ตอน 1

“เฮลโล!! ไทยแลนด์!! ฉันกลับมาแล้ววว” ความจริงฉันก็อยากตะโกนดัง ๆ ออกไปแบบนี้ทันทีที่เท้าแตะพื้นสนามบินสุวรรณภูมิ แต่เมื่อใช้สายตากวาดมองไปรอบ ๆ แล้วก็คิดว่าตะโกนในใจคงจะดีกว่า ก็คนเยอะยิ่งกว่าตลาดนัดจตุจักรขนาดนี้ คงต้องมีคนหันมามองฉันเพียบแน่ ๆ

ความจริงแล้วฉันชอบประเทศไทย ฉันรักประเทศไทย รักมาก และไม่เคยคิดที่จะไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศเลยสักครั้ง ถ้าไม่ติดว่าคุณพ่อของฉัน ส่งฉันไปดัดสันดาน เอ้ย! ส่งไปหาประสบการณ์ชีวิตที่ประเทศฝรั่งเศสถึงสี่ปี ให้ตายชีวิตนี้ฉันก็ไม่มีทางไปอยู่ที่อื่นเด็ดขาด และการกลับมาครั้งนี้ฉันจะใช้ชีวิตให้สนุกสุดเหวี่ยง เอาให้คุ้มกับที่ต้องเหี่ยวเฉามาตลอดสี่ปีเลยคอยดู

..แต่ก่อนอื่น ฉันต้องปลีกตัวจากคนพวกนี้ให้ได้ก่อน..

“ยินดีต้อนรับกลับประเทศไทยครับคุณพลอยใส!”

คำกล่าวต้อนรับเสียงดังฟังชัด สมกับเป็นลูกน้องของพ่อฉันจริง ๆ และนี่ก็คือกลุ่มคนที่ฉันต้องหาทางหนีให้ได้ ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่มีทางได้ใช้ชีวิตเป็นอิสระแน่ ๆ

“พวกนายเอากระเป๋าของฉันกลับบ้านไปก่อนเลย แล้วก็เอากุญแจรถมานี่ ฉันจะไปบ้านเพื่อนก่อน” ฉันออกคำสั่งพร้อมกับยื่นมือไปขอกุญแจรถจากลูกน้อง ให้ทายว่าพวกนี้จะฟังที่ฉันสั่งหรือเปล่า ไม่มีทาง!

“ไม่ได้ครับ คุณท่านบอกว่าให้พาตัวคุณพลอยใสกลับบ้านไปด้วยกัน ห้ามให้ไปเถลไถลที่ไหนครับ” นั่นไง คิดแล้วไม่มีผิด ไอ้พวกนี้มันเข้าใจแต่คำสั่งของพ่อฉันเท่านั้นแหละ

“โอ้ย!! กี่ปี ๆ พวกนายมันก็ทำตัวน่าเบื่อเหมือนเดิม น่ารำคาญชะมัด” ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ ฉันก็ทำได้แค่เดินกระทืบเท้าปึงปังตามลูกน้องอีกคนไปยังรถที่จอดรอรับอยู่ ให้มันได้อย่างนี้สิ หมดกันความคิดจะไปลัลล้า..

ฉันนั่งอยู่ในรถคันโตราคาเกือบยี่สิบล้าน สายตาได้แต่มองออกไปนอกหน้าต่างรถ สี่ปีที่ฉันไม่อยู่ ประเทศไทยก็เปลี่ยนไปมากเหมือนกันนะ แต่ที่ไม่เปลี่ยนไปเลยก็คงจะมีแต่พ่อฉันกับพวกลูกน้องซื่อบื้อพวกนี้แหละ

///////////

“ยกกระเป๋าฉันลงมาดี ๆ นะ ถ้าเกิดพังขึ้นมาฉันจะหักเงินเดือนพวกนายให้หมดเลยคอยดู”

“คุณท่านเป็นคนจ่ายเงินเดือนครับ ไม่ใช่คุณพลอยใส”

เออ ให้มันได้อย่างนี้สิ มีลูกน้อง ลูกน้องก็ไม่เคยเชื่อฟังคำสั่ง อุตส่าห์เกิดมาเป็นลูกสาวคนเดียวของตระกูล จันทรพิพัฒน์ ตระกูลไฮโซเก่าแก่ชื่อดังทั้งที แต่ชีวิตนี้ไม่เคยได้ดั่งใจสักอย่าง ชีวิตพลอยใสทำไมมันอาภัพอย่างนี้วะเนี่ย

“นั่นมันชุดอะไร ทำไมสั้นขนาดนั้น”

เสียงทุ้มที่ฟังทีไรแล้วขนลุกทุกที ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นเสียงของพ่อฉันเอง คนที่ส่งลูกสาวตัวเองไปลำบากตรากตรำอยู่ต่างประเทศคนเดียวได้ลงคอ ถึงแม้จะส่งเงินให้ใช้ไม่ขาดมือก็เถอะ

“ก็เมืองไทยมันร้อนนี่คะ แล้วอีกอย่างชุดนี้ก็ไม่เห็นจะสั้นตรงไหน” ฉันก้มมองกางเกงยีนส์ขาสั้นที่ยาวจากเอวลงมาประมาณคืบกว่า ๆ กับเสื้อครอปสายเดี่ยว ซึ่งมันก็ดูปกติดี นี่ฉันอุตส่าห์ใส่เสื้อแขนยาวคลุมข้างนอกแล้วนะ ถึงมันจะบางไปหน่อยก็แค่นั้น

“แกนี่นะ ฉันอุตส่าห์ส่งไปเรียนเมืองนอก นึกว่ากลับมาจะเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้าง แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยสักนิด”

“หนูไม่ได้เป็นคนอยากจะไปสักหน่อย พ่ออยากจะส่งหนูไปเอง ช่วยไม่ได้” ฉันพูดพร้อมกับยักไหล่ให้พ่อ แล้วก็เดินขึ้นมาชั้นบนของตัวบ้าน ไม่ใช่อยากจะพักผ่อนนะ แต่ฉันจะรีบอาบน้ำแล้วออกไปหาเพื่อนสนิทต่างหากล่ะ

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยด้วยเสื้อผ้าที่เหมาะกับบรรยากาศเมืองไทยสุด ๆ ฉันก็ค่อย ๆ ย่องลงมาจากชั้นบน เพื่อที่จะไม่ให้ไอ้ลูกน้องพวกนั้นเห็นฉัน ส่วนกุญแจรถสปอร์ตคู่ใจ ฉันได้แอบทำสำรองไว้เป็นสิบอัน ต่อให้พ่อจะยึดไปกี่รอบฉันก็ยังมีกุญแจรถเสมอ

“คุณพลอยใส!! หยุดครับ หยุดเดี๋ยวนี้นะครับ” เสียงโวยวายของลูกน้องดังมาแต่ไกล พอวิ่งมาถึงก็รีบทุบรถให้ฉันลงไป แต่อย่างพลอยใสจะฟังเหรอ ไม่มีทาง ฝันไปเถอะ

...พลอยใส แปลว่าอิสระ..ย่ะ

“มีความสุขจริงโว้ย!!” ฉันตะโกนแข่งกับเสียงเพลงแนว EDM ที่เปิดดังกระหึ่มผ่านเครื่องเสียงราคาแพงที่โมดิฟายมาอย่างดี พร้อมกับโยกตัวไปตามจังหวะ เท้าก็เหยียบคันเร่งจนแทบจะมิดไมล์ เพื่อจะไปหาเพื่อนซี้สุดเลิฟ กลับมาทั้งทีมันต้องฉลองกันหน่อยสิ

////////////

ระหว่างที่ขับรถ มือข้างหนึ่งก็กดเบอร์โทรหายัยแขไข เพื่อนสนิทที่ร่วมหัวจมท้ายมาด้วยกันตลอดตั้งแต่มัธยมต้น

/ฮัลโหล๊!! ว่ายังไงคะคุณหนูพลอยใส ใกล้จะถึงบ้านฉันหรือยังล่ะค่ะ/ เอาจริง เสียงทักทายของเพื่อนฉันมันก็น่าหมั่นไส้ไม่น้อยเลยนะ

/ใกล้จะถึงแล้ว แกบอกให้คนเปิดประตูรั้วรอเลย แล้วก็นับถอยหลังอีก 2 นาทีเจอกัน/

/ได้เลยเพื่อนเลิฟ/

หลังจากวางสาย 2 นาทีพอดิบพอดีฉันก็เลี้ยวรถเข้าจอดในบ้านหลังใหญ่พอ ๆ กับบ้านฉัน บ้านหลังนี้แขไขอยู่คนเดียว ส่วนพ่อกับแม่อยู่อีกหลังหนึ่ง เห็นไหม ใคร ๆ เขาก็แยกบ้านกันแล้วทั้งนั้น มีแต่ฉันเท่านั้นแหละที่พ่อกับแม่ไม่ยอมให้แยกบ้านสักที แถมยังบอกอีกว่า ต้องแต่งงานเท่านั้นฉันถึงจะมีสิทธิ์ย้ายออกจากบ้านได้ ส่วนเหตุผลนะเหรอ พ่อกับแม่บอกว่ากลัวฉันจะอดตายเพราะทำมาหากินไม่เป็น เฮ้อ!

“เวลคัมแบ็ค! ค่าคุณเพื่อนสุดที่รัก เก่งนี่ที่หนีคุณพ่อจอมโหดออกมาหาฉันได้”

เสียงต้อนรับดังลงมาจากทางชั้นสอง พร้อมกับร่างเพรียวบางฉบับนางแบบเบอร์หนึ่งของเมืองไทยกำลังก้าวลงมาทางบันได

“แกก็รู้ว่าไม่มีใครจะขังฉันได้นานเกิน 5 นาที” ฉันตอบกลับไปพร้อมกับรอยยิ้มภาคภูมิใจในความฉลาด ที่ฉันสามารถหนีพ่อออกมาได้

“ขังได้ไม่เกิน 5 นาที แต่ดันถูกส่งไปฝรั่งเศสตั้งสี่ปี”

“นี่ยัยแข แกเลิกพูดเรื่องฝรั่งเศสได้ไหม แกไม่รู้หรอกว่ามันโคตรน่าเบื่อ” พูดเสร็จฉันก็ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาโดยที่ไม่ต้องรอคำเชิญจากเจ้าของบ้าน

“แล้วนี่วางแผนจะไปไหนยะ แต่งตัวมาซะขนาดนี้”

แขไขพูดพลางไล่สายตามองดูชุดเดรสสายเดี่ยวแสนสั้นสีแดงเพลิงที่ฉันใส่อยู่

“ออกมาทั้งที มันก็ต้องสุดเหวี่ยงหรือเปล่า ออกไปเช็คความฮอตที่ไม่ได้ใช้มาตั้งสี่ปีสักหน่อยจะเป็นไร” พูดพลางฉันก็สะบัดเส้นผมยาวสลวยไปมา หน้าตาก็สวยขนาดนี้แท้ ๆ แต่ฉันก็ดันโสดมาจนถึงตอนนี้

“เป็นความคิดที่ดี งั้นแกรอฉันแป๊บหนึ่ง ขอไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดเริ่ด ๆ ก่อน แล้วออกไปจับผู้ชายกัน” แขไขรีบวิ่งกลับขึ้นไปข้างบนทันทีที่พูดจบ

..จับผู้ชายงั้นเหรอ.. ก็ดีเหมือนกันนะ เผื่อมีใครถูกใจจะได้ลองอะไรใหม่ ๆ ดูบ้าง ความสาวเนี่ยเก็บนานเกินไปเดี๋ยวจะเหี่ยวทิ้งไปเปล่า ๆ

///////////////////

ตอน 2

ตอนที่ 2 ไอ้คนโรคจิต

เท้าเหยียบคันเร่งรถสปอร์ตคู่ใจไปตามทาง มุ่งหน้าไปที่คลับชื่อดังที่พลอยใสไม่ได้สัมผัสถึงสี่ปีเต็ม โดยมีแขไขเพื่อนสนิทนั่งอยู่ข้างคนขับ แล้วตอนนี้ก็เหมือนว่าเพื่อนซี้กำลังขมุบขมิบปากสวดมนต์ หรือท่องบทอะไรสักอย่าง

“ไอ้พลอย ไอ้พลอย เบาคันเร่งลงหน่อย แกจะรีบไปไหนวะเนี่ย เร็วเกินไปแล้ว”

พอสวดมนต์เสร็จแขไขก็หันมาพูด เอ่อ น่าจะเรียกว่าบ่นมากกว่า กับพลอยใส

“เร็วอะไรแข นี่ฉันขับปกติเลยนะ”

“ปกติบ้านแกน่ะสิ ประเทศไทยเขาขับกัน 80-90 แต่ที่แกเหยียบอยู่เนี่ยมันจะ 180 แล้วนะเว้ย”

ปากก็บ่นเพื่อนไปพลาง ส่วนมือก็เกาะอยู่ที่จับเหนือหัวไว้แน่น เอาไงดีล่ะ พลอยใสยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุเสียด้วย

พลอยใสกดเท้าลงบนคันเร่งมากขึ้นไปอีก พอหันหน้าไปมองแขไขก็อยากจะหัวเราะออกมาดัง ๆ นางแบบเบอร์หนึ่งของประเทศไทย ที่ตอนนี้กำลังทำหน้าเหวอขั้นสุด

“ไอ้พลอย! โอ้ย นี่ฉันจะต้องเชิญพระเกจิจากวัดไหนมาสิงร่างวะเนี่ย ฉันถึงจะปลอดภัยจากแก”

“ไม่ต้องเชิญ เพราะยังไงพระพวกนั้นก็วิ่งตามรถฉันไม่ทันอยู่แล้ว เกาะแน่น ๆ แล้วก็ทำใจให้สบายนะเพื่อนรัก”

พอตอบคำถามของเพื่อนสนิทเสร็จเธอก็เหยียบคันเร่งลงไปอีก ข้างกันก็ได้ยินแต่เสียงแขไขกรี๊ดกร๊าดไม่หยุด แหม..จะว่าไปเพื่อนคงจะตื่นเต้นละเนอะ ที่ได้เจอกันในรอบสี่ปี

//////////

สองทุ่มตรงพอดิบพอดี รถของพลอยใสก็มาจอดอยู่หน้าคลับชื่อดังที่เมื่อก่อนเธอมาแทบจะทุกวัน ที่จริงคลับนี้อยู่ในเครือของตระกูล เมธาอัครกุล เป็นตระกูลมาเฟียเก่าแก่ และก็เป็นเพื่อนกับพ่อของเธอ

ที่ที่อันตรายที่สุด คือที่ที่ปลอดภัยที่สุด พลอยใสเชื่อแบบนั้น ถึงเจ้าของที่นี่จะเป็นเพื่อนกับพ่อเธอ สุ่มเสี่ยงที่เรื่องจะถึงหูพ่อว่าเธอมาเที่ยวคลับ แต่ว่าพนักงานที่อยู่ในนี้ก็จะดูแลพลอยใสอย่างดีเช่นกัน

“สาบานเลย ว่าฉันจะไม่นั่งรถที่มีแกเป็นคนขับอีกเด็ดขาด”

พอก้าวลงจากรถได้ แขไขก็บ่นไม่หยุด ถามว่าคนโดนบ่นแคร์ไหม ก็ไม่ เพราะพลอยใสชินแล้วล่ะกับการที่โดนแขไขบ่นเรื่องขับรถ

ทั้งสองคนเดินเข้ามาข้างในคลับ ไม่ได้มาสี่ปี ที่นี่เปลี่ยนไปเยอะมาก ทั้งแสง สี เสียง ซึ่งคุณลุงอาร์เดนตกแต่งได้อย่างไม่มีที่ติเลยแม้แต่นิดเดียว

“ฉันจองโซนวีไอพีข้างบนไว้ จะได้ไม่ต้องรำคาญไอ้พวกผู้ชายชีกอที่ชอบมาลวนลาม”

แขไขพูดพลางเดินนำพลอยใสขึ้นมาโซนชั้นสองที่มีอยู่ไม่กี่โต๊ะ พอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก็ไปสะดุดเข้ากับโต๊ะหนึ่ง

เป็นผู้ชายสองคนนั่งอยู่ หนึ่งในสองคนนั้นกำลังจ้องมาที่เธออย่างไม่วางตา หน้าตาก็ดูคุ้น ๆ นะ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

แต่พอคิดไปคิดมาแล้วพลอยใสคิดว่าคงไม่เคยรู้จักหรอก ไม่ได้อยู่ประเทศไทยตั้งสี่ปี แล้วก่อนหน้านี้ก็ไม่ค่อยได้รู้จักผู้ชายที่ไหนด้วย

“ไอ้พลอย แกมองอะไรอยู่วะ” เป็นเสียงแขไขถามขึ้นหลังจากหันไปสั่งเครื่องดื่มเสร็จ แล้วก็มองมาทางโต๊ะที่เพื่อนกำลังมอง

“เปล่าว่ะแก พอดีไอ้ผู้ชายคนนั้นจ้องฉันอยู่นานแล้วน่ะ ฉันก็เลยจ้องกลับ ทีแรกคิดว่าคนรู้จัก แต่มองเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าใคร” เธอตอบพลางหันกลับมามองหน้าเพื่อนที่ได้แต่พยักหน้ารับขึ้นลง

“ใครจะไม่มองแกยะ ดูชุดที่ใส่มาสิ ร้อนแรงยิ่งกว่าแสงแดดเดือนเมษายนเสียอีก” จะว่าไปก็ใช่ ไอ้ชุดสีแดงเพลิงที่เธอใส่มาวันนี้ มันก็ทำให้พลอยใสดูโดดเด่นจริง ๆ

//////////

อีกด้านของโซนวีไอพี ชายหนุ่มสองคนกำลังนั่งดื่มกันอยู่ และหนึ่งในนั้นก็คือพายุ หนึ่งในลูกชายฝาแฝดของอาร์เดน เจ้าของคลับแห่งนี้

“มึงมองอะไรอยู่วะพายุ” เสียงของนพคุณถามขึ้น เมื่อเห็นเพื่อนตัวเองมองสาวสวยโต๊ะที่อยู่อีกฝั่งสลับกับหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองไปมา

“มองว่าที่เมีย” เขาตอบคำถามพร้อมกับโชว์รูปพลอยใสที่ผู้เป็นพ่อของเธอส่งมาให้เขาเมื่อตอนบ่าย

“คนเดียวกันแน่เหรอวะ ทำไมในรูปดูเรียบร้อย แต่ตัวจริง โอ้โห แต่งตัวอย่างกับแม่เสือสาว”

“ให้มันน้อย ๆ หน่อยไอ้นพ นั่นมันว่าที่เมียกูนะ”

เมื่อเห็นเพื่อนรักเอาแต่จ้องมองรูปว่าที่ภรรยาตนเองไม่วางตา พายุก็พูดปรามเพื่อนพร้อมกับเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกง

“คนนี้ใช่คนเดียวกับที่มึงบอกว่าเป็นคู่หมั้นตั้งแต่เธออยู่ในท้องแม่หรือเปล่าวะ”

“เออ คนนี้แหละ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ไม่คิดว่าโตขึ้นจะสวยขนาดนี้ เฮ้ย เดี๋ยวมานะ”

พูดกับเพื่อนเสร็จพายุก็ลุกขึ้นจากโต๊ะเมื่อเขาเห็นพลอยใสลุกขึ้นเดินออกไปทางห้องน้ำ สิบกว่าปีแล้วที่เขาไม่ได้เห็นหน้าเธอ

ครั้งล่าสุดที่เจอกันน่าจะตอนที่พลอยใสอายุสิบขวบ หลังจากนั้นเขาก็ต้องไปเรียนต่อที่ต่างประเทศและพึ่งกลับมาได้ไม่กี่ปี แต่ตอนที่กลับมาก็รู้ข่าวว่าก้องภพส่งลูกสาวไปดัดนิสัยที่ฝรั่งเศส แล้ววันนี้ตอนบ่าย เขาก็ได้รับข้อความจากก้องภพว่าลูกสาวกลับมาแล้ว พร้อมกับส่งรูปถ่ายมาให้ดู

“อุ้ย! ขอโทษค่ะ ไม่คิดว่าจะมีคนยืนอยู่ตรงนี้” พลอยใสรีบเอ่ยปากขอโทษ เมื่อเธอเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วเกือบชนเข้ากับพายุที่ยืนอยู่ข้างหน้า

“ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่ คุณคนสวยชื่ออะไรครับ พอจะบอกผมได้ไหม ผมอยากรู้จักน่ะครับ” เมื่อเห็นว่าหญิงสาวก็คงจะจำตัวเองไม่ได้ พายุเลยอยากจะแกล้งลองใจว่าที่ภรรยาตัวเองดูสักหน่อย ว่านิสัยใจคอในตอนนี้จะเป็นอย่างไร

“ขอโทษนะคะ พอดีไม่สะดวกบอกชื่อกับคนแปลกหน้าค่ะ หลีกทางด้วยค่ะ ฉันจะกลับโต๊ะแล้ว”

“แล้วถ้าผมยืนยันว่าจะไม่หลีกทาง จนกว่าคุณจะบอกชื่อล่ะครับ คุณคนสวยจะทำยังไง”

ดวงตาคู่สวยกรอกมองจนรอบอย่างรำคาญผู้ชายตรงหน้าเต็มที

“ไม่หลีกใช่ไหมคะ ได้ค่ะ ฉันก็จะทำอย่างนี้ไงล่ะ ไอ้คนโรคจิต!”

ปัก! โอ้ย!! หลังจากพูดเสร็จเข่าของพลอยใสก็ลอยกระแทกเข้ากับจุดยุทธศาสตร์ของพายุเต็มแรง ตามมาด้วยเสียงร้องโอดโอยของคนตัวโตที่เจ็บจุกจนตัวงอ

“ทะ ทำไมต้องทำรุนแรงขนาดนี้ด้วยเนี่ย โอ้ย! สูญพันธุ์หมดแล้วมั้งเนี่ย”

“นายจะได้จำไว้ไงว่าอย่ามาล้อเล่นกับผู้หญิงอย่างพลอยใส ไม่ใช่คิดว่าตัวเองหน้าตาดีแล้วจะมาทำรุ่มร่ามกับผู้หญิงคนไหนก็ได้ ไอ้โรคจิต!”

สองขาเรียวเดินกระทืบเท้าปึงปังกลับมายังโต๊ะที่มีแขไขนั่งรออยู่ แล้วก็ยกแก้วเครื่องดื่มสีสวยเข้าปากรวดเดียวจนหมดแก้ว

“ไอ้พลอย ไอ้พลอย เบา ๆ หน่อย เดี๋ยวก็เมาหัวทิ่มขับรถกลับไม่ได้พอดี แล้วนี่เป็นอะไร หน้าบูดอย่างกับไปกินข้าวเน่ามาอย่างนั้นแหละ” แขไขรีบเอ่ยห้ามปราม พร้อมกับถามเมื่อเห็นเพื่อนสาวทำหน้าบอกบุญไม่รับต่างกับตอนก่อนจะไปเข้าห้องน้ำอย่างสิ้นเชิง

“ก็ตอนที่ฉันไปเข้าห้องน้ำ ดันไปเจอกับไอ้คนโรคจิตเข้าน่ะสิ”

“โรคจิต?”

“เออ คนโรคจิต นู่นไง ไอ้ผู้ชายที่อยู่โต๊ะนั้นไง”

พลอยใสพูดพลางพยักพเยิดหน้าให้เพื่อนสนิทหันไปมองทางโต๊ะของชายหนุ่มที่เธอพึ่งแทงเข่าใส่จุดผลิตลูกไปหมาด ๆ

“หน้าตาก็ดี ดูท่าทางก็คงรวยไม่เบา ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นโรคจิต” แขไขมองหน้าพายุสลับกับหน้าเพื่อนตัวเองไปมา ความหล่อของชายหนุ่มตรงหน้าทำเอาผู้หญิงหลาย ๆ คนในนี้อ่อนระทวยกันเป็นแถบ

“ความหล่อไม่ได้การันตีว่าจะเป็นคนดีย่ะ” พูดเสร็จพลอยใสก็ยกแก้วเครื่องดื่มแก้วใหม่เข้าปากตัวเองต่อ แต่ก็ยังไม่วายส่งสายตาอาฆาตไปให้พายุที่ยังนั่งมองเธอไม่กระพริบตา

///////////////////

ตอน 3

ตอนที่ 3 ตรวจภายใน

เช้าวันนี้ พลอยใสนอนบิดตัวไปมาอยู่บนที่นอน เนื่องจากมีอาการปวดหน่วงท้องน้อยอย่างไม่ทราบสาเหตุ และแน่นอนว่าในยุคที่อินเตอร์ความเร็วสูงระดับ 5G การหาข้อมูลอาการเจ็บป่วยเบื้องต้นเป็นเรื่องที่ง่ายมาก แค่ถามอากู๋

เธอหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมาแล้วกดเข้าหน้าเพจอากู๋ทันที นิ้วเรียวเล็กสไลด์หน้าจอไปเรื่อย ๆ และเปิดอ่านทุกเพจที่พูดถึงอาการปวดหน่วงท้องน้อยแบบเธอ แต่ยิ่งอ่านก็ยิ่งจิตตก เพราะหลาย ๆ เพจมีข้อมูลที่ตรงกันว่า อาการที่พลอยใสเป็นอยู่เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก และมีการแนะนำให้ไปตรวจภายใน

“มะเร็ง ตรวจภายใน เอาไงดีวะเนี่ย” หญิงสาวได้แต่นอนพึมพำครุ่นคิดอยู่กับตัวเอง ถึงแม้ว่าจะเป็นถึงลูกสาวเจ้าของโรงพยาบาล แต่พลอยใสเกลียดการที่ต้องไปโรงพยาบาลที่สุด เธอไม่ชอบกลิ่นยาในโรงพยาบาลเอาเสียเลย

แต่ในเมื่อไม่มีทางเลือก และกลัวว่าจะเป็นมะเร็งอย่างที่อ่านในอินเตอร์เน็ตจริง ๆ พลอยใสจึงเลือกกดเบอร์โทรหาแขไข เพื่อจะให้เพื่อนมารับไปโรงพยาบาล อีกอย่าง ถ้าไม่ได้เป็นอะไรมาก จะได้ถือโอกาสออกไปเที่ยวด้วยซะเลย

/ว่าไงยะ คุณหนูพลอยใส/

/แข มารับฉันหน่อยสิ ฉันอยากจะไปโรงพยาบาล รู้สึกปวดท้องน่ะ/

/ปวดท้อง? แล้วทำไมไม่ให้ลูกน้องพ่อแกไปส่งยะ มีตั้งเยอะแยะ/

/ไม่เอาอะ ฉันอยากออกไปเที่ยวด้วย แกมารับฉันหน่อยนะ น้า แขไข/

/ก็ได้ รออยู่ที่บ้านนั่นแหละ ไม่เกินชั่วโมงก็ถึง/

พลอยใสรู้ดี ถึงแม้ว่าแขไขจะขี้บ่น แต่ถ้ามีเรื่องอะไรแล้ว เพื่อนซี้ก็จะยอมช่วยเสมอ ไม่ว่าเรื่องนั้นเธอจะถูกหรือผิดก็ตาม

หลังจากวางสายกับเพื่อนสนิท พลอยใสก็รีบลุกขึ้นจากเตียงอาบน้ำแต่งตัว แล้วก็เดินลงมารอแขไขที่ห้องนั่งเล่นข้างล่าง แต่ก้องภพผู้เป็นพ่อนั้นนั่งอ่านหนังสืออยู่ก่อนแล้ว จะหันกลับขึ้นไปบนห้องก็คงไม่ทัน เพราะพ่อของเธอวางหนังสือแล้วหันมามองหน้าเธอพอดี

“จะไปไหน วันนี้แต่งตัวเรียบร้อยผิดปกติ” ก้องภพเอ่ยถามลูกสาวคนสวย ที่วันนี้ใส่ชุดเดรสยาวจนเกือบจะถึงข้อเท้า

“จะไปโรงพยาบาลค่ะ หนูปวดท้อง แต่พ่อไม่ต้องสั่งลูกน้องไปส่งหนูนะ เพราะหนูโทรให้แขไขมารับแล้ว” พลอยใสตอบคำถามของผู้เป็นพ่อพร้อมกับนั่งลงที่โซฟาฝั่งตรงข้าม

“อีกสามวัน คุณลุงอาร์เดน คุณอาพิมพ์ แล้วก็พายุจะมาที่บ้าน มาคุยเรื่องงานแต่งของแกกับพายุ” ก้องภพพูดกับลูกสาวที่ตอนนี้กำลังเบิกตากว้างมองเขาด้วยความตกใจ

ความจริงแล้วที่เขายอมให้พลอยใสกลับมาเมืองไทย ก็เพื่อให้มาแต่งงานกับพายุ ลูกชายของเพื่อนสนิทที่เคยทำสัญญากันไว้เมื่อนานมาแล้ว และเป็นคนที่เขามั่นใจว่าจะกำราบพลอยใสได้

“เดี๋ยวนะคะ หนูไปตกลงตอนไหนว่าจะแต่งงานกับเฮียพายุ โอเค ถึงหนูกับเฮียพายุจะเคยรู้จักกันมาก่อน แต่ครั้งล่าสุดที่เจอหน้ากันก็ตอนที่หนูอายุ 10 ขวบนู่น หน้าเขาหนูก็จำไม่ได้ด้วยซ้ำ แล้วจู่ ๆ พ่อจะให้หนูไปแต่งงานกับเขานี่นะ หึ ไม่เอาด้วยหรอก”

พลอยใสนั่งกอดอกทำหน้าบึ้งตึงใส่ผู้เป็นพ่อทันทีเมื่อพูดจบ เธอกลับมาครั้งนี้เพื่อใช้ชีวิตอิสระตามต้องการ ไม่ใช่ต้องมาแต่งงานกับคนที่ไม่ได้เห็นหน้ากันมาตั้ง 14 ปี

“แกจะพูดยังไงก็ไม่มีประโยชน์ เพราะนี่เป็นสัญญาที่พ่อทำไว้กับลุงอาร์เดนตั้งแต่แกยังไม่เกิด ยังไงแกก็ต้องแต่งงานกับพายุ อีกอย่าง แต่งงานไปแล้วจะได้เป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้าง ไม่ใช่เอาแต่เที่ยวตะลอน ๆ อยู่แบบนี้”

ก้องภพพูดจบเป็นจังหวะเดียวกับแขไขมาถึงบ้านพอดี พลอยใสไม่พูดอะไรต่อ ได้แต่เดินกระทืบเท้าตึงตังด้วยความไม่พอใจออกไปขึ้นรถของเพื่อนที่จอดรอยู่

“นี่หน้าหรือตูดลิง ทำไมมันถึงได้บูดขนาดนี้ยะ” ระหว่าง

ที่กำลังขับรถอยู่แขไขก็ถามเพื่อนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ

“หน้าฉันนี่แหละย่ะ พ่อนะพ่อ จู่ ๆ ก็จะมาบังคับให้ฉันแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้เห็นหน้ากันตั้ง 14 ปี”

“แต่งงาน!!”

พลอยใสได้แต่พยักหน้าตอบเพื่อนที่ดูท่าทางตกใจไม่ต่างกัน แล้วทั้งคู่ก็นั่งเงียบจนมาถึงโรงพยาบาล

/////////

“แล้วนี่แกจะมาตรวจอะไร” แขไขถามขึ้นอีกครั้งระหว่างที่กำลังนั่งรอคิวอยู่หน้าเคาน์เตอร์

“จะมาตรวจภายใน ก็เพราะไอ้อาการปวดท้องน้อยหน่วง ๆ นี่น่ะ มีโอกาสเป็นมะเร็งได้ อากู๋แนะนำให้มาตรวจภายใน” พลอยใสตอบคำถามของเพื่อน แต่ใบหน้าสวยก็ยังคงบึ้งตึงตั้งแต่ที่บ้านจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่คลายลงเลยแม้แต่น้อย

“เออ พลอย ตอนอยู่ในรถแกบอกว่า พ่อแกบังคับให้แต่งงานเหรอวะ” เมื่อนึกถึงเรื่องที่ทำให้เพื่อนหน้าบึ้งไม่หาย แขไขก็ถามขึ้นมาอีกครั้งด้วยความสงสัย

“ใช่น่ะสิ นี่แกคิดดูนะแข คนไม่เคยศึกษาดูใจ ไม่เคยคบกัน มันจะไปแต่งงานกันได้ยังไงวะ สัญญาบ้าบออะไรกันก็ไม่รู้ ฉันไม่เห็นรู้เรื่องด้วยสักอย่าง อีกอย่างนะ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีตาเฮียพายุอะไรนั่นหน้าตาเป็นยังไง จะแต่งงานทั้งทีอย่างน้อยมันก็ต้องรู้หน่อยไม่ใช่เหรอวะว่ารูปร่าง หน้าตา แล้วก็ไอ้โจ้ยของคนที่แต่งด้วยเป็นยังไง”

พลอยใสตอบคำถามเพื่อนด้วยท่าทีฟึดฟัดไม่สบอารมณ์เข้าไปใหญ่ แต่แขไขที่นั่งฟังอยู่กลับทำท่าครุ่นคิดงุนงงมากขึ้นเมื่อได้ยินคำตอบ

“เดี๋ยวนะพลอย อย่างอื่นฉันพอเข้าใจ แต่ว่าไอ้โจ้ย มันคืออะไรวะ แล้วทำไมมันถึงสำคัญสำหรับการแต่งงานวะ”

“ไอ้โจ้ยเหรอ ก็นี่ไง”

แทนการพูดออกมาตรง ๆ แต่พลอยใสกลับชูนิ้วกลางขึ้นมาให้เพื่อน เพื่อจะบอกว่าไอ้โจ้ยคืออะไร

“ไอ้พลอย!! จะชูขึ้นมาทำไมวะเนี่ย” แขไขรีบดึงมือเพื่อนลงแทบไม่ทันเมื่อรู้ว่าไอ้โจ้ยที่เพื่อนว่า หมายถึงอวัยวะของผู้ชาย

“เอ้า! ก็แกอยากรู้ ฉันก็เลยบอกแกไง” พลอยใสตอบกลับเพื่อหน้าตาเฉย โดยที่ไม่สนใจคนรอบ ๆ ที่กำลังมองมาที่พวกเธอทั้งสองคน

“เออ ตอนนี้รู้แล้ว ว่าแต่ไอ้นั่นมันสำคัญยังไงวะ” แขไขยังคงถามพลอยใสต่อ

“เอ้าแก ถ้าสมมติว่าอีตาเฮียพายุนั่น มีไอ้โจ้ยสั้นนิดเดียว แถมอันน้อยนิดเหมือนของเด็กประถม จะไม่แย่เหรอวะ เรื่องอย่างว่ามันก็สำคัญกับชีวิตคู่นะเว้ย อย่างน้อย ๆ ก็เจอแบบที่มันบึกบึนหน่อยก็ยังดี” คำตอบของพลอยใสทำเอาเพื่อนซี้ต้องนั่งกุมขมับ ก็รู้อยู่ว่าเพื่อนตัวเองค่อนข้างโลดโผน แต่ก็ไม่คิดว่าเพื่อนจะพูดถึงเรื่องอย่างนั้นได้หน้าตาเฉย

ถัดมาไม่ไกลจากที่พลอยใสกับแขไขนั่งอยู่ นายแพทย์หนุ่มพายุ กำลังยืนมองและฟังบทสนทนาที่มีความดังระดับไม่ต้องแอบฟังของทั้งสองคน รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นบนใบหน้า พร้อมกับสายตาที่มองว่าที่ภรรยาของตัวเองอย่างมีเลศนัย

“ไอ้นพ เคสตรวจภายในของ พลอยใส จันทรพิพัฒน์ กูจะเป็นคนตรวจเองนะ” พายุหันไปพูดกับนพคุณเพื่อนสนิท ที่เป็นสูตินารีแพทย์ประจำโรงพยาบาล กำลังเตรียมเอกสารจะเข้าไปตรวจคนไข้ และคนต่อไปก็คือพลอยใส

“เดี๋ยวนะ มึงเป็นหมอรักษาหัวใจไม่ใช่เหรอวะ จะมาตรวจภายในได้ไง”

“กูเคยเรียนเฉพาะด้านสูตินารีแพทย์มาแล้วตอนที่อยู่อเมริกา มึงลืมไปแล้วเหรอ อีกอย่าง คนนี้ว่าที่เมียกู ฉะนั้น กูจะเป็นคนตรวจเอง”

ไม่ต้องรอให้เพื่อนตอบตกลง พายุดึงแฟ้มเอกสารที่อยู่ในมือนพคุณ แล้วก็เดินเข้าไปในห้องตรวจทันที

“คุณพลอยใส เชิญค่ะ” พยาบาลหน้าห้องตรวจเรียกชื่อของพลอยใส พร้อมกับเปิดประตูให้เธอเข้าไปข้างใน

เมื่อเข้ามาข้างใน พลอยใสก็เห็นนายแพทย์หนุ่ม สวมแว่นท่าทางเคร่งขรึม

“สวัสดีค่ะคุณหมอ” หญิงสาวเอ่ยทักทายคนตรงหน้า พร้อมกับพยายามมองหน้าของเขาให้ชัด ๆ เพราะเธอรู้สึกคุ้นหน้าเขาเหลือเกิน

“สวัสดีครับ คุณพลอยใสไปเปลี่ยนชุดแล้วก็มานอนบนเตียงได้เลยนะครับ” เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเธอพอดี พร้อมกับบอกให้ไปเตรียมตัว นัยน์ตาสีเทาที่ขนาดมองผ่านแว่นยังทำเอาเธอถึงกับใจสั่นสะท้าน เขาหล่อ หล่อเกินไปแล้ว

หลังจากเปลี่ยนชุดเสร็จ พลอยใสก็ขึ้นมานอนรอบนเตียง ครู่เดียวนายแพทย์หนุ่มก็เดินมาที่เตียง เขาสวมถุงมือก่อนที่จะออกคำสั่งอีกครั้ง

“วางขาบนขาหยั่งเลยครับ”

เธอทำตามที่คุณหมอสั่งอย่างว่าง่าย แต่ว่ามันก็อายมากอยู่เหมือนกันนะที่ต้องมานอนอ้าขาให้คนที่ไม่รู้จักดู ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นหมอก็เถอะ

“จากการตรวจบริเวณภายนอกด้วยสายตา ไม่มีรอยแดง รอยบวม นะครับ ปกติดี” เมื่อเขาเริ่มตรวจ ใบหน้าขาวของหญิงสาวก็เริ่มเปลี่ยนสีกลายเป็นสีแดงระเรื่อ ให้ตายเถอะนี่ถูกมองไปถึงไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้

“หมอจะสอดเครื่องมือเข้าไปแล้วนะครับ”

จบคำพูด พลอยใสก็รู้สึกได้ถึงความเย็นของคีมปากเป็ดที่ถูกสอดเข้าไปข้างใน ด้วยความที่ไม่เคยโดนอะไรรุกล้ำมาก่อน ไอ้เครื่องมือนี้มันทำให้เธอรู้สึกอึดอัดอยู่พอสมควร

“ภายในช่องคลอดไม่มีปัญหาอะไรนะครับ” พูดเสร็จเขาก็ดึงคีมปากเป็ดออก พร้อม ๆ กับเสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกของพลอยใส

“ต่อไปจะเป็นการตรวจร่างกายนะครับ หมอจะสอดนิ้วมือเข้าไปเพื่อตรวจดูภายในช่องคลอดนะครับ”

“ห๊า ! นิ้วมือเหรอคะ” พลอยใสถามย้ำด้วยความตกใจ นี่จู่ ๆ เธอจะต้องโดนคุณหมอใส่นิ้วมือเข้ามาข้างในตัวเธอเหรอเนี่ย

“ใช่ครับ ไม่ทราบว่าคุณพลอยใสมีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ”

“มะ ไม่มีค่ะ”

จบคำพูด พลอยใสก็ได้ยินเหมือนเสียงนายแพทย์หนุ่มดึงถุงมือให้กระชับ แล้วเธอก็รู้สึกได้ถึงบางอย่างที่กำลังคลืบคลานเข้ามาข้างในร่างกายของเธอ แต่มันไม่เหมือนกับไอ้คีมปากเป็ดเมื่อกี้

ความรู้สึกวูบไหวมันแล่นพล่านไปทั่วตัว เมื่อคุณหมอเริ่มหมุนควงนิ้วอยู่ข้างใน บางครั้งก็รู้สึกเหมือนสะกิดโดนอะไรสักอย่างจนเธอต้องจิกเล็บลงบนเตียง

“เสร็จแล้วครับ คุณพลอยใสสบายใจได้นะครับ ทุกอย่างปกติ ข้างในก็กระชับ ตอดรัดดีครับ”

พลอยใสถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อการตรวจเสร็จสิ้นลงสักที แต่คำพูดของคุณหมอกลับทำเอาเธอหน้าแดงมากขึ้นไปอีก

หลังจากตรวจเรียบร้อย พลอยใสก็เดินฉีกยิ้มกว้างออกมาหาแขไขที่นั่งรออยู่

“ยิ้มขนาดนี้ แสดงว่าไม่มีอะไรผิดปกติใช่ไหมยะ”

“ใช่แล้ว”

“แล้วนี่แกจะไปไหนต่อ กลับบ้านเลยไหม ฉันจะได้ไปส่ง”

“จะรีบกลับไปไหน ออกมาทั้งทีก็ต้องไปสนุกกันสักหน่อยสิยะ” พลอยใสพูดเสร็จก็เดินนำหน้าแขไขไปยังที่จอดรถทันที ตอนนี้ไม่ปวดท้องแล้ว ออกไปหาอะไรทานแล้วก็ไปเที่ยวต่อตอนกลางคืนก็ไม่เลว

/////////////////

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน

กรงรักพายุ

ตอนที่ 1
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED