กิจวัตรประจำวันของครอบครัวนี้ดำเนินไปตามปกติอย่างเคร่งครัด เวลาผ่อนคลายของผู้ชายที่ถูกโรคซึมเศร้าคุกคามมีเพียงแค่เวลาไม่กี่ชั่วโมงในบ่อนกลางกรุง
“สวัสดีครับเจ้าสัว” ผู้จัดการบ่อนกล่าวทักทาย
“อย่าทำฉันเลยนะ ขอร้อง อาทิตย์หน้าฉันจะหาเงินมาใช้เจ้านายแกให้ได้” เสียงผู้หญิงตะโกนดังมาจากห้องรับแขกด้านในของบ่อน
“ข้างในเกิดอะไรขึ้น...” กฤษฎาถามด้วยความตกใจ เพราะเสียงโหวกเหวกนั้นเหมือนคนพูดกำลังต้องการความช่วยเหลือ
“ไม่มีอะไรหรอกครับเจ้าสัว พวกลูกหนี้เวลาไม่มีเงิน นายเขาก็ใจดีให้ยืม พอถึงกำหนดส่งก็หลบหน้าหลบตา นางนี่ก็เหมือนกัน เวลาได้ก็เริงร่า พอเสียขึ้นมาไม่มีจ่าย ต้องสั่งสอนกันบ้าง จะได้ไม่เป็นเยี่ยงอย่างให้คนอื่นเขา”
ยังไม่ทันที่กฤษฎาจะถามอะไรต่อ เจ้าของเสียงก็กึ่งเดินกึ่งคลานออกมาจากห้องที่ถูกจัดไว้เพื่อรับรองแขกคนสำคัญ ภาพที่กฤษฎาเห็น ทำให้เขาตัดสินใจเข้าไประงับเหตุ ก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะโดนพวกคุมบ่อนซ้อมหนักไปกว่านี้
“นี่! มันอะไรกัน ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้”
เจ้าสัวแห่งตระกูลวชิรชโลธร รู้สึกตกใจกับสิ่งภาพเขาได้เห็น ผู้ชายวัยฉกรรจ์เกือบสิบคน รุมทำร้ายผู้หญิงวัยสี่สิบกว่า หากเขาเอาแต่ยืนดูเฉยๆเขาคงไม่ให้อภัยตัวเองแน่ๆ
“ไม่มีอะไรหรอกครับ ทางบ่อนเราแค่สั่งสอนลูกหนี้เราให้เข้าใจกฎของการยืมเงิน” ผู้จัดการร้านคนเดิมตอบด้วยใบหน้าอมยิ้ม เหมือนการกระทำที่เกิดขึ้นตรงหน้าเป็นสิ่งที่ปกติสำหรับคนที่นี่
“เขาติดหนี้นายพวกคุณเท่าไหร่” แววตาที่หวาดกลัวและร่างกายที่บอบช้ำของหญิงวัยกลางคน ทำให้เขาเอ่ยถามอย่างจริงจัง
“สองล้านครับเจ้าสัว”
ผู้จัดการตอบแบบเยาะเย้ย ใคร...จะกล้ามาใช้หนี้ให้ผู้หญิงที่แก่ไม่มีความเต่งตึงสักส่วน และจำนวนเงินก็ไม่ใช่น้อยๆ
“พรุ่งนี้ ผมจะเอาเงินมาชดใช้ให้ ปล่อยผู้หญิงคนนี้ไปซะ หวังว่าคงเชื่อถือในคำพูดของเจ้าสัวคนนี้นะ” สองมือล้วงกระเป๋า อกที่ยืดตรงบ่งบอกให้รู้ว่าเงินจำนวนเท่านี้ ขนหน้าแข้งของเขาไม่ล่วงหรอก
“ขอบคุณมากๆ เลยนะคะคุณ...”
“ผม...กฤษฎา”
เขาส่งมือให้ผู้หญิงที่โดนทำร้ายจนแทบไม่มีแรงพาตัวเองให้ลุกขึ้นได้ สายตาที่ขอบคุณของคนที่อยู่ตรงหน้า สร้างความสุขให้กับคนป่วยโรคซึมเศร้าได้จริงๆ
“เราไปคุยกันข้างนอกดีกว่าค่ะ ฉัน...ฟ้ารุ่ง ขอบคุณจากใจอีกครั้ง” หล่อนอยากรู้จักคนที่เอื้อมือ และยอมเสียเงินสองล้านเพื่อช่วยชีวิตหล่อนให้มากกว่านี้ แต่สถานที่แบบนี้คงไม่เหมาะที่จะมานั่งคุยกัน
“ดิฉันชื่อ ฟ้ารุ่ง คำอินทร์ งานการก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นเรื่องเป็นราว เป็นนายหน้าขายที่ดินบ้างบางครั้งที่มีคนมาให้ช่วย ลูกสาวคอยส่งเงินให้ใช้บ้าง เลยเอาเวลาว่างมาเล่นไพ่ที่บ่อน ตอนแรกก็กะจะสนุกๆ คลายเครียด พอนานไปถึงได้รู้ตัวว่าติดการพนันเข้าไปเต็มๆ”
คำแนะนำตัวของฟ้ารุ่งทำให้เขาย้อนมองตัวเอง ที่เขาเอาตัวเองมาอยู่ที่บ่อนแบบนี้ ก็เพราะเขาก็คิดแบบเดียวกับฟ้ารุ่ง เขาคิดผิดไปใช่ไหม เขาคงต้องถอนตัวก่อนที่จะเสียผู้เสียคนเพราะการพนัน
“ผมขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ กฤษฎา วชิรชโลธร” รอยยิ้มที่สดใสกลับมาอีกครั้งบนใบหน้าของชายวัยกลางคน
“ ขอบคุณนะคะ คุณกฤษฎา ฉันจะค่อยๆ หาเงินมาใช้คุณนะ แต่...คงจะนานหน่อย เพราะยังคิดไม่ออกเลยว่าจะหาจากที่ไหน” ถึงแม้ว่าหล่อนจะอายุขึ้นด้วยเลขสี่ แต่ใบหน้าได้รูป ผิวพรรณที่ดูเปล่งปลั่ง ทำให้หน้าตาของหล่อนดูอ่อนกว่าอายุอยู่มาก
“ยังไม่ต้องรีบ ค่อยๆคิด มีเมื่อไหร่ค่อยเอามาใช้ แต่...สิ่งที่ผมจะขอคุณ อย่ากลับไปเล่นการพนันอีกผมก็จะไม่กลับไปเช่นกัน เรามาเป็นกำลังใจให้กันนะครับ เราต้องทำได้”
สองประโยคสุดท้าย ทำหัวใจของฟ้ารุ่งพองโต นานกี่ปีแล้วที่เธอไม่เคยได้ยินประโยคซึ้งๆแบบนี้ ตั้งแต่สามีของเธอเลิกราไป ก็มีแต่ผู้ชายที่เข้ามาพูดจาเจ้าชู้ใส่ หวังได้ก็แต่เพียงร่างกายของเธอ หลายครั้งที่เงินทำให้เธอต้องขายศักดิ์ศรี เหยียบย่ำความเป็นคนของตัวเอง เพราะหนี้สินที่เกิดจากการพนัน
การสนทนาต้องรีบยุติลงเพราะได้เวลาที่กฤษฎาต้องกลับไปหาคนที่เขารักที่สุด วันนี้เขาตั้งใจจะกลับไปเล่าความจริงให้ภรรยาฟัง และจะบอกเรื่องราวที่เขาได้ช่วยเหลือผู้หญิงคนนั้น เขาเชื่อว่าอภิรดีจะต้องรู้สึกดีเหมือนเขาที่ได้ช่วยเหลือคน ก่อนที่ภรรยาของเขาจะล้มป่วยหนักแบบนี้ หล่อนจะพาเขาและครอบครัวไปทำบุญอยู่บ่อยๆ จนถึงวันที่ไม่สามารถไปได้ด้วยตนเอง หล่อนก็จะฝากเจ้าลูกชายไปให้ทุนการศึกษาเด็กๆที่ยากจนอยู่เสมอ
“นอนนานจังวันนี้ ผมเกือบแอบหลับรอคุณตื่นแล้ว”
รอยยิ้มบนใบหน้าของสามี ที่มีความอิ่มเอมใจ เป็นที่สะดุดตาของภรรยาที่นอนป่วยอยู่ ทั้งคู่แต่งงานกันมาเกือบสามสิบปี ทั้งร่วมทุกข์และร่วมสุขกันมามากมาย บางสิ่งบางอย่างไม่ต้องพูดไม่ต้องถาม แค่มองตาก็เข้าใจแล้ว วันนี้ก็เช่นกัน อภิรดีสัมผัสได้ว่าสามีของเธอมีเรื่องที่แสนจะมีความสุข รอที่จะเล่าให้เธอฟังเมื่อเธอตื่น
“คุณ...ก่อนอื่นผมต้องขอโทษคุณ เรื่องที่ผมโกหกคุณมาตลอด ที่ผมหายไปบ่อยๆตอนคุณหลับ ผมแอบไปบ่อน เพื่อจะไปพักผ่อน แต่...ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปผมจะไม่ไปเหยียบที่นั่นอีกแล้ว”
กฤษฎาจับมือภรรยาแทนคำสัญญาและความรู้สึกผิดของเขา อภิรดีพยักหน้าแทนการตอบรับและเชื่อในสิ่งที่สามีพูด
“คุณรู้ไหม เพราะอะไรผมถึงจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับการพนัน” ใบหน้าซีดเซียว ของคนป่วยแสดงความรู้สึกผ่านสีหน้าให้สามีรู้ว่าหล่อนกำลังตื่นเต้นกับสิ่งที่เขากำลังจะพูดต่อไป
“วันนี้ผมไปที่บ่อน ยังไม่ทันได้เล่น ก็ได้เจอกับเหตุการณ์ที่แย่มากๆ พวกนักเลงคุมบ่อนกำลังรุมทำร้ายผู้หญิงคนหนึ่ง อายุน่าจะใกล้ๆกับคุณ ทั้งตบทั้งเตะ ผมเลยเข้าไปห้าม”
กฤษฎายิ้มภูมิใจ เมื่อภรรยาของเขายกนิ้วโป่งให้ถึงแม้มันจะยกสูงจากที่นอนไม่ถึงคืบ แต่นั้นคือการแสดงออกว่าภรรยากำลังชื่นชมการตัดสินใจของเขา
“ผู้หญิงคนนั้นติดหนี้เขาสองแสน”
คนเล่าหลบตานิดๆ เพราะกลัวถูกภรรยาของเขาจับได้ กฤษฎาแอบลดมูลค่าหนี้ของฟ้ารุ่ง เพราะรู้สึกว่ามันมากเกินไปหากบอกความจริงทั้งหมดอภิรดีอาจไม่สบายใจ
“ผมรับใช้หนี้แทน ให้ผ่อนใช้ผมอีกที และห้ามกลับไปเล่นการพนันอีก เธอชื่อฟ้ารุ่ง สิ่งที่เธอพูดกับผม ทำให้ผมตัดสินใจที่จะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับการพนันอีก เพราะในตอนแรกฟ้ารุ่งก็คิดแค่หาอะไรสนุกๆ ทำ แต่สุดท้ายก็ติดมันจนได้ ผมไม่อยากไปอยู่ตรงจุดที่ฟ้ารุ่งอยู่ จึงเลือกที่จะเลิกตั้งแต่วันนี้ เป็นกำลังใจให้ผมนะที่รัก”