ตอน 1

สายลมกรรโชกแรงในยามดึกสงัดของราตรีกาลที่มีฝนฟ้าคะนอง ลอดผ่านหน้าต่างซึ่งเปิดแง้มเอาไว้ทำให้ชายผ้าม่านปลิวไสว บ้างก็แล่นฉิวเข้ามาในห้องกระทบกับมุ้งซึ่งถูกผูกโยงคลุมเตียงนอนขนาดใหญ่อีกทีเพื่อป้องกันยุงและริ้นไรไม่ให้มาไต่ตอม แม้ว่าบ้านไม้ริมน้ำหลังนี้จะติดมุ้งลวดรอบบ้านแล้วก็ตาม

แสงอสุนีบาตที่แลบแปลบๆ ราวกับแสงแฟลชจากกล้องขนาดใหญ่เป็นระยะ ทำให้เห็นความเคลื่อนไหวของสองร่างบนเตียงใหญ่ได้อย่างชัดเจน

“อา...”

เสียงครางต่ำลึกดังขึ้นอย่างสุดกระเส่าจากเรียวปากหยักลึก ในขณะที่สองมือเล็กได้แต่กำผ้าปูที่นอนจนยับย่น ปากนุ่มที่บวมเบ่งจากแรงจุมพิตสุดเร่าร้อนครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนหน้านี้กำลังจะเผยอร้อง แต่ก็ถูกปิดทับด้วยปากร้อนเสียก่อน

จุมพิตดูดดื่มเริ่มขึ้นอีกครั้ง พร้อมๆ กับที่เอวสอบเริ่มขยับโยกไหวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้ว่าใจจริงแล้วอยากจะรุกเร้าหนักหน่วงตามใจปรารถนาก็ตาม

ฝนเม็ดหนาทึบตกลงมากระทบหลังคาดังซ่าๆ นำพาความเย็นฉ่ำแผ่มาโอบล้อมทั่วอาณาบริเวณ สายลมที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามากระทบชายมุ้งเป็นระยะจนผ้าสีฟ้าปลิวไสวไม่ได้ทำให้สองกายหนาวซ่านแต่อย่างใด ตอนนี้บนเตียงใต้มุ้งบางเบากำลังเร่าร้อนด้วยอุณหภูมิของไฟสวาทที่โหมกระพือ มือเล็กยกขึ้นโอบร่างใหญ่ไว้แน่นยามที่เขาพาโลดทะยานไปพานพบความซ่านสยิวแปลกใหม่ เสียงครางหวานกระเส่าเริ่มดังขึ้นไม่ขาดสาย หลังจากปากร้อนผละออกจากการจุมพิตปากนุ่มแล้วเลยไปเชยชมพรมจุมพิตส่วนอื่น

สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร

ดวงตาคู่สวยกำลังกวาดมองตัวหนังสือบนป้ายดิจิตอล ซึ่งกำลังขึ้นตัวหนังสือแจ้งว่า ขณะนี้สายการบินที่เดินทางมาจากประเทศแคนาดากำลังลงจอดที่รันเวย์ของสนามบินอันใหญ่โตกว้างขวางแห่งนั้นเรียบร้อยแล้ว และในอีกประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมาบุรุษหนุ่มรูปร่างสง่างาม เจ้าของใบหน้าหล่อคมติดดุดัน แต่ทว่ากลับเปี่ยมล้นด้วยเสน่ห์อันน่าหลงใหลก็ก้าวเข้ามาในอาคารผู้โดยสารขาเข้าพร้อมๆ กับผู้โดยสารอื่นๆ ที่เริ่มทยอยออกมาอย่างไม่ค่อยหนาตามากนัก 

ทันทีที่สายตาปะทะกับร่างสูงนั้น หัวใจของ ‘สายน้ำผึ้ง’ สาวน้อยวัยยี่สิบสองปีก็เต้นแรงระรัวราวกับมีกองทัพกำลังกระหน่ำกลองศึกอยู่ภายในนั้นก็ไม่ปาน มือไม้เกิดอาการสั่นอย่างไม่อาจระงับ เมื่อร่างสูงสง่าเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ 

แต่แล้วอาการตื่นเต้นของสายน้ำผึ้งก็ค่อยๆ หายไป ใบหน้าเนียนใสเจื่อนลงเพราะเขาไม่ได้แม้แต่จะชายตาแลมาทางเธอด้วยซ้ำไป

“สวัสดีค่ะอาภีม” 

‘อันดามัน’ ยกมือขึ้นไหว้ผู้ชายที่มีศักดิ์เป็น ‘อา’ ของตน ที่เรียกว่ามีศักดิ์เป็นอาก็เพราะ ‘ภีมภัทร’ กับเธอไม่ได้มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดใดๆ เลยแม้แต่นิด ปู่แท้ๆ กับย่าบุญธรรมของเธอเป็นม่ายลูกติดทั้งคู่ พ่อของเธอเป็นลูกติดพ่อ ส่วนภีมภัทรเป็นลูกติดแม่ และเมื่อปู่กับย่าแต่งงานกันจึงมีลูกด้วยกันอีกหนึ่งคน คือจอมทัพซึ่งเป็นอาคนเล็กของเธอนั่นเอง

“มาได้ยังไง”

ภีมภัทรถามด้วยน้ำเสียงห่างเหินเช่นเดียวกับทุกครั้ง แต่ตาไม่ได้คลาดไปจากใบหน้าเนียนใสของอันดามันเลยแม้แต่เศษเสี้ยวนาที แต่คนถูกมองแสร้งทำเป็นไม่สนใจอากัปกิริยาใดๆ ของคนมอง ทำเพียงแค่พยายามจะยิ้มและควบคุมน้ำเสียงให้ร่าเริงสดใสเท่านั้น 

“มิ้มไม่มีเรียนช่วงบ่าย เห็นว่าอาภีมจะกลับวันนี้ก็เลยมารับ”

“แน่ใจเหรอว่าอยากมารับอาจริงๆ โดยที่ไม่มีอะไรแอบแฝง” 

ตาคู่คมหรี่มองอย่างจับพิรุธขณะถามอย่างรู้ทัน ก็ไม่แปลกหรอกที่เขาจะมองแบบนั้น ในเมื่อเธอกับเขาไม่ได้ญาติดีกันมากว่าสองปีแล้ว

“แน่ใจสิคะ” 

ปากยืนยันอย่างหนักแน่น แต่พฤติกรรมกลับตรงกันข้าม หลังจากพูดจบก็หันไปทางเพื่อนสาวของตัวเองที่ยืนอยู่ข้างๆ และแนะนำให้ผู้เป็นอารู้จักทันที 

“นี่สายน้ำผึ้ง อาเรียกว่าหยีก็ได้ หยีเป็นเพื่อนสนิทและเป็นเพื่อนที่มิ้มรักที่สุดในมหาวิทยาลัยค่ะ”

“สวัสดีค่ะอาภีม” 

สายน้ำผึ้งยกมือขึ้นไหว้อย่างขลาดๆ สายตาคมดุที่ปรายมามองแค่แวบเดียวสั้นๆ นั้นทั้งเย็นชาและมีแววรำคาญปนอยู่อย่างเปิดเผย ภีมภัทรไม่ได้เอ่ยทักทายตอบแต่อย่างใด แค่ยกมือขึ้นรับไหว้แล้วหันไปทางหลานสาวของตัวเองต่อ ทำเอาใบหน้าที่เจื่อนอยู่แล้วกลายเป็นสีขาวซีดราวกับกระดาษในทันที

“มิ้มกับเพื่อนกลับไปเถอะ อามีคนมารับแล้ว”

ตอน 2

อันดามันหันไปตามสายตาของภีมภัทร ก็เห็นว่ามีสาวสวยในวงสังคมชั้นสูงยืนยิ้มให้เขาอยู่  แม้จะไม่ผิดจากที่คาดไว้สักเท่าไหร่ แต่ก็อดเคืองไม่ได้ เธอไม่ได้อยากมารับเขาสักนิดถ้าไม่เห็นแก่สายน้ำผึ้ง ด้วยเพราะรู้ดีว่าสายน้ำผึ้งแอบชอบภีมภัทรมานานแล้ว จึงอยากจะถือโอกาสแนะนำให้ทั้งคู่ได้รู้จักกัน แต่ก็ยังไม่มีโอกาสเสียที วันนี้จึงเสี่ยงพาสายน้ำผึ้งตากหน้ามา และแอบลุ้นลึกๆ ว่าภีมภัทรอาจจะถูกตาต้องใจเพื่อนสาวของตน ซึ่งเขาก็ดับความหวังของเธอตั้งแต่เริ่มต้นเลยทีเดียว

“สรุปว่าอาภีมจะไม่กลับพร้อมมิ้ม”

“ไม่ล่ะอามีคนมารับแล้ว อามีธุระส่วนตัวต้องทำต่อ” ภีมภัทรเน้นคำว่าธุระส่วนตัว แค่นั้นก็ทำให้อันดามันและสายน้ำผึ้งเดาได้แล้วว่า เขากับสาวสวยคนนั้นจะไปทำอะไรกันต่อ

“งั้นก็เชิญตามสบายเถอะค่ะ” 

อันดามันเผลอสะบัดหน้าพรืดใส่เจ้าของร่างสูงสง่าอย่างเคืองๆ ที่เขาฉีกหน้าเธอกับสายน้ำผึ้งอย่างไม่มีชิ้นดี  

“พาเพื่อนเรากลับได้แล้ว อาไปล่ะ”

ว่าแล้วอาหนุ่มวัยสามสิบแปดปีของอันดามันก็ตรงไปหาสาวสวยที่ยืนรออยู่ทันที เขากับสาวสวยคนนั้นโผเข้ากอดกันและบดจูบกันอย่างเร่าร้อนท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมายที่กำลังเดินขวักไขว่ในห้องผู้โดยสารขาเข้า โดยไม่มีทีท่าว่าจะเขินอายใดๆ เลยแม้แต่นิด

“เชอะ แกล้งทำเก๊กดุ ที่แท้ก็หื่นแถมหน้าไม่อายอีกต่างหาก” 

อันดามันเบ้ปากใส่แล้วเมินหน้าหนีจากภาพที่เห็น

“หยีบอกแล้วว่าอาของมิ้มไม่สนหยีหรอก มิ้มดูแฟนอาภีมสิ สวยจะตาย” สายน้ำผึ้งบอกอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว เพราะภีมภัทรแสดงออกชัดว่าเขาไม่สนใจเธอเลย แทบจะไม่มองหน้าด้วยซ้ำ

“ผู้ชายตาถั่วก็แบบนี้ล่ะหยี หยีสวยขนาดนี้ ทำเป็นไม่มอง” 

“ขนาดผู้หญิงสวยๆ อาของมิ้มยังเมิน แล้วเขาจะมามองเด็กกะโปโลอย่างหยีได้ยังไง”

“มิ้มไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอก หยีไม่ได้กะโปโลเสียหน่อยออกจะน่ารัก นิสัยก็ดี ยังไงซะ มิ้มก็ต้องทำให้หยีเป็นอาสะใภ้ของมิ้มให้ได้” อันดามันบอกอย่างมุ่งมั่นขณะพากันเดินกลับไปยังลานจอดรถ

“เลิกคิดในสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้เถอะมิ้ม”

“มิ้มจะเลิก ถ้าหยีบอกมิ้มมาคำเดียว ว่าหยีไม่ได้ชอบอาภีม” 

อันดามันหันไปจ้องหน้าเพื่อนรักอย่างล้อเลียน รู้ดีว่าสายน้ำผึ้งแอบชอบอาของตัวเองมานานแล้ว เพราะเคยเห็นอัลบั้มภาพของภีมภัทรที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อออนไลน์และนิตยสารต่างๆ อยู่ในคอมพิวเตอร์ส่วนตัวที่สายน้ำผึ้งแอบบันทึกเอาไว้ในอัลบั้มหลายสิบภาพ

“หยีก็เคยบอกมิ้มไปแล้วนี่นา ว่าหยีแค่ชื่นชอบอาภีมของมิ้มเท่านั้น ไม่ได้ชอบทำนองชู้สาวเสียหน่อย” สายน้ำผึ้งยืนยันหนักแน่นแต่กลับหลุบตาลงหลบสายตาของอันดามัน

“จริงน่ะ”

“อื้อ...จริงสิ” คนถูกจ้องพยักหน้าทั้งที่ยังหลบตา

“ถ้างั้นเดี๋ยวพอกลับไปถึงหอพักของหยี มิ้มจะลบรูปผู้ชายเจ้าชู้แถมเย็นชาแบบอาภีมออกจากโน้ตบุ๊กของหยีเอง หยีเก็บไว้ก็เปลืองเมมโมรีเครื่องเปล่าๆ” 

“ไม่ได้นะมิ้ม หยีเก็บของหยีมาตั้งหลายปี” 

สายน้ำผึ้งรีบเงยหน้าขึ้นบอกอย่างเดือดเนื้อร้อนใจ เธอเก็บรูปของภีมภัทรมาตั้งหลายปีตั้งแต่ยังไม่รู้จักกับอันดามันด้วยซ้ำ จะให้ลบทิ้งง่ายๆ ในไม่กี่วินาทีได้ยังไง มันทำใจยากพอๆ กับที่จะลบเขาออกจากหัวใจนั่นล่ะ 

“นั่นแน่...ในที่สุดผู้ร้ายปากแข็งก็ยอมหลุดปาก” 

อันดามันหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะยิ้มอย่างล้อเลียนอีก ทำให้สายน้ำผึ้งหน้าแดงซ่านด้วยความเขิน   

“เลิกล้อหยีแล้วพาหยีกลับได้แล้วมิ้ม หยีมีรายงานต้องทำ เสร็จแล้วต้องไปทำงานพาร์ตไทม์อีก เดี๋ยวเข้างานไม่ทัน หยีไม่อยากโดนผู้จัดการดุแถมจะต้องโดนหักเงินอีกต่างหาก” สายน้ำผึ้งรีบเปลี่ยนเรื่องและเร่งให้อันดามันพากลับหอพักทันที 

“ต้องอย่างนี้สิคุณสมบัติของอาสะใภ้ที่คู่ควร น่ารัก ขยัน แถมยังนิสัยดี เรียนจบแล้วไปทำงานกับอาภีมนะหยี หยีจะได้ใกล้ชิดกับอาภีมเผื่อจะได้แต่งงานกันเร็วๆ” อันดามันยังคิดจะเดินหน้าแผนการจับคู่ให้สาวน้ำผึ้งกับภีมภัทรต่ออีกในระยะยาว

“เลิกคิดเลิกวางแผนได้แล้ว ออกรถเสียทีเดี๋ยวหยีก็ไปทำงานไม่ทันหรอก”

“ก็ได้ๆ อย่าคิดว่ารู้ไม่ทันนะว่ากำลังเขิน” 

อันดามันหัวเราะอย่างถูกใจเมื่อเห็นแก้มของสายน้ำผึ้งแดงปลั่ง สักพักจึงสตาร์ตเครื่องยนต์แล้วขับออกจากสนามบิน มุ่งหน้าไปยังหอพักของสายน้ำผึ้ง

นักศึกษาชั้นปีที่สี่ของคณะบริหารธุรกิจและการจัดการทยอยกันเข้าห้องบรรยาย เพื่อฟังเลกเชอร์ชั่วโมงสุดท้ายก่อนสอบปลายภาคในสัปดาห์หน้า การบรรยายวันนี้เป็นการบรรยายของอาจารย์พิเศษ ซึ่งเป็นนักธุรกิจหนุ่มผู้ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามการันตีด้วยตำแหน่งซีอีโอของบริษัทนำเข้ารถยนต์ชื่อดัง

ภีมภัทรรับหน้าที่เป็นอาจารย์สอนพิเศษที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ทั้งๆ ที่งานล้นมือ เพราะคณะบดีซึ่งเป็นพี่ชายของเพื่อนสนิทเชิญมา ทำให้ปฏิเสธไม่ได้

เมื่อเห็นว่าอาจารย์พิเศษที่กำลังก้าวเข้ามาในห้องคือ ‘ภีมภัทร อเนกโชติภูมินทร์’ นักศึกษาสาวๆ ในห้องนั้นต่างตื่นเต้น บ้างก็มองตาปรอย เพราะถูกดึงดูดด้วยความหล่อเหลา บุคลิกเต็มไปด้วยความสง่างาม เคร่งขรึม และเสน่ห์อันเข้มข้นของเขา

หลังจากที่อาจารย์หนุ่มหล่อเริ่มบรรยาย ห้องทั้งห้องก็เงียบเสียงลง ใบหน้าและน้ำเสียงทุ้มชวนฟังสามารถสะกดนักศึกษาให้ตั้งใจฟังบรรยายชนิดแทบจะไม่มีใครละสายตาไปจากใบหน้าของเขาได้เลย แม้กระทั่งอันดามันเองก็เผลอจ้องมองเครื่องหน้านั้นจนไม่ได้ยินว่าอาจารย์พิเศษกำลังบรรยายอะไร ภาพบางอย่างผุดพรายขึ้นมาในความทรงจำก่อนที่มันจะถูกสลัดทิ้ง เมื่อเพื่อนชายซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ยื่นหน้าเข้ามากระซิบ

“มิ้ม...”

“หือ” หญิงสาวขานรับพลางหันไปทางคนเรียก

“พรุ่งนี้ว่างหรือเปล่า” เอกวุธกระซิบกระซาบถามเบาๆ

“ว่าง...ทำไมเหรอ”

“เอกอยากรบกวนให้มิ้มมาช่วยติววิชานี้ให้หน่อย เอกขาดเรียนตั้งหลายวันกลัวจะตก เอกอยากจบพร้อมเพื่อนๆ น่ะ” เอกวุธเอ่ยขอร้องอย่างอ้อนๆ แถมมองด้วยสายตาเว้าวอน

“แน่ล่ะก็มัวแต่ไปเที่ยวกับสาวๆ นี่ มิ้มขอคิดดูก่อนแล้วกัน” อันดามันแสร้งทำยักท่า ไม่ยอมรับปากง่ายๆ  

“โธ่มิ้มก็...นะๆ อย่าใจร้ายกับเอกนักเลย” เอกวุธอ้อนทั้งปากทั้งตาอีกรอบ รู้ดีว่ายังไงเสียอันดามันก็ต้องใจอ่อน แม้ว่าเรื่องอื่นเธอจะใจแข็งมากก็ตาม แต่สำหรับเรื่องเรียนผู้หญิงที่นั่งข้างๆ ตอนนี้ไม่เคยแล้งน้ำใจกับตน

“ก็ได้ๆ เดี๋ยวชวนหยีมาเป็นเพื่อน”

“เอกว่าแล้วมิ้มต้องไม่ใจร้ายกับเอก งั้นติวเสร็จเดี๋ยวเอกเลี้ยงข้าวนะ”

“ไม่ต้องก็ได้ ช่วงนี้มิ้มใจดีติวให้ฟรีไม่คิดตังค์” เสียงหวานใสเอ่ยสัพยอกเพื่อนชายกลับด้วยเสียงที่เบาเท่ากระซิบ ก่อนจะหน้าชาวาบเมื่อเสียงของอาจารย์พิเศษดังแทรกขึ้น

“เวลาที่อาจารย์บรรยาย พวกคุณควรจะตั้งใจฟังนะ ถ้าหากจะคุยกันหรือจีบกัน ก็เชิญออกไปนอกห้อง จะได้ไม่ต้องรบกวนคนอื่น”

ภีมภัทรซึ่งยืนบรรยายอยู่บนโพเดียมหน้าห้อง เดินลงมายืนหน้าอันดามันและเอกวุธ ก่อนจะเอ่ยตำหนิผ่านไมโครโฟน เสียงทุ้มดุนั้นได้ยินชัดแจ๋วทุกถ้อยคำ สิ้นเสียง...สายตาของคนในห้องต่างก็พร้อมใจกันจ้องมองมายังทั้งคู่เป็นตาเดียวกัน

ตอน 3

อันดามันอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี เพราะสายตาของเพื่อนๆ ในห้องมองมาอย่างตำหนิ แน่ล่ะแม้ทุกคนจะเป็นเพื่อนร่วมคณะ แต่ตอนนี้เธอเชื่อว่าเพื่อนๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงจะต้องเข้าข้างอาจารย์หนุ่มหล่ออย่างภีมภัทรมากกว่าเธอกับเอกวุธแน่นอน อีกทั้งใครๆ ก็รู้ว่าเอกวุธเคยตามจีบเธออยู่พักหนึ่ง ที่ภีมภัทรใช้คำว่า ‘จีบกัน’ ก็ไม่ผิดนักหรอก

“ขอโทษครับอาจารย์” เอกวุธกล่าวขอโทษแล้วก้มหน้าลงมองสมุดเลกเชอร์ของตัวเอง

“แล้วคุณล่ะ”

ขณะเอ่ยประโยคนั้นอาจารย์พิเศษหันมามองทางอันดามัน สายตาของเขาดุแกมตำหนิ แม้จะอยากลุกขึ้นต่อต้านเขามากแค่ไหนก็ตาม แต่สถานการณ์ก็ทำให้เธอต้องเอ่ยขอโทษอย่างเสียมิได้

“ขอโทษค่ะ”

“ผมหวังว่าคุณสองคนจะไม่ทำพฤติกรรมแบบนี้ในชั่วโมงเรียนอื่นๆ อีกนะ เป็นนักศึกษาควรจะต้องตั้งใจเรียนในเวลาเรียน ส่วนเรื่องอื่นๆ เอาไว้นอกเวลา”

ภีมภัทรกล่าวตำหนิแรงๆ อีกหนึ่งประโยคโดยไม่ได้สนใจว่าหลานสาวกับหนุ่มหล่อคนนั้นจะอายเพื่อนในห้องแค่ไหน จากนั้นเขาก็กลับไปยังหน้าห้องแล้วเริ่มสอนต่อ คราวนี้ไม่มีใครกล้าคุยกันในห้องเรียนอีก ทุกคนล้วนแต่นั่งฟังเขาบรรยายอย่างตั้งใจทั้งสิ้น

เลกเชอร์ชั่วโมงนั้นผ่านไปได้ด้วยดี ภีมภัทรแจ้งกับนักศึกษาหลังจากจบการบรรยายว่า เรื่องที่เขาสอนจะมีรวมอยู่ในข้อสอบของวิชานั้นหนึ่งข้อ 

หลังจากสอนจบชั่วโมงอาจารย์หนุ่มหล่อก็ก้าวออกจากห้อง โดยมีนักศึกษาทยอยเดินตามหลังออกไป หลายคนเข้าไปแนะนำตัวเป็นกรณีพิเศษเพราะรู้ว่าภีมภัทรเป็นซีอีโอของบริษัทชื่อดัง ด้วยหวังว่าอย่างน้อยการที่ฝากเนื้อฝากตัวกับผู้บริหารระดับสูง ก็อาจจะทำให้การสัมภาษณ์และผ่านเข้าทำงานในบริษัทของเขาง่ายขึ้น

“ไม่เป็นไรนะมิ้ม” สายน้ำผึ้งลุกขึ้นมาเอ่ยปลอบใจขณะที่คนอื่นๆ ออกจากห้องไปหมดแล้ว

“มิ้มไม่เป็นไรหรอก แต่หมั่นไส้อาภีมที่สุด ทำเก๊กดุใส่มิ้ม” 

อันดามันบ่นปอดแปดและยังไม่ยอมลุกไปไหน เธอคร้านจะไปเห็นภาพที่ภีมภัทรถูกล้อมหน้าล้อมหลัง

“ไม่เห็นจะเก๊กตรงไหนเลยมิ้ม อาภีมออกจะวางตัวดี น่าเกรงขาม” คราวนี้เป็นสายน้ำผึ้งที่แก้ต่างให้ เพราะเธอเห็นเช่นนั้นจริงๆ

“ก็ทำดุไปอย่างนั้นล่ะ เบื้องหลังเป็นไงหยีก็เห็น” สาวสวยย่นจมูกอย่างหมั่นไส้

“นั่นมันเรื่องส่วนตัวของอาภีมนี่นา”

“ไหนบอกจะเลิกชอบอาภีมแล้วไง นี่แสดงว่ายังตัดใจไม่ได้ใช่มั้ย ถึงได้เข้าข้างกันออกนอกหน้าแบบนี้” อันดามันตลบหลังและหันขวับมามองหน้าเพื่อนรัก แล้วก็ต้องหัวเราะคิกอย่างถูกใจเมื่อเห็นสายน้ำผึ้งหน้าแดง

“ไม่ใช่เสียหน่อย...เลิกล้อหยีได้แล้วน่า อาภีมไม่สนหยีหรอก หยีว่าเรากลับกันดีกว่า ในห้องเหลือแต่เราสองคนแล้วนะ” สายน้ำผึ้งเอ่ยเตือน 

“กลับก็กลับ ป่านนี้อีตาอาจารย์ขี้เก๊กคงจะถึงรถแล้วล่ะ”

ร่างอรชรลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วหยิบเอากระเป๋าที่วางอยู่ข้างๆ ขึ้นมาสะพาย กำลังจะเดินออกไปพร้อมกับสายน้ำผึ้ง แต่สายน้ำผึ้งหันไปเห็นบางอย่างวางอยู่บนโพเดียมเสียก่อน 

“นั่นแฟ้มเอกสารของอาภีมหรือเปล่ามิ้ม”

สายน้ำผึ้งถามขึ้น อันดามันมองตามอย่างไม่แน่ใจนัก จึงขึ้นไปยังเวทีโพเดียมด้านบน แล้วหยิบเอาแฟ้มนั้นขึ้นมาพลิกดู

“ใช่จริงๆ ด้วย แฟ้มนี้เป็นรายงานการประชุมของบริษัท อาภีมคงจะถือติดมือมาด้วยแล้วลืมไว้”

“งั้นรีบเอาไปคืนอาภีมเถอะ เผื่ออาภีมต้องใช้”

สองสาวเร่งฝีเท้าออกมาจากห้องบรรยาย เดินตามภีมภัทรไปยังลานจอดรถเพื่อเอาแฟ้มดังกล่าวไปคืนให้เขา แต่ล็อกซึ่งเป็นที่จอดรถของอาจารย์พิเศษไม่มีรถจอดอยู่แล้ว

“อาภีมคงกลับแล้วล่ะ เราคงต้องเอาไปคืนที่คอนโดฯ หยีไปเป็นเพื่อนมิ้มนะ” ประโยคนั้นอันดามันเป็นคนบอก

“ก็ได้จ้ะ แต่มิ้มพาหยีกลับไปเปลี่ยนชุดก่อนได้ไหม หลังจากที่เอาเอกสารไปคืนอาภีมเสร็จแล้ว หยีจะได้เลยไปที่ทำงานเลย”

“ตกลงจ้ะ”

อันดามันไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะปกติก็ไปส่งสายน้ำผึ้งอยู่แล้ว อีกทั้งทางไปคอนโดมิเนียมของภีมภัทรกับหอพักของสายน้ำผึ้งก็ไปทางเดียวกัน  

หลังจากที่พาสายน้ำผึ้งกลับไปเปลี่ยนชุดที่ห้องเรียบร้อยแล้ว และในอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงดี อันดามันก็ขับรถแล่นเข้ามาจอดยังหน้าคอนโดมิเนียมสุดหรูกลางกรุง 

“ขึ้นไปด้วยกันนะหยี” อันดามันหันมาชวนหลังจากที่จอดรถเรียบร้อยแล้ว  

“แต่หยีว่า...”   

“ไม่ต้องแต่จ้ะหยี ขึ้นไปด้วยกันเดี๋ยวนี้” 

หญิงสาวไม่ยอมให้เพื่อนปฏิเสธ หลังจากดับเครื่องแล้วก็อ้อมมาอีกฝั่งที่สายน้ำผึ้งนั่งอยู่ แล้วดึงข้อมือเล็กๆ เป็นการบังคับให้ขึ้นไปด้วยกันกลายๆ 

มือเรียวบางกดลิฟต์เลขชั้นห้องของภีมภัทรอย่างจำได้แม่น พอๆ กับที่จำห้องของจอมทัพได้ เพราะในช่วงเวลาที่ภีมภัทรและจอมทัพไปต่างประเทศ คุณอารยาก็มักจะมาดูแลความเรียบร้อยของห้องให้น้องชายทั้งสองคนของสามีอยู่เสมอ 

ก๊อก ก๊อก

อันดามันยกมือขึ้นเคาะประตูหน้าห้องของผู้เป็นอาอยู่หลายครั้ง ทว่าคนข้างในนั้นก็ไม่มีวี่แววว่าจะมาเปิด

“อาภีมทำอะไรอยู่นะ ทำไมไม่มาเปิด” อันดามันบ่นปอดแปดอีกตามเคย

“หรือว่าอาภีมจะยังไม่กลับมา” สายน้ำผึ้งออกความเห็นบ้าง

“ก็เป็นไปได้ งั้นเดี๋ยวมิ้มเอาแฟ้มไปไว้ในห้องเลยก็แล้วกัน จะได้ไม่ต้องเสียเวลา”

“มิ้มมีกุญแจกับคีย์การ์ดเหรอ”

“มี...มีทั้งห้องอาภีมและอาภูนั่นแหละ อาภีมกับอาภูให้แม่ไว้ คราวที่แล้วแม่ฝากใส่กระเป๋ามิ้มไว้ แล้วก็ยังไม่ได้เอาคืนจ้ะ”

“ถ้างั้นมิ้มเข้าไปคนเดียวเถอะนะ หยีขอรออยู่ข้างนอกก็แล้วกัน” สาวขี้อายนึกกระดากจนต้องปฏิเสธ เมื่อจะต้องเข้าห้องผู้ชายที่ตัวเองแอบปลื้มอยู่จริงๆ ความจริงเธอตื่นเต้นตั้งแต่ตอนที่อันดามันจอดรถหน้าคอนโดมิเนียมแล้ว เพียงแต่ตอนนั้นอันดามันไม่ยอมให้รออยู่ข้างล่าง

“ก็ได้ๆ แม่คนขี้อาย ถ้างั้นหยีรอแป๊บหนึ่ง มิ้มเข้าไปไม่นานหรอก” 

อันดามันควานหากุญแจกับคีย์การ์ดห้องของภีมภัทรในกระเป๋า ก่อนจะลงมือไขประตูแล้วผลักเข้าไป โดยที่สายน้ำผึ้งยืนรออยู่หน้าห้อง

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED