ตอน 1

พันธะรักซ่อนร้าย Bad Romance

บทนำ

โดย Queenie P.

ภายในห้องทำงานสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ยามนี้มีเพียงแสงสว่างจากจอคอมพิวเตอร์ที่ส่องสว่างอยู่ เบื้องหลังจอสี่เหลี่ยมนั่น มีบุคคลร่างเล็กในชุดโม่งดำ ที่มีหน้ากากสีดำปิดครึ่งบนของใบหน้าเอาไว้  ปากอิ่มได้รูปกำลังคาบอมยิ้มจนแก้มป่อง ตากลมสวยกรอกกลิ้งไปมาเพ่งมองหน้าจอ ขณะที่นิ้วเรียวรัวแป้นพิมพ์ กดคำสั่ง ดึงข้อมูล อย่างคล่องแคล่วไม่หยุด  เพียง 15 นาที หล่อนก็ได้ข้อมูลทุกอย่างไว้ในมือ หลังจากที่หน้าจอกำลังจะดับลง  หญิงสาวเหยียดกายลุกขึ้นยืน บิดขี้เกียจไปมาเพียงครู่ ก่อนจะยกมือถือขึ้นมา 

“ เตรียมรถ อีก 10  นาที เจอกันที่ลานจอดรถ” 

(ครับ)

แววตาซุกซนเป็นประกาย เมื่อมาหยุดยืนมองขึ้นไปที่กล้องวงจรปิดภายในห้องทำงานหรู ของท่านรองประธาน  เธอส่ายหน้าทำท่าจิ๊ปากสองสามที

“ถ้าไม่ติดว่าที่บ้านฉันรวยอยู่แล้ว ฉันคงต้องหยิบอะไรไปบ้างแล้วล่ะ นายควรเปลี่ยนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยกทีมนะเนี่ย!! หึ หึ”

ทันใดนั้นในความมืด ก็มีแสงสว่างจากด้านนอกลอดเข้ามา พร้อมประตูบานใหญ่ที่เปิดออกกว้าง พร้อมผู้มาเยือนใหม่

“นั่นใครน่ะ  หยุดนะ!!”  

ชายหนุ่มร่างสูงเข้ามาประชิดตัวทันที แต่คนตัวเล็กก็ไวกว่าไม่แพ้กัน หล่อนเบี่ยงตัวหลบทันที ทั้งคู่เริ่มออกลวดลายปล่อยหมัด เหวี่ยงสลับไปมา อย่างไม่มีใครยอมใคร  เมื่อความได้เปรียบของสรีระของคนร่างสูงมีมากกว่า  คนตัวเล็กที่ทำท่าจะเพลี่ยงพล้ำ  ก่อนที่เธอจะหงายหลังลงไป  มือเรียวก็คว้าชายเสื้อสูทของคนตัวสูงไว้ได้ทัน

มือหนาแข็งแรงโอบรัดรอบเอวกิ่วไว้ได้  วินาทีนั้นเขารับรู้ได้ทันที ว่าคนตัวเล็กตรงหน้าเป็นเพียง สตรีอวดดีก็แค่นั้น  

“เธอเป็นใคร เข้ามาที่นี่ทำไม ? ”  เสียงกรอด รอดไรฟันถามขึ้นอย่างโมโห

มือหนาเอื้มมมาหมายจะเปิดหน้ากากคนตรงหน้าออก  แต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะทันได้ทำอย่างใจนึก  เขาก็รับรู้ได้ว่ามีปลายกระบอกปืนกดมาที่หน้าท้องหนาแข็งแรงของเขา

“ถ้าไม่อยากตาย ก็ถอยไปซะ!!”  เสียงหวานสั่งกร้าว ในน้ำเสียงไม่มีทีท่าหวาดกลัวสักนิด 

ชายหนุ่มทำได้เพียงถอยหลังชิดผนัง ยกมือสองข้างขึ้นสูงเหนือศีรษะ สายตาคมกริบใต้กรอบแว่นมองมาที่คนตัวเล็กอย่างคาดโทษ  

หญิงสาวก้าวเท้าเข้าหาเขาอย่างจงใจ แววตาประกายนั่นบ่งบอกว่า เธอกำลังสนุกกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ก่อนจะคลี่ยิ้มหวานออกมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา มือข้างเดิมยังกำปืนสั้นไว้แน่น  ก่อนจะใช้มืออีกข้างโน้มคอของเขาให้ก้มต่ำเข้าหา

หญิงสาวเขย่งปลายเท้าขึ้น และประกบปากไปที่ปากหยักสวยได้รูปของเขาอย่างจงใจ  ชายหนุ่มที่มีทีท่าขึงขังในทีแรก ต้องยอมเผยอปากกว้างขึ้นให้อีกฝ่ายสอดลิ้นนุ่มเข้ามาในโพรงปาก เมื่อรับรู้ถึงแรงกดของปลายกระบอกปืนในเชิงขู่  หญิงสาวบดจูบอ้อยอิ่งอยู่เพียงครู่ ก่อนจะรีบผละเขาอออก แล้ววิ่งหนีออกไป 

ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบกดสัญญาณกันขโมย ก่อนจะวิ่งตามหญิงสาวออกไปติด ๆ   จนมาถึงลานจอดรถ ก็มีมอเตอร์ไซค์คันใหญ่วิ่งออกมาพร้อมคนชุดดำแบบเดียวกัน และคนตัวเล็กก็รีบกระโดดขึ้นรถคันนั้นไป และหันหน้ามองมาทางด้านหลัง

ร่างสูงรีบหลับตาปี๋ เมื่อหญิงสาวชี้ปืนเล็งมาทางเขาพร้อมเหนี่ยวไกปืน แต่ทันใดนั้นก็มีแสงไฟสีส้มออกมาจากปลายกระบอกปืน พร้อมเสียงหัวเราะร่วน

“ไฟเช็ค !! งั้นเหรอ บ้าฉิบ !”

เขายืนขบกรามจนขึ้นเป็นสัน กำหมัดแน่น มองรถคันนั้นแล่นไปจนลับตา ไม่นานนัก เจ้าหน้าที่อีก 5 คน พร้อมคนสนิทของเขาก็มาถึง 

ชายหนุ่มเอามือขึ้นมาเช็ดปากตัวเองออกลวก ๆ  ราวกับว่าต้องการให้กลิ่นสตรอเบอร์รี่จากรสจูบนั่นหายไปจากลมหายใจของเขา

“เกิดไรขึ้นวะ ไอ้ภาค !”  กฤต ทนายหนุ่มและเพื่อนสนิทของเขาถามขึ้นทันที

“กลับไปที่ห้องทำงานฉัน ค่อยไปคุยกันที่นั่น!!”   ภากรกล่าวขึ้น คิ้วหนาขมวดยุ่ง ก่อนจะเดินนำทุกคนกลับไปที่ห้องทำงานเพื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิด และความเสียหายที่เกิดขึ้น

เธอเล่นผิดคนแล้ว  คิดจะเข้าถ้ำเสือ เธอควรรู้…ว่าฉันไม่ใช่เสือจำศีล!!

ตอน 2

หนุ่มหล่อในชุดสูทสีเข้ม กำลังนั่งเอนกายบนเก้าอี้ในห้องทำงาน ภายใต้กรอบแว่นมีแววตาเป็นประกาย ฉายแววดีใจอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่สายตาคมจดจ้องไปที่โทรศัพท์มือถือ ปากบางหยักสวยได้รูปของเขาค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมาอย่างพึงใจ  ก่อนที่มันจะหุบลงทันที คิ้วหนาเข้มเริ่มขมวดเป็นปม

ครืด ครืด  ข้อความใหม่  คุณนายไข่มุก

            มิชชั่น คอมพลีท  ค่าจ้างของฉัน คือ …จากนี้ไป ไม่ว่าเจ้าสัวฌานจะเสนออะไรมา ขอให้คุณปฏิเสธเท่านั้น !!

“เจ้าสัวฌาน งั้นเหรอ ทำไม ? ”

            หลังจากได้รับข้อความจากบุคคลปริศนา ภากรก็รีบกดเบอร์ไปยังเลขหมายนั้นทันที และเป็นไปตามคาดปลายทางที่เรียก ไม่สามารถติดต่อได้เช่นเคย  ข้อความที่เพิ่งได้รับสร้างความแปลกใจ และความสงสัยให้เขาอย่างมาก  เขาถอนหายใจออกมาหลังจากพยายามใช้ความคิดอย่างหนักแต่ทว่าก็ไม่สามารถตีความข้อความนั่นได้อยู่ดี

            ชายหนุ่มเลื่อนไปดูคลิปวิดีโอ ที่เขาได้รับมาก่อนหน้านี้ เป็นภาพหญิงสาว ที่เขาพยายามตามหามาตลอด 3 ปี เธอดูเปลี่ยนไปมาก แต่ถึงอย่างนั้นความสะสวยบนใบหน้าใจดีไม่ได้ลดหายไปเลย  เธออยู่ใกล้แค่เพียงเอื้อม แต่ทำไมสำหรับเขาแล้วช่างยากเย็นเหลือเกินในการตามหาเธอ

            ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงมากกว่า 180 เซนติเมตร ก้มดูที่อยู่ในมืออีกครั้ง ก่อนจะก้าวเท้ายาวออกจากห้องทำงานไป ตอนนี้เวลาราว 6 โมงเย็น ภายในบริษัทเหลือคนทำงานบางตาไปมาก 

            “นายจะกลับแล้วเหรอ  แล้วเรื่องประชุมบอร์ดวันมะรืนนี้ล่ะ ? ”  กฤตเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นร่างสูงของเพื่อนรักเดินอมยิ้มออกมา 

            “ฉันจะออกไปหากาแฟแถวนี้กินหน่อย เดี๋ยวอีก 3 ชั่วโมง จะกลับเข้ามาใหม่”    ภากรรีบผละออกมาทันทีโดยไม่เปิดช่องให้เพื่อนรักได้ซักต่อ

ค่าเฟ่แห่งหนึ่ง

         โต๊ะตัวริมสุดของร้าน ซึ่งเป็นมุมส่วนตัวที่ปลอดสายตาผู้คนที่กำลังเดินขวักไขว่ไปมาภายในร้าน  ชายหนุ่มเลือกนั่งมุมนี้เพื่อรอพบใครบางคนอย่างใจจดใจจ่อ

            ไม่นานเกินรอ หญิงสาวร่างบางระหง ผมสีดำขลับ ผิวสีแทนเนียนละเอียด ในชุดเดรสเข้ารูปที่เน้นส่วนสัดเว้าโค้ง จนผู้ที่พบเห็นต้องแอบลอบกลืนน้ำลาย  หล่อนคลี่ยิ้มหวานเย้ายวนตาเป็นประกายเมื่อสบตาเข้ากับตาคมกริบของภากร

            ภากรรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่ดูเหมือนว่าเธอจะจำเขาได้ทันทีที่เห็น ทั้งที่ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปจากเดิมราวคนละคน อีกทั้งท่าทาง และกริยาของเธอเปลี่ยนไปราวไม่ใช่เธอคนเดิม

            “คุณภาค ใช่มั้ยคะ  ? ”  สาวสวยตรงหน้าทักทายเขาทันทีที่เดินมาถึงโต๊ะ 

            “ครับ ผมเองภากร สวัสดีครับคุณส้มในที่สุดเราก็ได้เจอกันอีกครั้ง”   

ภากรยื่นมือออกไปกล่าวทักทายหญิงสาว ทั้งคู่จับมือกันอยู่เนิ่นนาน สายตาประสานสื่อความหมายที่พอจะเดาได้กับความรู้สึกนึกคิดของอีกฝ่าย  

สาวสวยตรงหน้าเขยิบกายเบียดเข้าหาร่างหนา  ขาเรียวยกไขว่ห้างขึ้นจนกระโปรงร่อนขึ้นสูง จากท่านั่งและด้วยระดับสายตาของชายหนุ่ม ทำให้เขามองเห็นเนินอกอวบอิ่ม ที่กำลังขยับไปมาตามจังหวะการขยับตัวของสาวเจ้า 

“ส้ม ดีใจจังเลยค่ะ ที่ได้เจอคุณภาคอีกครั้ง คุณภาคสบายดีมั้ยคะ ?  แล้วช่วงที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้างคะ ?  ส้มขอโทษด้วยนะคะ ที่ไม่ได้ติดต่อหาคุณเลย”

“ผมสบายดีครับ ที่ผ่านมาผมก็พยายามตามหาคุณมาตลอด คุณล่ะครับ.. ทำอะไรอยู่ที่ไหนตอนนี้ ? ”

“เอ่อ…ส้ม ตอนนี้กำลังตกงานค่ะ ส้มว่าจะสมัครหางานตามบริษัทดูค่ะ”   หญิงสาวตอบออกมา ทำท่าตีหน้าเศร้า

“ทำงานบริษัทเหรอครับ ? แต่คุณส้มจบพยาบาลมานะครับ และผมคิดว่าคงหางานได้สบาย ๆ ”  ภากรขมวดคิ้วเป็นปมก่อนถามออกไป 

“พยาบาลเหรอคะ  ?  …เอ่อ.. ส้มไม่ได้ทำงานนั้นแล้วล่ะค่ะ และก็ไม่อยากกลับไปทำอีกแล้ว คือ ส้มเจอประสบการณ์ไม่ดีมา จนมันเป็นฝันร้ายตลอดหลายปีมานี้ ส้ม…”  หญิงสาวหน้าเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด 

“ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องเล่าก็ได้ครับถ้าคุณยังไม่พร้อมจะพูดถึงมัน เรื่องงานเดี๋ยวผมจะดู ๆ ให้ คุณส้มถนัดอะไรบ้างล่ะครับ  ? ”

“เอ่อ….เอาไว้ก่อนก็ได้ค่ะ วันนี้เราอุตส่าห์ได้เจอกัน อย่าคุยเรื่องเครียด ๆ เลยนะคะ”  เธอส่งยิ้มหวานให้เขาอีกรอบ ก่อนจะเริ่มใช้นิ้วเรียวเกลี่ยไล้ไปตามลำแขนแน่นแข็งแรงของภากร

“…..ครับ”  

ความสงสัยมากมายผุดขึ้นมาในหัวของชายหนุ่ม แต่นั่นไม่ได้สำคัญเท่าการได้เจอเธอในวันนี้  ทั้งคู่คุยเรื่อยเปื่อยกันอีกราวเกือบ 2 ชั่วโมง 

“คุณภาค สนใจไปต่อกับส้มมั้ยคะ นี่เพิ่งหัวค่ำเองอีกเดี๋ยวร้านนี้ก็จะปิดแล้ว เราไปหามุมที่ส่วนตัวกว่านี้คุยกันดีมั้ยคะ  ? ” 

ส้มเอ่ยชวน ขณะที่ใช้สายตายั่วยวน เชื้อเชิญไม่หยุด ทำเอาคนตรงหน้าใจแกว่ง 

“ผมก็อยากไปต่อนะครับ แต่ผมต้องกลับเข้าออฟฟิศอีกรอบ พอดีมะรืนนี้มีประชุมบอร์ดผู้บริหาร งานนี้สำคัญมาก” 

“ว้า เสียดายจัง แล้วเราจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่คะ  ? ” เธอกระซิบถามเสียงกระเส่าข้างหูเขา

“เอ่อ… วันมะรืนหลังประชุมเสร็จ ดีมั้ยครับ ? ”  ภากรเอียงหน้าเข้าหา ตอบออกไปเสียงแผ่วเบา ตาคมก็มองต่ำลงไปที่ริมฝีปากอิ่มที่เผยอเล็กน้อย  ตอนนี้ใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจร้อนที่รดใส่กัน

“ห้ามเบี้ยวนะคะ ส้มจะรอคุณค่ะ” 

พูดจบเธอก็กดปากอวบอิ่มไปที่ปากหยักได้รูปของชายหนุ่มทันที ก่อนจะลุกเดินออกไป ปล่อยให้ชายหนุ่มนั่งเหวอมองตามตาปริบ ๆ  ตามด้วยยิ้มกว้างหุบไม่ลง  เขานั่งครุ่นคิดถึงสาวสวยที่เพิ่งเดินจากไปอยู่นาน ก่อนจะคว้ากุญแจรถที่มันถูกวางไว้บนโต๊ะออกจากร้านไป….

ภายในตึกเงียบและมืดลงมีแค่แสงไฟบางจุดเท่านั้นที่ยังเปิดสว่างไว้ ร่างสูงก้าวเท้าไปยังห้องทำงานของตนอย่างใจลอย แต่ทันทีที่ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกกว้าง เขาก็พบกับแขกไม่ได้รับเชิญยืนจังก้าอยู่กลางห้องทำงาน 

ร่างสูงเข้ามาประชิดตัวคนตรงหน้าทันที แต่คนตัวเล็กกว่าก็ไวไม่แพ้กัน หล่อนเบี่ยงตัวหลบทันที ทั้งคู่เริ่มออกลวดลายปล่อยหมัด เหวี่ยงสลับไปมา อย่างไม่มีใครยอมใคร ในที่สุดชายหนุ่มก็เป็นฝ่ายเพลี้ยงพล้ำ เมื่อรู้ตัวอีกทีคนตรงหน้าก็ประชิดจู่โจมด้วยริมฝีปากอ่อนนุ่มที่มีกลิ่นสตรอว์เบอร์รี่ปนมากับรสหวานของจูบนั่น และเมื่อสบโอกาสหล่อนก็ใช้จังหวะหนีเร้นกายไปยังลานจอดรถ กระโดดขึ้นมอเตอร์ไซค์คันโตที่มีชายชุดดำแล่นมาจอดรับ ทำให้ทั้งคู่รอดการจับกุมของเขาไปได้

ชายหนุ่มร่างสูงกับเพื่อนทนายคู่ใจเดินปรี่อย่างหัวเสียกลับมายังที่ห้องทำงานต้นเหตุทันที เมื่อตรวจสอบดีแล้วไฟล์งานที่ถูกขโมยไป ล้วนมีผลกับการประชุมบอร์ดบริหารในวันมะรืนนี้ทั้งสิ้น รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับโครงการต่าง ๆ  

ภากรกัดฟันกรอด กำหมัดแน่นจนเส้นหลังมือปูด นัยน์ตาตาคมมองกวาดไปทั่วหน้าจอที่บันทึกเหตุการณ์ก่อนหน้าอย่างเอาเรื่อง มือข้างนึงของเขาก็หยิบชิ้นส่วนของแท่งอมยิ้มรสสตรอเบอร์รี่ที่นางโจรสาวทิ้งไว้ให้เขาดูต่างหน้าหรืออีกนัยหนึ่งเพื่อเป็นการตอกย้ำว่าหล่อนไม่ได้กลัวการถูกจับได้ แต่เป็นเขาต่างหากล่ะที่ไม่มีทางจับหล่อนได้อย่างแน่นอน…นั่นเอง….

ตอน 3

วันประชุมบอร์ด

         ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นหลายท่าน ทยอยเดินทางมายังห้องประชุม รวมทั้ง 4 หนุ่ม วงศ์เสวต ประกอบไปด้วย นายพาสกร ประธานบริษัท  นายภากร รองประธานบริษัท นายภาคิน และ นายทศพล กรรมการบริหาร  วันนี้เป็นวันประชุมผลประกอบการของไตรมาส 3  ทุกคนมีสีหน้าเครียดอย่างเห็นได้ชัด กับผลประกอบการของ 2 ไตรมาสที่ผ่านมา และมันยังส่งผลมาถึงไตรมาสล่าสุด   ขณะที่ทุกคนอยู่กันพร้อมเพรียงในห้องประชุม คุณพาสก็กล่าวบางอย่างขึ้นมา

            “วันนี้เราจะเลื่อนการประชุมออกไปอีก 45 นาที แต่ผมต้องการจะพูดคุยบางสิ่งกับพวกคุณทุกคนที่นี่ก่อน”  

            ในห้องประชุมทุกอย่างเงียบลง ทุกสายตาจดจ้องมายัง พาสกร เพื่อรอฟังคำต่อไป

            “ช่วงที่ผ่านมา ธุรกิจในเครือของเรา ประสบปัญหาสภาพคล่องทางด้านการเงิน จากปัญหาเรื้อรังของการก่อสร้างท่าเรือที่ภูเก็ต ปัญหากับพวกนายทุนท้องถิ่น การประท้วงต่อเนื่อง และปัญหาดังกล่าวส่งผลต่อภาพลักษณ์ของบริษัทจนทำให้หุ้นของเราร่วงระนาว ยิ่งมาเกิดโรคระบาดในช่วงเวลาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เราประสบปัญหาหนักขึ้น หลังจากที่เราประคับประคองกันมาตลอด 2 ไตรมาส ผลประกอบการก็ยิ่งติดลบ แต่พวกเราจะล้มลงไม่ได้ ธนาคารที่ช่วยเหลือการเงินของบริษัท ก็ขาดสภาพคล่องไม่ต่างกัน จากภาวะเงินที่เฟ้อขึ้น ผมจำเป็นต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ เพื่อให้บริษัทของเราได้ไปต่อ พนักงานนับหมื่นคนในความดูแลของเรา ผมตัดใจปลดพวกเขาออกไม่ได้…. เรื่องนี้ ผมตัดสินใจเพียงคนเดียวโดยที่ลูก ๆ ของผมไม่รู้”  

            พาสกร เอ่ยความจริงบางอย่างออกไป ปัญหาที่เขาแบกรับมาเพียงลำพังตลอดเวลาครึ่งปีที่ผ่านมา สายตาเหนื่อยล้าและรู้สึกผิด มองออกไปที่ลูก ๆ และหลานชาย 

            “ท่านประธาน ท่านกำลังจะบอกอะไรกับพวกเรา และตอนนี้มีปัญหาอะไรที่เราต้องรับรู้อีกมั้ยครับ  ? ”  คณะกรรมการบริหารท่านนึง เอ่ยถามขึ้น 

            “อย่างที่เราเห็น ว่าไตรมาส 3 ผลประกอบการมีแนวโน้มดีขึ้น ซึ่งไม่เกินไตรมาสหน้า เราน่าจะกลับมาเป็นปกติ และผลกำไรน่าจะโตตามมา  สิ่งที่ผมจะบอกก็คือ เงิน 3 พันล้านที่ผมได้ไปกู้มานั้น ผมใช้หุ้นของผม 15 % เป็นตัวค้ำประกัน โดยเงื่อนไข ผมต้องแบ่งเปอร์เซ็นต์ผลกำไรของท่าเรือที่ภูเก็ต และท่าเรือที่กรุงเทพให้ทางฝ่ายนั้น 20% และให้เขามีสิทธิ์เข้ามามีส่วนร่วมในบอร์ดบริษัทของเรา จนกว่าเราจะจ่ายหนี้หมด แต่หลังจากเราจ่ายหนี้ไปแล้ว เงื่อนไขของท่าเรือจะยังคงไม่เปลี่ยนแปลง”  

            “คุณพ่อ !! ใครกันครับที่…เอ่อ..ที่ท่านยกหุ้นให้ ? ”  ภากรถามออกมา เขาพยายามข่มอารมณ์อย่างที่สุด

            “เจ้าสัวฌาน  ฌาน วรกุลไพศาล”

            “ห๊า…” เสียงอุทานของบุตรชายคนโตดังขึ้น

            พาสกรเหล่มองไปทางลูกชายเล็กน้อยก่อนจะกล่าวประโยคต่อไป ด้วยสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด ท่ามกลางความไม่พอใจของหลาย ๆ คนที่เริ่มส่งเสียงดังหนักขึ้น อื้ออึงไปทั่วทั้งห้อง หลังได้ทราบความจริง

            “ผมรู้ว่านี่มันไม่ถูกต้อง แต่ ณ ช่วงเวลานั้น เราไม่มีทางหาเงิน 3,000 ล้านมาหมุนได้อย่างแน่นอน และสุดท้ายพวกเราต้องพัง วันนี้ผมจะแนะนำผู้ถือหุ้นรายใหม่ให้ทุกคนได้รู้จัก และเขาจะเข้ามาร่วมประชุมด้วยในวันนี้ การจัดการภายในทางนั้นยังให้สิทธิ์ขาดกับพวกเรา”

            ไม่นานนัก พนักงานคนนึงก็เดินเข้ามาแจ้งการมาถึงของแขกคนสำคัญ ที่เพิ่งเป็นที่พูดถึงเมื่อสักครู่

            ประตูบานใหญ่ถูกเปิดกว้างออก พร้อมชายวัยกลางคน ในชุดสูทสุดหรู ข้างกายเขามีเด็กสาวหน้าตาดีลูกครึ่ง หน้าตาจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตใสแบ๊ว สีน้ำตาล รับกับเครื่องหน้าราวกับตุ๊กตา ผมลอนสีน้ำตาลถูกรวบตึงขึ้นสูง หญิงสาวมาในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว กับกางเกงเอวสูงสีเข้ม บ่งบอกรสนิยมการแต่งกายเป็นอย่างดี 

            “สวัสดีครับ คุณพาส และทุก ๆ คน ผม ฌานครับ และนี่ลูกสาวผม…นาตาลี”  เจ้าสัวกล่าวทักทาย พร้อมทั้งแนะนำตัวลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนออกไป

“สวัสดีค่ะ”  นาตาลี ยิ้มหวานกล่าวทักทายกับทุกคน ก่อนที่จะหยุดจ้องมองภากรอยู่ครู่นึง แล้วเบี่ยงสายตาไปทาง ภาคินพร้อมทั้งฉีกยิ้มหวานให้เขาอย่างคุ้นเคย 

หลังจากการประชุมเสร็จสิ้น  ทั้งห้องก็เหลือเพียงครอบครัวของพาสกร กับ เจ้าสัวและลูกสาว

“คุณพาส ไม่ต้องกังวลนะครับเรื่องเงินหรือส่วนแบ่ง ผมไม่รีบครับ แต่ผมมีเรื่องนึงที่อยากจะขอร้องให้คุณพาสกับคุณภากรพิจารณาครับ”  เจ้าสัวเอ่ยขึ้นอย่างมีแผนการ

“เจ้าสัวเอ่ยมาได้เลยครับ ตอนนี้เราก็เป็นคนกันเองทั้งนั้น ตั้งแต่ยัยเมแต่งกับชานนท์ เราก็เหมือนครอบครัวเดียวกันแล้วครับ”  

“ตานนท์เป็นแค่หลาน ต้องบอกว่าคุณดองกับพี่สาวผมถึงจะถูก ถ้าคุณจะดองกับผมจริง ๆ คงต้องดองกันใหม่อีกรอบ”  

พูดจบเจ้าสัวก็เหล่ไปทางภากร ก่อนจะหันไปมองลูกสาวที่กำลังนั่งหน้าเซ็งอยู่ที่มุมนึงของห้อง  

“เอ่อ…เจ้าสัวมีอะไรให้ผมช่วยเหรอครับ” พาสกรถามออกไปด้วยท่าทีกระอักกระอ่วน

“ผมอยากให้ลูกสาวผมเข้ามาทำงานที่นี่ เรียนรู้งานจากคุณภากร นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงแห่งยุค พูดตรง ๆ ผมให้เธอทำงานที่บริษัทผมไม่ได้จริง ๆ  เพราะไม่มีใครคุมเธอได้สักคน ฮ่า ๆ  ๆ ”

“ฮ่า ๆ  นึกว่าเรื่องอะไร ไม่มีปัญหาครับ ผมเข้าใจดีลูกสาวผมก็ไม่มีใครบังคับเธอได้สักคนเช่นกัน”

“แต่คุณพ่อครับ..”  ภากรแย้งออกไป แต่ทว่าเจ้าสัวฌานก็รีบสวนกลับทันควัน

“ไม่ต้องห่วงนะครับ คุณภาคไม่ต้องจ่ายเงินเดือนให้เหมยลี่ และสามารถใช้งานเธอได้ตามแต่ต้องการเลย และผมรับรองว่าการมีเหมยลี่ข้างกายคุณ ยิ่งกว่าถูกล็อตเตอรี่ซะอีก คุณภาคอยากได้กำไรเท่าไหร่ ไตรมาสนี้ บางทีลูกสาวผมอาจจะเสกให้คุณได้ ฮ่า ๆ  ถึงเวลานั้น เผลอ ๆ ทางคุณจะไม่อยากเสียเธอไปด้วยซ้ำ” เจ้าสัวเอ่ยชมยกยอลูกสาว จนทำให้ภากรรู้สึกหมั่นไส้ในความจอมอวดของเขา 

“งั้นให้หนูนาตาลี มาเป็นเลขาให้ตาภาคละกัน เรายังไม่มีเลขานี่”  พาสกรเอ่ยตอบรับ

“คุณพ่อ…ผมมีไอ้กฤตแล้วนะครับ”

“กฤต ต้องทำหลายอย่าง ไหนจะดูแลเรื่องกฏหมายของบริษัทอีก แกควรมีเลขามาช่วยแบ่งเบางานเจ้ากฤตมัน” 

“แต่..”

“ถือว่าช่วยผมเถอะครับ เหมยลี่ควรเรียนรู้งานจากคนที่เก่งที่สุดในเวลานี้”

ภากรได้แต่เงียบ ยอมรับสภาพเมื่อผู้เป็นพ่อเห็นชอบกับความคิดของเจ้าสัวฌาน ที่ใคร ๆ ดูก็รู้ว่าพยายามจับคู่เขากับลูกสาวตัวเอง ข้างนาตาลี ตอนนี้กำลังนั่งหน้าคว่ำ จิ้มโทรศัพท์อยู่อีกมุมนึงของห้อง โดยไม่รู้เลยว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น

“วันจันทร์หน้า ผมจะให้ลูกสาวผมเริ่มงานเลยก็แล้วกัน อ่อ ทางคุณไม่ต้องวุ่นวายจัดห้องทำงานให้นะครับ ให้แกนั่งในห้องของคุณภาคก็ได้ครับ”  

พูดจบเจ้าสัวก็ยิ้มมุมปาก อย่างคนถือไพ่เหนือกว่า ที่ตอนนี้เขามีฐานะเป็นเจ้าหนี้ การร้องขออะไรก็ตาม ดูเหมือนว่าพาสกร จะเออออรับฟังและทำให้ทุกอย่าง

“เหมยลี่ !”  เจ้าสัวเรียกเหมยลี่ 

“กลับกันเลยใช่มั้ยคะ”  หญิงสาวยิ้มกว้างออกมา ตาเป็นประกาย

“อื้ม… เราจะกลับกันแล้ว เราต้องไปเตรียมตัวอีกเยอะ วันจันทร์หน้าจะต้องเริ่มงานที่นี่แล้ว”

“ป๊า.. ลี่ไม่เอา…ไม่ทำ… ไม่อยู่…ไหนป๊ารับปากให้ลี่ไปทิเบตได้ไงล่ะ”   

หญิงสาวหน้างองุ้ม ปากเล็กบ่นไม่หยุด แม้ว่าจะพยายามพูดเสียงเล็กเสียงน้อยเบา ๆ ออกมา แต่ก็ทำให้ทุกคนตรงนั้นได้ยินกันหมด

“นาตาลี !!”  เจ้าสัวจ้องตาเธอเขม็ง ก่อนเรียกชื่อหญิงสาวออกมา  

การเรียกชื่อจริงของนาตาลี  สำหรับเจ้าสัวนั่นหมายความว่า นี่คือคำสั่งที่เธอต้องเชื่อฟัง ไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ เด็ดขาด

ไม่เพียงแค่นาตาลีที่ฉายแววไม่พอใจออกมา แต่ภากรเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน เขาข่มอารมณ์ที่คุกรุ่นตั้งแต่ในห้องประชุม ความโกรธมากมายที่มีต่อผู้เป็นพ่อ แต่เขาไม่สามารถแสดงออกมาได้เลย นอกจากน้อมรับในสิ่งที่พ่อตัดสินใจ

ความเบื่อหน่าย และความเครียดมากมายสุมในอก ทำให้เขาไม่มีกะจิตกะใจทำงานเลยตลอดทั้งบ่าย จนกระทั่ง

ครืด ครืด ข้อความใหม่ คุณนายไข่มุก

(ห้ามยอมรับ ข้อเสนอของเจ้าสัวฌาน เด็ดขาด!!)

“รู้ข่าวไว จริง ๆ นะ เห้อ ฉันจะปฏิเสธยังไงล่ะ ถ้าง่ายขนาดนั้น ทำไมไม่บอกวิธีมาด้วย”   

ภากรได้แต่พึมพำกับตัวเอง ก่อนจะลุกหายเข้าไปในห้องลับ เพื่อเตรียมตัวไปดินเนอร์กับหญิงสาวที่เขาได้นัดหมายไว้ เมื่อ 2-3 วันก่อน 

ครืด ครืด  ข้อความใหม่ คุณส้ม

( ส้มจะไปรอที่ร้านคืนนี้นะคะ เดี๋ยวส้มส่งโลเคชั่นไปให้ค่ะ คุณภาค ห้ามเบี้ยวนะคะ)

ชายหนุ่มคลี่ยิ้มบาง ๆ ออกมา อย่างน้อยวันนี้ก็ยังมีเรื่อง

ดี ๆ รออยู่ เขารู้สึกผ่อนคลายลงมากเมื่อนึกถึงรอยยิ้มบนหน้าหวานนั่นกับสัมผัสจูบที่เธอทิ้งไว้เมื่อครั้งก่อน….

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED