ตอน 1

บทนำ

เปลวแดดอันแรงกล้าของแสงอาทิตย์ในยามกลางวัน ช่างร้อนระอุไปทั่วผืนแผ่นดินสีทอง เม็ดทรายแม้จะละเอียดแต่ทว่าเมื่อรวมตัวหนาแน่น กลับเป็นภัยร้ายให้แก่สิ่งมีชีวิต และหากสิ่งนั้นคือมนุษย์โดยเฉพาะอิสตรี ร่างกาบที่บอบบางจะเป็นอย่างไร หากผิวกายแทบมอดไหม้ เมื่อถูกแสงแดดอันแรงกล้าแผดเผาไปทั่วทั้งร่าง จนร่างนั้นแทบไหม้เกรียม ซ้ำร้ายขาดน้ำ ขาดอาหารและโดดเดี่ยวอ้างว้างอยู่เพียงลำพัง ท่ามกลางทรายที่เวิ้งว้างไกลสุดสายตา

รถโฟร์วิลจำนวนหลายคันแล่นมาด้วยความเร็วสูง จนฝุ่นทรายตลบอบอวลจนฟุ้งกระจายคล้ายกำลังแข่งขันแรลลี่กลางทะเลทราย ทว่ามันไม่ใช่การแข่งขันชิงจ้าวความเร็วแต่รถโฟร์วิลจำนวนหลายคันเหล่านั้น กำลังแล่นเพื่อติดตามหาอะไรบางอย่างด้วยความรีบเร่ง

“พั่บ! พั่บ! พั่บ!”เสียงใบพัดของเฮลิคอปเตอร์ ดังก้องอยู่เหนือน่านฟ้า กำลังบินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วโดยมีขบวนรถโฟร์วิลแล่นติตาม

ท่ามกลางน่านฟ้ากลางทะเลทรายที่กว้างใหญ่จนสุดลูกหูลูกตา เฮลิคอปเตอร์ซึ่งใช้ออกปฏิบัติการเพื่อใช้ลาดตระเวนกลางทะเลทราย กำลังมองเห็นอะไรบางอย่างตรงหน้าซึ่งอยู่ท่ามกลางทะเลทราย พร้อมค่อยๆ ร่อนจอดลงด้วยความรวดเร็ว ทันทีที่เฮลิคอปเตอร์ลงจอดกับพื้นทรายยังมิทันจะจอดสงบนิ่ง ร่างของชายฉกรรจ์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนจนถึงข้อศอกและกางเกงขายาวสีดำสนิท ราคาแลดูแพงลิบแต่กลับถูกเมินเฉยจากเจ้าของร่างราวกับว่าเขาอยู่ในชุดนี้มาหลายวัน

ร่างสูงกระโดดลงจากเฮลิคอปเตอร์ทันที พร้อมวิ่งออกหน้าด้วยความรีบเร่งไปยังร่างๆ หนึ่งซึ่งนอนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางทะเลทรายอันว้างเวิ้งอย่างโดดเดี่ยว

“เกรซ!เกรซ!”เสียงตะโกนดังก้องด้วยความดีใจเมื่อเขาได้เห็นร่างหญิงสาวซึ่งนอนนิ่งอยู่ตรงหน้า

ชายหนุ่มวิ่งโผเข้าหาร่างของหญิงสาว ซึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่ท่ามกลางทะเลทรายอันเวิ้งว้างอยู่เพียงลำพัง เหตุใดผู้หญิงตัวเล็กๆ จึงถูกปล่อยทิ้งอยู่กลางทะเลทรายแบบนี้ได้ จะเป็นไปได้หรือที่เธอจะมานอนเล่นกลางทะเลทรายเช่นนี้หากไม่มีใครพามา

ทันทีที่ร่างสูงถึงตัวร่างบาง สองมือช้อนร่างที่สิ้นสติไว้ในอ้อมกอดของเขาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าที่บ่งบอกถึงความดีใจเมื่อแรกเริ่มที่ได้เห็นร่างบางนั้น แปรเปลี่ยนไปทันทีเมื่อสภาพของหญิงสาวตรงหน้าไม่แตกต่างไปจากสภาพของคนใกล้ตาย

“เกรซ!เกรซ!ลืมตาสิเกรซ!แกจะต้องไม่เป็นอะไร พี่มาช่วยแกแล้ว เกรซ”เสียงร้องเรียกดังก้องแข่งกับเสียงใบพัดของเฮลิคอปเตอร์ พร้อมสองมือเขย่าร่างบางที่อยู่ในอ้อมกอดนั้นไปมาเพื่อให้รู้สึกตัว

ใบหน้าที่มีเค้าว่าเคยสวยงาม บัดนี้ถูกเปลวแดดแผดเผาจนผิวที่เคยขาวนวลเนียน เริ่มไหม้เป็นบางที่เพราะถูกตากแดดเป็นเวลานาน ริมฝีปากแตกระแหงจนเห็นเลือดไหลซึมเพราะร่างกายขาดน้ำ ดวงตาปิดสนิทเหมือนไม่รับรู้สิ่งใดเริ่มกรอกไปมา พยายามจะลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงร้องเรียกชื่อของเธอ

“พะ...พี่....พี่...ชาย”เสียงแหบแห้งพยายามเปล่งออกมาเมื่อมองเห็นว่าเสียงที่ร้องเรียกชื่อเป็นใคร

“ทำใจดีๆ ไว้เกรซ แกต้องไม่เป็นอะไร พี่มาช่วยแกแล้ว พี่จะพาแกกลับบ้าน”ชายหนุ่มเอ่ยบอกน้องสาวของเขา พร้อมรีบอุ้มร่างน้อยๆ นั้นนำส่งโรงพยาบาล

“อะ...อัล...อัลมิล..ฮา..ฮาจญ์”เสียงแผ่วเบาเอ่ยเรียกชื่อหนึ่งให้พี่ชายได้ยิน จนร่างของพี่ชายซึ่งกำลังจะอุ้มเธอจากผืนทรายต้องหยุดชะงักไปทันที

“อัลมิลฮาจญ์ทำไมเกรซ!แกเรียกอัลมิลฮาจญ์ทำไม!” ชายหนุ่มเอ่ยถามน้องสาวด้วยความสงสัย พร้อมรีบคว้ามือบางอันสั่นเทา ซึ่งกำลังยกขึ้นมอบอะไรบางอย่างให้กับพี่ชายของเธอ

เศษชายผ้าสีงาช้างเนื้อผ้านุ่มติดมือ บ่งบอกได้ว่าผ้าดังกล่าวมีราคาสูงลิบแค่ไหน ลักษณะของผ้าพบเห็นได้ยาก เนื่องจากจะมีใช้เฉพาะคนชั้นสูงเท่านั้น

“แกกำลังจะบอกอะไรพี่เกรซ มันเกี่ยวอะไรกับเศษผ้าผืนนี้”เสียงของพี่ชายร้องถามอย่างร้อนรน

“อะ...อัล...มิล...ฮาจญ์...ร...ระ....”เสียงแผ่วเบา เอ่ยอย่างขาดห้วง

ร่างบางพยายามจะบอกอะไรบางอย่างให้พี่ชายของเธอได้รู้ แต่ร่างกายของเธอมันไม่สามารถที่จะฝืนได้อีกต่อไป ริมฝีปากที่แตกระแหงซึ่งพยายามที่จะขยับนั้น ค่อยๆ หยุดลงอย่างช้าๆ พร้อมศีรษะหันเข้าหาอกกว้างของพี่ชายก่อนจะตกลง สิ้นใจคาอ้อมกอดของพี่ชายเธอ

“เกรซ!เกรซ!ไม่นะเกรซ ไม่นะ ไม่!!!”เสียงร้องของชายหนุ่มดังก้องขึ้นทันใด เมื่อน้องสาวของเขาหมดสิ้นการตอบสนอง ร่างบางถูกกกกอดพร้อมเสียงร่ำไห้ของพี่ชายต่อการจากไปของน้องสาวเพียงคนเดียว

มือหนายกมือของน้องสาวเพียงคนเดียว ซึ่งกำเศษชายผ้าสีงาช้างเอาไว้แน่น เสียงแผ่วเบาเรียกชื่อให้เขาได้ยินก่อนจะจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ดวงตาแดงก่ำซึ่งเต็มไปด้วยน้ำตา มองเศษชายผ้าดังกล่าวเต็มไปด้วยความเคียดแค้น

“อัลมิลฮาจญ์!มึงทำให้น้องกูตาย!ชาตินี้อย่าหวังเลยว่ามึงจะได้อยู่อย่างสงบสุข!”เสียงของชายหนุ่มกล่าวคำอาฆาตจนดังก้องไปทั่วผืนทราย น้ำตาร่ำไห้ออกมาไม่ขาดสาย เมื่อเขาต้องสูญเสียน้องสาวของเขาไปอย่างไม่มีวันกลับ

ตอน 2

ตอนที่ 1

ราสอัลไคมาห์

ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์

ภายใต้แผ่นดินสีทองเหลืองอร่าม กินเนื้อที่อาณาบริเวณกว้างขวางเห็นแต่แผ่นดินสีทองไกลสุดฟากฟ้า สุดเอื้อมสายตา แผ่นดินที่แห้งแล้ง ร้อนระอุด้วยความร้อนที่แผดเผากลางทะเลทราย ภายใต้ความแห้งแล้งของแผ่นดินสีทอง ลึกลงไปใต้ผืนแผ่นดิน กลับเต็มไปด้วยแร่ธาตุซึ่งเป็นพลังงานอันมีมูลค่ามหาศาล “น้ำมันดิบ” ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของพลังงานอันมีค่าในปัจจุบัน

ราสอัลไคมาห์ 1ใน7 รัฐของสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เป็นแหล่งผลิตน้ำมันดิบ ซึ่งเต็มไปด้วยแร่ธาตุที่ฝังตัวอยู่ใต้แผ่นดินสีทองอันกว้างใหญ่มหาศาลแร่ธาตุซึ่งมีมูลค่ามหาศาล ถูกนำขึ้นมาผลิตเข้าสู่โรงกลั่นน้ำมันดิบได้ในแต่ละวันหลายพันล้านบาร์เรล นอกจากจะมีน้ำมันดิบมากมายแล้ว ยังมีแหล่งกักเก็บก๊าซธรรมชาติล้วนๆ ซึ่งเมื่อสำรวจแหล่งก๊าชธรรมชาติอันมหึมานี้ สามารถนำมาใช้อีกนับ100 ปีก็ยังไม่หมด นับเป็นประเทศที่โชคดีอย่างมหาศาลที่เพียบพร้อมไปด้วยแหล่งน้ำมันดิบและแหล่งก๊าชธรรมชาติ ซึ่งประเทศอื่นยากนักที่จะมี

ร่างสูงสง่าในชุดกันดูร่า สีขาวสะอาดตานั่งตรวจเอกสารในห้องทำงานอันหรูหรา สมกับเป็นเจ้าของประเทศแห่งบ่อน้ำมันดิบ สายตาคมดั่งพญาเหยี่ยวกวาดสายตาไปที่แฟ้มเอกสารเล่มเขื่อง รายงานเกี่ยวกับสินค้านำเข้าและส่งออกในทวีปเอเซียตะวันตกเฉียงใต้ ตลอดจนรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าถือหุ้นในแถบเอเซีย ร่างสูงอ่านข้อความในเอกสารอย่างละเอียดด้วยความตั้งใจ ก่อนคิ้วเข้มจะค่อยๆ ขมวดเข้าหากันอย่างช้าๆ พร้อมเอกสารแต่ละหน้าถูกเปิดทีละแผ่นด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะจับแฟ้มเอกสารเล่มเขื่องฟาดลงไปที่พื้นพรมทันที

“โครม!”

“ระยำ!ทำไมถึงมีแต่บริษัทดราโก้ กรุ๊ป ชิงร่วมทุนกับบริษัทแถบเอเซียไปหมด ทำยังกับรู้ว่าราสอัลไคมาห์ หมายตาร่วมทุนประเทศเหล่านี้เอาไว้ ไอ้บริษัทดราโก้มันยิ่งใหญ่มาจากไหน ถึงมาตัดหน้าเราได้!”ชายหนุ่มร่างสูงเอ่ยด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะคว้ากระดิ่งซึ่งตั้งอยู่ที่โต๊ะ พร้อมสั่นไปมาอย่างแรงเพื่อเรียกบ่าวรับใช้

เสียงกระดิ่งสั่นไหวด้วยความรุนแรงไปมาได้ไม่นาน ร่างสันทัดของชายหนุ่มวัยเกือบ 30 ปี ก้าวเข้ามาในห้องทำงานอันหรูหรารวดเร็วทันใจ พร้อมก้มคำนับพลางเอ่ยถาม

“พระองค์ประสงค์สิ่งใดหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“เราอยากรู้ว่า ดราโก้ กรุ๊ป ที่ตัดหน้าราสอัลไคมาห์ ซึ่งเข้าซื้อหุ้นในบริษัทแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ไปก่อนหน้าเราทั้งหมด มาจากประเทศอะไร ไม่ว่าเราจะตัดสินใจจะซื้ออะไร ทำอะไร เหมือนมันจะรู้ว่าเราอยากได้ และอยากทำเหลือเพียงอย่างเดียว ที่มันยังไม่ทำคือซื้อสโมสรฟุตบอลในยุโรป ไปหาข่าวมาให้เรา เราอยากรู้ว่าบริษัทนี้ใครเป็นเจ้าของและอยู่ประเทศอะไร”รับสั่งเต็มไปด้วยพระสุรเสียงหงุดหงิด ก่อนจะทรงทอดพระเนตรใบหน้าของมหาดเล็กที่ยังคงยืนนิ่งไม่ยอมไปไหน

“เจ้าไม่ได้ยินเราเหรอฟารีส!เราสั่งให้ไปทำอะไร!”พระองค์รับสั่งตวาดกลับไปทันที

“กระหม่อมได้ยินฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ สิ่งที่ฝ่าบาทอยากทรงทราบกระหม่อมได้ข้อมูลมาหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ”มหาดเล็กทูลตอบเสียงเบา

“แล้วยืนอมพะนำอยู่ทำไม!รู้แล้วก็บอกมาสิ!ต้องรอให้ถามก่อนหรือไง!”รับสั่งถามดุกลับไป ก่อนจะรับสั่งขึ้นอีก

“เอ๋า!ยังยืนเฉยอยู่อีก!รู้อะไรก็รีบรายงานเข้ามาสิ!จะต้องให้รอไปถึงไหน”

“พ่ะย่ะค่ะ....เออ”มหาดเล็กเอ่ยรับคำ แต่พอจะเล่าจริงๆกลับกล้าๆกลัว เพราะกลัวเกรงพระอารมณ์อันฉุนเฉียวของเจ้าชายหนุ่ม ก่อนจะต้องสะดุ้งตกใจเมื่อสุรเสียงตวาดดังก้องขึ้นอีกครั้ง

“ฟารีส!”เจ้าชายหนุ่มรับสั่งตวาดพร้อมทอดพระเนตรใบหน้ามหาดเล็กด้วยสายพระเนตรที่บ่งบอกว่าพระองค์เริ่มจะทรงมีพระอารมณ์หงุดหงิดขึ้นมาแล้ว

“เออ..รายงานเดี๋ยวนี้เลยพ่ะย่ะค่ะ ดราโก้ กรุ๊ป มีสาขาใหญ่ที่มลรัฐแคลิเฟอร์เนีย ในสหรัฐอเมริกา เจ้าของบริษัทเป็นชาวไทยพ่ะย่ะค่ะ”

“ชาวไทย!”รับสั่งด้วยความแปลกพระทัยดังขึ้นทันที

“พ่ะย่ะค่ะ!และชาวไทยผู้นี้ซึ่งเป็นเจ้าของดราโก้ กรุ๊ป มีสาขามากมายก็คือ คุณกรินทร์ ภีระศักดิ์ไพบูลย์ พระสหายของฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”

“อะไรน่ะ!ดราโก้ กรุ๊ป เป็นของกรินทร์อย่างนั้นเหรอ!”สุรเสียงรับสั่งดังก้อง พร้อมเสด็จลุกประทับขึ้นจากพระเก้าอี้ทันที พระองค์ทอดพระเนตรมหาดเล็กด้วยสายพระเนตรที่ดุดัน จนมหาดเล็กต้องก้มหน้าลงมองพื้นทันที

“ไอ้เพื่อนทรยศ!มันยังตามจองล้างจองผลาญไม่เลิก!”เจ้าชายหนุ่มรับสั่งอย่างหัวเสีย พร้อมรับสั่งถามมหาดเล็กกลับไปทันที

“เหลือบริษัทยักษ์ใหญ่แถบเอเซียอีกกี่ประเทศ ที่มีหนังสือขายหุ้นให้กับราสอัลไคมาล์”

มหาดเล็กก้มลงเน๊ตบุ๊คซึ่งถือติดมืออยู่ตลอดเวลา พร้อมเปิดหน้าที่มีการบันทึกรายฃื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ในแถบเอเซีย พร้อมเอ่ยทูลถวายรายงาน

“ที่เหลืออยู่จะมีที่ประเทศฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงค์โปร์และประเทศไทย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ขนาดยักษ์ใหญ่ รวมแล้วประมาณ 21 บริษัทชั้นนำของประเทศนั้นๆ สำหรับทางประเทศไทยมีอยู่ 5 บริษัทที่รอฝ่าบาทเข้าไปซื้อหุ้นแต่มีอยู่ 1 บริษัทที่แรกเริ่มมีหนังสือขายหุ้นมายังราสอัลไคมาห์ แต่ได้ข่าวว่าทางบริษัทดราโก้ ของคุณกรินทร์ ได้เข้าไปช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษจึงไม่มีความจำเป็นที่จะเสนอขายหุ้นอีกต่อไป”

มหาดเล็กฟารีส รายงานสถานการณ์ในแถบเอเซียให้แก่เจ้าชายหนุ่มอย่างละเอียด คิ้วเข้มสวยของเจ้าชายหนุ่มหล่อแห่งราสอัลไคมาห์ ขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อมหาดเล็กรายงานข่าวว่าอดีตพระสหายเข้าไปช่วยเหลือบริษัทดังกล่าวเป็นกรณีพิเศษ

“คนอย่างกรินทร์ รู้จักมีใจช่วยเหลือคนเป็นด้วยเหรอ ไม่อยากจะเชื่อ!”

เจ้าชายหนุ่มรับสั่งรำพึงอยู่ในพระทัย พระองค์ประทับนิ่งฟังมหาดเล็กรายงานข้อมูลด้วยความตั้งใจ พลางไพล่พระหัตถ์ไปทางด้านหลังพร้อมเสด็จดำเนินไปทางหน้าต่างของห้องทรงงานอันหรูหรา อลังการ เหมือนทรงมีบางอย่างภายในพระทัย พระวรกายสูงสง่าทรงยืนทอดพระเนตร ทิวทัศน์โดยรอบของราสอัลไคมาห์ ประเทศที่มีแต่ทะเลทรายล้อมรอบแต่กลับมั่งคั่งไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติอันทรงคุณค่า สุรเสียงรับสั่งกับมหาดเล็กดังขึ้นอีกครั้ง

“ฟารีส จงไปเตรียมการเดินทางให้เรา เราจะบินไปประเทศเอเซียทุกประเทศที่เจ้ากล่าวมาทั้งหมด จัดให้ประเทศไทยเป็นประเทศสุดท้ายเราจะอยู่ที่นั่น เพื่อจะรอดูว่าหากสหายเก่าของเรารู้ว่าราสอัลไคมาห์จะกว้านซื้อหุ้นบริษัทยักษ์ใหญ่ในไทยที่เหลือ มันจะตัดหน้ากว้านซื้ออีกหรือไม่”

“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท หม่อมฉันจะรีบไปเตรียมการติดต่อที่พักและแจ้งทางบริษัทเหล่านั้นให้รับทราบ”มหาดเล็กน้อมรับคำสั่งพลางล่าถอยออกจากห้องทรงาน

“เดี๋ยวก่อน!เราจะไปฐานะนักธุรกิจธรรมดาเท่านั้น เราไม่ต้องการไปในฐานะ เจ้าชายแห่งราสอัลไคมาห์”เจ้าชายหนุ่มเอ่ยบอก

“เพราะเหตุใดพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่เข้าใจ”มหาดเล็กกราบทูลถาม

“เราไม่อยากให้กรินทร์ มันรู้ว่าเราบินไปด้วยตัวเองเราต้องการไปให้เงียบที่สุด ให้กรินทร์มันรู้แค่ว่ามีนักธุรกิจระดับธรรมดาจากชาติอาหรับ มาซื้อหุ้นแถบเอเซียโดยที่ไม่รู้ว่าเป็นเรา เราอยากจะรู้ว่ามันจะทุ่มเงินมากว้านซื้อหุ้นตัดหน้าเราอีกไหมและที่สำคัญเราอยากรู้ว่า มันมีเงินมากมายมหาศาลมาจากไหน เงินระดับแสนๆ ล้านแบบนี้ลำพังกรินทร์ มันไม่มีปัญญาหามาเป็นแน่”เจ้าชายหนุ่มรับสั่งอย่างครุ่นคิด

“พระองค์สงสัยว่ามีผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลังคุณกรินทร์ใช่ไหมพ่ะย่ะค่ะ”มหาดเล็กเอ่ยทูลถาม

“ถูกต้อง ตั้งแต่เสด็จพ่อมอบหมายงานของกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงการพาณิชย์ให้เราดูแล งานที่เรารับผิดชอบจะต้องมีกรินทร์มาตัดหน้างานของเราทุกครั้ง และจะต้องมีชื่อของ ดราโก้ กรุ๊ป เกี่ยวข้องทุกเรื่องซึ่งเป็นการทำงานของเรา เหมือนมันมีอีกตาคอยเฝ้ามองดูเราตลอดเวลา ว่าเราจะทำอะไร กับใครที่ไหน เมื่อไร มันต้องล่วงรู้ความเคลื่อนไหวตลอด จะไม่ให้เราสงสัยได้อย่างไร”เจ้าชายหนุ่มรับสั่งพร้อมถอนพระหทัยออกมา

“ไปจัดการตามที่เราสั่ง อย่าให้ใครรู้ว่าเราเดินทางไปด้วยตัวเองในครั้งนี้”เจ้าชายหนุ่มรับสั่งกำชับ

“พ่ะย่ะค่ะ!”มหาดเล็กเอ่ยรับพระบัญชาหนักแน่น พร้อมค่อยๆ ก้าวถอยหลังออกไปจากห้องทรงงาน

เจ้าชายหนุ่มแห่งราสอัลไคมาห์ ทรงยืนทอดพระเนตรทิวทัศน์ของรัฐอันเป็นบ้านเกิดของพระองค์ เชค อัลมิลฮาจญ์ บิน ซาเยด อาล นะฮะยาน เจ้าชายหนุ่มซึ่งประสูติจากรานีองค์ที่ 3 ของกษัตริย์แห่งราสอัลไคมาห์ พระมารดาทรงเป็นรานีที่พระบิดาทรงรักใคร่มากที่สุด พระองค์ถูกส่งให้ไปศึกษายังต่างประเทศตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ และที่นั่นทำให้พระองค์ทรงได้รู้จักพระสหายชาวไทย ซึ่งพระองค์รักและสนิทมากกว่าเพื่อนสนิทคนอื่นๆ แต่จู่ๆ ความรักของเพื่อนสนิทกลับหักสะบั้นลง เมื่อมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น ภายในพระทัยทรงย้อนคิดถึงคำกล่าวของอดีตพระสหายอย่างไม่มีวันลืม

“อัลมิลฮาจญ์! ฉันกับแกขาดกันตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป!แกไม่ใช่เพื่อนของฉัน!ไม่ใช่เพื่อนของฉันอีกต่อไป!”

เสียงตะโกนตัดขาดของอดีตพระสหาย ยังคงก้องอยู่ในความทรงจำไม่มีวันลืมจนถึงวันนี้ แม้เวลาจะผ่านไปถึง 5 ปีแล้วก็ตาม แต่มันเหมือนเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่นานนี้ แต่เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้จากเพื่อนที่เคยรักกลับกลายเป็นศัตรูนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา

“ในเมื่อแกตัดขาดฉัน ฉันก็ไม่มีเพื่อนอย่างแกเหมือนกันกรินทร์ ฉันอยากจะรู้นักว่า แกจะมีปัญญาตามจองล้างจองผลาญได้ไปถึงไหน!”เจ้าชายหนุ่มรับสั่งด้วยสายพระเนตรลุกวาวับ พร้อมแสยะยิ้มอย่างน่าสะพรึงกลัว

ประเทศไทย

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ภายในสนามบินแห่งใหม่ของประเทศไทย ซึ่งถูกจัดอันดับให้เป็นสนามบินดีเด่นอันดับ 3 ของโลก อันเป็นสนามบินที่มีความทันสมัยและเป็นความภูมิใจของประเทศไทยในปัจจุบัน ผู้คนมากมายจากหลายเชื้อชาติ หลายภาษากำลังเดินกันอย่างขวักไขว่ มีทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติซึ่งมาจากทั่วทุกมุมโลก และคนไทยซึ่งเตรียมตัวจะบินไปต่างประเทศ พรั่งพร้อมไปด้วยผู้โดยสารซึ่งมีทั้งขาออกและขาเข้าต่างรอขึ้นเครื่องกันอย่างมากมาย

สตรีสาวรูปร่างสูงโปร่ง ในชุดแบรนด์แนมชื่อดัง รองเท้าส้นสูงที่หล่อนสวมใส่ ทำให้ร่างบางระหงนั่นดุจดั่งนางพญา ใบหน้าหวานละมุนรับกับจมูกโด่งสวยเข้ากับใบหน้า ดวงตากลมโตสีดำสนิทแวววาวระยิบระยับ ชวนให้น่ามอง ดวงหน้างามปรากฏลักยิ้มจนเห็นเป็นรอยบุ๋มลงไปทั้งสองข้างเมื่อใบหน้านั้นแย้มยิ้มให้แก่ผู้คนที่ส่งยิ้มให้กับเธอ เผยให้เห็นเขี้ยวเสน่ห์ ชวนหลงใหล

ร่างระหงเข็ญกระเป๋าเดินทางจากช่องผู้โดยสารขาออก เดินผ่านฝูงชนไปเรื่อยๆ โดยมีสายตาของผู้คนรอบข้างต่างพากันเหลียวหลังมองหญิงสาวไปตามๆ กัน บ้างก็ยืนยิ้มส่งให้ทั้งชายและหญิง บ้างก็ยืนมองด้วยความชื่นชมในลักษณะความโดดเด่นของเธอที่มีอยู่ในตัว ผู้หญิงไทยช่างสวยและมีเสน่ห์จริงๆ

“ว๊ายย!”เสียงร้องด้วยความตกใจของหญิงสาว ดังขึ้นทันทีเมื่อร่างของเด็กหญิงตัวน้อยชาวจีน ผิวขาวหยวกวิ่งตัดหน้ารถเข็ญของเธออย่างกระทันหัน

รถเข็ญใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยกระเป๋าและสัมภาระมากมาย ต้องหยุดอย่างเร่งด่วนเกือบจะชนแม่หนูน้อยแต่แม้เธอจะสามารถหยุดรถเข็ญได้ทันแต่กระเป๋าใบใหญ่ของเธอ กลับไปกระแทกร่างของเด็กหญิงคนนั้น จนกระเด็นไปอีกทางทำให้ร่างของหนูน้อยชนกับร่างสูงใหญ่ของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสากลที่ยืนหันหลังอยู่ในบริเวณนั้น พร้อมเสียงร้องไห้โฮของเด็กหญิงตัวน้อย ดังลั่นขึ้นมาทันที

“ฮือๆๆๆ”

“หนู!หนูจ๋า!เจ็บตรงไหนหรือเปล่าจ๊ะ!”หญิงสาวหยุดรถเข็ญพร้อมรีบวิ่งเข้าไปหาร่างของแม่หนูน้อยทันที

จังหวะเดียวกับร่างสูงของชายหนุ่มในชุดสูทสากลราคาแพงลิบลิ่ว หันกลับไปหาเด็กหญิงตัวน้อย พร้อมก้มลงนั่งเพื่อจะอุ้มเด็กน้อยเช่นเดียวกัน ทั้งสองจึงฝ่ายจึงประสานมือไปที่ร่างของแม่หนูน้อยคนดังกล่าวโดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่ตั้งใจ ท่ามกลางเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของเด็กหญิงชาวจีนยังคงดังลั่นอยู่ตลอดเวลา

“เออ....”

“อุ๊ย!”

ทั้งเขาและเธอต่างหยุดลงด้วยกันทั้งคู่ เมื่อมือของทั้งสองสัมผัสถูกกันด้วยความบังเอิญ หญิงสาวรีบชักมือกลับพร้อมส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร โดยไม่ได้สังเกตใบหน้าของชายหนุ่มคนนั้น พลางหันไปอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยขึ้นมาปลอบโยน แต่ชายที่บังเอิญสัมผัสมือกับเธอยังคงนั่งนิ่งอยู่เช่นนั้น จนหญิงสาวปลอบโยนเด็กหญิงตัวน้อยจนหยุดร้องและยื่นส่งให้กับแม่ของเด็ก ที่รีบวิ่งมาทันทีที่ได้ยินเสียงของลูกน้อย

“ไม่เป็นไรแล้วค่ะ ขอโทษน่ะค่ะพยายามเบรครถแล้วแต่เอาไม่อยู่จริงๆ ขอโทษค่ะ”หญิงสาวกล่าวขอโทษขอโพยแม่ของเด็กเป็นการใหญ่

หญิงสาวร่างระหง กลมกลึง หน้าตาสวยหวาน ภายใต้เครื่องหน้าที่ลงตัวและรับไปหมดทุกส่วน สะกดสายตาชายหนุ่มร่างสูงผึ่งผายให้หยุดนิ่งที่เธอได้อย่างชะงักงัน เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนจากพื้นอย่างช้าๆ แต่สายตายังจ้องมองสาวสวยตรงหน้าเขาตาไม่กระพริบ

“ผู้หญิงไทย!”เสียงรำพึงหลุดออกมาอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะเห็นหญิงสาวคนดังกล่าวหันกลับมาเคลื่อนรถเข็ญของเธอพร้อมค่อยๆ เข็ญจากไปโดยไม่ได้สนใจสิ่งรอบตัวอีก แม้แต่สายตาของชายหนุ่มร่างสูงผึ่งผาย ซึ่งยืนมองเธอจนลับสายตา

“ฝ่าบาท!ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ!”เสียงของมหาดเล็กผู้ติดตามเอ่ยเรียก

เสียงของมหาดเล็กฟารีส ทำให้ชายร่างสูงใหญ่ในชุดสูทราคาแพงหรือแท้จริงแล้วคือเจ้าชายอัลมิลฮาจญ์แห่งราสอัลไคมาห์นั่นเอง เจ้าชายหนุ่มกลับมารู้สึกพระองค์อีกครั้ง

“เออ...”สุรเสียงบ่งบอกถึงความเก้อเขิน

“พระองค์ทรงประชวรหรือเปล่าพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเรียกพระองค์อยู่นานแต่ไม่ทรงรับสั่งตอบรับ”

“ปะ..เปล่าไม่มีอะไร แค่คิดอะไรเพลินๆ อยู่เท่านั้น”เจ้าชายหนุ่มรับสั่งปฏิเสธ แต่สายพระเนตรกลับทอดพระเนตรไปทิศทางซึ่งเป็นประตูทางออกของท่าอากาศยาน

“ฝ่าบาททรงทอดพระเนตรสิ่งใดอยู่พ่ะย่ะค่ะ มีอะไรน่าสนใจจนถึงขนาดทำให้พระองค์ ทอดพระเนตรตามขนาดนี้”ฟารีสเอ่ยทูลถาม พร้อมทอดสายตามองไปยังประตูทางเข้า แต่ไม่เห็นมีอะไรเป็นที่น่าสะดุดตาแม้แต่น้อย

ก่อนจะได้ยินรับสั่งของเจ้าชายหนุ่มดังขึ้น

“เราก็มองอะไรไปเรื่อยเปื่อย เพิ่งจะรู้ว่าเจ้าเป็นคนอยากรู้อยากเห็น อีกอย่างอยู่นอกประเทศแบบนี้ พูดกับเราธรรมดาไม่ต้องเอ่ยสถานะของเราอีก เข้าใจไหม”เจ้าชายหนุ่มรับสั่งดุมหาดเล็ก

“พ่ะย่ะค่ะ เอ๊ย!ขอรับ”ฟารีสเอ่ยรับคำพลางทำหน้าแหยๆ

“แล้วจะให้เรายืนอยู่ตรงนี้อีกนานแค่ไหน ฟารีส!ทำไมถึงได้ทำอะไรชักช้า เราบอกแล้วมิใช่เหรอ ว่าเราจะพักอยู่ที่ประเทศไทยนานกว่าที่อื่น เพราะฉะนั้นจัดหารถที่จะใช้ไปไหนมาไหนและที่พักซึ่งไม่ใช่โรงแรม เราไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าเราเดินทางมา”เจ้าชายหนุ่มรับสั่งถาม สุรเสียงบ่งบอกว่าเริ่มทรงหงุดหงิดขึ้นมาแล้ว

“กระ...กระผมจัดเตรียมทุกอย่างตามที่นายท่านต้องการเรียบร้อยแล้วขอรับ ทั้งที่พักและยานพาหนะ ซื้อมาสดๆ ร้อนเลยขอรับ เรียบร้อยก่อนนายท่านจะบินมาเป็นอาทิตย์”ฟารีสกราบทูลกลับไป พร้อมรีบเดินนำหน้าเจ้าชายของตนออกไปทันที

ตอน 3

คอนโดหรูริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

แม่น้ำสายใหญ่ซึ่งไหลกระเพื่อมขึ้นลง คลื่นลูกใหญ่ซัดเข้าหาสองชายฝั่งซึ่งเต็มไปด้วยตึกสูงของบรรดาโรงแรมและคอนโดมิเนียมระดับพรีเมี่ยมหลายอาคาร ของผู้มีอันจะกินและมีฐานะร่ำรวย และคอนโดหรูหราดังกล่าวหนึ่งในนั้น เป็นที่พักของนางแบบสาวชื่อดังของเมืองไทย พักอยู่ท่ามกลางคอนโดหรูเหล่านั้น

แสงตะวันแรงกล้าบ่งบอกว่าเวลาในยามเช้า แต่มันไม่ใช่เสียแล้ว ตะวันโด่งชี้ฟ้าปาเข้าไปแบบนี้มันเป็นเวลาใกล้เที่ยงนั่นเอง

“กริ๊งๆ”เสียงโทรศัพท์มือถือ ดังหงีดๆ อยู่ข้างเตียง พร้อมปฏิริยาของหญิงสาวร่างระหงซึ่งกำลังนอนหลับสนิทให้ตื่นขึ้นมารับโทรศัพท์

หญิงสาวค่อยๆ รู้สึกตัวสองมือเปะปะเพื่อควานหาโทรศัพท์มือถือซึ่งวางอยู่บนโต๊ะ พร้อมกดรับกรอกเสียงไปตามสายด้วยความงัวเงีย

“ฮาลโหล”หญิงสาวพูดเสียงยานคาง

“ริสาจ๋า กลับมาจากมัลดีฟตั้งแต่เมื่อไร ไม่เห็นโทรบอกผมเลย”เสียงทุ้มนุ่มนวลของชายหนุ่มดังขึ้นทันทีเมื่อเธอกดรับสาย แต่เสียงนั้นทำให้เธอหายอาการงัวเงียทันที

“กรินทร์!”หญิงสาวหายงัวเงียเป็นปลิดทิ้ง พร้อมรีบลุกขึ้นนั่งบนเตียงทันทีก่อนจะปรับเสียงให้เป็นปกติ

“เออ...ริสาเพิ่งมาถึงน่ะค่ะกรินทร์”หญิงสาวเอ่ยตอบกลับไป

“เหรอจ๊ะ!ไม่เห็นริสาตั้ง 2 อาทิตย์คิดถึงจังเลย เดี๋ยวผมไปหาน่ะ จะได้ไปทานข้าวและจะได้เลยไปลองชุดแต่งงานของเราสองคน ไปถึงจะกระโดดหอมให้ชื่นใจเลย”ชายหนุ่มคล้ายชายคนรักส่งเสียงตอบกลับมา ซึ่งทำให้หญิงสาวที่ได้ยินประโยคหลังของเขา เกิดอาการเขินทันที

“คนบ้า!”หญิงสาวเอ่ยตอบกลับไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“แค่นี้ก่อนน่ะริสา อีก 2 ชั่วโมงเจอกันเดี๋ยวผมเสร็จจากคุยกับลูกค้าแล้วผมจะไปรับ”

“ค่ะ อีก 2 ชั่วโมงพบกันค่ะ”หญิงสาวเอ่ยตอบกลับไป พร้อมกดตัดสัญญาโทรศัพท์

ริสา ทินวัฒน์ นางแบบสาวชื่อดังของเมืองไทย เพิ่งบินกลับมาจากประเทศมัลดีฟ หลังจากเป็นนางแบบ ให้กับนิตยสารชื่อดังในเมืองไทย ถ่ายแบบชุดว่ายน้ำ ลงในนิตยสารในฤดูร้อนที่ใกล้จะถึงนี้ เธอเป็นนางแบบสาวที่ได้ชื่อว่ากำลังขายดีและฮอตสุดๆ ของเมืองไทยในขณะนี้ ช่วงเวลาเพียงแค่ไม่ถึง 1 ปี สำหรับนางแบบน้องใหม่อย่างเธอ หล่อนกลายเป็นนางแบบที่มีงานชุกมากที่สุด ทั้งถ่ายแบบ เดินแบบ ถ่ายโฆษณา ด้วยนิสัยขี้เล่น ฉลาดและนอบน้อมคาระวะผู้หลักผู้ใหญ่ มีมนุษย์สัมพันธ์ดี ทำให้เธอเป็นที่ชื่นชอบของคนในวงการและจะติดต่อทาบทามเธอเป็นคนแรกเสมอ

หญิงสาวพบรักกับนักธุรกิจหนุ่มชื่อดัง ซึ่งเป็นบุคคลนอกวงการบังเทิง กรินทร์ ภีระศักดิ์ไพบูลย์ นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ซึ่งก้าวขึ้นมามีสีสันในวงการธุรกิจของเมืองไทยระดับต้นของประเทศ มั่งคั่งและร่ำรวยจนน่าจับตามองเพราะเขามีธุรกิจซึ่งเขาลงทุนในแถบตะวันออกกลางเป็นหลัก

ริสา นั่งเหม่อมัวคิดถึงคู่หมั้นหนุ่มของเธอจนเพลิน ใบหน้าสวยแหงนมองนาฬิกาที่ตั้งอยู่หัวเตียงบอกเวลาผ่านไป 15 นาทีเข้าไปแล้ว ร่างระหงกระเด้งลุกจากที่นอนทันที

“ว๊าย!นี่ฉันมัวนั่งใจลอยไปถึงไหนแล้วเนี่ย ตายแล้ว!ตายแล้ว!ไหนจะอาบน้ำ ไหนจะแต่งตัว”หญิงสาวรีบวิ่งเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนส่วนตัวด้วยความรวดเร็ว

เวลาผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมง ริสา ในชุดทันสมัยแต่งหน้าเพียงบางๆ เดินออกจากห้องพักเพื่อลงไปที่ร้านทำผมด้านล่างของตัวตึก หญิงสาวยืนกดลิฟต์พร้อมแหงนหน้าขึ้นมองเลขชั้นที่กำลังไต่ลงมา พร้อมขมวดคิ้วเข้าหากันทันที เมื่อลิฟต์จอดอยู่ชั้นบนสุดของอาคาร ซึ่งเป็นชั้นที่มีราคาแพงสูงลิบลิ่ว พรั่งพร้อมไปด้วยความทันสมัยมากมายในชั้นนั้น

“ชั้นที่ 29 มีคนเข้ามาอยู่แล้วเหรอ ชั้นนั้นเป็นระดับผู้มีอันจะกินเท่านั้น ถึงจะอยู่ได้ ขนาดห้องเราอยู่ชั้นที่ 20 แท้ๆ ที่กรินทร์ซื้อให้ก็ปาเข้าไปสิบล้านแล้ว แล้วใครมาอยู่ชั้นระดับมหาเศรษฐีแบบนั้นได้น่ะ”หญิงสาวรำพึงไปเรื่อยเปื่อย

ลิฟต์โดยสารค่อยๆ ไต่ลงมาทีละชั้น หยุดบ้างเป็นบางชั้นเพื่อหยุดรับคน ก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงชั้นที่ 20 ซึ่งเป็นชั้นที่ ริสา กำลังยืนคอยอยู่ ทันทีที่ลิฟต์เปิดออกมีผู้โดยสารในลิฟต์อยู่ประมาณ 3 คน หญิงสาวรีบก้าวเข้าไปในลิฟต์ทันที โดยไม่สังเกตสิ่งรอบตัวทั้งสิ้น ว่ากำลังมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องเธออยู่อย่างไม่วางตา

ลิฟต์โดยสารค่อยๆ เคลื่อนไปเรื่อยๆ พร้อมกับผู้โดยสารที่อยู่ภายในลิฟต์ออกไปตามแต่ละชั้น เมื่อถึงจุดหมายจนเหลือเพียง หญิงสาวกับชายหนุ่มซึ่งเธอไม่รู้จักเพียงสองคนเท่านั้น ท่ามกลางความเงียบภายในลิฟต์ เสียงเอ่ยทักทายของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ในชุดสูทสากลราคาแพงลิบเอ่ยขึ้นกับเธอ

“สวัสดี ฮา บิบ ที่ ” ชายหนุ่มเอ่ยทักทายภาษาไทยปนภาษาอารบิคเหมือนตั้งใจเรียกเธอแบบนั้น สายตายังคงจ้องไปที่ใบหน้าหวานที่เห็นเพียงด้านข้าง

ริสา ยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่เพราะไม่รู้ว่า เสียงนั้นกำลังพูดอยู่กับใคร เพราะคำหลังเธอแปลไม่ออกหากเธอรู้ว่า ฮา บิบ ที่ "Habibti" (อ่านว่า ฮา-บิบ-ที่ แปลว่าที่รัก) ซึ่งเป็นคำที่ชายชาวอาหรับเรียกหญิงที่เขาร็สึกพึงพอใจหรือเป็นคนรัก ริสา คงยืนอึ้งด้วยความตกใจแน่นอน ก่อนจะได้ยินเสียงนุ่มเอ่ยทักเธอขึ้นมาอีก

“สวัสดี ฮา บิบ ที่ คุณจะรังเกียจที่จะคุยกับชาวต่างชาติอย่างผมไหม ผมต้องการความช่วยเหลือบางประการ”ชายหนุ่มเจ้าของเสียงทักทาย เอ่ยภาษาไทยพูดคุยกับริสาโดยแฝงความหมายบางคำ ที่หญิงสาวฟังไม่เข้าใจ

ริสา หันกลับไปตามเสียงที่เอ่ยทักทายเธอนั้นทันที เมื่อได้ยินภาษาไทยซึ่งฟังดูก็รู้ว่า แปร่งๆ แต่ก็ถือได้ว่าเป็นชาวต่างชาติที่สามารถพูดภาษาไทยได้น่าฟังและค่อนข้างชัด

“คุณเรียกฉันเหรอค่ะ”หญิงสาวหันกลับไปถามชายชาวต่างชาติที่เอ่ยทักทายเธอก่อน ใบหน้าสวย แหงนมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังของเธอ ดวงตาหวานจ้องมองด้วยความแปลกใจ

ชายหนุ่มชาวต่างชาติที่แท้คือเจ้าชายหนุ่มรูปงามจาก ราสอัลไคมาห์ ซึ่งได้เข้ามาพักอยู่ชั้นบนสุดของคอนโดมิเนี่ยมหรูราคาแพงลิบลิ่ว จะด้วยความบังเอิญก็ว่าได้เพราะที่พักในเมืองไทยของพระองค์กลับอยู่ที่เดียวกัน กับริสา นางแบบสาวชื่อดังของเมืองไทย ซึ่งพระองค์มิทรงรู้จักว่าหญิงสาวเป็นใครมาจากไหน ทรงทราบแต่เพียงว่า หญิงสาวชาวไทยตรงหน้าพระพักตร์ ซึ่งพระองค์พบที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้วยความบังเอิญ ต้องพระทัยของพระองค์ยิ่งนัก นับตั้งแต่ครั้งแรกที่ทรงพบ ยิ่งมอง ยิ่งสวย ยิ่งพิศ ยิ่งน่าหลงใหล ใคร่อยากได้เชยชม

เจ้าชายหนุ่มเผลอทอดพระเนตรใบหน้าหวานของริสา จนลืมตัว ก่อนจะรู้สึกขึ้นอีกครั้งเมื่อเสียงของหญิงสาวเอ่ยถามย้ำขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง

“คุณเรียกฉันเหรอเปล่าค่ะ พูดไทยได้ไหม”ริสา เอ่ยถามกลับไปพร้อมสังเกตลักษณะผู้ชายชาวต่างชาติที่ยืนสูงท่วมตัวเธออย่างละเอียด

“ผู้ชายคนนี้ตัวโตจังเลย หน้าออกแขก สงสัยจะเป็นแขกมั้งเนี่ย แต่หน้าตาสะอาดหล่อเชียว ถ้าเดินหลงเข้าไปในกองถ่าย มีหวังโดนจับปล้ำจนอาน”ริสา รำพึงทะลึ่งอยู่ในใจ ดวงตากลมโตจ้องมองไปที่ชายชาวต่างชาติ พร้อมส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร จนคนมองที่ยืนจ้องมองอยู่แล้ว ยิ่งมองจนเพลินเข้าไปอีก

“เออ...ผม..พูดภาษาไทยได้บ้าง ผมอยากขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับสถานที่ในประเทศไทย เพราะผมยังไปไหนไม่ถูกครับ”เจ้าชายหนุ่มรับสั่งเป็นภาษาไทย

“อ๋อ!แล้วคุณจะไปไหนเหรอค่ะ แล้วจะไปรถแท๊กซี่ หรือคุณมีรถส่วนตัวที่จะไป”ริสา เอ่ยถามพร้อมแหงนคอมองเจ้าชายหนุ่มตาแป๋ว พลางก้าวเดินออกจากลิฟต์เพราะลิฟต์โดยสารเคลื่อนที่ลงมาถึงชั้นล่างของตัวตึกพอดี พร้อมด้วยร่างสูงของพระองค์ก้าวติดตาม

เจ้าชายหนุ่มนิ่งคิดอยู่ชั่วคราว ว่าจะบอกสถานที่แห่งไหนดี ก่อนจะไอเดียบรรเจิด ทรงนึกออกแล้วว่าจะบอกสถานที่แห่งไหน เพื่อเปิดช่องทางเพื่อพระองค์จะได้รู้จักกับหญิงสาวที่ทรงพอพระทัย

“วัดพระแก้ว!ผมจะไปวัดพระแก้วครับ คุณช่วยแนะนำเส้นทางให้กับผมได้ไหม”เจ้าชายหนุ่มรับสั่งตอบ

“วัดพระแก้วเหรอค่ะ!ตายล่ะ วัดโพธิ์ดิฉันยังไปไม่เป็นเลย แล้ววัดพระแก้วจะไปถูกได้อย่างไง จะบอกทางให้คุณไปเส้นทางไหน ก็คงไม่มีประโยชน์แล้วค่ะ เอาเป็นว่าคุณเรียกแท๊กซี่ดีกว่าน่ะค่ะ แค่บอกว่าไปวัดพระแก้ว แท๊กซี่ทุกคนไปเป็นหมดเลยค่ะ ขอโทษน่ะค่ะที่ช่วยอะไรคุณไม่ได้เลย”ริสา พูดพร้อมส่งยิ้มหวานให้ จนเจ้าชายหนุ่มทอดพระเนตรค้างไปเลย

“ริสา!”เสียงตะโกนร้องเรียกชื่อของหญิงสาว ดังออกมาจากทางด้านหน้าของล๊อบบี้ตัวตึก

“กรินทร์!”หญิงสาวเอ่ยชื่อคนเรียกออกมาทันที แต่ชื่อนั้นทำให้เจ้าชายแห่งราสอัลไคมาห์ หันกลับไปมองคนที่เธอเรียกทันที

“กรินทร์!”เจ้าชายหนุ่มรับสั่งชื่อสหายเก่าออกมาเช่นกัน

พระวรกายสูงสง่าของเจ้าชายหนุ่มแห่งราสอัลไคมาห์ รีบหลบเข้าไปยังห้องน้ำหญิงที่อยู่ติดกับลิฟต์โดยสารอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้หญิงสาวที่พระองค์อยากทำความรู้จักด้วยยืนอยู่เพียงลำพัง จนทำให้เจ้าหล่อนยืนงงด้วยความแปลกใจ

“อ้าว!หายไปไหนแล้ว เมื่อกี้ยังยืนอยู่เลย”ริสารำพึงเบาๆ

“ริสาจ๋า!”เสียงของชายคนรักเอ่ยเสียงหวาน ทันทีที่เห็นหน้าเธอ

“กรินทร์ มาเร็วจังเลยค่ะ ริสายังไม่ได้เป่าผมเลย”หญิงสาวเอ่ยถามกลับไปด้วยความแปลกใจ

“ผมคิดถึงริสาจะแย่ ก็เลยเลื่อนนัดลูกค้าออกไปเป็นวันอื่น แล้วก็รีบมาหาคุณ ริสาของผมสวยอยู่แล้วไม่ต้องทำอะไรหรอกจ๊ะ แค่นี้ก็สวยบาดจิตบาดใจกวินทร์จะตายอยู่แล้ว โอ๊ย!หัวใจจะวายตาย เพราะใจทรมานความสวยของคู่หมั้นตัวเอง”ชายหนุ่มเอ่ยหยอกล้อคู่หมั้นสาว ก่อนจะโดนของดีกลับมา

“เผียะ!”ฝ่ามือน้อยๆ บรรจงตบเข้าที่ต้นแขนพอเป็นพิธีแก้อาการเขินอาย เมื่อชายคนรักกระเซ้าเธอแบบนั้น

“พอแล้วค่ะกรินทร์ อายคนอื่นเขาบ้างสิค่ะ”หญิงสาวเอ่ยห้ามปราม

“ไม่อาย!รักริสา ผมจะพูด ผมจะอวด ผมจะบอกทุกคนให้กับคนทั้งโลกให้รู้ว่า กวินทร์คนนี้รักริสามากแค่ไหน”ชายหนุ่มไม่พูดเปล่า ทำท่าจะตะโกนบอกชาวประชาชีที่อยู่ในบริเวณนั้นออกมาดังๆ

“ผมรัก...อุ๊บ!”มือบางกระโดดป้องปากของคู่หมั้นหนุ่มด้วยความเขินอาย

“พอแล้วค่ะ ริสาเชื่อว่ากรินทร์รักริสา ไม่ต้องประกาศบอกคนอื่นหรอกค่ะ อายจะตายอยู่แล้ว น่ะ!น่ะ!คนดี”หญิงสาวเอ่ยบอก พร้อมส่งเสียงเว้าวอนดั่งลูกแมวร้องให้กับคนรัก มีหรือคนฟังจะไม่หยุด

“ไม่ต้องอ้อนแล้วจ๊ะ เดี๋ยวทนไม่ไหว ตบะแตกก่อนแต่งงาน อย่าไปอ้อนผู้ชายคนไหนแบบนี้น่ะ ริสา”กวินทร์เอ่ยบอกหญิงคนรัก

“ทำไมล่ะค่ะ ริสาไมได้ทำอะไรเลย”หญิงสาวเอ่ยถามกลับไปด้วยความสงสัย

“โธ่แม่คุณ!ช่างไม่รู้อะไรเลย ก็ริสาอ้อนเสียงหวานแบบนี้ เป็นใครก็หลงจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว ขนาดผมเองยังใจจะขาด จะตบะแตกก่อนแต่งงานไม่รู้กี่รอบแล้วคุณรู้ไหม”ชายหนุ่มเอ่ยบอก พร้อมเชยคางคู่หมั้นสาวขึ้นมองหน้าเขา

“ริสาเป็นคู่หมั้นของผม เพราะฉะนั้นผู้ชายหน้าไหนอย่าหวังเลยว่าจะเข้าใกล้คุณได้ เพราะผมรักผมหวงริสา ถ้าใครคิดจะมาจีบคุณ ต้องเจอดีกับผมแน่”กวินทร์เอ่ยบอกคู่หมั้นสาว

“คนขึ้หึง!ไม่มีใครกล้ามาจีบริสาหรอกค่ะ คุณเล่นจ้างบอดี้การด์คอยติดตามริสาตลอดเวลาทุกฝีก้าวแบบนี้ เวลาบินไปต่างประเทศ ใครจะไปกล้าล่ะค่ะ แค่เขาเห็นบอดี้การด์ของกวินทร์ ก็พากันกลัวหมดแล้ว” หญิงสาวเอ่ยบอกพร้อมเขย่งปลายเท้าจุมพิตปลายคางคู่หมั้นหนุ่มรูปหล่อของเธอเบาๆ

“ริสารักคุณคนเดียวค่ะ ผู้ชายคนอื่นได้แค่มองเท่านั้นเพราะหัวใจของริสา มอบให้กวินทร์เท่านั้น”หญิงสาวเอ่ยบอกกับคู่หมั้นหนุ่ม จนทำให้คนฟังยิ้มกว้างด้วยความปลี้มใจ

“ผมก็รักริสา ชื่นใจจังเลยที่ได้ยินแบบนี้ ริสาคงหิวแล้ว ผมจะพาไปทานข้าวแล้วค่อยไปลองชุดแต่งงานที่สั่งตัดเอาไว้”ชายหนุ่มเอ่ยบอกคู่หมั้นสาวพร้อมจูงมือบางเดินออกจากตัวตึก ตรงไปที่รถสปอรต์คันหรูราคาแพงของเขา โดยมีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองตาม ตาไม่กระพริบ

เจ้าชายอัลมิลฮาจญ์ เสด็จออกจากห้องน้ำหญิง ซึ่งอยู่ใกล้ลิฟต์มายืนมองรถสปอรต์คันหรูของพระสหายเก่าค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปจากคอนโดมิเนียมราคาแพง โดยมีสายตาของหญิงสาวชาวไทยหลายคู่จับจ้องพระพักตร์หล่อเหลาคมคายของพระองค์ ด้วยเพราะหลงเสน่ห์ในสิริโฉมที่น่าพิสมัย

“ว๊าย!เธอผู้ชายคนนี้หล่อจังเลย สงสัยจะเป็นคนอาหรับมั้งเนี่ย”

“ตายแล้ว!หล่อน่ากินมากเลยเคอะ ทำอย่างไงถึงจะได้มานอนกอด อยากได้หล่อๆ แบบนี้จังเลย”

เสียงสาวๆ หวีดว๊ายกันยกใหญ่ แต่เจ้าชายหนุ่มหล่อไม่สนพระทัย สิ่งที่พระองค์กำลังสนพระทัยอยู่ตอนนี้ก็คือ หญิงสาวที่พระองค์ทรงพึงพอพระทัย เจ้าหล่อนกลายเป็นคู่หมั้นของอดีตพระสหาย ซึ่งปัจจุบันกลายมาเป็นศัตรูด้วยเหตุการณ์ในอดีตเมื่อ 5 ปีก่อน ความแค้นยังฝังใจไม่มีวันลืม

“ผู้หญิงคนไทยคนนั้นชื่อริสา คู่หมั้นของกรินทร์!”พระองค์รับสั่งสุรเสียงเบาหวิว

นับเป็นครั้งแรกที่เจ้าชายหนุ่ม ทรงพึงพอพระทัยอิสตรี ริสาต้องตาต้องใจพระองค์มาก สวยไปหมดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ดวงตากลมโตไร้เดียงสาเวลาจ้องมองพระองค์ ทำให้เจ้าชายหนุ่มทอดพระเนตรจนลืมพระองค์ ยิ่งรอยยิ้มหวานด้วยแล้ว ตรึงอยู่ภายในพระทัยจนติดตา

“ฝ่าบาท!ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ!”เสียงของฟารีสดังขึ้น

เจ้าชายอัลมิจฮาจญ์ หันกลับไปตามเสียงเรียกของมหาดเล็ก พร้อมส่งสายพระเนตรดุเป็นการตำหนิมหาดเล็กคนสนิทให้รู้สึกตัวทันที

“บอกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าอยากเรียกแบบนี้ สอนไม่รู้จักจำ!”รับสั่งดุกลับไป

“เออ..ขอรับ ผิดไปแล้วขอรับนายท่าน ต่อไปจะจำให้ขึ้นใจเลยขอรับ นายท่านจะเดินทางไปเลยไหม เพราะกระผมว่าจ้างคนขับรถที่รู้จักเส้นทางในเมืองไทยเป็นอย่างดีมาแล้ว จะคอยทำหน้าที่ขับรถไปทุกที่ ตามที่นายท่านสั่งให้ไป แล้ววันนี้นายท่านจะไหนบ้างขอรับ”มหาดเล็กกราบทูลถามกลับไป แต่คำถามของมหาดเล็กทำให้พระองค์ส่ายพระเศียรไปมาทันที

“ไปวัดพระแก้วมั้ง!รู้ทั้งรู้ว่าวันนี้จะไปไหน เป็นคนบอกกำหนดการให้เรา ยังจะมาย้อนถาม”เจ้าชายหนุ่มรับสั่งดุเสียงดังเป็นภาษาอารบิค พร้อมส่ายพระเศียรไปมาด้วยความอ่อนพระทัยกับอาการ หลงๆ ลืมๆ ของมหาดเล็กผู้ใกล้ชิด พระองค์เสด็จตรงไปยังทางออกของตัวตึกทันที โดยมีฟารีสวิ่งติดตาม

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED