“นังพิม นังพิ๊ม แกอยู่ไหนแล้วเนี่ย พวกชั้นรอจนจะได้ผัวเป็นตัวเป็นตนกันแล้วนะ”
เสียงสาวประเภทสองนามว่าแนทซี่ดังออกมจากลำโพงรถเสียงดังลั่น
“ถึงแล้ว ถึงแล้ว กำลังจะถอยรถจอด แค่นี้ก่อนนะแก”
หญิงสาววางสายพร้อมกับถอยรถเข้าที่จอดและรีบร้อนเปิดประตูออกมาโดยไม่ทันได้ระวัง ปึก เสียงประตูรถของเธอกระแทกกับที่จอดรถคันข้างๆอย่างแรง
“ตายๆ ตายแล้วนังพิม กระแทกแรงด้วยรถเค้าจะบุบไหมวะเนี่ย”
รำพึงรำพันพลางถลาลงมาจากรถแล้วค่อยๆเอามือลูบรถคันที่โดนกระแทก
“ฮือ รถแพงด้วย ใหม่กริ๊บเลย ฮือ บุบเลย ยี่ห้ออะไรเนี่ย” พิมพ์ใจก้มหน้าก้มตาเดินไปดูข้างท้ายรถ
“บีเอ็ม ป้ายแดงด้วย นังพิมตายแน่ เงินทั้งเดือนจะพอค่าซ่อมรถเค้าหรือเปล่าก็ไม่รู้ ฮือ”
ชายหนุ่มที่ยืนตรงประตูด้านคนขับของรถบีเอ็มดับเบิ้ลยู แปดซีรี่ส์ นิ่วหน้าใส่หญิงสาวที่กำลังรำพึงรำพันอยู่คนเดียวด้วยความระอาพลางนึกในใจว่าเดี๋ยวก็คงรีบถอยรถไปจอดที่อื่นหรือไม่ก็หนีเข้าร้านทำไม่รู้ไม่ชี้แน่ๆ แต่ผิดคาดเมื่อเขาเห็นหญิงสาวมุดกลับเข้าไปในรถแล้วหยิบกระดาษกับปากกาออกมาเขียนอะไรบางอย่าง ชายหนุ่มจึงเริ่มพิจารณาหญิงสาวตรงหน้าด้วยความละเอียดอีกครั้ง ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนรูปร่างตามแบบสมัยนิยม เธอไม่ใช่คนผอมขาวหุ่นดีแบบที่ผู้หญิงทั่วๆไปนิยมมีแต่เธอเป็นคนผิวสีน้ำผึ้งที่มีเนื้อมีหนังดูกลมมนไปทั้งตัว เอวไม่ได้เล็กแต่ก็มีเอว ไม่ได้ผอมบางแต่ก็ไม่ได้อวบอ้วน ความสูงไม่เกินหัวไหล่เขาน่าจะสูงร้อยหกสิบกว่าๆ หน้ากลมใส่แว่นกระจกสีฟ้าแบบตัดแสงเวลาต้องใช้คอมพิวเตอร์นานๆ จูมกกับปากเล็กนิดเดียว คงแบบนี้กระมังที่เค้าเรียกกันว่าปากนิดจมูกหน่อย เธอรวบผมไปเกล้าเป็นหางม้าที่ด้านหลังจนหมด แถมยังติดกิ๊บดอกไม้สีส้มไว้ทั้งด้านซ้ายขวา คงเป็นคนขี้รำคาญไม่ชอบให้ลูกผมมะระหน้าตาแน่ๆ ชายหนุ่มยืนพิจารณาหญิงสาวในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์จนเพลินกระทั่งได้ยินเสียง
“อุ๊ย คุณเป็นเจ้าของรถคันนี้หรือเปล่าคะ”
หญิงสาวตกใจเมื่อกำลังจะนำกระดาษที่เขียนชื่อและเบอร์โทรพร้อมทั้งคำขอโทษและขอชดใช้ไปเหน็บกับที่ปัดน้ำฝนแล้วพบว่าชายหนุ่มยืนจ้องเธอผ่านแว่นกันแดดสีดำอยู่ เธอส่งยิ้มเก้อๆไปให้เขาพลางนึกในใจ
‘ต้องอ่อนน้อมเข้าไว้ เค้าจะได้ลดค่าซ่อมให้เรา’
“สะ สวัสดีค่ะ ชั้นชื่อพิมนะคะ พิมพ์ใจค่ะ นี่เป็นเบอร์โทรของชั้น ถ้าคุณเอารถไปซ่อมแล้วเค้าคิดค่าเสียหายเท่าไหร่ก็โทรมาบอกนะคะ ชั้นยินดีชดใช้”
พูดพร้อมกับยื่นกระดาษส่งให้ชายหนุ่ม
“แล้วก็ต้องขอโทษคุณอีกครั้งนะคะที่ไม่ระวังทำรถคุณบุบ เสียเวลาคุณต้องไปซ่อมอีก ขอโทษนะคะ”
หญิงสาวยกมือไหว้สวยงามแล้วอ้าปากค้าง เมื่อเธอมองเห็นหญิงสาวใส่ชุดสีฟ้าเนื้อตัวผมเผ้าเปียกน้ำจนน้ำหยดลงมาตามเส้นผมยืนอยู่ด้านหลังชายหนุ่มเจ้าของรถ เธอพยายามไม่มองสบตาผีสาวตนนั้นแล้วหันหลังกลับวิ่งเข้าร้านไปทันที อลันมองตามหลังหญิงสาวที่จู่ๆก็ยืนมองเค้าอ้าปากค้างแล้ววิ่งหนีเข้าร้านไปดื้อๆพลางส่ายหัวแล้วขึ้นรถขับออกไป โดยไม่รู้เลยว่ามีวิญญานสาวตัวเปียกน้ำตามเขาอยู่ตลอดเวลา
“แก นังพิม ทางนี้ๆ”
พิมพ์ใจมองตามเสียงที่เรียกและมือที่โบกไหวๆตรงโต๊ะด้านใน วันนี้เธอมีนัดกับกลุ่มสาวแซ่บ เพื่อสนิทมากสมัยเรียนมหาวิทยาลัยและยังคงสนิทมากแม้จะเรียนจบมาได้สองปีแล้ว เพื่อนของเธอทั้งสี่มีเพียงเธอกับน้ำฝนที่เป็นผู้หญิงแท้ ที่เหลืออีกสามเป็นผู้ชายทางร่างกายแต่จิตใจเป็นสาวอ่อนไหวเสียยิ่งกว่าเธอกับน้ำฝนเสียอีก
“ไงหล่อนกว่าจะเสด็จมาได้นะ พวกชั้นนั่งรอจนจะมีผัวคนที่สองแล้ว”
“เกินไปย่ะนังเยลลี่ ผู้เค้านั่งกินข้าวของเค้าอยู่เฉยๆ แกน่ะพยายามจะหันไปอ่อยเค้าเอง เดี๋ยวชั้นจะฟ้องผัวแก”
“หยุดกัดกันได้แล้วนังเยลลี่กับนังฝน แกสองคนกัดกันตั้งแต่ปีหนึ่งจนตอนนี้พวกแกไม่เบื่อกันมั่งรึไงฮึ”
แนทซี่ทนเห็นทั้งคู่แหย่กันไปมาไม่ไหว
“ไม่เบื่อ ชั้นมีความสุขทุกครั้งที่เห็นนังเยลลี่มันแพ้ราบคาบให้แก่ความเก่งกล้าของชั้น” น้ำฝนลอยหน้าลอยตาตอบ
“จ้า แกมันเก่ง แกมันฉลาด แกมันเริ่ด เก่งแต่กับพวกชั้น แต่พออยู่กับพี่พฤกษ์นะแหม อยากจะแหมไปให้ถึงเชียงใหม่”
“นังเยลลี่ แกจะแหมไปตอนนี้เลยก็ได้นะ ชั้นไม่ว่าอะไร”
“นังฝน แกจะไล่ชั้นไปเหรอห๊ะ นังเพื่อนทรยศ”
“ทำ……”
“โอ๊ย พอๆ พอทีแกจะกัดกันจนร้านปิดเลยไหมฮะ”
น้ำฝนกับเยลลี่ได้แต่ทำปากหมุบหมิบเมื่อโดนแนทซี่เบรค
“แล้วทำไมแกถึงมาช้าล่ะนังพิม” โรสเพื่อนผู้เกือบมีสาระที่สุดในกลุ่มเอ่ยปากถาม
“ชั้นเพิ่งเคลียร์บัญชีที่ผู้จัดการสุมมาให้เสร็จน่ะสิ ต้องรีบทำเพราะพรุ่งนี้ต้องส่งให้ผู้จัดการแล้ว”
“แล้วเค้าให้มาตั้งแต่วันไหนล่ะ ปกติแกไม่เคยดองงานไม่ใช่เหรอ”
“ให้มาเมื่อวันศุกร์น่ะโรส แต่มันจัดมาไม่เป็นระเบียบเลย ชั้นต้องมาจัดเรียงใหม่อีกทีด้วยเลยช้ากันไปใหญ่”
เพื่อนในโต๊ะส่ายหัวด้วยรู้ว่าผู้จัดการแผนกบัญชีบริษัทที่พิมพ์ใจทำอยู่นั้นแย่แค่ไหน เมื่อเห็นเพื่อนเริ่มเครียดแนทซี่เลยเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อไม่ให้งานกร่อย
“แต่ผู้คนเมื่อกี้แซ่บมากจริงๆนะแก น่าจะเป็นพวกลูกครึ่ง หน้าตาออกฝรั่งหล่อเวอร์ อร๊าย ใจชั้นจะละลาย”
“นังแนทซี่ แกมีผัวแล้ว ให้โอกาสชั้นมั่งก็ได้นะหล่อน” พิมพ์ใจขัดเพื่อนขึ้นมาด้วยความหมั่นไส้
แหม กี่คนๆมันก็จะเอาซะหมดแล้วอย่างนี้เมื่อไหร่เธอถึงจะได้ผู้มาครอบครองมั่งล่ะ
“เอ แต่หน้าฝรั่ง ตัวสูงๆใส่เสื้อยืดสีน้ำเงินใช่มะ”
“ใช่ นังพิมแกรู้ได้ไงอย่าบอกนะว่าแกแจกเบอร์ให้เค้าไปแล้ว”
“ช่าย แล้วแกจะทำไมมีปัญหาไรป่ะ”
“อ๊าย นังพิม เดี๋ยวนี้แกใจกล้าหน้าด้านขนาดนี้เลยเหรอ กลัวมีผัวไม่ทันเพื่อนๆหรือไงแก แหม ไวไฟนะเดี๋ยวนี้”
แนทซี่กรีดร้องท่ามกลางอาการตกตะลึงของเพื่อนๆที่เห็นพิมพ์ใจกล้าให้เบอร์ผู้ชาย
“ไม่ได้แรดโว้ย แค่ชั้นรีบลงจากรถจนเปิดประตูรถไปกระแทกรถเค้าบุบน่ะสิ พูดแล้วเศร้า รถบีเอ็มป้ายแดงด้วยชั้นยังไม่รู้เลยว่าต้องจ่ายค่าซ่อมเท่าไหร่ เครียดเลยโว้ย” หญิงสาวคร่ำครวญโวยวายจนเพื่อนๆเบ้ปาก
“ไม่ใช่แผนแกที่เห็นคนหล่อเลยอยากจะมีปฏิสัมพันธ์ต่อเนื่องกับเขาหรอกนะ”
“แกจะบ้าเหรอนังเยลลี่ ใครอยากจะต่อเนื่องด้วยชั้นไม่เอาหรอกแก มีเจ้าของตามมาซะขนาดนั้นชั้นไม่ขอสู้” พิมพ์ใจส่ายหน้าเป็นพัลวัน
“แต่พวกเราเห็นเค้ามานั่งกินข้าวอยู่คนเดียวนะ แกรู้ได้ไงว่ามีเจ้าของ”
“ก็ชั้นเห็นไง ยืนตัวเปียกน้ำอยู่ข้างหลังเค้า หรือแกอยากจะได้เอาไม๊ล่ะนังโรส ถ้าเค้าโทรมาเรียกค่าซ่อมชั้นจะได้ติดต่อให้แก” “อ๊าย ไม่เอา โรสสู้คนแต่ไม่สู้ผีค่ะ แกหยุดพูดหยุดเล่าเลยนะนังพิม โธ่ หมดกันผู้ชายในฝันของโรส” โรสทำท่ารำพันช้ำใจยกผ้าเช็ดปากขึ้นมาซับน้ำตาทิพย์ที่ไม่ได้ไหลสักหยด
“ไม่มีใครอยากได้งั้นสั่งข้าวเหอะ หิวใส้จะขาดละ”
ตอนที่พูดไปพิมพ์ใจไม่เคยจะคิดแม้สักนิดว่าตนเองจะต้องมีปฏิสัมพันธ์ต่อเนื่องกับหนุ่มหล่ออีกหลายเรื่อง ไม่เคยคิดเลยจริงๆ
เช้าวันจันทร์วันเริ่มงานวันแรกของสัปดาห์อลันเข้าไปทำงานที่บริษัทของบิดาด้วยรถเอสยูวีอีกคัน เพราะรถคันโปรดของเขาต้องเอาเข้าไปซ่อมรอยบุบเพราะหญิงสาวประหลาดคนนั้น พิมพ์ใจ กระดาษที่เขียนคำขอโทษของเธอยังเก็บอยู่ในกระเป๋าสตางค์ของเขา ชายหนุ่มไม่คิดจะทิ้งมันไปแต่ด้วยสาเหตุอะไรเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน อลันมาทำงานที่บริษัทของบิดาในตำแหน่งรองประธานมาได้หกเดือนแล้ว หลังจากจบเรื่องวุ่ยนวายในคราวนั้นเขาก็ไปเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษทันที เขาไปเรียนและทำงานหาประสบการณ์อยู่ที่นั่นเจ็ดปีและต้องกลับมารับตำแหน่งที่เมืองไทยเพราะบิดาต้องการปลดเกษียรตัวเอง ตั้งแต่ชายหนุ่มเข้ามารับตำแหน่งเขารู้สึกเหมือนกับตัวเองกำลังถูกทดสอบและประลองกำลังจากบางคนอย่างต่อเนื่องจนเขาต้องปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือตลอดเวลา
ในวันนี้เขารู้สึกตะขิดตะขวงใจกับบัญชีของบริษัท รู้สึกว่ามันมีรายการที่ผิดปกติไปแต่เขายังไม่แน่ใจว่ามันอยู่ตรงส่วนไหนจึงเรียกแผนกบัญชีเพื่อเข้ามาส่งรายงานให้เขาดูย้อนหลังเพื่อเปรียบเทียบ ด้วยความที่อลันถูกทดสอบประลองกำลังจากบางคนอยู่บ่อยๆเขาจึงรู้สึกขุ่นข้องปนหงุดหงิดใจจนหน้าตึงดุอยู่ตลอดเวลาทำให้พรนักงานระดับล่างๆไม่กล้าเข้าพบและไม่อยากถูกเรียกเข้าพบ
พิมพ์ใจมาทำงานด้วยอาการหงุดหงิด อีผู้จัดการบ้า เร่งให้เธอปั่นงานจนแทบไม่ได้นอนเพราะจะเอาวันนี้ แล้วเป็นไงพอมาถึงกลับพบว่าวันนี้ผู้จัดการลาป่วยซะอย่างงั้น
‘อิหยังวะ’ พิมพ์ใจได้แต่รำพึงในใจ
นั่งทำงานได้สักพักเลขาหน้าห้องของท่านรองก็โทรลงมาที่แผนก เกวลินเป็นคนรับสายและเมื่อได้รู้ถึงความต้องการของท่านรองก็รีบหาผู้รับเคราะห์ให้ขึ้นไปทันที
“พิมจ๋าพิม เมื่อวันศุกร์ผู้จัดการเค้าให้พิมเอางานกลับไปเคลียร์ใช่ไหมจ๊ะ วันนี้คุณอลันอยากได้สรุปอันนั้นพิมเอาขึ้นไปให้ท่านหน่อยได้ไหมจ๊ะ”
พิมพ์ใจเงยหน้าขึ้นมาจากคอมพิวเตอร์ทันที
“พี่เก๋ไม่เอาขึ้นไปเองเหรอคะ พิมกลัวว่าเวลาคุณอลันถามแล้วพิมพ์จะตอบไม่ถูกแล้วจะโดนเล่นกันทั้งแผนกละสิคะ”
“อู๊ย ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ คุณอลันคงไม่ถามอะไรมากหรอกมั๊ง ท่านคงอยากดูสรุปเฉยๆ แล้วพิมก็เป็นคนทำคงอธิบายได้ดีกว่าพี่ๆทั้งหลายแน่ๆ”
พิมพ์ใจเหล่ตามองรุ่นพี่ที่ทำแต่ละคนเป็นยุ่งวุ่นวายอยู่กับงานทั้งที่เมื่อครู่ยังนั่งคุยกันเรื่องผู้ชายในค่ายจีเอ็มเอ็มอยู่เลย ในเมื่อเธอเหล่ก็แล้ว มองตรงก็แล้วแต่ก็ไม่มีใครยอมสบตาด้วยเธอจึงได้แต่ถอนหายใจแล้วสะบัดหน้างอนเดินหอบแฟ้มออกไปจากห้อง
“สู้ๆนะจ๊ะน้องพิม”
ยัง ยังมีหน้ามาส่งเสียงแบบนี้กันอีก คอยดูนะถ้าคราวนี้โดนท่านรองเชือดคอมาเธอจะแก้แค้นกับทุกคนเลยคอยดู
หญิงสาวหอบแฟ้มมาจนถึงโต๊ะของเลขาท่านรอง
“สวัสดีค่ะ ดิฉันมาจากแผนกบัญชีค่ะ”
“อ้าว ทำไมให้เด็กมา ผู้จัดการไปไหนเนี่ย”
นิวัตรเลขาคนสนิทของอลันถึงกับบ่นพึมเมื่อเห็นคนที่ขึ้นมาพบเจ้านายไม่ใช่ผู้จัดการ
“ตามผมมาที่ห้องคุณอลันเลยครับ”
นิวัตรเดินไปเคาะประตูท่านรองแล้วแจ้งว่า
“คนจากแผนกบัญชีมาแล้วครับ”
“ให้เข้ามาได้เลย”
เสียงอนุญาตมาจากในห้องนิวัตรจึงเปิดประตูนำหญิงสาวเข้าไป
‘ทำไมแอร์ห้องนี้หนาวจัง’ พิมพ์ใจก้มหน้าเดินเข้าไปหาท่านรองในห้อง
แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นเพื่อจะทักทายท่านรองก็ต้องตาโตอ้าปากค้าง ไม่ใช่ตะลึงในความหล่อของท่านรองหรอกนะ แต่เป็นเพราะผีสาวตัวเปียกน้ำที่อยู่ด้านหลังต่างหาก
“อ้าว มัวแต่มองตาค้างอยู่นั่นแหละ หน้าผมมีอะไรติดอยู่หรือครับคุณพิมพ์ใจ”
เสียงอลันที่ทักทายหญิงสาวทำให้เธอตกตะลึงขึ้นมาอีกรอบนึง
‘ตายแล้ว วันนี้มันเป็นวันอะไรของเธอกันเนี่ย’
“สะ สวัสดีค่ะท่านรอง ดิฉันมาจากแผนกบัญชีค่ะ”
อลันพยักหน้าแล้วผายมือให้พิมพ์ใจนั่งลงบนเก้าอี้ที่หน้าโต๊ะ แล้วพยักหน้าให้นิวัตรออกไปจากห้องได้
“เรียกผมอลันก็ได้ ผมไม่ชอบติดตำแหน่งไว้ที่หน้า แล้วผู้จัดการไปไหนล่ะคุณ”
“เอ่อ ผู้จัดการลาป่วยค่ะ” พิมพ์ใจอยากจะตอบว่าลาตายแต่ก็ไม่กล้า
“ผู้จัดการของคุณนี่ป่วยบ่อยนะ”
“มากค่ะ” หญิงสาวรีบพยักหน้าถี่ๆ ชายหนุ่มถึงกับต้องกลั้นยิ้ม
ตั้งแต่เขาเข้ามาทำงานนี่เป็นครั้งแรกที่นึกอยากหัวเราะ
“ผมหวังว่าคุณจะแจกแจงรายละเอียดให้ผมฟังได้ถูกต้องนะ”
“พิม เอ้ย ดิฉันจะพยายามค่ะ”
“ถนัดแทนตัวยังไงก็ใช้แบบนั้นเถอะ ผมไม่ถือ”
หญิงสาวยิ้มแหยๆตอบกลับไป ในขณะที่พิมพ์ใจอธิบายรายละเอียดตัวเลขไป สายตาภายใต้แว่นสีฟ้าของเธอก็เหลือบมองไปด้านหลังของชายหนุ่มบ่อยๆ จนเขาต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
เมื่อพิมพ์ใจอธิบายตัวเลขตามรายการในแฟ้มเสร็จเธอก็ดึงกระดาษออกมาจากแฟ้มของเธออีกปึกหนึ่งขึ้นมา
“ที่อธิบายไปทั้งหมดเมื่อสักครู่เป็นตัวเลขที่ต้องส่งให้ท่านรอง แต่อันนี้คือตัวเลขย้อนหลังไปหนึ่งปี เป็นตัวเลขที่ไม่ได้อยู่ในปึกที่ต้องส่งให้ท่านรองค่ะ”
พูดพลางส่งปึกกระดาษที่ดึงจากแฟ้มของเธอส่งให้อลัน ในขณะที่ชายหนุ่มนั่งอ่านรายละเอียดของตัวเลขอย่างถ้วนถี่ พิมพ์ใจก็คอยเหลือบมองวิญญาณสาวเป็นระยะๆ จนกระทั่งวิญญาณสาวหันมาสบตากับเธอแล้วพยายามเอ่ยปากพูด แต่พออ้าปากจะพูดออกมาก็มีแต่น้ำไหลออกมาจากปากจนไม่ได้ยินเสียงของเธอ มีแต่เพียงเสียงน้ำที่ไหลรินและดวงตาสีแดงก่ำที่จ้องมองกลับมา พิมพ์ใจทำเป็นมองดูรอบๆห้องท่านรองและแกล้งเพ่งไปที่รูปของท่านประธานและภรรยาแสร้งทำเป็นว่าไม่ได้เห็นวิญญาณอยู่ตรงนั้น เมื่อชายหนุ่มเงยหน้าจากรายงานก็เห็นหญิงสาวเหม่อมองไปด้านหลัง เขาจึงหันไปมองตามสายตาจึงเห็นว่าเธอมองรูปบิดามารดาของเขาอยู่
“รูปนั้นคือแด๊ดกับแม่ของผมเอง” พิมพ์ใจรีบชักสายตากลับมา
“ท่านหล่อสวยสมกันดีนะคะ”
ชายหนุ่มพยักหน้าแล้ววางปึกกระดาษลงตรงหน้า
“ใครเป็นคนสรุปยอดทั้งหมดนี้ คุณเหรอ”
“ใช่ค่ะ ตอนที่ผู้จัดการส่งแฟ้มมาให้ มันยุ่งเหยิงปนเปสลับกันมั่วไปหมดเลยค่ะ คาดว่าน่าจะต้องการให้คนทำบัญชีทำแบบผ่านๆเพราะขี้เกียจรื้อเรียงใหม่ก็ได้ค่ะ”
อลันเปิดแฟ้มเปรียบเทียบกันไปพร้อมกับเอ่ยปากถาม
“แล้วคุณไม่ขี้เกียจเหรอ”
“ก็ขี้เกียจค่ะแต่กลัวไม่ผ่านโปรมากกว่าเลยต้องกัดฟันทำ”
“แล้วคุณเอาข้อมูลแบบนี้มาให้ผม ไม่กลัวเจ้านายคุณไม่ให้ผ่านเหรอ”
“ไม่กลัวค่ะ เพราะชุดนี้จะไม่ได้ส่งให้ผู้จัดการ และอีกอย่าง ท่านรองตำแหน่งใหญ่กว่าค่ะ”
หญิงสาวพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเจ้าเล่ห์ ชายหนุ่มทนไม่ไหวถึงกับหัวเราะเสียงดังออกมา
“โอเค ผมรับประกันให้ว่าคุณจะผ่านโปร”
“ขอบพระคุณมากค่ะท่านรอง”
“เรียกอลันเถอะ ท่านรองฟังแล้วเหมือนตัวเองสูงเกินยอดตึก”
“ค่ะ คุณอลัน” หญิงสาวไหว้อย่างนอบน้อบแบบดูแล้วรู้ว่าแกล้งทำ
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วงั้นดิฉันลาเลยนะคะ สวัสดีค่ะ”
หญิงสาวลุกขึ้นอย่างอารมณ์ดี ก่อนออกจากห้องเธอก็เหลือบไปมองวิญญาณสาวที่พยายามจะพูดอีกครั้งหนึ่ง
หลังจากพิมพ์ใจออกจากห้องไปอลันก็เรียกให้นิวัตรเข้ามาคุยด้วยกันในห้อง นิวัตรเป็นชายหนุ่มวัยยี่สิบแปดปีที่หน้าตาดี มีนัยน์ตาชั้นเดียวที่คมลึก รูปร่างสูงแต่ไม่ผอม มีกล้ามเนื้อกำยำเหมือนกับเจ้านาย เพราะทั้งสองคนชอบใช้เวลาว่างไปฝึกซ้อมมวยไทยด้วยกันเสมอๆ
“ชั้นเจอคนที่จะช่วยหาหลักฐานและเบาะแสการโกงให้เราได้แล้วล่ะวัตร”
“คุณลันหมายถึงคุณพิมพ์ใจน่ะหรือครับ” อลันพยักหน้าพลางส่งปึกกระดาษรายงานตัวเลขฉบับพิเศษให้นิวัตรดู
“เธอต้องการอะไรหรือครับ”
“ผ่านโปร”
“แค่นั้นเองหรือ” อลันพยักหน้าอย่างอารมณ์ดี
“เราจะติดต่อกับเธอโดยต้องไม่ให้ในแผนกระแคะระคาย และต้องหาทางให้เธอไปหาข้อมูลการโกงที่แผนกจัดซื้อให้ได้”
ในขณะที่พิมพ์ใจกำลังทำงานไปก็รู้สึกตัววูบๆวาบๆแปลกๆและจู่ๆเธอก็จามออกมา
‘ใครนินทาหรือเปล่าเนี่ย รู้สึกขนลุกแปลกๆ’
“คุณประพจน์ว่ายังไง ได้ข่าวว่าไอ้ท่านรองไก่อ่อนมันกำลังไล่ปรับระบบให้วุ่นวายไปหมด แผนกบัญชีคุณโดนหรือเปล่าล่ะ”
“น่าจะโดนวันนี้ ผมเลยลาป่วยแล้วถ้าเกิดเรียกพบที่แผนกก็คงให้นังเด็กใหม่ไปแทน เด็กนั่นก็คงเงอะงะตอบได้ไม่หมด แล้วมันก็คงรำคาญไล่ลงมาเหมือนกับแผนกจัดซื้อแน่ๆ”
ประพจน์ตอบคนในสายพลางหัวเราะร่วน
“แล้วคุณมั่นใจได้ยังไงว่านังเด็กนั่นมันจะต้องเป็นคนเข้าไปพบแล้วจะตอบไม่รู้เรื่อง”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ก็ผมเอาแฟ้มงานที่ต้องรายงานให้เธอเป็นคนทำแถมแฟ้มทั้งหมดนั้นผมยังเรียงสลับมั่ว ปนเปกับปีนี้ปีนู้น ใครไม่งงก็เก่งแล้วล่ะ แถมมีเวลาให้ทำแค่สองวัน เป็นใครๆก็ต้องทำลวกๆแน่ๆ ถ้าเกิดอะไรขึ้นผมก็โทษเด็กนั่นแล้วก็ไม่ให้ผ่านโปร แค่นี้ก็จบ”
เสียงทั้งสองคนหัวเราะกันลั่นอย่างมีความสุข ใครใช้ให้ท่านประธานเอาลูกชายที่ไม่เคยบริหารมาทำงานตำแหน่งนี้กันเล่า พวกเขารอเวลาที่จะหาเงินพิเศษกับบริษัทนี้มานานหลายปีแล้ว เมื่อตอนอดัมเป็นผู้บริหารพวกเขาทำไม่ได้ เพราะอดัมละเอียดรอบคอบนัก แต่ช่วงที่เปลี่ยนมือให้ไอ้ไก่อ่อนมาทำก็ถือเป็นช่วงเวลาทองกอบโกยเงินของพวกเขาแล้ว
บริษัทของอลันเป็นบริษัทที่ผลิตเคมี ฝ่ายผลิต ฝ่ายบัญชีและฝ่ายจัดซื้อจึงถือเป็นหัวใจของบริษัท เพราะสามแผนกนี้จะเป็นแผนกที่รู้เกี่ยวกับวัตถุดิบที่ใช้มากที่สุด โดยเฉพาะแผนกผลิต ที่จะรู้ทุกอย่างทุกกระบวนการในการผลิตตัวสินค้า ดังนั้นมิสเตอร์อดัมจึงต้องเปลี่ยนชื่อสินค้าที่จะนำมาผลิตก่อนส่งเข้าแผนกผลิตทุกครั้งเพื่อป้องกันการรั่วไหลของสูตรต่างๆ การเปลี่ยนชื่อวัตถุดิบนี้จะเปลี่ยนภายในแผนกสโตร์เก็บของ คนเปลี่ยนสติ๊กเกอร์ที่ถังเท่านั้นที่จะรู้ว่าสินค้าตัวนั้นมีชื่อเดิมว่าอะไร แต่คนเปลี่ยนก็จะไม่รู้ว่าของที่ส่งไปแผนกผลิตนั้นไปผลิตตัวสินค้าอะไร เมื่ออลันเรียนอยู่ที่อังกฤษใครๆก็คิดว่าเขาเรียนแค่บริหาร มีเพียงบิดามารดาของเขาเท่านั้นที่รู้ว่าเขาเรียนจบด้านวิทยาศาสตร์เคมีด้วย เพราะฉะนั้นเขาจึงสามารถอ่านและรู้ทุกสูตรที่บริษัทเป็นผู้ผลิต เขาเริ่มระแคะระคายว่าราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้นจากวัตถุดิบที่สั่งเพิ่มเข้ามาเพื่อผลิต แต่ไม่ได้ผสมลงไปในผลิตจริง เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่ามีใครร่วมมือกันบ้างเพื่อที่จะล้างทีเดียวให้หมดไม่เหลือไว้เป็นหอกข้างแคร่ให้รำคาญใจ
เช้าวันรุ่งขึ้นประพจน์เดินเข้าบริษัทอย่างอารมณ์ดี เมื่อถึงห้องของเขาก็ไดเรียกพิมพ์ใจเข้าไปพบทันที
“พี่ว่าผู้จัดการต้องถามเรื่องที่คุณอลันเรียกพบแน่ๆ”
แขไขที่นั่งข้างโต๊ะของพิมพ์ใจเอ่ยขึ้น พิมพ์ใจหันไปยิ้มให้
“ชัวร์ค่ะ พิมว่าไม่พลาด” ตอบแขไขแล้วเดินเข้าไปพบผู้จัดการ
“ได้ข่าวว่าเมื่อวานท่านรองเรียกพบผมแล้วคุณไปแทนเหรอพิมพ์ใจ”
“ค่ะ ดิฉันเป็นคนขึ้นไปพบท่านแทนค่ะ”
“แล้วเป็นไงมั่งล่ะ ท่านถามเยอะหรือเปล่า”
“ก็ถามไม่เยอะค่ะเพราะดิฉันไม่ค่อยรู้อะไร แล้วแฟ้มที่ผู้จัดการให้มาก็ยังทำไม่เสร็จดีท่านก็เลยขอแฟ้มไว้แล้วให้ดิฉันลงมาได้เลย” “ดี ดีแล้ว คุณทำดีมากๆเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
ประพจน์หัวเราะร่วนด้วยความสบายใจ แล้วพยักหน้าให้หญิงสาวกลับออกมาทำงานต่อ พิมพ์ใจยังนั่งไม่ถึงเก้าอี้ประพจน์ก็เดินออกมาจากห้อง
“วันนี้ผมไม่อยู่นะ ออกไปพบลูกค้า” พูดจบก็เดินผิวปากออกไปอย่างอารมณ์ดี
“ตั้งแต่คุณอลันมาทำงานแทนท่านประธานเนี่ยผู้จัดการของเรามีธุระทุกวันป่วยทุกอาทิตย์เลยเนอะ”
แขไขพูดขึ้นมาทุกคนในแผนกพร้อมใจกันพยักหน้าหงึกหงัก
เวลาเลิกงานขณะที่กำลังกลับบ้านพิมพ์ใจก็เดินไปยังที่จอดรถพนักงานบนชั้นสองของตึก วันนี้เธอทำงานจนเกือบสองทุ่มที่จอดรถจึงว่างโล่งเหลือรถจอดอยู่เพียงไม่กี่คันแต่ก็ไม่น่ากลัวเพราะไฟที่สว่างไสวและกล้องวงจรปิดพร้อมทั้งยังมีสัญญาณขอความช่วยเหลือ ขณะที่พิมพ์ใจกำลังเปิดประตูด้านหลังเพื่อเก็บของต่างๆก็ได้ยินเสียงเปิดและปิดประตูดังขึ้นเธอจึงตกใจเงยหน้าขึ้นมองด้วยความรวดเร็ว
“ท่านรอง ทำไมคะ”
หญิงสาวไม่ได้เห็นแค่เพียงท่านรองที่นั่งตรงเบาะข้างคนขับ แต่เธอเห็นผีสาวเปียกน้ำตนนั้นทับซ้อนอยู่ด้วย
“ขึ้นรถแล้วไปได้แล้ว ผมมีธุระจะตกลงกับคุณ”
“ค่ะๆ” พิมพ์ใจขึ้นมานั่งบนรถแล้วขับออกตามคำสั่งทันที
“ท่านรองมีเรื่องอะไรจะตกลงกับดิฉันหรือคะ”
“เหนื่อยไหม” หญิงสาวทำหน้างงๆ
“เหนื่อยอะไรคะ เรื่องงานน่ะเหรอ ไม่เหนื่อยเลยค่ะ”
“ไม่ใช่เรื่องงาน ที่เรียกท่านรองกับดิฉันเนี่ยต้องคอยเรียกแบบระมัดระวังน่ะ เหนื่ยบ้างไหม”
“ก็นิดนึงค่ะ แหะ แหะ” หญิงสาวยิ้มแหยๆตอบ พยายามไม่เหล่ไปทางคนนั่งด้วยกลัวว่าตนเองจะเผลอไปสบตากับผีสาวอีก
“งั้นก็ไม่ต้องเรียกท่านรอง เรียกแค่ลันกับพิมแค่นั้นพอ เข้าใจหรือเปล่า ผมว่าผมบอกคุณไปหลายครั้งแล้วนะ”
“เข้าใจแล้วค่ะ แหม คล้ายๆกับเรื่องนิกกับพิมเลยนะคะ” พิมพ์ใจยังมีอารมณ์เล่นมุข
“ผมไม่ใช่หมา ถ้าคุณจะใช่ก็ใช่ไปคนเดียว” อลันย้อนกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“อุ่ย เคยอ่านด้วยเหรอคะเนี่ย แหะๆ”
อลันมองหน้าด้านข้างของหญิงสาวพลางส่ายหัวอย่างอ่อนใจ เค้าคิดผิดหรือถูกกันแน่ที่จะฝากเรื่องการหาหลักฐานกับผู้หญิงคนนี้ อลันชักจะเป็นห่วงอนาคตของตัวเองขึ้นมารำไรซะแล้วสิ
ตามที่อลันได้สืบประวัติของพิมพ์ใจมาเขาพบว่าพิมพ์ใจไม่มีปัญหาเรื่องฐานะการเงิน เพราะบิดาของเธอเป็นถึงเจ้าของโรงพยาบาลอยู่ต่างจังหวัด มีทั้งหมดสามสาขาในสามจังหวัด โรงพยาบาลของบิดาเธอมีชื่อเสียงและผลประกอบการเติบโตขึ้นทุกปี ทำให้ชายหนุ่มมั่นใจว่าเธอจะไม่หักหลังเขาด้วยเรื่องเงินๆทองๆแน่ๆ ดูอย่างรถที่เธอขับสิ ถึงแม้จะไม่ใช่รถสปอร์ตราคาแพง แต่ก็ใช้รถยี่ห้อมินิที่ราคาไม่มินิตามชื่อเหมือนกัน
“ผมมีเรื่องจะมาตกลงกับคุณ ผมจะให้คุณเข้าไปช่วยผมหาหลักฐานการโกงบริษัทที่แผนกจัดซื้อ คุณคิดว่าพอจะทำให้ผมได้ไหม” “เท่าไหร่คะ”
“อะไรเท่าไหร่” อลันมองอย่างสงสัย
“ก็ ค่าจ้างน่ะค่ะ ให้เท่าไหร่”
ชายหนุ่มหันมาจ้องหน้าพิมพ์ใจด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ เขาก็ไม่ได้คิดจะใช้งานเธอฟรีๆหรอกนะ แต่ก็ไม่คิดว่าเธอจะกล้าเรียกร้องเงิน ผู้หญิงอะไรไม่มีความเป็นนางเอกนิยายเอาซะเลย
“ถ้าผมไม่ให้เพิ่มล่ะ”
“งั้นก็เซย์โนค่ะ เงินไม่มางานไม่เดิน”
“ทำไมงกจังล่ะผมรู้มาว่าบ้านคุณก็ไม่ธรรมดานะ”
“อ๊าว เจ้านายคะงานเสี่ยงแบบนี้ทุ่มเทลงไปถ้าได้แค่เงินเดือนมันก็ไม่คุ้มเสี่ยงไหมคะ”
อลันอมยิ้มในความต่อล้อต่อเถียงของเธอ
“งั้นถ้าผมไม่ให้ผ่านโปรล่ะ”
“พิมก็จะลงเฟส ลงทวีต ลงอินสตาร์แกรมประจานเจ้านายและบริษัทค่ะ พิมจะไลฟ์หน้าตึกเลย คอยดู”
ชายหนุ่มถึงกับหัวเราะหึในการแก้แค้นของเธอ
“งั้นคุณต้องการเท่าไหร่”
“พิมขอแบ่งก้อนแล้วกันค่ะ พิมการันตีว่าไม่หลอกกินเงินคุณไปวันๆแน่นอน”
“งั้นคุณต้องการเท่าไหร่”
“แบ่งเป็นเรื่องๆตามหลักฐานที่ได้มาก็แล้วกันค่ะ ได้หลักฐานหนึ่งครั้งคุณจ่ายหนึ่งแสน โอเคไหมคะ”
“ผมหวังว่าหลักฐานจะไม่ซอยย่อยมาเพื่อให้ได้หลายแสนนะ”
“ด้วยเกียรติของลูกสาวหมอพร้อมเลยค่ะ พิมเอาหมอพร้อมเป็นประกัน”
“หมอพร้อม หมอพร้อมพ่อของคุณเนี่ยนะ”
“ใช่แล้วค่ะ พ่อของพิมเอง” พิมพ์ใจยิ้มแบบนำเสนอพ่อเต็มที่
“แล้วคุณก็เอาพ่อคุณเป็นประกัน”
“ก็ใช่น่ะสิคะเพราะพ่อพิมย่อมมีเกียรติมากกว่าพิมอยู่แล้ว”
“อืม เข้าใจได้ โอเค งั้นดีล”
“ดีลค่ะ งั้นเราขึ้นไปทำสัญญาที่ห้องพิมกัน” อลันทำหน้าตกใจจนตาโต
“ไม่ใช่อย่างที่คุณลันคิดหรอกค่ะ ห้องพิมพ์มีเพื่อนกับคุณแม่บ้านของพิมพ์อยู่ด้วยค่ะ แหม คิดว่าพิมจะทำอะไร คุณอลันเป็นเจ้านายพิมไม่กล้าตีหัวลากเข้าห้องหรอกค่ะ”