ตอน 1

ปิ้ง! เสียงเตือนจากเครื่องปิ้งขนมปัง ชายวัยสามสิบต้นๆ ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวกับกางเกงสแล็คสีดำ หันกลับมาสนใจมันทันที แต่ก็ไม่ลืมที่จะชำเลืองมองนาฬิกา ที่บอกเวลาหกโมงเช้านิดหน่อย เขาเอาขนมปังที่กรอบได้ที่ไปจัดไว้ในจานสำหรับอาหารเช้าแบบเบรทฟัดจำนวนสองชุด

และเมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เขาก็ถอดผ้ากันเปื้อนออก เดินออกจากโซนครัว ไปยังอีกด้านและก้าวขึ้นบันไดสองสามขั้น ปัง...ปัง...เสียงทุบประตู

“ไม้” เขาเอ่ยเสียงดังพอให้คนข้างในได้ยิน และต่อจากนั้นเขาก็เดินต่อ ก็อก...ก็อก...เสียงเคาะประตู “มาย” เขาเอ่ยเสียงดังพอประมาณอีกครั้ง

ผลั๊วะ และสิ้นเสียง ประตูทั้งสองบานก็เปิดออกพร้อมกัน หญิงสาวผมยาวที่ถูกม้วนเป็นลอนหยิกสวยในชุดนักศึกษาพร้อม ออกมาจากประตูที่ถูกเคาะ

“ค่ะ อา” เธอในชุดนักศึกษา

“ครับ อา” ชายหนุ่มในชุดนักศึกษา เอ่ยเมื่อออกมาจากประตูที่ถูกทุบ

และทั้งสามก็เดินไปยังโต๊ะอาหาร ชุดอาหารเช้าสองชุด ไม้กับมาย นั่งประจำที่ของตน

“ก่อนออกเดินทาง ไม้โทรบอกอาอีกครั้งนะ” ชายร่างสูงกำยำเอ่ยพร้อมกับนั่งประจำหัวโต๊ะ และยกแก้วกาแฟขึ้นดื่ม

“ครับอานิว” ไม้ หรือ รัฐภูมิ ตอบรับพร้อมกินอาหาร

“อานิว อย่าดื่มแต่กาแฟสิค่ะ” มายพูดพร้อมกับตัดแบ่งฮอทดอกยื่นส้อมที่เสียบชิ้นฮอทดอกในจานตนส่งไปให้อานิว

นิว ภาคิน หรือ อานิว ของหลานแท้ๆ กับไม่แท้ รับฮอทดอกชิ้นนั้นและกินอย่างว่าง่าย

แต่เดิมคอนโดแห่งนี้ที่สามห้องนอน ประกอบไปด้วยสมาชิกทั้งสิ้น คือ มาย แม่ของมาย ไม้ และพ่อของไม้ เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ที่ใช้เวลาด้วยกันแค่หนึ่งปี เมื่อแม่ของมายและพ่อของไม้ ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อปีก่อนทั้งสองเสียชีวิต ทิ้งมายที่กำลังเรียนอยู่ปีสี่และไม้ที่เรียนอยู่ปีสอง กับธุรกิจมูลค่ามหาศาลที่กำลังเติบโตไปอย่างด้วยดี

แต่ธุรกิจ ไม้ และ มาย ช่างโชคดีมากที่พ่อของไม้มีน้องชายที่มีความสามารถกำลังเรียนจบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจจากต่างประเทศ นั่นก็คือ อานิว

เขาต้องกลับประเทศไทยก่อนกำหนดเพื่อมาจัดการกับงานศพของพี่ชายและพี่สะใภ้ รวมถึงจัดการรับตำแหน่งประธานบริหารธุรกิจแทนพี่ชาย หลังจากจัดการเรื่องราวต่างๆ เสร็จเรียบร้อย นิวต้องกลับไปเรียนต่อให้จบ พร้อมๆ กับบริหารธุรกิจทางไกล ไปด้วย

นิว พึ่งจะกลับมาอยู่ที่ประเทศไทยอย่างถาวรเมื่อสี่เดือนก่อน เขาย้ายเข้ามาอยู่ที่คอนโดที่ครอบครัวพี่ชายเคยอาศัยอยู่ ในห้องนอนเก่าของพี่ชายและพี่สะใภ้ และหลังจากนั้น ทั้งสามก็ใช้ชีวิตร่วมกันมาจนถึงวันนี้ก็สี่เดือนแล้ว

ช่วงแรกๆ ทั้งสามต้องค่อยๆ ปรับตัวเข้าหากัน นิว แต่เดิมที่เป็นคนที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของตัวเองมาก แต่ตั้งแต่ที่ต้องดูแลหลานชายแท้ๆ กับหลานสาวไม่แท้ ตามคำสั่งเสียของพี่ชาย เขาก็กลายเป็นพ่อบ้านยามที่อยู่ต่อหน้าหลานทั้งสอง

นิว กับ ไม้ที่นั่งกินไปคุยไปตามประสาอาหลาน มายที่นั่งอยู่ด้วย เธอก็กินอาหารเช้าในจานเธอสลับตัดแบ่งยื่นส่งให้อานิวได้กินด้วย เพราะถ้าเธอไม่ทำแบบนี้ อานิวก็จะดื่มแต่กาแฟ

และเมื่อทั้งสามกินกันเสร็จแล้ว มายและไม้ก็ประสานสายตากัน ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่และใครกันที่ไม่ชอบการเก็บล้าง และวันนี้เป็นวันหยุดของแม่บ้านไม่ประจำ มายและไม้ก็เตรียมตัว

“ยันยิงเยา ปักกะเป่ายิ้ง...ฉุบ” เสียงร้องของมายและไม้ ก็ร้องออกมาพร้อมกัน

“ผมไปก่อนนะครับ...” และเสียงของไม้ก็ดังขึ้นอย่างอารมณ์ดี เมื่อเขาออกฆ้อนและมายออกกรรไกร

นิวเอนกายนั่งพิงพนักและยิ้มออกมา เพราะเดือนนี้ทั้งเดือนแทบจะเป็นมายที่แพ้ มายลุกขึ้นและเริ่มเก็บโต๊ะ พร้อมกับสายตาไม่พอใจมองคนหัวโต๊ะที่กำลังยิ้มเยาะเธอ

“อยากให้อาไปส่งมั้ย” เสียงกระซิบแผ่วเบาข้างริมหูที่มาพร้อมกับการสวมกอดร่างระหงจากด้านหลัง

“ไม่เอาค่ะ” มายตอบพร้อมกับล้างจานใบสุดท้ายเสร็จพอดี

“แล้วตัดสินใจเรื่องตำแหน่งเลขาของอาหรือยัง” มายเช็ดมือเสร็จก็หันกลับมา เธอต้องเงยหน้าคุยกับเขายามที่เขาเข้ามาประชิดแบบนี้

“วันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้ายของมายค่ะ” นิวเลิกคิ้ว ใช่ว่าเขาจะจับความรู้สึกแปลกๆ ในตัวมายไม่ได้ แต่เขาไม่รู้จริงๆ ว่าสองอาทิตย์ที่ผ่านมานี้มายดูอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก

“โอเค งั้นวันนี้มายไปสอบก่อน เย็นนี้อากลับค่ำนะ” มายพยักหน้ารับและดันตัวเขาออกห่างเพื่อที่เธอจะได้เดินออกจากตรงซิ้งค์ล้างจานสักที

พึ่บ! แต่ทว่า นิวกลับดึงเธอไว้ และเขาก็โน้มหน้าจูบเธอ มายแม้จะถูกจูบโดยไม่ทันตั้งตัว แต่เธอก็สนองตอบกลับด้วยสัญชาติญาณ แม้จะมีความน้อยเนื้อต่ำใจเขา แต่เมื่อเขาต้องการ เธอก็เกิดความต้องการเช่นกัน

อานิว เธอเรียกเขาตามไม้ เพราะเขากับเธอไม่ใช่ญาติตามสายเลือด พ่อกับแม่เธอแยกทางกันหลายปีแล้ว จนแม่ของเธอได้มาเจอกับพ่อของไม้ สำหรับเธอแล้ว เธอไม่เคยมีปัญหากับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของแม่ ขอแค่ผู้ชายคนนั้นดีต่อแม่เธออย่างจริงใจก็พอแล้ว

แต่เดิมเธอก็ไม่ได้คิดจะเกาะติดอยู่กับแม่เป็นครอบครัวเราสี่คนตลอดไปอยู่แล้ว เธอตั้งใจแล้วว่าจะอยู่กับแม่จนเรียนจบมหาวิทยาลัย และเมื่อหางานทำได้ เธอก็จะขอแยกตัวออกไป

แต่ดันเกิดเหตุไม่คาดคิดเสียก่อน ซึ่งเมื่อเวลาเลวร้ายผ่านพ้นมา เธอก็สามารถที่จะไปทำตามความตั้งใจเดิมได้ และยิ่งตอนนี้ไม่มีแม่แล้ว เธอก็แทบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับครอบครัวของไม้เลย

แต่เขา อานิว ก่อนนี้เธอแค่เคยได้ยินมาบ้างว่าคุณลุงมีน้องชายที่เรียนอยู่ต่างประเทศ แต่เธอก็ไม่ได้สนใจใคร่ที่อยากจะเห็นหรือรู้จักอะไร แต่เมื่อเขามาปรากฎตัวเมื่อปีก่อน แม้จะเจอกันครั้งแรกในสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก แต่อานิว จัดชายหนุ่มที่สามารถเป็นชายในฝันของสาวๆ ได้เลย

หน้าตาเขาแค่คำว่าผ่านหรือพอได้ มันใช้กับเขาไม่ได้ เขานะเรียกว่าโคตรหล่อเลย รูปร่างที่สูงกว่าร้อยแปดสิบเซนติเมตร ดีกรีนักเรียนนอก มีตรงไหนที่เขาจะไม่น่าสนใจ แน่นอนว่าเธอเก็บเขาเอามานอนฝัน จินตนาการณ์เกี่ยวกับเขามากมาย

และเธอก็ตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่า เขานี้แหละ จะต้องเป็นสามีของเธอ แผนเดิมที่จะออกไปใช้ชีวิตของตัวเองหลังเรียนจบและได้งานทำ เธอทิ้งมันไปทันทีหลังจากได้ตัดสินใจเลือกเขาเป็นสามี เธอตั้งปณิธานใหม่แล้ว แม้เธอจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน แต่เธอก็ต้องให้เขายินดีรับเธออย่างสง่างามและเต็มใจ และเขาต้องเป็นฝ่ายขอเธอแต่งงาน

ตอน 2

“เฮ้ย! มาย ทางนี้” มายหันไปตามเสียงเรียกเมื่อเธอเดินมาถึงใต้ตึกคณะ

“สวัสดีค่ะ พี่ลม” มายทักทายชายหนุ่มที่นั่งอยู่กับเพื่อนสาวคนสนิทของตนที่ตะโกนเรียกเธอ มายทรุดนั่งข้างกายเพื่อนสาว “เป็นไงแก วันนี้ฉันมีพี่ชายกับเขาด้วย” มายยิ้มขันกับเพื่อนสาว

“มาย ฟังไอ้น้องสาวตัวแสบของพี่สิ รู้งี้พี่ปล่อยไว้หน้าปากซอยให้นั่งรถมาเองดีกว่ามั้ย”

“มายเห็นด้วยกับพี่ลมค่ะ” มิ้น หรือ ภัทรมน เพื่อนสาว น้องสาวคนดีของพี่ลม หรือ ปุรินทร์

“นี่มาย พี่ลมนะที่มาส่งฉันวันนี้ เขาไม่ได้แค่มาส่ง แต่เขาจะมารอพวกเราสองคนสอบเสร็จแล้วจะพาไปกินข้าว”

เฮ้! “คงไม่ได้จะแค่นั้น”

“มันก็แน่อยู่แล้ว พี่ลมได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการฝ่ายแล้ว” ทันทีที่ได้ยินแบบนั้นมายก็แสดงความยินดีที่มาจากใจ ซึ่งเธอก็ทำให้ได้เพียงแค่นั้น พี่ลมเป็นผู้จัดการฝ่ายซึ่งถือว่าดีมาก เขาขยันและมีความสามารถอนาคตของเขาจะเรียกว่ามั่นคงอีกระดับก็ว่าได้ แต่นั่นก็สำหรับเขา ไม่ใช่สำหรับเธอ

เธอยังจะมาสนใจผู้จัดการฝ่ายอยู่อีกหรือหากในขณะนี้เธอมีประธานบริษัทอยู่ในอ้อมแขน มายรู้ดีว่าเวลานี้เท่านั้นที่จะชัดเจนได้

“มายขอบคุณพี่ลมมากนะคะ แต่ว่า...สอบเสร็จแล้ว มายต้องกลับคอนโดนะคะ เพราะนายไม้กับอานิวไม่อยู่ พวกเขาคงไม่โอเคถ้ามายจะกลับดึกนะคะ” เธอปฎิเสธอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะเพื่อนสนิททุกคนรู้และเข้าใจความสัมพันธ์ภายในครอบครัวของเธอดี เพราะเธอยังต้องอาศัยค่าเลี้ยงดูจากครอบครัวพ่อเลี้ยงเก่า เพราะฉะนั้นเธอยังไม่อาจทำอะไรตามใจตัวเองได้

แต่เดิมก่อนที่แม่ของเธอจะเสียชีวิต อิสระการใช้ชีวิตของมายดีกว่านี้ และความจริงแล้วหลังการเสียชีวิตของแม่เธอ ก็ไม่ได้ทำให้เธอสูญเสียอิสระการใช้ชีวิตเลย แต่ที่เธอทำแบบนี้และเริ่มเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิต ทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อสี่เดือนก่อน ตั้งแต่วันที่อานิวกลับมา

เหตุผลของการปฎิเสธ ทำให้สองพี่น้องไม่อาจไม่ยอมรับได้ แต่มิ้นที่รู้เรื่องเหล่านี้และความตั้งใจเดิมของมาย ก็อดที่จะเอ่ยออกมาไม่ได้

“นี่! มาย บริษัทที่พี่ลมทำงานอยู่ มีการเปิดรับสมัครเลขาด้วยนะ” ลม ที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้ารับทันที ขอแค่มายไปสมัคร เขามั่นใจว่าเธอจะได้ทำงานบริษัทเดียวกับเขาแน่

มายเมื่อได้ยินแบบนั้น ถ้าเป็นก่อนที่เธอจะได้รู้จักอานิว เธอคงยินดี แต่ปณิธานเธอเปลี่ยนไปแล้ว ปณิธานใหม่นี้ของเธอ เธอไม่ได้บอกใครไม่เว้นแม้แต่เพื่อนสาวคนสนิท

“ขอบคุณนะคะพี่ลม แต่มายต้องไปช่วยงานบริษัทของอานิวนะคะ”

“มาย...แล้วเมื่อไหร่เธอถึงจะออกมาใช้ชีวิตที่เธอต้องการได้ล่ะ” มิ้นอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม เพราะพี่ชายเธอชอบเพื่อนสาวคนนี้เอามากๆ และเธอก็ไม่รังเกียจเลย มายเป็นหญิงสาวที่สวยมากๆ คนหนึ่ง ระดับการเรียนแม้ไม่ได้โดดเด่น พื้นเพครอบครัวของมายเธอก็รู้ดี ไม่มีอะไรที่น่ารังเกียจเลย ได้มายมาเป็นพี่สะใภ้ มิ้นคิดว่ามันโอเคมากๆ ซึ่งเธอก็คอยเชียร์พี่ชายเธอมาตลอด สองสามปีมานี้

“ตอนนั้นกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน พอเอาเข้าจริงๆ และคิดว่าต้องออกมาใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ฉันก็แอบกลัวนะ มิ้นฉันไม่เหลือใครแล้ว และถ้าฉันออกมาจากที่นั่น และเกิดฉันไม่ไหวหรือเกิดอะไร ฉันไม่สามารถที่จะกลับไปที่นั่นได้อีกแล้ว...โปรดเข้าใจฉันด้วยนะ” มายทำหน้าเศร้า สองพี่น้องมองมายแล้วได้แต่เงียบงัน ให้ทั้งสองอยากได้มายมาเป็นคนในครอบครัวมากเพียงไร แต่ก็ไม่อาจเอ่ยออกไปได้ และปุรินทร์เองก็คิดว่าตอนนี้ตัวเองก็ยังไม่มั่นคงพอจะดูแลใครอีกคนได้ เขาอยากจะคบหากับเธอไปอีกสักสองสามปี

แต่ถ้าการคบหากันระหว่างเขากับเธอ มันจะเกิดขึ้นได้นั่นก็ต่อเมื่อเธอต้องมีอิสระในการใช้ชีวิต มันก็เสี่ยงเกินไปสำหรับเธอและเขา หากเวลานั้นเขากับเธอไปกันไม่ได้จริงๆ เขาที่เป็นสาเหตุให้เธอออกมาจากที่นั่น เขาจะกลายเป็นคนแบบไหนกัน

“มื้อเย็นไม่ได้ จะเป็นไปได้มั้ยที่พี่จะได้กินข้าวกับมายในมื้อเที่ยงบ้าง” คราวนี้ลมเป็นคนเอ่ยเอง

“ได้สิค่ะ” ปฎิเสธมาหลายอย่าง คราวนี้มายจึงตอบรับด้วยใบหน้าที่สดใส และก็ได้เวลาที่พวกเธอต้องเข้าห้องสอบ ลมก็ลากลับ แผนการณ์เย็นนี้จึงเลิกล้มไป

ตอน 3

ก็อก ก็อก เสียงเคาะประตูนำก่อนที่จะถูกผลักเปิด

“เจ้านายค่ะ คุณอินทิราค่ะ” นิวลุกจากเก้าอี้ เพื่อมาต้อนรับทันที

“สวัสดีครับ” เขาเอ่ยพร้อมยื่นมือออกไป อินทิรายื่นมือมาจับทักทายกับเขา “เชิญนั่งครับ” เมื่ออินทิรานั่งเรียบร้อยแล้ว เขาก็สอบถามเธอเกี่ยวกับเครื่องดื่ม เลขาของผู้ช่วยรับคำสั่งและขอตัวออกไป

“พี่สิงห์กำลังตามขึ้นมาค่ะ” นิวพยักหน้ารับ และเขาก็ต้องเลิกคิ้วเมื่ออินทิรา มองเขาและยิ้ม

“คุณจำกุ้งไม่ได้จริงๆ ด้วย”

อือ “เราสองคนเคยเจอกันมาก่อนเหรอครับ” ระหว่างที่รอสิงห์ ทั้งสองจึงยังไม่เข้าประเด็นเรื่องงานกัน

“ปีก่อนที่เมืองนอก” นิวก็ยังจำไม่ได้ เพราะนายสิงห์แนะนำให้เขารู้จักผู้หญิงมากมาย บางคนเขายังได้สานสัมพันธ์ต่อบ้าง แต่บางคนก็ไม่มีโอกาส หรือเธอเป็นพวกอย่างหลัง ไม่ได้สานสัมพันธ์ต่อ เขาจึงจำไม่ได้ แต่ก็แปลกผู้หญิงที่มีหน้าตาบุคคลิกโดดเด่นแบบนี้ เขาไม่คิดจะสานสัมพันธ์ต่ออย่างงั้นเหรอ นิวไม่เข้าใจตัวเอง

“ที่งานเลี้ยงเล็กๆ ที่บ้านเพื่อนชาวฝรั่งเศษ ฉันถามพี่สิงห์ว่าคุณไปไหนแล้ว เขาบอกว่าพอดีคุณมีธุระด่วนเลยต้องรีบกลับนะคะ”

นิวจำได้ทันที วันนั้นเขาได้รับข่าวร้ายของพี่ชาย เขาเลยออกจากงานเลี้ยงทันที เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย

“อ๋อ ผมจำได้แล้ว คุณกุ้ง คุณเป็นน้องสาวของสิงห์” ตอนนั้นสิงห์แนะนำให้รู้จักกันเป็นชื่อเล่น พอเลขาของผู้ช่วย บอกว่าคุณสิงห์ขอนัดพบพร้อมกับจะพาคุณอินทิรามาด้วย นิวจึงไม่สามารถเชื่อมต่อเรื่องราวสั้นๆ ระหว่างเขากับเธอได้ ตอนที่เห็นเธอแว็บแรกเมื่อครู่ แค่คิดว่าเธอสวยมาก แต่อดีตวันวานไม่กี่นาทีนั้นเขาจำไม่ได้จริงๆ

“อย่าเรียกว่าคุณกุ้งสิค่ะ พี่นิวจำได้แล้ว ตอนนั้นพี่นิวยังเรียกกุ้งว่า น้องกุ้งด้วยซ้ำ” นิวยิ้มเล็กน้อย ก็วันนั้นเป็นการเจอกันในฐานะน้องสาวเพื่อน แต่วันนี้เป็นการเจรจาธุรกิจกัน นิวแบ่งแยกชัดเจน งานก็คืองาน ไม่งั้นเขากับสิงห์คงคุยกันที่ไหนก็ได้ แต่นี้เขาขอให้เป็นการนัดอย่างเป็นทางการ และเดี๋ยวเลขาของผู้ช่วย ก็ต้องเข้ามาจดมาทำการสรุปการเจรจาการค้านี้ด้วย

และไม่นานสิงห์ก็เข้ามาในห้องพร้อมกับเลขาของผู้ช่วย ที่มีเครื่องดื่มของแขกทั้งสองมาด้วย

แม้เป็นเพื่อนแต่นิวก็ไม่อาจอ่อนข้อกับเงื่อนไขบางอย่างได้ ซึ่งเรื่องนี้สิงห์ที่รู้จักเพื่อนคนนี้ดีก็คาดการณ์ไว้แล้ว

“ถ้าเงื่อนไขมากกว่ามาตราฐานที่กำหนดไว้ ฉันไม่อาจตัดสินใจได้ แต่ข้อเสนอของนายก็ไม่ได้ทำให้ทางเราลำบากใจหรือการร่วมมือจะเป็นไปได้ยาก แต่ฉันขอเดาว่าเงื่อนไขของนายบริษัทอื่นก็ต้องกลับไปคิดทบทวน”

“นายพูดไม่ผิด สินค้าของฉันเป็นนวตกรรมใหม่”

“ใช่ แต่ฉันสนใจความเป็นนวตกรรมใหม่ แต่ฉันก็อยากจะเตือนนายด้วยว่า นวตกรรมใหม่ มันใช้เวลาและการลงทุนที่ไม่น้อยเลย”

“ด้านสื่อต่างๆ กุ้งถนัด” สิงห์เอ่ย “และที่ตอนนี้ฉันไม่ขยับอะไรมาก เพราะฉันไม่ต้องการการถูกเลียนแบบ”

“ฉันเข้าใจ และเห็นด้วยกับแนวคิดนี้” นิวเอ่ย

“เฮ่ยยย...เอาละ วันนี้ฉันไม่คิดและคาดหวังว่าการมาคุยกับนายแค่วันเดียวไม่กี่ชั่วโมง นายจะต้องตอบตกลง วันนี้พวกเราพอแค่นี้ก่อน ออกไปหาอะไรดื่มกินกันย้อนวันวานกันหน่อยดีกว่า” สิงห์เอ่ยปิดบทเจรจาธุรกิจไว้แค่นี้ ซึ่งนิวก็เห็นด้วย

“ได้” นิวตอบรับ เขาขอเวลาสั่งงานสักครึ่งชั่วโมง และจะขับรถตามเพื่อนไป

“เดี๋ยวเจอกันนะคะ” อินทิราเอ่ยเสียงหวานก่อนเดินตามหลังพี่ชายไป

“ครับ”

สิงห์เลือกสถานที่ที่เป็นผับใหญ่ที่ต้องเป็นสมาชิกเท่านั้นที่จะเข้าได้ นิวที่ตามมาทีหลังเอ่ยชื่อเพื่อน พนักงานก็นำเขาไปยังห้องที่สิงห์และอินทิรารออยู่

“พี่นิว อยากทานอะไรเพิ่มมั้ยคะ กุ้งไม่รู้ว่าพี่นิวชอบทานอะไร” นิวมองอาหารหลายอย่างที่ถูกนำมาเสิร์ฟทันทีที่เขามาถึง

“พี่ทานได้หมดครับ”

“จริงเหรอค่ะ...พี่นิวไม่ต้องเกรงใจนะคะ เพราะมื้อนี้คนจ่ายไม่ใช่กุ้งค่ะ ถ้าพี่นิวไม่ชอบเมนูไหนหรืออยากกินอะไรเพิ่มเราก็สั่งใหม่ได้เต็มที่ค่ะ เพราะคนจ่ายคือพี่สิงห์ค่ะ” นิวเลิกคิ้วและอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

“นี่ๆ ยายน้องสาว ตกลงใครพี่ชายเธอกันแน่” สิงห์อดไม่ได้จำต้องแขวะน้องสาว

“แน่นอนว่าน้องก็ต้องอยากให้พี่สิงห์เป็นพี่ชายอยู่แล้ว” เมื่อเธอพูดจบก็อดไม่ได้ที่จะหันไปส่งสายตาสื่อความให้กับนิว นิวยกยิ้มทันที ช่วงนี้ดวงผู้หญิงเขากำลังขึ้นหรือไง

เฮ่ย! เฮ่ย! สิงห์ร้องขัด “นี่ยายน้อง ตั้งแต่ที่นิวเขากลับมาเมืองไทย พี่ก็ไม่ได้คุยกับเขาเลย ไม่รู้ว่าถูกสาวไทยจับจองเป็นเจ้าของไปแล้วหรือยัง...” สิงห์หันไปทางนิว “ฉันขอเตือนนายก่อนนะ ถ้านายมีเจ้าของแล้ว ก็อย่าล้ำเส้นน้องสาวฉันเป็นอันขาด”

“พี่!” คราวนี้อินทิราร้องเสียงดัง ที่ถูกพี่ชายเปิดเผยความในใจ แบบไม่ทันตั้งตัว “น้องขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน” เธอพูดจบก็ลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไปทันที

“อะไรของเธอ...” สิงห์เอ่ยสำทับตามหลัง เขายังมองสายตาและคำพูดของเธอออก แล้วเพื่อนเขาจะมองไม่ออกได้ยังไง

“น้องสาวฉันไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่เด็กนะ เห็นสวยๆ หวานๆ แบบนั้น แต่เป็นคนตรงไปตรงมาและซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองมาก ตั้งแต่ที่ได้เจอนายเมื่อปีก่อน ก็เอาแต่ถามฉันเกี่ยวกับนาย”

นิวยกแก้วของตนขึ้นมาดื่ม “ก็น่ารักดี ไม่ได้มีอะไรเสียหาย”

“น่ารักดี ไม่มีอะไรเสียหาย แต่ถ้านายไม่ชอบก็ตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม”

“ฉันพึ่งจะเจอน้องเขาครั้งนี้สำหรับฉันนับเป็นครั้งแรก จะบอกความรู้สึกที่มีต่อเธอได้เลยอย่างงั้นเหรอ”

อ้าฮ้า! “นายพูดแบบนี้แสดงว่า นายก็ยินดีที่จะคบหาดูใจกับน้องสาวฉันสินะ”

“ก็ไม่ได้เสียหายสำหรับฉัน แต่สำหรับน้องนายล่ะ ถ้าอนาคตเราไม่อาจไปจนสุดทางฝันได้ นายจะไม่มาเตะฉันเหรอที่ทำให้น้องนายเสียเวลา”

“ยายกุ้งก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องของเธอ เธอต้องเป็นคนตัดสินใจเอง ฉันก็ขอแค่ว่า นายยังไม่มีใครขณะที่ดูใจกับน้องสาวฉัน อย่าถึงขั้นคบซ้อนก็พอ”

“เรื่องนั้นฉันเคยทำหรือไง...ตอนนี้ฉันทำแต่งาน ยังไม่มีใครจริงๆ จังๆ” นิวเอ่ยบอกเพื่อน ไม่ยี่หระต่อหญิงสาวอีกคน เพราะมายสำหรับเขาแล้วเขาคิดว่ามายเองก็ไม่ได้จริงจังอะไรกับเขา เธออาจจะวางตำแหน่งเขาเพียงแค่หนึ่งประสบการณ์ในชีวิตช่วงหนึ่งเท่านั้น

“จริงๆ นะ เพราะฉันถือว่าการอธิบายของนายในวันนี้คือนายต้องการจะคบหาดูใจกับน้องสาวฉัน” นิวยิ้ม อายุและหน้าที่การงานในตอนนี้ของเขา ก็เหมาะสมถ้าเขาจะมีใครที่เหมาะสมกับเขา ส่วนเรื่องความรู้สึกในทัศนคติของเขามันเป็นเรื่องของเด็กๆ

เมื่ออินทิรากลับเข้ามาในห้อง เธอได้รับสัญญาณจากพี่ชายทันที หญิงสาวยิ้มเลือกที่จะไปนั่งข้างกายนิวใกล้ชิดเขามากขึ้น สานสัมพันธ์ทำความรู้จักกันให้มากขึ้น ซึ่งนิวก็ไม่เกี่ยง เป็นค่ำคืนที่ดีของคนทั้งสาม

คืนนี้นิวดื่มไปไม่น้อย เขาไม่อาจขับรถได้ และเขาก็ไม่ต้องการทิ้งรถไว้ที่นี่ นิวจึงเรียกรถให้ไปรับมายที่คอนโด

“ค่ะ อานิว” มายที่กลับมาคอนโดนานแล้ว เธอไม่เข้านอนในเวลาสี่ทุ่ม

“คืนนี้อาดื่มค่อนข้างเยอะ มายนั่งรถมาหาอา อาเรียกรถไปรับแล้ว”

“ได้ค่ะอา” มายลุกไปเปลี่ยนเครื่องแต่งกายใหม่ทันที นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อานิวเรียกเธอไปขับรถพาเขากลับ

“นิว ให้ฉันไปส่งที่บ้านดีมั้ย” สิงห์เอ่ย เพราะตัวเขาเรียกคนขับรถของที่บ้านมา

“ไม่เป็นไร พวกนายกลับไปเถอะ หลานฉันกำลังจะถึงแล้ว”

อ่อ สิงห์จำได้ว่านิวมีหลานชายชื่อไม้ ซึ่งสิงห์เข้าใจว่าเป็นไม้ที่กำลังมารับ

“พี่นิว” หลายชั่วโมงที่นั่งดื่ม นั่งกินพูดคุยด้วยกัน ทำให้ทั้งสองสนิทสนมกันมากขึ้น อินทิราเดินไปจับมือนิวอย่างไม่เขินอาย นิวเองก็กอบกุมมือเธอไว้

“พรุ่งนี้กุ้งโทรหานะคะ เราไปเดินเล่นกัน”

อืม นิวพยักหน้ารับ อินทิราดีใจอย่างมาก ฟอดดด และในเวลานั้นเอง เธอก็เขย่งเท้าเป็นฝ่ายหอมแก้มนิว

“พอแล้วๆ” สิงห์เป็นฝ่ายขัดและเป็นฝ่ายแยกคู่รักข้าวใหม่ปลามัน เขาดึงน้องสาวออกมาจากอ้อมแขนของนิวและให้เธอเข้าไปในรถ

“ไปละ” สิงห์กล่าวลานิว และรถก็ค่อยๆ เคลื่อนจากไป และทันทีที่รถของสิงห์เลื่อนผ่านบริเวณนั้น มายก็เข้ามาอยู่ในสายตาของนิวทันที

“มานานแล้วเหรอ” เขาเอ่ยถามมาย

“สองสามนาทีค่ะ”

“ไปเถอะรถอาจอดอยู่ทางโน้น” มายเดินเข้าไปประคองเขา

“ดื่มไม่น้อยเลยนะคะ”

อืม “ไม่ได้ดื่มเยอะแบบนี้มานานแล้ว”

‘แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นใครเหรอคะ’ แน่นอนว่ามายไม่โง่พอที่จะเอ่ยถามคำถามนี้กับเขา ในเวลานี้ แม้เธอจะเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นไม่ชัดมาก แต่เธอก็เดาได้ว่าหล่อนต้องสวยทีเดียว ซึ่งเธอก็คิดว่าเธอคงไม่มีความจำเป็นต้องถาม ตอนนี้สถานะในสังคมระหว่างเธอกับเขา คือ อา หลาน ต่างสายเลือด แต่อนาคตเธอจะต้องเป็นภรรยาของเขา แม่ของลูกเขา อนาคตของเธอจะไม่ต้องลำบากหากมีเขาเป็นคู่ชีวิต เธอจะเสพสุขไปตลอดชีวิต

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED