คุณหนูไร้เดียงสากับนายบ้ากาม
ตอน โดนต่างด้าวหลอกแต๊ะอั๋ง
แสงแดดยามสายอ่อนๆ สาดส่องต้องยอดต้นหมากสูงในอาณาบริเวณของคฤหาสน์หลังใหญ่โอ่อ่าที่ตั้งตระหง่านอยู่บนพื้นที่กว้างขวางหลายร้อยไร่ ผิวหินอ่อนขัดมันวาวสะท้อนแสงระยิบระยับบ่งบอกถึงความเก่าแก่และความมั่งคั่งของตระกูล เทวรัตนะวรกุล อากาศยามเช้าในเดือนพฤษภาคมของย่านชานเมือง แม้จะเริ่มอบอ้าวขึ้นบ้าง แต่ภายในคฤหาสน์กลับเย็นสบายด้วยร่มเงาจากต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมทั่วบริเวณ และระบบปรับอากาศอันทันสมัย
เบื้องหลังตัวคฤหาสน์ คืออาณาจักรแห่งความร่ำรวยที่แท้จริง โรงงานทอผ้าไหมขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอย่างเงียบงัน เสียงเครื่องจักรทอผ้าดังคลอเบาๆ จากด้านใน เป็นบทเพลงแห่งการสร้างสรรค์ผืนผ้าไหมชั้นเลิศที่โด่งดังไปทั่วโลก ถัดไปเป็นโกดังเก็บผ้าไหมขนาดมหึมาที่บรรจุผืนผ้าหลากสีสันดุจขุมทรัพย์ และไม่ไกลกันนักคือสวนหม่อนกว้างใหญ่เขียวชอุ่มที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา เป็นแหล่งกำเนิดวัตถุดิบสำคัญสำหรับเลี้ยงตัวไหมนับแสนนับล้านตัว
ภายใต้ร่มเงาของตระกูลวรกุลแห่งนี้ คุณหญิงยายผู้สูงศักดิ์อาศัยอยู่กับหลานสาวสุดที่รักทั้งสามคน ชฎา ฤดี และรตา พวกเธอคือดรุณีแสนสวยที่เติบโตมาในความหรูหราและเพียบพร้อมทุกประการ
คุณชายกับคุณหญิง ผู้เป็นพ่อแม่แท้ๆ ของพวกเธอ ได้เดินทางไปตั้งบริษัทขยายกิจการส่งออกผ้าไหมของคุณหญิงยายอยู่ที่ต่างประเทศ นานๆ ครั้งถึงจะกลับมาบ้านเพื่อเยี่ยมลูกสาวทั้งสาม ปีละหนสองหน ทำให้คุณหญิงยายคือผู้ปกครองหลักของหลานสาวทั้งสามคน
ชฎา พี่สาวคนโต อายุยี่สิบปีเต็ม เธอคือภาพลักษณ์ของความสวยหวานสง่างาม ใบหน้าเรียวรูปไข่ ดวงตากลมโตเป็นประกายทอประกายอ่อนโยน รอยยิ้มของเธอบางเบาดุจกลีบกุหลาบ บุคลิกของชฎาเป็นลุคคุณหนูผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว ทว่าภายใต้ความเรียบร้อยนั้น ร่างกายของเธอกลับอวบอิ่มซ่อนรูป มักจะสวมชุดกระโปรงยาวพลิ้วไหวสีพาสเทล ดูเรียบร้อยแต่ก็แฝงด้วยเสน่ห์เย้ายวนอย่างน่าค้นหา
ฤดีหลานสาวคนกลาง อายุสิบเก้าปีเต็ม เธอคือตัวแทนของความสวยเปรี้ยวจี๊ดจ๊าด ใบหน้าเรียวคม ดวงตาฉายแววมั่นใจและซุกซน ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสด บุคลิกของฤดีโดดเด่นและกล้าแสดงออก เธอชอบการแต่งตัวที่ทันสมัย โชว์รูปร่างที่หุ่นแซ่บ เอวคอดกิ่ว สะโพกผายได้รูป สวมเสื้อครอปตัวสั้นกับกางเกงยีนส์เอวสูง ดูทะมัดทะแมงแต่ก็แฝงด้วยความเซ็กซี่ที่ร้อนแรง
ส่วน รตา น้องคนเล็ก อายุสิบแปดปีเต็ม เธอคือภาพของความสวยแบ๊วใสไร้เดียงสา ใบหน้ากลมมน ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาสีชมพูทอประกายสดใส รอยยิ้มของเธอบริสุทธิ์ดุจเด็กน้อย รตานับเป็นสาวแว่นตัวเล็ก ร่างกายบอบบางน่าทะนุถนอม สวมเสื้อยืดสีสันสดใสกับกระโปรงพลีทสั้นเสมอเข่า ดูน่ารักและอ่อนเยาว์กว่าวัย
ภายในอาณาจักรอันกว้างใหญ่ของคฤหาสน์วรกุลแห่งนี้ มีคนงานและคนสวนชายหญิงหลายสิบชีวิตคอยดูแลความเรียบร้อย พรเช้าของแต่ละวันมักจะเริ่มต้นด้วยเสียงเครื่องจักรในโรงงานที่เริ่มทำงาน เสียงคนงานพูดคุยกันเบาๆ และเสียงนกร้องเจื้อยแจ้วจากสวนดอกไม้ ความร่ำรวยของตระกูลวรกุลไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขในบัญชีธนาคาร แต่ปรากฏชัดในทุกรายละเอียดของชีวิตประจำวันของหลานสาวทั้งสาม และคนงานอีกนับสิบชีวิตที่อยู่ภายใต้ร่มเงาของคฤหาสน์แห่งนี้
เช้าวันหยุดที่แสงแดดอบอุ่นทาบทาผืนหญ้าสีเขียวสดใส รตา คุณหนูคนเล็กของบ้านวรกุล วัยสิบแปดปีเต็ม ในชุดเสื้อยืดสีขาวโอเวอร์ไซส์ตัวใหญ่คลุมสะโพก กับกางเกงขาสั้นผ้าคอตตอนสีชมพูอ่อนที่มองไม่เห็นภายใต้เสื้อตัวโคร่ง เธอสวมแว่นตากลมโตคู่ใจ พร้อมรอยยิ้มสดใสบริสุทธิ์ดุจเด็กน้อย กำลังปั่นจักรยานคันเล็กสีขาวไปตามทางเดินหินอ่อนรอบคฤหาสน์ ลมเย็นๆ พัดกระทบใบหน้า ปลุกให้เธอรู้สึกสดชื่นมีชีวิตชีวา
รตาชอบการปั่นจักรยานเล่นรอบคฤหาสน์กว้างใหญ่เป็นที่สุด นอกจากจะได้ออกกำลังกายแล้ว เธอยังได้สัมผัสกับธรรมชาติอันงดงามที่โอบล้อมบ้านของเธอ ดวงตาภายใต้แว่นกวาดมองไปทั่วบริเวณอย่างมีความสุข เธอมองเห็นแปลงดอกไม้หลากสีที่กำลังเบ่งบานชูช่ออวดความงาม และต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา
ขณะที่จักรยานคู่ใจเลี้ยวผ่านพุ่มกุหลาบสูงท่วมหัว สายตาของรตาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างเล็กๆ กำลังวิ่งเล่นอยู่ริมสระน้ำ รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอพลันกว้างขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นไอ้หนูมงคล ลูกชายวัยห้าขวบของ นายหม่องทองดี คนสวนชาวต่างด้าวร่างใหญ่ กำยำ และมีผิวคล้ำ ลูกชายของนายทองดีมีใบหน้าที่น่ารัก ดวงตากลมโตเป็นประกายซุกซนเหมือนพ่อ เด็กน้อยมักจะวิ่งเล่นไปมาในสวนอยู่เสมอขณะที่แม่ ซึ่งเป็นสาวทอผ้าในโรงงาน
รตากดเบรกจักรยานจนเสียงดังเอี๊ยด แล้วรีบกระโดดลงจากอานจักรยานคู่ใจ วางมันพิงไว้กับลำต้นหมากสูงใหญ่ เธอวิ่งเข้าไปหาไอ้หนูมงคลอย่างรวดเร็ว
"มงคล! มาเล่นกัน!" รตาตะโกนเรียกเสียงใส
ไอ้หนูมงคลหันมามองรตา ดวงตากลมโตเป็นประกายด้วยความดีใจ เขาวิ่งตรงเข้ามาหารตาอย่างรวดเร็ว แล้วกระโดดเข้ากอดขาเธอแน่น
"พี่รตา" เด็กน้อยร้องเรียกด้วยเสียงเจื้อยแจ้ว
รตาหัวเราะคิกคัก เธอก้มตัวลงกอดไอ้หนูมงคล ก่อนจะผละออก แล้วเริ่มวิ่งไล่จับกันไปมาบนสนามหญ้าเขียวขจี เสียงหัวเราะสดใสของทั้งสองดังปะปนกับเสียงนกร้องเจื้อยแจ้วในสวน
รตาชอบเล่นกับไอ้หนูมงคลเสมอ เธอไม่เคยรังเกียจที่จะลงมาคลุกคลีกับลูกชายของคนสวนเลยแม้แต่น้อย ความไร้เดียงสาของเด็กน้อยทำให้รตารู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขทุกครั้งที่ได้ใช้เวลาอยู่กับเขา
เสียงหัวเราะสดใสของรตากับไอ้หนูมงคลยังคงดังก้องไปทั่วสวน รตาวิ่งนำเด็กน้อยไปอย่างสนุกสนาน แต่แล้วจู่ๆ เท้าของเธอก็พลาดไปสะดุดเข้ากับรากไม้ใหญ่ที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นหญ้า ร่างบางเสียหลัก หกล้มอย่างแรง หัวเข่ากระแทกกับพื้นดินแข็งๆ จนเกิดเสียง "ตุบ!"
โอยยย! รตานั่งกอดเข่า น้ำตาคลอเบ้าด้วยความเจ็บแสบร้อนจากแผลถลอก เลือดสีแดงสดซึมออกมาจากผิวเนื้อขาว
"ฮือ! ๆ พี่รตา! พี่รตาเป็นอะไรไหมครับ! พี่เป็นอะไรไหม?" ไอ้หนูมงคลร้องไห้เสียงดังลั่นสวน วิ่งเข้ามาหาพี่สาวด้วยความเป็นห่วง ใบหน้าเล็กๆ เต็มไปด้วยน้ำตาด้วยความเป็นห่วง
ทันใดนั้น ร่างกำยำของ นายหม่องทองดี คนสวนชาวต่างด้าว พ่อของไอ้หนูมงคล ก็วิ่งเข้ามาคุกเข่าข้างหน้ารตาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมเข้มของเขาฉายแววกังวลเมื่อเห็นคุณหนูตัวน้อยหกล้ม
"คุณหนู! เป็นอะไรไหมครับ!" นายทองดีถามด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อย เขามองไปยังหัวเข่าของรตาที่มีเลือดไหลซิบๆ
โดยไม่รอช้า นายทองดีก็รีบหยิบขวดน้ำดื่มที่พกติดตัวออกมา ก้มลงล้างแผลถลอกที่หัวเข่าของรตาอย่างเบามือ น้ำใสๆ ไหลชะล้างคราบเลือดและสิ่งสกปรกออกไป
ด้วยท่าที่รตานั่งกอดเข่าอยู่ตรงหน้า ทำให้กางเกงขาสั้นร่นขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นเรียวขาอ่อนที่ขาวผ่อง และกางเกงในสีอ่อนที่โผล่พ้นออกมาทางขากางเกงเพียงเล็กน้อย แสงแดดยามสายสาดส่องกระทบผิวกาย ทำให้ทุกสัดส่วนดูเด่นชัดขึ้นในสายตาของนายทองดี
นายทองดีรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่แล่นแปล๊บไปทั่วร่าง แท่งเอ็นในกางเกงของเขาเริ่มแข็งขืนจนเป้าตุงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เขารีบก้มหน้าลง พยายามซ่อนสีหน้าที่เต็มไปด้วยความปรารถนา
"ต้องรีบล้างแผลนะครับคุณหนู เดี๋ยวจะติดเชื้อเป็นหนองเอา" นายทองดีเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แฝงไปด้วยความหื่นกระหายที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเป็นห่วง
"ค่ะ ล้างที่ไหนล่ะคะ" รตาถามเสียงแผ่วเบาด้วยความเจ็บปวด
นายทองดีเงยหน้าขึ้นสบตากับรตา รอยยิ้มบางๆ ปรากฏที่มุมปาก "ไปบ้านพักผมก็ได้ครับ"
หัวใจของรตาเต้นแรงระรัว เธอไม่ทันได้คิดอะไรต่อ นายทองดีก็ช้อนร่างบางของเธอขึ้นมาอุ้มแนบท่อนแขน อย่างง่ายดาย ราวกับอุ้มตุ๊กตา แล้วพาเธอเดินตรงไปยังบ้านพักคนงานที่อยู่ด้านหลังโรงงานทอผ้า
"พ่อ! รอด้วย! รอผมด้วยพ่อ!" ไอ้หนูมงคลร้องเสียงดัง วิ่งตามหลังพ่อของเขาไปติดๆ ด้วยความเป็นห่วงพี่สาว...
คุณหนูไร้เดียงสากับนายบ้ากาม
ตอน โดนหลอกกินน้ำหวาน
นายทองดีอุ้มรตาเข้ามาในเขตบ้านพักคนงานหลังโรงทอผ้า บ้านไม้ชั้นเดียวสีซีดตั้งเรียงรายห่างกันออกไปเกือบยี่สิบหลัง แต่ละหลังมีหนึ่งครอบครัวอาศัยอยู่ บ้างก็มีคนโสดอยู่เพียงลำพัง บรรยากาศเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมพัดและเสียงนกร้องแผ่วเบา นายทองดีพาคุณหนูตัวน้อยมาหยุดที่หน้าบ้านพักของเขา ประตูไม้เก่าๆ ที่ทาสีเขียวเข้มดูทึมๆ
"พ่อ! รอด้วย! รอด้วย!" ไอ้หนูมงคลวิ่งตามมาติดๆ หอบหายใจอย่างเหนื่อยหอบ
นายทองดีหันไปมองลูกชาย "มงคลอยู่ข้างนอกก่อนนะลูก พ่อจะทำแผลให้คุณหนู" เขาบอกเสียงนุ่ม แต่สายตาที่ส่งให้ลูกชายนั้นแฝงไปด้วยความจริงจัง ก่อนจะรีบปิดประตูห้องพักลงอย่างเงียบๆ
ภายในบ้านพักคนงาน ห้องโถงเล็กๆ ดูเรียบง่าย มีเพียงโต๊ะไม้เก่าๆ เก้าอี้ไม่กี่ตัว และที่นอนปูอยู่มุมห้อง กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ คลุ้งไปทั่วบริเวณ นายทองดีให้รตานั่งลงบนเก้าอี้ไม้เก่าๆ ตัวหนึ่ง
"คุณหนูครับ ถลกชายเสื้อยืดขึ้นหน่อยนะครับ จะได้ทำแผลสะดวกๆ" นายทองดีเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้เป็นปกติที่สุด แต่สายตาของเขากลับจับจ้องไปที่ขาเรียวของรตาอย่างไม่ปิดบัง
รตาพยักหน้า เธอค่อยๆ ถลกชายเสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่ที่คลุมลงมาถึงต้นขา ให้ร่นขึ้นไปถึงเอว เผยให้เห็นกางเกงขาสั้นสีชมพูอ่อนที่บัดนี้ดูสั้นกุด และเรียวขาขาวเนียนที่ดูอ่อนนุ่มน่าสัมผัส
นายทองดีคุกเข่าลงตรงหน้ารตา มือหยาบของเขาจับสำลีชุบแอลกอฮอล์ บรรจงล้างแผลถลอกที่หัวเข่าของรตาอย่างเบามือ ความเย็นของแอลกอฮอล์ทำให้รตาสะดุ้งเล็กน้อย
จากนั้น เขาก็หยิบขวดทิงเจอร์สีเข้มออกมา "เดี๋ยวผมจะให้ยาฆ่าเชื้อนะครับ อาจจะแสบหน่อย"
นายทองดีค่อยๆ เทขวด ราดทิงเจอร์ลงบนแผลถลอกของรตาอย่างระมัดระวัง
"อูย! โอย!" รตาร้องดัง เธอดิ้นด้วยความแสบ
ทันใดนั้น นายทองดีก็แกล้งทำขวดทิงเจอร์หก น้ำยาสีเข้มไหลราดลงบนเป้ากางเกงขาสั้นสีชมพูของรตา ซึมลงไปอย่างรวดเร็ว
"โอยยย! หนูแสบ! หนูแสบ!" รตาร้องดังกว่าเดิม ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เพราะทิงเจอร์ซึมทะลุกางเกงในตัวน้อยลงมาถึงปากร่องสวาทที่บัดนี้รู้สึกร้อนผ่าวไปหมด
นายทองดีมองรตาด้วยดวงตาที่ลุกวาววับ เขาเห็นความเจ็บปวดของเธอ แต่ในขณะเดียวกัน ความปรารถนาที่ซ่อนเร้นก็ปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง
"ต้องรีบเช็ดนะครับคุณหนู เดี๋ยวจะแสบกว่านี้" นายทองดีเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ต้องถอดกางเกงครับ"
รตาส่ายหน้า เธอพยายามหนีบขาเข้าหากัน แต่ขาเรียวเล็กที่ขาวดั่งหยวกกล้วยก็ถูกตรึงไว้ด้วยสายตาของนายทองดี
"ขอโทษนะครับคุณหนู" นายทองดีไม่รอช้า เขาสบโอกาส รีบกระชากดึงกางเกงขาสั้นสีชมพูออกอย่างรวดเร็วพร้อมกับกางเกงในตัวน้อยที่แนบติดมาด้วย เสียงเนื้อผ้าเสียดสีกันดังแคว๊ก! เผยให้เห็นเนินน้อยๆ ที่ขาวผ่องไร้เส้นขนอย่างโจ่งแจ้งตรงหน้านายหม่องทองดี
นายทองดีตาลุกวาวเมื่อเห็นภาพตรงหน้า กลีบเนื้อสีชมพูสองกลีบที่ปิดสนิทชิดเชื้อ เนินคุณหนูดูอูมเล็กน่ารัก และไร้เส้นขนใดๆ ความไร้เดียงสาที่บริสุทธิ์ยิ่งกระตุ้นความหื่นกระหายในตัวหนุ่มต่างด้าวให้พุ่งพล่าน
"แสบ! แสบ!" รตาร้องเสียงหลง มือเรียวเล็กยกขึ้นปิด เนินสวาทน้อยๆของเธออย่างรวดเร็ว ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและเจ็บปวด
นายหม่องทองดีไม่รอช้า เขารีบก้มลง เอาสำลีที่เหลือยัดทิ้งลงร่องพื้นบ้านไม้ที่เป็นรูอย่างรวดเร็ว
"ไหนมาครับ ผมเช็ดให้" นายหม่องเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ มือหยาบกร้านของเขาจับหัวเข่าสองข้างของรตา ฉีกถ่างออกกว้าง เผยให้เห็นเนินน้อยๆ ที่บัดนี้กลีบแยกออกจากกันนิดนึง ใบหน้าคมเข้มของนายหม่องแดงก่ำ และลมหายใจของเขาเริ่มแรงขึ้น
"รีบเช็ดสิคะ!" คุณหนูกระแทกเท้ากับพื้นไม้เก่าๆ แล้วดิ้นด้วยความปวดแสบปวดร้อน
"สำลีหาย สำลีหมดครับคุณหนู" นายหม่องเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ "ไม่ต้องกลัวนะครับผมจะเช็ดด้วยลิ้น"
รตาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร หน้าดำกร้านของนายหม่องก็ก้มลงซบเนินน้อยๆของเธออย่างรวดเร็ว ลิ้นสากยาวของเขาตวัดเลียกวาดขึ้นบนลงล่างสลับไปมาอย่างชำนิชำนาญ
แผล๊บ! แผล๊บ! แผล๊บ! เสียงลิ้นกระทบร่องเนื้อดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
"อร๊ะ! อร๊าย!" คุณหนูสะบัดหน้าเร่า กรีดร้องสุดเสียงในสภาพน้ำตาเล็ด เธอรู้สึกเสียวรูสาวที่โดนลิ้นคนสวนตัวดำเลียจนอยากน้ำหลากไหลออกมาไม่หยุด แต่ละครั้งที่ปลายลิ้นของนายหม่องลากบาดเม็ดเสียวทำให้ตูดของเธอลอยยกจากเก้าอี้ด้วยความเสียวซ่านที่แล่นผ่านท้องเข้ามาจุกถึงอก
"พี่สาว! พี่สาว! พี่เป็นอะไรไหมครับ!" เสียงเจื้อยแจ้วของไอ้หนูมงคลดังขึ้นจากด้านนอก เขาเคาะประตูร้องถามด้วยความเป็นห่วง
แต่พ่อของเขากลับไม่สนใจเสียงลูกชาย นายหม่องยังคงเลียกินทั้งทิงเจอร์และน้ำหวานของคุณหนูรตาอย่างหื่นหิว ราวกับเป็นอาหารอันโอชะที่เขาปรารถนามานานแสนนาน...
คุณหนูไร้เดียงสากับนายบ้ากาม
ตอน สวรรค์ชั้นเจ็ด
คุณหนูรตาสะบัดหน้าเร่าขณะก้มมองหน้าคนสวนต่างด้าวที่มุดอัดเนินน้อยของเธอจนจมหายไปครึ่งหน้า เธอเห็นลิ้นสากๆตวัดเลียใส่ร่องน้อยตัวเอง น้ำลายไหลยืดเป็นเส้นใสจากปลายลิ้นแดงๆมาติดถึงรูน้อยๆ
แผล๊บ! ๆ ๆ
นายหม่องทองดียังคงไม่ผละไปจากร่องสวาทที่บัดนี้บวมช้ำและแดงก่ำของรตา ใบหน้าดำกร้านของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำเสียวและน้ำลาย เขามองคุณหนูสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหื่นกระหายที่ไร้ขีดจำกัด
เรือนร่างกำยำล่ำกล้ามของเขาเต็มไปด้วยลายสักยันต์อักขระสีดำสนิทที่หน้าอกและแผ่นหลัง ยิ่งขับให้เขามีเสน่ห์ดึงดูดอย่างดิบเถื่อน
เขาเอื้อมมือหยาบกร้านไปกำข้อเท้าเล็กๆ ของรตาที่วางอยู่บนพื้นไม้ บีบจนแดงเป็นวงแล้วฉีกขาเรียวเล็กของเธอถ่างออกกว้างสุดกำลัง ก่อนจะสะบัดหน้าดำกร้านกลับลงไปละเลงลิ้นเลียร่องสวาทของคุณหนูอย่างบ้าคลั่ง
แผล๊บ! แผล๊บ! แผล๊บ!
"อร๊ายยยย! อ๊า! อร๊ายยยย!" รตากรีดร้องสุดเสียง ร่างกายของเธอชักกระตุกเกร็งไปทั้งตัว **ใบหน้าหงิกหน้างอด้วยความเสียวซ่านที่รุนแรงจนเกินจะทานทน ดวงตาของเธอเหลือกขึ้นเล็กน้อย ปล่อยให้ร่างกายบิดเร้าไปมาตามแรงลิ้นที่โหมกระหน่ำ
เมื่อความเสียวซ่านพุ่งพล่านเข้าสู่จุดศูนย์กลางของความรู้สึก จนในที่สุดเธอก็เสร็จคาปากของหนุ่มต่างด้าวไปอย่างสมบูรณ์
นายหม่องทองดียังไม่ยอมหยุด เขากระชับร่างของรตาที่อ่อนระทวย แล้วค่อยๆจับสองขาขาวๆ ของเธอพาดข้ามบ่าไปข้างหลัง เผยให้เห็นร่องสาวที่ยังคงแดงก่ำและบวมฉ่ำอย่างชัดเจน เขาก้มลง เม้มปากจูบรูสวาทสีชมพูอมแดงช้ำของรตาอย่างดูดดื่ม
จุ๊บ! ๆ ๆ ริมฝีปากร้อนแดงดูดดึงเม็ดเสียวที่บัดนี้ปลิ้นเข้ามาอยู่ในปากของเขา แล้วใช้ลิ้นสากๆ ขยี้เม็ดเสียวของเด็กสาวอย่างรุนแรง
"อร๊าย! อร๊ายยยย!" คุณหนูกรีดร้องลั่นอีกครั้ง ร่างกายของเธอชักกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงเป็นครั้งที่สอง น้ำเสียวไหลหลากออกมาอย่างต่อเนื่อง สองมือเรียวของเธอยื่นลงมากำจิกผมของหนุ่มต่างด้าวตัวดำแน่น จนแขนของเธอก็สั่นระริกไปด้วยแรงอารมณ์
นายหม่องทองดียังคงไม่ผละไปจากร่องสวาทของรตา มือหยาบกร้านของเขาค่อยๆจับกลีบเนื้อสองข้างของรตาแหกอ้าออกจากกันอย่างช้าๆ เผยให้เห็นรูสีชมพูเล็กๆที่ซ่อนอยู่ภายใน ดวงตาคมของนายหม่องเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจระคนหื่นกระหาย เมื่อเห็นเยื่อพรมจรรย์ของเด็กสาววัยแรกแย้มที่ยังคงปิดสนิทอยู่ตรงหน้า
"แฮ่ก! แฮ่ก! แฮ่ก!" รตาหอบหายใจถี่กระชั้น เธอนั่งเอนหลังพิงกับเก้าอี้ไม้ ใบหน้าสวยเงยขึ้นมองเพดานด้วยร่างกายที่อ่อนระทวยรวยแรงจนไม่อาจทรงตัวนั่งหลังตรงได้อีกต่อไป ความรู้สึกเจ็บปวดจากการถูกกระทำก่อนหน้านี้ปนเปกับความเสียวซ่านที่ยังคงค้างคา
นายหม่องทองดีไม่รอช้า เขาลองเอานิ้วกลาง** ที่แข็งแรงแทงยัดเข้ารูน้อยๆของรตาอย่างช้าๆ แรงกดที่ปลายปลายนิ้วทำให้รตาเม้มปากแน่น
"อื้อ! อื้อ! อร๊ายยยยยย!" รตากัดริมฝีปากตัวเอง ครางแล้วร้องลั่นสุดเสียงด้วยความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่เคยสัมผัสมาก่อน
รูน้อยๆ ของเธอตอดรัดนิ้วของหนุ่มต่างด้าว ตุบ ๆ ความบริสุทธิ์ของเธอถูกนิ้วหยาบกร้าน ทะลวงจนเลือดซึมออกมาเล็กน้อย เลอะง่ามนิ้วมือดำๆ ของนายหม่อง
สวบ! สวบ! สวบ! นายหม่องทองดีเริ่มแยงนิ้วยัดเข้าออกรูน้อยๆ ของรตาอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ไม่สนใจเสียงร้องของเธอ ความเจ็บปวดค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่านที่รุนแรง น้ำเสียวของคุณหนูหลั่งไหลพรั่งพรูออกมาอย่างไม่ขาดสาย เปรอะเปื้อนอุ้งมือสากใหญ่ของนายหม่องจนเป็นแอ่งลื่นหนืด
นายหม่องทองดียังคงแทงนิ้วกลางยัดเข้าออกรูสวาทเล็กๆ ของคุณหนูอย่างต่อเนื่อง เสียง แจ๊ะ! แจ๊ะ! ดังแผ่วเบาในความเงียบงันของบ้านไม้เก่าๆ ที่มีกลิ่นอับจางๆ คลุ้งไปทั่ว
ในขณะที่นิ้วกลางยังคงทำงานอย่างขยันขันแข็ง นายหม่องก็ก้มหน้าลงต่ำแลบลิ้นเลียเม็ดเสียวที่บัดนี้พองโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ลิ้นสากๆ ของเขาตวัดเลียขึ้นลงอย่างไม่ปราณี ดูดเม้มเบาๆ แต่หนักหน่วง ความรู้สึกเสียวซ่านรุนแรงราวกับไฟฟ้าแล่นแปล๊บไปทั่วร่างของรตา
"อร๊ะ! อร๊ายยยยย!" รตากรีดร้องเสียงหลง ร่างกายเล็กขาวของเธอสั่นสะท้านไปทั้งตัว ตามแรงกระตุ้นจากลิ้นและนิ้วของนายหม่อง เธอจิกเล็บลงบนพื้นไม้เก่าๆ แน่น ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวด้วยความทรมานปนสุขสม แสงแดดยามสายที่ส่องลอดช่องไม้เข้ามาในบ้านพักคนงาน จับภาพเรือนร่างของเธอที่บิดเร้าไปมาอย่างชัดเจน
น้ำเสียวของคุณหนูไหลหลากออกมาอย่างต่อเนื่อง เปรอะเปื้อนหน้าดำกร้านของนายหม่องและนิ้วมือของเขาจนชุ่มโชก เสียงครางต่ำๆ ของนายหม่องปะปนกับเสียงหอบหายใจของรตาที่ดังระงม
ความเสียวซ่านที่รุนแรงถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้งจนรตาชักกระตุกเกร็ง ปล่อยความสุขสมออกมาอีกครั้งอย่างรุนแรง น้ำเสียวพุ่งกระฉูดออกมาจากร่องสาว รดรดใบหน้าของนายหม่องที่ยังคงก้มเลียอยู่ ใบหน้าสวยของรตาซีดเผือด แต่ริมฝีปากยังคงเผยอออกเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว