อลิซ เบอร์ลัสโคนิ สาวน้อยวัย 18 ปี น้องสาวแท้ๆ ของ อเล็กซิโอ เบอร์ลัสโคนิยืนกัดฟันแน่นเมื่อสายตากลมโตสีดำขลับของตัวเองรับภาพความสมบูรณ์แบบของผู้ชายกระด้างอย่างจามาล เฟอร์ยาบีเข้ามาในสายตา ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านอยู่ภายในอกอย่างมหาศาลเมื่อข้างกายของจามาลมีผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ
ทั้งๆ ที่พยายามบอกตัวเองว่าอย่าอารมณ์เสียเพราะผู้ชายไร้หัวใจคนนี้ พยายามบอกตัวเองว่าอย่าได้ใส่ใจเขา แต่... หล่อนก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงต้องรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านแบบนี้ด้วย ทำไมจะต้องรู้สึกอยากจะวิ่งเข้าไปลากแม่สาวสวยที่ยืนกระแซะข้างๆ กายกำยำของจามาลให้ออกห่างแล้วเตะโด่งให้กระเด็นไปสุดขอบโลกแบบนี้ด้วยนะ
หล่อนรักแมทธิวไม่ใช่หรือ?
ใช่... หล่อนรักแมทธิว บราวน์ รักมากเสียด้วยและก็พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้แมทธิวหันมามอง แต่ไหงหล่อนถึงได้มาหมกมุ่นอยู่กับผู้ชายคนนี้นะ จามาล เฟอร์ยาบี ผู้ชายที่หล่อนแสนจะรังเกียจ ผู้ชายกระด้างเถื่อนถ่อยที่หล่อนไม่กล้าเข้าใกล้เลยแม้แต่น้อย
อลิซเม้มปากแน่น ฝืนตัวเองให้ละสายตาจากภาพตรงหน้า หล่อนหมุนตัวและเดินจากหน้าต่างห้องมาทิ้งตัวแรงๆ ลงบนที่นอนนุ่ม ใบหน้างามหวานหยดย้อยยังคงเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง แต่กระนั้นมันก็ยังสู้หัวใจไม่ได้ หัวใจที่ตอนนี้ลุกเป็นไฟเสียแล้ว
“ผู้ชายบ้า... ทำไมต้องมาพลอดรักกันให้เราเห็นด้วยนะ”
หญิงสาวบ่นงึมงำไม่พอใจ ทิ้งตัวลงนอนหงายแรงๆ ดวงตาหวานฉ่ำจดจ้องไปยังเพดานห้อง แต่แล้วก็ต้องสบถออกมาเบาๆ เมื่อภาพบนเพดานห้องยังคงเป็นใบหน้าของจามาลไม่เปลี่ยนแปลง นี่หล่อนจะต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่มองทุกสิ่งทุกอย่างเป็นตาบ้านั่นนะ
สาวน้อยผุดลุกขึ้นนั่ง พยายามคิดหาทางออกให้กับความคิดในสมองของตัวเอง หล่อนจะต้องบ้าตายแน่ๆ กับความคิดที่มีต่อ จามาล ผู้ชายที่หล่อนก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าไปคิดถึงเขาทำไมกัน อลิซถอนใจออกมาซ้ำๆ กันหลายครั้งจากนั้นก็ก้าวลงจากเตียง ก่อนที่เท้าบอบบางจะก้าวออกไปจากห้องนอนอย่างรวดเร็ว
จุดหมายน่ะเหรอ... ก็สถานที่ที่จามาลกับแม่ผู้หญิงคนนั้นอยู่ยังไงล่ะ
“ฉันมีห้องให้ยืมใช้ต่างโรงแรม สนใจไหม?”
อลิซเปิดฉากโจมตีทันทีเมื่อเดินเข้ามาหยุดอยู่ห่างจากตรงศาลากลางสวนที่จามาลกับแม่ผู้หญิงน่าหมั่นไส้คนนั้นกำลังคุยกะหนุงกะหนิงกันอยู่ ผู้หญิงคนนั้นหันมามองหล่อนตั้งแต่หัวจรดเท้า ในขณะที่พ่อตัวดีไม่ได้ขยับเขยื้อนสายตามามองหล่อนเลยแม้แต่นิดเดียว
“เด็กที่ไหนกันคะเจเจ... ปากร้ายไม่เบา”
แม่ผู้หญิงตรงหน้าละสายตาจากหล่อนไปฉอเลาะกับจามาลด้วยน้ำเสียงหวานหูจนคนฟังอย่างหล่อนแทบอยากจะอาเจียนออกมาเสียให้ได้ ไม่อยากจะเชื่อว่าจามาลมีรสนิยมเรื่องผู้หญิงแบบนี้
“ฉันไม่ใช่เด็กย่ะ!”
“เหรอ...”
ยายผู้หญิงคนนั้นหันมาจ้องหล่อนอีกครั้ง และตอบเสียงยานครางประมาณว่าสบประมาทอย่างนั้นแหละ
อลิซกัดฟันแน่นเพื่อข่มตัวเองให้เย็นที่สุด
“แต่เท่าที่ดูสัดส่วนของเธอ... อะไรอะไรมันยังไม่โตเต็มตัวเลยนี่ ยัง... เด็กๆ เล็กๆ อยู่เลย”
เจ้าหล่อนพูดจบก็หันไปหัวเราะกับจามาล ดีนะที่ตาบ้านั่นไม่ผสมโรงหัวเราะออกมาด้วยไม่อย่างนั้นหล่อนคงได้กระโจนเข้าไปข่วนหน้าหล่อๆ เย็นชานั้นเสียเดี๋ยวนี้แหละ อลิซเม้มปากก่อนจะปั้นหน้ายียวนออกมา สาวน้อยเดินเข้าไปใกล้คู่สนทนา ก่อนจะใช้สายตาเดียวกันกวาดมองร่างของคู่ควงของจามาล
“ถึงฉันจะไม่ได้ใหญ่โตเท่าเธอ... แต่ฉันก็ของจริง ไม่มีซีลิโคนแปลกปลอม” อลิซหัวเราะร่วน เมื่อเห็นอีกฝ่ายหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย จากนั้นถึงโจมตีต่อไปอีก
“ซึ่งถ้าฉันมองไม่ผิด... ในตัวของเธอคงไม่มีอะไรเป็นของจริงใช่ไหม ตั้งแต่นมยัน...”
สายตาของอลิซมองต่ำลงไปหยุดที่อวัยวะกลางลำตัวของคู่สนทนา จากนั้นก็เลื่อนขึ้นมามองหน้าอีกครั้ง
“ทั้งตัวนี่เสียไปเท่าไหร่ล่ะ กี่ล้านกัน...”
“นี่ยัยเด็กปากเสีย!”
คู่สนทนาของหล่อนลุกพรวดขึ้นจากที่นั่ง จากนั้นก็กระโจนลงมาเผชิญหน้ากับหล่อนในระยะกระชั้นชิด อลิซปลายตามองไปยังคนตัวโตก็เห็นเขายังคงนั่งนิ่งได้ราวกับว่าตรงนี้ไม่ได้มีสงครามย่อยๆ เกิดขึ้นอย่างนั้นแหละ
“ฉันพูดความจริงต่างหาก หัดยอมรับความจริงซะบ้างสิคะ”
อลิซหัวเราะร่วนด้วยความสะใจที่เห็นคู่สนทนาเต้นเร่าๆ ด้วยความอับอาย
“นังเด็กบ้า...”
ยายนั่นกราดเกรี้ยวใส่หล่อนอีกครั้ง ก่อนที่แม่คุณจะหันไปขอความช่วยเหลือจากจามาล แต่พ่อคุณช่างมีน้ำใจเสียเหลือเกิน
“เจเจคะ ดูนังเด็กคนนี้สิคะ ปากดีราวกับทำฟาร์มสุนัขเอาไว้ในปากยังงั้นแหละ”
“เชิญตามสบายเถอะ ผมไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับสงครามของผู้หญิง...”
ว่าแล้วพ่อคุณก็ลุกขึ้นยืนและก็เดินตัวปลิวผ่านไปทันที ทั้งหล่อนทั้งแม่คู่ควงอ้าปากค้างเติ่งพอๆ กัน จนแผ่นหลังกว้างลับตาไปแล้วนั่นแหละอลิซถึงได้กลับเข้ามาสู่สงครามน้ำลายต่ออีกครั้ง
“เห็นไหมว่าตานี่เป็นผู้ชายที่ไม่ได้เรื่องสักนิด... เธอควรจะเลิกสนใจเขาได้แล้วล่ะ ผู้ชายดีๆ ในโลกนี้ยังมีอีกตั้งเยอะ”
อลิซแนะนำ แต่คู่สนทนาเบ้ปากอย่างไม่เห็นด้วย
“เด็กอย่างเธอจะไปรู้อะไร... เจเจน่ะมีดีว่าผู้ชายทุกคนบนโลกนี้เสียอีก เขาทั้งหล่อ ทั้งรวย แล้วก็...”
“แล้วก็อะไรไม่ทราบ...”
อลิซสงสัยและก็อดจะสงบปากสงบคำรอจนคู่สนทนาพูดไม่ได้
แม่คู่สนทนาสาวเชิดหน้าสูง ระบายยิ้มเหยียดหยามออกมาพร้อมๆ กับกวาดตามองร่างกายของหล่อนอย่างละเอียดลอออีกครั้งหนึ่ง
“ก็เซ็กซ์จัดยังไงล่ะ”
อลิซแก้มแดงระเรื่อกับคำพูดของคู่สนทนา
“เจเจเป็นผู้ชายที่ตั้งรับและรุกได้อย่างยอดเยี่ยม ผู้หญิงคนไหนได้นอนกับเขาน่ะถือว่าเป็นบุญแล้วรู้ไหม ขนาดฉันได้นอนกับเขาแค่คืนเดียว ยังติดใจจนต้องวิ่งโร่มาหาถึงอิตาลีนี่เลย แต่ว่าเด็กอย่างเธอจะไปรู้อะไร... และจากที่ฉันมองเธอ ยังไม่เคยมีเซ็กซ์สักครั้งเลยใช่ไหมล่ะ”
ยายนั่นหัวเราะเยาะหล่อน อลิซเม้มปากแน่น เชิดหน้าสูง
“แล้วไง ฉัน... จะมีเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ฉันไม่มีทางแลตาบ้านี่หรอก”
หล่อนอุตส่าห์พูดอย่างมั่นใจสุดๆ แล้วแต่ยายคู่สนทนากับยังหัวเราะเยาะอยู่อีก
“แน่ใจหรือว่าจะมีผู้ชายคนไหนสนใจผู้หญิงจืดชืดแบบเธอ นี่ฉันจะบอกอะไรให้นะ ผู้ชายสมัยนี้นะชอบผู้หญิงเก่งๆ ลีลาเด็ดๆ สาวๆ พรหมจารีน่ะไม่มีใครมองหรอก...”
แล้วแม่คุณก็กรีดเสียงหัวเราะอีกครั้ง มันบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของหล่อนอย่างรุนแรงเลยทีเดียว พลันคำพูดของพี่ชายก็ย้อนกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง
‘พี่ว่าตัดใจเถอะอลิซ แมทธิวไม่ชอบเด็กผู้หญิง พี่ยังมีเพื่อนหน้าตาดีและนิสัยยอดเยี่ยมอีกตั้งหลายคน ไว้จะติดต่อให้หากอยากมีแฟน’
‘ระวังจะผิดหวังล่ะ เพราะเท่าที่คบกันมาเจ้าแมทธิวควงแต่ผู้หญิงเจนโลกเท่านั้น เธอนะมันแค่เด็กตัวน้อยๆ ในสายตาของมันเท่านั้นเอง’
‘แต่ที่พี่บอกก็เพราะพี่รัก พี่หวังดีนะอลิซ เจ้าแมทธิวมันไม่มองเธอหรอก... ความจริงพี่ไม่อยากใช้คำนี้หรอกนะ แต่มันจะไม่มองเธอจริงๆ’
‘เพราะเค้าเด็กเกินไปใช่ไหม’ จำได้ว่าถามพี่ชายออกไปทั้งน้ำตา
‘นั้นก็ส่วนหนึ่ง แต่ที่สำคัญแมทธิวไม่ยุ่งกับผู้หญิงพรหมจารี...’
คำสนทนากับอเล็กซิโอในวันนั้นยังฝังแน่นอยู่ในสมอง ผู้หญิงพรหมจารีไม่ดีตรงไหนกันนะ ทำไมผู้ชายถึงไม่ปรารถนากันนะ หรือว่าหล่อนควรจะกำจัดมันออกไปให้พ้นๆ จากชีวิตดี
อลิซถอนใจด้วยความกลัดกลุ้มก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความเยาะหยันของคู่สนทนาตรงหน้าอีกครั้ง
“จะต้องมีคนมองฉัน...”
“ไม่มีทางหรอกแม่หนูน้อย ผู้ชายทุกคนบนโลกนี้โดยเฉพาะเจเจของฉันน่ะไม่สนใจสาวพรหมจารี แม้แต่ชายตาแลเจเจยังไม่ทำเลย รู้ไหมว่าสาวพรหมจารีน่ะน่าเบื่อแค่ไหน ต้องพร่ำสอนกันตั้งแต่พื้นฐาน ไม่เหมือนสาวเก่งๆ แบบฉัน”
ยายนั่นยกมือขึ้นกอดอก แล้วเชิดหน้าทำราวกับว่าตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโลกีย์ยังไงยังงั้น อลิซคิดตามคำพูดของแม่นั่นแล้วก็อดกังวลใจไม่ได้ คำพูดของผู้หญิงคนนี้เชื่อถือได้จริงๆ หรือ สาวน้อยร้องถามตัวเองอยู่ภายในอก แล้วก็พบว่ามันคือเรื่องจริงเพราะคำพูดของอเล็กซิโอเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนก็มีทำนองเดียวกัน
“อย่างเธอเขาเรียกว่าสำส่อนต่างหาก...”
“ไม่ใช่ย่ะ อย่างฉันเขาเรียกว่าลีลาเด็ด ผู้ชายทุกคนได้ลองต้องลุ่มหลง... อย่างเจเจไง”
อลิซเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ อดขุ่นเคืองกับคำพูดภาคภูมิใจของแม่นี่ไม่ได้ หากยายนี่บอกว่าผู้ชายคนอื่นลุ่มหลงแทนที่จะเป็นจามาลหล่อนคงไม่รู้สึกหงุดหงิดแบบนี้หรอก
แล้วทำไมหล่อนจะต้องรู้สึกคล้ายๆ กับหวง... ไม่ หล่อนไม่ได้หวงตาบ้าจามาลหรอก ก็แค่หมั่นไส้ ใช่... หล่อนหมั่นไส้ตานี่ แล้วก็ตั้งมั่นว่าจะทำทุกอย่างเพื่อให้ตานี่ไม่สมหวังในความรัก ใช่ นี่แหละคือสิ่งที่หล่อนคิด หญิงสาวหาทางออกให้กับตัวเองได้อย่างสวยหรูเลยทีเดียว
“แต่เท่าที่ฉันเห็น... ตานั่นไม่ได้แสดงท่าทางแบบที่เธอบอกเลยนี่น่า... แถมยังทำหน้าตาเบื่อหน่ายเสียอีก เธอคิดเข้าข้างตัวเองไปหรือเปล่า”
อลิซปั้นหน้าหยัน แล้วก็หัวเราะออกมาด้วยความสะใจ ยายนั่นกระทืบเท้าเต้นเร่าๆ กับพื้น ก่อนจะแผดเสียงเกรี้ยวกราดออกมา แต่หล่อนไม่กลัว ออกจะขบขันเสียมากกว่า เพราะสิ่งที่หล่อนพูดสุ่มๆ ออกไปนั้นมันคงเป็นเรื่องจริง ไม่อย่างนั้นยายนั่นคงไม่เต้นเป็นไส้เดือนถูกน้ำร้อนลวกแบบนี้หรอก
“นังเด็กบ้า!”
“แหม ฉันพูดถูกใจใช่ไหมล่ะถึงได้หัวเราะแบบนี้” อลิซหัวเราะร่วนซ้ำแล้วซ้ำอีก อารมณ์จากที่ขุ่นเคืองเริ่มดีขึ้นทุกขณะ ยิ่งเห็นคู่ควงของจามาลเกรี้ยวกราดหล่อนก็ยิ่งสะใจ ดี คราวหลังจะได้ไม่ต้องมาอีก อีตานั่นจะได้ไม่ต้องมีใคร ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรหล่อนถึงได้ถูกอกถูกใจกับความคิดนี้นักหนา
“ดูสิหัวเราะใหญ่เลย”
“ฉันกำลังโกรธย่ะ นังเด็กบ้า... อีบ้า...!”
สาวน้อยหัวเราะสะใจเมื่อในที่สุดคู่สนทนาก็ได้แต่ชี้หน้าคาดโทษหล่อน จากนั้นก็คว้ากระเป๋าสะพายที่ตกอยู่บนศาลาไม้และกระทืบเท้าเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
“เชอะ นึกว่าจะแน่แค่ไหน...”
อลิซกำลังจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปภายในบ้าน แต่ก็ต้องชะงักกึกเมื่อเสียงของอเล็กซิโอดังขึ้นด้านหลัง
“พี่อเล็ก...”
“ใช่พี่เอง... ก่อเรื่องอะไรอีกล่ะ”
ท่าทางหรี่ตามองของพี่ชายทำให้อลิซเสียวสันหลังขึ้นมาทันที หญิงสาวปั้นยิ้มเจื่อนๆ กลบเกลื่อนความผิดให้กับพี่ชาย ก่อนจะส่ายหน้าดิก
“ปะ เปล่านี่คะ ไม่มีอะไรเลย”
“แต่พี่เห็นแอรินวิ่งหน้าดำหน้าแดงราวกับโกรธใครไปนี่”
แอรินหรือ? ยายสาวผมสีน้ำตาลไหม้คนนั้นชื่อแอรินหรือ ชื่อเพราะซะด้วย อย่างนี้ใช่ไหมตาบ้าจามาลถึงได้ลากเข้ามาพลอดรักถึงในคฤหาสน์ของหล่อน ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นเคือง แม้จะยังหาสาเหตุไม่ได้ว่าแค้นเคือง จามาลเรื่องอะไร จะเป็นเรื่องที่เขาพาผู้หญิงเข้ามาในบ้าน หรือว่าเรื่องที่เขาไม่เลือกหล่อนให้เป็นผู้หญิงคนนั้น อลิซเผลอตัวกัดปากจนเจ็บ พอรู้สึกตัวก็รีบผลักไสความคิดน่าละอายนั้นให้ออกไปจากสมองอย่างรวดเร็ว
“ไม่นี่คะ...” หญิงสาวตอบเสียงสูงลิบ ยิ้มละไมเต็มใบหน้า
“เราพูดกันถูกคอจะตายไป...”
อเล็กซิโอหรี่ตามองน้องสาว เขากลับมาทานมื้อกลางวันกับสโรสินีพอดีถึงได้เห็นเหตุการณ์เมื่อกี้นี้เข้า แต่มองยังไงก็รู้ว่าเกิดสงครามขึ้น แม้ว่าแม่น้องสาวตัวแสบจะไม่ยอมรับก็ตาม
“แล้วคุยกันเรื่องอะไรบ้างล่ะ”
สาวน้อยอึ้งไปพักใหญ่ก่อนจะตอบออกมา
“ก็เรื่องของเพื่อนรักพี่อเล็กยังไงล่ะคะ แม่นั่น เอ่อ แอรินบอกว่าตานั่นหล่อ รวย และก็...”
หยุดพูดเพราะรู้สึกกระดากปาก แต่พี่ชายก็คาดคั้นทางสายตาอย่างหนักทำให้หล่อนต้องพูดออกไป
“ก็เซ็กซ์จัดไงคะ แหวะ น่าทุเรศจะตาย เอาคู่ขาเข้ามาพลอดรักกันถึงในบ้าน...”
ท่าทางที่อลิซแสดงออกไปนั้นเต็มไปด้วยความหมั่นไส้ แต่ลึกๆ ลงไปข้างในหล่อนกลับรู้สึกหงุดหงิดมากมายต่างหาก หงุดหงิดที่เห็นจามาลมีผู้หญิงคนอื่น
อเล็กซิโอหัวเราะออกมาคล้ายกับมันคือเรื่องปกติ คงใช่สินะ มันเป็นธรรมชาติของผู้ชายนี่ ธรรมชาติที่แสนเห็นแก่ตัว
“แล้วไง... เธอฟังแล้วรู้สึกยังไงล่ะ”
“เค้า... เค้าจะไปรู้สึกอะไรล่ะ มันไม่ใช่เรื่องของเค้าสักหน่อย”
แก้มนวลแดงระเรื่อ ก่อนจะรีบกลบเกลื่อนด้วยการพูดถึงแมทธิวขึ้นมา
“ถ้าเป็นเรื่องของพี่แมทธิวก็ว่าไปอย่าง...”
อเล็กซิโอหรี่ตามองน้องสาวอยู่นาน ก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ
“จริงสินะ เธอรักเจ้าแมทธิวมันนี่ พี่ลืมไปคิดว่าเธอรักจามาล...”
เสมือนถูกลูกธนูไฟพุ่งเข้าใส่กลางหัวใจ อลิซเบิกตากว้างมองพี่ชายอยู่นานหลายสิบวินาที และเมื่อได้สติก็รีบปฏิเสธอย่างรวดเร็ว ซึ่งพิรุธเพียบเลยทีเดียว
“ไม่...! ผู้ชายอย่างนั้นน่ะไม่มีวันได้เข้ามาอยู่ในหัวใจของเค้าหรอก พี่อเล็กคอยดูก็แล้วกัน”
ผู้เป็นพี่ชายอมยิ้ม “พี่จะคอยดูก็แล้วกัน... เอาล่ะพี่ไปก่อนนะ ป่านนี้ฟ้าคงรอแย่แล้ว”
อเล็กซิโอกำลังจะก้าวเท้าเดินจากไป แต่ผู้เป็นน้องสาวเรียกเอาไว้ซะก่อน ชายหนุ่มหันกลับมามองด้วยสายตาประหลาดใจ
“มีอะไรอีกล่ะแม่น้องสาวตัวแสบ...”
อลิซสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ราวกับจะเรียกความมั่นใจที่มันกระจัดกระจายไปตั้งแต่สบตากับดวงตาสีฟ้าจัดของจามาลให้กับคืนมาอีกครั้ง ก่อนจะพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่ผ่านการปรับแต่งมาอย่างดี
“เค้า... เอ่อ เค้าอยากจะรู้ว่า...”
อเล็กซิโอยิ้มบางๆ มองหน้าแดงๆ น้องสาวนิ่ง เมื่อเจ้าหล่อนหยุดพูดซะดื้อๆ
“มีอะไรอยากถาม หรืออยากรู้ก็พูดมาเลยอลิซ พี่สัญญานะว่าหากพี่ตอบได้ พี่ยินดีที่จะตอบเธอ ไม่ว่าเรื่องนั้นมันจะเป็นเรื่องส่วนตัวมากแค่ไหนก็ตาม...”
“คือเค้า... เค้าอยากรู้ว่าผู้ชายส่วนใหญ่ ไม่ชอบผู้หญิงพรหมจารีหรือคะ”
ผู้เป็นพี่ชายแทบจะปล่อยกร๊ากออกมา แต่ก็พยายามเก็บเอาไว้ภายใต้ใบหน้าราบเรียบจนสำเร็จ จากนั้นก็ตอบน้องสาวผู้อ่อนต่อโลกออกมาเสียงราบเรียบเช่นเดียวกับใบหน้าหล่อลากไส้นั่นแหละ
“ถ้าคู่นอนน่ะใช่ แต่ถ้าคู่ชีวิตตอบยาก...”
คิ้วโก่งของอลิซผูกกันเป็นโบว์ด้วยความสงสัย
“เค้ายังไม่เข้าใจ พี่อเล็กช่วยตอบให้เคลียร์มากกว่านี้หน่อยได้ไหมอ่ะ นะพี่อเล็ก...”
“แล้วเราอยากรู้ไปทำไม...”
พอถูกถามแบบนี้อลิซก็หน้าแดงก่ำ ก่อนจะรีบกลบเกลื่อนด้วยคำพูดที่อเล็กซิโอก็รู้ดีอยู่แล้ว
“ก็... พี่อเล็กก็รู้นี่ว่าเค้ารักพี่แมทธิว...”
“เธอแน่ใจหรือว่ารักเจ้าแมทธิวน่ะ...”
อเล็กซิโอหรี่ตามองน้องสาวอย่างค้นหาพิรุธ และก็พบมหาศาลเลยทีเดียวและนั่นก็ทำให้เขาอดลอบยิ้มไม่ได้
“แน่ใจสิ... ทำไมพี่ถึงคิดว่าเค้าจะไม่แน่ใจล่ะ”
“ก็เธอตอบพี่เสียงสูงลิบแบบนี้นี่”
“ไม่จริง เค้าตอบปกตินั่นแหละ เห็นไหมเสียงปกติเลย”
อลิซพยายามทำซุ่มเสียงให้อยู่ในโทนปกติแต่จนแล้วจนรอดมันก็ยังสูงลิบอยู่ดี แถมไอ้แก้มทั้งสองข้างก็ยังร้อนผะผ่าวจนน่าโมโหอีกต่างหาก ทำไมจะต้องรู้สึกเหมือนกำลังโกหกด้วยนะ ทั้งๆ ที่หล่อนก็รักแมทธิว บราวน์จริงๆ ไม่ใช่หรือ
อเล็กอยากจะหัวเราะแต่ก็ยั้งเอาไว้ ก่อนจะพยักหน้าหงึกๆ
“โอเค... พี่เชื่อก็ได้ว่าเธอรักเจ้าแมทธิวมัน แล้วไง... ยังมีอะไรจะถามอีกหรือเปล่า เพราะถ้าไม่มีพี่จะเข้าไปหาเมียของพี่แล้ว”
ชายหนุ่มทำท่าจะเดินไป แต่น้องสาวก็คว้าแขนเอาไว้เสียก่อน
“เดี๋ยวก่อนสิพี่อเล็ก คุณฟ้าไม่หนีไปไหนหรอกน่า”
“พี่รู้แล้วว่าฟ้าไม่หนีพี่ไปไหน แต่พี่อยากกอดเมียเข้าใจไหม...”
อเล็กซิโอตอบตามตรง และมันก็ทำให้อลิซอดอิจฉาสโรสินีขึ้นมาตงิดๆ ไม่ได้ หากหล่อนมีสามีที่รักใคร่ภรรยาแบบที่อเล็กซิโอกระทำกับ สโรสินีก็คงจะดีไม่น้อย
“เข้าใจเจ้าค่ะ แต่ตอบน้องก่อนได้ไหม... น้องมีบางอย่างต้องการความเห็นจากพี่ชายน่ะค่ะ”
“ก็ว่ามาสิ... แต่เร็วๆ นะ”
อลิซเบ้ปากอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะรีบพูดขึ้น
“ที่พี่อเล็กตอบว่าคู่ชีวิตน่ะตอบยาก มันคืออะไรหรือคะ อธิบายให้เค้าฟังหน่อย...”
“อยากรู้ไปเพื่ออะไรกันอลิซ”
อเล็กซิโอถามกลับ จ้องหน้าน้องสาวเขม็ง
อลิซเชิดหน้าสูงก่อนจะพูดออกมาอย่างอวดดี
“ก็เค้าจะได้ทำตัวให้เป็นที่ปรารถนาของพี่แมทธิวยังไงล่ะ หากพี่ แมทธิวไม่ชอบสาวพรหมจารี เค้าก็จะได้รีบๆ กำจัดมันทิ้งไปซะ...”
“คิดอะไรบ้าๆ น่า... นั่นมันคือสิ่งที่สำคัญที่สุดของผู้หญิงเลยนะ” อเล็กซิโอเอ็ดตะโรลั่น
“แต่ทุกๆ คน ทั้งพี่อเล็ก ทั้งแม่แอรินอะไรนั่นต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่มีผู้ชายในโลกนี้คนไหนหรอกที่อยากได้ผู้หญิงพรหมจารี...”
อเล็กซิโอถอนใจออกมาเฮือกใหญ่มองน้องสาวด้วยความเอือมระอา
“ก็อย่างที่พี่บอกยังไงล่ะ คู่นอนชั่วคราวน่ะไม่มีใครอยากได้สาวพรหมจารีหรอก แต่ถ้าเป็นคู่ชีวิตน่ะผู้ชายทุกคนต้องการทั้งนั้น”
“แม้แต่พี่แมทธิวเหรอพี่อเล็ก...”
“ผู้ชายทั้งโลกนั่นแหละ...”
อเล็กซิโอเค้นเสียงออกมาด้วยความรำคาญ ก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง
“แต่พี่อยากจะเตือนเธอเอาไว้นะอลิซ เจ้าแมทธิวน่ะมันไม่ชอบเด็ก มันชอบผู้หญิงที่เป็นสาวเต็มตัว ดังนั้นไม่ว่าเธอจะไปกำจัดพรหมจารีทิ้งยังไง หากเธอยังทำตัวเป็นเด็กไร้สมองแบบนี้ มันไม่มีทางมองหรอกจำคำพี่เอาไว้นะอลิซ”
พูดจบอเล็กซิโอก็ก้าวยาวๆ เดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้อลิซยืนอ้าปากค้างเติ่งอยู่ตามลำพัง พอได้สติก็อดพึมพำออกมาด้วยความขุ่นเคืองไม่ได้
“คำก็เด็ก สองคำก็เด็ก เดี๋ยวเค้าจะเป็นผู้ใหญ่ให้ดูพี่อเล็ก...”
ว่าแล้วก็สะบัดหน้าหมุนตัวเดินจากไปในทิศทางตรงกันข้ามกับพี่ชาย โดยแกล้งทำเป็นลืมว่าทิศทางนั้นเป็นทางเดียวกับที่จามาลเดินล่วงหน้าไปเมื่อหลายสิบนาทีก่อน
ไม่นานหล่อนก็มาโผล่ที่บริเวณสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ น้ำสีฟ้าสดใสอยู่เบื้องหน้า แต่อะไรก็ไม่ดึงดูดสายตาเท่ากับร่างกำยำที่กำลังดำผุดดำว่ายอยู่ในผืนน้ำตรงหน้าได้หรอก ราวกับเทพบุตรกำลังแหวกว่ายอยู่ภายในน้ำก็ไม่ปาน
ลมหายใจราวกับถูกมัจจุราชสูบออกไปจากร่าง แม้จะอยู่ในระยะไกลแต่สายตาของหล่อนกลับทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม มันสามารถจาระไนเรือนกายกำยำชุ่มน้ำของจามาลได้อย่างละเอียดลออเลยทีเดียว ตั้งแต่ช่วงบ่ากำยำ แผ่นหลังกว้างใหญ่ และช่วงขาที่ทรงพละกำลัง
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่กับการยืนอ้าปากค้างจ้องมองกายหนุ่มสมบูรณ์แบบของจามาลดำผุดดำว่ายอยู่ในผืนน้ำสีฟ้าสดใสนั่น มันเป็นภาพที่สวยงามและหาดูไม่ได้อีกแล้วในโลกนี้ หล่อนยืนนิ่งราวกับถูกสะกดอยู่นานจนพ่อเจ้าประคุณว่ายกลับมาหยุดที่ขอบสระตรงหน้านั้นแหละ อลิซถึงได้สติสตังกลับคืนมาบ้าง
ยิ่งมองใกล้ๆ ยิ่งได้เห็นในระยะห่างกันไม่ถึงเมตรแบบนี้ กายสาวก็ยิ่งผะผ่าว รู้สึกแปลกๆ ในบางจุดของร่างกายยิ่งนัก มันหนักอึ้ง อึดอัดและร้อนรุ่มราวกับถูกสุ่มด้วยกองไฟ นี่หล่อนเป็นอะไรไปนะ ทำไมถึงได้รู้สึกบ้าบอแบบนี้
“ฉัน...”
พูดไม่ออกเอาซะดื้อๆ เมื่อได้สบสายตากับนัยน์ตาสีฟ้าจัดของพ่อ จามาล ผิวสีแทนของพ่อคุณช่างดูดีเหลือเกินยามที่มีหยาดน้ำเกาะพราวอยู่แบบนี้ มันสะท้อนกับแสงอาทิตย์จนเกิดเป็นแสงระยิบระยับส่งให้ตาบ้าตรงหน้าเป็นยิ่งกว่าเทพบุตรเสียอีก
“ฉันไม่ได้... แอบดูนายนะ...”
หล่อนเห็นไหล่กว้างสีแทนไหวน้อยๆ ขณะที่พ่อเจ้าประคุณมองผ่านหล่อนไปราวกับตัวหล่อนเป็นอากาศธาตุก็ไม่ปาน อลิซกัดปากแน่น แทบอยากจะกระโจนลงไปขย้ำตาบ้านี่ในสระเสียให้รู้แล้วรู้รอด ทำไมเขาจะต้องทำราวกับว่าหล่อนไร้ค่าในสายตาของเขาเสียทุกครั้งที่เจอนะ
‘แน่ใจหรือว่าจะมีผู้ชายคนไหนสนใจผู้หญิงจืดชืดแบบเธอ นี่ฉันจะบอกอะไรให้นะ ผู้ชายสมัยนี้นะชอบผู้หญิงเก่งๆ ลีลาเด็ดๆ สาวๆ พรหมจารีน่ะไม่มีใครมองหรอก...’
หรือว่าคำที่แม่แอรินผู้ช่ำชองนั้นพูดจะเป็นเรื่องจริง สาวพรหมจารีไม่เป็นที่ปรารถนาของชายใด แม้แต่ตาบ้าเถื่อนถ่อยคนนี้
“อย่ามาทำท่าทางแบบนี้ใส่ฉันนะ!”
“ผมว่าคุณกลับไปอยู่ในที่ๆ ควรอยู่ดีกว่า อย่ามาวุ่นวายกับผม...”
โอ้ เสียงของพ่อคุณช่างกระด้างไม่แพ้ใบหน้าหล่อลากไส้เลยแม้แต่นิดเดียว จามาลรังเกียจหล่อนอย่างเห็นได้ชัด แล้วทำไมหล่อนจะต้องเจ็บปวดด้วยนะ ไม่ใช่แมทธิวรังเกียจหล่อนสักหน่อย อลิซสงสัยความรู้สึกของตัวเองแต่ก็ไม่สามารถหาคำตอบที่ฟังดูเข้าท่าได้สำเร็จ จำต้องปล่อยให้ตัวเองสงสัยต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
“ทำไม? ที่นี่มันบ้านของฉัน... ฉันจะอยู่ตรงไหนก็ได้”
เสียงถอนใจเฮือกใหญ่คล้ายกับกำลังข่มโทสะของจามาลดังมาเข้าหูหล่อน พร้อมๆ กับร่างกำยำที่มีเพียงกางเกงว่ายน้ำเพียงตัวเดียวก็กระโดดขึ้นมาจากสระ อลิซจำไม่ได้ว่าตัวเองเผลอมองตาบ้านี่นานเท่าไหร่ และมองตรงไหนนานเป็นพิเศษ แต่มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่เสียงเหยียดหยามของ จามาลดังขึ้นนั่นแหละ
“ผมไม่ชอบถูกผู้หญิงลวนลามด้วยสายตา...”
อลิซหน้าแดงก่ำเมื่อสำนึกได้ว่าถูกด่าตรงๆ
“ฉัน... ฉันลวนลามอะไรนายยะ ก็แค่... มองผ่านๆ เท่านั้นแหละ”
หล่อนไม่ได้มองผ่านๆ หรอก แต่มองแบบจะกลืนกินเลยต่างหาก โดยเฉพาะตรงนั้น... มันอลังการเหลือเกิน กางเกงว่ายน้ำสีดำที่ชุ่มโชกไม่สามารถปกปิดขนาดความใหญ่โตของมันได้เลย บ้าจัง... ทำไมหล่อนจะต้องเห็นว่าตานี่ดูดี ดูสมบูรณ์แบบ และน่ากินแบบนี้ด้วยนะ หล่อนเกลียดจามาลไม่ใช่หรือ อลิซถามตัวเอง และก็ได้คำตอบที่แสนปวดใจกลับมา ไอ้ความรู้สึกในตอนนี้มันช่างห่างไกลจากคำว่าเกลียดเสียเหลือเกิน มันเข้าใกล้คำว่า...
หญิงสาวรีบสะบัดศีรษะเต็มแรงเพื่อกำจัดความคิดน่าอาเจียนให้ออกไปจากสมอง ไม่มีทาง หล่อนเกลียดจามาล เกลียดเข้าไส้ และคนที่หล่อนรักก็คือแมทธิวต่างหาก แมทธิว บราวน์คนเดียวเท่านั้น
“แล้วไอ้ที่คุณจ้องเป้ากางเกงของผม แล้วเลียปากล่ะหมายความว่ายังไง”
“นี่นาย...!”