- คฤหาสน์หรูของนายกรัฐมนตรี –
"นะ ... นายครับ ผมไม่ได้มีเจตนาจะไม่โอนจริงๆ นะครับ"
ปัก!
"อั่ก! ผะ ... ผมขอโทษครับนาย ผมจะรีบจัดการเดียวนี้เลยครับ"
จิรโชตินายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันที่มีเบื้องหน้าเป็นดั่งพ่อพระแต่ดันพลาดท่าเข้าไปที่อาบอบนวดKJ. ย่านรัชดาฯ ทำให้นายใหญ่ของที่นั่นเห็นช่องโหว่และได้กุมอำนาจอย่างแท้จริง นายใหญ่คนนั้นใช้เวลาเพียงแค่สิบนาทีในการควบคุมจีรโชติ หลังจากนั้นชีวิตของจิรโชติก็เหมือนตกนรกทั้งเป็นเพราะต้องคอยออกหน้าให้กับนายใหญ่คนดังกล่าว
"คุณเจครับ ผมยอมแล้ว ผมยอม"
"เฮ้อ ... ผมไม่อยากต้องพูดเรื่องเดิมซ้ำๆ หลายๆ ครั้งนะครับคุณโชติ ผมให้เวลาคุณสิบนาที เงินต้องเข้าบัญชีผม เจ็ดล้านบาท ไม่สิ ผมต้องคิดค่าเสียเวลาด้วยนี่ งั้นเป็นที่สิบล้านบาท โอเคนะครับ"
ร่างกายที่สะบักสะบอมของจิรโชติทำให้ใครบางคนพอใจอยู่ไม่น้อยเขาเดินกลับไปนั่งที่โซฟาตัวหรูของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน มือหนาหยิบบุหรี่ขึ้นสูบอย่างไม่มีความเกรงใจ เขายกขาขึ้นแล้วยืดขาออกไปวางที่แผ่นหลังของจิรโชติที่หมอบอยู่ตรงหน้าเขา มือหนาของชายวัยกลางคนเปื้อนเลือดกดโอนเงินเข้าบัญชีของมาเฟียหนุ่มที่กำลังสูบบุหรี่อยู่ด้วยท่าทางสบายใจพร้อมกับฮัมเพลงไปด้วยความอารมณ์ดี
"วันนี้ คุณตกบันไดจนได้รับการบาดเจ็บนะครับ ผมมาเยี่ยมคุณก็เพียงเท่านั้น"
"ตะ ... ตกบันไดอะไรกันครับ ผมไม่ได้ตกบันได คุณเจ ผมถะ ... ถูกลูกน้องคุณซะ ...!"
"งั้นก็ตกบันไดจริงๆ เลยละกันนะครับ จะได้สมจริง"
ใบหน้าหล่อเหลาเปื้อนรอยยิ้มร้ายกาจ มาเฟียหนุ่มปล่อยควันบุหรี่ขาวคละคลุ้งใส่หน้าจิรโชติ ก่อนจะพยักหน้าให้ลูกน้องคนสนิทของตัวเองพยุงร่างหนาของชายวัยกลางคนให้ลุกขึ้นแล้วพาร่างกายที่สะบักสะบอมขึ้นไปบนชั้นสอง
"จะตกเอง หรือจะให้พวกผมช่วย ก็บอกได้ครับ ถ้าให้พวกผมช่วย คุณก็แค่ปลิวลงมาจากชั้นสองเท่านั้นเอง แต่ถ้าตกเองก็เลือกเอาว่าจะปลิวลงมา หรือตกบันได"
อึก ...
โหดร้าย ...
โหดร้ายเหลือเกิน ...
จิรโชติเพียงแค่ลองตุกติกนิดหน่อยเท่านั้น เพราะอยากรู้ว่ามาเฟียหนุ่มที่ข่มขู่เขาจะมีความสามารถมากมายแค่ไหน เขาไม่คิดเลยว่านายทหารชั้นแนวหน้าของเขาร่วมยี่สิบนาย จะสู้คนห้าคนที่มาเยือนไม่ได้
"ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะพาคุณไปส่งโรงพยาบาลเอง"
"ขะ ... ขอบคุณ คุณเจที่เมตตา"
เมตตากับผีน่ะสิ ตกลงไปจากชั้นสองก็คงจะกระดูกร้าวเป็นแน่ จิรโชติเลือกที่จะตกบันไดแทนอย่างน้อยๆ ก็แค่กลิ้งๆ ลงไปเท่านั้น
ตุบ!
ตุบ!
ตุบ!
"คะ ... คุณพ่อ!"
เสียงหวานใสดังขึ้นจากชั้นสองของคฤหาสน์หรู หญิงสาวผมสั้นประบ่าวิ่งออกมาจากห้องของตัวเองหน้าตาตื่น เธอชะโงกหน้ามองดูพ่อของตัวเองที่นอนนิ่งอยู่ที่พื้น ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าของมาเฟียหนุ่มแล้วชะงักไปเพียงนิด สองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านบนก็เดินลงมาด้วยท่าทางสบายๆ รอรับคำสั่งจากมาเฟียหนุ่มว่าจะเอายังไงต่อไป
มาเฟียหนุ่มปลดกระดุมเสื้อสูทออกพร้อมกับปลดกระดุมที่ข้อมือ แล้วเสื้อเชิ้ตด้านใน เพียงแค่นี้ลูกน้องที่ทำงานกับเขามานานก็รู้แล้วว่าเขาต้องการอะไร
"คุณทำอะไรคุณพ่อของฉัน"
"พ่อเธอ ตกบันได"
ตึก ตึก ตึก ตึก!
สองเท้าบางวิ่งลงมาจากชั้นสองหมายจะจับตัวผู้เป็นพ่อ ดวงตากลมโตมีรอยน้ำตาคลออยู่พร้อมจะหลั่งมันออกมาทุกเมื่อ แต่ทว่ากลับถูกใครบางคนคว้าแขนของเธอเอาไว้
"อย่าจับ สกปรก"
"มะ ... หมายความว่าไง นี่พ่อฉันนะ!"
"ฉันไม่ชอบนอนกับผู้หญิงสกปรก!"
"นะ ... นอนอะไร ใครจะนอนกับแกไอ้เลว!"
"พ่อเธอไม่เป็นไรหรอก ห่วงตัวเองดีกว่า"
มาเฟียหนุ่มพยักหน้าให้กับลูกน้องทั้งสองคนทราบ ลูกน้องทั้งสองคนของเขาพาตัวจิรโชติออกไป โดยมีดวงตากลมโตของหญิงสาวที่ถูกมือหนาจับเอาไว้มองตามไปจนสุดสายตา
"คุณจะพาพ่อฉันไปไหน"
"ไปโรงพยาบาล"
"ฉันจะไปกับพ่อฉันด้วย"
"เดี๋ยวได้ไปแน่"
มาเฟียหนุ่มปลดเข็มขัดหนังราคาแพงออกแล้วรัดข้อมือของหญิงสาวตรึงไว้เหนือศีรษะ มือหนาข้างที่ว่างล้วงมือลงไปที่กระเป๋ากางเกงด้านหลังหยิบถุงยางอนามัยออกมา หญิงสาวที่เห็นแบบนั้นก็ใบหน้าซีดเผือดราวกับไก่ต้ม
"ถ้ายอมฉันดีๆ เธอก็จะไม่เจ็บ แล้วก็ได้ไปหาพ่อเร็วๆ ด้วย แต่ถ้าไม่ บางทีเธออาจจะไม่ได้เจอหน้าพ่อตลอดชีวิตก็ได้"
"คะ ... คุณจะมีอะไรกับฉันเหรอคะ"
"เธอคิดว่าไงละ"
"ตะ ... แต่ฉันยังไม่รู้จักคุณเลย"
"ฉันก็ไม่รู้จักเธอ แต่ตอนนี้ฉันอยากเธอก็ต้องอ้าขาให้ฉันเอา"
หญิงสาวถูกดันลงโซฟาหรูกลางห้องรับแขก ลูกน้องของมาเฟียหนุ่มส่งต่อจีรโชติไปให้ลูกน้องคนอื่นที่มาสมทบไปส่งที่โรงพยาบาลแล้ว และแน่นอนว่าคนสนิททั้งสองคนของเขาก็ยืนหันหลังอย่างรู้งาน
"ยะ ... อย่างน้อยเราควรรู้จักชื่อกันก่อนนะคะ ละ ... แล้วตรงนี้ไม่ได้มีแค่เราสองคนนะ"
"ฉันไม่ถือ" เขาไม่ฟัง แต่กระชากแพนตี้ตัวบางที่อยู่ใต้กระโปรงบานออกจนติดมือ มาเฟียหนุ่มสวมเครื่องป้องกันแล้วจับสองขาของเธอแยกออกกว้าง
"ฉันชื่อจินนี่ค่ะ อ๊าา~"
ปึก!
"ถ้าว่างก็หัดขมิบบ้าง ของเธอมันหลวมจนฉันแทบไม่รู้สึก!"
- คลับKJ –
"ทางนี้ยัยมิลก์"
ฐานิดา กับธนัสพร ยกมือขึ้นสูงเพื่อเรียกให้มารตีเดินเข้าไปหา มารตีมาในชุดเดรสหวานยาวคลุมตาตุ่ม และเสื้อก็เป็นแขนยาว ทำเอาอาคินที่นั่งอยู่กับธนัสพรหลุดขำออกมากับลุคที่หญิงสาวแต่งออกมาเที่ยวคลับกับเพื่อนๆ
"ฉันคิดว่าเธอจะมาไม่ได้"
"ก็ต้องมาได้สิ"
"แล้วเธอใส่ชุดอะไรของเธอมาเนี่ยยัยมิลก์เอ๊ย!"
"ก็ฉันไม่รู้ว่ามาที่แบบนี้ต้องแต่งตัวยังไงนี่ แล้วนี่ก็เป็นการเที่ยวคลับครั้งแรกของฉันด้วย"
"แล้วพาใครมาด้วย หล่อลากเลยแก"
"ผู้ชายคนนั้นดูมีเสน่ห์ดีนะ"
มารตีหันไปด้านหลังแล้วส่งยิ้มหวานก่อนจะหันกลับมาเมื่อชายหนุ่มด้านหลังเดินมาประชิดตัวเธอ อาคินที่เห็นแบบนั้นก็ตั้งท่าจะลุกขึ้นแล้วเดินไปแย่งมารตีมาแต่เขาก็หยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงมารตีแนะนำตัวคนที่มาด้วย
"นี่พี่น้ำไนล์เรียกว่าพี่ไนล์เฉยๆ ก็ได้เป็นลูกชายป้า พี่ชายฉันเองพี่ไนล์อยู่ปี 4 แล้ว มอ.เดียวกับพวกเรา"
"ฉันไม่เคยคิดว่าพี่ชายเธอจะหล่อขนาดนี้ยัยมิลก์" ฐานิดาพูดขึ้นดวงตาเป็นประกายระยิบระยับเมื่อมองไปที่น้ำไนล์ที่มีรูปร่างสูงล้ำเรือนผมสีเงินอีกทั้งเธอแอบเห็นรอยสักที่แผงอกของเขาเป็นคำ Ha Ha Ha เหมือนกับตัวโจ๊กเกอร์ในภาพยนตร์ไม่มีผิดเพี้ยน
"เดี๋ยวพี่ไปหาเพื่อนตรงโน้นนะ มิลก์อยู่ตรงนี้ก็อย่า ดื้อ อย่าซน อย่าดื่ม พี่ขอแม่ให้ ไม่ได้หมายความว่ามิลก์จะดื้อได้ เข้าใจไหมคะ"
"มิลก์ไม่ดื่มหรอกค่ะพี่ไนล์ ถ้ามิลก์ดื่มใครจะพาพี่ไนล์กลับบ้านล่ะคะ" ดวงตาคมของอาคินมองไปที่น้ำไนล์อย่างไม่ชอบใจเขารู้สึกว่าท่าทางที่น้ำไนล์แสดงออกมามันแปลกๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากเมื่อน้ำไนล์เป็นพี่ชายของมารตี
ร่างบางของฐานิดา กับธนัสพร โยกย้ายไปตามจังหวะเพลง ในขณะที่อาคินนั่งอยู่ที่โต๊ะไม่ยอมไปไหนรวมทั้งมารตีด้วย มารตีนั่งเล่นโทรศัพท์อย่างเบื่อหน่ายเธอรู้สึกว่าแบบนี้มันไม่ใช่เธอเลยด้วยซ้ำ เธอไม่ชอบเที่ยวคลับแต่เธอชอบที่จะอ่านหนังสือหาความรู้ไปเรื่อย เหตุที่มาวันนี้เพราะเมื่อตอนเย็นมีข้อความจากมหา'ลัยแจ้งว่าพวกเธอทั้งสี่คนได้เข้ารับการฝึกงานที่สถานีโทรทัศน์ช่องรันแล้ว
"คิน มิลก์ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ"
"ให้คินไปเป็นเพื่อนไหม"
"ไม่ต้องๆ อยู่เฝ้าของที่โต๊ะเนี่ยแหละ ยัยนัส กับยัยนิดา เมาแล้วเห็นไหม"
มารตีเดินออกมาเธอทำธุระส่วนตัวจนเรียบร้อยแล้วล้างมืออยู่ที่อ่างล้างหน้า มองซ้ายมองขวากับกระจกเพื่อเช็กความเรียบร้อยของตัวเอง เธอดื่มไปแค่หนึ่งอึกเท่านั้นเพราะเพื่อนเธอคะยั้นคะยอให้ดื่ม สองเท้าบางตั้งท่าจะก้าวออกจากห้องน้ำ เธอก็ได้ยินเสียงแปลกๆ ดังออกมาจากห้องด้านใน
ปึก ปึก ปึก!
"อ๊าา~ แรงได้อีกค่ะ"
"แบบนั้นแหละค่ะ"
หืม ... เสียงอะไรน่ะ
มารตีเดินเข้าไปยืนหน้าประตูห้องน้ำของห้องด้านในสุดก่อนจะตัดสินใจเคาะประตูห้องน้ำห้องนั้น เพราะเธอคิดว่าคนด้านในอาจจะต้องการความช่วยเหลือ
ก๊อกๆ ก๊อกๆ
"คุณคะ เป็นอะไรรึเปล่าคะ"
"ซี้ดดดด~ จะแตกแล้ว"
ปึก ปึก ปึก!
"คุณคะ มีอะไรให้ฉันช่วยไหม"
"มะ ... ไม่มีค่ะ อ๊าา~"
"ตะ ... แต่เสียงคุณมันแปลกๆ นะคะ"
มารตียังเป็นห่วงคนด้านใน หรือว่าคนด้านในกำลังเจออันตราย หะ! ไม่นะ ถูกข่มขู่งั้นเหรอ ไม่สิ เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวด้วยแบบนี้จะช่วยเหลือคนด้านในได้ไงคงต้องรีบไปหาคนมาช่วยแล้วเธอคนเดียวเอาไม่อยู่แน่!
"ดะ ... เดี๋ยวฉันจะรีบไปตามคนมาช่วยนะคะ"
มารตีหมุนตัวออกสองเท้าบางตั้งท่าจะเดินออกไปหาคนมาช่วยหญิงสาวที่กำลังเดือดร้อนอยู่ด้านใน แต่เธอยังไม่ทันได้ออกมาจากห้องน้ำเลยสักนิดก็ได้ยินเสียงประตูเปิดออก ชายหนุ่มรูปร่างดีเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย และดูหงุดหงิด แต่เอ๊ะ ผู้ชายคนนี้หน้าเหมือนคนที่เธอเคยเจอเลย
"คะ ... คุณ!"
นิ้วชี้เรียวเล็กชี้หน้าชายหนุ่มคนนั้น เจ้าของใบหน้าลูกครึ่งที่หล่อราวกับผู้ดีอังกฤษ สีหน้าของเขานิ่งและดูหงุดหงิดจนดูน่ากลัว ไม่นานนักหญิงสาวที่ร้องราวกับทรมานเมื่อครู่ก็เดินออกมาด้วยสภาพไม่ต่างกัน และสีหน้าก็ดูหงุดหงิดไม่ต่างกัน
พรึ่บ!
"คุณผู้หญิง คุณเป็นอะไรไหมคะฉันจะไปตามคนมาชะ ... ช่วย"
มารตีรีบวิ่งเข้าไปประคองแขนเรียวของหญิงสาวคนนั้น แต่กลับถูกเธอสะบัดแขนออกแล้วชักสีหน้าใส่ ก่อนที่เธอจะเดินไปก็ทิ้งคำพูดเจ็บแสบเอาไว้ให้มารตีอีกด้วย
"แส่ไม่เข้าเรื่อง!" หะ! นี่มันบ้าอะไรกัน เธอคนนี้ยินยอมถูกผู้ชายคนนี้บังคับขืนใจงั้นเหรอ
"ทริกซี่ไปดูก่อนนะคะคุณเจ"
ชายหนุ่มลูกครึ่งคนนั้นไม่ตอบหญิงสาว แต่เขาเอาแต่จ้องมารตีตั้งแต่ออกมาจากห้องน้ำแล้ว ไม่เพียงแค่จ้องธรรมดา แต่จ้องแบบเคียดแค้นอีกต่างหากเธอสัมผัสได้เลยว่าเขาแค้นเธอมากจริงๆ แต่เธอไปทำอะไรให้เขาแค้นเธอกันละ
"นี่มันห้องน้ำหญิงนะคะ" มารตีต่อว่าเขาน้ำเสียงเบาจนเขาแทบจะไม่ได้ยิน อีกทั้งมุมปากหนาก็ยกยิ้มขึ้นอย่างร้ายกาจราวกับเจอเรื่องสนุกอะไรบางอย่าง
"เธอทำให้ฉันไม่เสร็จ"
"มะ ... หมายความว่ายังไงคะ"
"ฉันคิดว่าเธอต้องรับผิดชอบฉัน"
"ถะ ... ถ้าคุณไม่เสร็จ ก็ไปเข้าห้องน้ำต่อสิคะ ดะ ... เดี๋ยวฉันเฝ้าหน้าห้องน้ำให้ก็ได้ ใครจะไปรู้เล่าว่าห้องน้ำชายเต็มจนคุณคนนี้ทนไม่ไหว ต้องไปเข้าห้องเดียวกับผู้หญิงคนนั้น"
มารตีหมุนตัวหันหลังให้ เธอจะรับผิดชอบให้ด้วยการเฝ้าห้องน้ำให้ชายคนนี้ บางทีผู้หญิงคนนั้นอาจจะกำลังเฝ้าหน้าห้องน้ำให้ แต่พอมีคนเดินเข้ามาเลยทำให้ต้องเข้าไปแอบกับผู้ชายคนนั้นก็ได้ แต่ทว่าอยู่ๆ ฝ่ามือหนาของชายด้านหลังก็จับแขนของเธอให้หมุนตัวเข้าไปเผชิญหน้าเขาตรงๆ
"ไร้เดียงสาจังเลยนะ"
"อ่ะ มาจับแขนฉันทำไม ปล่อยนะ"
"ทำไมฉันต้องปล่อย"
"ผู้หญิงกับผู้ชายไม่ควรใกล้ชิดกันเกินไป ที่บ้านคุณไม่ได้สอนรึไง ปล่อยมือออกเดี๋ยวนี้นะ"
มาเฟียหนุ่มยกยิ้มอย่างขบขัน เขาเกิดมาจนอายุ 28 ปีแล้วเพิ่งจะเจอเรื่องขบขันแบบนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยนะ มีด้วยเหรอผู้หญิงที่ไม่อยากเข้าหาเขา มีด้วยเหรอผู้หญิงที่คิดว่าชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกัน
"อะ ... อาจจะเพราะคุณเป็นฝรั่งใช่ไหม คงไม่เข้าใจธรรมเนียมไทยสินะ"
"ก็คงอย่างนั้นมั้ง"
มาเฟียหนุ่มยื่นหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาว จนมารตีสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่ถูกเป่ารดลงปลายจมูกของเธอ มุมปากหนายังคงยกยิ้มอยู่ตลอดเวลาราวกับกำลังเจอเรื่องอะไรบางอย่างที่ถูกใจ มือหนายังจับไปที่แขนเรียวของเธอ แล้วดึงเธอเข้าใกล้เรื่อยๆ มารตีเบี่ยงหน้าหนี เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในสถานการณ์แบบนี้เธอต้องทำยังไง
"คุณคะ ชะ ... ช่วยปล่อยมือทีฉันเจ็บ แล้วก็คุณไม่ควรเข้าใกล้คนที่ไม่รู้จักขนาดนี้นะคะ มันดูไม่มีมารยาท"
ประโยคท้ายมารตีพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังมากนักแต่ก็ไม่ได้เบาจนคนตรงหน้าไม่ได้ยิน แต่สิ่งที่เธอพูดออกไปมันไม่ได้ทำให้มาเฟียหนุ่มตรงหน้ารู้สึกผิดเลยสักนิด เธอเหมือนลูกแมววัยสองเดือนที่กำลังฝึกขู่ราชสีห์ ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึก น่าสนใจ ...
"เฮนรี่"
"คะ?"
"ฉันชื่อเฮนรี่"
"อ่อ ค่ะ คุณช่วยปล่อยฉันได้ไหมคะ เพื่อนฉันรอนานแล้ว"
มาเฟียหนุ่มไม่ปล่อยแต่เขาเหยียดตัวตั้งตรง แล้วรั้งเอวบางของคนตัวเล็กเข้าหาตัว เขายกเธอขึ้นด้วยแขนแกร่งเพียงข้างเดียวให้นั่งลงที่ขอบอ่างล้างหน้า
"เธอชื่ออะไร"
"ฉันคิดว่า เราไม่น่าจะได้เจอกันอีกนะคะ"
"ให้ฉันทายไหม"
"คุณช่วยออกไปห่างๆ หน่อยได้ไหมคะฉันไม่ชินที่มีผู้ชายคนอื่นสัมผัสถูกเนื้อตัว"
มารตีพยายามดันแผงอกแกร่งของมาเฟียหนุ่มให้ออกห่าง เธอไม่อยากเข้าใกล้คนแปลกหน้ามันอันตราย เธอไม่โอเค แต่คนแปลกหน้าคนนี้สิ มือไม้อย่างกับปลาหมึกน่าเกลียดน่ากลัว
"ถือตัวจังนะ เธอรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร"
"ไม่รู้ค่ะ" บ้าจริง เขาไม่เชื่อหรอกนะที่จะมีคนที่ไม่รู้จักเขาน่ะ
"ฉันดังมากนะ ในวงการธุรกิจน่ะ"
"ฉันไม่ได้สนใจเรื่องธุรกิจเลยไม่รู้ ฉันไปได้รึยังคะ" ยัยเด็กนี่!
มาเฟียหนุ่มเลียกลีบปากล่างของตัวเองด้วยความหงุดหงิดเมื่อคนตัวเล็กปฏิเสธที่จะสานสัมพันธ์กับเขาอย่างตรงไปตรงมา และแน่นอน เธออาจจะไม่รู้ตัวว่าเธอกำลังท้าทายเขาทางอ้อม
"ชื่อเธอ"
"ไม่บอกค่ะ"
"งั้นก็ไม่ต้องออกไป ..." เขาเริ่มหงุดหงิดแล้ว
"คุณลุงคะ ปล่อยฉันไปเถอะค่ะ ฉันต้องรีบกลับบ้านแล้วพรุ่งนี้ฉันต้องไปสัมภาษณ์การฝึกงาน" คุณลุง! เขาไม่ได้แก่ขนาดที่เธอต้องมาเรียกว่าคุณลุงเลยนะ ยัยเด็กนี่อยากลองดีใช่ไหม!
"นี่เธอ!"