TP Shopping Mall 22.00 น.
ร้านค้าทุกร้านในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ปิดไฟทุกดวง ทั้งพ่อค้าแม่ค้าพนักงานห้าง รวมถึงผู้มาใช้บริการต่างพอกันยืนออที่หน้าห้าง บ้างก็รอรถที่เรียกมารับ บ้างก็รอคนมารับส่วนคนที่ขับรถมาเองหรือเอาจักรยานยนต์มาก็ลงไปยังลานจอดรถที่อยู่ชั้นใต้ดิน
พิจิกาหญิงสาววัย 24 ปีก็เป็นหนึ่งในนั้น หลังจากปิดร้านและเช็กสต๊อกแล้วเธอก็ลงมายังชั้นใต้ดินเพื่อจะขี่จักรยานยนต์คู่ใจกลับบ้าน
หญิงสาวเช่าพื้นที่เล็กๆ ในโซนพลาซ่าของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้เพื่อขายเสื้อผ้าวัยรุ่น ซึ่งร้านของเปิดมานานถึงสีปีแล้ว นับตั้งแต่เรียนจบปวส. แล้วหางานทำไม่ได้เธอจึงเอาเงินเก็บที่ได้จากการทำงานพิเศษมาเปิดร้านที่นี่ แม้ค่าเช่าจะแพงหูฉี่แต่เธอก็กัดฟันขายมาได้ เพราะนอกจากจะขายที่หน้าร้านแล้วเธอยังไลฟ์สดขายอีกด้วย การมีหน้าร้านแบบนี้มันก็ทำให้ลูกค้ามั่นใจมากขึ้น
“ฝนยังไม่หยุดเลย ให้พี่ไปส่งไหม” พี่ญาดาเจ้าของร้านขายของเล่นและเสื้อผ้าเด็กถามขึ้น
“ไม่เป็นไรค่ะพี่ญา ผิงมีเสื้อกันฝนค่ะ”
“แล้วเค้กจะไม่เปียกเอาเหรอ”
“เดี๋ยวผิงใส่ใต้เบาะก็ได้ค่ะ”
“ไม่เปลี่ยนใจแน่นะ”
“ไม่ค่ะขอบคุณนะคะพี่ญา”
พอญาดาเดินไปยังรถยนต์ของเธอแล้วพิจิกาก็เปิดเบาะรถจักรยานยนต์เอาเค้กชิ้นเล็กลงไปวางอย่างทะนุถนอม
วันนี้เป็นวันเกิดของกรวีร์เพื่อนสนิทคนเดียวของเธอที่คบกันมาตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย พิจิกาเลยจะเอาเค้กไปเซอร์ไพรส์วันเกิดเพราะหอพักของเพื่อนอยู่ทางผ่านที่จะกลับไปบ้านของเธอพอดี
ฝนยังคงตกอย่างนักพิจิกาต้องขับขี่อย่างระมัดระวัง กว่าจะมาถึงของพักของเพื่อนก็กินเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงทั้งที่ปกติแล้วใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ
“เฮ้อ ถึงสักทีหวังว่าฟางจะยังไม่นอนนะ” หญิงสาวถอดเสื้อกันฝนแล้วใต้เบาะเอาเค้กและกล่องของขวัญออกมาให้เพื่อน
พิจิกาถือเค้กแล้วเดินขึ้นมายังชั้นสามเธอเคาะประตูห้องอยู่หลายครั้งแต่คนด้านในก็เงียบ หญิงสาวจึงโทรหาแต่กรวีร์ก็ไม่รับสาย เธอจึงเอาเค้กและของขวัญแขวนที่ลูกบิดประตู ก่อนจะเดินกลับมายังรถของตัวเองอีกครั้ง
เมื่อเสียงเคาะประตูเงียบไปแล้วคนด้านในก็เปิดออก
“ใครมาเหรอบอล”
“ไม่รู้เหมือนกัน เขาไม่อยู่แล้ว แต่มีของพวกนี้แขวนอยู่ตรงลูกบิดน่ะ” ชายหนุ่มหยิบถุงที่แขวนอยู่ตรงลูกบิดออกมายื่นให้เจ้าของห้อง
“ของอะไร ไหนมาดูซิ”
“นี่ไง มีเค้กกับกล่องของขวัญ ฟางแอบคบใครอยู่หรือเปล่า เขาถึงเอาของมาให้ถึงห้อง”
“ฟางก็มีบอลคนเดียว จะแอบคบใครที่ไหนล่ะ” หญิงสาวที่สวมเพียงผ้าเช็ดตัวกอดชายหนุ่มที่ท่อนบนเปลือยเปล่าอย่างประจบ
“แล้วใครมันเอาของพวกนี้มาให้ฟางกันล่ะ”
“คนที่รู้วันเกิดฟางก็มีไม่กี่คน ถ้าเดาไม่ผิดก็น่าจะเป็นยัยผิงนั่นแหละ”
“อ้อ ดีนะที่เมื่อกี้เราไม่เปิด” เพราะตอนที่ได้ยินเสียงเคาะประตั้งสองกำลังโรมรันพันตูกันอยู่บนเตียง
“นั่นสิ ฟางลืมไปเลยว่าวันเกิดทีไรยังผิงจะต้องเอาของขวัญมาให้”
“แต่ผมไม่มีของขวัญวันเกิดให้ฟางเลยนะ ฟางน้อยใจไหม”
“แค่บอลอยู่กับฟางแบบนี้ฟางก็มีความสุขมากๆ แล้วล่ะ”
“งั้นพรุ่งนี้ผมจะชดเชยให้ดีไหม เราไปเที่ยวทะเลกันไหม”
“จริงนะ”
“จริงสิ ได้หยุดทั้งทีก็ควรไปเที่ยวบ้าง”
“นั้นสิ ทำงานบริษัทมันก็ดีแบบนี้เองนะ” กรวีร์ยิ้ม เมื่อนึกไปถึงงานค้าขายของเพื่อนที่ไม่เคยจะได้หยุดเพราะทำสัญญากับทางห้างไว้แล้วว่าจะหยุดก็ต้องจ้างคนมาขายแทน ซึ่งน้อยครั้งมากที่เพื่อนของตนจะยอมจ้างคนมาขาย
“ครับ” ชายหนุ่มกับกรวีร์ทำงานบริษัทเดียวกันมาได้ครึ่งปีแล้ว ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทั้งสองเข้ากันได้ดีในเรื่องบนเตียง และการใช้ชีวิตเพราะทั้งคู่มีวันหยุดตรงกันและมักจะไปเที่ยวด้วยกันอยู่เสมอ
แต่บอลหรือปรัชญาไม่ได้คิดกับเธอถึงขั้นแต่งงานเพราะเขาเองมีคนรักอยู่แล้ว เรื่องนี้กรวีร์เองก็รู้ แต่ที่หญิงสาวยอมมีอะไรกับเขาก็เพราะหวังว่าเรื่องบนเตียงที่มอบให้เขานั้นจะมัดใจเขาได้ อีกอย่างแฟนของชายหนุ่มก็เอาแต่ทำงานจนแทบไม่มีเวลา
“คืนนี้บอลจะค้างกับฟางไหมคะ” หญิงสาวนั่งคร่อมอยู่บนหน้าตักของชายหนุ่มที่กำลังมองกล่องเค้กด้วยใบหน้าที่เครียดเล็กน้อย แต่พอเธอขยับกายบดเบียดเขาก็เลิกสนใจเค้กและกล่องของขวัญตรงหน้า
“วันเกิดฟางทั้งทีผมก็ต้องอยู่กับฟางสิครับ หรือฟางไม่อยากให้ผมค้างด้วย”
“ฟางอยากให้บอลอยู่กับฟางตลอดเวลาอยู่แล้วล่ะค่ะ แล้วบอลเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ฟางเห็นบอลเอาแต่นั่งจ้องเค้ก แบบนั้นคิดอะไรอยู่เหรอคะ”
“คิดสิ”
“คิดอะไร ไหนลองบอกฟางมาสิคะ” นิ้วเล็กไต่ไปตามลำตัวชายหนุ่มอย่างยั่วยวน
“ผมกำลังคิดว่าผมจะก่อนเค้กก่อนหรือกินฟางก่อนดีล่ะ” ปรัชญาไล้มือไปตามหัวไหล่เนียน
“แล้วบอลชอบแบบหวานแต่เลี่ยนหรือชอบแบบแซ่บๆ เผ็ดล่ะคะ”
“ผมชอบแบบแซ่บๆ งั้นคืนนี้ขอกินฟางก่อน เค้กนั่นก็ทิ้งไว้แบบนั้นแหละ”
“เค้กมันคงเลี่ยนมากสินะ”
“ผิง / ผิง”
“สุขสันต์วันเกิดนะฟาง” พิจิกายิ้มก่อนจะกล่าวอวยพรวันเกิดให้เพื่อนรักที่คบกันมานานถึงเก้าปีด้วยเสียงสั่นเครือ
หลังจากเอาเค้กและของขวัญแขวนไว้ที่หน้าประตูห้องของกรวีร์แล้วพิจิกาก็กลับมาที่รถ แต่ก็หากุญแจรถไม่เจอ หญิงสาวนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเอาพวกกุญแจใส่ไว้กับถุงของขวัญจึงรีบวิ่งขึ้นมาเอาตอนนี้ฝนหยุดตกแล้วเธออยากจะรีบกลับไปให้ถึงบ้านก่อนเพราะกลัวว่าในจะตกขึ้นมาอีกครั้ง
เธอไม่คิดเลยว่าตนเองจะเจอเพื่อนรักกับคนรักของตนกำลังนัวเนียกันอยู่ในห้อง
“ผิง อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะ ผมก็แค่มาส่งฟางที่ห้องแล้วฝนมันตกชุดผมเปียกไปทั้งตัว” ปรัชญารีบแก้ตัว ส่วนกรวีร์นั้นได้แต่นั่งหน้านิ่งเพราะคิดไม่ถึงว่าเพื่อนจะกลับมาที่ห้องของเธออีกครั้ง
“เหรอคะ ถ้าชุดแห้งก็รีบกลับนะคะ ฟางเองก็คงเปียกเหมือนกันใช่ไหมล่ะ ถึงได้นุ่งแค่ผ้าเช็ดตัว แปลกดีนะที่ไม่รีบหาเสื้อผ้าใส่ทั้งที่มีเสื้ออยู่เต็มตู้” เธอพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
“ผิง ฟางนึกว่าผิงกลับไปแล้ว”
“ผิงก็กำลังจะกลับ แต่บังเอิญว่าลืมกุณแจรถน่ะ ได้กุญแจแล้วผิงก็จะกลับ” หญิงสาวหยิบกุญแจรถที่อยู่ในถุงของขวัญขึ้นมาแล้วยิ้มให้กับคนทั้งสอง
“รอผมก่อนได้ไหม” ปรัชญารีบวิ่งเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว
“จะให้รอทำไมคะ ในเมื่อคุณเพิ่งบอกฟางไปเองว่าคืนนี้จะค้างกับเธอที่นี่” พิจิกาได้ยินบทสนทนาของทั้งสองดี เพราะเธอขึ้นมาถึงที่นี่ตั้งแต่ที่ชายหนุ่มเปิดประตูออกมาเอาของที่เธอแขวงไว้ตรงลูกบิด
“ผิงกำลังเข้าใจผิดนะ ผมกับฟางก็แค่สนุกกันเท่านั้นนะ ไม่ได้คิดอะไรเลยจริงๆ”
“แต่ผิงไม่สนุกด้วยนะคะ นานแค่ไหนแล้วที่คุณกับฟางทำแบบนี้ คุณสองคนคงสนุกมากที่ทำอะไรลับหลังผิง” พิจิกาพยายามไม่ร้องไห้แต่เธอก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว เพราะความรู้สึกที่โดนคนรักกับเพื่อนรักหักหลังนั้นมันเจ็บเกินจะทน
“มันก็แค่เรื่องบนเตียงนะผิง อย่าคิดมากสิ ผมกับฟางไม่ได้จริงจังอะไรเลย เราก็แค่หาความสุขเท่านั้นเองนะ”
“แค่เรื่องบนเตียงเหรอคะ แล้วถ้าผิงไปนอนกับคนอื่นบ้างคุณจะคิดว่าแค่เรื่องบนเตียงไหมล่ะ”
“ผมรู้ว่าผิงไม่มีทางทำแบบนั้น ขนาดผมผิงยังไม่ยอมเลย” เรื่องนี้ทั้งสองคนพูดกันมาหลายครั้ง ปรัชญาพยายามขอแต่หญิงสาวก็ปฏิเสธ เขาจึงต้องหาทางระบายออก
“เพราะผิงใยอมคุณเลยนอกใจผิงเหรอคะ”
“มันใช่การนอกใจนะ คนเราก็ต้องหาความสุขใส่ตัวกันบ้าง ผิงจะมาโทษผมไม่ได้นะ ผมเป็นผู้ชายก็ต้องมีความต้องการเป็นธรรมดา ผิงเองก็เอาแต่ห่วงตัว แค่จับมือยังต้องขออนุญาต เราคบกันมาสี่ปีแล้วนะ”
“ผิงจะไม่ว่าอะไรเลยถ้าคุณจะไปมีอะไรกับใครที่ไหนแต่ทำไมต้องเป็นเพื่อนของผิงด้วย มันใกล้ตัวเกินไปผิงรับไม่ได้” เธอต่อว่าด้วยเสียงสั่น
“ผิง ฟางขอโทษ”
“ฟางไม่ผิดหรอกนะ ผิงผิดเองที่ไว้ใจเขาเกินไป”
“ผมว่าเราต้องคุยกันนะ ผมสัญญาจะเลิกกับฟาง”
“บอล” กรวีร์มองหน้าปรัชญาด้วยสายตาที่ไม่พอใจ ที่ผ่านมาเขาพร่ำบอกกับเธอว่ารักเธอหลังเธอ แต่พอถูกแฟนจับได้เขากลับทิ้งเธอโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดสักนิด
“ผมขอโทษนะฟาง แต่ผมรักผิงมาก” ชายหนุ่มตัดสินใจได้ไม่ยาก
“แล้วที่ผ่านมามันคืออะไร คุณบอกรักฟางคุณให้ความหวังฟางทำไม”
“พอเถอะบอล เรื่องของเราผิงว่าให้มันจบแค่นี้เถอะ ในเมื่อคุณกับฟางมาถึงขั้นนี้กันแล้วคุณก็ควรจะรับผิดชอบ”
“แต่ผมรักผิงนะ แล้วผมก็รู้ว่าผิงเองก็รักผม”
“ค่ะ ผิงเคยรักคุณมากแต่ตอนนี้ความรักของผิงมันไม่เหลือแล้ว ผิงไม่อยากมีสามีคนเดียวกับเพื่อน” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว
“ผมก็บอกแล้วว่าจะเลิกกับฟาง ผมเลือกผิงนะ” ชายหนุ่มย้ำอีกครั้ง
“อย่าเลยค่ะ ผิงกลับไปจุดเดิมไม่ได้อีกแล้ว ผิงหัวโบราณเกินกว่าจะรับเรื่องนี้ได้”
“เวลาผ่านไปผิงก็จะลืมเอง ให้โอกาสผมสักครั้งนะได้ไหมที่รัก”
“อย่าเรียกผิงแบบนั้นอีก ผิงไม่ใช่คนรักของคุณอีกต่อไปแล้ว ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่เราสามคนได้คุยกันนะ ผิงไปก่อนล่ะ ขอให้ชีวิตคู่ของคุณกับเพื่อนรักของผิงมีความสุขนะคะ” พูดจบพิจิกาก็รีบเดินออกจากห้องไปด้วยน้ำตานองหน้า ความรู้สึกผิดหวังและเสียใจถาโถมเข้ามาราวกับพายุลูกใหญ่ ไม่คิดมาก่อนเลยว่าตนเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเอง
พิจิกาเดินถึงรถแล้วนั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้นนานเกือบสิบนาทีก่อนที่จะออกจากหอพักของเพื่อน เธอกลับมาถึงบ้านมารดาก็เข้านอนแล้วเพราะท่านจะต้องตื่นนอนมาเตรียมของขายตั้งแต่เช้า
เรื่องพี่เจอมาคืนนี้มันค่อนข้างหนัก เธอกับปรัชญาคบกันมานานถึงสี่ปี แต่ไม่เคยมีอะไรกันเพราะหญิงสาวอยากเก็บสิ่งมีค่าไว้มอบให้กับคนรักในคืนวันแต่งงาน แม้เขาจะพยายามล่วงเกินเธออยู่หลายครั้งแต่เธอก็เอาตัวรอดมาได้ตลอด
เธอรู้ว่าผู้ชายทุกคนมีความต้องการ เขาจะไปนอนกับใครหรือเที่ยวผู้หญิงที่ไหนเธอไม่เคยว่า เธอขอแค่ให้เขารู้จักป้องกันตัวเองทุกครั้ง แต่ไม่คิดมาก่อนว่าเขาจะนอนกับคนใกล้ตัวแบบนี้
หญิงสาวเป็นคนแนะนำให้กับทั้งสองรู้จักกันเมื่อหนึ่งปีก่อน จากนั้นเพื่อนของเธอก็ไปสมัครงานบริษัทเดียวกับชายหนุ่ม เธอดีใจมากที่เพื่อนรักกับคนรักได้ทำงานที่เดียวกัน เธอฝากให้ปรัชญาช่วยดูแลกรวีร์เพราะหญิงสาวนั้นอยู่ตัวคนเดียวและไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน แต่ไม่คิดว่าการดูแลของเขามันจะมากเกินกว่าที่คิดไว้
ผ่านมาสามวันแล้วที่พิจิกาตัดขาดจากปรัชญา เขาทั้งโทรหา ส่งข้อความหาและไปดักรอที่บ้านก่อนเธอมาทำงานทุกเช้า แต่หญิงสาวก็ไม่ยอมยกโทษให้ เพราะถ้าเธอให้อภัยเขากรวีร์ก็ต้องเสียทั้งตัวเสียทั้งใจ ภายนอกเธออาจจะดูเข้มแข็งแต่ข้างในยังคงเจ็บปวด เพราะชายหนุ่มเป็นรักแรกของเธอ ทั้งคู่คบกันตั้งแต่เธอเรียนอยู่ปวส.2 เขาเป็นผู้ชายที่ปากหวานช่างเอาอกเอาใจมันเลยทำให้คนไม่เคยมีแฟนอย่างพิจิกาเปิดใจรับและตกลงคบกับเขาได้อย่างไม่ยาก
“ขอบคุณนะถ้ามีแบบใหม่เข้ามาพี่จะลงในเพจและไลน์กลุ่มนะคะ พอดีว่าอีกสองวันห้างจะปรับปรุงโซนพลาซ่าสามวัน ถ้าน้องการเสื้อผ้าหรืออยากได้อะไรก็ไลน์บอกพี่ได้นะคะ เดี๋ยวพี่ให้คนไปส่งค่ะ” เสียงหวานบอกกับลูกค้าซึ่งเป็นนักศึกษาที่มาอุดหนุนเธอเป็นประจำ
“ค่ะ พี่ผิง หนูไปก่อนนะคะ”
พอลูกค้าออกแล้วใบหน้าที่ยิ้มแย้มก็เปลี่ยนไปจนคนที่นั่งสังเกตอยู่เดินมาถามด้วยความเป็นห่วง
“ผิง พี่ว่าสองสามวันมานี้ผิงดูแปลกๆ นะ มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า” ญาดาอดถามเพื่อนรุ่นน้องร้านติดกันไม่ได้
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ก็แค่เหนื่อยๆ”
“อดทนอีกนิดเดี๋ยวเราก็ได้หยุดกันสามวันเลยนะ ผิงจะไปเที่ยวไหนไม่ละ”
“คงไม่ไปไหนหรอกค่ะพี่ญา เศรษฐกิจแบบนี้ผิงว่านอนอยู่บ้านดีที่สุดค่ะ”
“นั้นสินะ สำหรับพวกเราแล้วการปิดร้านมันไม่ดีเลย”
“ผิงได้ยินว่าเขาจะลดค่าเช่าให้เราร้านละ 1500 นะคะ ไม่รู้จริงไหม”
“พี่ก็ได้ยินมานะ” พี่ช้างเจ้าของร้านขายเสื้อยืดและกางเกงยีนที่อยู่ติดๆ กันพูดขึ้น
“เขาแค่ได้กำไรน้อยลง แต่ไม่ได้เสียอะไรเลย พี่อยากจะเป็นแฟนเจ้าของห้างจัง”
“ญาดา ไปนอนก่อนไหม”
“ญาไม่ง่วงทำไมต้องไปนอนด้วยล่ะพี่ช้าง”
“ก็จะได้ฝันไง เจ้าของห้างที่ไหนจะมามองคนอย่างเราพวกเขาก็สนแต่คนรวยด้วยกันเท่านั้นแหละ”
“เรามาเกิดไม่รวยบ้างก็ให้มันรู้ไป คอยดูนะถ้างวดนี้ญาถูกรางวัลที่หนึ่งญาจะเช่าพื้นที่เพิ่มให้เยอะกว่าเดิมเลย” ญาดาพูดพลางยิ้มอย่างมีความหวัง
“พี่ญาคะ ถ้าพี่ญาถูกรางวัลที่หนึ่งพี่ญายังจะมาขายของอีกเหรอคะ”
“ขายสิ แต่ไม่ขายเองนะ พี่จะจ้างคนขายส่วนพี่ก็เป็นคุณนายรอนับตังอย่างเดียว”
“รีบไปนอนก่อนไหมญา” พี่ช้างเอ่ยแซวอีกครั้ง ก่อนที่สามคนจะหัวเราะพร้อมกันเพราะเรื่องที่พูดนั้นมันแทบไม่เกิดขึ้นเลย
“แล้วที่เขาบอกว่ามีรางวัลให้ไปพักผ่อนล่ะ ประกาศผลหรือยังว่าใครได้”
“ยังเลยค่ะพี่ญา ในไลน์กลุ่มลูกค้าโซนพลาซ่ายังไม่มีใครพูดถึงเลยค่ะ”
“ถ้าเราได้ไปก็คงดีนะ เพราะนอกจากที่พักฟรี ค่าเดินทางฟรีแล้วยังได้ Pocket Money ด้วยนะ พี่อยากไปภูเก็ต”
“นั่นสิผิงก็อยากไปเผื่อจะได้เจอหนุ่มๆ กับเขาบ้าง”
“ลืมอะไรไปหรือเปล่าจ๊ะ ตัวเองมีแฟนแล้วนะน้องผิง”
“นั่นมันอดีตค่ะ ตอนนี้ผิงโสดสนิท”
“ล้อพี่เล่นใช่ไหม” ญาดาไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ได้ยินเพราะเธอรู้มาว่าพิจิกากับแฟนนั้นคบกันกันมานานถึงสี่ปี
“ไม่หรอกค่ะ ผิงเลิกกับแฟนแล้วจริงๆ ค่ะ”
“พี่จะไม่ถามว่าเลิกเพราะอะไร แต่พี่ขออวยพรให้ผิงเจอคนที่ดีกว่าหล่อกว่ารวยกว่าแซบกว่า ถ้าได้ดีแล้วก็อย่าลืมพี่นะคะ”
“สาธุค่ะพี่ญา แต่คนเพอร์เฟกต์แบบนั้นจะเหลือมาถึงพวกเราเหรอคะ เราไม่ใช่ซินเดอเรลล่านะคะ”
“ใครจะไปรู้ล่ะคะ บางที่ฟ้าอาจจะประทานคนแบบนั้นมาให้น้องผิงก็ได้”
“ถ้ามีจริงก็ดีสิคะ ผิงคงต้องรีบไปนอนอย่างที่พี่ช้างบอกก่อนไหมคะพี่ญา” พิจิกาหัวเราะ เพราะคนแบบนั้นกับเธอคงไม่มีทางโคจรมาพบกันแน่ๆ
พอใกล้เวลาห้างปิดคุณศิริภาก็เดินมาแจ้งข่าวดีกับคนที่ได้ตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวภูเก็ตซึ่งมีด้วยกันถึงสิบที่นั่ง พิจิกาและญาดาต่างพากันลุ้นว่าตัวเองจะเป็นคนโชคดีไหม แต่ดูเหมือนช่วงนี้โชคจะไม่เข้าข้างเธอเลยสักนิด
“เอาล่ะ อย่าเพิ่งเสียใจไปเลย ไม่ได้มีแค่ตั๋วไปภูเก็ตสักหน่อย ยังมีที่พักฟรีที่เสม็ดกับ Pocket Money อีกหนึ่งรางวัลนะ แล้วบ้านพักที่นี่หลังใหญ่คนที่ได้รางวัลนี้จะชวนใครไปด้วยก็ได้ ไม่ว่าเป็นเพื่อน ครอบครัวหรือคนรัก พาไปได้ไม่อั้นเลยนะ”
“ทำไมที่เสม็ดมีแค่รางวัลเดียวเองล่ะคะ น่าจะให้เยอะกว่านี้หน่อย” น้องร้านขายอุปกรณ์มือถือท้วงขึ้น
“หรือว่าพวกเธอจะไม่เอา งั้นพี่เอาละ”
“เอาสิคะพี่สิพวกเราก็แค่ล้อเล่นเอง”
“เอาล่ะ คนที่ได้ไปเสม็ดก็คือพิจิกาจ้า ยินดีด้วยนะ ถ้าไม่รู้จะพาใครไปก็มาชวนพี่ได้นะคะน้องผิง” ศิริภายิ้มให้กับหญิงสาวก่อนที่จะขอตัวกลับไปเพราะใกล้ถึงเวลาเลิกงานของเธอแล้ว
คนอื่นๆ ก็ต่างแยกย้ายกันไปเก็บร้านของตัวเองเพราะเวลาใกล้ห้างปิดแบบนี้ลูกค้าไม่ค่อยมีเท่าไหร่
“พี่ญาไปกับผิงนะเดี๋ยวชวนแม่อีกคน”
“ได้สิ พักฟรีแบบนี้ใครๆ ก็ชอบ เหลือเวลาเตรียมตัวอีกสองวันพี่ว่าเราไปซื้อชุดว่ายน้ำกันไหม”
“ได้ค่ะ ผิงจะเอาแบบเซ็กซี่สุดๆ ไปเลย หวังว่าคงไม่เจอคนรู้จักที่นั่นน่ะ”
“พี่ว่าไม่เจอหรอก มันเป็นวันพุธ พฤหัส คนอื่นเขาคงไม่เที่ยวกันหรอก สงสัยงานนี้คงได้ฝรั่งมาสักคนสองคน”
“ตื่นเต้นจังค่ะ ผิงไม่ได้ไปเที่ยวแบบนี้นานแล้ว”
“ผิงได้ที่พักและอาหารฟรีถึงสองคืนสามวัน สงสัยว่ากลับมาจากเที่ยวคงมีแรงทำงานเยอะเลยนะ ถือเป็นการชาร์จแบตไปในตัว”
“นั้นสิคะ ถึงแม้ไม่ได้ไปภูเก็ตแต่ได้รางวัลปลอบใจก็ยังดีนะคะสงสัยดวงผิงกำลังมา”
“ต่อไปนี้อาจมีเรื่องดีๆ เข้ามาอีกเรื่อยๆ ก็ได้นะผิง”
“ผิงก็หวังอย่านั้นค่ะ พี่ญา ชวนแม่พี่ได้ด้วยกันเลยไหมคะ แม่ผิงจะได้มีเพื่อนคุยด้วย”
“พี่ขอถามแม่ก่อนนะ ไม่รู้ท่านจะยอมไปหรือเปล่า”
“ค่ะ พี่ญา”
พิจิกาบอกข่าวดีกับมารดาในเช้าวันต่อมา เพราะเมื่อคืนตอนกลับมาถึงบ้านมารดาของเธอก็เข้านอนแล้วเหมือนกันทุกวัน
“แม่คงไปกับผิงไม่ได้นะ”
“อ้าว ทำไมล่ะคะ หรือแม่กลัวจะขาดรายได้ ไม่ต้องห่วงนะคะ นอกจากเราจะได้เที่ยวฟรีแล้ว ผิงยังได้เงินติดกระเป๋าอีกตั้งสามพันนะคะแม่”
“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก พอดีแม่นัดกับป้าๆ ที่ขายของหน้าโรงเรียนไว้แล้ว พวกเราไปทำบุญแล้วก็เที่ยวกันทางเหนือจ้ะ”
“แล้วป้าๆ เขาไม่ขายของกันเหรอคะแม่ ปกติหนูไม่เคยเห็นจะหยุดกันเลย”
“ก็ช่วงนี้เป็นช่วงสอบไงล่ะ เด็กสลับกันมาสอบ และเลิกสอบตั้งแต่บ่ายสอง พวกเขาก็เลยรีบกลับบ้านไปอ่านหนังสือกันน่ะ”
“เหรอคะ แต่ผิงอยากให้แม่ไปด้วยนี่คะ เราไม่ได้เที่ยวด้วยกันนานแล้วนะคะแม่”
“เอาไว้โอกาสหน้าก็ยังมีนี่ลูก”
“งั้นผิงให้ที่พักพี่ญาไปนะคะ”
“ทำไมล่ะ แม่ว่านหนูไปเที่ยวพักผ่อนให้สบายใจเถอะนะ เอาทุกอย่างไปทิ้งทะเล แล้วกลับมาจะได้เจอแต่สิ่งดีๆ”
หญิงสาวเล่าเรื่องที่เธอกับแฟนหนุ่มเลิกกันให้มารดาฟัง ปัทมารู้สึกเห็นใจลูกสาวมากเพราะพิจิกากันแฟนหนุ่มคบกันมานานจนถึงขั้นวางแผนที่จะแต่งงานกันในปีหน้า แต่ก็นับว่ายังโชคดีที่จับได้เสียก่อนว่าเขากับเพื่อนรักของลูกสาวแอบคบหากับลับหลัง
“ดีเหมือนกันค่ะแม่ ผิงจะเอาทุกอย่างไปทิ้งที่นั่น ไปเริ่มต้นใหม่บางทีผิงอาจจะเจอหนุ่มหล่อๆ รวยๆ ก็ได้นะคะแม่”
“ไม่ต้องถึงกับหล่อรวยหรอกนะผิง แม่ขอแค่เขารักลูกสาวแม่จริงๆ ก็พอ”
“นั้นสิคะ ผิงขอแค่คนที่รักผิงก็พอ”