กู้อวิ๋นเฉินเอามือกุมใบหน้าเอาไว้ สีหน้าที่เคยเคร่งขรึมเย็นชาปรากฏร่องรอยของความไม่อยากจะเชื่อ
น้ำเสียงเกรี้ยวกราดของเขาดังขึ้น “ฉู่ช่าน คุณบ้าไปแล้วหรือไง!”
แต่สิ่งที่ตอบกลับเขามา มีเพียงแผ่นหลังที่กำลังจากไปของฉู่ช่านเท่านั้น
ฉู่ช่านหันหลังเดินออกจากห้องนอนหลัก เดินผ่านโถงทางเดินมาทั้งน้ำตาจนสุดทาง
นั่นคือห้องพักของเธอในบ้านตระกูลกู้ตามนิตินัย แต่มันไม่ใช่ห้องของฉู่ช่านคุณนายกู้ หากแต่เป็นห้องของแม่บ้านฉู่แห่งตระกูลกู้ต่างหาก
มันทั้งแคบ อับทึบ และมืดมิดไร้แสงตะวัน
ก็เหมือนกับความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับกู้อวิ๋นเฉินนั่นแหละ
เธอหยิบกระเป๋าเดินทางออกมาเงียบ ๆ พลางหยิบเสื้อผ้าในตู้ใส่ลงไปทีละชิ้น
จะมีก็เพียงกล่องของขวัญสองกล่องในตู้ที่ถูกเธอวางทิ้งไว้บนเตียง
ตลอดสามปีที่แต่งงานกันมา กู้อวิ๋นเฉินเคยให้ของขวัญเธอเพียงแค่สองครั้งเท่านั้น
ครั้งแรกคือวันเกิดของเธอ คืนนั้นกู้อวิ๋นเฉินถูกซูหน่วนโทรตามตัวไปเพราะปวดท้องกะทันหัน เขาจึงกลับมาในเช้าวันรุ่งขึ้น พร้อมกับสร้อยคอเส้นหนึ่ง
อีกครั้งหนึ่งคือตอนที่เธอเป็นไข้ แต่กู้อวิ๋นเฉินกลับไปร่วมงานรับปริญญาของซูหน่วน เขาจึงมอบต่างหูคู่หนึ่งให้เธอเพื่อเป็นการชดเชย
ของขวัญทั้งสองชิ้นล้วนให้มาเพื่อชดเชยที่เขาละเลยเธอเพราะซูหน่วน
ไม่ใช่เพราะเขาอยากจะให้เธอจากใจจริงเลยสักครั้ง
คนที่กู้อวิ๋นเฉินรักอย่างแท้จริงคือซูหน่วน เรื่องนี้เธอน่าจะรู้ตัวตั้งนานแล้ว
ฉู่ช่านบังคับตัวเองดึงความคิดกลับมาจากความทรงจำในอดีตเหล่านั้น
หลังจากเก็บของเสร็จ ฉู่ช่านชายตามองกล่องของขวัญสองกล่องนั้นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่เหลียวกลับไปมองอีก
ความเหนื่อยล้าทำให้ใบหน้าที่เคยงดงามของฉู่ช่านดูซีดเซียวลงไปไม่น้อย
เธอก้มหน้าลง ดวงตายังคงแดงก่ำ
ในตอนนั้นเอง เสียงแหลมแสบแก้วหูของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้น น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม “พี่คะ ทำไมคนใช้บ้านพี่อวิ๋นเฉินถึงได้ไร้มารยาทแบบนี้ เห็นว่าที่นายหญิงคนใหม่อย่างพี่เดินมา ยังไม่รู้จักเข้ามาทักทายอีก!”
ฉู่ช่านเงยหน้าขึ้นขวับ แล้วก็ได้พบกับคนที่ไม่อยากเจอที่สุด ซูหน่วน แล้วก็น้องสาวของเธอ ซูเยว่
ทั้งซูหน่วนและซูเยว่ต่างก็สวมชุดแบรนด์เนมหรูหรา เครื่องประดับบนตัวก็ล้วนเป็นของแบรนด์ดังทั้งนั้น
กู้อวิ๋นเฉินพร่ำบอกว่าพวกเธอถูกแม่เลี้ยงทารุณ แต่ฉู่ช่านไม่เชื่อเลยแม้แต่นิดเดียว
ซูหน่วนสบตาเธอ ใบหน้าที่ดูใสซื่อปรากฏร่องรอยของความลำบากใจเล็กน้อย “เยว่เยว่ นี่ไม่ใช่คนใช้ของอวิ๋นเฉินหรอกจ้ะ นี่คือ…… แม่บ้านของเขา”
ทั้งที่ซูหน่วนรู้ดีถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับกู้อวิ๋นเฉิน แต่กลับเลือกที่จะปกปิดมันเอาไว้
นี่คือการหยามเกียรติกันอย่างชัดเจน
ซูเยว่ทำท่าดูถูกหนักกว่าเดิม “แม่บ้านกับคนใช้มันต่างกันตรงไหน ก็ขี้ข้าเหมือนกันนั่นแหละ!”
มือที่กุมสายหิ้วกระเป๋าเดินทางของฉู่ช่านเริ่มกำแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ
“นี่ เธอยังไม่รีบมาช่วยพวกเรายกกระเป๋าอีกเหรอ ทำตัวไม่มีหัวคิดแบบนี้ เชื่อไหมว่าถ้าฉันไปบอกพี่อวิ๋นเฉิน เขาจะไล่เธอออกทันทีเลย!”
ฉู่ช่านสูดหายใจเข้าลึก ๆ เฮือกหนึ่ง ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เธอถึงรู้สึกว่าแม้แต่การหายใจก็ยังเจ็บปวด
แต่ต่อหน้าซูหน่วน ฉู่ช่านไม่อยากแสดงความอ่อนแอของตัวเองออกมา
เธอพยายามซ่อนเสียงที่สั่นเครือเอาไว้อย่างสุดความสามารถ “ฉันไม่ใช่แม่บ้านของตระกูลกู้อีกต่อไปแล้วค่ะ”
ใบหน้าใสซื่อของซูหน่วนแปรเปลี่ยนเป็นเย้ยหยันทันที
เธอค่อย ๆ เดินเข้ามาหาฉู่ช่านทีละก้าว พลางเหยียดยิ้มอย่างได้ใจ
“คุณฉู่ จริง ๆ แล้วฉันไม่ถือสาหรอกนะ ต่อให้ฉันกลายเป็นคุณนายกู้แล้ว ฉันก็อนุญาตให้คุณเป็นแม่บ้านที่นี่ต่อได้ เพราะหลายปีที่ผ่านมา คุณก็ทำหน้าที่ขี้ข้าได้ดีมากเลยไม่ใช่เหรอคะ?”
หัวใจของฉู่ช่านเจ็บแปลบราวกับถูกจ้วงแทงเข้าอย่างจัง
ตลอดสามปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ซูหน่วนมาที่บ้านตระกูลกู้ในฐานะน้องสาว ทั้งที่รู้เต็มอกว่าเธอคือภรรยาของกู้อวิ๋นเฉิน แต่ซูหน่วนก็ยังใช้งานเธอราวกับคนใช้มาตลอด มีครั้งหนึ่งถึงขั้นบังคับให้เธอคุกเข่าเช็ดพื้น
ฉู่ช่านไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมารังแกง่าย ๆ แต่เมื่อเธอไปฟ้องกู้อวิ๋นเฉิน
กู้อวิ๋นเฉินกลับพูดเพียงว่า “ฉู่ช่าน เสี่ยวหน่วนก็แค่เด็กคนหนึ่ง อายุน้อยกว่าคุณตั้งสองปี คุณถือว่ายอมให้น้องหน่อยไม่ได้หรือไง เธอเป็นคนจิตใจดี ไม่ได้มีเจตนาร้ายกับใครหรอก”
ฉู่ช่านดวงตาแดงก่ำ จ้องมองซูหน่วนเขม็ง ในจังหวะที่เธอกำลังจะอ้าปากพูดนั้นเอง ซูหน่วนก็โน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูเธอว่า “ฉู่ช่าน เธอคงใจสลายมากเลยสินะ คงอยากจะไปตายเลยใช่ไหมล่ะ ผู้ชายที่เธอรักนักรักหนา ยอมทอดทิ้งเธอเพื่อฉันได้อย่างง่ายดายขนาดนี้”
เธอถึงกับหัวเราะออกมาเบา ๆ “พี่อวิ๋นเฉินถูกลิขิตมาให้เป็นของฉัน เธอคิดจริง ๆ เหรอว่าพอครบกำหนดสองปีแล้วเขาจะหย่า ดีไม่ดีถึงตอนนั้น ลูกของเราคงจะวิ่งป๋อแล้ว!”
ฉู่ช่านรู้ว่าซูหน่วนจงใจปั่นประสาทให้เธอสติแตก เธอจึงพยายามตั้งสติ ดวงตาที่แดงระเรื่อฉายแววเย็นเยือกออกมา
“ซูหน่วน เธอเอาเวลาไปคิดดีกว่าว่าจะแต่งเรื่องที่ถูกแม่เลี้ยงรังแก เพื่อหลอกให้กู้อวิ๋นเฉินยอมแต่งงานด้วยยังไงให้รอด เธอคิดว่าชีวิตคู่ที่ได้มาจากการหลอกลวง มันจะไปได้สักกี่น้ำกัน?”
สีหน้าของซูหน่วนเปลี่ยนไปทันควัน “เธอ!”
ฉู่ช่านลากกระเป๋าเดินทางเตรียมจะเดินออกจากบ้านตระกูลกู้
เธอไม่ทันได้สังเกตเลยว่า บนบันไดมีร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งกำลังเดินลงมา
แต่ซูหน่วนสังเกตเห็น
ซูหน่วนคว้ามือของฉู่ช่านเอาไว้ แล้วแกล้งกระชากตัวเองไปข้างหลังอย่างแรง
ก่อนที่ฉู่ช่านจะทันตั้งตัวและตอบสนอง ซูหน่วนก็ล้มลงไปกองกับพื้นเรียบร้อยแล้ว
เมื่อซูเยว่เห็นพี่สาวล้มลง ก็กรีดร้องขึ้นมาทันที “นังคนใช้ชั้นต่ำนี่ แกกล้าดียังไงมาผลักพี่สาวฉัน!”
ซูหน่วนกุมท้องเอาไว้ ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำสีใส “คุณฉู่ ฉันก็แค่กลัวว่าคุณออกจากบ้านตระกูลกู้ไปแล้วจะไม่มีที่ไป เลยอยากให้คุณอยู่เป็นแม่บ้านต่อก็เท่านั้น แต่คุณ…… คุณทำไมต้องผลักฉันด้วยคะ!”
ฉู่ช่านไม่เข้าใจว่าหล่อนกำลังเล่นละครฉากไหน เธอเม้มปากแน่น “ฉันไม่ได้……”
เธอยังพูดไม่ทันจบคำ น้ำเสียงเย็นเยียบอันทรงอำนาจก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“ฉู่ช่าน คุณทำอะไรเสี่ยวหน่วน!”
กู้อวิ๋นเฉินที่หน้าดำถมึงย่อตัวลงมองไปซูหน่วน น้ำเสียงของเขาอ่อนยวบลงไปโดยไม่รู้ตัว
“เสี่ยวหน่วน คุณไม่เป็นไรใช่ไหม?”
ซูเยว่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองฉู่ช่านด้วยสายตาชิงชัง พลางใส่ไฟ “พี่อวิ๋นเฉินคะ คนใช้บ้านพี่นี่ใช้ไม่ได้เลยจริง ๆ กล้าดียังไงมาผลักว่าที่นายหญิงของตระกูลกู้ ฉันว่าหล่อนต้องอิจฉาพี่สาวฉันแน่ ๆ เลยค่ะ ถึงได้จงใจผลักพี่ฉันแบบนี้ จิตใจสกปรกจริง ๆ!”
ซูหน่วนมองกู้อวิ๋นเฉินด้วยสีหน้าท่าทางอ่อนแอ แสร้งทำเป็นไร้เดียงสา “อวิ๋นเฉิน อย่าไปถือสาคุณฉู่เลยนะคะ เธอ…… เธอก็แค่กำลังอารมณ์ไม่ดี ในฐานะผู้หญิงด้วยกัน ฉันเข้าใจเธอค่ะ”
กู้อวิ๋นเฉินเอ่ยด้วยความสงสารจับใจ “เสี่ยวหน่วน คุณนี่มีเมตตาจริง ๆ”
เขาเอื้อมมือไปช้อนตัวซูหน่วนขึ้น ก่อนจะตวัดสายตาเย็นเยียบมาทางฉู่ช่าน “ฉู่ช่าน คุณทำให้ผมผิดหวังจริง ๆ”
พูดจบ เขาก็อุ้มซูหน่วนเดินขึ้นชั้นบนไปโดยไม่เหลียวกลับมามองอีกเลย
ฉู่ช่านอยากจะอธิบาย แต่เมื่อนึกถึงท่าทีเมินเฉยของกู้อวิ๋นเฉิน ในลำคอก็รู้สึกราวกับมีก้อนสำลีเปียก ๆ มาอุดอยู่จนพูดอะไรไม่ออก
ในขณะที่ซูเยว่ถลึงตาใส่ฉู่ช่านอย่างดุร้าย
“นังสารเลว!”
ฉู่ช่านได้ยินซูเยว่ด่าเธอ ในดวงตามีเพียงความนิ่งงัน
เมื่อตั้งสติได้ ฉู่ช่านก็ยกยิ้มอย่างเย้ยหยันให้ซูเยว่
“ซูเยว่ เธอควรไปถามพี่สาวเธอมากกว่านะ ว่าใครกันแน่ที่สารเลวชอบทำลายครอบครัวคนอื่น”
เธอคว้ากระเป๋าเดินทาง แล้วเดินออกจากบ้านตระกูลกู้ไปอย่างเงียบ ๆ ต่อให้เสียงด่าทอที่ตามหลังมาของซูเยว่จะหยาบคายเพียงใด เธอก็ไม่หันกลับไปมองอีก
ในคืนฤดูร้อน สายฝนสาดซัดลงมาอย่างหนัก
ฉู่ช่านเดินฝ่าสายฝนไปตามลำพัง ปล่อยให้หยาดฝนและน้ำตาไหลผสมกัน
ไม่รู้ว่าเดินมานานแค่ไหน ฉู่ช่านมาหยุดอยู่ที่หน้าอพาร์ตเมนต์เก่า ๆ แห่งหนึ่ง
ที่นั่นเคยเป็นที่อยู่อาศัยของเธอก่อนที่พ่อแม่จะร่ำรวยขึ้นมา
หลังจากผ่านเรื่องราวต่าง ๆ ไป สุดท้ายเธอก็กลับมาที่นี่จนได้
เธอไม่อาจข่มตาหลับได้เลยทั้งคืน จนกระทั่งเช้าตรู่วันถัดมา เสียงโทรศัพท์ของฉู่ช่านก็ดังขึ้น
เป็นลู่หว่านหว่าน เพื่อนสนิทของเธอนั่นเอง
“อ๊ากกกก! ช่านช่าน เธอเห็นข่าวหรือยัง ไอ้ชายโฉดหญิงชั่วนี่มันหน้าด้านจริง ๆ!”
มือของฉู่ช่านสั่นเทาโดยไม่อาจควบคุม
เธอกดเปิดข่าวดู พาดหัวข่าวเด่นหราปรากฏแก่สายตา
【ประธานแห่งกู้ซื่อ กรุ๊ป กู้อวิ๋นเฉิน ขอดีไซเนอร์สาวซูหน่วนแต่งงาน พลุอันงดงามสว่างไสวเต็มท้องฟ้า】
ขอแต่งงาน……
ยังไม่ทันได้จดทะเบียนหย่า กู้อวิ๋นเฉินก็รอแทบไม่ไหวขนาดนี้ซะแล้วเหรอ?
ฉู่ช่านกดดูรูปบรรยากาศการขอแต่งงานที่ปรากฏในข่าว
แทนที่จะมองความรักของทั้งคู่ ฉู่ช่านกลับมองเห็นพลุเหล่านั้นได้ในทันที
หัวใจของเธอเจ็บแปลบจนแทบทนไม่ไหว
แสงจากพลุหลากสีสันอันงดงามพุ่งกระจายเป็นเส้นสายจนเต็มท้องฟ้า
นั่นคือพลุที่เธอออกแบบเพื่องานแต่งงานของพวกเขา……
แต่กู้อวิ๋นเฉินกลับเอาไปมอบให้ผู้หญิงคนอื่น
เขาไม่เคยเห็นค่าเธอเลยจริง ๆ
ลู่หว่านหว่านโวยวายด้วยความโกรธจัด “ช่านช่าน ทั้งที่เธอเป็นคุณนายกู้ตัวจริงแท้ ๆ ตกลงกันไว้ว่าเดือนหน้าจะจัดงานแต่งงาน และประกาศฐานะของเธอแล้วด้วย ทำไมจู่ ๆ ถึงกลายเป็นนังซูหน่วนนั่นไปได้ล่ะ!”
เมื่อได้ยินเรื่องการประกาศสถานะ น้ำตาของฉู่ช่านก็ไหลรินลงมาไม่ขาดสาย น้ำเสียงของเธอยังคงสะอื้นไห้
“หว่านหว่าน ฉันกำลังจะหย่ากับกู้อวิ๋นเฉินแล้วล่ะ”
ลู่หว่านหว่านแทบจะระเบิดอารมณ์ออกมา “หย่า กู้อวิ๋นเฉินบังคับใหเธอหย่าเพื่อหลีกทางให้ซูหน่วนนังเมียน้อยนั่นใช่ไหม ช่านช่าน ตอนที่พวกมันอ้างว่าเป็นพี่น้องกัน พวกมันแอบไปขึ้นเตียงกันตั้งนานแล้วใช่ไหม!”
ฉู่ช่านเม้มปากแน่น “ฉันไม่รู้”
เธอไม่รู้จริง ๆ ว่ากู้อวิ๋นเฉินกับซูหน่วนพัฒนาความสัมพันธ์ไปถึงขั้นไหนกันแล้ว
“และฉันก็ไม่อยากรู้อีกต่อไปแล้วด้วย หว่านหว่าน หลังจากหย่ากับเขาแล้ว ฉันควรจะกลับมาเป็นฉู่ช่านคนเดิมสักที ความฝันของฉู่ช่านไม่ควรเป็นแค่เรื่องจุกจิกในบ้าน หรือการอ้อนวอนขอความรักจากผู้ชายคนหนึ่ง”
“ช่านช่าน การแข่งขันออกแบบพลุครั้งใหญ่ที่สุดในเมืองไห่กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว เธอไปเข้าร่วมนะ เดี๋ยวฉันสมัครให้เอง! เธอเป็นถึงดีไซเนอร์อัจฉริยะ แต่กลับไปเป็นแม่บ้านรับใช้กู้อวิ๋นเฉินแบบนั้น มันเสียดายความสามารถจะตายไป! ตอนนี้เธอหย่าแล้ว เธอควรไปไขว่คว้าชีวิตที่เป็นของเธอจริง ๆ สักที!”
ลู่หว่านหว่านพยายามเกลี้ยกล่อมสุดชีวิต เธอทนเห็นเพื่อนสนิททิ้งความฝันของตัวเองเพียงเพื่อผู้ชายเพียงคนเดียวไม่ได้จริง ๆ
“ได้” ฉู่ช่านตอบตกลงโดยไม่ลังเล
คราวนี้กลับเป็นลู่หว่านหว่านที่อึ้งไปเสียเอง
“ช่านช่าน เมื่อกี้เธอตอบตกลงแล้วเหรอ จริงเหรอ?”
ฉู่ช่านเอ่ยย้ำ “ใช่”
ลู่หว่านหว่านพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ดีมากช่านช่าน รอให้เธอกลายเป็นนักออกแบบพลุที่เก่งที่สุดก่อนเถอะ ให้ไอ้สารเลวกู้อวิ๋นเฉินนั่นมันเสียดายจนอกแตกตายไปเลย!”
ทั้งสองคุยกันตั้งแต่เช้าจนถึงเวลาเย็น ส่วนใหญ่เป็นลู่หว่านหว่านที่ด่าทอกู้อวิ๋นเฉินฝ่ายเดียวว่าเขามันเป็นไอ้คนสารเลว
“ไอ้ผู้ชายเฮงซวยนั่น สักวันต้องได้รับกรรม……”
จนกระทั่งรุ่งสาง ฉู่ช่านก็ยังอดไม่ได้ที่จะเปิดหน้าข่าวดูอีกครั้ง
คอมเมนต์ใต้ข่าวนั้นทิ่มแทงหัวใจเธอจนเหวอะหวะไปหมด
【คุณกู้กับซูหน่วนช่างหล่อสวย เหมาะสมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยก】
【ผู้ชายอย่างกู้อวิ๋นเฉิน ทั้งหล่อ ทั้งรวย ทั้งโรแมนติก ใครได้แต่งงานด้วยสงสัยชาติที่แล้วเคยช่วยกู้กาแล็กซีเอาไว้แน่ ๆ】
【อิจฉาซูหน่วนจังที่มีคนรักเธอมากขนาดนี้】
……
น้ำตาของฉู่ช่านหยดแหมะลงบนหน้าจอโทรศัพท์
ในตอนนั้นเอง ข้อความหนึ่งถูกส่งมาที่โทรศัพท์ของฉู่ช่าน เป็นกู้อวิ๋นเฉินนั่นเองที่ส่งมา
【ฉู่ช่านเลิกเล่นแง่ได้แล้ว พรุ่งนี้ไปจดทะเบียนหย่ากับผมที่สำนักงานเขต ผมจะให้เงินชดเชยคุณสองพันห้าร้อยล้าน】
ฉู่ช่านปาดน้ำตาที่เปียกปอนบนหน้าจอออก แล้วพิมพ์คำตอบกลับไปเพียงคำเดียว
“ได้”