ร่างเล็กบอบบางของเด็กหญิงตัวน้อยปั่นจักรยานหนีออกมาเที่ยวเล่นอย่างสนุกสนาน บิดามารดาหวงและไม่อยากให้เธอซุกซนมากเนื่องด้วยเป็นผู้หญิง แต่พี่ชายคนเดียวบอกว่าเกิดเป็นหญิงหรือเป็นชายไม่สำคัญ สำคัญที่เราเป็นคนสามารถทำอะไรก็ได้
“โอ๊ย!” ร่างเล็กๆ ของเด็กหญิงตัวน้อยล้มเพราะโดนเด็กผู้ชายปาหิน ก้อนเล็กๆ ใส่ เธอหลบและโดนดึงท้ายรถจักรยานเอาไว้จนหกล้มไม่เป็นท่า
“กางเกงเป้าขาดๆ” เด็กพวกนั้นมองร่างที่ล้มลงไปแล้วกางเกงเป้าขาดเห็นกางเกงในสีชมพูหวานแหวว “ใส่กางเกงในสีชมพูด้วย”
“อย่ามองนะ”
“จะมอง กางเกงในสีชมพู” เด็กผู้ชายพวกนั้นยังล้อเลียนอย่างสนุกสนาน
“เขาจะฟ้องพี่กริช” เพราะโดนรุมแกล้งจากหลายคน เด็กชายทั้งสามกระโดดโลดเต้นอยู่ข้างๆ แลบลิ้นปลิ้นตาใส่ ทำให้เด็กหญิงหน้างอ เบะปากทำท่าจะร้องไห้เพราะเจ็บเข่า
แก้วกัลยาทำท่าจะปล่อยโฮออกมาก็ต้องหยุดกึกเมื่อได้ยินเด็กชาย ทั้งสามร้องขึ้น
เด็กหนุ่มวัยที่โตกว่าดีดหน้าผากเด็กทั้งสามก่อนจะอบรมสั่งสอนว่า ไม่ควรแกล้งผู้หญิง เด็กทั้งสามวิ่งหนีหายไปแทบจะทันที
“มาครับ” คเชนทร์ถอดเสื้อคลุมรัดเอวให้เด็กน้อยเพื่อปกปิดที่กางเกง เป้าขาดจนเห็นกางเกงใน
“อย่าบอกใครเด็ดขาดนะคะว่าเขาใส่กางเกงในสีชมพู” เด็กน้อยรีบเอ่ยขอร้องตาปริบๆ
“ได้ครับ แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนนะครับ”
“ข้อแลกเปลี่ยนอะไรเหรอคะ” เด็กหญิงแก้วกัลยาเอ่ยถาม
“โตขึ้นต้องแต่งงานกับพี่นะครับ”
“ทำไมต้องแต่งงานกับพี่ด้วยคะ”
“เพราะพี่เป็นคู่หมั้นของน้องแก้วไงครับ”
“คู่หมั้นคืออะไรเหรอคะ” เด็กน้อยถามอย่างไม่เข้าใจ
“โตขึ้นก็จะรู้เองครับ”
“ตอนนี้หนูก็โตแล้ว” เธอทำท่ายืดตัวให้สูงขึ้น แต่ยืดยังไงก็ไม่เท่าพี่ชายใจดีที่ช่วยเหลือเอาไว้ และยืนอยู่ด้านหน้า
“ยังโตไม่พอ มาครับ มาขี่หลังพี่” คเชนทร์นั่งยองๆ ลงตรงหน้า แก้วกัลยาปีนขึ้นไปบนหลังของเขาเพราะล้มเมื่อครู่ทำให้ปวดเข่าปวดแขนไปหมด คงปั่นจักรยานกลับเองไม่ไหว คเชนทร์หิ้วจักรยานคันเล็กๆ มาถือเอาไว้ด้วยมือ ข้างเดียวก่อนจะแบกเด็กน้อยพาเดินกลับบ้าน
“พี่ชื่ออะไรเหรอคะ”
“คเชนทร์ครับ เรียกพี่ว่าเชนนะครับคนดี” เสียงมอเตอร์ไซค์ของพี่ชาย วิ่งมาจอดอยู่ข้างๆ แก้วกัลยาโผไปกอดพี่ชายเมื่ออีกฝ่ายเข้ามาใกล้ คเชนทร์ปล่อยร่างน้อยให้พี่ชายของเธออย่างนุ่มนวลเด็กหญิงตัวน้อยรีบฟ้องพี่ชายทันทีว่าโดนแกล้ง
“เดี๋ยวพี่จะจัดการจับมาดีดไข่ให้หมด ไอ้พวกเด็กนรกนี่”
“ดีดไข่คืออะไรเหรอคะ” เด็กน้อยเอ่ยถามอย่างสงสัย กะพริบตาปริบๆ คเชนทร์มองคู่หมั้นตัวน้อยของตัวเองแล้วแทบหลุดขำ
“เอ่อ...” กริชกรอกตาไปมา จะอธิบายยังไงดีหนา เขาหันไปขอความช่วยเหลือจากคเชนทร์ คเชนทร์เป็นลูกชายของเพื่อนรักบิดามารดา พวกท่าน มาเยี่ยมเยียนครอบครัวของเขา และเขาก็ยังรู้ด้วยว่าพวกท่านหมั้นหมาย แก้วกัลยาน้องสาวของเขาเอาไว้กับคเชนทร์
“โตขึ้นจะรู้เองแหละครับ” คเชนทร์เป็นคนตอบ
“หนูยังโตไม่พอเหรอ” ประโยคนี้อีกแล้ว เด็กหญิงตัวน้อยทำปากยื่น
“ยังเด็กอยู่ครับ ฟันแท้ยังไม่ขึ้น มีแค่ฟันน้ำนมแถมยังหลอด้วย”
“มาว่าหนูฟันหลอได้ยังไงกัน” เธอแยกเขี้ยวใส่ คเชนทร์ไม่กลัว แต่ยิ้มเอ็นดูส่งมาให้
“เราชอบกินลูกอมแล้วไม่แปรงฟัน ฟันเลยหลอ ถ้าขี้เกียจแปรงฟันอีก โตขึ้นไม่สวย พี่ไม่รู้ด้วยนะ” กริชหัวเราะเบาๆ อย่างเอ็นดูน้องสาว ขณะจูงมอเตอร์ไซค์และให้น้องสาวนั่งอยู่บนเบาะ เพื่อเดินกลับบ้าน
“ต่อไปจะแปรงฟันทั้งเช้าและเย็นเหมือนที่คุณแม่บอกก็ได้ค่ะ” เด็กน้อยรีบบอก สองหนุ่มน้อยหัวเราะประสานเสียงกันในทันที
“ตายแล้วยายแก้ว แอบหนีออกไปปั่นจักรยานจนหกล้มเลยเห็นไหม”
เสียงของมารดาทำให้แก้วกัลยาหนีไปแอบอยู่ด้านหลังพี่ชาย
“คนที่แม่จะจัดการก่อนใครคือกริช ชอบตามใจน้อง สอนน้องให้เป็นลิงทโมน น้องไม่ใช่ผู้ชายนะกริช”
“น้องอยากออกไปปั่นจักรยานเล่นบ้างครับ”
“ให้โตกว่านี้หน่อย ออกไปคนเดียวได้ยังไง อันตรายมากเลยนะ เกิดโดนคนไม่ดีจับตัวไปจะทำยังไง”
“ถ้าคุณแม่จะตีน้อง ตีผมแทนก็ได้ครับ” กริชเหลือบไปมองคนที่ยืน เกาะขาอยู่ทางด้านหลังก็นึกสงสาร คงกลัวโดนตี แต่เวลาซนไม่ยักนึกกลัว
“แม่ตีเราแน่ วันหลังจะได้ดูน้องให้ดีๆ” กริชโดนตีจริงๆ โทษฐานที่ไม่ดูแลน้องให้ดี
หลังจากแก้วกัลยาเห็นพี่ชายคนเดียวโดนตีก็ไม่ค่อยกล้าหนีเที่ยวคนเดียวอีก นอกจากจะแอบหนีไปกับพี่ชาย ทำให้มารดาหัวหมุนไม่น้อย เพราะอยากอบรมสั่งสอนให้ลูกเป็นผู้หญิงเรียบร้อย ไม่ใช่เป็นลิงทโมน กลัวโตขึ้นจะกลายเป็นทอมบอยแทนเป็นผู้หญิงนี่สิ
“สัญญาแล้วนะว่าจะแต่งงานกับพี่” คเชนทร์นั่งยองๆ อยู่ตรงหน้าคู่หมั้นตัวน้อยก่อนจะดึงนิ้วก้อยเล็กๆ มาเกี่ยวกับนิ้วก้อยของตัวเอง ตีเนียนว่าอีกฝ่ายยินยอมพร้อมใจไปกับตน
“พี่เชนจะกลับแล้วเหรอคะ” เด็กน้อยไม่ได้รับปากแต่เอ่ยถามแทน
“ครับ พี่ต้องกลับแล้ว คุณพ่อกับคุณแม่ต้องเดินทางไกล อีกนานกว่าจะได้เจอกัน ต้องคิดถึงพี่ด้วยนะ”
“หนูจะคิดถึงพี่เชนค่ะ” เด็กน้อยยิ้มยิงฟันส่งไปให้ ก่อนจะยืนส่งพี่ชาย ใจดีที่หน้าบ้านขึ้นรถ เพราะอีกฝ่ายต้องเดินทางกลับวันนี้หลังจากมาเยี่ยมเยียนและพักค้างอ้างแรมอยู่ที่บ้านบิดามารดาของเธอหลายวัน
“ยายตัวเล็กนี่โตขึ้นหัวกระไดบ้านต้องไม่แห้งแน่ๆ เลยครับคุณแม่” กริชโยกศีรษะน้องสาวก่อนจะพูดขำๆ
“คงจะมีเด็กผู้ชายตามมาแกล้งกลับน่ะสิไม่ว่า” คุณนาราค้อนให้ลูกชายตัวดี แก้วกัลยาเรียบร้อยเสียที่ไหน ได้ทีก็แกล้งกลับอย่างเจ็บแสบเหมือนกัน ไม่เคยยอมใครเลยจริงๆ
“ถ้าใครแกล้งน้องผมจะจัดการเอง ไม่ก็สอนมวยไทยให้น้องเสียเลย”
“อกอีแป้นจะแตก ดูสิคะคุณ” นาราหันไปหาสามี
“ก็ดีนะคุณ ใครมารังแกจะได้เอาตัวรอดได้ไง”
“โอ๊ย! ทั้งพ่อทั้งลูก ไม่พูดด้วยแล้ว ยายแก้วตามแม่มาเลย แม่จะสอนเรื่องความเป็นกุลสตรีให้ อย่าไปสนใจพ่อกับพี่เรามาก จะสอนเราให้เป็นนักมวยปล้ำหญิงเฉยเลย” ถามว่าแก้วกัลยาตั้งใจทำตามที่มารดาพูดไหมก็แอบตั้งใจเวลาอยู่ต่อหน้า พอลับหลังก็ยังแอบไปเล่นเกมกับพี่ชายอย่างเมามัน ไปยิงนกตกปลา เล่นอะไรแสบๆ เหมือนเด็กผู้ชาย นั่นทำให้แก้วกัลยาสนิทกับพี่ชายคนเดียวเป็นอันมาก และกริชก็รักน้องสาวคนเดียวมากเป็นที่สุด
หลังจากนั้นเรื่องราวของคเชนทร์ก็หายไปกับสายลม แก้วกัลยาเจริญวัยขึ้นมีความสุขกับการเป็นเด็กน้อยที่ได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ ได้กินทุกอย่างที่ อยากกิน ได้เล่นทุกอย่างที่อยากเล่น ยิ่งเมื่อบิดามารดาเสียชีวิต กริชก็ยิ่ง เป็นห่วงน้องสาวอย่างที่สุด เขาจึงทำทุกอย่างให้น้องน้อยมีความสุขมากที่สุดเท่าที่พี่คนหนึ่งจะทำได้ เพื่อทดแทนการที่น้องสาวคนเดียวสูญเสียบิดามารดาไปอย่างกะทันหัน เขาต้องเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการดูแลครอบครัวและมรดกที่บิดามารดาทิ้งเอาไว้ให้ก่อนตาย
แก้วกัลยาสอบไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ได้ เขาจึงตามไปส่งถึงที่โน่น หาหอพักดีๆ ให้และนั่นก็ทำให้เขาได้เจอกับเพื่อนรักของน้องสาว เพื่อนที่ดีคนหนึ่งที่คอยช่วยเหลือกัน
ในโลกนี้นอกจากบิดามารดาผู้ให้กำเนิด หรือญาติพี่น้องที่ดีๆ แล้วการมีเพื่อนที่ดีมีมิตรที่ดีถือว่าเป็นของขวัญล้ำค่าของชีวิต เพราะการมีครอบครัวที่ดี ที่อบอุ่นทำให้เราเป็นคนที่ดีพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ มีมิตรที่ดีก็จะนำพาเราไปสู่สิ่งดีๆ หรือชักนำให้ทำแต่สิ่งดีๆ กริชชื่นชมในการรู้จักคบเพื่อนของ แก้วกัลยา และยังจดจำคำขอของบิดามารดาก่อนตายได้ดีไม่ลืมเลือน
พวกท่านเคยพูดว่าหากต้องตายจากไปก่อนก็อยากให้ดูแลน้องให้ดี เรียนหนังสือจนจบ ได้ทำงานที่รักและแต่งงานกับคนดีๆ ที่ท่านเคยหมั้นหมายเอาไว้ แต่ถ้าคนที่หมั้นหมายเอาไว้ไม่ดีจริง ก็แล้วแต่ว่าจะตัดสินใจเช่นไร แต่ถ้าคเชนทร์เป็นคนดีจริงๆ ก็จงทำคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับนพรัตน์และรัศมี คุณหมอใจดีที่เคยช่วยชีวิตมารดาของเขาเอาไว้ และแก้วกัลยาก็รับรู้เรื่องนี้ เป็นอย่างดี แต่เธอไม่ได้ยินดียินร้ายและเฉยเมยเมื่อเขาเอ่ยถึงคเชนทร์ เขาจึงเลิกพูดกับน้องสาวเรื่องนี้ ปล่อยให้เธอเรียนให้จบก่อน แล้วคิดจะทำอย่างไรค่อยว่ากันอีกที
การไปหาน้องสาวบ่อยๆ ทำให้เขาได้เจอกับใบข้าว สาวน้อยนิสัยดีและน่ารัก ใบข้าวเป็นคนขยัน หลังเลิกเรียนและปิดเทอมก็จะทำงานพิเศษเพราะเธอเป็นเด็กกำพร้าอาศัยอยู่ที่บ้านปรานี บ้านที่อุปการะเด็กกำพร้าเอาไว้หลายชีวิต
แม้จะรู้ดีว่าแอบชอบเธอมากเพียงใด แต่เขาก็ยังไม่กล้าจีบเพื่อนน้องสาวคนนี้อย่างจริงจัง เธอยังเรียนอยู่ เขาจึงไม่ควรทำให้เธอเสียการเรียน อยากให้มุ่งมั่นกับการเรียนมากกว่าจะมาคิดเรื่องรักๆ ใคร่ๆ
“เพื่อนแก้วคนนี้มีผู้ชายมาจีบเยอะมากเลยนะคะพี่กริช แต่ข้าวยังไม่มีแฟนหรอกค่ะ ข้าวไม่สนใจ ข้าวอยากเรียนให้จบ มีงานดีๆ ทำ ข้าวขยันและตั้งใจเรียนมากเลยค่ะพี่กริช” แก้วกัลยาพูดให้พี่ชายฟังยิ้มๆ แม้พี่ชายจะไม่ถามแต่เธอก็รู้อยู่เต็มอกว่าพี่ชายคิดเช่นไรกับเพื่อนรักคนนี้ของของเธอ
เดี๋ยวเถอะ! ต่างคนต่างชอบกัน เธอจะอุ้มสมให้ได้กันเสียเลย คนคิดหัวเราะคิกคักในใจ และมีความสุขทุกครั้งที่เห็นพี่ชายส่งสายตาหวานๆ ให้เพื่อนของเธอ และเพื่อนของเธอที่ใจแข็งยิ่งกว่าหินไม่สนใจผู้ชายคนไหนกลับมีท่าทีสะเทิ้นอายทุกครั้งที่เจอกับพี่ชายสุดที่รักของเธอ
ใบข้าวมองทัศนียภาพรอบกายด้วยดวงตาเป็นประกาย เธอเรียนจบแต่ยังไม่มีงานทำ เพื่อนรักอย่างแก้วกัลยาที่เรียนจบมหาวิทยาลัย มาพร้อมกันจึงชวนเธอมาทำงานที่ไร่องุ่นของพี่ชาย
พี่ชายของแก้วกัลยาต้องการพนักงานบัญชีเพิ่มอีกหนึ่งตำแหน่ง แก้วกัลยาจึงขอให้เธอมาทำงานด้วย เธอไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน เป็นแค่เด็กกำพร้าดังนั้นการจะเดินไปไหนมาไหนจึงไม่ต้องคอยกังวลสิ่งใด เธอกลับไปกราบแม่ปรานีที่อุปการะเธอเอาไว้ตั้งแต่เล็กและบอกท่านว่าจะมาทำงานที่ภาคเหนือ ท่านก็ยินดีที่เธอเรียนจบมีงานทำ ใบข้าวคิดว่าหากได้เงินเดือนก็จะส่งเสียกลับไปที่บ้านปรานีเพื่อช่วยเหลือน้องๆ ที่กำพร้าและช่วยเหลือแม่ปรานีอีกแรงหนึ่ง
อีกเหตุผลหนึ่งเพราะเธอแอบหลงรักพี่ชายเพื่อนมาช้านาน ตั้งแต่รู้จักกันเมื่อหลายปีก่อนตอนที่กริชเดินทางไปเยี่ยมเยียนแก้วกัลยา หลังจากนั้นมาเธอก็ละเมอเพ้อพกถึงเขาแทบจะทุกวัน มีผู้ชายมาจีบเธอก็ไม่เคยนึกชอบใครสักคนเดียว
“ถึงแล้วจ้ะ” เสียงของแก้วกัลยาทำให้เธอตื่นจากภวังค์ความคิด มองบ้านหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม
“ลงมาได้แล้วจ้ะ พี่กริชไปไหนนะ ไม่เห็นออกมารับเลย” แก้วกัลยาบ่นเบาๆ กับแม่บ้านวัยกลางคนที่ออกมาต้อนรับ
“พ่อเลี้ยงเข้าไร่ค่ะคุณหนู” สมรรายงานเจ้านายสาว แต่ยังไม่ทันได้เดินเข้าบ้าน เสียงม้าที่ควบเข้ามาใกล้เรียกความสนใจของคนที่ยืนคุยกันอยู่ในทันที
ร่างของพ่อเลี้ยงกริชวัยสามสิบห้าปีนั่งอยู่บนหลังม้าด้วยท่วงท่าสง่างาม ใบข้าวเห็นแล้วแอบยิ้มเมื่อเห็นเขา พ่อเลี้ยงหนุ่มรีบลงมาจากหลังม้ายิ้มกว้างให้น้องสาวและเพื่อนน้องสาว
“พี่กริชมาช้า” แก้วกัลยาทำหน้ามุ่ยใส่พี่ชาย
“พี่รีบสุดๆ แล้วนะ” เขาโยกศีรษะน้องสาวไปมาอย่างเอ็นดู หลังจากให้คนงานพาม้าไปผูกที่คอก
“แก้วพาข้าวมาตามสัญญาแล้วนะคะ ที่คุยกันไว้เมื่อวันก่อนไงคะ พี่กริชบอกว่าตอนนี้กำลังขาดพนักงานบัญชีอยู่ เพื่อนของแก้วทำงานเก่งนะ”
แก้วกัลยาบอกพี่ชายว่าเรียนจบแล้วอยากจะเปิดร้านกาแฟเล็กๆ เป็นของตัวเองอยู่ใกล้พี่ชาย ส่วนใบข้าวนั้นก็อยากหางานทำเพื่อจะได้มีเงินส่งเสียบ้านปรานี เธอจึงฝากฝังเพื่อนให้ทำงานกับพี่ชาย เพราะถ้าให้มาช่วยทำงานร้านกาแฟ เธอเองก็คงไม่ได้กำไรอะไรมากมาย แค่อยากเปิดขายแก้เบื่อไป เท่านั้นเอง วันหนึ่งอาจจะมีลูกค้าสักคนสองคนเธอก็พอใจแล้ว ด้วยว่าครอบครัวไม่ได้ลำบากยากจน ถึงเธอไม่ทำงานอะไรก็มีเงินใช้ไปทั้งชาติ พี่ชายยังเคยพูดว่ากลับมาอยู่บ้านทำกับข้าวให้กินก็พอแล้ว แต่เธอก็อยากมีอะไร เป็นของตัวเองบ้าง ไม่อยากแบมือขอแต่เงินพี่ชายเพียงอย่างเดียว
เธอยังมีเหตุผลอีกข้อหนึ่งที่สำคัญ แต่ไม่ได้ปริปากบอกให้ใครได้รู้
“สวัสดีค่ะพี่กริช” ใบข้าวยกมือไหว้พี่ชายเพื่อนรักพลางยิ้มหวานให้เขา ได้สบประสานสายตาคมกล้าคู่นั้นแล้วรู้สึกเขินอายไม่น้อย กริชเป็นผู้ชายในฝันที่เธอปรารถนา แต่ฐานะของเธอห่างไกลจากเขาลิบลับ เขาเป็นพ่อเลี้ยงเจ้าของไร่องุ่นที่แสนร่ำรวย ในขณะที่เธอเป็นเพียงเด็กสาวกำพร้ามีฐานะยากจน เธอไม่ได้หวังสูงว่าจะได้ครอบครองเขาทั้งตัวและหัวใจ ขอแค่ให้ได้อยู่ใกล้ๆ ได้แอบดูแลเขาแค่นี้ก็ดีที่สุดแล้ว เธออยากได้ทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเขา ได้เห็นเขามีความสุขและเห็นรอยยิ้มของเขาในทุกๆ วัน คนแอบรักหัวใจฟูฟ่องทุกครั้งที่ได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาแสนใจดีของพี่ชายเพื่อนรัก
อีกเหตุผลคือเธออยากมีงานมีการทำ จะได้ส่งเสียน้องๆ ที่บ้านเด็กกำพร้าคนอื่นๆ ด้วย
“สวัสดีครับน้องข้าว เดินทางมาเหนื่อยๆ ไปพักเถอะ พี่ขอโทษด้วยนะไม่ได้ไปรับเราที่สนามบิน” กริชพาน้องสาวเข้าบ้าน ใบข้าวเดินตามไปเงียบๆ มองสองพี่น้องที่รักใคร่ปรองดองกันแล้วอมยิ้ม เธออยากมีพี่ชาย พี่สาวหรือน้องชายน้องสาวกับใครเขาบ้าง คงดีไม่น้อย เวลามีอะไรจะได้คุยกัน ไม่อยู่ โดดเดี่ยวคนเดียว
“พี่จัดห้องพักเอาไว้ให้แล้วนะ” กริชจัดห้องพักให้น้องสาวและเพื่อนน้องสาวใหม่ทั้งหมด ตอนแรกจะให้พักอยู่ด้วยกัน แต่เพราะต้องอยู่กันอีกนาน เนื่องจากใบข้าวต้องมาทำงานที่นี่ด้วย เขาจึงแยกห้องให้ จะได้ไม่อึดอัดต่อกัน อีกทั้งยังเป็นส่วนตัวอีกด้วย
“ขอบคุณค่ะ ไปเถอะข้าว เราขึ้นห้องกันดีกว่า” แก้วกัลยาหอมแก้มพี่ชายฟอดใหญ่ ก่อนจะจับมือเพื่อนพาเดินขึ้นห้อง
ห้องพักใหญ่โตมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทำให้ใบข้าวนึกขอบคุณเจ้าของบ้านไม่น้อย เธออาบน้ำอาบท่าเสร็จ แก้วกัลยาก็พาลงไปเดินเล่นในสวนดอกไม้
“ข้าวพออยู่ได้ไหม” แก้วกัลยาเอ่ยถามเพื่อนรัก
“อยู่ได้จ้ะ ห้องกว้างและใหญ่โตมาก ขอบคุณแก้วจริงๆ นะที่หางานให้เรา แถมยังมีที่พักให้ฟรีอีก” ทั้งขอบคุณทั้งรู้สึกเกรงใจเพื่อนไม่น้อย
“ไม่เป็นไร ข้าวเป็นเพื่อนรักของเรานี่นา ข้าวพักบ้านเรานี่แหละ แล้วก็ไปทำงานในไร่กับพี่กริช พนักงานบัญชีคนก่อนลาออกไปพอดี พี่กริชจะได้ไม่ต้องหาคนใหม่” เธอไม่ได้บอกเพื่อนว่าเพราะคนเก่าทำงานไม่ดี แอบยักยอกเงิน พี่ชายของเธอจึงไล่ออก คิดว่าไม่พูดจะดีกว่า อะไรที่มันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป เธอมั่นใจว่าใบข้าวเป็นคนซื่อสัตย์ไม่ทำอะไรไม่ดีหรือทุจริตเป็นแน่เพราะอยู่กันมานานจนเรียนจบ เงินเหรียญห้าบาทหล่นอยู่ยังไม่เอาเลย ยังเก็บไปวางเอาไว้ให้เธอ เธอทิ้งกระเป๋าเงิน ทิ้งเงินเอาไว้ก็ยังอยู่เหมือนเดิม ใบข้าวอาจจะยากจนเป็นเด็กกำพร้าแต่ไม่อยากได้ของคนอื่น ไม่ลักเล็กขโมยน้อย
“ขอบใจแก้วมากนะ” ใบข้าวเขย่ามือเพื่อนอย่างซาบซึ้งใจ
“เราต้องไปดูแลร้านกาแฟน่ะ พี่กริชหาพนักงานให้แล้ว ยังไม่รู้ว่าจะออกหัวออกก้อยเลย ให้ข้าวทำงานกับพี่กริชน่ะดีแล้ว เพราะเรายังไม่มีปัญญาจ้างใครเลยในตอนนี้ พนักงานในร้านก็ให้พี่กริชออกเงินจ้างไปก่อน” แก้วกัลยาบอกเพื่อนตามตรง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ
“ไม่มีปัญหา แค่มีงานทำก็ดีแล้ว แต่แก้วชอบทำขนม ถ้าเขาติดใจขนมของแก้วยังไงก็ต้องมีลูกค้าประจำแน่ๆ เลย” แก้วกัลยาคิดว่าจะเปิดร้านกาแฟและทำขนมขายด้วยตนเอง มันเป็นความท้าทายสำหรับคนที่ไม่เคยทำอะไรเองอย่างเธอ ใบข้าวคิดว่าเพื่อนต้องทำได้ เพราะเพื่อนก็เป็นคนมีความมุ่งมั่น คนหนึ่งเหมือนกัน
“ข้าวเองก็ทำได้อยู่แล้ว เรามั่นใจ ที่สำคัญคือเราช่วยแล้วนะ ให้ได้ใกล้ชิดกับพี่กริช” คนพูดกระแทกไหล่เพื่อนเบาๆ อย่างหยอกเอิน
“ใครขอกัน” ใบข้าวพูดอย่างเขินอาย
“ไม่ขอแต่เรารู้หรอกว่าข้าวแอบชอบพี่กริช เราเองก็ชอบข้าว ถ้าได้มาเป็นครอบครัวเดียวกันคงดีไม่น้อย พี่กริชน่ะชอบผู้หญิงที่เป็นแม่บ้านแม่เรือน แบบข้าวนี่แหละ” แก้วกัลยาพูดออกมาตรงๆ แบบไม่อ้อมค้อมเพราะเรียนจบ กันแล้ว โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ตอนนั้นเธอเห็นเพื่อนมุ่งมั่นกับการเรียนและไม่สนใจความรัก จึงไม่ได้พูดเชียร์พี่ชายให้ฟังตรงๆ แค่พูดถึงความดีของพี่ชายให้ฟังบ่อยๆ เท่านั้นเอง คนเจ้าเล่ห์แอบยิ้มกริ่มในใจ
“เรา เอ่อ...” ใบข้าวขัดเขินไม่น้อยเมื่อโดนรู้ทัน เธออาจจะเคยแสดงออกว่าชอบกริชมากๆ ให้แก้วกัลยาเห็นและจับได้โดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้
“ไม่ต้องเขินหรอก เราเอาใจช่วยให้ข้าวเผด็จศึกพี่ชายของเราให้สำเร็จ ในเร็ววัน”
“บ้า! พูดอะไรแบบนั้น เราเป็นผู้หญิงนะ จะไปทำอะไรแบบนั้นได้ยังไงกันล่ะ” คนพูดหน้าแดงยิ่งกว่าผลตำลึง
“ทำได้สิ เป็นผู้หญิงแล้วทำไม ถ้าเราเป็นข้าวนะ เกิดชอบผู้ชายสักคน ขึ้นมาแล้วเขาก็เป็นคนดี เราจะจับปล้ำทำสามีเลย”
“ดูพูดเข้า” ใบข้าวมองเพื่อนรักแล้วหน้าแดง แก้วกัลยาหัวเราะเสียงใสอย่างมีความสุข
“แล้วแก้วไม่ชอบใครบ้างเหรอ มีผู้ชายมาจีบแก้วตั้งหลายคน”
“ไม่เอาหรอก” คนพูดเบ้ปากน้อยๆ
“ได้เวลาอาหารเย็นแล้วค่ะคุณหนู” สมรมาตามเจ้านายสาวไปรับประทานอาหาร วันนี้กริชสั่งให้ทำของโปรดของน้องสาวเป็นพิเศษต้อนรับการกลับมา ที่สำคัญเป็นการร่วมยินดีที่น้องสาวเรียนจบกลับมาด้วย
“ว้าว... ของโปรดทั้งนั้นเลย” แก้วกัลยามองแล้วยิ้มกว้าง
“พี่สั่งป้าสมรให้ทำเพื่อเราโดยเฉพาะเลย ต้องกินเยอะๆ นะ”
เพราะของโปรดของใบข้าวกับแก้วกัลยาเหมือนกัน จึงสะดวกในการคิดเมนู เขาอยากเลี้ยงต้อนรับอีกคนด้วยจึงสั่งกำชับให้ทำสุดฝีมือ
ใบข้าวรู้สึกว่าอาหารเย็นวันนั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่นอบอวลไปด้วยความสุขและการต้อนรับเป็นอย่างดีของสองพี่น้องตระกูลโยธินสวัสดิ์ ทำให้ใบข้าวรู้สึกดีเหลือเกิน
“ข้าวดื่มนมอุ่นๆ ด้วยนะจ๊ะ จะได้นอนหลับสบาย” หลังรับประทานอาหารเสร็จสิ้นแก้วกัลยาจึงนำนมอุ่นๆ มาให้เพื่อนรักถึงที่ห้องพัก
“ขอบใจจ้ะ แก้วดีกับเราจริงๆ เลย” ใบข้าวรับนมมาดื่มจนหมดแล้ว แก้วกัลยายิ้มกริ่ม แผนการคืนนี้เป็นอันสำเร็จ
“นอนเถอะ เราไม่กวนแล้ว” แก้วกัลยาเดินออกจากห้องตัวปลิว ก่อนจะนำนมอุ่นๆ ไปให้พี่ชายอีกห้องหนึ่ง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
“เข้ามาได้” เสียงเคาะประตูทำให้กริชเอ่ยอนุญาต พอเห็นว่าเป็นน้องสาว เขาก็ยิ้มเอ็นดูให้อีกฝ่ายทันที
“แก้วเอานมอุ่นๆ มาให้พี่กริชค่ะ จะได้นอนหลับสบาย” แก้วกัลยารีบบอกพี่ชายเสียงหวาน
“ขอบใจจ้ะ เอานมมาให้พี่เหมือนพี่เป็นเด็กเลยนะ” เขารับนมจากมือของน้องสาวมาถือเอาไว้ก่อนจะเอ่ยแซว
“ดื่มนมอุ่นๆ ดีต่อสุขภาพนะคะ แถมยังหลับสบายด้วย” แก้วกัลยามองแก้วนมในมือของพี่ชายอย่างลุ้นๆ
“จ้ะ” แม้จะไม่ชอบดื่มนมนัก แต่น้องสาวนำมาให้ เขาก็รับมาดื่มจนหมดแล้ว แก้วกัลยาแอบยิ้มหน้าบานหลังรับแก้วนมมาจากพี่ชาย แผนการสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
บิดามารดาของเธอที่ล่วงลับไปแล้วจับเธอหมั้นหมายกับลูกชายของเพื่อนรัก พอพวกท่านจากไปก็สั่งความกับกริชเอาไว้ เธอไม่อยากแต่งงาน เคยขอร้องไม่ให้กริชทำตามสัญญา ไปบอกยกเลิกฝ่ายโน้น แต่พี่ชายของเธอ ไม่ตอบตกลง แถมยังยึดมั่นกับสิ่งที่บิดามารดาขอเอาไว้ก่อนตาย เธอจึงคิดแผนการนี้ขึ้นมา พอคืนนี้พี่ชายของเธอกับเพื่อนรักได้เสียเป็นผัวเมียกัน เธอก็จะหนีไปตั้งหลัก เรื่องอยากทำร้านกาแฟเป็นแค่เรื่องบังหน้าเท่านั้น เธอจะหนีไปทำงานอยู่ที่อื่นเสียเลย ให้พี่ชายตามหาไม่เจอ ก่อนไปค่อยเขียนจดหมายเอาไว้ว่าไม่ต้องตามหา เธอโตแล้ว ดูแลตัวเองได้แล้ว พี่ชายของเธอคงทำงานหนักมากไป เลยมายึดมั่นถือมั่นกับการจับเธอแต่งงาน เธอจัดการหาเมียให้เสียเลยจะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายกับเธออีก คนคิดแผนการยิ้มกริ่ม มองนาฬิกาตรงข้อมืออย่างกระหยิ่ม ได้เวลาแล้วสิ... ยาคงใกล้ออกฤทธิ์เต็มทีแล้ว อาศัยจังหวะนี้ พาเมียไปส่งให้คุณพี่ชายจนถึงห้องเลยดีกว่า
ก๊อก ก๊อก ก๊อก... เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้ใบข้าวสะดุ้งเล็กน้อย รู้สึกได้ถึงอาการผิดปกติในร่างกาย เธอร้อนผ่าวและรับรู้ได้ถึงความปรารถนาอันรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน น่าอายนัก... จู่ๆ ก็มีอารมณ์กำหนัดเช่นนี้
“ข้าว เราเองนะ แก้วกัลยา เปิดประตูให้เราหน่อย”
“จ้ะ” ใบข้าวเดินไปปลดล็อกประตูให้เพื่อนรัก
“ข้าวจะนอนแล้วเหรอ” แก้วกัลยาแกล้งถาม
“กำลังจะนอนจ้ะ” ใบข้าวตอบเพื่อนด้วยน้ำเสียงสั่นๆ
“ไปคุยกับพี่ชายเราหน่อยสิ พี่กริชบอกว่าอยากคุยกับข้าวเรื่องงานพรุ่งนี้น่ะจ้ะ” คนคิดแผนการพูดเสียงหวาน รีบดึงแขนเพื่อนให้เดินออกมาจากห้อง
“เอ่อ... จ้ะ” อยากจะปฏิเสธ แต่คิดว่าถ้าอิดออดกริชอาจจะไม่ชอบ เรื่องงานสำคัญที่สุดกับเธอในเวลานี้ คุยกันแป๊บเดียวน่าจะไม่เป็นไร
“ไปเลยจ้ะ พี่กริชรออยู่” แก้วกัลยาดันแผ่นหลังของเพื่อนให้เดินไปที่ห้องพี่ชาย ก่อนจะเคาะประตูห้องของกริชสามครั้ง
“มีอะไร” กริชเอ่ยถามเสียงแหบพร่า ใบหน้าของเขาแดงก่ำ ร่างกายปรารถนาอยากจะร่วมรักกับใครสักคนนักในเวลานี้
“ข้าวอยากมาคุยเรื่องงานน่ะค่ะ พี่กริชคุยกับข้าวไปก่อนนะคะ น้องไปก่อน ง่วงนอนเหลือเกินแล้ว” แก้วกัลยาดันเพื่อนรักเข้าไปในห้องพี่ชาย ก่อนจะล็อกประตูห้องด้านนอกอย่างแน่นหนา
“แก้ว แก้ว เปิดประตูก่อน” ใบข้าวดึงประตูเปิดแต่ดันเปิดไม่ออก เธอตบประตูรัวๆ เธอหันมามองกริชด้วยใบหน้าแดงก่ำ ถ้าขืนยังอยู่ในห้อง กับกริชนานกว่านี้ เธอต้องทำอะไรน่าอายกับเขาแน่ๆ
“พี่ไม่ไหวแล้วครับ” กริชช้อนอุ้มร่างของเพื่อนน้องสาวพาไปยังเตียงนอนกว้าง น้ำเสียงของเขาแหบพร่ายามสัมผัสเนื้อตัวหอมกรุ่นของวัยสาว
“พี่กริชจะ... จะทำอะไรคะ”
“พี่ไม่ไหวแล้วครับ” กริชกดร่างสูงเพรียวไปบนเรือนร่างหอมกรุ่น ตะโบมจูบอย่างบ้าคลั่ง เขาปวดไปหมดทั้งลำกาย ถ้าไม่ได้เธอตอนนี้เขาต้องขาดใจตายแน่ๆ
“อ๊า... พี่กริช ขา” ใบข้าวครวญครางไม่เป็นภาษายามที่พี่ชายเพื่อนโถมกายเข้ามาหาเพื่อแนบชิดสนิทเนื้อ เขาบดจูบริมฝีปากของเธออย่างดูดดื่ม แม้อยากปฏิเสธ แต่ใจเอนเอียงหลงรักเขาไปแล้วจะให้ทำยังไงได้
“พี่กริช” เธอครางเมื่อเขากระชากเสื้อผ้าของเธอออกจากกาย บดจูบปากร้อนชื้นไปกับเนื้อตัวเปลือยเปล่า เขาซุกซบไปหาอย่างถ้วนทั่ว ถามว่าเธออยากปฏิเสธไหม ไม่มีคำนั้นอยู่เลย ทั้งกายทั้งใจในเวลานี้มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น
กริชไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาบรรเลงเพลงรักอย่างเร่าร้อนรุนแรง มันดุดันยามผลักดันร่างแข็งแกร่งเข้าไปในซอกทางรัก ความเจ็บแปลบมาเยือนแต่ไม่ได้ทำให้เธอหนี กลับหยัดกายขึ้นไปหาเขาอย่างเร่าร้อน เขากดกระแทกลงมาหาซ้ำๆ ครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดจนถึงรุ่งสาง
ใบข้าวตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยเนื้อตัวไปหมด เธอกะพริบตาปริบๆ นึกลำดับเหตุการณ์ทุกอย่างแล้วหน้าแดง พอขยับก็ต้องซี้ดปากด้วยความเจ็บแปลบกลางลำตัวอย่างที่สุด
“ตื่นแล้วเหรอ” เสียงคนที่นอนอยู่เคียงข้างทำให้เธอหันไปมอง ใบหน้าแดงขึ้นสีเรื่อหนักกว่าเดิม
“พี่กริช” เรียกเขาด้วยน้ำเสียงตกใจ ดึงผ้าห่มมาคลุมกาย กริชเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี เมื่อคืนเขากับเธอจัดหนักกันทั้งคืน
“พี่ขอโทษ”
“ไม่เป็นไรค่ะ มันเป็นความผิดพลาด” เธอบอกเขาเสียงเบาหวิว
“คงต้องจัดการกับยายตัวแสบ” กริชขยับแต่ยังไม่ลงจากเตียง มองร่างที่ขยับไปอีกฟากหนึ่งของเตียงด้วยสายตาอ่อนโยน
“คือพวกเราโดนวางยาแน่ๆ” เขาพยายามนึกคำพูดไม่ให้กระทบกระเทือนจิตใจเธอนัก