กลอยใจนั่งกอดกระเป๋ารอใครบางคนอยู่ที่สถานีขนส่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี เธอนั่งรถทัวร์จากกรุงเทพฯ มาเมื่อคืนและเธอก็ร้องไห้ทั้งคืนจนตาบวม ตอนนี้เธอรู้สึกปวดหัวมาก ไม่รู้ว่าเพราะโชคชะตาหรือว่าฟ้าเห็นใจเธอกันแน่จึงทำให้เธอได้รู้ธาตุแท้ของคนที่เธอรักและไว้ใจทั้งสองคน
หนึ่งอาทิตย์ก่อน
"อ๊ะ เร็ว ๆ ค่ะที่รักขา"
เสียงกระซิบกระซาบและเสียงเนื้อกระทบกันที่ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องนอนของน้ำฟ้า ทำให้กลอยใจรู้ว่าเพื่อนกำลังทำอะไรอยู่ ในตอนแรกเธอไม่คิดจะรบกวนเพื่อนและกำลังจะหันหลังกลับถ้าหากเธอไม่ได้ยินเสียงผู้ชายคนนั้นพูดออกมา
"ดีไหม ชอบไหมที่รัก ?"
กลอยใจตัวชาหน้าชาเธอเดินไปที่หน้าประตูห้องนอนที่มันแง้มอยู่และเปิดเข้าไปทันที
"น้ำฟ้า เกมส์"
เธอเรียกชื่อของคนทั้งสองด้วยเสียงอันดัง น้ำฟ้ากับเกมส์ผละออกจากกัน น้ำฟ้ารีบคว้าผ้าห่มมาคลุมร่างอวบอัดเปล่าเปลือยเอาไว้ ส่วนเกมส์ก็คว้าผ้าเช็ดตัวมาพันกายลวก ๆ กลอยใจเห็นเต็มตาแบบนั้นเธอก็เข้าใจทุกอย่างรีบวิ่งออกจากห้องนอนและออกจากบ้านของเพื่อนที่เธอรักที่สุดทันที ไม่ต้องอธิบายอะไรเพราะมันไม่มีอะไรต้องอธิบาย
เดิมทีวันนี้เป็นวันเกิดของเกมส์แฟนหนุ่มที่เธอคบมาได้หนึ่งปี กลอยใจคิดจะเซอร์ไพรส์เกมส์ในคืนนี้จึงได้มาหาน้ำฟ้าที่บ้านเพื่อปรึกษากับเพื่อนรักว่าจะทำอย่างไรดี แต่ไม่คิดว่าเธอจะเจอเรื่องที่เซอร์ไพรส์กว่า
ความจริงแล้วเกมส์นั้น ตอนที่คบกับเธอถือว่าเป็นแฟนที่ดี เอาอกเอาใจและเป็นสุภาพบุรุษมาก แต่ไม่นึกเลยว่าเขาจะทรยศและนอกใจเธอได้ และที่เจ็บปวดไปกว่านั้นก็คือน้ำฟ้าเพื่อนรักของเธอ ทั้งสองคนแทงข้างหลังกลอยใจได้อย่างเลือดเย็น
"กลอยใจใช่ไหม ?"
เสียงห้าวทุ้มนั้นปลุกเธอออกจากภวังค์ เงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมเข้ม แม้ว่าหนวดเคราของเขาจะรุงรังไปหน่อยแต่ก็ไม่อาจบดบังความหล่อเหลาเอาไว้ได้ สันกรามชัดเจนและจมูกโด่งเป็นสันนั้นทำเธอสะดุดลมหายของใจตัวเอง
"ชะ..ใช่ค่ะ คุณกันต์ใช่ไหมคะ ?"
เขาไม่พูดอะไรแต่ยื่นมือมาดึงกระเป๋าเสื้อผ้าในมือของเธอไปถือเอาไว้ หน้าตาอ่อนแอบอบบางแบบนี้จะอยู่ที่นี่ได้สักกี่วันเชียวกันต์คิดในใจ กลอยใจลุกขึ้นจากเก้าอี้ เขาสูงกว่าเธอมากนัก เกงเกงยีนส์ขาดเข่าและเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตสีเข้มนั้นขับความดิบเถื่อนออกมาจากตัวเขาไม่น้อย เธอรู้สึกหวาดกลัว แต่ในเมื่อตัดสินใจแล้วเธอจะไม่ถอยเด็ดขาด
"ไหวไหมคุณ ? ถ้าไม่ไหวก็ตีตั๋วกลับ"
เพราะเห็นท่าทางและดวงตาหวาดหวั่นของเธอกันต์จึงถามเธออีกครั้งเพื่อความแน่ใจ พร้อมกับยื่นกระเป๋าเสื้อผ้าในมือของเขาส่งกลับให้เธอ
"ไหวค่ะ กลอยขอไปกับคุณนะคะ"
เมื่อเธอยืนยันอย่างนั้นเขาก็หันหลังและเดินไปยังรถกระบะสี่ประตู โยนกระเป๋าเสื้อผ้าของเธอที่เขาหิ้วมาใส่ท้ายรถ เปิดประตูเข้าไปนั่งประจำที่คนขับ กลอยใจเห็นอย่างนั้นเธอจึงเปิดประตูรถอีกฝั่งและรีบเข้าไปนั่งข้างเขา กันต์หยิบแว่นกันแดดขึ้นมาสวมและออกรถทันที
"แวะอำเภอก่อนละกัน"
"คุณกันต์มีธุระหรือคะ ?"
เขาหันขวับไปมองหน้าเธอ เพราะใส่แว่นกันแดดปิดบังสายตาเอาไว้ กลอยใจจึงไม่ได้เห็นสายตาพิฆาตของเขา
"ใช่ มีธุระ ธุระของเราสองคน แวะจดทะเบียนสมรสกันก่อน ตอนนี้อำเภอเปิดอยู่"
พอได้ยินอย่างนั้นกลอยใจก็รีบพูดออกมา
"จะ..จดทะเบียน กลอยว่าอย่าเพิ่งรีบดีกว่าค่ะ"
"นี่คุณ ผมเอาคุณมาเป็นเมียนะ ไม่ใช่ความสัมพันธ์แค่ชั่วคราว คำว่าเมียน่ะคุณเข้าใจไหม ? ในข้อตกลงเราก็คุยกันชัดเจนแล้ว"
"ตะ..แต่กลอยว่าเอาไว้เราศึกษาดูใจกันก่อนดีกว่าไหมคะ ?"
กันต์จึงชะลอรถและจอดรถข้างทาง เห็นทีเขาคงต้องพูดกับเธอให้รู้เรื่องอีกครั้ง ถ้าเธอเปลี่ยนใจเขาจะได้ไปส่งเธอที่ บขส.ได้เลย กลอยใจมองซ้ายมองขวาเห็นเขาจอดรถเธอก็นึกกลัวขึ้นมา หวังว่าเขาคงไม่ฆ่าเธอหมกป่าหรอกนะ
"คุณกลอยใจ ผมจะพูดกับคุณอีกครั้ง ผมต้องการเมียนะ คำว่าเมียคุณคงเข้าใจความหมายของมัน คือผมสามารถนอนกับคุณได้ แบบมีอะไรกันน่ะ และอีกอย่างก็คือผมคนบ้านนอก เป็นชาวสวนชาวไร่ ในข้อตกลงผมก็ระบุไว้ชัดเจน คุณรับได้ไหม ? ถ้าไม่ได้คุณก็กลับกรุงเทพ ฯ ไป ผมจะไปส่งที่ท่ารถ"
"ไม่ค่ะกลอยไม่กลับ กลอยรับได้ถึงคุณจะเป็นชาวนาชาวสวนก็เถอะ ถ้าอย่างนั้นเราไปจดทะเบียนกันเลยก็ได้ค่ะ"
ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเธอถึงได้ตัดสินใจแบบนั้น รู้แค่ว่าตอนนี้เธอไม่อยากกลับไปกรุงเทพ ฯ เพราะที่นั่นทำเธอเจ็บช้ำเหลือเกิน หากกลับไปก็ต้องรับรู้เรื่องราวของเกมส์กับน้ำฟ้าเพราะทั้งสามคนทำงานที่เดียวกัน สู้อยู่ที่นี่อยู่กับคนที่เธอตัดสินใจเลือกดีกว่า เขาต้องการจดทะเบียนกับเธออย่างน้อยเขาก็จริงใจ คนที่เพิ่งรู้จักบางทีอาจจะจริงใจมากกว่าคนที่คบกันมาเป็นปีก็ได้
เมื่อเธอยืนยันหนักแน่นอย่างนั้น กันต์ก็ขับรถตรงไปที่ว่าการอำเภอ และแจ้งความประสงค์ว่าต้องการมาจดทะเบียนสมรส เจ้าหน้าที่ก็อำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี พยานก็หาเอาคนแถวนั้น
กลอยใจมองดูทะเบียนสมรสใบนั้นอย่างไม่เชื่อสายตา เธอทำอะไรลงไปจะมีใครบนโลกใบนี้ทำอะไรบ้าบอแบบเธอบ้างไหม จดทะเบียนกับคนที่เพิ่งคุยได้อาทิตย์เดียวและเพิ่งเจอหน้ากันยังไม่ข้ามวัน
"จดทะเบียนกันแล้ว ส่วนงานแต่งเดี๋ยวค่อยจัด"
กันต์บอกกล่าวกับเธอง่าย ๆ เขาเองก็ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเธอมากนักรู้แค่ว่าเธอชื่อ นางสาวกลอยใจ กาญจนะเสนา อายุยี่สิบห้าปี เป็นคนกรุงเทพ ฯ เขาเองก็ใช้ชีวิตโสดมานานจนอายุจะเข้าเลขสี่ ปีนี้เขาอายุสามสิบแปดพอดี เลยลองคุยกับผู้หญิงผ่านแอพหาคู่ดู ประกาศว่าต้องการเมีย ไม่คิดว่าคนที่ตอบตกลงคนแรกจะเป็นเธอ
"หิวไหมคุณกลอยใจ มีชื่อเล่นไหม ?"
เขาถามชื่อเล่นของเธอเพราะขี้เกียจเรียกชื่อจริง อีกอย่างตอนนี้ก็ตีสิบเอ็ดแล้วหรือสิบเอ็ดโมงนั่นเอง เขาเกรงว่าเธอจะหิวด้วยจึงถามสองคำถามพร้อมกันเลย
"กลอยค่ะ ชื่อเล่นว่ากลอย แล้วก็หิวข้าวมากค่ะ"
กันต์เองก็อดยิ้มกับคำตอบของเธอไม่ได้ ก็น่าจะหิวหรอก เธอลงรถทัวร์ตอนเจ็ดโมงและคงจะนั่งรอเขาจนเกือบเก้าโมง ถ้าจะให้เดาเธอคงไม่ได้ไปหาอะไรมาทานรองท้องก่อนแน่นอน เพราะทั้งแปลกถิ่น และอาจจะกลัว ตอนที่กันต์สบตากับเธอครั้งแรกเขาแน่ใจว่ามีรอยรื้นของน้ำตาในดวงตาคู่สวยนั้น เธอร้องไห้เขาไม่ได้สนใจอดีตของเธอหรอกว่าเธอเจอเรื่องอะไรมาจึงตัดสินใจมาอยู่กับเขาแบบนี้ แต่บางทีถ้ารู้บ้างก็คงจะดี
"ถ้างั้นแวะทานข้าวก่อน แล้วค่อยเข้าบ้าน"
เอาไว้ค่อยถามเธอละกันหนทางระหว่างเธอกับเขาเพิ่งเริ่มต้น กันต์พาเธอแวะทานข้าวแกงที่ร้านข้างทาง กับข้าวที่นี่ส่วนมากเผ็ดจัด ซึ่งกลอยใจไม่ทานเผ็ด และนี่เป็นอีกเรื่องที่เธอจะต้องปรับตัว
"ผมขอเรียกคุณว่าคุณกลอยละกัน"
"เรียกกลอยเฉย ๆ ก็ได้ค่ะ ไม่ต้องมีคุณหรอก"
กันต์ไม่พูดอะไรได้แต่พยักหน้า ดูแล้วเธอก็ไม่น่าใช่คนเรื่องมากและน่าจะเข้ากับเขาได้ดี แต่ก็คงต้องดูกันอีกที ชาวสวนชาวไร่แบบเขามีชีวิตที่เรียบง่าย ใช่ว่าผู้หญิงรอบข้างเขาจะอดอยากแต่เขาไม่ชอบใครเอาซะเลย จนต้องพึ่งแอพหาคู่และพอได้เห็นรูปโปรไฟล์ของเธอเขาก็เกิดถูกใจขึ้นมา ไม่นึกว่าเธอจะตอบตกลงและรับข้อเสนอของเขา จนยอมตัดสินใจนั่งรถทัวร์จากกรุงเทพ ฯ มาที่นี่ เธอมีเรื่องอะไรหรือกำลังประชดใครหรือเปล่านะ
เมื่อทานข้าวเที่ยงกันเสร็จแล้วกันต์ก็พาเธอมาที่บ้านของเขา กลอยใจมองบ้านต์หลังนั้นอย่างทึ่ง ๆ เป็นบ้านไม้สักทั้งหลังขนาดพอเหมาะ ยกพื้นใต้ถุนสูง ปลูกอยู่กลางสวนเงาะและลองกอง ซึ่งตอนนี้เงาะกำลังออกลูกแดงปลั่ง
"ขึ้นบ้านสิคุณ"
กันต์รุนหลังเธอให้เดินขึ้นบ้าน เธอทำท่าจะถอดรองเท้าแต่เขาห้ามเอาไว้
"ถอดข้างบน เดี๋ยวหมามาคาบไป"
ขึ้นไปบนบ้านแล้วเธอก็ยืนหันรีหันขวาง ไม่รู้ว่าจะทำตัวอย่างไรจะนั่งตรงไหน กันต์จึงคว้ามือของเธอและจูงพาเธอเข้าไปในห้องนอน
"นี่คือห้องนอนของเรา บ้านหลังนี้ผมอยู่คนเดียว และต่อจากนี้ไปก็มีคุณมาอยู่ด้วย ทำตัวตามสบาย อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็นอนพักสักหน่อย เดี๋ยวผมจะออกไปดูสวน เย็น ๆ ถึงจะกลับ ถ้ายังไงคุณช่วยทำอาหารเย็นไว้รอผมด้วยนะ ในตู้เย็นมีอาหารสดอยู่หลายอย่าง คุณทำกับข้าวเป็นใช่ไหม ? ผมไปล่ะ"
เขาสั่งเธอยืดยาวแล้วก็เดินลงจากบ้านไป กลอยใจเปิดกระเป๋าเสื้อผ้าที่เธอหอบหิ้วมาจากกรุงเทพ ฯ เสื้อผ้าเพียงไม่กี่ชุดและเครื่องสำอางค์สองสามอย่าง ส่วนมากก็เป็นพวกครีมบำรุงผิว เธอจัดเสื้อผ้าใส่ตู้เสื้อผ้า นำเครื่องสำอางค์ไปวางไว้ที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง สังเกตดูห้องนอนของเขาแล้วก็ยิ้มเพราะดูความเป็นระเบียบเรียบร้อยของห้องนอนแล้วเขาก็คงเป็นคนรักความสะอาดพอตัว หรืออีกนัยหนึ่งอาจจะมีคนทำให้
เมื่อจัดของเสร็จเรียบร้อยเธอก็มองเตียงกว้างอย่างครุ่นคิด ชุดเครื่องนอนสีน้ำเงินเข้ม กลิ่นผงซักฟอกและกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มหอมฟุ้ง นี่เขาเตรียมพร้อมที่จะมีเมียขนาดนี้เลยหรือ แม้กระทั่งปลอกหมอน ผ้าปูที่นอนและผ้าห่มเขาก็เตรียมอันใหม่ นับตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไปเธอต้องนอนร่วมเตียงกับเขา ไหวหรือเปล่ากลอยใจ เธอเฝ้าถามตัวเองอยู่ในใจแต่คำตอบที่ได้ก็คือ 'เธอตัดสินใจแล้วต้องเดินหน้าต่อไป ลืมอดีตทั้งหมดเสีย'
เธอลุกขึ้นหาผ้าเช็ดตัวเพื่อไปอาบน้ำอาบท่า ที่นี่เงียบเหลือเกินแม้ว่าตอนนี้จะพึ่งบ่ายสามเท่านั้นเอง ถ้าเป็นที่กรุงเทพ ฯ ในเวลานี้คงกำลังสับสนน่าดู ทั้งเสียงแตรรถ เสียงพูดคุย เสียงเครื่องจักรและเสียงอะไรอีกหลายอย่าง
ห้องน้ำอยู่ในห้องนอนกลอยใจจึงอาบน้ำด้วยความสบายใจ บ้านของกันต์ค่อนข้างทันสมัยและน่าอยู่แบบบ้านในชนบททั่วไป เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วเธอก็สำรวจบ้านหลังน้อยหลังนี้ หนึ่งห้องครัว หนึ่งห้องนอน และลานโล่งกลางบ้านเป็นโซนรับแขกและนั่งพักผ่อน กลอยใจชอบบ้านหลังนี้มาก ดูเรียบง่ายและน่าอยู่
เธอเดินเข้าไปในห้องนอนอีกครั้งหยิบกระเป๋าสะพายออกมาและเดินไปนั่งที่โต๊ะตรงกลางลานโล่งกลางบ้าน หยิบไอแพดและโทรศัพท์ออกมาเช็คดูข้อความและสายโทรเข้า เธอเลือกตอบเท่าที่ต้องการตอบ ส่วนสายโทรเข้ามีแค่เกมส์กับน้ำฟ้าเท่านั้นที่โทรมา กลอยใจไม่เข้าใจ ทั้งสองคนนั้นยังกล้าโทรมาหาเธออีกหรือดูโทรศัพท์เรียบร้อยแล้วเธอก็ชาร์ตแบ็ตไว้ เปิดไอแพ็ดขึ้นมาและเช็คงานของเธอ
กลอยใจกับน้ำฟ้ารู้จักกันตั้งแต่เด็ก บ้านของเธอกับน้ำฟ้าอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันแต่คนละซอย ยายของกลอยใจก็รู้จักมักคุ้นกับพ่อและแม่ของน้ำฟ้าเป็นอย่างดี เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันและทำงานที่บริษัทเดียวกันแม้จะคนละแผนกก็ตาม แต่ที่คาดไม่ถึงอีกอย่างก็คือไม่น่าเชื่อว่าจะมาชอบผู้ชายคนเดียวกัน
กลอยใจรู้จักกับเกมส์เพราะน้ำฟ้าแนะนำ เกมส์ทำงานที่บริษัทเดียวกันกับพวกเธอ แต่อยู่แผนกเดียวกันกับน้ำฟ้า เกมส์เป็นฝ่ายจีบเธอก่อนและเพราะความสม่ำเสมอของเขากลอยใจจึงตกลงคบเป็นแฟนกับเขา และกำลังจะหมั้นกันแล้วแต่ต้องมาชะงักไว้เสียก่อนเพราะยายของกลอยใจมาเสียกะทันหันด้วยโรคประจำตัว
คิดมาถึงตรงนี้กลอยใจก็ขอบคุณในความโชคดีของตัวเองที่ไม่ได้หมั้นกับเกมส์ ไม่อย่างนั้นเธอคงจะเสียใจมากไปกว่านี้ และหลังจากวันที่กลอยใจรู้เรื่องของเกมส์กับน้ำฟ้าเธอก็ส่งจดหมายลาออกจากบริษัททางอีเมล์และไม่ติดต่อกับคนทั้งสองอีกเลย แม้ว่าเกมส์กับน้ำฟ้าจะโทรมาหรือแม้กระทั่งไปหาที่บ้านก็ตาม
ช่วงสองสามวันที่หลบหน้าผู้คนอยู่แต่ในบ้านเธอจึงลองสมัครแอพหาคู่และได้คุยกันกับเขา กันต์ สิงหณรงค์ เขาบอกว่าเป็นชาวสวนชาวไร่ ต้องการเมียด่วน หากใครสนใจก็ตอบตกลงและให้เดินทางไปหาเขาที่สุราษฎร์ธานีภายในสามวัน และกลอยใจก็ตัดสินใจทันที
"เฮ้อ !"
ถอนหายใจอีกครั้ง เธอตัดสินใจแล้วนะกลอยใจ บอกกับตัวเอง ก่อนจะเลื่อนดูงานของเธอในไอแพด 1000 โหลดแล้วสำหรับนิยายเรื่อง 'เด็กบ้านนอก' และเรื่อง 'พุบ่าวเฒ่า สาววัยทีน' ก็ 800 โหลดพอดี
กลอยใจนอกจากจะทำงานประจำซึ่งตอนนี้เธอได้ลาออกแล้วเธอก็ยังมีอีกอาชีพหนึ่งนั่นก็คือเขียนนิยายขายนั่นเอง ตั้งแต่เกิดเรื่องเธอก็ไม่ได้อัพนิยายเลย เข้ามาแล้วก็เขียนสักหน่อยเพราะไอเดียกำลังแล่นพอดี เขียนไปได้สักพักใหญ่เธอก็มองเวลาที่หน้าจอไอแพด ห้าโมงครึ่งแล้วได้เวลาเตรียมอาหารให้เขาแล้ว เธอจึงวางมือจากการเขียนนิยายและเดินเข้าครัว
สำรวจวัตถุดิบในตู้เย็นก็พบว่ามีของสดหลายอย่าง ทั้งปลาหมึกสด กุ้งสด แล้วก็เนื้อหมู เธอจึงคิดจะผัดกะเพรารวม เพราะมีใบกะเพราในตู้เย็นด้วย นำของออกมาจากตู้เย็นแล้วเธอก็หุงข้าว ทานสองคนสองถ้วยตวงก็น่าจะพอ หุงข้าวไว้แล้วเธอก็หันมาหั่นหมู หั่นปลาหมึก และแกะเปลือกกุ้ง ล้างทำความสะอาดเสร็จแล้วก็ตั้งกะทะ โขลกกะเทียมกับพริก เมื่อน้ำมันเดือดก็นำกุ้ง หมู ปลาหมึกและก็พริกกับกระเทียมที่โขลกไว้ลงไปผัดพร้อมกัน ใส่น้ำมันหอย ซอสปรุงรสและน้ำตาลนิดหน่อยก็ได้แล้ว เมื่อผัดส่วนผสมจนสุกก็นำใบกะเพราที่เด็ดไว้ใส่ตามลงไป ปิดเตาแก๊สแค่นี้อาหารเย็นก็เรียบร้อย เดี๋ยวทอดไข่ดาวอีกอย่างก็เพอร์เฟ็ค
กลิ่นหอมของอาหารลอยไปปะทะจมูกของกันต์ที่กำลังจะเดินขึ้นบ้าน เสียงตะหลิวกระทบกับกระทะเสียงดังกร๊องแกร๊งสร้างความรู้สึกแปลก ๆ ให้กับเขา ชีวิตที่เงียบเหงากำลังจะเปลี่ยนไปเพราะเธอ
"ทำอะไร ?"
เมื่อเดินขึ้นมาบนบ้านกันต์ก็ตรงเข้าไปในครัวพร้อมกับเอ่ยปากถามเธอ
"ผัดกะเพราะรวมค่ะ คุณกันต์น่าจะทานได้"
คำตอบของเธอทำให้เขาชะงัก ผัดกะเพราอาหารง่าย ๆ แต่ทำไมเขาฟังแล้วกับตื้นตันราวกับได้ยินว่ามันคือหูฉลามน้ำแดงนะ เขาไม่ได้กินเมนูนี้นานแล้ว ตั้งแต่วันที่พ่อกับแม่เขาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเมื่อสามปีก่อน แม่เขามักทำเมนูนี้ให้ทานประจำ แต่พอแม่เสียเขาทานฝีมือคนอื่นก็ไม่อร่อยเหมือนรสมือแม่สักคน เขาจึงเลิกทานไปโดยปริยาย
"ลองชิมดูค่ะ"
เมื่อเขาชะโงกหน้าไปมองผัดกะเพราในกะทะ กลอยใจจึงใช้ช้อนตักขึ้นมานิดหนึ่งส่งให้เขาชิม กันต์รับมาและส่งมันเข้าปาก
"อือ..อร่อย"
เขาเอ่ยปากชม กลอยใจยิ้มแก้มปริ
"คุณกันต์ไปอาบน้ำก่อน แล้วค่อยมากินข้าว"
พูดจบเธอก็จัดการทำความสะอาดครัวบริเวณที่เธอหั่นหมูหั่นปลาหมึก เปิดดูหม้อหุงข้าวว่ามันขึ้นหม้อหรือยัง ทำตัวให้วุ่นวายเพราะเธอเขิน กันต์ไม่ยอมปล่อยให้เธอเขินนาน ดึงเธอเข้าไปกอดไว้แนบอกและจูบแก้มเธอฟอดหนึ่ง กลอยใจกำลังจะประท้วง
"หน้าที่ของเมีย นี่คือสิ่งที่คุณและผมจะต้องทำ"
ระหว่างที่รอกันต์อาบน้ำ กลอยใจก็ทอดไข่ดาวสามใบ สำหรับตัวเองใบหนึ่ง อีกสองใบสำหรับเขา เสร็จแล้วก็ยกสำรับกับข้าวออกไปที่ลานโล่งกลางบ้าน วางอาหารไว้บนโต๊ะซึ่งเธอเดาเอาว่าน่าจะเป็นโต๊ะกินข้าว ฟ้าเริ่มมืดแล้วเพราะตอนนี้หกโมงเกือบทุ่ม ปกติถ้าอยู่ที่กรุงเทพ ฯ เธอยังไม่ถึงบ้านด้วยซ้ำ ไม่ทำโอทีก็ตระเวนหาอะไรกินกันสามคนกับน้ำฟ้าแล้วก็เกมส์
"กลอยใจ"
เสียงของกันต์ดึงเธอออกมาจากความหลัง เธอหันไปยิ้มให้เขาแล้วก็ตักข้าวใส่จาน กันต์ใส่เสื้อกล้ามและกางเกงเล เผยให้เห็นมัดกล้าม แขนล่ำสันและผิวสีแทนอย่างชัดเจน กลอยใจหน้าร้อนผ่าวเมื่อเห็นรูปร่างของเขา
"ผมโกนหนวดแล้วเป็นไงบ้าง ?"
เขาเอ่ยปากถาม เธอจึงมองหน้าเขาให้ชัด ๆ อีกรอบ เพราะเมื่อกี้มัวแต่มองแผงอกกว้างจึงลืมสังเกตว่าเขาโกนหนวดโกนเคราแล้ว
"ก็..ดูดีค่ะ"
ตอบเขาไปอย่างเขินอาย ตักข้าวใส่ปากอีกสองสามคำก็อิ่ม เธอเดินเลี่ยงไปเขียนนิยายต่ออีกหน่อยระหว่างรอเขาทานข้าว กันต์ก็ไม่ได้เซ้าซี้เธอมาก กลอยใจคงต้องการเวลาปรับตัว เขาเองก็เช่นกันแต่เขากลับรู้สึกดีมากที่มีเธอเข้ามาในชีวิต คนใต้อย่างเขาจริงใจที่สุด เพราะถ้าไม่จริงใจและจริงจังเขาคงไม่จดทะเบียนสมรสกับเธอ
เธอเดินมาเก็บจานชามเมื่อเห็นกันต์ยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม เขาเดินเข้าไปบ้วนปากแปรงฟันในห้องน้ำที่อยู่ในห้องนอน กลอยใจล้างจานเงียบ ๆ ในห้องครัว กันต์แปรงฟันเสร็จแล้วก็เดินออกมา ปิดไฟ และสำรวจความเรียบร้อยของบ้าน แม้ที่นี่จะไม่มีขโมยแต่เขาก็ทำแบบนี้จนเคยชิน
ทั้งสองคนเดินตามกันเข้าไปในห้องนอน เพราะตอนกลางวันกันต์พูดคุยกับเธอชัดเจนแล้วว่าจะต้องนอนร่วมเตียงกับเธอ
"ขอตัวอาบน้ำก่อนนะคะ"
กันต์ไม่พูดอะไร ปีนขึ้นไปนอนรอเธอบนเตียงและเปิดโทรทัศน์ดู กลอยใจจึงหยิบชุดนอนและเดินเข้าห้องน้ำไป เธออาบน้ำให้นานที่สุดหวังให้เขาหลับไปก่อน แต่พอออกมากันต์ก็ยังดูโทรทัศน์อยู่ ไม่มีท่าทีง่วงนอนสักนิด เธอจึงปีนขึ้นไปบนเตียงและล้มตัวลงนอนตะแคงข้างหันหลังให้เขา กันต์ปิดโทรทัศน์และปิดไฟในห้องนอน เหลือเพียงไฟที่หัวเตียงเท่านั้น พลิกตัวของกลอยใจให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา
"คุณเคยนอนกับผู้ชายไหม ? ส่วนผมเคยนอนกับผู้หญิงมาบ้าง แต่ปราศจากโรคเพราะผมเพิ่งตรวจสุขภาพประจำปี"
ที่เขาถามเธอแบบนั้นไม่ใช่เพราะรังเกียจแค่อยากรู้ เท่านั้นเอง ถ้าหากเธอมีประสบการณ์แล้วก็ดีจะได้ไม่ต้องสอนอะไรมาก กลอยใจหน้าแดงและเห่อร้อน ผู้ชายถามแบบนี้กับผู้หญิงที่จะนอนด้วยทุกคนหรือเปล่านะ เธอก็ไม่รู้เพราะเธอไม่เคยนอนกับใคร และถ้าหากบอกว่าเธอยังบริสุทธิ์อยู่เขาจะเชื่อหรือเปล่า
"เคยมีแฟนค่ะ ไม่มีโรคติดต่ออะไร"
กันต์จึงดึงเธอเข้าไปใกล้เขาให้มากขึ้น ทั้งสองคนนอนตะแคงข้างหันหน้าหากัน
"ถ้างั้นคืนนี้ผมขอนะ"
พูดจบกันต์ก็ประกบริมฝีปากของเขาลงบนริมฝีปากอวบอิ่มของกลอยใจ เธอหลับตาลงและจูบตอบเขา จูบที่อ่อนโยนในตอนแรกเพิ่มความรุนแรงขึ้นตามอารมณ์อันระอุของกันต์ ปากจูบปากส่วนมือหนาที่กร้านแข็งเพราะทำงานสวนงานไร่นั้นก็ล้วงเข้าไปในเสื้อนอนของเธอ ลูบไล้แผ่นหลังเนียนและวกกลับมาข้างหน้า บีบเค้นหน้าอกอวบ พลิกร่างนวนเนียนนั้นให้นอนหงายแล้วก็พลิกร่างของตัวเองขึ้นไปคร่อมร่างของเธอเอาไว้โดยที่ปากของเขาไม่ได้ห่างจากปากของเธอแม้แต่มิลเดียว
"อือ.."
กลอยใจส่งเสียงอืออาในลำคอ สัมผัสที่แปลกใหม่นี้เธอไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน เสื้อผ้าของทั้งคู่หลุดออกจากตัว ร่างเปลือยเปล่าขาวโพลนปรากฏแก่สายตาของกันต์ ก้มลงซุกไซ้ซอกคอของเธอขบเม้มเบา ๆ เกิดรอยแดงจ้ำ ๆ ขึ้นตรงนั้นทันที
"ฮึ่มมม"
กันต์คำรามในลำคอเพราะอารมณ์เริ่มพุ่งปะทุ แก่นกลางกายปวดร้าว เลิกซุกไซ้ซอกคอของเธอแล้ว แต่ใช้ปากครอบครองยอดอกสีชมพูแทน เขาดูดดึงติ่งไตทั้งสองข้างสลับข้างไปมา
"อาว์.."
กลอยใจครางออกมาอย่างทนไม่ไหว สองมือของเธอขยุ้มศีรษะของเขาเอาไว้เนื่องจากไม่รู้จะเอามือไว้ตรงใหน อีกอย่างเพราะอยากระบายอารมณ์และความรู้สึกแปลก ๆ ที่เธอกำลังเป็นอยู่ตอนนี้
กันต์ยังคงสนุกกับยอดอกของเธอ ปากดูดดึงส่วนสองมือก็คลึงเค้นสองเต้าอวบ ก่อนมืออีกข้างจะลูบไล้ต่ำลงไปยังหน้าท้องแบนราบและเลยไปยังเนินอวบอิ่มของเธอ เขาส่งนิ้วแข็ง ๆ เข้าไปเพื่อสำรวจตรวจตราดูว่าเธอพร้อมหรือยัง
"อุ๊ย..เจ็บ"
กลอยใจสะดุ้งความเจ็บแล่นเข้ามาแทนที่อารมณ์หวาม
"กลอย นี่คุณยังไม่เคย !? ไหนบอกว่าเคยมีแฟน"
"เคยมีแฟนค่ะแต่ไม่เคยนอนกับผู้ชาย"
เมื่อได้ฟังคำตอบจากกลอยใจ กันต์ก็ทำท่าจะผละออกจากร่างกายของเธอ เขาควรจะให้เวลาเธอปรับตัวเสียก่อนดีไหมนะ แต่เธอกอดเขาไว้แน่น
"คุณกันต์ทำต่อเถอะค่ะ กลอยเต็มใจ"
เขาสบตากับเธออีกครั้ง หากให้หยุดตอนนี้เขาเองก็ทำไม่ได้ เห็นท่าทางของเขาที่ลังเลกลอยใจจึงผงกหัวขึ้นมาประกบปากกับเขาซะเอง กันต์จึงจูบตอบเธอ และคราวนี้เขาจะไม่หยุดมัน จูบที่เร่าร้อนรุนแรงนั้นปลุกอารมณ์ของทั้งสองคนให้ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง
กันต์จูบทุกส่วนในร่างกายของกลอยใจเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ให้กับเธอ เมื่อเห็นว่าร่างกายของเธอพร้อมแล้วเขาจึงส่งตัวตนอันใหญ่โตเข้าไปสำรวจในช่องทางรักแสนเย้ายวนนั้น
"อื้อ !"
ในตอนแรกมันคับแน่นจนแทบจะเข้าไม่ได้แต่กันต์ก็จูบปลอบจนกลอยใจผ่อนคลาย ร่างกายของทั้งสองคนสอดประสานเป็นหนึ่งเดียว ก่อนจะถึงจุดพร่างพราวไปพร้อมกัน
"อ๊าส์"
"อาส์"
เสียงครางของทั้งคู่เปล่งออกมาจากห้องนอนห้องน้อย ดีที่บ้านของกันต์อยู่ห่างจากบ้านคนอื่น ไม่อย่างนั้นในตอนที่ไปพบเจอกับผู้คนกลอยใจคงเขินจนหน้าแดง
กลอยใจหลับไปแล้วหลังจากที่กันต์เผด็จศึกเธอไปสองรอบ เขากอดร่างเปล่าเปลือยหอมกรุ่นเอาไว้ในอ้อมแขน รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นคนแรกของเธอแม้ว่าเขาจะไม่คิดถือสาเรื่องนี้แต่มันก็อดปลื้มใจไม่ได้
ในตอนที่เขาเจอเธอครั้งแรกนั้นความจริงเขาแอบมองเธออยู่นาน เห็นรูปร่างหน้าตาของเธอที่ดูดีเกินที่จะมาหาผัวผ่านแอพหาคู่เขาก็ไม่กล้าทัก แต่พอเห็นแววรื้นของน้ำตาของเธอเขาจึงตัดสินใจเดินเข้าไปหาเธอ
เมียของเขาเจอกับอะไรมานะ เอาเถอะเดี๋ยวก็คงรู้ แต่ไม่ว่าเธอจะเผชิญกับอะไรมาเขา นายกันต์คนนี้แหละจะคอยปกป้องและอยู่เคียงข้างเธอเอง บอกกับตัวเองแบบนั้นก็จูบหน้าผากมนไปฟอดหนึ่ง หลับตาลงและนอนกอดเธอจนรุ่งเช้า
กลอยใจตื่นตีห้าเพราะความเคยชิน เธอตื่นแต่เช้าแบบนี้ทุกวันเพื่อมาปั่นนิยายก่อนออกไปทำงาน เมื่อคืนเธอหลับสนิทมาก ร่างกายของเธอระบมโดยเฉพาะตรงกายสาวแต่ก็ฝืนลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว มองหาคนที่ร่วมเตียงกับเธอก็ไม่เห็นวี่แวว เธอจึงเดินเข้าไปในครัวเพื่อหุงข้าวและทำกับข้าว
เสียงหรีดหริ่งเรไรร้องระงมอยู่ในป่า ก็เพราะไปอีกแบบ กลอยใจไม่เคยได้ยินเสียงอะไรแบบนี้มาก่อน หุงข้าวเสร็จแล้วเธอก็ต้มน้ำเพื่อชงกาแฟ แต่หากาแฟไม่เจอ จึงปิดเตาแก๊สต้มน้ำไปก็ไม่มีประโยชน์ เตรียมเครื่องทำข้าวต้มทะเลดีกว่า กุ้งกับปลาหมึกยังเหลือ เธอลงมือทำกับข้าว คิดถึงสามีขึ้นมาเขาไปไหนคงไม่ใช่ว่าเอาเธอมาทิ้งไว้กลางป่าแบบนี้หรอกนะ