“โอ๋ ๆ ๆ อย่าร้องนะจ๊ะคนดีของป้า อย่าร้องนะจ๊ะ” มณีเมขลาพยายามปลอบให้เด็กน้อยสงบลง ก่อนจะสะดุ้งตกใจเมื่อหันไปเห็นเวคินที่ยืนทำหน้ายักษ์ใส่เธออยู่ตรงประตูห้อง
“เธอมีปัญญาเลี้ยงหลานฉันได้แค่นี้เหรอเมขลา หรือว่าเธออยากตายกันแน่” เสียงเข้มนั้นทำให้เด็กน้อยร้องไห้จ้ามากกว่าเดิม
“อย่าเสียงดังสิคะ” เธอถลึงตาใส่เขา
นี่เธอกล้าถลึงตาใส่เขาอย่างนั้นเหรอ
“ถ้าคุณยังเสียงดังฉันจะตัดลิ้นคุณซะ” เธอก็ทนไม่ไหวแล้วเหมือนกันจะข่มเหงกันไปถึงไหน
เวคินจำต้องถอยออกไปจากห้องก่อน ปล่อยให้เธอกล่อมหลานเขาให้นอนหลับ แล้วเขาจะคิดบัญชีกับเธอทีหลัง
มณีเมขลาวางหลานชายให้นอนลงบนที่นอนอย่างแผ่วเบา เธอผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อในที่สุดเด็กน้อยวาทิตก็หลับลงจนได้
เธอกำลังจะทิ้งตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยล้า เวคินก็กระชากเธอเต็มแรง เธอทำท่าจะร้องเขาก็อุดปากเอาไว้
“มานี่” เขาพูดเสียงดุเข้มแต่เบาแสนเบา เธอจึงต้องเดินตามเขาไป ถ้าขืนยังอยู่ในห้องนี้ เธอโต้เถียงกับเขาเสียงดัง เด็กน้อยวาทิตต้องตื่นขึ้นมาแน่นอน
“เจ็บนะ” มณีเมขลาร้องประท้วง ดึงข้อมือออกจากการเกาะกุม เธอลูบข้อมือไปมาด้วยความเจ็บ มองเขาอย่างเอาเรื่อง
“เธอติดต่อน้องชายของเธอได้รึยัง”
“ยังไม่ได้” เธอตอบออกไปตามจริง
“เธอพยายามช่วยให้น้องชายหนีไปรึเปล่า”
“ฉันไม่ทำแบบนั้นหรอก เพราะฉันอยากถามน้องชายเหมือนกันว่าเรื่องจริงมันเป็นยังไง และเขาหายตัวไปไหน เพราะปกติเมฆไปไหนต้องบอกฉันตลอด แต่ตอนนี้จู่ ๆ เขาก็หายไป มันแปลกมาก ฉันเป็นห่วงเขา กลัวจะเกิดอันตราย”
“ยังคิดจะถามอยู่อีกเหรอ ก็เห็นอยู่ว่าน้องชายของเธอทำน้องสาวของฉันท้อง แล้วก็พากันหนีไปด้วยกัน” เวคินเขย่าร่างของเธอจนหัวสั่นหัวคลอน
“โอ๊ย! ฉันเจ็บนะ” เธอร้องด้วยความเจ็บ เขาก็ผลักไสเธออย่างรังเกียจ ทำเอาหญิงสาวมองเขาอย่างเอาเรื่อง
“มองฉันแบบนี้หรือเธออยากจะมีเรื่อง”
“ใครจะกล้าไปมีเรื่องกับเจ้าพ่อแบบคุณกัน” เธอลูบแขนตัวเองด้วยความเจ็บ
การไม่ยั่วโมโหเขาคือสิ่งที่เธอควรทำ ไม่เช่นนั้นถึงตาย
แต่คนแบบเธอไม่ใช่จะยอมให้ใครมารังแกได้ง่าย ๆ
“ก็ดีที่เธอยังรู้สถานะตัวเอง”
“ฉันไม่รู้เรื่องอะไรด้วย จู่ ๆ คุณก็จับตัวฉันมา ฉันต้องทำงานนะ ป่านนี้ที่ทำงานไล่ฉันออกแล้วมั้ง” เธอพูดด้วยความโมโห
มณีเมขลาไม่ใช่คนยอมคน เธอสู้ยิบตา แต่ตอนนี้รู้ว่าสู้ไม่ไหวนี่สิเพราะเขามีอำนาจบารมีแถมยังเป็นเจ้าพ่อมีลูกน้องมาก
“ก็ให้มันไล่เธอออกเลย เธอไม่ทำงานสักคนนึงบริษัทคงไม่เจ๊งหรอกมั้ง” เธออยากหาอะไรฟาดปากเขานัก ถ้าไม่คิดว่าจะโดนเขายิงทิ้งแล้วเอาศพไปทิ้งลงในบ่อจระเข้ในไร่อันห่างไกลผู้คนแบบนี้เธอคงทำดั่งใจคิด
ดังนั้นตอนนี้เธอควรรักษาชีวิตเอาไว้ให้ดีที่สุด
“คุณนี่มัน” เธอพูดอย่างเหลืออด
“หน้าที่ของเธอก็คือเลี้ยงหลานของฉันให้ดี แล้วก็ติดต่อน้องชายของเธอให้ได้ เพราะน้องชายของเธอพาน้องสาวของฉันหนีไป จำใส่สมองเอาไว้” เขาเดินเข้าหาจิ้มหน้าผากของเธอรัว ๆ เธอก็ถอยหนีอย่างตกใจ
“ฉันรู้แล้ว เลี้ยงน้องยังไงให้ใจง่ายนอนกับผู้ชายจนท้องแล้วทิ้งลูกเอาไว้ให้คนอื่นเลี้ยงห้ะ คุณเป็นพี่ชายประสาอะไร” เธอจิ้มหน้าอกของเขารัว ๆ เดินเข้าหาอย่างไม่เกรงกลัวบ้าง
แต่สถานะต่างกัน เธอลืมข้อนี้ไปเสียสนิท ว่าอำนาจการต่อกรกับเขาเป็นศูนย์
“ใจง่ายอย่างนั้นเหรอ เธอหาว่าน้องฉันใจง่ายอย่างนั้นเหรอ” เขาตรงเข้าบีบคอเธอด้วยความโกรธและโมโหอย่างที่สุด
“แค่ก แค่ก แค่ก ฉันเจ็บนะ ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” เธอพยายามแกะมือที่เขาบีบคอของเธอออก
“อยากตายมากนักใช่ไหม ในเมื่อเธอบอกว่าน้องสาวของฉันใจง่าย งั้นเธอก็ใจง่ายเหมือนอย่างที่ด่าน้องสาวฉันบ้างก็แล้วกัน” เขาลากเธอเข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะผลักเธอไปที่เตียงนอนกว้าง
“ปล่อยนะไอ้คนเลว”
“ฉันให้เธอมาเลี้ยงหลานฉัน แต่ดันมาปากดี” เขาโถมทับเข้าหาร่างสาว เธอตาโตตกใจกับสิ่งที่เขาทำ
“นี่คุณปล่อยฉันนะ”
“เธอว่าน้องสาวของฉันใจง่ายใช่ไหม”
“ก็มันเรื่องจริง น้องคุณใจง่ายท้องกับใครก็ไม่รู้ มากล่าวหาน้องชายของฉัน” เธอโต้ตอบกับเขาปากคอสั่นระริก
น้องชายของเธอเป็นคนดี ไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นแน่ น้องชายของเธอรู้จักกับน้องสาวของเวคินเพราะเป็นเพื่อนกัน แล้วถ้าทั้งคู่มีอะไรกัน เธอจะไปห้ามอะไรได้ ขนาดเขายังห้ามไม่ได้เลย
แต่มันไม่เป็นแบบนั้นแน่ ๆ น้องชายของเธอไม่ได้ชอบผู้หญิงเสียหน่อย
“เธอนี่มันปากดีไม่เลิก”
“ฉันต้องพูด ไม่อย่างนั้นคุณก็จะเอาความผิดทั้งหมดมาโยนให้ฉันแบบนี้ น้องคุณไปนอนกับใครจนท้อง ก็ไม่รู้ แล้วคุณก็มาด่าฉัน โกรธฉัน เกลียดฉัน มันใช่เหรอ น้องคุณไปนอนกับใครฉันไม่ได้ตามไปดูใต้เตียงนะ คุณเองล่ะตามดูน้องคุณไหม ก็ไม่ได้ตาม ถ้าตามไปจริง ๆ ก็คงห้ามไม่ให้ไปเอากับใครจนท้อง”
“นี่เธอ!” เวคินโกรธจนตัวสั่น
“ฉันพูดเรื่องจริง”
“หุบปาก!”
“ทำไมถึงทำเป็นรับไม่ได้ นี่คือเรื่องจริงล้วน ๆ ฉันทำงานอยู่ดี ๆ ทำมาหากินสุจริต เลี้ยงน้องมาด้วยลำแข้ง ลำบากก็ไม่เคยบ่นเพราะพ่อแม่ตายหมด จู่ ๆ คุณก็สั่งคนไปจับตัวฉันมา จะให้ฉันรับผิดชอบยังไง ถ้าเขาไปทำอะไรกันจนท้องจริง แล้วฉันจะทำอะไรได้ ฉันไม่ใช่เหาฉลามนะ จะได้ว่ายน้ำตามไปส่องดูเขาอยู่ตลอดเวลา”
“อยากตายมากนักใช่ไหม” เวคินโกรธจนตัวสั่น
“ทำไม ฉันพูดเรื่องจริงทำเป็นรับไม่ได้”
“เธออยากตายใช่ไหม มานี่เลย” เวคินโกรธจนตัวสั่น ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครเคยด่าว่าเขาแบบนี้มาก่อน ชายหนุ่มกระชากร่างคนปากดีไปที่บ่อจระเข้
“นี่คุณจะทำอะไร ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ” เธอกรีดร้องอย่างตกใจเมื่อเขากดใบหน้าของเธอลงไปที่บ่อจระเข้ แม้จะรั้งแขนของเธอเอาไว้ แต่ถ้าเขาบ้าดีเดือดผลักเธอลงไปในบ่อ เธอต้องเป็นอาหารของจระเข้แน่ ๆ
“เธอพูดใหม่สิ พูดใหม่อีกที ไม่อย่างนั้นฉันจะโยนเธอลงไปในบ่อจระเข้” เวคินโกรธจนหน้าแดงก่ำ เธอปากดีมากที่กล้าลองดีกับเขา
มณีเมขลามองลงไปในบ่อจระเข้ที่มีจระเข้เป็นจำนวนมาก ทุกตัวดูน่ากลัว ล้วนแล้วแต่อ้าปากรองับเหยื่อแล้วเหงื่อตก เธอต้องตั้งสติ ไม่อย่างนั้นเธอจะกลายเป็นปลาหมอตายเพราะปากก็เป็นได้!
“น้องชายฉันเป็นคนดี เขาไม่เคยเกเร”
“นี่เธอยังปากดีอีกเหรอ” เวคินไม่เคยเจอใครดื้อรั้นเหมือนเธอมาก่อน
“ฉันขอโทษที่ว่าน้องคุณใจง่าย บางทีน้องคุณเป็นผู้หญิงไม่รู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมผู้ชาย อาจจะโดนหลอกจนท้องได้ แต่ฉันมั่นใจว่าน้องของฉันไม่ได้ทำน้องสาวคุณท้องแน่นอน เพราะถ้าเขาทำแบบนั้นจริง ๆ เขาจะต้องบอกฉัน เราคุยกันทุกเรื่อง” เธอพยายามอธิบายไม่กระชากเสียงใส่เขา
“เธอทำให้ฉันโกรธ” เสียงของเขาทำให้เธอตัวสั่นระริก “เธอก็อย่าอยู่เลย”
“ถ้าฉันตายไปใครจะช่วยเลี้ยงหลานให้คุณ” เธอเริ่มต่อรอง
“ฉันจ้างพี่เลี้ยงเอาก็ได้ ฉันมีเงินจะหาพี่เลี้ยงที่ดีกว่าเธอเป็นร้อยเท่าพันเท่า ฉันก็ทำได้”
“คุณอยากเจอน้องชายของฉันไม่ใช่เหรอ ถ้าฉันอยู่ที่นี่ เขาต้องติดต่อกลับมาแน่”
“ไหนเธอยืนยันนักหนาว่าน้องชายของเธอไม่ได้ทำน้องสาวฉันท้องไง คราวนี้จะมาตุกติกอะไรอีก”
“น้องชายของฉันเขาไม่ได้ชอบผู้หญิง คือฉันสังเกตเอาน่ะว่าเขาอาจจะไม่ใช่ผู้ชายแท้ จะทำน้องสาวของคุณท้องได้ยังไง” เธอโพล่งออกไป ที่ไม่พูดตั้งแต่ทีแรกเพราะกลัวว่าเขาจะหาว่าเธอโกหกอีก แต่ตอนนี้ถ้าอยากเอาตัวรอด ก็ต้องพูดทุกอย่างให้เขาฟัง เขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็สุดแต่เขา
“นึกว่าโกหกว่าน้องชายตัวเองเป็นตุ๊ดเป็นเกย์แล้วจะรอดเหรอ”
“ฉันคิดแล้วว่าคุณจะต้องไม่เชื่อ”
“แล้วทำไมเธอไม่พูดแต่แรกล่ะ”
“ก็ฉันคิดว่าคุณต้องไม่เชื่อไง ฉันเลยไม่พูด พอฉันพูดคุณก็ไม่เชื่อจริง ๆ”
“เธอนี่มันเล่นลิ้นกลับกลอกไปมา เชื่อถืออะไรไม่ได้ ไม่รู้น้องสาวของฉันไปคบกับน้องชายของเธอได้ยังไง”
“ปล่อยฉันก่อนเถอะ ฉันขอร้อง ถ้าคุณเกิดปล่อยมือ ฉันต้องตกลงไปในบ่อจระเข้แน่ ๆ” เธอมองจระเข้แล้วเหงื่อตก มันไม่ใช่สัตว์เลี้ยงแสนเชื่องที่จะเข้ามาหยอกล้อกับเธอนะ มันจะงับเธอแล้วกลืนลงท้องต่างหากล่ะ
“กลัวเหรอ”
“กลัวสิ ฉันเป็นคนตรง ๆ พูดอะไรก็คิดแบบนั้นไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอะไรอย่างที่คุณคิดหรอกนะ ตอนนี้ฉันกลัวก็บอกว่ากลัว หรือคุณไม่กลัว ถ้าคุณไม่กลัวกระโดดลงไปในบ่อให้ฉันดูสิ” มณีเมขลาอยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ตายนัก อยากให้เขาปล่อยแต่ดันไปปากหมาใส่เขาอีก
“เธอนี่มัน” เวคินสบถยาวเหยียด
“ฉันจะพยายามตามหาน้องชายให้คุณโอเคไหม” เธอเอ่ยกับเขา ชีวิตของเธอลำบากมามาก ตั้งแต่บิดามารดาเสียชีวิต ต้องดูแลน้องชายมาเพียงลำพัง เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ทำงานสารพัด ตั้งแต่งานรับจ้างแบกห้าม งานบริการ พนักงานเสิร์ฟ ล้างจาน แจกใบปลิว กว่าจะเรียนจบมีงานทำ เลือดตาแทบกระเด็น เธอเพิ่งได้งานประจำทำมั่นคงก็มีอันต้องโดนไล่ออกจากงานเพราะเวคินไปจับตัวเธอมา ป่านนี้บริษัทไล่เธอออกจากงานแล้วล่ะ ใครมันจะรอเธอ เขารับคนใหม่ที่รับผิดชอบไม่ทิ้งงานแบบเธอมาทำงานไม่ดีกว่าเหรอ
“ฉันต้องได้มากกว่านี้จากเธอ ไม่อย่างนั้นจะมีอะไรรับประกันได้ล่ะว่าเธอจะไม่คิดหนีหรือตุกติกอีก แล้วถ้าน้องชายของเธอติดต่อมา เธอไม่บอกฉัน ฉันจะทำยังไง”
“คุณต้องการอะไร”
“ตัวเธอไง”
“ฮะ คุณว่าอะไรนะ” เธอตกใจน่ะสิ
“หน้าตาเธอก็พอไปวัดไปวาได้ มาเป็นผู้หญิงของฉัน เลี้ยงหลานให้ฉัน รอจนน้องสาวหรือน้องชายของเธอติดต่อมา”
“มันจะมากเกินไปแล้วนะ ฉันจะยอมนอนกับผู้ชายที่รักเท่านั้น”
“พูดแบบนี้แสดงว่ายังจิ้นอยู่นะเหรอ” เขามองเธอไม่วางตา ในขณะที่ยังกดศีรษะของเธอลงไปในบ่อจระเข้ แค่เขาผลักเธอก็จะตกลงไปในนั้นทันที
หากเธอฉลาดรักตัวกลัวตายก็ต้องยอมตกลงกับเขา
“โอ๊ย! ฉันเจ็บนะ” เธอร้องด้วยความเจ็บเมื่อเขาบิดแขนของเธอที่ถูกไพล่หลังเอาไว้
นึกอยากย้อนเวลากลับไปในอดีต จะไปหัดเรียนมวยไทยจะได้เอาตัวรอดจากคนพาลได้แบบนี้
“ว่าไงล่ะฉันรอฟังคำตอบของเธออยู่นะ”
“ถ้าฉันไม่ยอมล่ะ”
“ไม่ยอมก็ได้ ฉันก็จะโยนเธอลงไปในบ่อจระเข้ แล้วก็ให้คนตามไล่ล่าน้องชายของเธอแล้วยิงมันทิ้งซะ” มณีเมขลากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง เธอคิดว่าเขาจะทำอย่างปากพูดจริง ๆ เพราะเขาเป็นเจ้าพ่อ มีอำนาจ มีเส้นสาย มีเงิน ดีไม่ดีน้องชายเธอไม่ได้ติดต่อมา เขาอาจสืบรู้ว่าน้องชายเธออยู่ที่ไหนแล้วฆ่าชายเธอ เธอจะทำยังไง
เธอต้องช่วยน้องชายก่อน หากเขาไม่ได้ทำแต่โดนใส่ร้าย หรือแม้แต่ตัวเธอในเวลานี้ก็ควรเอาตัวรอดก่อน ก่อนบิดามารดาตายจากได้ฝากน้องชายคนเดียวเอาไว้ เธอรับปากไปแล้วว่าจะดูแลเมฆให้ดี เมื่อยังไม่ได้เจอตัวเมฆ และยังไม่รู้ความจริง เธอก็ควรรักษาชีวิตเอาไว้ก่อน
“ฉันยอมคุณ ยอมคุณก็ได้” เธอเอ่ยขึ้น เขาก็ยอมปล่อย มณีเมขลาดิ้นจากปากบ่อจระเข้มานั่งลงบนพื้นอีกด้านอย่างหมดแรง เธอหอบจนตัวโยน เหงื่อโซมไปหมดทั้งร่าง พลางเงยหน้ามองเขาเขม็ง
“คุณจะบีบบังคับฉันไปถึงไหน”
“เรื่องอะไรไม่ทราบ”
“ข้างกายคุณก็มีผู้หญิงมากมาย จะอยากได้สักกี่คนก็ย่อมได้ ทำไมถึงมาอยากได้ฉัน”
“ตอนแรกไม่อยากได้ แต่เธอปากดี ฉันก็อยากรู้ว่าคนปากดีแบบเธอจะลีลาเด็ดขนาดไหน”
“เลว”
“ฉันให้คนตามหาน้องชายของเธอกับน้องสาวของฉันก็ไม่เจอ ไม่รู้ว่ามันไปหลบอยู่ที่ไหน ฉันก็เลยต้องเอาเธอมาเป็นเหยื่อล่อ จำเอาไว้ว่าเธอไม่มีวันหนีฉันพ้น แล้วเธอก็ต้องดูแลหลานฉันให้ดี ไม่อย่างนั้นฉันจะจับเธอโยนลงไปในบ่อให้เป็นอาหารของจระเข้ซะ” เขาบีบปลายคางของเธอจนหญิงสาวต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
“ปล่อยนะ”
“ไปอาบน้ำเตรียมอ้าขาให้ฉันเอา” เขาผลักปลายคางของเธอออกห่าง ก่อนที่จะรั้งร่างของเธอให้เดินตามกลับไปยังห้องพัก
มณีเมขลาเหงื่อตก เธอกำลังคิดหาทางเอาตัวรอด เธอจะทำยังไงดีนะ จะให้รอดพ้นเงื้อมือของเขา
แล้วสวรรค์ก็เมตตาเธอ
เมนส์มา!
หลังอาบน้ำอาบท่าเสร็จเรียบร้อย เนื้อตัวหอมกรุ่น แต่ประจำเดือนกำลังไหลราวน้ำเชียวกราด
เขาให้เธอใส่ชุดซีทรู
โรคจิต บ้ากาม!
เธอด่าเขาในใจ แต่เธอต้องสวมใส่ชุดอัปยศนั่น ไม่อย่างนั้นเธอก็จะตาย เธอยังไม่อยากตายก็ต้องรักษาชีวิตเอาไว้ก่อน
“ทำไมถึงเดินแบบนั้น” เวคินที่นั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงหรี่ตามองไม่วาง
“ฉันเอ่อ ฉัน... ฉันมีเมนส์”
“หือ...” เขาครางก่อนลุกจากเตียงไปกระชากเธอมากดลงบนที่นอน ก่อนที่จะถลกชุดซีทรูขึ้น
มณีเมขลาหลับตาปี๋ เธอทั้งอายทั้งโกรธที่เขาทำแบบนี้
“นี่เธอมีเมนส์จริงๆ เหรอ” เขาล้วงเข้าไปในกางเกงในเนื้อบาง พลางจ้วงปลายนิ้วกลางเพื่อสัมผัสของเหลวสีแดงเหนียวหนืด แล้วสบถยาวเหยียด
การกระทำของเขาทำให้เธออายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี คนบ้าป่าเถื่อน เธอขอสาปแช่งเขาให้ไอ้นั่นของเขาใช้การไม่ได้ โทษฐานที่เขากล้าเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอถึงขนาดนี้
“หาผ้าอนามัยให้ฉันด้วย ไอ้คนเฮงซวย” เธอผลักเขาจนกระเด็น ดึงชุดซีทรูเนื้อผ้าบางเบามาปิดกลางลำตัวเอาไว้
“หน้าที่ฉันเหรอต้องหาผ้าอนามัยให้เธอ” เขาถลึงตาเข้าใส่
“แล้วจะให้ฉันนอนเลือดไหลอยู่แบบนี้เหรอ ไอ้คนเฮงซวย ป่าเถื่อน ไร้หัวใจ”
“กล้าด่าฉันว่าเฮงซวยอีกคำเดียว เธอแหลกคามือแน่” ไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าด่าเขาแบบนี้มาก่อน เธอกล้ามาก ปากดีมาก เขาตรงเข้าจะบีบคอเธอ แต่เธอรีบเอามือรวบคอเอาไว้ ก่อนจะหนีลงจากเตียงไปอีกด้านของห้อง
“มานี่” เขาโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยง
“เรื่องอะไรฉันจะเดินไปให้คุณบีบคอกันล่ะ”
“เธอนี่มัน” เวคินเริ่มด่าเธอไม่ออก เขาออกไปตะโกนเรียกคนใช้ให้ไปหาผ้าอนามัยมาให้มณีเมขลา ทำเอาหญิงสาวหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู
“ไอ้คนบ้า ไม่รู้จักทะนุถนอมผู้หญิงเลย แบบนี้ไงถึงไม่ใครเอาทำผัว”
“คุณรู้ได้ยังไงคะว่านายไม่มีใครเอาทำผัว” สาวใช้ที่เข้ามาในห้องเอ่ยถามขึ้น ทำเอามณีเมขลาสะดุ้งสุดตัว เธอหันขวับไปมอง ก็เห็นว่าอีกฝ่ายถือผ้าอนามัยเข้ามาให้เธอหนึ่งห่อ
“นี่ของคุณค่ะ”
“ขอบคุณ” เธอยื่นมือไปรับ แต่อีกฝ่ายแกล้งทำมันตกหล่นเพื่อให้เธอเก็บ
“อุ๊ย! หลุดมือน่ะค่ะ”
“นี่เธอ”
“ถ้าคิดจะมาจับคุณเวย์ล่ะก็ ล้มเลิกความคิดไปได้เลย คุณเวย์น่ะเขาไม่สนใจผู้หญิงคนไหนหรอก อย่างเธอเขาก็เห็นเป็นแค่ดอกไม้ริมทาง”
“พูดแบบนี้หมายความว่าเขาสนใจเธอหรือไง” มณีเมขลาผู้ไม่เคยยอมใครเอ่ยถามกลับไปอย่างทันกัน ทำเอาคนถูกถามหน้าแดงก่ำในทันที
“ใช่ คุณเวย์สนใจฉัน” คนพูดปากคำสั่นไม่มีความมั่นใจเลยสักนิด
มณีเมขลาเดินไปมาตรงหน้าของล้อมเดือน ก่อนจะประเมินสถานการณ์
เธอคิดว่าอีกฝ่ายต้องแอบชอบเวคินเจ้านายของตัวเองแน่ เลยแอบยั่วยวนสารพัด แต่เวคินไม่เอา ก็เลยกลายเป็นหมาหวงก้างอยู่แบบนี้ มันต้องแบบนี้แน่ ๆ
“มองฉันแบบนั้นทำไม”
“ทำไมผู้หญิงที่คุณเวย์ชอบถึงได้เป็นแค่คนใช้ล่ะ ถ้าเขาชอบเธอจริง เขาน่าจะยกย่องให้เธอเป็นคนรักอยู่เหนือผู้หญิงคนอื่นนะ นี่เธอเป็นแค่คนใช้ให้เขาจิกเรียกเอาผ้าอนามัยมาให้ฉันเองนะ” มณีเมขลาเอ่ยถาม เลือดประจำเดือนก็ไหลเปรอะเปื้อนไปตามขา แต่เธอหาได้สนใจไม่ ต้องพูดคุยกับยายปากแดงหน้าขาววอกนี่ให้รู้เรื่องก่อน
“ฉันไม่ใช่คนใช้ แต่เป็นแม่บ้านของคุณเวย์ คุณเวย์ไว้วางใจฉัน ให้ฉันดูแลบ้านช่องของเขา จัดการทุกอย่างในบ้าน ทั้งค่าใช้จ่าย ค่าอาหาร เขาให้อำนาจฉัน ให้เงินฉัน”
“อืม... แสดงว่าเขาไว้ใจแม่บ้านอย่างเธอมาก ถึงให้ดูแลจัดการทุกอย่าง”
“นี่เธอ”
“โกรธอะไร ที่ฉันหาว่าเธอเป็นแค่แม่บ้านอย่างนั้นเหรอ ก็มันเรื่องจริง เธอก็บอกอยู่เมื่อกี้ ยังจะมาโกรธฉันอีก คนเรานี่แปลก เป็นอะไรนักหนาไม่ค่อยยอมรับความจริงกันเลย”
“ฉันขอเตือนเธอเอาไว้ว่าอย่ายั่วคุณเวย์อีก ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน”
“ไปเตือนเจ้านายของเธอดีกว่าไหมว่าอย่าไปยุ่งกับผู้หญิงคนไหนที่เขาไม่เต็มใจอีก จะเตือนผู้หญิงด้วยกัน เตือนฝั่งผู้ชายโน้น” พูดจบมณีเมขลาก็รีบเดินหนีเข้าห้องน้ำไป ล้อมเดือนอยากจะเข้าไปกระชากผมตบมณีเมขลาเสียให้หน้าหัน
มณีเมขลาเข้าห้องน้ำก็มองสภาพตัวเองแล้วถอนใจเฮือกใหญ่ นอกจากต้องรบราฆ่าฟันกับผีดิบสุดโหดอย่างเวคินแล้ว ยังต้องเอาตัวรอดจากนางสนมในฮาเร็มของเขาอีก หึงหวงกันขนาดนี้คงขึ้นเตียงกันแล้ว สงสัยว่าผู้หญิงในอาณาจักรของเขาคงโดนเขาฟาดเรียบไม่เหลือ
เขาว่าสมภารไม่กินไก่วัด แต่อีตาเวคินฟาดเรียบไม่เหลือซาก
เหลือเชื่อจริง ๆ!
แบบนี้จะปกครองกันยังไงล่ะ ก็มีแต่ผู้หญิงมักใหญ่ใฝ่สูงอยากเป็นเมียออกนอกหน้า เผยอขึ้นมาวางอำนาจบาตรใหญ่ แก่งแย่งชิงดีกันน่ะสิ
ชิ! อีตาจอมโหดหื่นกามสิ้นดี
การมีเมนส์ทำให้เธอรอดปลอดภัยจากเวคินอยู่หลายวัน แม้ไม่คิดว่าจะต้องมาเลี้ยงเด็กอีก แต่เธอก็เคยมีประสบการณ์เลี้ยงเด็กมาก่อน
ในอดีตเธอทำงานสารพัด แม้แต่รับจ้างเลี้ยงเด็ก เพราะต้องการหาเงินมาเรียนต่อ ส่งเสียตัวเองเรียนไม่พอ ยังต้องส่งเสียน้องชายคนเดียวให้เรียนอีก ไหนจะค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอีกจิปาถะ
ใครไม่เคยลำบากหรือยากจนมาก่อนไม่รู้หรอกว่าชีวิตที่ไม่ได้มีเงิน มันต้องดิ้นรนสักแค่ไหน
“หิวเหรอ ดูดนมนี่นะคะ” เห็นเด็กน้อยทำปากแบบนี้ก็รู้ว่ากำลังหิวนม เธอตบก้นเด็กน้อย ให้เจ้าตัวเล็กดูดนมอย่างสบายอารมณ์
เธออาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่ ประแป้งหน้าขาว ทำให้หนูน้อยอารมณ์ดี สบายตัว ดวงตาแจ๋วแหววนั้นมองเธอไม่วาง ทำให้เธอนึกเอ็นดูไม่น้อย
“หน้าตาดีเชียวเรา โตขึ้นต้องหล่อมากแน่ ๆ” เด็กน้อยผิวดี หน้าตาก็ดี ผมดกดำ คิ้วดกดำตั้งแต่เด็ก เธออาบน้ำป้อนนม เลี้ยงดูอยู่ทุกวันจึงเกิดความผูกพันไม่น้อย
“รู้ไหมว่าเราน่ะเป็นผู้มีพระคุณของป้าเลยนะ” เธอทำเสียงอือ ๆ ออ ๆ เมื่อเด็กน้อยดึงจุกนมออกจากปากแล้วพูดอ้อแอ้ฟังไม่ได้ศัพท์เหมือนจะคุยโต้ตอบแต่ยังคุยไม่ได้
“เรื่องอะไรน่ะเหรอ ก็ป้าน่ะหนีจากอีตาลุงหื่นกามของเราได้ไง นี่ว่าจะโกหกว่ามีเมนส์ไปอีกสักสิบวัน เราว่าดีไหม แต่เรียกป้าดูแก่ไป เรียกพี่ดีกว่า พี่ยังไม่แก่นะ อายุแค่ยี่สิบกว่า ๆ เอง” เธอพูดอย่างอารมณ์ดี แต่รู้สึกเหมือนใครกำลังมองอยู่ จึงเงยหน้าขึ้นไปก็เจอกับคนที่ยืนค้ำหัวอยู่
“คุณเวย์” เธอเรียกชื่อเขาตามที่คนอื่นเรียก ก่อนจะล้มหงายหลังไปเลย
“แบบนี้นี่เอง ที่เธออยู่รอดมาหลายวันเพราะโกหกฉันว่ายังมีเมนส์อยู่นี่เอง เธอนี่มันสารพัดพิษจริงๆ” เขากระชากแขนของเธอขึ้นจากข้างเบาะนอนของหลานชาย
“นี่คุณ ฉันเจ็บนะ”
“แล้วนี่เธอทำอะไร ปะแป้งหลานฉันจนหน้าขาวอะไรแบบนี้ น่าเกลียด”
“น่าเกลียดที่ไหน น่ารักจะตายไป ฉันก็เลี้ยงเขามาหลายวัน ประแป้งให้ทุกวัน”
“เธอนี่มัน” เขาโมโหที่เธอชอบกวนอารมณ์เขา
เสียงร้องไห้จ้าของวาทิตดังขึ้น ทำให้เวคินตกใจ
“หลานฉันร้อง รีบไปดูสิ เขาร้องทำไม”
“ก็คุณเสียงดัง เด็กกำลังนอนกินนม กำลังเคลิ้มจะนอนก็มาตะโกนโหวกเหวกโวยวาย บ้าหรือไงคุณ”
“นี่เธอ” เวคินอยากบีบคอเธอให้ตาย แต่ก็ทำไม่ได้
“คุณก็อุ้มหลานคุณสิ กล่อมให้หยุดร้อง”
“ทำไมเธอไม่ทำ”
“คุณทำแกร้องไห้ คุณก็ต้องรับผิดชอบ”
“นี่เธอ”
“งั้นก็ปล่อยไว้แบบนี้” เธอยียวนใส่เขาบ้าง จะได้รู้ว่าเลี้ยงเด็กมันไม่ได้ง่าย
“ได้ฉันจะกล่อมหลานฉันนอนเอง ปากดีแบบเธอไม่ต้องมาแตะต้องหลานชายฉันอีก” เขาแยกเขี้ยวใส่เธอ
“เอาที่ชอบ” เธอยืนกอดอกอย่างไม่แคร์
เวคินรีบอุ้มหลานชายตัวน้อยมาปลอบ แต่ปลอบเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเงียบ เรียกสาวใช้มาให้ช่วยกล่อมมาช่วยดูก็ไม่มีใครเอาอยู่ วาทิตยังร้องไห้จ้าไม่ยอมหยุด