณมีหลักฐาน ทำไมไม่ให้ตำรวจจัดการล่ะ คุณทำแบบนี้ก็ไม่ถูก มาตัดสินความผิดของคนอื่นตามอำเภอใจไม่ได้ ถึงแม้ว่าคนที่ถูกกระทำจะเป็นคนสำคัญของคุณก็ตาม” ใจหนึ่งก็กลัว แต่อีกใจหนึ่งก็คิดค้านเขา
“ก็เพราะกฎหมายที่จะลงโทษมันสามตัว ไม่ทำให้ฉันสะใจไงล่ะ วิธีของฉันจะทำให้พวกมันหลาบจำ” อัสวานเน้นเสียงพูด แววตายังไม่ลดความร้อนแรงแห่งโทสะ “กูให้โอกาสมึงอีกครั้ง บอกกูมาว่า พวกมึงสามตัวทำระยำกับโซเฟียจริงไหม ตอบให้ผู้หญิงคนนี้ได้ยินชัดๆ สิว่า มึงสามตัวทำผิดจริง”
อัสวานไม่พูดเปล่า ยังรับปืนจากลูกน้องที่ส่งมาให้ ก่อนเล็งไปที่โอดิลที่เขารู้ประวัติมันอย่างดี ภาษาที่เขาพูดคือภาษาสากล ที่คนส่วนใหญ่ในจามาลพูดได้ เนื่องจากค้าขายกับชาวต่างชาติที่ใช้ภาษานี้ “เริ่มจากที่มึง ไอ้โอดิล ไอ้ชาติชั่ว”
โอดิลรู้จักชายคนนี้ดีว่าคือใคร เขาคือทายาทเพียงคนเดียวของชีคโมฮัมหมัด อับดุลการิม ผู้ปกครองแคว้นซัสเชียร์ อัสวานผู้ถูกกล่าวขานว่าโหดเหี้ยม เด็ดเดี่ยวและกล้าหาญ เขาปราบกองโจรนอกรีดหลายต่อหลายกลุ่ม เป็นที่รักของคนในหมู่บ้านกลางทะเลทราย รวมถึงคนในซัสเชียร์ที่ให้ความเคารพและยำเกรงไม่ต่างจากคนเป็นพ่อ แล้วถ้าหากเขารู้ว่า ผู้หญิงที่ตนข่มขืนคือคู่หมั้นของอัสวาน เขาจะไม่แตะต้องเธอแม้แต่ปลายก้อย และเมื่อถูกข่มขู่เช่นนี้โอดิลถึงกับกลัวขึ้นสมอง รักตัวกลัวตายขึ้นมาทันใด
“อย่าครับ อย่ายิงผม ผมสารภาพแล้วครับ” ก่อนหน้านี้โอดิลยังปฏิเสธเสียงแข็งเพราะไม่รู้ว่า หญิงสาวที่ตนย่ำยีคือใคร ทว่าตอนนี้กลับลนลาน ตัวสั่นยามมองปืนตรงหน้า แล้วยิ่งสั่นมากขึ้นเมื่อมองเห็นหน้าคนถือปืน
“มึงรีบพูดมา ก่อนที่กูจะจงใจทำปืนลั่นใส่ตัวมึง แล้วไม่ใช่แค่นัดเดียวนะ กูจะยิงมึงหมดแม็กเลย” อัสวานขู่ที่พร้อมทำจริงได้ทุกเวลา
“ผมทำเองครับ ผมกับไอ้นันข่มขืนผู้หญิงคนนั้น ส่วนไอ้ยศคอยดูต้นทางครับ”
โอดิลยอมคายความจริง แล้วความจริงจากปากโอดิลเรียกความตกใจให้กับกชนิภาและอังคณามาก เพราะพาดพิงถึงยศวิน
“ได้ยินเต็มสองหูหรือยังว่า พี่ชายเธอมันชั่ว มันทำผิดจริง” อัสวานพูดกับสาวหน้าหวานปากกล้า ที่ตอนนี้เงียบเสียง มีความหวั่นเกรงในแววตา ก้มหน้ามองยศวินที่น้ำตาไหลออกมา วินาทีนั้นเธอรู้ได้ทันทีว่า พี่ชายกำลังสำนึกผิดในเรื่องที่ทำ กชนิภาร้องไห้ เสียใจกับการกระทำของยศวิน การศึกษาสูงไม่ได้ดึงสติยศวินให้มีความคิดความอ่านเหนือคนอื่น เขาขาดสติทำในเรื่องที่ไม่ควรทำ “ฮาริมจัดการเชือดไก่ให้ลิงดู”
3
อัสวานสั่งลูกน้องที่เดินไปยังผนังห้อง ทุกคนที่ไม่ใช่ลูกน้องเจ้าของคำสั่งมองไปยังผนังห้องที่ค่อยๆ เปิดออก ด้านหลังผนังคือกรงสิงโตเพศผู้สองตัวเดินไปเดินมาอยู่ในกรงนั้น ฮาริมเปิดช่องขนาดเท่ากับหน้าต่างรถยนต์ออกกว้าง ลูกน้องอีกสองคนของคนออกคำสั่งช่วยกันนำร่างโอดิลที่พยายามดิ้นรนต่อสู้ มองไปยังกรงสิงโตด้วยความหวาดกลัวจับใจ
“อย่า อย่าทำอะไรผม ผมกลัวแล้ว ผมยอมรับผิดแล้ว”
โอดิลขืนตัวเต็มที่ไม่ให้ชายทั้งสองพาตนเข้าใกล้กรงสิงโต แต่ดูเหมือนว่าแรงเขานั้นน้อยนิด ไม่อาจสู้แรงทั้งสองได้ เสริมกำลังด้วยฮาริมช่วยยกตัวเขาให้ลอดผ่านช่องนั้นเข้าไปในกรง หัวใจโอดิลสั่นระรัว กลัวจับจิตจับใจ คำพูด คำอ้อนวอนของเขาไม่เป็นผล
“ตอนที่มึงทำชั่วกับโซเฟีย กูมั่นใจว่าโซเฟียต้องขอร้องมึง แต่มึงคงไม่ฟัง แล้วนี่คือโทษของมึง”
ชีคอัสวานพูดขณะที่ร่างโอดิลตกลงไปในกรงสิงโต สัตว์เลี้ยงแสนน่ารักของอัสวานมองเหยื่อที่คนเลี้ยงดูส่งมาให้ สิงโตทั้งสองตัวคำรามดังลั่น ก้าวเข้ามาหาโอดิลที่พยายามจะปีนช่องนั้นให้ตนเองพ้นจากความตาย ทว่าฮาริมปิดช่องนั้นทันควัน สิงโตทั้งสองตัวเข้าขย้ำร่างกายโอดิลจนเนื้อตัวขาดเป็นชิ้นๆ
“อ๊าก...อ๊าก”
เสียงอันเจ็บปวดของคนถูกสิงโตกินดังลั่น ความทรมานอันแสนเจ็บปวดจากการถูกดึงทึ้งเนื้อมากมายเหลือเกิน ไม่นานนักเสียงของโอดิลก็เงียบลง เช่นเดียวกับชิ้นส่วนร่างกายโอดิลอยู่ในปากของสิงโต
ยศวิน อนันต์ที่มีส่วนร่วมในการทำผิดครั้งนี้พากันตื่นตกใจ หัวใจเต้นรัวเมื่อเห็นบทลงโทษจากอัสวานที่ทำโดยไร้ซึ่งเมตตา ป่าเถื่อนและโหดเหี้ยม อังคณาเป็นลมเมื่อเห็นสิงโตช่วยกันรุมทึ้งร่างโอดิล ส่วนกชนิภามองตาค้างด้วยความตกใจสุดขีดกรีดร้องออกมาลั่นห้อง ไม่คิดว่าตนเองจะได้เห็นภาพอันน่าสยดสยองนี้ เป็นภาพที่ฝังใจเธอก็ว่าได้
“ต่อไปก็เป็นตาของมึงสองคน คนนี้ก่อนล่ะกัน เพราะมึงเป็นคนร่วมกันข่มขืนโซเฟีย” ฮาริมเดินปรี่เข้ามาหาอนันต์ที่กำลังลุกขึ้นวิ่งหนี แต่ด้วยถูกซ้อมอย่างหนักจึงทำให้การเคลื่อนไหวร่างกายช้า “แต่สิงโตของฉันคงอิ่มแล้ว เอาสัตว์ตัวอื่นก็แล้วกันนะ”
อัสวานกระตุกยิ้ม ลูกน้องอีกคนหนึ่งของเขาเดินไปยังผนังอีกด้าน กดปุ่มให้ผนังห้องเปิดกว้าง เผยให้เห็นบ่อจระเข้ที่มีจระเข้ตัวใหญ่อยู่สองตัว อนันต์เห็นแล้วตาเหลือลาน ดิ้นรนสุดฤทธิ์ไม่ต่างกับโอดิล
“ไม่นะ ปล่อย ปล่อยฉัน ปล่อย” อนันต์ขืนตัวเต็มที่
“แต่ฉันว่า พาอีกคนนึงไปด้วยดีกว่านะ จระเข้ฉันตัวใหญ่กินมึงคนเดียวคงไม่อิ่ม” อัสวานพยักหน้าให้ฮะซีนที่รู้หน้าที่ ไปดึงร่างยศวินที่อยู่ในอ้อมแขนกชนิภา แต่กชนิภาก็ไม่ยอมดึงร่างของพี่ชายไว้ ทว่าแรงเธอไม่อาจสู้แรงฮะซีนได้ อีกทั้งยศวินก็ไม่มีเรี่ยวแรงขัดขืนเนื่องจากถูกซ้อมจนน่วม ในที่สุดฮะซีนก็พาร่างพี่ชายออกห่างร่างน้องสาวได้สำเร็จ
“อย่าทำอะไรพี่ชายฉันเลย ฉันไหว้ล่ะ พี่ชายฉันไม่ได้ลงมือข่มขืนด้วย อย่าลงโทษถึงตายเลยนะคะ”
กชนิภาอ้อนวอนอัสวาน ยกมือไหว้ชีคผู้เหี้ยมโหดตามปากพูด อัสวานมองหญิงสาวที่กล้าต่อปากต่อคำกับตนทั้งที่พี่ชายตัวเองผิดด้วยสายตาแข็งกร้าว ก่อนยกมือเป็นสัญญาณให้ลูกน้องหยุดลากตัวชายทั้งสองคน
“แลกกับอะไรล่ะ” กชนิภาเงยหน้ามองคนพูด
“เงินเหรอคะ คุณต้องการเท่าไหร่ ฉันจะหามาให้คุณค่ะ” อัสวานกระตุกยิ้ม นัยน์ตาประกายความเจ้าเล่ห์
“เงินฉันมีเยอะ เยอะจนฉันใช้ไม่ไหว แล้วฉันจะต้องการเงินจากเธอทำไม”
“แล้วคุณต้องการอะไร บอกฉันสิคะ ฉันจะรีบหามาให้คุณ ขอแค่คุณอย่าทำอะไรพี่ชายฉัน ฉันยอมทุกอย่าง”
“ฉันอยากได้ของที่ฉันไม่มีมากกว่า”
“อะไรคะ คุณต้องการอะไร” เมื่อมีโอกาส กชนิภารีบคว้า
“ตัวเธอไงล่ะ ถ้าอยากให้พี่ชายเธอรอด เธอต้องเป็นนางบำเรอของฉัน” กชนิภาตกใจอ้าปากค้าง ดวงตาสั่นไหวเสมือนหัวใจที่เต้นเร็วแรง เธอไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคนี้ ประโยคที่ทำให้ ร่างกายทุกสัดส่วนแข็งทื่อ อาการตกใจไม่ได้เกิดแค่กชนิภาคนเดียว ยศวินก็ตกใจไม่คิดว่า อัสวานจะยื่นข้อเสนอนี้ “ฮะซีนจัดการ”
ของแบบนี้ต้องมีแรงกระตุ้น ฮะซีนรู้คำสั่ง เขาลากตัวยศวินเข้าใกล้กรงจระเข้ ยศวินออกแรงทั้งหมดที่มีดิ้นรนหนี แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มาก ในที่สุดยศวินถูกลากไปถึงกรงสัตว์ร้าย ฮะซีนเปิดช่องตรงกรงกำลังทำแบบเดียวกับที่ฮาริมทำกับโอดิล
“โรสช่วยพี่ด้วย พี่ยังไม่อยากตาย ช่วยพี่ด้วยโรส”
ยศวินร้องตะโกนลั่น ความกลัวอาบทั่วจิตใจ ไม่สนใจว่าการที่ตนรอดตายจะแลกด้วยสิ่งใด
“จัดการมันฮะซีน” อัสวานเปล่งเสียงคำสั่ง อาดีบเดินเข้ามาช่วยฮะซีนยกร่างยศวิน
“ฉันยอมแล้ว ฉันยอมแล้ว” กชนิภาเสียงสั่น “ฉันยอมคุณแล้ว คุณก็ต้องรักษาสัญญาด้วย”
อัสวานกระตุกยิ้ม พอใจกับคำตอบ ซึ่งเขามั่นใจเกินร้อยว่า เธอต้องยอม แล้วก็เป็นไปตามที่เขาคาดเดาไม่ผิดเพี้ยน
“คนอย่างฉันพูดคำไหนคำนั้น” อัสวานบอกสาวปากกล้า ก่อนพยักหน้าให้ลูกน้องที่ปล่อยร่างยศวินกับอนันต์ คนเป็นพี่ชายรีบคลานมาหาน้องสาว กอดรัดร่างกชนิภาไว้แน่นแล้วเอ่ยขอบคุณเบาๆ โดยไม่นึกถึงใจคนเป็นน้องสักนิดว่า จะรู้สึกอย่างไร เสียใจมากแค่ไหนที่ต้องใช้ร่างกายแลกชีวิตพี่ชาย