เสียงรถยนต์ที่แล่นมาจอดหน้าบ้านหลังเล็กๆ นอกชานเมืองของกรุงเทพมหานครทำให้แพรดาว ศิรประภา หญิงสาววัยยี่สิบออกมาดูด้วยความสงสัย เธอเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ใส่ชุดดำเปิดประตูรถลงมาเป็นโขยง แต่ละคนหน้าตาเหี้ยมโหดแลดูน่ากลัวแทบทั้งสิ้น สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกว่าเธอห้ามเปิดประตูรับคนกลุ่มนี้เข้ามาอย่างเด็ดขาด
โครม!!! มันคือเสียงประตูที่ถล่มลงมาต่อหน้าต่อตาของเธอเพราะแรงบาทาของผู้มาเยือนโดยไม่ได้นัดหมาย บ่งบอกถึงความเถื่อนทรามอย่างชัดเจน
แพรดาวยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเพื่อไม่ให้กรีดร้องออกมา ทั้งหวาดกลัวและตกใจ เธอรวบรวมสติอันน้อยนิดเพื่อหนีออกทางประตูหลัง แต่ดูเหมือนจะช้าไปเสียแล้ว
“โอ๊ย!!!” ร่างเล็กของเธอลงไปกองอยู่กับพื้น เมื่อวิ่งหนีสุดแรงก็ปะทะกับร่างใหญ่ยักษ์ที่เดินมาขวางทางเอาไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้ แพรดาวเบิกตากว้างเมื่อเห็นปืนในมือของมัน เธอลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดหวั่น ขากรรไกรค้างจนเอ่ยอะไรออกมาไม่ได้แม้แต่ประโยคเดียว แม้แต่การร้องขอชีวิต เสียงเจ้า บิวตี้สุนัขตัวโปรดที่เธอร้องเอาไว้ร้องเสียงดัง แต่มันอยู่ในกรงขัง เธอสวดมนต์ขอให้มันปลอดภัย อย่าให้พวกมันหันไปสนใจหรือทำร้ายเจ้าบิวตี้เลย
“พี่ชายสารเลวของเธออยู่ไหน” เสียงเหี้ยมของกัมปนาทลูกน้องคู่ใจของสุริยันต์ หัวหน้าแก๊งอิทธิพลมือตะคอกถามอย่างดุดัน
“พะ... พี่พัฒน์ไม่อยู่ค่ะ” แพรดาวเสียงสั่น เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าหลุดประโยคนั้นออกไปได้อย่างไรกัน
“มันไปไหน”
“มะ... ไม่รู้ พี่พัฒน์ไม่กลับบ้านนานแล้ว”
“ไม่เชื่อ บอกมาพี่ชายของเธออยู่ไหน ถ้าไม่อยากตาย” กัมปนาทดึงมีดออกมา นั่งยองๆ ลงตรงหน้าหญิงสาว แพรดาวหวาดกลัวจับใจ เธอนึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยคุ้มครองเธอด้วย เพราะเวลานี้โอกาสรอดของเธอน้อยเต็มที
ปัง ปัง ปัง.... เสียงปืนที่ดังสนั่นไปทั่วบริเวณทำให้กัมปนาทดีดตัวลุกขึ้นอย่างระแวดระวังเพื่อเตรียมรับศึก เผลอผละออกจากร่างเล็กที่รีบม้วนตัวหนีอย่างรวดเร็ว เธอวิ่งหนีไม่คิดชีวิต
หลังจากนั้น เสียงปืนก็ดังสนั่นไปทั่วบริเวณ บ้านไม้หลังเล็กๆ แถบชานเมืองพรุนไปหมดทั้งหลัง เกือบพังแทบไม่มีชิ้นดี
“อือๆๆ” แพรดาวสะดุ้งสุดตัวเมื่อถูกปิดปากลากไปขึ้นรถ เธอดีดดิ้นเพื่อจะไปหาสุนัขตัวโปรด
“พี่เอง” เสียงกระซิบดุดันแสนคุ้นเคยทำให้แพรดาวชะงัก
“พี่เดรก” เธอเรียกเขาอย่างดีใจ ในสถานการณ์เช่นนี้แม้จะไม่ค่อยลงรอยกันนัก แต่เขาก็คือคนที่สำคัญที่สุดที่เธอสามารถพึ่งพิงได้
“ตามมาเร็ว” เขารีบดึงร่างเล็กๆ ขึ้นรถกันกระสุนอย่างรวดเร็ว
“พี่มาได้ยังไง” เธอเอ่ยถาม
“นายพัฒน์ส่งข่าวให้พี่มาช่วยเธอ”
“พี่พัฒน์ติดต่อไปที่พี่เดรกเหรอ ทำไมไม่ติดต่อหาแพรล่ะ” แพรดาวรีบเอ่ยถาม หลายปีมานี้พี่ชายของเธอต้องไปทำงานไกลๆ และหายไปหลายวัน บางทีก็นานนับเดือน เธอเลยไม่ค่อยได้คุยกับพี่ชายสักเท่าไหร่
“อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้” เดรกกดเสียงเข้มอย่างระแวดระวัง
“ว้าย!” แพรดาวหวีดร้องสุดเสียงเมื่อลูกน้องของเดรกขับรถอย่างรวดเร็ว แซงซ้ายแซงขวาเรียกว่าหวาดเสียวเพื่อหนีออกจากบ้านหลังเล็กๆ
“ขับรถแบบนี้จะไปตายหรือไง” เธอตะโกนเสียงดัง เพราะไม่ชอบอะไรที่หวาดเสียวแบบนี้เป็นที่สุด
“หุบปากซะยายเด็กดื้อ ไม่เห็นหรือไงว่าพวกมันตามมา” เสียงปืนดังสนั่นไปทั่วบริเวณ กัมปนาทขับรถตามกวดมาติดๆ ยิงถล่มมาไม่ยั้ง ยังไงก็ต้องเอาตัวเด็กสาวไปให้ได้
“ราล์ฟจัดการมันซะ” สิ้นคำสั่งของเดรก ราฟาเอลหักพวงมาลัยเข้าในซอยทางลัด ในขณะที่คนของกัมปนาทตามมาติดๆ เสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นอีกครั้ง คนที่ไล่ลามาติดๆ เสียหลักพุ่งเข้าชนบ้านร้างข้างทางเต็มแรง
“ยอดเยี่ยมไปเลย” ราฟาเอลหัวเราะอย่างชอบใจขณะหันกลับไปมองสภาพรถทางด้านหลัง
“มันไหมยายเด็กดื้อ” เดรกหันมาถามน้องสาวของเพื่อนที่นั่งหน้าซีดอยู่ข้างๆ แถมยังตัวสั่นเหมือนเจ้าเข้า
“มันกับบ้าสิพี่เดรก หัวใจจะวายอยู่แล้ว” แพรดาวเหวใส่ แต่เขายังหัวเราะเหมือนเป็นเรื่องตลกขบขัน เธอไม่ตลกด้วยหรอกนะ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน เจอแต่เรื่องหวาดเสียวไม่เว้นแต่ละวัน
“เธอต้องโดนพวกมันตามล่าอีกนาน จนกว่าพวกมันจะได้ในสิ่งที่ต้องการ”
“พวกมันเป็นใครแล้วต้องการอะไร พี่พัฒน์ไปเกี่ยวอะไรด้วย”
“พวกมันเป็นแก๊งอิทธิพลมืดที่พี่ชายของเธอไปพัวพันด้วย”
“ไม่จริง พี่พัฒน์ไม่ทำเรื่องผิดกฎหมายแน่นอน”
“พี่ชายเธอลักลอบเข้าไปในแก๊งของพวกมันหลายปีแล้ว ตอนนี้พวกมันอยากได้หลักฐานสำคัญที่พี่ชายเธอขโมยมา”
“หลักฐานอะไร”
“หลักฐานเอาผิดพวกมันไง”
“ทำไมพี่รู้ล่ะ”
“ก่อนที่นายพัฒน์จะติดต่อให้มาช่วยเธอ เขาพูดให้ฉันฟังบางส่วน แต่จู่ๆ เขาบอกว่ากำลังโดนตามล่า แล้วข่าวคราวก็เงียบหายไป” เดรกหน้าเครียดจัด เพราะไม่ได้รับข่าวคราวจากเพื่อนเลย
“พี่พัฒน์จะเป็นอะไรหรือเปล่า”
“ไม่รู้เหมือนกัน พี่ให้คนออกตามหาแต่ไร้ร่องรอย ไม่มีใครเห็นนายพัฒน์เลย แม้แต่เธอ” เขารู้ว่าเพื่อนไม่ได้กลับมาบ้านเป็นเดือนแล้ว ดังนั้นแพรดาวคงยังไม่เจอกับพี่ชาย
“พี่พัฒน์ไม่ได้ติดต่อมาเลย บอกไปทำงาน โอนเงินเข้าบัญชีมาให้” เธอเจอพี่ชายน้อยมาก อาศัยว่าอยู่บ้านแถบนั้นไม่มีโจรผู้ร้าย และข้างๆ บ้านก็มีน้ำใจ มีอะไรก็ไม่หวาดกลัวเพราะอยู่มาตั้งแต่เล็กแต่น้อย นี่เป็นครั้งแรกที่เพิ่งเจอเหตุการณ์น่าหวาดเสียว จนแทบเอาชีวิตไม่รอด
“ตอนนี้เธอต้องดรอปเรื่องเรียนไปก่อน”
“ดรอปทำไม”
“อยากตายหรือไง ไอ้พวกนั้นมันต้องการตัวเธอ มันจะเค้นที่อยู่ของนายพัฒน์ และคิดว่านายพัฒน์อาจจะฝากเอกสารสำคัญไว้กับเธอ
“บ้าเหรอไง พี่พัฒน์ไม่เห็นฝากอะไรไว้ เอกสารอะไรก็ไม่มี เจอหน้ายังไม่ได้เจอกันเลย” เธอเสียงดังใส่เดรก อัดอั้นตันใจที่จู่ๆ ก็โดนตามล่าบ้าบออะไรก็ไม่รู้ แพรดาวโวยวาย นึกน้อยใจพี่ชายที่ชอบหายตัวไป แค่ส่งเงินมาให้ เธอเองก็อาศัยอยู่ที่นั่นนานแล้ว จึงไม่ค่อยกลัวอะไรเวลาพี่ชายต้องให้อยู่บ้านคนเดียว
พี่ชายของเธอเป็นคนใจดี ส่งเสียเธอเรียนตั้งแต่พ่อแม่ตาย เธอจึงรักเขามากที่สุดและห่วงใยเขาสุดหัวใจ
“มันไม่เชื่อเธอหรอก ถ้าเธอไม่ดรอปเรียนไว้ก่อนก็เตรียมตัวตายได้เลย”
“อย่ามาขู่กันเลย แพรจะไปแจ้งความ”
“ตำรวจทำอะไรไม่ได้หรอก แล้วจะมีตำรวจหน้าไหนมาเฝ้าเธอตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง บ้านเธอก็ถูกยิงพรุนไปจนหมดแล้ว”
“จริงด้วย เจ้าบิวตี้ล่ะพี่เดรก เจ้าบิวตี้มันยังอยู่บ้าน ไปรับมันก่อน” เธอเขย่าแขนของเขา นึกถึงสุนัขตัวโปรดที่แสนรู้ยิ่งกว่าอะไรก็รีบเขย่าแขนของเดรกทันที เมื่อกี้เธอจะไปเอามันมาด้วย แต่เพราะเดรกชวนคุยเรื่องพี่ชายทำให้เธอลืมไปเสียสนิท
“อยากกลับไปตายหรือไงกัน”
“จะทิ้งเจ้าบิวตี้ได้ยังไงกัน มันจะอดตายนะ” เธอจำได้ว่ามันเคยกัดคนแปลกหน้าทำให้ต้องขังเอาไว้ในกรงตอนกลางวัน ตอนพวกคนร้ายบุกมา นี่ถ้าเจ้าบิวตี้อยู่นอกกรง มันจะไม่ยอมให้ใครมาทำอันตรายเธอเด็ดขาด
“น่ารำคาญฉิบ เอาชีวิตตัวเองให้รอดก่อนเถอะ” เดรกพูดอย่างรำคาญจริงๆ พี่น้องคู่นี้เหมือนกัน รักหมายิ่งกว่าอะไร
“งั้นก็จอดรถเลย แพรจะลงตรงนี้”
“ยายเด็กดื้อ อยากตายนักหรือไงห๊ะ” เดรกสบถอย่างหัวเสีย อยากจะขยี้หัวตัวเองแรงๆ นัก ยายเด็กนี่ดื้อตลอด ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีๆ ก็ดื้อเหลือเกิน
“บ้านเมืองมีเขื่อมีแป แพรจะไปแจ้งตำรวจ และให้ตำรวจหาตัวพี่พัฒน์ให้เจอ กฎหมายมันต้องช่วยเราได้สิ” แม้พูดไปจะไม่ค่อยเชื่อถือนัก แต่อย่างไรเสียก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
“เธอแจ้งความไม่ได้ พวกมันมีอิทธิพลมาก ไม่รู้ว่าพวกมีสีเป็นพวกมันหรือเปล่า ถ้ามันไม่ใหญ่จริงคงไม่อยู่ได้มาจนถึงทุกวันนี้หรอก” เดรกหน้ายุ่งเมื่อได้ยินสิ่งที่เด็กสาวพูด
“แจ้งตำรวจก็ไม่ได้ แล้วจะให้ทำยังไง ให้ไปดรอปเรียน ไม่เรียนแล้วจะไปอยู่ที่ไหน ไปทำอะไร”
“ไปอยู่กับพี่ นายพัฒน์ฝากเธอเอาไว้กับพี่”
“ยี้... ไม่เอาหรอก”
“อยู่กับพี่มันเป็นยังไง ทำไมถึงไม่อยากอยู่กับพี่”
“ไม่อยากอยู่ก็ไม่อยากอยู่ เดี๋ยวพี่เดรกจะฟัดยายโนตมที่ไหน แพรจะไปขัดเสียเปล่าๆ” เธอกอดอกทำปากยื่นใส่ รู้ดีว่าเพื่อนของพี่ชายคนนี้เจ้าชู้เหลือเกิน
“พี่จะฟัดใครมันยุ่งอะไรกับเธอห๊ะ ยายเด็กบ๊อง” เขาจิ้มหน้าผากอีกฝ่ายจนหน้าหงาย
“เกี่ยวสิ แพรไม่อยากเป็นตากุ้งยิง”
“แก่แดด พี่ไม่เอาผู้หญิงคนไหนเข้าบ้านก็ได้” เขายอมเธอแล้วกัน ยังไงก็ให้เด็กหัวดื้อยอมเขาด้วยเหมือนกัน
“ไม่เอาหรอก ยังไงแพรก็จะไปตามหาพี่พัฒน์”
“เธอจะไปตามหาที่ไหน”
“ยังไม่รู้ แต่จะไปหาพี่พัฒน์ให้เจอ คืนก่อนฝันร้าย เห็นพี่พัฒน์เลือดท่วมตัว” เธอพูดอย่างเป็นกังวล หลังจากนั้นก็พยายามโทรหาพี่ชายแต่ไม่มีคนรับสาย
“พี่ว่าเธอยังไม่ทันได้หานายพัฒน์ จะโดนยิงไส้แตกซะก่อน ไม่ก็โดนจับไปขายซ่อง”
“พูดบ้าๆ”
“บ้าอะไร พูดเรื่องจริงทั้งนั้น ไม่ใช่แค่ขู่”
“แต่แพรอยากไปหาพี่พัฒน์ให้เจอ ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้”
“พี่จะช่วยหา แต่ตอนนี้เธอต้องไปอยู่กับพี่ก่อน ถ้าดื้อเจอดีแน่”
“อย่ามาขู่นะ นี่ขนาดยังไม่ได้ไปอยู่ด้วยยังขู่ขนาดนี้ นี่ถ้าไปอยู่ด้วย มิวางอำนาจกับแพรเหรอ” เธอเหวใส่ เดรกชอบแหย่ ชอบหาเรื่องเธอตั้งแต่เด็ก เธอล่ะไม่ชอบขี้หน้าเขาเลยจริงๆ
“พี่จะวางอำนาจ แล้วเธอจะทำไม ตอนนี้พี่เป็นผู้ปกครองของเธอ นายพัฒน์ฝากเธอเอาไว้กับพี่”
“แพรไม่ไปอยู่กับพี่เดรกหรอก” เธอปฏิเสธเสียงแข็ง
“หรืออยากตาย”
“ก็ได้ๆ ไปอยู่กับพี่เดรกก็ได้ แต่ตอนนี้กลับไปเอาเจ้าบิวตี้ก่อน” เธอเองก็ยังไม่อยากตาย แต่ก็ไม่อยากไปอยู่กับเพื่อนพี่ชายคนนี้ เขาชอบแกล้งเธอจะตายไป แถมยังไม่เคยถูกชะตากันเลย ไปอยู่ด้วยกันมีหวังทะเลาะกันตายแน่ๆ เลย
“คิมนายเลี้ยวรถกลับไปบ้านแพรดาว” เดรกสั่งลูกน้องอีกคนให้เลี้ยวรถ คิมหันต์จัดการเลี้ยวรถทันที คิดว่าพวกมันคงไม่กลับไปที่นั่นอีก เพราะคิดว่าแพรดาวหนีไปได้แล้ว
สภาพบ้านที่ถูกยิงจนพรุนทำให้แพรดาวถึงกับอยากจะร้องไห้ เธอรีบเข้าไปหาเจ้าบิวตี้ สุนัขพันธุ์แสนรู้ที่เลี้ยงเอาไว้ มันยังอยู่ในกรง เรียกว่าอยู่รอดปลอดภัยดี พอเปิดกรงมันก็กระโดดลงมาเลียแข้งเลียขาเจ้านาย แต่พอเห็นคนแปลกหน้ามันก็เห่าไม่หยุด
“ถ้าจะพามันไปเลี้ยง เธอต้องให้มันหุบปากด้วย” เดรกสั่งเสียงเข้ม
“บิวตี้ ไปอยู่บ้านใหม่กันนะ พวกเค้ามาดี” เธอนั่งยองๆ ลงใกล้ๆ เจ้าสุนัขตัวโปรด ลูบหัวมันเบาๆ ก่อนจะบอกมันด้วยน้ำเสียงนิ่มนวล
“ตัวเมียเหรอ” เดรกเอ่ยถาม
“ใช่”
“พอดีเลย พี่กำลังอยากหาเมียให้เจ้าลีโออยู่พอดี”
“บ้า! ลามก แพรไม่ให้หมาพี่เดรกมาลวนลามเจ้าบิวตี้หรอกนะ” เธอเหวใส่อย่างหวงๆ เหมือนแม่เสือหวงลูกสาวตัวน้อย เดรกหัวเราะลั่นอย่างนึกขำ
“หวงซะด้วย” เดรกผิวปากล้อเลียนเมื่อขำจนท้องแข็ง เธอทำตาเขียวใส่ทันที
“รีบไปเก็บข้าวของที่จำเป็น เราต้องรีบออกจากที่นี่กัน ก่อนที่พวกมันจะย้อนกลับมา” แพรดาวไม่มีเวลาคิดอะไรมาก หรือทะเลาะกับเดรกอีก เธอรีบขึ้นบ้านไปเก็บข้าวของ สภาพกระจัดกระจายของบ้านที่ถูกรื้อค้นทำให้เธอแทบลมจับ
“มันคงมาหาแล้วแต่ไม่เจออะไร” เดรกแสดงความคิดเห็นเมื่อเดินตามเด็กสาวอยู่ไม่ห่าง
“ไอ้พวกเลว”
“รีบเถอะ ฉันรู้สึกไม่ค่อยดี” เดรกหน้าเครียด แพรดาวไม่มีเวลาเสียใจอะไรอีก เธอจัดการเก็บของสำคัญใส่กระเป๋าเป้ใบเล็กทันที
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง!!!
“ฉิบหายมันกลับมา” เดรกสบถอย่างหัวเสีย
“จะทำยังไงกันดีล่ะพี่เดรก”
“หนีสิ จะอยู่ให้มันยิงไส้แตกหรือไง” เดรกคว้ามือของอีกฝ่ายเอาไว้
“เจ้าบิวตี้ล่ะ” เธอยังห่วงสุนัขตัวโปรด
“ปัดโธ่โว้ย! จะตายอยู่แล้ว ยังห่วงหมาอยู่อีก”
“ถ้าเจ้าบิวตี้ไม่ไป แพรไม่ไปนะ เมื่อกี้ก็ทิ้งมันไปแล้ว ดีที่พวกมันไม่ทำอะไรเจ้าบิวตี้” เธอไม่ยอมทิ้งเจ้าบิวตี้รอบสองแน่ๆ
“มานี่เลย” เดรกพาหญิงสาวหนีออกทางหลังบ้าน เจ้าบิวตี้เห่าเสียงดัง แพรดาวทำท่าจะโผเข้าหามัน แต่ชายหนุ่มดึงมือเอาไว้
“มานี่ เรียกให้มันตามมา ถ้ามันไม่อยากเป็นหมาเน่าในหลุม” เดรกกระตุกมือ แพรดาวเรียกสุนัขตัวโปรดให้วิ่งตาม เจ้าบิวตี้วิ่งตามไปไม่ยอมหยุดเหมือนกัน เหมือนจะรู้ว่าตอนนี้กำลังหน้าสิ่วหน้าขวาน ไม่ใช่เวลาที่จะเล่นกับเจ้านาย เสียงปืนดังสนั่นตามหลังมา เดรกยิงสู้กับคนของสุริยันต์ ลูกน้องของเขาคอยยิงสกัดเอาไว้ ร่างสูงโยนร่างเล็กขึ้นรถตู้คันโต แพรดาวร้องเสียงดังเพราะความเจ็บ แต่เข้าใจว่าสถานการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาทำอะไรชักช้า พลาดนิดเดียวก็โดนกระสุนฝังเข้าร่างแล้ว
“จัดการมัน” เดรกสั่งเสียงเข้ม เขาดูจริงจัง แต่ควบคุมสถานการณ์ได้ดี มีลูกล้อลูกชนมากมายเอาไว้สกัดพวกมัน และตอบโต้ให้พวกมันตามมาไม่ได้
ตู้ม!!! เสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วบริเวณ
“พี่เดกรจะบ้าเหรอ นั่นบ้านแพรนะ เขวี้ยงระเบิดใส่พังหมดแล้ว” แพรดาวแทบกรีดร้องใส่คนที่ตามขึ้นมาบนรถด้วย
“หุบปากซะ หมาของเธอด้วย” เดรกตวาดลั่น เขาเหยียบคันเร่งไม่ยั้ง ขับรถวนซ้ายวนขวา แซงรถคันหน้า เบียดจนคนที่ขับตามมาประสานงากับรถสิบล้อ ระเบิดคาที่
“สุดยอด... มันไม่ตามมาแล้ว” แพรดาวหันไปมองรถของพวกมันที่พลิกคว่ำ ควันขึ้นโขมงแล้วโล่งอก เธอรู้สึกว่าหัวใจจะวายตาย แค่ไม่กี่ชั่วโมงเธอก็ผ่านพ้นความเป็นความตายมาถึงสองครั้งสองครา ร่างเล็กกอดเจ้าบิวตี้เอาไว้แน่น
“เราปลอดภัยแล้วเจ้าบิวตี้”
“ไปอยู่ที่โน้นไม่ต้องห่วง จะหาผัวให้”
“คนบ้า ลามก!” เธอเหวใส่เพื่อนพี่ชายจอมยียวน แต่เดรกหัวเราะลั่นรถ
“คอยดูจะทำให้ท้องโย้มีลูกสักสิบครอก”
“หมานะไม่ใช่หมู”
“ก็เหมือนกันนั่นแหละ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีลูกก็มีเป็นครอกๆ ขนาดคนยังมีลูกแฝดทีนึงหลายคนได้เลย”
“เจ้าบิวตี้ยังเด็ก”
“เด็กบ้าเด็กบออะไร จำได้ว่านายพัฒน์เลี้ยงนานแล้ว ไม่ให้มีผัว ต่อไปก็ขึ้นคานนะจะบอกให้”
“บ้าเหรอคะ หมาอะไรจะขึ้นคาน แพรก็กำลังจะหาแฟนให้อยู่ แต่เอานิสัยดีๆ แบบหมาพี่เดรกไม่เอาหรอกค่ะ”
“หมาพี่มันเป็นยังไงห๊ะยายตัวแสบ”
“ก็นิสัยแย่เหมือนพี่เดรกไง”
“เหอะๆ แบบพี่น่ะสาวๆ ติดตรึม”
“แหวะ!”
“อ้าว... จริงๆ นะ เจ้าลีโอของพี่สาวๆ ก็ติดตรึม”
“คงจะเจ้าชู้เหมือนกันไม่มีผิด ชิ!”
“รับรองจะติดใจ เชื่อพี่สิ” เขายักคิ้วให้เธอ แพรดาวสะบัดหน้าพรืด เกลียดขี้หน้าคนหลงตัวเองนัก
“หน้าโง่เอ๊ย แค่ผู้หญิงคนเดียวยังจับมาไม่ได้” สุริยันต์ตบลูกน้องจนคว่ำ ใบหน้าของเขากระตุก ร่างสูงบึกบึน ผมยาวประบ่าถูกมัดเอาไว้เหมือนหางม้า หนวดเครารกเหมือนคนเถื่อน แผ่นหลังมีรอยสักเป็นรูปมังกรตัวใหญ่แลดูน่าเกรงขาม
“ผมจะรีบจับตัวนังนั่นมาให้ได้ครับนาย”
“อย่าดีแต่ปาก ไอ้พิพัฒน์ก็ไม่เจอศพ”
“มันไม่น่ารอดนะครับนาย”
“ไม่น่ารอด ก็แสดงว่ามันมีสิทธิ์รอด ถ้ามันโดนยิงบาดเจ็บสาหัสอย่างที่แกว่า ป่านนี้ศพมันคงพองขึ้นอืด แต่ทำไมถึงได้ไม่เจอวะ”
“แถวนั้นเป็นต่างจังหวัดครับ ผมกับลูกน้องออกตามหาแต่ไม่เจอ”
“ไม่เจอก็คือมันอาจจะยังไม่ตาย ไม่ว่ายังไงแกต้องลากคอมันมาให้ได้ มันรักน้องสาวของมันมาก เอกสารอาจจะอยู่กับนังนั่น แกให้คนแบ่งออกไปเป็นสองกลุ่ม หามันให้เจอทั้งพี่ทั้งน้อง”
“เรื่องไอ้พิพัฒน์ไม่ใช่ปัญหา แต่น้องสาวของมัน”
“ทำไม”
“มีคนมาช่วยเอาไว้ ดูท่าจะไม่ใช่กระจอกด้วยครับ มีทั้งรถกันกระสุน ระเบิด ปืน อุปกรณ์ครบ ลูกน้องเป็นกระพรวน”
“มันจะเป็นใครหน้าไหนก็ช่าง แกต้องไปลากตัวนังนั่นมาให้ได้ ถ้าแกทำไม่ได้ แกเตรียมตัวตายได้เลย” สุริยันต์กระชากคอเสื้อลูกน้อง ก่อนจะผลักจนกระเด็น
“ครับนาย” กัมปนาทรับคำด้วยน้ำเสียงกริ่งเกรง
สุริยันต์ยกบรั่นดีขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว เขาโกรธจนแทบฆ่าคน เมื่อรู้ว่าโดนหลอกมาหลายปี มันขโมยเอกสารสำคัญและข้อมูลที่จะเอาผิดเขาไปได้อย่างแนบเนียน เขาไม่มีวันปล่อยพวกมันไปแน่
“นี่ห้องนอนของเธอ พออยู่ได้ไหม”
“อยู่ได้ค่ะ” เธอตอบเสียงสะบัด ใช่อยากจะอยู่กับเขานักหรอก
“ทำเหมือนไม่อยากอยู่ที่นี่”
“ก็ไม่อยากอยู่น่ะสิคะ”
“อุตส่าห์ตามไปช่วย ให้โดนยิงไส้แตกซะก็ดี”
“ปากร้าย ทำไมไม่ปล่อยให้โดนยิงไปซะล่ะ”
“ถ้าพี่ชายเธอไม่ฝากเอาไว้ พี่ปล่อยให้โดนยิงไส้แตกไปแล้ว”
“ก็ไม่ได้อยากอยู่นักหรอก” เธอน้อยใจที่เขาพูดเหมือนเธอเป็นตัวถ่วง ร่างบางหันไปคว้ากระเป๋าเดินหนีออกจากห้อง
“นั่นจะไปไหน” เดรกคว้าแขนคนตัวเล็กเอาไว้
“จะไปจากที่นี่ จากคนปากร้าย ไม่ต้องมาทำสีหน้ารำคาญใส่เลย บิวตี้อยู่ไหน จะไปพร้อมกัน”
“ที่ฉันรำคาญก็เพราะว่าเธอดื้อ มานี่เลย” เดรกดึงร่างเล็กเอาไว้ ไม่พูดเรื่องสุนัขแสนรักของเธอที่เขาพาไปให้สาวใช้ช่วยดูแลและให้อาหาร ดูท่าทางมันจะแสนรู้เอามากๆ จึงรู้ว่าใครดีใครร้าย และไม่กัดหรือทำร้ายคนอื่นๆ ในบ้านของเขา แพรดาวสะบัดตัวจะหนีท่าเดียว เขาเลยตามไปกอดเอาไว้จากทางด้านหลัง
“อุ๊ย! ปล่อยนะคนบ้า” เธอกับเขาพูดกันไม่เกินประโยคก็ชอบเถียงกัน จำได้ว่าตอนเขาไปหาพี่ชายที่บ้าน จะชอบหาเรื่องเธออยู่เรื่อย ชอบแหย่ให้โกรธ ชอบพูดแรงๆ เธอล่ะเกลียดขี้หน้าเขานัก
“ไม่ปล่อย จะทำไมยายเด็กดื้อ” เดรกยิ่งกอดรัดแกล้งคนที่เอาแต่ทำเสียงขัดใจ
“ปล่อยเลย จะฟ้องพี่พัฒน์ว่าพี่เดรกรังแก”
“ก็ฟ้องสิ” เดรกพูดยียวน ก่อนจะหอมแก้มนวลฟอดใหญ่
“อุ๊ย! หอมแก้มเค้าทำไม คนหน้าไม่อาย ใครอนุญาต” เธอยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเอง หันมาทุบเขาไม่ยั้ง
“โอ๊ย! เจ็บนะ โอ๊ย!” เดรกถอยหลังจนไปชนกับขอบเตียง ก่อนที่เขาจะล้มลงเพราะร่างเล็กโถมเข้าตีไม่ยั้งแรง
“ว้าย!” แพรดาวร้องอย่างตกใจเมื่อล้มลงบนร่างสูง เธอเบิกตากว้างเมื่อใบหน้าของตัวเองห่างกับเขาแค่คืบเดียว
“จะไปไหนยายเด็กดื้อ” เดรกนึกสนุกเขาพลิกร่างที่เสียหลักล้มลงบนตัวเขาลงด้านล่าง ก่อนจะขึ้นคร่อมทับกักเธอเอาไว้ใต้ร่าง
“ปล่อยแพรนะพี่เดรก ปล่อยสิ” เธอหลับตาปี๋ จัดการผลักร่างสูงออกห่าง แต่เขากลับไม่ขยับเขยื้อนเลย อกกว้างของเขายิ่งกว่าหินผาเสียอีก
“ไม่ปล่อยจะทำไม”
“จะทำอะไรน่ะ” เธอเบี่ยงหลบเมื่อเขาก้มหน้าลงมาหา
“จะจูบคนปากดี”
“เรื่องอะไรมาจูบเค้า อื้อ...” แพรดาวยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง ในขณะที่เดรกแนบริมฝีปากลงมา เขาจึงได้แค่จูบหลังมือของเธอ ใช้หนุ่มบดจูบหลังมือของเธอหนักๆ มองด้วยสายตาที่ทำให้คนใต้ร่างร้อนๆ หนาวๆ
“ทำอะไรกันน่ะ” เสียงเข้มของผู้มาใหม่ทำให้เดรกดีดตัวขึ้นจากร่างเล็กๆ แทบไม่ทัน
“มัม เอ่อ... แด๊ดก็มาด้วยเหรอครับ” เดรกยกมือขึ้นลูบท้ายทอยไปมา ซวยแล้ว! ซวยที่สุดในชีวิต แค่เห็นสายตาของมารดา เขาก็แทบเอาหัวมุดพื้น
ทำไมถึงโผล่กันมาตอนนี้นะ!
“เดรกทำอะไรน้อง” ดวงดาวคาดคั้นเสียงหนัก ท่าทีเอาเรื่องจนชายหนุ่มนึกหวาด เขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่านี่คือโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่
“คือว่าผม ไม่ได้ทำครับ”
“เดรก ใครสั่งใครสอนให้ลูกไม่เป็นสุภาพบุรุษแบบนี้ แพรดาวเป็นน้องของเพื่อนสนิทเรานะ ลวนลามน้องในห้อง น้องเสียหายแบบนี้ลูกจะทำยังไง” ดวงดาวถามเสียบเฉียบ มาดประดุจดั่งนางพญาที่เดรกและบิดาต้องสยบแทบเท้า และไม่เคยหืออือขัดใจได้เลยสักครั้ง
“คือว่า มันไม่ใช่อย่างที่มัมคิดนะครับ”
“แด๊ดก็เห็น” ครูซกอดอกมองลูกชาย สายตาของบิดาทำให้เดรกลอบกลืนน้ำลาย คราวนี้เขาไม่รอดแน่ บิดามารดาของเขาเอาจริง นี่ถ้าลูกพี่ลูกน้องของเขาอย่างรัชวินทร์และชัชวินทร์รู้เข้า เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนนะ
นี่เขาพลาดอย่างมหันต์เลยใช่ไหม!!!
“ลงไปพบมัมข้างล่าง เรามีเรื่องต้องพูดกัน หนูแพรด้วยนะลูก ป้าจะไม่ยอมให้หนูโดนพี่เขารังแกฝ่ายเดียวแน่นอน”
แน่ะ! พูดกับลูกตัวเองเสียงแข็งเหมือนโกรธกันมาร้อยชาติ แต่กับยับเด็กแสบ พูดเสียงอ่อนเสียงหวาน เค้าลางความยุ่งยากกำลังมาเยือนเขาแล้ว เดรกรับรู้โดยสัญชาตญาณ แต่... มันก็อาจจะดีก็ได้ ความคิดของเดรกตีวุ่นกับหมดในหัว
“เอ่อ...” แพรดาวได้แต่ทำตาปริบๆ เพราะไม่คิดว่าจะเจอบิดามารดาของเดรกที่นี่ ท่านรู้จักเธอดีเพราะเธอเป็นน้องสาวของพิพัฒน์เพื่อนสนิทของเดรก แต่ชายหนุ่มบอกเธอว่าที่บ้านไม่มีใคร บิดามารดาของเขาอยู่ต่างประเทศนี่นา หรือว่าท่านกลับมากะทันหันโดยที่เขาเองก็ไม่รู้
สีหน้าที่แสนจะจริงจังของบิดามารดาทำให้เดรกต้องนั่งตัวตรง ส่วนแพรดาวนั่งตัวลีบอยู่อีกด้านซึ่งเป็นโซฟาคนละตัวกับชายหนุ่ม
“มัมจะไม่อ้อมค้อมให้มากความนะ ในเมื่อเห็นกันอยู่ว่าอะไรเป็นอะไร”
“อะไรเป็นอะไรคืออะไรครับมัม ถ้าเป็นเรื่องที่มัมเข้าใจผิด ผมอธิบายได้” เดรกอยากอธิบาย เขาเห็นสีหน้าของเด็กสาวแล้วนึกเห็นใจ แค่ล้มลงทับตัวแล้วเรื่องใหญ่ขนาดนี้ แพรดาวเองก็คงยังไม่พร้อม เขาไม่อยากบังคับจิตใจใคร
“ไม่ผิดแน่ มัมเห็นว่าเดรกจูบน้อง น้องเสียหายเต็มๆ นี่ถ้าเข้าไปไม่ทัน ไม่ทำอย่างอื่นอีกเหรอ”
“คุณป้าคะ คือว่า...” แพรดาวจะบอกว่าแค่จูบ แต่เธอก็ยังพูดไม่ทันจบประโยค
“หนูแพรไม่ต้องคิดมากจ้ะ ป้าเข้าใจว่าหนูลำบากใจ แต่หนูเสียหายเต็มๆ ยังไงพี่เขาก็ต้องรับผิดชอบหนูนะจ้ะ หนูเองก็คงไม่ใช่หัวสมัยใหม่จนไม่รักนวลสงวนตัวหรอกนะ”
“คือว่าหนู...” แพรดาวถึงกับพูดไม่ออก ก็โดนดักคอมาจนถึงขนาดนี้แล้ว
“หนูต้องแต่งงานกับเดรกให้เร็วที่สุด”
“คุณป้าคะ คือว่า...” แพรดาวผุดลุกขึ้นอย่างตกใจ รับผิดชอบนี่คือการแต่งงานเลยเหรอ มันเร็วไป เธอไม่พร้อม เธอยังมีอะไรต้องทำอีกมากมาย จู่ๆ จะให้มาแต่งงานกับคนที่มีเรื่องไม่ลงรอยกันออกบ่อยๆ มันต้องเป็นเรื่องตลกแน่ๆ หรือเธอจะหูฝาดไป
“หนูต้องอยู่บ้านเดียวกับเดรก เสียหายเต็มๆ เมื่อกี้ก็เสียหาย ถึงป้าจะแต่งงานกับพ่อของเดรก แต่ป้าก็คือคนไทย รับไม่ได้กับเรื่องแบบนี้ อีกอย่างเรื่องของหนูป้าก็รู้หมดแล้ว เดรกจะปกป้องหนูได้ เวลาไปไหนมาไหนด้วยกัน เป็นสามีภรรยากันก็จะได้ไม่ตะขิดตะขวงใจ เดรกว่าไงลูก” ประโยคสุดท้ายดวงดาวหันไปถามบุตรชายที่นั่งเงียบ สีหน้าเคร่งเครียดอยู่อีกด้าน
“ครับมัม ผมยังไงก็ได้ แล้วแต่เค้าเถอะครับ” เดรกหันไปมองหน้าเด็กสาวที่เอาแต่ตกตะลึง แพรดาวเองก็ไม่คาดคิดว่าเดรกจะพูดออกมาแบบนี้