บทที่1.มหานครแห่งแฟชั่น
ลอออรหลุบเปลือกตาลง พยายามข่มความตื่นเต้นที่พลุ่งพล่านขึ้นมาให้สงบลง เพียงแค่ได้ยินเสียงแอร์โฮสเตสประกาศการแลนดิ้ง หัวใจที่สงบมากว่า10ชั่วโมงก็ยิ่งเต้นแรง ใครจะไปคิดล่ะ ผู้หญิงบ้านนอกคนนี้จะโชคดีได้มีโอกาสมาเหยียบเมืองใหญ่ ถึงจะเป็นแค่ชั่วระยะเวลาสั้นๆ แต่มันก็เกินฝันสำหรับลอออรแล้ว
‘โครงการตามฝันกับดีไซเนอร์ชื่อดัง’ ลอออรมาอยู่ตรงจุดนี้ได้ก็เพราะโอกาสที่เธอตะเกียกตะกายคว้ามา เป็นโครงการที่เมืองไทยกับการร่วมมือกับแบรนด์ดังระดับโลก เป็นเด็กฝึกงานที่จะได้ดูการทำงานแบบใกล้ชิดกับแบรนด์หรูแห่งนี้ แบรนด์เสื้อผ้าที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องมีสักชิ้น แม้จะราคาแพงจนแทบไม่กล้าจับจอง แต่เชื่อเถอะ หาก ‘SALUT’ ออกคอลเลคชั่นใหม่ สาวๆ จะพากันแห่แหนไปจับจอง
ลอออรยกมือวางบนหว่างอก พริ้มเปลือกตาหลุบลงเมื่อนึกถึง...เควิน ดิดิเย่ร์ ผู้ชายที่ผู้หญิงเกือบทั้งโลกฝันถึง และลอออรก็เป็นอีกคนหนึ่งที่หลงใหลได้ปลื้มชายผู้นี้ เควินไม่ได้มีดีแค่หน้าตา ผู้ชายคนนี้สมองระดับหัวกะทิ เขาคือ CEO ของ ‘SALUT’ ผู้ชายที่เข็นแบรนด์โนเนมมาสู้กับแบรนด์ดังอื่นๆ จนกระทั่งสามารถครองใจผู้หญิงเกือบทั้งโลกได้ในเวลานี้
ผู้ชายวัยกลางคนที่ยังหล่อเฟี้ยว อายุเป็นเพียงตัวเลขเท่านั้นจริงๆ สำหรับเควิน กาลเวลาไม่สามารถลดถอนความสง่างามของเควินได้เลย ใครจะคิดล่ะ ชายผู้นี้แตะเลขสี่มาสองปีแล้ว ริ้วรอยแห่งกาลเวลาไม่สามารถทำให้เควินดูโทรมลงได้เลย เขายังเป็นผู้ชายโสดคนเดียวที่เรียกเสียงกรี๊ดจากปากผู้หญิงได้ทุกครั้งที่ปรากฏตัว และเบื้องหลังความสำเร็จของเขา ก็มีข่าวฉาวไม่น้อย เรื่อง...ความเสเพลของเขานั่นเอง
แต่จะแปลกอะไรล่ะ ผู้ชายโสดสามารถทำเช่นนั้นได้ เขาไม่ได้ทำผิดนี่ แค่เขายังไม่เจอคนที่ใช่สำหรับตัวเอง
ดังนั้นข่าวฉาวของเควิน เลยตีคู่มากับความสำเร็จของเขา
“อรๆ ไม่ลงเหรอ?” ปานแขสะกิดลอออรพร้อมกับรีบดึงกระเป๋าลงมาจากชั้นวางเหนือศีรษะ
ลอออรกะพริบเปลือกตาปริบๆ เธอมัวแต่ฝันหวานจนเครื่องบินลำโตแล่นลงจอดที่ท่าอากาศยานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“สาวๆ มารวมกันทางนี้จ้า...ระวังพลัดหลงจากคนอื่นๆ ด้วยนะ” เสียงเจ้ปลาตะโกนเรียก ลอออรรีบลากกระเป๋าเดินทางไปรวมกลุ่มกับคนอื่นๆ แต่ไม่วายเหลียวหน้าเหลียวหลังเพราะความตื่นตากับทุกสิ่งรอบตัว
“อย่าทำท่าเลิ่กลั่กนักสิจ๊ะ กลัวเขาไม่รู้หรือไงว่าเพิ่งมาปารีสครั้งแรก” เสียงแดกดันจากเจ้ปลา ลอออรเลยรีบเก็บอาการเธอเดินตามเพื่อนๆ ไป หัวใจเต้นโครมคราม ลอออรอยากตะโกนดังๆ แต่เกรงว่าผู้คนรอบตัวจะแตกตื่น
....ฉันมาถึงแล้วนะ มหานครแห่งแฟชั่น ปารีสจ๋า....
ขึ้นรถลงเรือลอออรไม่เคยหวั่น เพราะความฝันอันยิ่งใหญ่เรื่องภาษาลออแปร่งๆเลยฝึกหนักเป็นพิเศษ สำเนียงอาจจะไม่ชัดเปลี้ยะ แต่สามารถอ่านออก สื่อสารได้ การเรียนภาษาอย่างหนักทำให้เธอมาถึงจุดนี้ได้นั่นเอง
“วันนี้เจ้จะให้ทุกคนพักกันให้สบาย พรุ่งนี้ถึงจะเริ่มงานกันจริงจัง เจ้จับคู่ให้แล้วนะ ขอย้ำนะจ๊ะ ห้ามลืม ห้ามหนีออกไปเที่ยวคนเดียว ข้างนอกนั่นอันตรายเกินไป”
เสียงเจ้ปลาตะโกนบอก ตอนที่ทุกคนขึ้นนั่งบนรถยนต์คันใหญ่ ลอออรท่องจำไว้ในใจ เธอคงไม่กล้าขนาดนั้น แต่คงมีสักวันล่ะที่เจ้ปลาอนุญาต ไหนๆ ก็ท่อสังขารมาถึงปารีสทั้งที คงไม่มีใครยอมอุดอู้อยู่แต่ในโรงแรม หรือไม่ก็ที่ซาลู
“อรๆ เธอเก่งภาษาฝรั่งเศสใช่ไหม?” ปานแขกระซิบถาม
ลอออรพยักหน้ารับ พร้อมกับตอบกลับเสียงแผ่วๆ “พอได้น่ะแข สะกดคำได้ ฟังพอออก แต่ยังไม่เคยพูดกับคนฝรั่งเศสแท้ๆ เลยสักที”
“ก็ดีกว่าแขแหละ อังกฤษพอได้ ฝรั่งเศสนี่ไม่กระดิกเลย”
“มันก็ค่อนไปทางยากพอสมควรแหละ แต่เพราะอรชอบเลยพยายาม” ความฝันอันยิ่งใหญ่อยู่ตรงหน้า ลอออรเลยไม่เคยย่อท้อ
“ว่าแต่...พวกเราจะได้เจอกับคุณเควินไหมนะ?” ปานแขพูดลอยๆ เชื่อเถอะหากเป็นเพศหญิง ทุกคนย่อมคิดแบบเธอทั้งนั้น
“ไม่รู้สิ” เควินเข้าถึงยาก เขาคงไม่สนใจเด็กฝึกงานอย่างพวกเธอหรอก
แต่หากสวยๆ อึ๋มนั่นไม่แน่ เพราะในบรรดาผู้หญิงรอบตัวของเขาทุกคนสวยไม่มีที่ติ โดยเฉพาะ เวโรนิก้า มอริซ ดีไซเนอร์คนดังที่เคียงคู่กับเควินมาตั้งแต่เริ่มต้นบนถนนเส้นนี้ มีข่าวซุบซิบว่าเขาสองคนเป็นมากกว่าเพื่อนร่วมงานหรือหุ้นส่วนในซาลู เวโรนิก้าแบะท่าชัดเจน หากเควินต้องการแบบนั้นเธอไม่คิดจะขัด แต่สำหรับชายผู้นั้น เขากลับมีท่าทางปกติ ไม่มีใครรู้เรื่องลับๆ ของเขาสองคนดีเท่ากับเจ้าตัว
นอกจากข่าวโคมลอยแล้ว ไม่มีทีท่าอื่นจากเควินอีกเลย
เขาควงสาวไปทั่ว ทำตัวเสเพลไม่ต่างจากวันก่อนๆ ไม่แคร์ความรู้สึกของเวโรนิก้าสักนิด
ต้องยอมรับแหละว่าหญิงผู้นั้นวางตัวดี เก็บอารมณ์หึงหวงได้มิด เควินเลยวางใจ เขาไม่เคยคิดกำจัดเวโรนิก้า เนื่องจากเธอยังมีประโยชน์กับเขานั่นเอง
“คุณเควินมีสาวสวยอยู่ข้างกายเขายังเฉยๆ แล้วลูกเป็ดขี้เหร่อย่างเราๆ จะเข้าตาเขาได้ยังไง”
เวโรนิกาสวยสง่าไม่มีที่ติ ยังไม่สามารถครองใจผู้ชายชื่อเควินได้เลย
แล้วสาวเอเชียตัวเล็กๆ หน้าตาแทบไม่มีจุดเด่นอย่างตนเองจะจุดประกายปรารถนาจากเควินได้ยังไง
เสียงถอนลมหายใจแทบจะดังประสานกัน สาวๆ รอบตัวเควินเหมือนแมลงเม่า รู้ทั้งรู้ว่าชายผู้นั้นเปรียบเหมือนเปลวไฟก็ยังกระเสือกกระสนเข้าไปไกล หากมอดไหม้เพราะความร้อนแรงจะโทษใครได้ล่ะ
หลังเข้าที่พัก ลอออรเดินไปเดินมาพื้นห้องแทบสึก เอตื่นเต้นจนข่มตานอนไม่หลับ ชะเง้อชะแง้มองไปรอบๆ ตัว เห็นยอดหอไอเฟลอยู่ลิบๆ แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งห้ามของเจ้ปลา เธอไม่อยากแหกกฎตั้งแต่วันแรก
“ไม่ง่วงเหรออร” ปานแขคือเพื่อนร่วมห้องที่เจ้ปลาจัดให้
พอเข้าที่พักสิ่งแรกที่ปานแขทำคือทิ้งตัวนอนแผ่บนที่นอน และแทบจะหลับไปในทันทีที่ศีรษะกระทบหมอน
“ตาค้างแล้วแข นอนมาบนเครื่องตลอด คืนนี้ไม่รู้จะหลับลงหรือเปล่าเลย” ลอออรแนบหน้ากับกำแพงกระจก ทอดสายตามองทิศทัศน์ด้านนอกด้วยความสนใจ
ทุกสิ่งรอบตัวแปลกตาไปหมด ความศิวิไลน์มีทุกพื้นที่จนอยากจะเดินท่อมๆ เพื่อชื่นชม ติดที่เจ้ปลาห้ามไว้ ไม่อย่างนั้น เวลานี้ลอออรคงเดินอยู่บนถนนสำรวจไปทั่วแล้วแหละ
“ฉันนอนก่อนนะ ไม่ไหวล่ะตาจะปิด” ปานแขพึมพำบอก หลังจากนั้นไม่นานลอออรก็ได้ยินเสียงกรนเบาๆ
หญิงสาวถอนใจดังเฮือก คืนนี้ไม่รู้จะข่มตาหลับลงหรือเปล่า เมื่อรู้สึกตื่นเต้นไปหมด
กำลังคิดอะไรเพลินๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
ก๊อกๆ
ลอออรผุดลุกขึ้นยืน เดินไปส่องตรงช่องตาแมว ก่อนจะรีบเปิดประตูเมื่อคนที่ยืนอยู่ด้านนอกคือเจ้ปลา
“เจ้ปลามีธุระอะไรกับอรคะ?”
“แหมๆ ฉันกะแล้วว่าหล่อนต้องไม่หลับไม่นอน” เสียงแหวแฝงความเอ็นดู
“อรตื่นเต้นนี่คะ”
“ยะ ฉันรู้ คนแอคทีฟอย่างหล่อนนอนไม่หลับหรอก ฉันเลยมีงานให้ทำ” ลอออรเป็นเด็กสาวหัวไวและเข้าตาเจ้ปลามาตั้งแต่แรก หญิงตรงหน้าซื่อและไร้มารยา เจ้ปลาเลยรู้สึกเอ็นดู ไม่เหมือนกับสาวๆ คนอื่นๆ ที่มีทีท่าระริกระรี้ จุดประสงค์ของแม่พวกนั้นไม่ได้ตั้งใจมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์หรอก ใครก็รู้ แต่ละนางพุ่งเป้าไปที่CEO ของซาลูทั้งนั้น
แม้แต่เจ้ปลาเอง ยังใจวิบวับทุกครั้งที่ได้ประจันหน้ากับชายผู้นั้นเลย
นับประสาอะไรกับผู้หญิงพวกนี้เล่า
“เจ้จะให้อรทำอะไรคะ” ประกายตาลอออรวิบวับ
“คนที่ซาลูให้เข้าไปรับแผนงานตอนนี้ แต่เจ้เมื่อยขี้เกียจไปเอง อรไปเอาให้เจ้หน่อยได้ไหมล่ะ”
เจ้ปลารู้ดีภาษาฝรั่งเศสของลอออรถึงระดับไหน ในเมื่อคัดมาเองกับมือ แถมลอออรดูน่าไว้ใจที่สุดในบรรดาเด็กฝึกงานที่พามาทั้งหมด
“ได้ค่ะ อรไปได้”
เจ้ปลาหัวเราะหึๆ กับอาการกระตือรือร้นของลอออร แววตาโชนแสงนั่นระยิบระยับชวนมอง คงเป็นสิ่งเดียวในตัวลอออรที่เป็นเสน่ห์ดึงดูด ดวงตากลมโตใสกระจ่าง ไร้จริตและใสซื่อ
“อย่าให้หลงทางล่ะ รู้ใช่ไหมต้องไปที่ไหน” เจ้ปลาถามย้ำเพื่อความมั่นใจ
ลอออรพยักหน้ารัวๆ แค่คิดว่าจะได้ออกไปด้านนอกก็ตื่นเต้นแทบบ้า
“นี่โทรศัพท์เจ้ พอไปถึงก็โทร. หาคุณทิโมธีน่ะ เขารอเอาเอกสารให้”
เจ้ปลาส่งโทรศัพท์ของตนเองให้ พร้อมกับย้ำกับลอออรอีกครั้ง
ลอออรพยักหน้ารับ เธอรีบออกจากห้องพักเพื่อไปรับเอกสารแทนเจ้ปลา มีความตื่นเต้นวิ่งพล่านในเส้นเลือดนี่นับเป็นครั้งแรกที่เธอกำลังเดินท่อมๆ อยู่ในเมืองใหญ่อย่างปารีส ผู้คนหลายสัญชาติเดินสวนกันจนตาลาย ลอออรมองหารถประจำทางเพื่อโดยสารไปที่ซาลู เธอสาวเท้าเดินตรงไปที่จุดจอดรถประจำทาง ใช้เวลารอไม่นานเลยสำหรับรถประจำทางสายที่รอแล่นเข้ามาจอด
เธอเดินตามผู้โดยสารคนอื่นขึ้นไปด้านบน หลังชำระค่าโดยสารลอออรกวาดตามองหาที่นั่ง เธอได้ที่นั่งติดกระจกค่อนไปทางด้านหลัง ผู้โดยสารท่านอื่นนั่งเงียบๆ คงเป็นความเคยชินของพวกเขา แต่ลอออรไม่ เธอตื่นเต้นจนหัวใจแทบระเบิด ทิวทัศน์สองข้างทางทำให้เธอตื่นตาตื่นใจ ลอออรรีบพิมพ์ภาพเหล่านั้นไว้ในความทรงจำ
มันไม่ใช่ครั้งสุดท้ายหรอกที่เธอจะมาเยือนฝรั่งเศสหรอก ตราบใดที่ความฝันของเธอยังไม่สัมฤทธิผล
สมุดเล่มเล็กที่ลอออรมักจะจดบันทึกความประทับใจของตัวเองลงไป เธอล้วงออกมาสเกตสิ่งที่ผุดขึ้นมาในสมอง เพราะบางทีเธออาจจะใช้สิ่งเหล่านี้สานฝันเพื่อตัวเอง
ประสบการณ์ลอออรยังน้อย เธอยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ แต่ลอออรไม่เคยท้อ คงมีสักวันแหละที่เธอจะเดินไปถึงจุดหมาย
บิลบร์อดบนอาคารหลังใหญ่กำลังฉายภาพของใครบางคน แปร่งๆอรมองตาค้าง ชายผู้นั้นมีเสน่ห์เสียจนเธอเกือบลืมหายใจ เขาไม่ใช่ใครเลย ผู้ชายคนนั้นคือเควิน ดิดิเย่ร์ ขาสวมชุดสีดำเป็นประจำ แต่ไม่เหมือนคนอื่นหรอก ทุกชุดที่เควินใส่ถูกออกแบบตัดเย็บจากดีไซเนอร์มือดีของซาลู หากเควินไม่ใช่CEO เขาเอาดีทางการเดินแบบก็คงทำเงินให้เควินไม่น้อย
แต่เพราะเควินมีสมองมากกว่าความหล่อเหลา เขาเป็นผู้บริหารที่มองการณ์ไกล เควินเดาความชอบของผู้หญิงถูกเสมอ เขารู้ใจพวกเธอ เหมือนกับไปนั่งอยู่กลางใจ
ท่าทางเคร่งขรึมของเขาเรียกเสียงกรี๊ดจากสาวๆ ได้ตลอด แต่การเข้าถึงเขานั้นเป็นการยาก ชายผู้นั้นงานยุ่งแทบไม่มีเวลาส่วนตัว
ซาลูสร้างเมล็ดเงินมหาศาลให้กับเขา แต่เควินก็ยังขยันทำงานทุกวัน เขาทำงานเหมือนกลัวว่าตัวเองจะจากโลกนี้ไปในวันนี้พรุ่งนี้ คนในปารีสรู้ดี แต่ไม่มีใครห้ามเขาได้สักคน เควินกโหมทำงานหนัก แต่เวลาและความเหนื่อยล้ากลับทำร้ายเขาไม่ได้
ผู้ชายอายุสี่สิบบวกคนนี้ ยังคงหล่อเหลาเหมือนเดิม
ลอออรถอนใจดังเฮือก เธอชักสายตากลับมาจากบิลบอร์ด ไม่อย่างนั้นเธออาจจะเลยจุดจอด
เมื่อรถประจำทางจอดสนิท ประตูเปิดให้ผู้โดยสารลงจากรถ ลอออรเดินตามผู้โดยสารคนอื่น เธอมัวแต่มองความอลังการของตึกตรงหน้า จนเกือบสะดุดฟุตบาทล้ม
“อุ้ย!” หญิงสาวเซไปข้างหน้าหลายก้าว กว่าจะตั้งหลักได้
ลอออรกวาดตามองไปรอบๆ โชคดีเธอเป็นเวลาดึกพอสมควร ผู้คนเลยไม่ค่อยพลุกพล่าน ไม่อย่างนั้นเธอคงขายขี้หน้าพวกเขา หากพลาดล้มลงไปบนพื้น
“แหะ” เธอฝืนยิ้มแหยๆ ไปรอบๆ ตัว หลังจากตั้งหลักได้ ลอออรมองหาที่นั่ง ขาเธอสั่นจนฝืนทรงตัวไว้คงไม่ดีเท่าไหร่ ในที่สุดเธอก็เจอที่พักขา ลอออรทิ้งตัวลงนั่งแบบไม่ต้องคิด เธอไม่ได้สวมกระโปรงเลยไม่ต้องระมัดระวังตัวนัก เธอสวมกางเกงตัวโคร่งกับสเวตเตอร์สีเทาที่สวมทับเสื้อยืดสีขาว แถมยังมีผ้าพันคอผืนโตพันอยู่รอคออีกด้วย เธอคงเป็นตัวประหลาดสำหรับคนอื่น เพราะลอออรแอบเห็นมีหลายคนแอบมองเธอด้วยสายตาแปลก
เธอพยายามไม่ใส่ใจสายตาของคนเหล่านั้น
ลอออรล้วงโทรศัพท์ของเจ้ปลาออกมากดโทรออก เธอไม่ได้มาเพื่อเดินเล่น ดังนั้นต้องรีบทำภารกิจให้สำเร็จ เธอจะได้มีเวลาสำรวจความเป็นไปในปารีส เมื่อมันเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับเธอตอนเรียน
หลังได้ยินคำทักทายจากปลายสาย “สวัสดีค่ะ ดิฉันมารับเอกสารแทนเจ้ปลาค่ะ ไม่ทราบว่าจะให้ดิฉันไปรับได้ที่ไหนคะ?”
ทิโมธีเบนโทรศัพท์ออกห่าง ปลายสายเสียงไม่คุ้นหู สำเนียงแปร่งๆ แต่ก็ถือว่าดีพอใช้