ตอน 2

โรงพยาบาล B

เสียงสะอื้นและอาการสั่นเทาของผู้หญิงที่นั่งคุดคู้อยู่บนเตียงคนไข้ในวอร์ดวีวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ทำให้สันกรามของอาคิน ศิลาปราการขบกันแน่น

ผู้หญิงตรงหน้าคือน้องสาวของเขา ดวงตาคมกริบที่หากใครได้เห็นในยามนี้ต่างก็คงผวา เพราะมันเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตเพราะความโกรธเกลียดเคียดแค้น ยิ่งจ้องแขนบอบบางของน้องสาวที่ข้างหนึ่งมีการพันแผลเพราะการกรีดข้อมือของเจ้าตัว ส่วนแขนอีกข้างมีเข็มน้ำเกลือเสียบอยู่ทำให้ดูน่าเวทนากว่าเก่า

ตลอดเวลาที่น้องสาวโตมาด้วยกัน เขาก็ไม่เคยปล่อยให้เธอต้องพานพบความเจ็บปวด เธอไม่เคยเข้าโรงพยาบาล ไม่เคยต้องมีสายน้ำเกลือที่บ่งบอกความอ่อนแอของร่างกายบนหลังมือ และยิ่งการกระทำที่เหมือนคนหมดหนทางจนพยายามจบชีวิตด้วยการกรีดแขนตัวเองยิ่งไม่สมควรเกิดกับหญิงสาวผู้ที่เคยมีแต่ร่องรอยแห่งความสุขในแววตา

โลกที่สวยงามของน้องสาวของเขาต้องหม่นหมองเพราะหญิงร้ายชายชั่วสองคนนั้น พวกมันทำให้เขาเกือบจะเสียเธอไป

แม้ว่าตอนนี้เอวิตาจะปลอดภัยดี ภาพดวงหน้าซีดเซียวหากแต่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและร่างกายที่เกือบจะเย็นชืดของน้องสาวเขานอนบนกองเลือดที่แดงฉาน ทำให้คนที่แข็งแกร่งไม่เคยเกรงสิ่งใดรู้สึกขลาดกลัวจนเหมือนโลกหยุดหมุน

ในตอนนั้น เขาเกือบจะเสียเธอไป โชคดีที่ยังยื้อแย่งชีวิตน้องสาวจากมือมัจจุราชมาสำเร็จ แต่ท่าทางเสียอกเสียใจที่ยังมีชีวิตอยู่ของเธอทำให้เขายิ่งโกรธจนความรู้สึกมันอัดแน่นเต็มโพรงอกไปหมด

เขาเดินเข้าไปหาเอวิตาที่ยังไม่รับรู้การมาของเขา พอเห็นว่าเขามายืนข้างๆ คนที่เอาแต่ร้องไห้อยู่ก็หันหน้ามา ดวงตาที่แห้งแล้งเพราะหมดอาลัยตายอยากทอดมองเขา ก่อนมือเล็กๆ จะยกขึ้นมาทุบแผงอกเขาเบาๆ

"พี่อาคิน ช่วยอีฟไว้ทำไม ทำไมไม่ปล่อยให้อีฟตาย ทำไม"

ถ้อยคำต่อว่าของน้องสาวทำให้แววตาของเขาโชนแสง ข้อมือเล็กๆ มีเลือดซึมจากแผล เขาถึงได้จับข้อศอกของเธอเอาไว้ไม่ปล่อยให้เธอทุบตีเขาต่อ ไม่ใช่เขาเจ็บ แต่เขาไม่อยากให้น้องสาวเจ็บไปมากกว่านี้...

"อีฟ หยุดโวยวายแล้วฟังพี่" เขาบอกเสียงเเข็ง ที่ผ่านมาไม่เคยสักครั้งที่ต้องขึ้นเสียงกับน้องหากแต่ตอนนี้ต้องทำเเละเหมือนมันได้ผล คนตัวเล็กหยุดนิ่ง พยาบาลที่เฝ้าไข้อย่างใกล้ชิดละล้าละลังจะเข้ามาดูแผล เเต่เขาดูแล้วพบว่ายังไม่อันตรายก็พยักหน้าให้ออกไปก่อน

แม้จะหยุดโวยวาย คนเป็นน้องไม่พูดอะไร เอาแต่ร่ำไห้ และเศร้าซึม

"ตอนนี้อีฟไม่ใช่คนตัวคนเดียว อีฟยังมีครอบครัวที่พร้อมจะรักอีฟเสมอ นอกจากครอบครัวแล้ว ยังมีหลานของพี่ในท้องอีฟอีก อีฟจะทิ้งไปได้ยังไง"

"แต่เด็ก... เป็นลูกของเขา" ลูกของผู้ชายใจร้ายคนนั้น

"ถึงจะเกลียดพ่อของหลานขนาดไหน แต่ครึ่งหนึ่งของเด็กคนนั้นมาจากอีฟ อีฟจะทำลายลงคอเหรอ"

เสียงของเขาดังก้องเข้าไปในโสตประสาทของคนตัวเล็กๆ เหมือนมีบางอย่างมาฉุดกระชากความรู้สึก แล้วโลกที่มืดมนของเธอจึงสว่างขึ้น จริงสินะ... ลูกคือครึ่งหนึ่งของเธอ

หยาดน้ำตาของหญิงสาวไหลเป็นสาย เธอวู่วามจนคิดจะทำลายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง

           อาการนิ่งงันของน้องสาวทำให้อาคินลอบถอนหายใจ อันที่จริงเขาไม่ได้สนไอ้มารหัวขนนั่น หากแต่เขาคุยกับจิตแพทย์แล้วว่าต้องหาสิ่งยึดเหนี่ยวให้น้องสาวไม่คิดสั้นอีก เขาถึงได้บอกน้องสาวให้เห็นคุณค่าของเด็กในท้อง ทั้งๆ ที่หากทำได้เขาก็อยากให้เหลือไว้แค่เพียงเอวิตาเท่านั้น

"ถ้าไม่เห็นแก่พี่ ก็เห็นแก่ลูก พ่อมันแย่ แม่ก็จะไม่รักลูกอีกคนหรือไง"

คำพูดของเขาทำให้เธอปล่อยโฮออกมา หญิงสาวกอดพี่ชายเอาไว้ ปฏิกิริยาที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้อาคินโล่งใจ

เขาไม่ค่อยรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ช่วงเวลาที่เขายุ่งกับงาน และการขยายกิจการในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี น้องสาวของเขาที่ไม่ได้เล่าเรื่องราวอะไรเป็นพิเศษ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไอ้ชั่วนั่นดอดเข้ามาในชีวิตเอวิตาตอนไหน ถ้าเพียงเเต่เขาไม่มาเซอร์ไพรซ์วันเกิดน้องสาวที่ห้องพักของเจ้าตัว เขาคงเสียเธอไปตลอดกาลแล้ว

หลังจากที่พาเธอมาถึงโรงพยาบาลให้แพทย์ช่วยยื้อชีวิตเธออยู่ในห้องฉุกเฉิน เขาเรียกพี่เลี้ยงคนสนิทของเธอที่อยู่ในห้องชุดมาคุยถึงได้รู้เรื่องราว น้องน้อยของเขาแอบคบผู้ชาย และทั้งสองเลิกราในวันเกิดของเอวิตา หญิงสาวหายเงียบไปร้องไห้อยู่ในห้องนอนจนเขาเข้ามาเจอ พี่ก้อยยังบอกอีกว่าแอบเห็นที่ตรวจการตั้งครรภ์ที่เอวิตาทิ้งไว้ในห้องน้ำขึ้นขีดแดงสองขีดสิ่งที่ทั้งสองทะเลาะกันพี่ก้อยก็ได้ยินและถ่ายทอดให้เขาฟังทั้งหมด นอกจากจะเอารายละเอียดของไอ้หมอนั่นมาค้นหาประวัติมันแล้วเขายังขอให้หมอตรวจและพบว่าน้องสาวของเขาตั้งครรภ์ กับไอ้ชั่วคนนั้นจริงๆ!

"ไม่ต้องกังวลนะอีฟ รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี พี่รู้เรื่องจากพี่ก้อยทั้งหมดแล้ว พี่จะจัดการเอง ไอ้คนที่มันทรยศและทำร้ายอีฟ มันไม่ควรจะมีเงาหัว"

เพราะข้อมูลในโทรศัพท์ของน้องสาวทำให้เขาควานหาตัวมันไม่ยาก

จากนั้นเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงเขาก็ใช้อำนาจและคอนเน็กชันที่มีค้นหาหญิงร้ายชายเลวทั้งสองคนจนเจอ

"พี่อาคิน... ทินไม่ได้ผิด" หญิงสาวรีบคว้ามือพี่ชายเอาไว้ เงยหน้ามามองดวงตาที่เรียบนิ่งเหมือนท้องทะเลลึกของเขา เธอที่เคยนึกถึงแต่ตัวเองถึงได้นึกห่วงคนอื่นเพราะรู้ว่าถ้าพี่ชายเธอหมายหัว นั่นหมายถึงหายนะจะมาสู่คนคนนั้นในไม่นาน

เธอยังคงรักเขา แม้ว่าเขาจะทำให้เจ็บช้ำจนไม่อยากมีชีวิตต่อไป หญิงสาวยอมรับว่าเขาทำให้เสียใจ

หากแต่เล่าความจริงไป พี่ชายเธอคงได้กลายเป็นฆาตกร

ดังนั้น... เธอจะปล่อยให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้

"จนตอนนี้ยังจะปกป้องมัน"

"ฟังอีฟก่อน" หญิงสาวรั้งมือที่สั่นเพราะความโกรธของพี่ชายเอาไว้... "ทินเลิกกับนิ้งก่อนที่จะมาคบกับอีฟ แต่ว่านิ้งท้องตอนก่อนจะเลิกกันแล้วทินเพิ่งรู้เลยมาขอเลิกกับอีฟเพื่อไปรับผิดชอบลูก ที่อีฟเสียใจก็เพราะว่าทั้งๆ ที่อีฟก็ท้องเหมือนกันแต่ยังไม่มีโอกาสได้บอก ทินก็บอกว่าจะรับผิดชอบเค้า และจดทะเบียนสมรสกันไปแล้ว เขายังรักอีฟแต่อยากเลิกกันเพราะเค้าเลือกลูก ในตอนนั้นเขาเลือกนิ้งในฐานะแม่ของลูกไปแล้ว อีฟพูดอะไรไม่ออก เพราะคิดว่าพูดไป คงไม่มีวันได้เขาคนเดิมคืนมา"

"ก็เลยเลือกที่จะทำร้ายตัวเอง" คนเป็นพี่อ่อนใจ เขาไม่รู้ว่าเรื่องที่น้องสาวเล่าว่าจริงหรือเท็จ ไม่ได้คิดว่าน้องสาวโกหก แต่สิ่งที่เธอรับรู้มาจะจริงหรือเป็นเรื่องลวงต่างหากเล่าที่เขาสงสัย

"อีฟคงยอมรับไม่ได้ ถ้าเขาอยากเก็บไว้ทั้งสองคน อีฟขอเป็นคนไปดีกว่า"

"..." ในแววตาของอาคินยากจะหยั่งถึงความรู้สึก "ถ้าพี่ไม่ฆ่ามัน เราจะสัญญากับพี่ได้ไหมว่าจะไม่คิดสั้นเพราะอารมณ์ชั่ววูบอีก"

"อีฟสัญญาค่ะ อีฟจะไม่แก้ปัญหาด้วยการตัดช่องน้อยแต่พอตัวอีกแล้ว" หญิงสาวร้องไห้อีกครั้ง มือเล็กๆ ลูบหน้าท้องแบนราบของตัวเอง "ขอบคุณนะคะที่ทำให้อีฟรู้ว่ามีสิ่งหนึ่งที่ต้องรักษาไว้"

"พี่ดีใจนะที่อีฟฟังพี่ ดูแลรักษาตัวเองและหลานของพี่ให้ดีนะ อย่าทำร้ายตัวเองอีก"

คนเป็นพี่พูดอย่างฝืนความรู้สึกยิ่งนักเลือดชั่วของไอ้หมอนั่นเหมือนเป็นของราคาแพงที่เขาไม่อยากได้แต่เป็นเพราะมันเป็นสินค้าขายพ่วงมาจึงจำเป็นต้องกว้านซื้อไว้

เพื่อรักษาชีวิตของน้องสาว เขาจะยอมให้เฉพาะหลานคนนี้แต่หญิงร้ายชายชั่วคู่นั้นถ้าพวกมันไม่ได้รับผลกรรมตอบแทนสิ่งชั่วช้าที่ทำไว้กับน้องเขา อาคินคงตายตาไม่หลับ

"เดี๋ยวพี่ให้พยาบาลมาทำแผลให้นะอีฟ เราห้ามทำร้ายตัวเองแล้วก็ดูแลสุขภาพด้วย ลูกในท้องจะได้แข็งแรง" เขาบอกปลอบน้องสาวที่มีทีท่ากระตือรือร้นขึ้นมานิดๆ เห็นว่าพอวางใจได้จึงเดินออกไปบอกพยาบาลให้มาดูแลเธอ

พอเดินออกมาพ้นจากระยะสายตาและระยะการได้ยินของน้องสาวแล้ว อาคินก็กดโทรออกหาลูกน้องคนสนิท

"ภัทร... เรื่องคนที่ให้ตาม ถึงไหนแล้ว"

"ไอ้ผู้ชายหายไปจากโรงแรมตั้งแต่บ่ายแล้วครับกำลังให้คนตามตัว ส่วนผู้หญิงกำลังจะเดินทางผมได้ตัวตอนเรียกแท็กซี่จากที่พักไปสนามบินพอดี ดูจากเอกสารแล้วเหมือนกำลังจะไปสวิตเซอร์แลนด์ ผมเอาตัวมาไว้ที่เพนท์เฮาส์คุณอาคินเรียบร้อยแล้วครับ"

ทำไมพวกเขาไปคนละทางกัน แถมตอนที่พักโรงแรมสองคนนั้นยังนอนคนละห้องกัน อาคินมีคำถามวนเวียนในหัว แต่ไม่ได้ถาม เพราะคนที่ตอบคำถามเขาได้ ไม่ใช่ภัทร

"ตามไอ้ทินให้ได้ ได้ตัวมันแล้วรายงานทันที ส่วนผู้หญิงคนนั้นเฝ้าเอาไว้ อย่าให้หลุดออกมาได้ ฉันกำลังจะไปที่นั่น"

"ครับ"

อาคินกดวางสาย ดวงตาคู่คมหรี่ลง ท่าทางของเขาเยือกเย็นขึ้น ไม่ได้มีท่าทางโมโหเหมือนตอนที่เห็นน้องสาวร้องไห้...

เปล่าหรอก เขาไม่ได้ใจเย็นลง ไม่หายโกรธ หากแต่เขานิ่งได้เพราะว่าเขาได้ตัวผู้หญิงคนนั้นมาแล้วต่างหาก ที่เหลือก็แค่ลงมือ

เจ้าของร่างสูงหัวเราะในลำคอ เขาก้าวเดินออกไปจากห้องวีวีไอพี ดวงตาของเขาหมายมาด ดูเยือกเย็นแบบที่ศัตรูได้เห็นเป็นต้องหนาวไปจนถึงขั้วหัวใจแน่นอน....

ตอน 3

หมายเลขที่คุณเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...

เสียงตอบรับจากสัญญาณอัตโนมัติทำให้ ทิน ปีเตอร์สันขมวดคิ้วเล็กน้อย เวลานี้นลินวิภายังไม่ได้ขึ้นเครื่องบินและควรรับสายเขาได้ หากแต่การไม่ได้รับสัญญาณตอบรับจากเธอทำให้เขาเป็นห่วงเล็กน้อยว่าการเดินทางของเธอจะราบรื่นหรือเปล่า เมื่อติดต่อไม่ได้เช่นนี้เขาคงทำได้เพียงแต่รอฟังข่าว เพราะตอนนี้เขาอยู่อีกซีกโลกหนึ่งแล้ว...

มือที่ถือแก้วไวน์สีแดงเข้มหมุนแก้วเล็กน้อย เขาอยู่บนรถลีมูซีนที่เพิ่งมารับเขาจากสนามบินในเมืองซิดนีย์กลับไปพักผ่อนที่บ้านหลังจากที่เขากลับไปทำภารกิจร่วมกับนลินวิภาที่ไทยร่วมสองเดือน

การให้บทเรียนผู้หญิงที่ร้ายกาจยิ่งกว่าแม่มดคนนั้นคือภารกิจหนึ่งเดียวที่เขาทุ่มสุดตัวเพื่อความสำเร็จ และเขาก็ทำได้ นลินวิภาเป็นผู้ช่วยให้ความสำเร็จนั้นสวยงามสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

เขายกไวน์ขึ้นมาจิบพลางนึกถึงแววตาร้าวรานคู่นั้นของเอวิตา

เธอเจ็บมากมายเช่นนั้นก็ดี จะได้เข้าใจว่าที่ผ่านมาก็เคยสร้างความเจ็บปวดให้กับคนอื่น เธอจะได้รู้บ้างว่าความรู้สึกนั้นเป็นเช่นไร

"นท ฉันแก้แค้นให้นายสำเร็จแล้วนะ... ผู้หญิงคนนั้นหลงรักฉันเจียนคลั่งแล้วฉันก็สลัดทิ้งเหมือนผ้าขี้ริ้วผืนหนึ่งเท่านั้น... สะใจซะไม่มี" เขาพึมพำกับตัวเอง แล้วจากนั้นไวน์ก็ถูกยกมาดื่มรวดเดียวจนหมดแก้วเพื่อเฉลิมฉลอง

แววตาเยือกเย็นสะท้อนอารมณ์ดำมืดในจิตใจของเขาฉายแววระริกวูบหนึ่งขึ้นมา ดวงหน้านิ่งเรียบมีเพียงมุมปากที่ยกยิ้มน้อยๆ ยามเมื่อนึกถึงภาพน้ำตาเต็มดวงหน้าของเอวิตาในตอนที่เขาบอกว่าเลือกคนอื่นไม่ใช่เธอ

ความเจ็บปวดในดวงตาคู่นั้น เป็นสิ่งที่เขาทุ่มเทมากเหลือเกินเพื่อให้ได้มา... แต่มันก็คุ้มค่าเพราะความเสียใจทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เอวิตาต้องชดใช้ให้กับคนที่เธอเคยทำร้าย แม้ว่าคนคนนั้นไม่มีโอกาสตื่นมารับรู้ว่าเอวิตาได้รับการลงโทษแล้วก็ตามที แต่อย่างน้อยเขาก็ทำการเอาคืนเพื่อให้คนที่จากไปได้ตายตาหลับ...

เหตุแห่งการเฉลิมฉลองวันนี้คือความสำเร็จที่เขาทำหน้าที่พี่ชายให้กับน้องชายผู้ล่วงลับอย่างเต็มที่แล้ว หลังจากนี้เขาจะใช้ชีวิตของตัวเองอย่างที่เคยเป็นมาแล้วทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง

รวมทั้งเอวิตาก็จะไม่มีความหมายสำหรับชีวิตของเขาอีกต่อไป

ในห้องที่แอร์เย็นเฉียบ

หญิงสาวกะพริบตาถี่ๆ ภาพที่พร่ามัวจึงค่อยแจ่มชัดขึ้น จากนั้นเธอก็เริ่มคิดว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหนกันแน่

ความทรงจำสุดท้ายก่อนทุกอย่างจะเลือนรางคือ เธอเรียกรถแท็กซี่จากโรงแรมเพื่อไปสนามบิน ตอนที่เธอลากกระเป๋าใบโตลงไปรอรถนั้นก็มีรถตู้คันหนึ่งมาจอด และทันทีที่มันเปิดคนที่หน้าตาดูไม่เหมือนคนร้ายเลยสักนิดก็เอาผ้ากลิ่นฉุนมาโปะจมูกเธอแบบไม่ทันตั้งตัว แล้วเธอก็หมดสติไป

นลินวิภาขยับตัวอย่างเมื่อยขบ เธอตื่นหลังจากที่หลับไปนานแค่ไหนไม่รู้ หญิงสาวลืมตาแล้วกวาดตามองสถานที่ที่ไม่เคยคุ้น เธอถูกมัดมือมัดขาและนอนอยู่บนเตียงนุ่มท่ามกลางห้องนอนที่ตกแต่งเรียบๆ แต่หรูสะบัดในสายตาคนทำงานตกแต่งภายใน หากไม่อยู่ในสถานการณ์นี้เธอคงห่อปากและชื่นชมห้องนี้ได้อย่างเต็มที่เพราะความพิเศษของดีไซน์และความเป็นเอกลักษณ์ของเฟอร์นิเจอร์ โทนสีเข้มของห้องดูขรึม แต่อบอุ่นอย่างประหลาด

เดี๋ยวก่อนยายนิ้ง... อย่าเพิ่งชื่นชมห้องนี้ เธอถูกใครก็ไม่รู้จับตัวมานะ หญิงสาวเตือนตัวเอง

เสียงคนสองสามคนแว่วเข้าหูทำให้สมองของนลินวิภาตื่นตัว หากแต่เมื่อเสียงใกล้เข้ามาเธอกลับเลือกหลับตาเหมือนกับว่ายังไม่ตื่น...

"ใครสั่งให้เอาขึ้นมาไว้ที่เตียงของฉัน" เสียงทุ้มเย็นดังนำขึ้นมาก่อน

"ขอโทษครับคุณอาคิน"

"ออกไปได้แล้ว" เสียงของคนที่น่าจะชื่ออาคินบอก แล้วก็มีเสียงคนเดินออกไป นลินวิภานิ่วหน้า เธอไม่เคยรู้จักคนชื่ออาคิน เจ้าของเสียงน่าขนลุกคนนั้น ในขณะที่คิดแขนของเธอก็ถูกคว้าหมับแล้วเธอก็รู้สึกเหมือนตัวลอยนิดหน่อยก่อนจะปลิวลงไปกองบนพื้นห้อง โชคดีที่เป็นพื้นพรมไม่เช่นนั้นแล้วเธอคงไม่ต้องแกล้งหลับเพราะแรงกระแทกอาจจะทำให้สลบ หรือไม่ก็ตายไปเลยก็ได้

ไอ้หมอนี่ไม่อ่อนโยนกับเธอเลย...

เมื่อการแกล้งตายไม่ได้ผล หญิงสาวตัดสินใจลืมตาขึ้นมองคนที่ยืนตระหง่านอยู่ ดวงตาคมเข้มประสานสายตาคนที่อยู่ต่ำกว่าก่อนจะกวาดมองหัวจดเท้า... นลินวิภากะพริบตาเมื่อเห็นสายตาเกลียดชังที่จ้องมองมาจนขนลุกขนพองไปหมด

เธอไม่เคยรู้จักเขามาก่อน!

"นายเป็นใคร จับฉันมาทำไม" เธอตะโกนถาม แต่เสียงกลับแหบแห้งกว่าที่คิด

เขาก้าวเข้ามานั่งทับส้นและมองหน้าเธอใกล้ขึ้นกว่าที่เคย ความเกลียดชังจากคนที่ไม่รู้จักทำให้เธอตัวเกร็งขึ้นมาเล็กน้อย มองใบหน้าหล่อคมที่องค์ประกอบไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหน้าผมทำให้เกิดภาพรวมที่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเขาไม่ธรรมดา พอมองแล้วรู้สึกคุ้นแต่นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน เธอทำงานและเจอคนระดับนี้มาไม่ถ้วน แต่เธอแน่ใจมากว่าถ้าเคยเจอคนที่สมบูรณ์แบบอย่างคนตรงหน้าเธอคงไม่ลืมจนหลงเหลือแค่ความคลับคล้ายคลับคลาแน่...

"เป็นเจ้าของชีวิตเธอจากนี้ยังไงล่ะ"

ถ้าเป็นคนอื่นพูดเธอคงคิดว่าเขาเล่นตลก แต่สีหน้าจริงจัง และความดุร้ายที่เเผ่มานั้นของจริงล้วนๆ ทำให้เธองงจนพูดไม่ออก

"..."

"โทรหาไอ้ทิน บอกให้มันกลับมาช่วยเธอ" เขาเปิดเครื่องโทรศัพท์ของเธอมาให้เเล้วก็จัดการใช้สแกนใบหน้าเธอปลดล็อก เลื่อนหาสายเรียกเข้าล่าสุดที่เธอบันทึกชื่อทินไว้แล้วกดโทรออก

หัวสมองของนลินวิภาเริ่มโลดเเล่น ดวงตาเบิกกว้างเมื่อนึกได้แล้วว่าทำไมคุ้นหน้าเขา พอเขาพูดถึงทินเธอก็เห็นหน้าของเขาซ้อนทับกับเอวิตา ผู้หญิงร้ายกาจที่เธอกับทินเพิ่งให้บทเรียนอย่างสาสมไป... พวกเขาหน้าเหมือนกัน แต่ทำไมเธอไม่รู้มาก่อน เข้าใจว่าเอวิตาตัวคนเดียวเสียอีก

"ว่าไงนิ้ง บินหรือยัง"

เธอเงียบปาก ไม่เอ่ยตอบคนปลายสาย

"ไม่ได้บิน และก็ตกอยู่ในกำมือของกูแล้ว มึงบินกลับไทยมาช่วยแล้วกันถ้าอยากให้ผู้หญิงคนนี้มีลมหายใจอยู่"

"มึงเป็นใคร”

"เป็นพี่ชายของอีฟ" เขาบอกแล้วก็กดวางสาย

นลินวิภาตาเบิกกว้าง เธอเชื่อว่าทินคงอึ้ง พอๆ กับที่เธออึ้ง... โทรศัพท์ของนลินวิภาดังขึ้นอีกครั้ง คนที่ถือมันอยู่รับสายแต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร หญิงสาวก็แย่งพูดขึ้นมาก่อน

"ทินอย่าไปเชื่อเขา ไม่ต้องเป็นห่วง นิ้งเอาตัวรอดได้..." เขาเอื้อมมือไปปิดปากเธอ จนเหลือแต่เสียงอู้อี้

"เอาตัวรอดได้งั้นเหรอ ผ่านคืนนี้ไปก่อนให้ได้แล้วกัน" อาคินบอกเสียงเข้มให้คนปลายสายได้ยินด้วย หญิงสาวตอบกลับเสียงอู้อี้ มองเขาตาขวาง

แล้วอาคินก็กดวางสายแล้วก็ปิดเครื่องไป “ฉันจะให้เวลามันสักหน่อยก็แล้วกัน พรุ่งนี้ค่อยจะเปิดเครื่องคุยกับมันอีกรอบ”

เสียงพูดนั้นค่อนข้างเยือกเย็นนัก

นลินวิภาคิดว่าเขาเป็นพี่ชายของเอวิตา ก็คงร้ายกาจพอๆ กับน้องสาว ดูจากการกระทำที่ทำกับเธอก็รู้ แววตาของคนที่ถูกมัดอยู่ก็วาวโรจน์ขึ้นมาด้วยความเกลียดชัง

คนพวกนี้ร้ายกาจกันทั้งบ้าน แต่เธอไม่กลัวหรอก

เมื่อเห็นท่าทางต่อต้านส่งผ่านมาทางแววตา มือหนาของเขาเอื้อมมาบีบคางเธอแน่น

"เธอกับไอ้ทินทำลายชีวิตน้องสาวของฉันไว้แค่ไหน ฉันจะเอาคืนให้มากกว่านั้น"

"ทำลายงั้นเหรอ ฉันน่าจะใช้คำนั้นมากกว่านะ น้องคุณเป็นมือที่สามระหว่างฉันกับทิน เค้าไม่ได้บอกคุณเหรอ หรือว่าบอกแค่ว่าฉันเป็นผู้หญิงร้ายกาจที่มาแย่งแฟนของตัวเองไป ทั้งที่คนที่ทำอย่างนั้นคือน้องสาวคุณ"

อาคินยิ้ม แต่เป็นยิ้มแบบเยือกเย็น สายตาที่เขามองคนที่กำลังเถียงหัวชนฝาก็ส่งผ่านความเกลียดชังไม่แพ้กัน

"ทำไมถึงคิดว่าอีฟจะพูดถึงเธอแบบนั้นกันล่ะ" เขาพูดหยันๆ "เท่าที่ฉันรู้จากอีฟคือ ไอ้ทินเข้ามาทำให้อีฟหลงรักแล้วกินอยู่ด้วยกัน แต่อยู่มาวันหนึ่งมันก็ขอเลิกแล้วบอกว่ามีลูกกับคนอื่นซึ่งผู้หญิงคนนั้นคือเธอ แล้วอีฟก็หลีกทางให้พวกเธอไปเสวยสุขกัน"

แม้จะนิ่งอึ้งไปเล็กน้อยกับสิ่งที่เอวิตาบอกพี่ชาย แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่เธอกับทินทำให้เอวิตาเข้าใจว่าเรื่องราวมันเป็นอย่างนั้นเพราะอยากให้เอวิตาได้เรียนรู้ว่าการถูกใครสักคนที่เรารักสุดหัวใจทิ้งนั้นเป็นอย่างไร...

ตอนแรกหญิงสาวคิดว่าผู้ชายตรงหน้าคั่งแค้นเธอเพราะเอวิตาไปใส่ร้ายอะไร แต่ในเมื่อมันไม่ใช่ แล้วเขาจะจับตัวเธอมาทำไมกัน

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED