ไม่กี่นาทีต่อมากุ๊กไก่ก็นั่งเผชิญหน้ากับผู้ชายแปลกหน้าที่เคยเป็นคนคุ้นเคยที่สุดคนหนึ่งของเธอ
"นายคืออชิจริง ๆ เหรอ"
ชายหนุ่มยกกาแฟขึ้นดื่มแล้วพยักหน้า
"แน่นอนสิ จำไม่ได้จริง ๆ เหรอ"
กุ๊กไก่ส่ายหน้า และพูดตามตรง
"แต่ก่อนนายไม่ใช่แบบนี้นี่ นายคือไอ้อ้วนอชิไม่ใช่เหรอ"
นอกจากใบหน้าที่หล่อเหลาขั้นเทพของเขาแล้ว กุ๊กไก่ยังเผลอมองรูปร่างสูงโปร่งที่พอเหมาะพอเจาะ เมื่อก่อนเธอรู้ว่าเขาเป็นคนสูง แต่เพราะเขาเจ้าเนื้อจึงดูแตกต่างจากตอนนี้เป็นอย่างยิ่งและหลายปีที่ไม่ได้เจอกันผู้ชายคนนี้กลับสูงขึ้นกว่าเดิมมาก
กุ๊กไก่เคลื่อนสายตาอย่างช้า ๆ มองไปจนถึงริมฝีปากสุดเซ็กซี่ของเขา จู่ ๆ เธอก็รู้สึกร้อนขึ้นมา
วันนี้อชิสวมเสื้อยืดสีขาว ทำให้กุ๊กไก่อยากสาดน้ำสักแก้วใส่เขาเพื่อมองดูว่าข้างในนั้นจะมีซิกแพคแน่น ๆ หรือว่าจะเป็นก้อนไขมันหนากันแน่ กระทั่งเธอเลื่อนสายตาลงต่ำและหยุดสายตาที่ตรงนั้นอย่างลืมตัว
คิดอย่างเป็นจริงเป็นจังว่าในเมื่อเขาผอมลง ตรงนั้นมันจะหดลงด้วยหรือเปล่า?
อชิกระแอม
"มองพอหรือยัง ถ้าจะมองกันขนาดนี้เธอขอให้ฉันถอดเสื้อผ้าให้ดูเลยดีกว่า"
กุ๊กไก่พยายามระงับอารมณ์ทั้งหมดที่กำลังพุ่งสูงขึ้น ปรับสีหน้าให้เป็นปกติแต่ยังเผลอเลียริมฝีปากไม่ได้ เธอยังเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย
"ก็ไม่มีอะไรน่ามองสักเท่าไหร่นี่"
เพื่อไม่ให้ตัวเองขายหน้ากุ๊กไก่จึงรีบพูดขึ้นเธอยังหันหน้าออกไปดูนอกร้านอีกด้วย
อชิยักไหล่ท่าทางดูดีเป็นอย่างยิ่ง กุ๊กไก่จึงเอาแต่คิดว่าผู้ชายคนนี้ไม่ว่าจะทำอะไรกิริยาท่าทางล้วนน่ามองจนสามารถดึงสายตาของเธอได้เป็นอย่างดี
"บอกไม่มีอะไรน่ามอง แต่เห็นจ้องเป้าฉันแทบจะทะลุ"
กุ๊กไก่สะอึก แต่คนอย่างเธอมีหรือจะยอมแพ้ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำก็ผ่านมาแล้ว เธอเอียงคอมองเขากุ๊กไก่จำได้ว่าอชิคนนี้แต่ก่อนขี้อายขนาดไหน และเธอก็ยังไม่ลืมความเจ็บช้ำที่เขาปฏิเสธเธอในวันนั้น
เป็นรักแรกของฉันนับว่าเป็นวาสนาแท้ ๆ แต่กลับปฏิเสธฉันได้ยังไง แน่ล่ะ ฉันอยากจะเอาคืน
เธอหัวเราะออกมาแล้วบอกเขาว่า
"ก็ตรงนั้นน่ะ ฉันแค่สงสัยว่ามันจะหดเหมือนร่างกายของนายหรือเปล่า"
อชิมองเธอด้วยสายตาค่อนข้างเย็นชา
"เธออยากรู้จริง ๆ เหรอ"
คราวนี้กุ๊กไก่ยักไหล่
"ก็นิดหน่อย"
คำพูดว่านิดหน่อยนั้นช่างตรงข้ามกับความอยากรู้อยากเห็นที่มีมากมายเกินบรรยายในใจเธอเหลือเกิน
อชิหัวเราะเมื่อเห็นท่าทางประหลาดของคนที่บอกว่านิดหน่อย แต่สายตาคู่หวานนั้นกลับจ้องมาที่เป้ากางเกงของเขาด้วยความสงสัยใคร่รู้
เขาขยับมานั่งที่เก้าอี้ตัวข้าง ๆ ของเธอ แล้วฉวยมือเรียวของกุ๊กไก่ทันที กุ๊กไก่ตกใจพยายามที่จะดึงมือของตัวเองหนี แต่อชิกลับพูดว่า
"ไหนบอกอยากรู้ไงล่ะ แค่ฉันจับมือก็กลัวแล้วเหรอ"
กุ๊กไก่ถลึงตาใส่เขา
"ฉันจะกลัวอะไรนาย คนอย่างนายมีอะไรน่ากลัวกัน"
แล้วเธอก็ปล่อยให้เขาจับมือของเธอ อชิแบบมือเรียวของกุ๊กไก่เบา ๆ
"ถ้าไม่กลัว"
คำพูดติดอยู่ที่ริมฝีปากของเขา กระทั่งเขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้เธอ
"อยากจับดูมั๊ยล่ะ"
กุ๊กไก่สำลักจนไอออกมา เธอมองไปรอบ ๆ ร้านอย่างระแวงกลัวจะมีใครอยู่แล้วได้ยินเรื่องที่พวกเธอคุยกัน เพราะวันนี้เกิดเรื่องเธอจึงให้พนักงานกลับไปก่อนแล้ว
ถึงจะไม่ได้เจอกันนานหลายปี แต่กุ๊กไก่กับสามารถต่อติดความรู้สึกสนิทสนมกับอชิได้อย่างรวดเร็ว เพราะเขาคือคนเดียวที่เธอคิดว่าเป็นครอบครัวที่ยังเหลืออยู่ในโลกนี้ของเธอ
ถึงจะไม่ได้เจอกันนานแต่ความสัมพันธ์ของพวกเขาผูกพันธ์และลึกซึ้งแค่ไหนคนสองคนย่อมตระหนักได้โดยไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เพียงแต่ว่าเขาทำให้เธอโกรธมานานเกินไป นานจนเธอพยายามจะไม่มองเขาเป็นญาติเพียงคนเดียวอีก
เธอยังโกรธที่เขาทำให้เธอขายหน้าในตอนนั้นและหลังจากนั้นเขาก็หายไปจากชีวิตของเธอโดยไม่ติดต่อมาอีก แม้ว่าเธอจะพยายามอยู่หลายปีเพื่อค้นหาอชิ แต่ผู้ชายคนนี้ก็หายไปราวกับตายไปแล้ว
สุดท้ายเธอจึงเลิกพยายามที่จะตามหาเขาอีก คิดว่าถ้ามีวาสนาสักวันคงได้เจอกันอีก กับเขาผู้ชายที่เคยเป็นทุกอย่างในชีวิตของเธอ
"ว่าไงล่ะ ไม่กล้าแล้วเหรอ" อชิย้ำถาม ทั้งยังโบกมือผ่านหน้าเธอเมื่อกุ๊กไก่เหมือนจะเหม่อลอยไปแล้ว
กุ๊กไก่มองเขาแล้วหัวเราะเสียงดังดึงความคิดของตัวเองที่กำลังเตลิดให้กลับมาทันที
"นายหายไปนานแค่ไหนจนฉันลืมไปแล้ว และไม่คิดว่านายจะเปลี่ยนตัวเองได้ขนาดนี้ พอไม่มีฉันแล้วก็หล่อเลยนะ ไอ้เลว ทิ้งฉันไว้คนเดียวแล้วกล้าดียังไงกลับมาหาฉันอีก ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือยังไงวะ"
อชิยกมือขึ้นเหมือนกับจะขอโทษ
"จะด่ายังไงก็ด่าแต่อย่าเยอะมากเดี๋ยวสำนึกผิดไม่ทัน ที่หายไปนี่ก็เพราะไปหาเงินไง เธอชอบเงินไม่ใช่เหรอถ้าฉันไม่รวยฉันไม่กล้ามีหน้ามาเจอเธอหรอก"
"เห๊อะ รู้ดี อีกอย่างนายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบให้ใครมาท้าทายโดยเฉพาะคนขี้ขลาดอย่างนายคิดยังไงมาท้าฉันแบบนี้ ไม่กลัวว่าฉันจะกล้าจับมันจริง ๆ เหรอ แค่ไอ้หนอนเล็ก ๆ ของนายฉันจับมาตั้งแต่เด็กจนชินมือไปแล้ว"
อชิยิ้มเธอรู้ว่าเขากำลังยิ้มยั่วเธอ
"เธอไม่กล้าหรอก ฉันรู้ดีแต่ก่อนก็ทำเป็นอวดดีแต่ก็เป็นคนที่ขี้ขลาดคนหนึ่ง ตอนนี้หนอนเล็กเป็นหนอนใหญ่มาก ระวังมันจะกัดมือขาด"
กุ๊กไก่เชิดหน้าขึ้น แค่นเสียงเย็นออกมา
"ฉันเปลี่ยนไปแล้ว ไม่กลัวอะไรแล้ว เพราะใครล่ะที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้"
อชิเหมือนจะสลดลงไปเล็กน้อย
"ฉันก็กลับมาแล้วนี่ไง ยากจนไม่ใช่เหรอตอนนี้ เจ้าชายของเธอมาแล้ว"
เธอไม่ได้ฟังเขาโอ้อวด เมื่อเวลานี้โอกาสของกุ๊กไก่มาถึง เธอสะบัดมือของอชิออกแล้วขยับมือว่องไวไปที่เป้ากางเกงของเขาเธอคลำอยู่ชั่วครู่ และเธอก็ไม่สามารถสัมผัสอะไรได้ นั่นทำให้กุ๊กไก่เปล่งเสียงหัวเราะขบขันออกมา
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า นายนี่มันเล็กเหมือนใจของนายจริง ๆ ยังมีหน้ามาท้าทายฉันอีก"
กุ๊กไก่หดมือของตัวเองกลับมาวางไว้บนโต๊ะ ในขณะที่ใบหน้าของอชิเปลี่ยนเป็นสีแดง
"ผู้หญิงลามกอาศัยทีเผลอลวนลามชาวบ้าน"
กุ๊กไก่ทำท่าล้อเลียน
"ใครให้นายมาท้าทายฉันก่อนล่ะ เล็กแบบนี้อย่ามาทำให้ฉันเสียเวลาเลย"
"นั่นมันเพราะเธอจับไม่ถูกที่และเธอจับเร็วเกินไปเลยไม่ทันเจอ"
"โอ๊ย ยังจะแก้ตัวอีกยอมรับเถอะว่าเล็กฉันรับรองว่าจะไม่บอกใครหรอก"
กุ๊กไก่ยังหัวเราะไม่หยุด อชิสูดหายใจเข้าลึก คิดจะจับมือของเธอแล้วยัดเข้าไปสัมผัสท่อนเนื้อของตัวเองอีกครั้ง หรือไม่ก็ถอดกางเกงโชว์เธอซะเลย
แต่เมื่อคิดไปคิดมาก็รู้สึกว่าตัวเองชักจะเหมือนคนโรคจิตแล้ว ตั้งแต่มานั่งกับเธอเกือบครึ่งชั่วโมงมานี้นอกจากเรื่องรูปร่างหน้าตาของเขาที่เปลี่ยนไป พวกเขาทั้งสองคนยังเอาแต่หมกมุ่นเรื่องขนาดอวัยวะเพศของเขาจนลืมไปว่าพวกเขาเพิ่งเจอกันแท้ ๆ
มีเรื่องมากมายที่สมควรพูด และแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องลามกแบบนี้
กุ๊กไก่เช็ดน้ำตาที่ไหลเพราะขบขัน เธอมองเขาอย่างเต็มตาอีกครั้ง ความรู้สึกรักและผูกพันธ์ยังคงอยู่ไม่เคยเปลี่ยน แต่ตอนนี้ต่างคนก็มีชีวิตของตัวเองแล้ว เธอเสียใจมามากมายและตามหาเขามาตลอดหลายปี
แต่วันนี้ที่ได้เจอหน้าเขา เธอกลับโกรธจนไม่คิดถามว่าเขาหายหัวไปไหนมา และมีฐิทิเกินที่จะอยากรู้เรื่องของเขา ช่างแม่งมันสิ กล้าหายหัวไปแบบนั้น แปลว่าอชิไม่แคร์เธอสักนิด เรื่องอะไรเธอต้องแสดงท่าทางสนใจมันด้วยละ เมื่อได้เวลาแล้ว เธอคิดว่าต้องรีบกลับเสียที
"เอาล่ะ ก็ดีใจนะที่เจอนายและขอบคุณที่มาช่วยฉัน แต่ฉันต้องกลับแล้วลาก่อน แล้วไสหัวไปไกล ๆ เลยไม่ต้องมาเจอฉันอีก ไอ้เวร"
อชิลุกขึ้นเขาจับแขนกุ๊กไก่เอาไว้ ใบหน้ายิ้มละไมไม่ได้โกรธที่ถูกเธอด่าเลยสักนิด แต่กลับดีใจที่เธอยังด่าเขาและใช้คำพูดที่ดูคุ้นเคยกันเหมือนวันวาน ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด
นี่แสดงว่าช่วงระยะเวลาที่ไม่ได้ติดต่อกันมาตลอดหลายปี กุ๊กไก่ยังคงเป็นเด็กหญิงผมเปียปากจัดคนเดิมไม่เคยเปลี่ยน มันทำให้เขารู้สึกดีใจมากกว่าที่ตัวเองคิดเอาไว้อีก เขารั้งเธอไว้แล้วจ้องตาของเธอก่อนจะพูดออกมา
"อืม ฉันด้วย"
กุ๊กไก่คิดว่าเขาเองก็คงจะไปเหมือนกัน เธอไม่ได้ถามว่าเขามาหาเธอทำไม เพราะยังเคืองอยู่มากไม่ได้ถามถึงเบอร์มือถือของเขา ไม่คิดจะติดต่อเขาอีก เจอกันด้วยความบังเอิญครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว คนที่เคยทิ้งเธอไม่คู่ควรที่จะเป็นเพื่อนของเธออีกต่อไป
จนกระทั่งกุ๊กไก่เห็นกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ใบหนึ่งวางอยู่ใกล้ประตูทางเข้า เธอจึงอุทานออกมาอย่างตกใจ
"แย่แล้ว ของลูกค้าคนไหนกันลืมไว้"
อชิเดินมาหยุดข้าง ๆ เธอแล้วบอกว่า
"ของฉันเอง"
กุ๊กไก่มองเขาด้วยความสงสัย
"นายจะไปไหน"
เขายิ้มยังไม่ตอบ หญิงสาวเห็นว่าไม่ใช่เรื่องของเธอที่จะไปถามแบบนั้น สองคนไม่สนิทกันแล้วนี่นา เธอจึงบอกเขาว่า
"เอาเถอะ จะไปไหนก็ไปเถอะเรื่องของนายโชคดีแล้วกัน ออกมาได้แล้วฉันจะปิดประตูล็อกร้าน อย่ามาเกะกะสายตา"
อชิเดินลากกระเป๋าออกมาหน้าร้าน ยังช่วยกุ๊กไก่ดึงประตูเลื่อนลงแล้วล็อกอย่างแน่นหนา
"ขอบใจลาก่อน"
เธอเดินนำหน้าเขา อชิเดินตาม กุ๊กไก่กลอกตาเมื่อชายหนุ่มยังไม่ยอมไปไหน กระทั่งในที่สุดเธอก็เดินมาหยุดที่หน้าตึกรอเรียกแท็กซี่เพื่อกลับบ้าน
"จะเรียกรถก็ไปเรียกไกล ๆ อย่ามาเกะกะขวางทางคน"
อชิไม่ตอบเธอ เขายังโบกรถแท็กซี่ตัดหน้าเธออีก กุ๊กไก่กัดฟันเมื่อรถคันนั้นดันจอดให้เขาด้วยสิ ชายหนุ่มเก็บกระเป๋าที่กระโปรงท้ายรถเรียบร้อยก็เปิดประตู แล้วลากแขนกุ๊กไก่ให้ขึ้นมาด้วย
กุ๊กไก่ไม่ทันตั้งตัวจึงขึ้นรถมาพร้อมเขาด้วยความมึนงง นี่ฉันขึ้นมาทำอะไรที่นี่
"ไปที่คอนโดXครับ"
เขาบอกคนขับกุ๊กไก่ตาโตหันไปมองเขา
"อ้าวนายพักคอนโดเดียวกันกับฉันเหรอ"
เขาไม่พูดอีกดีที่ยังพยักหน้า กุ๊กไก่บิดข้อมือของตัวเองที่ถูกเขากุมอยู่ บ่นเบา ๆ พอได้ยิน
"โลกกลมชะมัด ยังพักที่เดียวกันกับฉันอีก"
คนขับแท็กซี่มองดูพวกเขาสองคน คนหนึ่งท่าทางเป็นคุณหนูหน้าตาสวยมากและคงสำออย อีกคนหนึ่งเหมือนนายแบบสำเนียงยังติดฝรั่งนิด ๆ เขาจึงกระแอมพูดว่า
"ช่วงนี้แถวนั้นรถติดครับ คิดเหมานะครับเจ็ดร้อยบาทถ้วน"
กุ๊กไก่ได้ยินแบบนั้นก็เลือดขึ้นหน้า
"ไม่มิเตอร์เหรอคะ โอ๊ย คนไทยสมัยนี้หากินง่ายนะคะ นี่ขนาดคนไทยด้วยกันพี่ยังโขกสับค่าโดยสาร อย่าพูดถึงต่างชาติเลย ฉันจะบ้าตาย เอาเลย คิดเลยสิแบบเหมาน่ะ ฉันบันทึกวิดีโอไว้หมดแล้ว และจะฉันโทรแจ้งหน่วยงานเพื่อร้องเรียน เพราะคนแบบคุณนี่แหละที่ทำให้คนที่เขาขับแท็กซี่ดี ๆ เสียหมด คุณนี่สมควรโดนจับจริง ๆ อ้อ ชื่อนายนพดล เหรอ ได้ฉันจะโทรเข้าไปหน่วยงานที่รับเรื่องร้องเรียนเดี๋ยวนี้ คอยดูว่าคุณจะถูกปรับและถูกเพิกถอนใบอนุญาติหรือเปล่า"
ว่าแล้วเธอก็ดึงโทรศัพท์ออกมาไม่ยอมลงจากแท็กซี่คันนี้ ใช่เพราะมันเรียกยากเหลือเกินจนกุ๊กไก่โมโหแล้ว
"เบอร์อะไรนะแล้วนะ เดี๋ยวก่อนฉันหาก่อน"
กุ๊กไก่ยังไม่ได้หาเบอร์อชิก็ตอบทันที
"1584 เบอร์ร้องเรียนแท็กซี่ 1584"
กุ๊กไก่ตบมือ "ใช่ 1584"
เธอยังไม่ได้กดลงไป คนขับรถก็หันมาบอกเธอพร้อมกับขอโทษทันที
"อย่าโทรเลยนะครับ ผมต้องโดนปรับและโดนงดขับด้วย เอาแบบนี้ผมกดมิเตอร์แล้วและจะไปส่งถึงที่เลยครับ ขอโทษนะครับ"
"แน่นะ"
กุ๊กไก่กำมือ เธอมองเห็นกล้ามอชิแล้ว กล้ามโตใช้ได้ต่อยคุณลุงคนผอมนั้นสักหมัดคงสลบ เอาล่ะในเมื่อเธอเป็นต่อเธอจึงกล้าข่มขู่คน
"ถ้ายังทำนิสัยแบบนี้อีก หนูให้เพื่อนจัดการลุงแน่นอนเขาเป็นลูกชายอธิบดีกรมตำรวจ รู้จักหรือเปล่าท่านอธิบดีน่ะ สนิทกัน"
อชิมองกุ๊กไก่ด้วยความขบขัน เอาล่ะสิอยู่ ๆ ก็มีหน้ามีตามีพ่อเป็นคนใหญ่คนตัวเพราะยัยกุ๊กไก่นี่อวยยศให้ซะแล้ว
คนขับแท็กซี่ตกใจอยู่มาก เขาจึงลนลานขับรถไปโดยไม่พูดอะไรอีก
จนกระทั่งพวกเขามาถึงคอนโด กุ๊กไก่ดึงกระเป๋าตังค์ออกมา เธอแอบหลบนิดหน่อยไม่ให้อชิเห็น เมื่อในกระเป๋าตังค์ชาแนลใบละหลายแสนของเธอมีเงินอยู่ในนั้นไม่ถึงพันบาท
อยากจะด่าตัวเองนักที่ลืมตัวไม่ยอมขึ้นรถไฟใต้ดินกลับยังจะประหยัดกว่านี้อีก แง แง
เธอไม่ได้บอกให้อชิจ่ายค่าแท็กซี่ เพราะตัวเองกลัวเสียหน้า แต่แกล้งดึงเงินออกมาช้า ๆ จนกระทั่งอชิพูดขึ้นว่า
"เท่าไหร่ครับ"
กุ๊กไก่ลอบยิ้ม เหอะ แผนนี้ได้ผลว่ะ
คิดแล้วก็เก็บกระเป๋าอย่างเงียบเชียบ
คนขับแท็กซี่จ้องเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ประหนึ่งจะด่าว่า ไม่แหกตาดูมิเตอร์เหรอ ยังพูดห้วน ๆ อีก
"สี่ร้อยห้าสิบบาท"
ก่อนจะลงจากรถกุ๊กไก่ยังขู่คุณลุงคนนั้นอีกหน่อย ไม่ให้เขาทำนิสัยแบบนี้กลับใคร
"หนูจำชื่อลุงแล้วแจ้งไปที่อธิบดีแล้ว ต่อไปถ้าลุงทำอีกลุงหมดหนทางทำมาหากินแน่ กดมิเตอร์ทุกครั้งจำไว้ด้วย"
แท็กซี่รับคำแล้วรีบขับออกไปอย่างรวดเร็ว
กุ๊กไก่ไม่สนใจอชิแล้วเธอเดินเข้าไปในคอนโดก่อนโดยมีอชิลากกระเป๋าตามมาติด ๆ กระทั่งกดลิฟต์อชิก็ปล่อยให้กุ๊กไก่กดคนเดียว เขายังตามมาเงียบ ๆ เธอมองเขาอย่างระแวงแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
เมื่อถึงหน้าห้องเธอกุ๊กไก่ก็รู้แล้วว่าเขาตามเธอมาจริง ๆ ห้องตรงข้ามเป็นห้องของเควิลและลูเซียโน่ที่ซื้อเอาไว้ ทั้งชั้นมีแค่สองห้อง เจ้าหมอนี่ถูกจับได้แล้ว
"ว่ายังไงจะบอกมาได้หรือยังว่าตามฉันมาทำไม"
อชิวางปล่อยกระเป๋าใบโตแล้วกอดอกมองเธอยิ้ม ๆ
"มาทำข้อตกลงกัน ฉันจะช่วยเธอทำร้านให้ได้กำไรและใช้หนี้ให้ทั้งหมดแต่เธอต้องให้ฉันอยู่กับเธอที่นี่ในฐานะสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของเธอ"
กุ๊กไก่ได้ยินดังนั้นก็ร้องออกมา
"นายบ้าไปแล้วเหรอ ใครจะมาเป็นสามีของฉันกัน นายนี่นะ ไอ้เวรที่เคยปฏิเสธฉันแล้วหายหัวไปเหมือนตายนี่นะคิดจะมาเป็นสามีฉัน คิดว่าฉันง่ายนักหรือไงยะ"
"ใช่น่ะสิ ว่ายังไงสนใจหรือเปล่า? ข้อเสนอของฉัน"
กุ๊กไก่มองเขาตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า หน้าตาหล่อเหลาเข้าที ท่าทางก็ดีดูเป็นคนมีการศึกษาสูง อีกอย่างเป็นคนที่เห็นกันมาตั้งแต่เด็ก เสนอเงินก้อนใหญ่ให้ ทั้งยังจะช่วยทำร้านให้กลับมาดังและขายดีเหมือนเดิม
เธอต้องเชื่ออชิอยู่แล้วเธอรู้ว่าเขาเก่งแค่ไหน หมอนี่มันอัจฉริยะไอคิวสูง ทำอะไรก็ดีก็เลิศไปหมด ซึ่งเป็นคนประเภทที่ตรงข้ามกับเธออย่างสิ้นเชิง ตอนนี้เธอเองก็จนตรอกแต่ศักดิ์ศรีละ มันค้ำคออยู่นะ โกรธเขาแทบตาย แต่จะมาเสียท่าเพราะเงินนี่มันใช้ไม่ได้
กุ๊กไก่เคาะกะโหลกของตัวเองไปหลายครั้ง จู่ ๆ เธอก็ตบหน้าผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างหน้าอย่างแรง
"โอ๊ย กุ๊กไก่นี่เธอทำอะไรเจ็บนะโว้ย"
อชิจับแก้มตัวเองหลังจากที่หน้าหันไปด้วยฝ่ามือ ดวงตาของกุ๊กไก่สั่นระริกนี่เกิดอะไรขึ้น เขาเจ็บจริง ๆ เหรอ
"นายเจ็บจริงเหรอ"
"ใช่อะดิ เธอตบแรงขนาดนี้ ฉันไม่ได้ตั้งใจดูถูกเธอฉันก็แค่มีเหตุผลของฉัน"
กุ๊กไก่รู้สึกชาที่มือ เมื่อสักครู่เธอฟาดเขาเข้าไปเต็มแรงจริง ๆ และเธอก็เจ็บมือด้วย น้ำตาของกุ๊กไก่ไหลออกมา อชิตกใจคิดว่าเธอเสียใจที่เขายื่นเงื่อนไขนี้
แต่แล้วกุ๊กไก่ก็หัวเราะ เธอหันมาบอกเขาพร้อมกับรอยยิ้มและน้ำตา
"นายเจ็บจริง ๆ นะไม่ได้โกหก"
"ใช่สิ ยัยบ้า"
เขายังด่าเธอเอง กุ๊กไก่ดึงเขาเข้ามาในห้องแล้วล็อคประตูทันใด จู่ ๆ เธอก็ผายมือเชื้อเชิญเหมือนอชิเป็นแขกคนสำคัญ
เอาล่ะ จากกันหลายปีเพิ่งได้มีโอกาสเจอหน้า ไม่มีใครถามสารทุกข์สุกดิบของกันและกัน คำทักทายกลับกลายเป็น คำขอแต่งงานที่แสนตลก และดูเหมือนว่าเธอกลับไม่รังเกียจเลยแม้แต่น้อย
เพราะตอนนี้ศักดิ์ศรีหรือเงินหากให้เธอเลือกเงินต้องสำคัญกว่า เธอกำลังจะอดตายนะ เธอไม่มีเวลามาห่วงศักดิ์ศรีอะไรอีกแล้ว ยิ่งกับไอ้เวรนี่ยิ่งไม่ต้องห่วงเลย
ช่างแม่งปะไรวะไม่โกรธแล้ว พระพุทธเจ้าตรัสว่า อภัยทาน คือ ทานที่ยิ่งใหญ่ กุ๊กไก่ผู้บรรลุธรรมย่อมให้อภัยทานแก่เพื่อนรักคนนี้ได้เสมอ
"เราเข้าไปคุยกันก่อนดีหรือเปล่า ข้อตกลงน่ะความจริงก็อยากช่วยเหลือเพื่อนนะ แต่ต้องฟังเงื่อนไขก่อน นายก็รู้ว่าฉันเป็นคนมีน้ำใจแค่ไหน ไม่ได้พบกันมานานเดือดร้อนก็กลับมาหากันนายทำถูกแล้ว อชิคนดีของเพื่อน เหนื่อยหรือเปล่าจ้ะ นั่งสิจ้ะ"
อชิยังมึนงง แต่เขาก็ปรับอารมณ์ได้ทันควัน ยัยนี่มันเห็นแก่ผลประโยชน์ ยังไงยังงั้นไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสักนิด
กุ๊กไก่เห็นอชิยังยืนอยู่ที่เดิม เธอจึงดึงมือของเขาให้เข้ามาพร้อมกับลากกระเป๋าใบใหญ่ให้เขาด้วยตัวเอง เมื่อกี้ยังเกลียดเขาอยู่แท้ ๆ เพราะเรื่องอดีตที่ผ่านมา อีกทั้งกลัวเขาจะดูถูก แต่ดูเหมือนว่าอชิจะรู้ไส้รู้พุงของเธอจนหมดกระทั่งรู้ว่าร้านกาแฟกำลังจะเจ๊ง เพราะฉะนั้นเธอไม่ถือสาเขาก็ได้
อชิถูกกุ๊กไก่ลากให้เข้าไปนั่งในห้องรับแขก แน่นอนว่าคอนโดของเธอย่อมหรูหรา เป็นสิ่งเดียวที่เธอยังยึดเอาไว้แน่นจากแฟนเก่า ในเมื่อมันเป็นชื่อเธอ เธอย่อมไม่คืนให้เขาแน่นอน
ถึงจะเลิกกันอย่างน้อยเธอก็ต้องได้อะไรบ้าง
กุ๊กไก่ปาดน้ำตาออกจนหมด ที่แท้เป็นเพราะว่าเธอดีใจที่เรื่องนี้ไม่ใช่ความฝัน กุ๊กไก่ไล้มือบนหลังมือของอชิเบา ๆ แน่นอนว่าเธอไม่ได้ลวนลามเพียงแต่กำลังพิจารณาว่าทำไมอชิถึงเปลี่ยนตัวเองจากเด็กผู้ชายตัวอ้วนจนก้มไม่ได้เพราะพุงใหญ่ของเขา จนมากลายเป็นคนหล่อล่ำสมส่วนได้ขนาดนี้
ยิ่งพิจารณายิ่งเห็นว่าตอนนี้ผิวของอชิที่แต่เดิมถ้าเทียบกับเธอจะคล้ำกว่าอยู่มาก แต่ดูตอนนี้สิมันเป็นสีขาวอมชมพูพอ ๆ กับผิวของเธอเลย แต่ก่อนผิวเขาไม่ได้ละเอียดขนาดนี้นี่ ยิ่งดูใกล้ ๆ ยิ่งไม่เห็นรูขุมขน ผู้ชายคนนี้เปลี่ยนแปลงกระทั่งสีผิวได้ด้วย
"ตกลงเธอโอเคหรือเปล่า"
อชิถามเสียงเบา การที่กุ๊กไก่ไต่นิ้วไปตามผิวของเขาทำให้หัวใจของเขาเหมือนจะเต้นระรัว ยัยนี่ไม่เจอกันนานยังถึงเนื้อถึงตัวเหมือนเมื่อก่อนไม่เปลี่ยนเลยสักนิด
แต่ตอนนี้เขาเป็นผู้ชายเต็มตัวแล้วก็เป็นคนปกติที่มีความต้องการพื้นฐานด้านเพศ ไม่ใช่เด็กน้อยที่ต่อให้ถูกเธอจูบก็เฉย ๆ เหมือนเดิมแล้ว ยัยนี่รู้เรื่องอะไรบ้างหรือเปล่าเนี่ย สงสัยยังโง่เหมือนเดิมจนเขาหนักใจ
เมื่ออชิถามอย่างหวาดระแวง กุ๊กไก่รีบพยักหน้ายืนยันอาการของตัวเอง
"โอเคสิ โอเคสุด ๆ เลยสบายดีด้วย"
อชิคิ้วชนกัน
"แล้วร้องไห้ทำไม ยังตบหน้าฉันอีก"
กุ๊กไก่เห็นรอยฝ่ามือที่แก้มของอชิแล้วตกใจ นี่เธอลงมือแรงขนาดนี้เลยเหรอ มิน่าเธอเองก็รู้สึกชาที่มือ
"ขอโทษ ฉันคิดว่าฉันฝันไปแต่จะตบตัวเองก็กลัวเจ็บเลยตบนายแทน เห็นนายเจ็บขนาดนั้นก็รู้แล้วว่ามันไม่ใช่ความฝัน"
อชิแทบอยากจะทึ้งผมผู้หญิงคนนี้ให้ได้สติจริง ๆ
"เธอจะหยิกจะอะไรก็ได้ ทำไมต้องตบด้วย คนป่าเถื่อน เธอกลายเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่"
กุ๊กไก่ยิ้มหวาน ตายแล้วถ้าเขาเปลี่ยนใจล่ะ เธอไม่ได้ตั้งใจป่าเถื่อนสักหน่อยแต่ตั้งแต่รู้จักกับลูกเกดมือตบอันดับหนึ่งแห่งสยามเธอก็เลยติดนิสัยไม่ดีจากยัยนั่นมา คิดแล้วก็รู้สึกแย่มากจริง ๆ
ถึงยังไงเธอก็ให้อภัยลูกเกดเพราะยัยนั่นเป็นเพื่อนรักที่สุดของเธอ
"ฉันขอโทษ มือมันไปเองน่ะ"
กุ๊กไก่ยกมือไหว้เขาแล้วอย่างเรียบร้อย อชิหัวเราะในใจ ยัยนี่แสดงละครไม่เนียนเอาซะเลย เธอกระแซะเขาแล้วเข้ามานั่งใกล้ ๆ จนตัวแทบจะเบียดกัน ถึงจะไม่ได้เจอกันหลายปีและเธอเคยอับอายเพราะถูกเขาปฏิเสธมาแล้วแต่กุ๊กไก่ในตอนนี้กลับยังรู้สึกใกล้ชิดกับเขาเหมือนเดิม จะเรียกว่าต่อกันติดอย่างง่ายดายแบบนั้นก็ได้
อชิเป็นฝ่ายขยับหนี เขารู้สึกคอแห้งเมื่อเพื่อนสาววัยเด็กเบียดนมใหญ่ของตัวเองกับแขนของเขา ยัยนี่เมื่อกี้ยังดูเหมือนโกรธเขาอยู่เลยนี่นา ไม่รู้ว่าจะเล่นอะไรอีก
แต่เมื่อเขาขยับไปนิดกุ๊กไก่ก็ขยับมาตามหน่อย และเมื่อเขาขยับหนีมากหน่อยยัยนี่ก็ตามมามากกว่าเดิมอีก ในตอนนี้อชิจึงนั่งสุดปลายโซฟาแล้ว
เขากระแอมแล้วพูดเสียงเข้ม
"เธอว่ายังไงข้อเสนอของฉัน"
กุ๊กไก่ยิ้มเจ้าเล่ห์
"นายเป็นเอดส์หรือเปล่า ตอนเด็กฉันอาจจะทำอะไรให้นายโกรธเลยคิดจะมาแพร่เชื้อใส่ฉัน"
อชิหน้าเหวอ รีบส่ายหน้าปฏิเสธความคิดเพี้ยน ๆ ของยัยนี่
"ไม่แน่นอน ฉันไม่ได้ป่วย?"
กุ๊กไก่ยังทำท่าคิดหนัก
"ถ้างั้น พ่อแม่บังคับให้แต่งงานกับผู้หญิงที่นายไม่ชอบ นายเลยต้องหาใครแต่งงานบังหน้า"
อชิส่ายหน้า "ยัยประสาท พ่อแม่ของฉันตายหมดแล้วเธอก็รู้ดี"
"ใครจะรู้เผื่อว่าเป็นพ่อแม่บุญธรรมของนายไง พวกเขาอาจจะรวยล้นฟ้าและจะยกมรดกให้นายเมื่อนายแต่งงาน ข้อนี้ต้องใช่แน่ ๆ"
อชิส่ายหน้าอีก กุ๊กไก่ถามต่อ
"นายซาดิสต์หรือเปล่า ชอบอะไรที่รุนแรงโซ่แส้กุญแจมือ นายคิดว่าฉันเป็นแบบนั้นเลยคิดจะแต่งกับฉัน"
"รสนิยมธรรมดาเหมือนคนปกติทั่วไป ไม่เป็นแบบนั้นหรอก"
กุ๊กไก่กลอกตาขึ้นลง รู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้างที่เดาไม่ถูกสักข้อ
"งั้นทำไม ไม่เหมือนในบทละครเลยสักข้อ ฉันคิดว่ามันต้องตรงบ้างสิ"
อชิหัวเราะ ไม่คิดว่ายัยนี่จะคิดเตลิดไปไกลขนาดนั้น
"ชีวิตฉันไม่น้ำเน่าแบบในนิยายสักหน่อย"
กุ๊กไก่ยิ่งไม่เข้าใจ
"นายรวยหรือเปล่า"
อชิพยักหน้า
"ฉันรวยมาก ๆ สมบัติใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมด"
กุ๊กไก่ทำท่าไม่เชื่อ อชิพูดต่อ
"ฉันจะโชว์เงินในบัญชีให้เธอดูก่อนแต่งดีไหม"
หญิงสาวยิ้มในใจ แต่ยังสงวนท่าทีไว้ หรือว่าอชิจะสมองมีปัญหากัน แต่เธอไม่บอกเขาไปหาหมอหรอก อ้อยกำลังจะเข้าปากช้าง ถ้าเขารวยมาก ๆ แบบที่เขาบอกจริง เธอก็จะปอกลอกให้เข็ด หึ หึ
แต่ความสงสัยก็ยังไม่หมดไปจากใจ คราวนี้เธอจริงจังมากกลัวว่าเหตุผลเบื้องลึกอาจจะไม่ดี หากอชิเป็นฆาตกรต่อเนื่องล่ะ เธอจะตายหรือเปล่า
"อชิฟังฉันพูดนะ อยู่ ๆ นายโผล่มาช่วยฉัน แล้วเสนอเงินก้อนใหญ่ยังขอแต่งงานอีก นี่มันพล็อตนิยายน้ำเน่าชัด ๆ ฉันถึงว่ามันต้องตรงกับข้อสันนิษฐานของฉันข้อใดสักข้อสิ"
อชิยิ้มหล่อเหลา ปฏิเสธเธออย่างจริงจัง
"เอาเป็นว่าไม่ใช่สักข้อก็แล้วกัน"
"แล้วเหตุผลล่ะ อยากแต่งกับฉันเพราะอะไร"
"เหตุผลขอไม่บอก เอาเป็นว่าฉันมีเหตุผลของฉันก็แล้วกัน เงื่อนไขข้อหนึ่งคือเธออย่ามาก้าวก่ายกับเรื่องของฉันก็พอ ทำเป็นหูหนวกตาบอดซะ ฉันขอเวลาเธอแค่ปีเดียวที่เราจะอยู่ด้วยกันหลังจากนั้นฉันจะหย่าให้เธอ ไม่ต้องกลัวเธอจะให้ฉันทำอะไรเพื่อให้เธอไว้ใจฉันยอมทั้งหมด"
กุ๊กไก่หยุดคิดเล็กน้อย ปีเดียวจะพอเหรอ ช่วงเวลานี้เธอจะได้สินสมรสหรือเปล่านะ?
เห็นกุ๊กไก่เงียบ อชิจึงถามต่อ
"เธอคิดยังไงล่ะต้องการเวลาหรือเปล่าถ้าต้องการเวลาฉันจะให้เวลาเธอคิด...."
อชิยังไม่พูดไม่จบ ยัยกุ๊กไก่กลับพยักหน้าเร็ว เมื่อกี้เธอดีใจจนคิดว่าตัวเองฝันไป คนแบบเธอไม่มีศักดิ์ศรีอะไรอยู่แล้วเมื่อพิจารณาแล้วมีแต่ข้อดีทั้งนั้น สำหรับเธอเขาเหมือนบ่อน้ำในทะเลทรายมาได้จังหวะเวลาที่เธอกระหายจนเกือบจะตายเพราะความร้อนที่แผดเผาอยู่แล้ว
โชคดียิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่เสียอีก เธอจึงคิดว่าตัวเองกำลังฝันไป
ลูกไก่กวาดสายตามองหนุ่มหน้าใสสุดหล่อด้วยรอยยิ้มกริ่มคล้ายกับเธอเป็นหมาป่าตัวหนึ่ง เขาหล่อน่ากินขนาดนี้เธอจะปล่อยให้หลุดมือได้ยังไง อีกอย่างเอาอชิควงไปเย้ยแฟนเก่านี่ท่าจะสะใจไม่น้อย
คนอย่างกุ๊กไก่ไม่อดตายหรอกย่ะ เพียงแต่ตอนนี้เธอยังไม่มั่นใจเรื่องเอดส์นั่น เธอต้องตรวจร่างกายอชิซะก่อน กุ๊กไก่ลูบคางตัวเองแล้วพูดรัวเร็ว
"ฉันแต่ง"
อชิอึ้งเพราะตกใจ ทำไมยัยนี่ดูไม่คิดเลยสักนิดเดียว ทำไมตกลงใจง่ายขนาดนี้ เขาอุตส่าห์คิดหาวิธีมาทำให้เธอยินยอมมากมายสุดท้ายไม่ได้ใช้สักวิธี นี่มันเกิดอะไรขึ้น กุ๊กไก่เป็นสาวหน้าเงินไปแล้ว
กุ๊กไก่เห็นเขาทำท่าลังเล และยังทำท่าคิดหนักแบบนั้นก็คิดว่าเขากำลังจะเปลี่ยนใจ หรือไม่ก็พูดเล่นกับเธอทั้งยังเห็นเป็นเรื่องตลก
"ลุกขึ้นเลย ออกไปเลยนะถ้าคิดจะมาล้อเล่นกับฉัน ออกจากบ้านฉันเลย"
อชิเกาหัว
"ฉันไม่ได้พูดเล่น ฉันพูดจริง"
"โอ๊ย ทำท่าลังเลแบบนั้นคงคิดจะแกล้งเล่นขำ ๆ ละสิ ฉันไม่หลงกลนายแล้วจะไปไหนก็ไปเลยไม่ส่งนะ"
กุ๊กไก่กอดอก เธอขยับห่างจากตัวเขายังหันหลังให้อีก
อชิถอนหายใจ รู้สึกมึนงงเล็กน้อย ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นคนจู่โจมเธอแท้ ๆ แต่สุดท้ายกลับรู้สึกเหมือนถูกยัยกุ๊กไก่จู่โจมเสียเอง
"อย่าเพิ่งโกรธสิ ฉันพูดจริง ๆ นะ แค่ตกใจที่เธอตกลงเร็วขนาดนี้"
กุ๊กไก่หันมา ดวงตาเป็นประกายราวกับการ์ตูนญี่ปุ่น
"ฉันน่ะคิดดีแล้ว ถ้านายช่วยฉันได้จริงทำไมต้องปฏิเสธล่ะ"
อชิหัวเราะไม่คิดว่าจะง่ายดายขนาดนี้ ยัยคนนี้มีศักดิ์ศรีบ้างหรือเปล่า
"ฉันไม่เอาเปรียบเธอหรอกนะ ถ้าเธอไม่ยินดีเราก็จะเป็นสามีภรรยากันแต่ในนาม"
หัวใจของกุ๊กไก่ไหววูบ ฉันไม่ต้องการให้นายเป็นสุภาพบุรุษยุคโบราณสักหน่อย จู่ ๆ ก็รู้สึกไม่ยินยอมจนร่างกายประท้วงอย่างรุนแรง
แต่เธอไม่พูดอะไรออกมากลัวว่าเขาจะตกใจเสียก่อน อชิคนนี้แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะเปลี่ยนไปมาก แต่ดูแล้วเขายังเป็นคนเรียบร้อยขี้อายเหมือนเดิม
หล่อขนาดนี้เธอไม่มีทางปล่อยเขาให้อยู่ดีมีสุขแน่ หึ หึ คอยดูเถอะ หลังจากฉันพานายไปตรวจร่างกายอย่างละเอียด และพบว่านายสะอาดกุ๊กไก่คนนี้จะสอนเชิงรักให้นายเอง