ตอน 1

สายฝนที่เทลงมาอย่างหนักตกลงบนเรือนร่างเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยรอยแผลและเลือด ชะล้างเลือดลงสู่พื้นดิน แต่เจ้าของร่างกลับนอนรวยรินใกล้ตาย ไม่อาจจะขยับตัวไปไหนได้ ยังคงได้ยินเสียงหัวเราะของพวกมันที่ดังใกล้หู

“หยุดทำไม!!” เสียงทรงอำนาจของรัชทายาทฟงหวินแห่งแคว้นเจี่ยกล่าววาจาขุ่นเคือง เพราะเหล่าทหารต่างเริ่มเบามือเมื่อฝนเทลงหนัก

เหล่าทหารที่เปลือยเปล่าท่อนล่าง ต่างขาดอาหารมาแรมเดือน บัดนี้มีเหยื่อสาวมากองให้เชยชมอยู่ตรงหน้า ต่อให้ฟ้าผ่าหรือแผ่นดินสะเทือนก็ไม่อาจทำให้พวกเขาหยุดมือได้

ร่างระหงบอบบาง ผิวขาวนวลถูกน้ำโคลนเปอะเปื้อนจนมองไม่เห็นผิวขาวอีกแล้ว สตรีนางนี้มีนามว่าเหอหลินเหมย เป็นชายาเอกของมู่หยางจวิ้นอ๋อง โอรสของฮ่องเต้เฟยเทียนแห่งแคว้นโจว ของเล่นบรรณาการที่จวิ้นอ๋องมอบให้เขาเมื่อสองวันก่อน

เป็นสาวงามที่ต้องตาต้องใจเขาเหลือเกิน มุมปากปีศาจนั้นขยับยกขึ้นอย่างพอใจเมื่อเห็นบรรดาทหารต่างเข้าไปรุมกินทั้งตัว ด้านบนป้อนอาหาร ด้านล่างใส่อาหารให้ไม่ได้ขาด เลือดในกายนางไหลออกมาผสมกับเนื้อโคลนจนมองไม่ออกว่าเป็นเลือดหรือเป็นน้ำอะไร

ความโหดเหี้ยมของรัชทายาทฟงหวินไม่ได้มีเพียงแค่ได้เห็นภาพสนุก แต่ความโหดร้ายของเขาไม่จบสิ้น หลังจากทรมานนางจนหายใจรวยรินเกือบตาย เขาก็สั่งให้ทหารล้างตัวนาง แล้วจับลงอ่างน้ำไว้ในกระท่อม

ผู้เป็นนายกองธงแห่งแคว้นเจี่ยนั้นย่างก้าวไปยังอ่างไม้อย่างเลือดเย็น เขาหันมองถังใบเล็กก็ยกขึ้น แล้วเทเกลือลงไปในน้ำ ได้ผล ร่างที่เกือบไร้วิญญาณเริ่มขยับตัว แต่ไม่อาจมีเสียงออกมา เปลือกตาหงส์ขยับเปิดออก ปากแห้งมีรอยเลือดเปรอะเอ่ยด้วยเสียงสั่น แต่ก็ไม่อาจส่งเสียงได้

“เจ้าช่างอดทนเหลือเกิน คิดหรือว่าจวิ้นอ๋องขี้ขลาดผู้นั้นจะมาช่วยเจ้า”

คนได้ยินสั่นสะท้าน หัวใจนางเหมือนคนตายไปแล้ว แต่ความรักที่มีต่อพระสวามีก็ยังไม่จางหาย ยังคงหวังว่าจวิ้นอ๋องจะมาช่วยนาง หากด้วยลมหายใจรวยรินนั้น ก็ไม่รู้ว่านางจะมีชีวิตต่ออีกนานเท่าไร

รัชทายาทฟงหวินมองดวงตาที่ลืมขึ้น แม้จะเปิดไม่หมด แต่ก็พบว่าอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความโกรธแค้น สายตานั้นไม่แม้แต่จะยอมศิโรราบ นั่นจึงนำมาซึ่งความโมโหให้คนมีอำนาจมากกว่า จึงยกมือขึ้นบีบคางนาง

“เจ้ายังไม่สาแก่ใจ ยังคิดจะมีชีวิตต่อเพื่อไปเป็นชายาผู้ทรงเกียรติอย่างนั้นรึ สภาพเจ้าเช่นนี้กลัวแต่จวิ้นอ๋องผู้นั้นจะยกดาบขึ้นฆ่าให้ตายเสียมากกว่า”

“ท่านอ๋องจะไม่ทำเช่นนั้น” เสียงอันอ่อนแรงนั้นพยายามเค้นออกมาทั้งที่แทบอ้าปากไม่ออก นำพาความโกรธให้รัชทายาทฟงหวินยิ่งกว่าเดิม จึงเปลี่ยนมือจากจับคาง มาจับคอด้านหลังแล้วกดหัวลงไปในอ่างน้ำ น้ำเกลือนั้นผสมกับเลือดทำให้นางปวดแสบไปทั่วร่าง หลินเหมยสำลักน้ำเกลือเข้าปาก หายใจรวยรินเหมือนคนใกล้ตาย แต่สมองนางกลับได้ยินเพียงประโยคแสนหวาน

‘เจ้าแค่ขึ้นรถม้าไป หลังจากนั้นเชื่อใจข้า ข้าจะพาเจ้ากลับมาให้จงได้’

แล้วเหตุใดนางถึงถูกจับตัวอย่างง่ายดายเล่า หัวใจนางปวดร้าวคิดเพียงแต่ห่วงใยพระสวามีว่าตอนนี้เป็นเช่นไร ไม่ได้ห่วงเลยว่าตัวเองจะตายในอีกไม่ช้า

รัชทายาทฟงหวินมองร่างที่เริ่มอ่อนแรงลง พอคิดว่าอีกฝ่ายกำลังจะตายก็คิดว่าคงหมดสนุก จึงจับคอนางขึ้นมา ใบหน้านั้นซีดเผือดไร้เลือดเหมือนคนตายจริงๆ

เพียะ!! มือหนาตบลงไปทันที เลือดในปากของหลินเหมยก็กระอักออกมาพร้อมกับเสียงไอ มุมปากคนกระทำพอใจเมื่อเห็นว่าพระชายาเอกของจวิ้นอ๋องยังไม่ตาย

“ลากนางขึ้นมาจากอ่างแล้วรักษาแผล ยังไงก็ให้ตายภายในสามวันไม่ได้” เหยื่อตายแล้วจะสนุกอะไร ยังไงเขาจะขุดหลุมล่อให้จวิ้นอ๋องเดินเข้ามาเอง แบบนั้นต่างหากถึงจะสนุกที่สุด

เหล่านางกำนัลที่ได้ยินก็รีบพาเรือนร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลออกจากอ่าง ในใจพวกนั้นต่างอกสั่นขวัญหาย สงสารพระชายาผู้นี้ก็สงสาร แต่พวกนางสงสารตัวเองมากกว่า ว่าจะโดนแบบนางหรือไม่ ดังนั้นพวกนางจึงพยายามรักษาพระชายาอย่างดี

หลินเหมยลืมตาขึ้นมองนางกำนัลที่กำลังทำแผล

“พระชายามิต้องกลัวเพคะ หม่อมฉันเพียงแค่ช่วยทำแผล”

น้ำเสียงนั้นดูเป็นมิตร สายตาหลินเหมยมองสำรวจหญิงสาว ใบหน้านั้นงดงามล่มเมือง กิริยามารยาทก็เหมือนได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี ไม่รู้ว่านางมองอีกฝ่ายมากเกินไปหรือเปล่า หญิงสาวจึงหันมายิ้มแล้วเล่าให้ฟัง

“ข้าชื่อซูเม่ย เป็นหญิงหอคณิกาที่ไทจื่อ[ องค์รัชทายาท]พามาชุบเลี้ยง”

“นางเป็นหญิงเดียวที่ไทจื่อเลี้ยงดูอย่างดี” เสียงหญิงสาวอีกคนเอ่ยขึ้น หลินเหมยมองแล้วก็คิดว่าอีกฝ่ายคงเป็นสาวใช้ที่คอยดูแลแม่นางซูเม่ย

“จะกล่าวเช่นนั้นก็มิได้ ต้องเรียกว่าข้ายังโชคดี แต่ถ้าวันใดพระองค์เกิดเบื่อหน่ายข้าขึ้นมา เกรงว่าเมื่อนั้นก็คงมีสภาพไม่ต่างจากเจ้าเท่าใดนัก” นางเอ่ยไปก็พยายามทำใจไปด้วย แม้ว่าองค์รัชทายาทจะเมตตานางกว่าคนอื่น ก็ใช่ว่าจะไม่ฆ่านางในวันพรุ่งนี้

“ท่านก็อดทนหน่อย อีกไม่นานพระสวามีของท่านก็จะมาช่วยท่านแล้ว”

ในใจของหลินเหมยก็คิดเช่นนั้น แต่สภาพนางตอนนี้ต่อให้กลับไปก็คงถูกหย่าในเร็ววัน หรือแม้จะกลับไปได้ นางก็ไม่กล้าที่จะยืนเคียงข้างเขาอีก สายตานางมองไปโดยรอบ ไม่ได้มองหาทางออก แต่มองหาอาวุธที่จะทำให้นางตาย เพื่อให้พระสวามีของนางไม่ต้องเสี่ยงชีวิตมาช่วยนาง

“นางฟื้นแล้วใช่ไหม” เสียงทรงอำนาจทำให้คนที่กำลังทำแผลมือสั่นตกใจ ซูเม่ยรีบขยับหันมองแล้วถอยออกมา สายตานั้นเป็นห่วงพระชายาที่นอนนิ่งไม่ขยับเช่นกัน

“ออกไป”

ซูเม่ยจะไม่ตกใจเลยสักนิด ถ้าไม่เห็นว่าในมือขององค์รัชทายาทนั้นมีสิ่งใดอยู่ เชือกหนังสีดำในมือนั้นแทบจะทำให้นางก้าวขาไม่ออก

ดวงตาทรงอำนาจหันมามองซูเม่ย “หรือเจ้าอยากจะโดนมันด้วย”

แน่นอนว่าเมื่อได้ยินเช่นนั้นซูเม่ยก็รีบขยับออกไปทันที ในใจนั้นได้แต่ขอโทษอีกฝ่ายที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้

ทันทีที่ก้าวออกจากกระโจม นางก็ได้ยินเสียงกรีดร้องดังขึ้น พร้อมกับเงาขององค์รัชทายาทที่กำลังใช้เชือกหนังในมือฟาดลงไปยังร่างที่ทำแผลก่อนหน้า เสียงร้องเจ็บปวดนั้นยิ่งดังมากเท่าไรก็ยิ่งทำให้เสียงหัวเราะขององค์รัชทายาทฟงหวินดังขึ้นไปอีก

เสียงทรงอำนาจดังขึ้น “เจ้าน่าสนุกกว่าหมูพวกนั้นเสียอีก!!”

ตอน 2

นางคิดว่าตัวเองคงตายไปแล้ว คิดว่าตอนนี้คงอยู่ในนรกไม่อาจได้ฟื้นคืนชีพอีก หากแต่เสียงคุ้นหูนั้นร้องเรียกชื่อนาง “พี่สะใภ้”

เหอหลินเหมยลืมตาขึ้นพบกับแสงกระทบจนทุกอย่างเป็นสีขาวสว่างตา นางตายไปแล้วเหตุใดถึงได้ยินเสียงของเฉินเว่ยเป้ยเล่อ ผู้เป็นอนุชาของพระสวามีนางเล่า หรือว่าอีกฝ่ายก็ตามนางไปยังยมโลกด้วยเช่นกัน

คำถามนั้นไม่อาจถามออกมาได้เมื่อคอนางแห้งผาก มือและร่างกายไร้เรี่ยวแรง

“พี่สะใภ้หิวน้ำใช่ไหม”

ไม่ทันที่นางจะลืมตาให้ดีก็ได้ยินเสียงนกร้องดังออกมา “เหมยเหมยตื่นได้แล้ว เหมยเหมยตื่นได้แล้ว”

เสียงนี้เป็นเสียงนกของนางเอง เป็นนกแก้วตัวเล็กพูดมาก และแสนรู้ คำเรียกนี้มักจะเรียกนางตอนตื่นยามเช้า หรือแม้แต่ในฝัน เจ้ามู่มู่ก็ยังตามหานาง แล้วพระสวามีนางเล่า ท่านจวิ้นอ๋อง ท่านอยู่ที่ใด

เฉินเว่ยเป้ยเล่อมองสภาพพี่สะใภ้ก็นึกสะท้อนใจ หันมองไปทางนอกประตูก็ไม่เห็นเงาพี่ชายตน สามวันแล้วที่พี่สะใภ้ต้องนอนหมดสติเช่นนี้

“ท่านพี่โปรดรอหน่อย ตอนนี้พี่มู่หยางกำลังเข้าเฝ้าเสด็จพ่ออยู่”

เข้าเฝ้าอันใดเล่า นางไม่เข้าใจ หรือแม้แต่ฮ่องเต้ก็ยังตามนางมาอยู่ในยมโลกด้วยกัน

คนที่ยังคิดว่าตัวเองตายทำได้เพียงแค่ลืมตาให้กว้างขึ้น ก่อนจะพบว่านางนอนอยู่ในห้องนอนของตัวเอง

นางรอด? เป็นคำถามที่ไม่สามารถพูดออกมาได้ มือนางก็ไม่สามารถขยับเคลื่อนไหวได้ตามใจ สายตานั้นมองเฉินเว่ยเป้ยเล่อ

“ท่านอ๋อง” นางยังไม่ตายจริงๆ ด้วยเพราะถ้าตาย คนที่อยู่ในห้องนางตอนนี้ก็คงตายกันหมด สาวใช้ของนางรีบหยิบน้ำมา ประคองให้นางดื่ม

“พระชายาฟื้นแล้ว หม่อมฉันดีใจมากเพคะ”

นางกลับมาแคว้นโจวได้ยังไง ก่อนหน้านี้เกิดอันใดขึ้น สีหน้านางเหมือนอยากได้ยินคำตอบ แต่กลับไม่สามารถถามออกไปได้ หากมีคนหนึ่งเอ่ยออกมาราวกับรู้ใจ

เฉินเว่ยเป้ยเล่อ “พี่สะใภ้กำลังมองหาพี่มู่ใช่หรือไม่ พี่ข้ารึก็ช่างกระไร กลับมาจากชายแดนไม่ทันก้าวเท้าเข้าตำหนักก็รีบไปรายงานฮ่องเต้แล้ว แต่เรื่องไม่เสร็จสิ้นในวันเดียว ก็เลยมาพบท่านมิได้”

ตำแหน่งการงานของจวิ้นอ๋องย่อมสำคัญกว่าตัวนางอยู่แล้ว นางอยากถามว่าใครเป็นคนช่วยนาง เฉินเว่ยเป้ยเล่อก็เหมือนรู้ใจอีกแล้ว

“ฮ่องเต้แคว้นเจี่ยเกิดประชวรเสียก่อน องค์รัชทายาทฟงหวินจึงรีบยกทัพกลับแคว้นไป ตอนที่พวกเราไปถึงก็พบว่าท่านถูกทิ้งเอาไว้ในกระโจมเพียงลำพัง ลมหายใจรวยริน ข้าพาท่านกลับมาก่อน ส่วนพี่มู่ยังนำทัพไล่ตามหลังองค์รัชทายาทฟงหวิน ก่อนจะที่อีกฝ่ายจะบาดเจ็บจนกระทั่งยอมแพ้ศึกครั้งนี้”

ตั้งแต่นางแต่งเข้ามาในตำหนัก จวิ้นอ๋องล้วนมีความมุ่งมั่นในตำแหน่งหน้าที่ของตน ความปรารถนาของเขานั้นอยากเป็นใหญ่ แต่ตำแหน่งของเขานั้นเป็นเพียงรององค์รัชทายาทหยวนไห่

เช่นเดียวกับศึกครั้งนี้ ที่นางถูกนำไปเป็นของบรรณาการก็เพื่อเป็นกลลวงให้อีกฝ่ายหลงกล แต่แผนผิดพลาดจนนางถูกจับตัวไปทรมานเจียนตาย

สภาพจิตใจนางตอนนี้ดำดิ่งลงไปเหมือนอยากตายไปเสียพ้นๆ แต่เหมือนนางจะก่อกรรมเอาไว้มากถึงได้ยังมีชีวิตอยู่เช่นนี้ เหตุใดพระโพธิสัตว์ถึงไม่ยอมทำตามที่นางขอร้อง

“พี่สะใภ้ ท่านมีสิ่งใดจะพูดหรือไม่”

นางอ้าปากจะพูดขอบคุณ แต่เสียงกลับไม่ได้ออกมาอย่างที่คิด นางพยายามขยับมือยกขึ้นแตะคอ ก็พบว่ามีแต่เสียงลม ดวงตาเบิกกว้างเมื่อรู้ว่าตอนนี้

“พี่สะใภ้ เหตุใดเสียงท่านถึงไม่มี”

เหตุใดไม่มี ทำให้นางนึกถึงภาพสุดท้ายที่เลือนหายไป ดูเหมือนองค์รัชทายาทฟงหวินจะกรอกบางอย่างใส่ปากนางจนทำให้นาง

“หรือว่าท่านพูดไม่ได้” เฉินเว่ยเป้ยเล่อยังคงพูดออกมาด้วยความตกใจ จากนั้นก็รีบเรียกหมอเข้ามาตรวจอาการ

สำหรับเหอหลินเหมยแล้ว จะมีสิ่งใดเจ็บปวดไปมากกว่านี้อีก นางถูกทรมาน ถูกย่ำยีจนไร้ความเป็นมนุษย์ ถูกทหารทั้งกองทัพตักตวงความสุขไม่ลืมวันลืมคืน ร่างทั้งร่างของนางไร้ความรู้สึก แค่ไม่ตายก็ถือว่าหนักแล้ว ยังมาพบว่าตัวเองพูดไม่ได้อีก

ชาติที่แล้วนางก่อกรรมอันใดไว้ ถึงได้ถูกทรมานเช่นนี้ ในใจได้แต่โทษสวรรค์ที่มอบชีวิตอันแสนเจ็บปวดเช่นนี้ให้นาง

“พี่สะใภ้ ยังไงท่านก็ต้องหาย ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนท่านไม่ยอมให้ท่านเป็นอะไรแน่นอน”

ท่านอ๋อง ท่านจะรู้อะไรไหม ข้าในตอนนี้หากมีมีดในมือก็จะปักใส่กลางหัวใจโดยไม่ลังเลเลยสักนิด

‘นางอยากตาย’

แต่ดูเหมือนสวรรค์ไม่เข้าข้าง ยังคงให้นางมีชีวิตต่อ หมอหลวงรักษานางจนดีขึ้นสามารถลุกนั่งได้ แขนขยับยกขึ้นได้ แต่ขาสองข้างและเสียงกลับไม่ดีขึ้นเลย

หนึ่งเดือนแล้วที่นางต้องรักษาตัว และรักษาจิตใจ ปากจะร้องเจ็บปวดทรมานก็ทำไม่ได้ ได้แต่แอบร้องไห้ยามค่ำคืน มีเพียงแค่เจ้ามู่มู่ที่ร้องปลอบนางไม่หยุด

“อย่าร้อง อย่าร้อง” เสียงนกแสนรู้ขับขานในมุมมืด แต่นางกลับรู้สึกอยากร้องให้ดังกว่าเดิม พระสวามีนางหายไปตั้งแต่นางลืมตา เขาหายไปไหน หรือว่ารังเกียจตัวข้าจนไม่กล้าแม้แต่จะมาพบเจอ

“พระชายา ท่านยังไม่นอนหรือเจ้าคะ” หลานอิง สาวใช้ของนางที่อยู่ด้านนอกคงได้ยินเสียงร้องนางจึงรีบเข้ามา ก่อนจะรินน้ำชามาให้นางดื่ม แล้วจุดเทียนสว่างขึ้นอีกด้วย หยิบผ้าห่มที่ยับย่นอยู่กลางตัวขึ้นมาอีก ก่อนจะก้มดูใต้เตียงว่าความร้อนยังอุ่นหรือไม่

“ให้หม่อมฉันเพิ่มไฟอีกหน่อยไหมเพคะ”

หลินเหมยส่ายหน้า หัวใจนางเย็นชาจนไม่รู้สึกถึงความอบอุ่นอีกแล้ว

‘ท่านอ๋องมาหาข้าหรือไม่’ นางอยากเอ่ยคำนั้น แต่สาวใช้นางกลับไม่เข้าใจความคิด

“พระชายานอนเถอะเพคะ วันพรุ่งนี้พวกเราต้องออกนอกเมืองแล้ว”

คำว่าออกนอกเมืองทำให้นางขมวดคิ้ว หลานอิงก็ยิ่งลนลานมากกว่าเดิม ผู้เป็นนายจึงดึงแขนเอาไว้ แล้วกดนิ้วลงแรงๆ พร้อมขมวดคิ้วเค้นความจริง

“คะ คือ วันพรุ่งนี้ท่านอ๋องจะแต่งพระชายารองเข้าตำหนักเพคะ”

อะไรนะ ตะ แต่ง เข้าตำหนัก สมองนางดับไปชั่วคราว ได้แต่ถามย้ำว่าตัวเองไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม นางถูกส่งไปเป็นของบรรณาการมีชีวิตรอดกลับมาไม่ถึงเดือนเขาก็แต่งพระชายารองเข้ามา

เหตุใดไม่รอให้นางตายก่อนเล่า จะได้แต่งเข้ามาในตำแหน่งนางเลย สีหน้านางเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าภาพฝันอันเลวร้ายพวกนั้น เจ็บที่ว่าพระสวามีนางไม่เคยมาดูดำดูดีกับนางเลยตั้งแต่ลืมตาขึ้นมา

‘มู่หยาง ท่านใจร้ายกับข้ามาก’ เสียงนางร่ำร้องเรียกชื่อสามี แต่ปากก็ออกได้เพียงลม เสียงหวีดร้องนั้นมาพร้อมกับน้ำตาแห่งความเจ็บปวดเจียนตาย สาวใช้ทำอะไรไม่ได้นอกจากกอดปลอบผู้เป็นนาย

“หม่อมฉันจะอยู่ข้างพระองค์เพคะ จะไม่ยอมให้ใครรังแกพระชายาได้” สีหน้าหลานอิงนั้นบอกว่าสงสารผู้เป็นนายหญิงที่สุด

ถูกกระทำเจียนตาย จวิ้นอ๋องผู้นั้นยังมีหน้าแต่งชายารองเข้าตำหนักอีก!!!

รุ่งเช้าถัดมา นางที่ไม่ได้หลับได้ยินเสียงหัวเราะ และเสียงประทัดดังทั่วเรือน นางเฝ้ารอแล้วรอเล่าอยากให้พระสวามีมาอธิบายเรื่องทั้งหมด บอกว่ายังคงรักนางไม่เปลี่ยน หากสุดท้ายแล้วก็มีแต่ความว่างเปล่า

เสียงฝีเท้าดังขึ้นทำให้นางรีบหันมอง ในความคิดนั้นคิดว่าจะเป็นท่านจวิ้นอ๋อง แต่เปล่าเลย ภาพที่นางเห็นเป็นสตรีงดงามใส่ชุดสีแดง ใบหน้านั้นมีรอยยิ้มจางๆ อยู่ เมื่อมาถึงก็คารวะทักทายนาง

“พี่หญิง ที่จริงแล้วข้าคิดว่าควรมาพบท่านก่อนหน้านี้ แต่เพราะเห็นว่าท่านไม่สบายตั้งแต่กลับมาจากชายแดน” สีหน้าพระชายารองทำเหมือนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าจะพูดสิ่งใดอีก

“สภาพท่านตอนนี้ดูน่าสงสารนัก ถึงว่าท่านจวิ้นอ๋องไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าพบ แต่ข้าคิดว่าอย่างไรก็ต้องพบท่านเพื่อฝากเนื้อฝากตัวเสียก่อน ไม่เช่นนั้นแล้วจะเสียมารยาทเอาได้

ไป๋ชิงทำสีหน้าเหมือนปวดใจที่เห็นสภาพนาง หากแต่แววตานั้นกลับสมเพชอย่างเห็นได้ชัด หลินเหมยในตอนนี้กำลังกำมือแน่นด้วยความรู้สึกสังเวชใจที่ตัวเองอยู่ในสภาพเช่นนี้

น้ำตาเอ่อล้นใกล้จะร่วงหล่น หากแต่คนมองกลับรู้สึกยังไม่พอใจ

“หลายวันมานี้พวกเราเร่งรีบจัดงาน ตัวข้าเองก็ตั้งตัวไม่ติดเช่นกัน ใครจะคิดว่าท่านอ๋องเพียงพบหน้าน้องเพียงหนึ่งครั้งก็เข้าพบฮ่องเต้เพื่อขอข้าแต่งงานแล้ว พี่หญิงคิดว่าแปลกไหมเจ้าคะ”

แปลกอันใดเล่า แปลกที่เขาลืมความรักนางอย่างง่ายดาย เมื่อได้ประโยชน์จากนางจนสาสมใจก็ทิ้งขว้างไม่ไยดี

น้ำตาตกในก็วันนี้ นางได้แต่มองไป๋ชิงกล่าวต่อ ทำสีหน้าเหมือนทุกข์ใจที่เห็นสภาพนาง แต่เมื่อก้าวเข้ามายังเก้าอี้ที่นางนั่งอยู่ ใบหน้านั้นก็โน้มเข้าหานาง

สาวใช้หลานอิงคิดจะเข้ามาขวาง แต่สาวใช้ของไป๋ชิงสองคนก็มาขวางเอาไว้ไม่ให้ขยับ ใบหน้างามนั้นขยับมาถึงใบหูแล้วกล่าวต่อ

“หากข้าเป็นพี่หญิง คงไม่กล้าเสนอเป็นพระชายาเอกท่านจวิ้นอ๋องให้เขาขายขี้หน้าแน่นอน ข้าคงชิงผูกคอตาย ไม่อยู่ให้ผู้คนรังเกียจเช่นนี้หรอก”

น้ำเสียงนั้นเย็นเฉียบร้ายกาจจนทำให้ตัวนางสะท้าน มองหญิงสาวโน้มตัวกลับแล้วหันหลังจากไปทันที

“คนนิสัยไม่ดี” นกแสนรู้ของนางตะโกนตามหลัง ก่อนจะบินมาเกาะแขนของนาง หลินเหมยยกมือขึ้นลูบหัวมู่มู่

น้ำตานางหยดลงบนแก้ม สายตานางมองดอกเหมยฮวาที่ร่วงหล่นบนพื้นดินครั้งแล้วครั้งเล่า กลีบดอกตกสู่พื้นจนมองไม่เห็นความงามของมันอีก เช่นเดียวกับตัวนาง หญิงมีราคีเช่นนางจะมีไว้ประดับเรือนทำไมกัน เมื่อคิดว่าอยู่ไปก็รังแต่จะทำให้เขาเดือดร้อน เหอหลินเหมยจึงยอมจากไปแต่โดยดี

เสียงรถม้าขับเคลื่อนไปทางประตูหลัง เสียงโห่ร้องดีใจก็ดังมาจากในเรือน เป็นวันที่นางเจ็บปวดแสนสาหัสอยากตายให้พ้นเสียวันนี้ แต่ตายในเรือนของจวิ้นอ๋องก็รังแต่จะทำให้เขาเดือดร้อน

ดูสิ นางจะตายก็ยังกลัวเขาเดือดร้อนอีก

หลินเหมยแค่นหัวเราะให้ตัวเอง จะตายเป็นผีก็ยังรักเขาไม่เปลี่ยน ตัวข้าโง่เขลานัก เหตุใดจึงได้โง่เพียงนี้ เสียงม้าเร่งออกจากเมืองหลวงเพื่อมุ่งหน้าไปยังสกุลเหอที่ชายแดน บิดานางเป็นเพียงแค่นายกองธงกองธงแดงเท่านั้น หรือจะสู้สกุลจางของชายารองที่เป็นถึงอำมาตย์ปิตุลาผู้ทรงอำนาจเล่า

ตอนที่นางคิดว่าหากออกนอกเมืองไปแล้วจะหาโอกาสกระโดดหน้าผานั้น ก็มีเสียงม้าวิ่งมาใกล้ ก่อนจะมีเสียงของเป้ยเล่อดังขึ้น

“ข้าขอพบพี่สะใภ้ก่อน”

หลินเหมยเปิดผ้าม่านก็พบชายหนุ่ม สีหน้าอีกฝ่ายเหมือนเสียใจที่เรื่องทุกอย่างลงเอยเช่นนี้

“ข้าจะขอติดตามส่งพี่สะใภ้ถึงชายแดนอย่างปลอดภัย”

นางควรดีใจไหม หรือว่าไม่ เพราะโอกาสที่จะกระโดดหน้าผานั้นริบหรี่เหลือเกิน แต่เพราะความหวังดีของเฉินเว่ยเป้ยเล่อจึงทำให้นางไม่กล้าคิดสั้นอีก

พวกเขาเดินทางได้เพียงครึ่งทางก็ต้องแวะพักที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง ตอนที่นางถูกอุ้มลงจากรถม้านั้นก็พบว่าโรงเตี๊ยมแห่งนี้เป็นโรงเตี๊ยมเดียวกับที่ครั้งก่อนนางเดินทางไปเป็นตัวประกัน

คำพูดหนึ่งของพระสวามีนางก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำ

‘ไม่ว่าจะทุกข์จะสุข ข้าจะจับมือเจ้ามิปล่อย’

ไม่ยอมปล่อยเช่นนั้นรึ แค่เพียงลมพัดผ่านหัวใจก็ผันเปลี่ยนไปแล้ว จะเปลี่ยนอันใดได้กับความรู้สึกคนเล่า นางก็แค่สตรีไร้อำนาจ แถมไร้ประโยชน์

“พี่สะใภ้อย่าได้โกรธพี่มู่หยางเลย ถึงอย่างไรเส้นทางนี้ก็ต้องคำนึงถึงอำนาจก่อน” เฉินเว่ยปลอบใจพี่สะใภ้ ส่วนนางนั้นได้แต่เหม่อลอย คิดแต่เพียงว่าเหตุใดคนที่ควรอยู่ข้างนางถึงไม่เป็นเขา แต่กลับเป็นคนอื่น

“คืนนี้พวกเราต้องพักที่นี่ก่อน” เสียงเฉินเว่ยทำให้นางได้สติ ชายหนุ่มเข็นนางเข้าไปในเรือนพักชั้นเดียวด้านหลังของโรงเตี๊ยม นางมองห้องที่อยู่ห้องแรก ก่อนที่เฉินเว่ยจะชี้ไปยังห้องใกล้กัน

“ข้าอยู่ตรงนี้ พี่สะใภ้มีอันใดก็เรียกข้าได้” เฉินเว่ยมีสีหน้าตกใจเมื่อนึกได้ว่านางยังพูดไม่ได้ กำลังจะกล่าวขอโทษ หลินเหมยก็ส่ายหน้าว่าไม่เป็นไร

คงเป็นมู่มู่ที่เกาะแขนนางพูดขึ้นมา “คนโกหก คนโกหก” คำนั้นของมันทำให้นางประหลาดใจ หรือว่ามู่มู่กำลังพูดถึงจวิ้นอ๋องผู้เป็นพระสวามีของนาง

เฉินเว่ยมีสีหน้าไม่พอใจ เจ้ามู่มู่ก็หาได้กลัวไม่ ก็ยังตะโกนอีก “ระวังภัย ระวังภัย อันตราย อันตราย อยู่ไม่ได้”

หลินเหมยรู้สึกว่าเจ้ามู่มู่จะพูดไม่รู้เรื่อง หรือเพราะว่าพวกนางเดินทางมานาน จึงทำให้มันพูดเลอะเทอะไปกันใหญ่ จึงสั่งให้หลานอิงพานางเข้าไปพักในห้อง

เมื่อประตูปิดลงนางก็หันไปมองเจ้านกที่ดูกระวนกระวาย หรือว่าจะมีอันตรายจริงๆ แต่สภาพนางเช่นนี้ ยังจะมีใครต้องการอันใดจากนางอีก เหอหลินเหมยจมอยู่ในความคิดอยู่นาน ก่อนที่หลานอิงจะประคองนางขึ้นจากรถเข็นแล้วนอนบนเตียง

“ดึกแล้ว พระชายารีบนอนเถอะเพคะ หม่อมฉันจะนอนเฝ้าหน้าห้องเอง” หลินเหมยพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะมองแสงเทียนดวงเดียวดับลง

ยามกลางคืนนั้นเหมือนมีมีดมาทิ่มแทงใจ ภาพของทหารพวกนั้นที่เข้ามาทำร้ายนางยังคงเป็นฝันร้าย หลินเหมยกัดผ้ากันเสียงที่เบาบางเพื่อกดความรู้สึกเจ็บปวด จนกระทั่งมีเสียงประตูเปิดออก หลินหยางลุกขึ้นมองไปยังประตูที่มีเงาสะท้อนอยู่เบื้องหน้า

‘ท่านอ๋อง’ หรือว่าจวิ้นอ๋องมาหานางแล้ว นางพยายามขยับตัวลุกขึ้น แต่ก็ทำไม่ได้ ทำได้เพียงแค่มองเงาที่สะท้อนกับดวงจันทร์นั้นกระทบใบหน้าเพียงครึ่ง

“เป่ยหวางมาช่วยปลดปล่อยเจ้า หวางเฟยยอดรัก เจ้าจงหลับให้สบายเถอะ” น้ำเสียงนั้นเป็นเสียงเขา ก่อนที่นางจะเห็นเต็มสองตาว่าในมือเขานั้นมีดาบคู่กาย

ไม่ทันที่นางจะมองเห็นชัดก็เห็นเขาถอดดาบออกจากฝัก จากนั้นก็กล่าวต่อ “เพื่ออนาคตของข้า เป่ยหวางจำเป็นต้องทำ ถือว่านี่เป็นคำขอร้องของเป่ยหวาง หวางเฟยจงตายเสียเถอะ”

ดวงตาหลินเหมยเบิกกว้างมองดาบที่ปักลงมาตรงหัวใจนาง เลือดทะลักออกมาจากปาก สายตานางเต็มไปด้วยความสงสัย หรือเพราะอำนาจนั้นสำคัญกว่าสามีภรรยา

แม้ผูกผมร่วมสาบาน ก็ไม่อาจเทียบได้

ท่านพี่ เหตุใดท่านได้ถึงเลือดเย็นเช่นนี้...

หิมะร่วงโรยสู่ดินแล้วเลือนหาย

เช่นหยดเลือดสีแดงลงพื้นมลายไป

จบสิ้นแล้วความรักข้าและท่านในชาตินี้

หากชาติหน้ามี ข้าขอไม่รักท่านทุกชาติไป

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED