ตอน 1

ในอดีตกาลสัตว์ในเผ่าวิเศษน้อยใหญ่ล้วนถูกไล่ล่าจากเหล่ามาร เทพ เซียน หรือแม้กระทั่งมนุษย์ เพื่อนำร่างกายและเลือดมาปรุงเป็นยาวิเศษ จึงทำให้พวกมันต่างดิ้นรนเสาะแสวงหาหนทางเพื่ออยู่รอด

จิ้งจอกเก้าหางน้อยตนหนึ่งพ่นลมหายใจออกมาอย่างช้า ๆ เบาบางที่สุดด้วยความระแวดระวังเมื่อสัตว์ตัวน้อยเห็นว่าบัดนี้ปลอดภัยแล้วจึงเคลื่อนกายว่องไวออกมาจากที่กำบังพร้อมด้วยสัตว์ตัวอื่น

อีกทิศหนึ่งมีลำแสงชุมนุมสว่างเป็นสัญลักษณ์ จิ้งจอกน้อยเดินตามแสงเพื่อเข้าไปร่วมชุมนุมกับเหล่าสัตว์วิเศษตนอื่นด้วยความหวาดหวั่นด้วยยังตื่นตระหนกหวาดกลัว

เป็นเพราะจิ้งจอกเก้าหางน้อยนั้นไร้ซึ่งบิดามารดาเฉกเช่นผู้อื่น เมื่อมองพ่อแม่ลูกอยู่พร้อมหน้าส่วนตนเองเป็นเพียงจิ้งจอกกำพร้าร่างน้อยก็สั่นเทาการมีชีวิตเพียงลำพังหาได้ง่ายดายอย่างที่นางกำลังเสแสร้งออกมา

สุนัขจิ้งจอกเก้าหางสีขาวเร้นกายในความมืดมิด นางกระโดดเข้าไปยืนอยู่ข้างๆ ประมุขสัตว์เวทซึ่งเร้นกายในที่กำบังเดียวกันกับนางและสัตว์เวทตนอื่นอีกสามตน

หากนางต้องการหลุดพ้นจากการเป็นผู้ถูกล่า มีหนทางเดียวคือนางต้องบำเพ็ญตนจนบรรลุกลายเป็นเซียน

"ท่านประมุขโปรดช่วยชี้แนะข้าน้อยด้วย หากว่าข้าต้องการจะบรรลุเซียนต้องทำเช่นไร"

นางกระซิบถามเสียงเบาดวงตาใสซื่อสุกสกาวสีเหลืองอำพันจ้องประมุขสัตว์เวทด้วยความหวัง

ท่านประมุขหัวเราะเบาๆ ออกมาคำหนึ่ง เขามองดวงตาใสซื่อและสัมผัสกายของสุนัขจิ้งจอกตัวน้อยพลันรับรู้ถึงพลังบางอย่าง อบอุ่นแผ่ซ่านผ่านมาทางนิ้วทั้งห้าของเขา

ประมุขสัตว์เวทเงี่ยหูฟังเสียงการไล่ล่าด้านนอกเมื่อเห็นว่าเงียบสงบแล้วจึงเอ่ยด้วยความเมตตา

"เจ้าช่างมีลักษณะโดดเด่นนักขอเพียงเจ้ามีผู้ชี้แนะที่ดีข้าคิดว่าเจ้าสามารถกลายเป็นเซียนได้"

ประมุขสัตว์เวทมีวิชาหยั่งรู้ เพียงสัมผัสเขาก็รับรู้ได้ว่าจิ้งจอกน้อยตนนี้มีพลังแห่งความมุ่งมั่นและกระแสพลังที่ยังไม่ถูกปลุกเร้าที่ไม่อาจคาดเดาได้ว่ามากน้อยเพียงใดอยู่ภายในอาจเป็นเพราะว่านางยังเยาว์นัก

จิ้งจอกน้อยได้ยินดังนั้นก็ดีใจเป็นอย่างยิ่ง ประมุขสัตว์เวทชี้แนะให้นางเดินทางไปยังทะเลทักษิณที่พำนักของเจ้าแม่กวนอิม และให้ขอร้องให้เจ้าแม่ผู้มีเมตตารับนางเป็นศิษย์

หลังจากได้ฟังคำชี้แนะจิ้งจอกเก้าหางน้อยรอนแรมมาเป็นเวลาถึงสามเดือนเต็ม โดยอาศัยแฝงกายถามทางมาเรื่อยๆ จนในที่สุดนางก็ค้นพบว่าตนเองนั้นได้หลงทางเสียแล้ว

"ข้าจะทำเช่นไรดี"

จิ้งจอกเก้าหางน้อยมองหุบเขาเบื้องหน้าที่ปกคลุมไปด้วยหมอกควันอย่างสิ้นหวัง ที่นี่ไม่มีเม็ดทรายไม่มีน้ำทะเลมีเพียงหุบเขาใบไม้ต้นไม้ด้านหน้า ทุกคนล้วนบอกว่าที่นี่เป็นที่พำนักของเทพเซียน แล้วไยกลายเป็นเช่นนี้

ขณะที่จิ้งจอกน้อยกำลังจะก้าวเท้าเดินต่อ นางรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดที่ขาอย่างรุนแรงครั้นก้มลงมองตรงจุดนั้นจิ้งจอกน้อยพบว่ามีบางสิ่งแหลมคมปักคาอยู่

บัดนี้นางโดนลูกธนูอาคมพุ่งมาจากทิศหนึ่งเสียบเข้าที่หน้าขาจนทะลุ ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายอย่างรวดเร็ว

จิ้งจอกน้อยกรีดร้องร้องโหยหวนแม้ขาจะเจ็บแต่ความกลัวก็ทำให้นางก้าวเท้าวิ่งหนีอันตรายสุดชีวิตสิ่งที่ได้ยินในขณะที่วิ่งคือเสียงร้องอย่างดีใจของมนุษย์ผู้หนึ่งซึ่งสามารถจับสัตว์เวทได้

จะเป็นผู้ใดอีกเล่าหากไม่ใช่นางที่ทนพิษเจ็บปวดไม่ไหวจนต้องล้มลงไปกองที่พื้นในตอนนี้

คนเลวสองสามคนวิ่งตรงมาหานางอย่างรวดเร็วสุนัขจิ้งจอกน้อยผู้น้ำตานองหน้าด้วยคิดว่าครานี้ต้องตายแน่ๆ นางหลับตาแน่นความกลัวทำให้ร่างของนางสั่นจนไม่สามารถควบคุม

กลิ่นของความตายลอยวนเวียนอยู่เบื้องหน้า และแล้วนางกลับได้ยินเสียงร้องอย่างหวาดกลัวของพวกมนุษย์จวบจนเวลาผ่านไปชั่วครู่นางก็ไม่ได้ยินเสียงอันใดอีก

คนผู้หนึ่งหยุดยืนที่ด้านหน้าของนางใบหน้างดงามหมดจดดูไม่ออกว่าเขาผู้นี้เป็นสตรีหรือบุรุษ แต่กลิ่นอายรอบกายนั้นสูงส่งยิ่งนักเขาเอื้อมมือมาจับขาของจิ้งจอกน้อยอย่างอ่อนโยนและอุ้มร่างสัตว์ขนปุกปุยขึ้นมาไว้แนบอก

จิ้งจอกน้อยมองเห็นใบหน้าของคนผู้นั้นอย่างใกล้ชิดเขายังเป็นเด็กน้อยที่ยังไม่เติบโตเท่าใด ภายใต้แสงอาทิตย์ที่กำลังอัสดงคนผู้นี้ราวกับว่าเขากำลังเปล่งแสงเรืองรองออกจากร่างของเขา ลำแสงนี้ช่างเจิดจ้าอบอุ่นโอบอุ้มจิตใจ

นางหาได้รู้สึกตัวอีกจวบจนเวลาผ่านไปหลายวัน สิ่งที่สัมผัสได้คือผู้มีพระคุณคือเซียนน้อยผู้หนึ่งอายุคงราวเจ็ดแปดขวบใบหน้างดงามหมดจด

ผิวขาวดุจหยกบริสุทธิ์มีประกายเรืองรองของเทพเซียนอยู่รอบกายแค่เพียงได้อยู่กับเขานางก็รู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

เซียนน้อยผู้บริสุทธิ์ปฏิบัติต่อนางอย่างดีคล้ายเห็นเป็นสหาย เขาคอยดูแลใส่ยาป้อนอาหารให้ กอดนางไว้อย่างทะนุถนอมทุกครั้งที่นางรู้สึกตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวด้วยฝันร้าย

ตั้งแต่นั้นมานางได้อาศัยอยู่กับเซียนน้อยและมารดาผู้งดงามจิตใจดีของเขา เวลาผ่านมาเกือบสามพันปีบัดนี้จิ้งจอกน้อยหายดีแล้วสามารถวิ่งซุกซนเที่ยวเล่นได้

ตอน 2

หลายครั้งที่นางวิ่งออกมานอกเขตอาคมจนหาทางกลับไม่เจอเซียนน้อยต้องร้องห่มร้องไห้ตามหานางทุกครั้งไป เซียนน้อยผู้นี้มีนามว่าอาจ้าน และเขาเรียกนางว่าเจ้าก้อนเมฆน้อย

"เพราะขนของเจ้าปุกปุยนุ่มนิ่มเหมือนก้อนเมฆเจ้าจึงเป็นเจ้าก้อนเมฆน้อยของข้า"

น้ำเสียงของอาจ้านช่างไพเราะนัก ไม่ว่าเซียนน้อยผู้นี้จะทำสิ่งใดล้วนดึงดูดให้จิ้งจอกน้อยวนเวียนอยู่รอบกายเขาเป็นเพื่อนและครอบครัวเพียงคนเดียวของนาง

เจ้าก้อนเมฆกับอาจ้านมักนอนด้วยกันทุกวันในฤดูหนาวที่หนาวเหน็บอาจ้านชอบที่จะซุกไซร้หาความอบอุ่นจากขนอันอ่อนนุ่มของนาง

เพราะนางเป็นสัตว์เวทจึงมีร่างกายที่หอมกรุ่นนุ่มนิ่ม สุนัขจิ้งจอกน้อยมีความสุขจนลืมความตั้งใจที่จะบำเพ็ญเพียรเพื่อกลายร่างเป็นเซียนไปเสียสิ้นนางจะอยู่กับอาจ้านไปตลอดชีวิต

จนกระทั่งวันหนึ่งอาจ้านบอกกับนางว่าจะพานางไปยังสถานที่แห่งหนึ่งวันนั้นอาจ้านเซียนน้อยมีใบหน้าเต็มไปด้วยรอยน้ำตา

เขากอดนางแนบอกไว้ตลอดเวลา จิ้งจอกน้อยสงสัยแต่ไม่อาจเอ่ยถามได้ว่าเขาร้องไห้ด้วยเหตุใด ได้แต่ซุกตัวปลอบโยนเขาในอ้อมกอด

"ท่านแม่ข้าต้องไปจริงๆ หรือข้าไม่อยากจากก้อนเมฆน้อยไป" เขาเอ่ยขณะพานางขี่เมฆมากับมารดาผู้งดงาม

"เจ้ารักก้อนเมฆน้อยไม่ใช่หรือสิ่งที่เจ้าทำได้คือปล่อยให้นางบำเพ็ญเพียรเมื่อนางกลายร่างเป็นเซียนแม่สัญญาว่าจะให้เจ้ามารับนางกลับมาอยู่ข้างกายเจ้าอีกครั้ง"

จิ้งจอกน้อยไม่เข้าใจที่สองเซียนแม่ลูกสนทนากัน ได้แต่ส่ายหางทั้งเก้าไปมา มองดูน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งทำให้อาจ้านของนางร้องไห้หนักขึ้น

พวกเขาพานางมายังสถานที่แห่งหนึ่งรายรอบไปด้วยน้ำทะเลใสแจ๋ว ท้องฟ้าสะอาดตา น้ำทะเลไร้เกลียวคลื่น เป็นครั้งแรกที่จิ้งจอกน้อยเห็นทะเลจึงอดตื่นเต้นกระดิกหางไปมาไม่ได้กระทั่งพวกเขาพานางดำดิ่งลงทะเลสู่ท้องทะเลเบื้องลึก

น่าแปลกใจที่นางสามารถหายใจได้ปกติและตัวนั้นก็ไม่เปียกน้ำแม้แต่น้อย จวบจนกระทั่งมาถึงสถานที่งดงามแห่งหนึ่งที่จิ้งจอกน้อยไม่รู้ว่าลึกสักเท่าใด สถานที่แห่งนี้ดูเงียบสงบและงดงามยิ่ง

เซียนผู้เป็นมารดาของอาจ้านหายเข้าไปในตำหนักชั่วครู่ปล่อยนางกับอาจ้านไว้ด้านนอก มีคนนำขนมมาให้

จิ้งจอกน้อยกินแล้วชอบใจนักนางกระดิกหางไปมาด้วยความซุกซนอยากจะกระโจนลงไปวิ่งเล่นแต่ก็แปลกใจที่อาจ้านยังคงน้ำตาคลอร้องไห้พร้อมลูบหางของนางอย่างรักใคร่อยู่เงียบๆ โดยไม่เอ่ยสิ่งใดออกมา

หรืออาจ้านจะคิดถึงมารดาจากกันชั่วครู่เดียว บางทีนางคงไม่เข้าใจทั้งหมดที่อาจ้านคิดนางจึงเศร้าใจยอมนั่งบนตักเขาให้เขากอดแต่โดยดีไม่ซุกซนแล้ว

อาจ้านยังนั่งกอดเจ้าก้อนเมฆน้อยร้องไห้อย่างสงบอยู่ด้านนอกอย่างน่าสงสาร ไม่นานนักมารดาของอาจ้านออกมาจากตำหนัก ด้านหลังของท่านน้ามีสตรีผู้งดงามท่าทางอ่อนโยนสูงส่งผู้หนึ่งเดินตามมาด้วย

สตรีผู้นั้นเอ่ยกับอาจ้านเบาๆ คำหนึ่ง อาจ้านทำความเคารพแล้วปาดน้ำตาทิ้งไปหลายทีแต่น้ำตานั้นดูเหมือนไม่อาจจะหยุดไหลได้

เป็นครั้งแรกที่จิ้งจอกน้อยเห็นอาจ้านร้องไห้เช่นนี้ ใจของนางรู้สึกแปลกประหลาดคล้ายจะรับรู้ถึงเรื่องราวร้ายแรงที่กำลังเกิดขึ้นกับตน

อาจ้านมอบจิ้งจอกน้อยในอ้อมกอดให้สตรีผู้นั้น อาจ้านลูบร่างนางตลอดไปจนถึงหางทั้งก้าวอย่างอ่อนโยน จิ้งจอกน้อยมองอย่างสงสัยแต่ยังกระดิกหางให้เขา

"รักษาตัวให้ดีแล้วข้าจะมารับเจ้า"

กล่าวจบอาจ้านก็ถูกมารดาจับมืออ่อนโยน ท่านน้าปลอบโยนอาจ้านแล้วดึงเขาไปกอดเบาๆ ก่อนที่นางจะหันมากล่าวบางสิ่งกับเจ้าจิ้งจอกน้อย

"เจ้าก้อนเมฆข้าต้องพาอาจ้านไปสถานที่แห่งหนึ่งสถานที่แห่งนั้นพลังมารรุนแรงนักหากเจ้าติดตามไปเจ้าคงไม่อาจมีชีวิตรอดดังนั้นตั้งใจบำเพ็ญเพียรให้ตบะแก่กล้าพอจะรับมือไอมารได้หลังจากนั้นข้าให้สัญญาต่อเจ้าว่าจะให้อาจ้านกลับมารับเจ้าไปอยู่ด้วยเข้าใจหรือไม่"

ท่านน้ายกมือขึ้นแล้วลูบหลังสุนัขจิ้งจอกน้อยอย่างอ่อนโยน

จิ้งจอกน้อยยังมึนงงทุกสิ่งกะทันหันโดยที่นางไม่รู้ตัวนางจึงได้แต่นิ่งอึ้งไร้เสียงเห่าหอนอันใด กำลังจะเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่ เหตุใดท่านน้าจึงเอ่ยเช่นนี้ อาจ้านและท่านน้าจะไปที่ใดหรือ

อาจ้านปาดน้ำตาโอบกอดนางอบอุ่น

"ข้าจะกลับมารับเจ้ารอข้านะ"

เขากระซิบแผ่วเบาปนสะอื้นขยับกายออกห่าง พร้อมทั้งโบกมือให้นางก่อนจะค่อยๆ ลอยขึ้นไปเบื้องบนช้าๆ กับท่านน้าจนหายลับไปภายใต้อาการตกตะลึงของเจ้าจิ้งจอกน้อย

ไม่จริงใช่หรือไม่เป็นเรื่องล้อเล่นใช่หรือไม่ นางเห่าออกมาเสียงดัง

จิ้งจอกน้อยเพิ่งได้สติรับรู้ว่าตนเองว่ากำลังถูกทิ้ง นางกระโดดออกจากอ้อมกอดของสตรีผู้นั้นวิ่งตามอาจ้านราวกับสุนัขบ้าแต่นางไม่สามารถหลุดพ้นจากตำหนักแห่งนี้ได้

มีเวทกั้นระหว่างนางและท้องทะเลออกจากกัน จิ้งจอกน้อยร่ำไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือด

ตอน 3

ในใจยังหวังไม่ให้เขาทิ้งนางไปเห่าจนไร้สิ้นเสียงสร้างความเวทนาให้เกิดขึ้นต่อเหล่าเซียนในตำหนักทักษิณ

"เจ้าจิ้งจอกน้อยหากเจ้าอยากอยู่กับเขาอีกครั้งจงบำเพ็ญเพียรจนกลายร่างเป็นเซียนเจ้าตั้งใจเช่นนั้นตั้งแต่แรกไม่ใช่หรือ"

สตรีผู้งดงามเปี่ยมเมตตาเอ่ยขึ้นพร้อมอุ้มร่างเล็กสีขาวสะอาดของจิ้งจอกน้อยขึ้นมาไว้ในอ้อมกอดดังเดิม

สตรีผู้งดงามพานางกลับเข้ามายังตำหนัก จิ้งจอกน้อยได้ยินเซียนรับใช้ในตำแหน่งแห่งนี้ขานนามของสตรีผู้นี้ว่า

"เจ้าแม่กวนอิม"

เจ้าจิ้งจอกน้อยส่งเสียงเห่าหอนโหยหวนอย่างยาวนานและเศร้าโศกแสดงความเจ็บปวดในใจเมื่อถูกอาจ้านทอดทิ้งมาเช่นนี้เป็นเวลานานนับร้อยปีโดยที่เขาไม่ติดต่อกลับมาแม้แต่ครั้งเดียว

ร่างกายซูบผอมขนร่วงกองอยู่บนพื้นเป็นกระจุกคล้ายสุนัขจรจัดมากกว่าสุนัขเวทผู้มีขนสีขาวบริสุทธิ์ฟูนุ่มดั่งก้อนเมฆดั่งเช่นแต่ก่อน

แม้ว่าเจ้าแม่กวนอิมจะพยายามรักษามันด้วยน้ำทิพย์ที่สามารถรักษาได้ทุกโรคจากทะเลทักษิณแต่น้ำทิพย์นี้ไม่อาจรักษาจิตใจได้ ร่างกายฟื้นฟูแต่จิตใจที่ย่ำแย่ทำให้มันใกล้ตายลงทุกที

เป็นเพราะสงสารสัตว์เวทตัวน้อย อีกทั้งได้รับปากสหายรักไว้ว่าจะช่วยดูแลมันอย่างดีที่สุด เจ้าแม่กวนอิมจึงถ่ายทอดพลังวิเศษเพื่อช่วยฟื้นฟูจิตใจให้กับเจ้าก้อนเมฆน้อยไปส่วนหนึ่ง

อย่างน้อยให้สัตว์ที่น่าสงสารตนนี้ลืมเลือนเรื่องอาจ้านเพื่อยุติความผูกพันอนาคตหากมีวาสนาพบเจอนางจะสามารถจดจำผู้ที่เคยผูกจิตรักใคร่ได้หรือไม่ย่อมแล้วแต่เวรกรรม

จวบจนเวลาผ่านมาหลายพันปี สุนัขจิ้งจอกเก้าหางน้อยเติบโตขึ้นเป็นเพราะพลังวิเศษของเจ้าแม่ที่ทำให้ภาพของอาจ้านเป็นภาพเพียงภาพในความฝัน

อีกทั้งกาลเวลาก็ทำให้เรื่องของอาจ้านเริ่มรางเลือนไปคล้ายกับฟองคลื่นที่ใหญ่โตและกลายเป็นเล็กลงจนสูญสลายไปในที่สุด

สุนัขจิ้งจอกเก้าหางน้อยอยู่กับเจ้าแม่ด้วยความสุขและตั้งใจบำเพ็ญเพียรด้วยถูกเจ้าแม่ข่มขู่ทุกวันว่าหากในกำหนดหนึ่งหมื่นปีนางไม่สามารถกลายร่างเป็นเซียนได้

สุนัขจิ้งจอกเก้าหางเช่นนานต้องถูกขับไล่ออกจากทะเลทักษิณ

เมื่อโดนข่มขู่ทุกวัน เจ้าจิ้งจอกน้อยผู้หวาดกลัวการไล่ล่าก็ตั้งใจบำเพ็ญเพียร คิดไว้ว่าในดวงจิตที่เหลือไม่รู้ว่าอีกกี่หมื่นกี่แสนปีก็จะไม่กลับไปมีสภาพเช่นเดิมเด็ดขาด

จิ้งจอกเก้าหางเฝ้าบำเพ็ญเพียรในถ้ำอันมืดมิดความสว่างที่หาได้มีเพียงแสงจากแมงกะพรุนไฟที่ลอยวนเวียนอยู่ใต้น้ำเท่านั้น แม้กระนั้นนางก็หาได้แยแสที่จะแสวงหาความสว่างอันใด

ภายในถ้ำแห่งนี้หนาวเย็นยะเยือกแต่เพราะว่านางเป็นจิ้งจอกความหนาวเย็นจึงไม่อาจเล่นงานนางได้ ขนที่ปุกปุยอบอุ่นของนางนับว่ามีประโยชน์ไม่น้อย

หนึ่งหมื่นปีผ่านพ้น

สัญญาณที่บ่งบอกว่าเวลาหนึ่งพันปีได้ผ่านไปแล้วคืออาการหิวของนาง จิ้งจอกเก้าหางน้อยรู้ว่าตนเองยังไม่กลายเป็นเซียนจึงข่มใจบำเพ็ญเพียรต่ออีกหลายวันจวบจนสุดท้ายนางไม่อาจอดกลั้นความอยากอาหารได้อีกต่อไป ไข่มุกวิเศษคงสิ้นฤทธิ์แล้วนางจึงได้หิวจนทนไม่ไหวเช่นนี้

จิ้งจอกเก้าหางลืมตาขึ้น นางกระแอมส่งเสียงดังฉับพลันเจ้าแมงกะพรุนไฟก็ลอยมาอยู่ตรงหน้า จิ้งจอกเก้าหางรู้สึกสงสัยว่าเหตุใดจู่ๆ วันนี้เจ้าแมงกะพรุนไฟสหายเพียงหนึ่งเดียวในสถานที่อันมืดมิดแห่งนี้ถึงได้เชื่อฟังนางนัก

ปกติหากนางต้องการแสงสว่างเพื่อผ่อนคลายต้องกระแอมส่งเสียงอยู่หลายทีกว่าจะมีสัตว์ตนใดโผล่มา

หรือว่าเป็นเพราะสัตว์น้ำพวกนี้สัมผัสได้ว่าคงถึงเวลาจากลากันจริงๆ แมงกะพรุนไฟพันปีจึงมารอส่งนางถึงที่นี่กัน

จิ้งจอกเก้าหางบิดกาย หางที่วางราบอยู่บนพื้นถ้ำมาเนิ่นนานเริ่มกระดิก นางขยับร่างกายอยู่ชั่วครู่เพื่อให้เคยชิน

จวบจนในที่สุดนางก็โคจรพลังไปรอบร่างกายจนสามารถยกหางฟูฟ่องดุจมวลกลุ่มเมฆของตนขึ้นมาได้ นางมองเห็นหางของตนเองแล้วถอนหายใจออกมา แล้วเอ่ยวาจาสั้นๆ อย่างผิดหวังกับตนเอง

"เหตุใดข้าถึงยังเป็นจิ้งจอกอยู่เล่า"

พลันปรากฏเกลียวคลื่นใหญ่ภายใต้สายน้ำนางเพ่งพินิจเกลียวคลื่นแล้วจำได้ว่าเวลาเจ้าแม่กวนอิมจะไปยังที่ใดในมหาสมุทรแห่งนี้มักจะมีเกลียวคลื่นนี้นำทาง

นี่ก็คงเป็นเกลียวคลื่นที่เจ้าแม่มีน้ำใจส่งมารับนางกลับ ถือเป็นน้ำใจครั้งสุดท้ายก่อนจากลากระมัง

จิ้งจอกเก้าหางลุกขึ้นแล้วกระโดดเข้าไปในคลื่นนั้นทันใด หลับตาเพียงชั่วประเดี๋ยวคลื่นยักษ์นั้นก็พานางขึ้นมาส่งยังหน้าตำหนักทักษิณ

นางลืมตาขึ้นพบหน้าคนคุ้นเคยที่คอยเฝ้าประตูด้านหน้า สุนัขจิ้งจอกเก้าหางจึงส่งยิ้มทักทายเซียนเหล่านั้น

น่าแปลกใจที่เซียนทุกท่านกลับมองนางด้วยความประหลาดใจ ดวงตาพวกเขาช่างห่างเหินไม่คุ้นเคยเรียกว่าไม่รู้จักเลยจะดีกว่า แม้นางจะกล่าวทักทายหาได้มีผู้ใดกล่าวตอบแม้แต่คำเดียว

ประเดี๋ยวก่อนนางกล่าวทักทายได้ด้วยหรือ จิ้งจอกเก้าหางกลอกตามองไปมา เหล่าเซียนทั้งหลายยังคงยืนนิ่ง หลายคนทำท่าระแวดระวัง

"นี่ข้าเองเจ้าก้อนเมฆอย่างไรเล่า จำข้าไม่ได้หรือเหตุใดพวกท่านทำท่าทางเหมือนข้าเป็นคนแปลกหน้าเล่า"

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED