ต้นร้ายปลายจะดีหรือไม่ ต้องเรียนรู้
………………
เธอเพียงออกทริปท่องเที่ยวตามลำพัง ไม่คิดเลยว่า จะกลับพลัดหลงกับกลุ่มทัวร์ที่เธอซื้อแพ๊คเก็จมาเที่ยวด้วยกัน ซ้ำร้ายระหว่างทางฝนยังตกหนัก ทำให้เท้าของเธอก้าวพลาด ลื่นตกลงไปในท่อระบายน้ำที่มีความลึกเกินกว่าที่จะคาดคะเนได้
“ฉันต้องตายอย่างโดษเดี่ยวที่นี่หรือนี่ ไม่นะ ฉันยังไม่ได้กินของอร่อยเลย!!!”
ในหูได้ยินคล้ายเสียงหยดน้ำกระทบกับบางสิ่ง ความหนาวเหน็บทำให้นางลืมตาด้วยความยากเย็น
เคราะห์ดีที่นางยังพบว่า ตนเองยังคงหายใจอยู่ บางทีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อาจจะเห็นใจ จึงปล่อยชีวิตเล็กๆ ของนางให้ได้มีลมหายใจอยู่ในโลกใบนี้ต่อ
ซูฮวาพบว่าตนเองนั้น กำลังตกที่นั่งลำบาก หันซ้ายมองขวา ก็ดูเหมือนว่าที่แห่งนี้จะมีเพียงนาง และคนที่ดูเหมือนจะไม่ใช่คน ผู้นี้เท่านั้น
แต่เดี๋ยวก่อน! ดวงตาของนางกลับรู้สึกถึงแรงกดหน่วง เมื่อนางพยายามกระพริบเปลือกตาเพื่อขับไล่ความรู้สึกนั้น ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นว่า ดวงตาของนางมองเห็นในสิ่งที่ เขา ก็ไม่อาจคาดเดาได้
“ไอหยา! นี่มันตัวอะไรกันเนี่ย!”
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้น สองมือสวยรีบยกขึ้นมาปิดปากพล่อยของตนด้วยความตื่นตระหนก
"อะไรกันเนี่ย! ที่หน้าผากกว้างของปีศาจตนนั้น มีตัวเลขประหลาดอยู่ด้วย"
"มันหมายความว่ายังงัยกันนะเนี่ย"
ม่านราตรีเคลื่อนคล้อย เบื้องหน้าของนาง มีเพียงแสงสว่างจากดวงจันทราบนท้องนภากว้างเท่านั้น ที่คอยส่องแสงนำทางแหวกผ่านความมืดมิด
ใบหูหนา ได้ยินเสียงอันไพเราะของนางชัดเจนทุกถ้อยคำ ประโยคหนึ่งที่ทำให้เขาต้องสะดุดหยุดทุกการเคลื่อนไหว
อารมณ์พลุ่งพล่านที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ แทบจะถูกความมืดของรัตติกาลในยามค่ำ หลืนกลืนไปเสียแล้วสิ้น
“เมื่อครู่ เจ้ากล่าวว่า เจ้ามองเห็นสิ่งใดกัน?”
“พูดได้ด้วยเหรอเนี่ย? ท่านเป็นคน หรือเป็นตัวอะไรกัน แล้วที่นี่ ที่ไหน?”
ขอบตาบางสวยของนางเห่อร้อน เดิมทีซูฮวาหาใช่คนอ่อนแอ เสียน้ำตาให้กับอะไรง่ายๆ เพียงแต่เวลานี้ ทั่วร่างรู้สึกราวกับจะฉีกขาดออกจากกัน
เธอพบว่าไม่สามารถขยับตัวได้ ความเจ็บปวดเริ่มแผ่กระจายทีละน้อย ทีละน้อย ก่อนที่จะครอบคลุมไปทั่วทั้งเรือนร่าง
เขา ผู้เห็นทุกอย่าง เดินเข้ามาหยุดกึก อยู่ต่อหน้าของนาง
“อย่าดิ้น หากเจ้ายังอยากที่จะมีลมหายใจอยู่” เสียงของเขาไพเราะรื่นหูนัก
“ช่วย ช่วยด้วย ช่วยด้วยค่ะ”
“บอกข้า ว่าเจ้าจะมอบสิ่งใดตอบแทน” ปากคลี่ยิ้มเพียงแต่มองไม่ออกว่ากำลังยิ้ม เมื่อกล่าวจบ
“ตอบแทนอย่างนั้นเหรอ... ช่วยคนเป็นสิ่งที่เป็นกุศลที่สุดแล้ว ท่านยังจะต้องการสิ่งใดตอบแทนอีกเล่า?” สีหน้าและแววตาของนางจริงจัง เพียงแต่คนฟังกลับรู้สึกเหมือนกำลังโดนเอาเปรียบ
“เช่นนั้น เห็นทีข้ากับเจ้าคงหมดวาสนาต่อกัน” ร่างสูงใหญ่ ทำท่าจะเคลื่อนย้ายออกห่าง
ซูฮวากัดปากจนเจ็บ ก่อนที่จะร้องเรียกขอความเมตตาด้วยสีหน้าที่แสดงออกถึงความอ้อนวอน
“ได้โปรด กลับมาก่อน ท่านอยากได้สิ่งใด ข้ามอบให้ทั้งหมด ขอเพียงช่วยเหลือข้าด้วย”
“อืม... ไม่คิดเลยว่า เจ้าจะใจกล้าถึงเพียงนี้”
ฝ่ามือใหญ่ ปลายนิ้วแหลมคม วาดไปมาคล้ายช้อนจับเอาบางอย่างในอากาศเวิ้งว้าง ให้เข้ามาอยู่ในอุ้งมือ
ลำแสงสีขาวประหลาด วาบผ่าน ซูฮวาจำต้องหลับตาลง เพราะทนความเจิดจ้าของแสงนั้นไม่ได้
ความรู้สึกเย็นวาบแล่นผ่านไปทั่วร่าง นานพอที่จะทำให้นางรู้สึกสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บ
“ข้าช่วยเหลือเจ้าได้เพียงชั่วคราว ที่เหลือล้วนเป็นคำรักษาสัญญาของเจ้าเท่านั้น ที่จะสามารถช่วยได้”
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยราวกับว่าพบเข้ากับอุปสรรคบางอย่าง ที่ไม่สามารถจะอธิบายเป็นคำพูดได้
ความเจ็บปวดของซูฮวา ลดลงจนแทบจะไม่เหลือร่องรอย ร่างกายของนางก็เข้าที่เข้าทาง กลับคืนมาอยู่ในสภาพปกติ
“มหัศจรรย์นัก ท่านเป็นเทพหรือปีศาจกันแน่เนี่ย?”
“ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าอยากให้ข้าเป็นสิ่งใด” ใบหน้าเหย่อหยิ่ง เชิดปลายคาง ปรายหางตาคมมองลงมายังใบหน้าที่ตรึงใจตน
ท่าทางยียวนด้วยมิได้ตั้งใจนั้น ทำให้ซูฮวา รู้สึกหมั่นไส้อยู่ไม่น้อย เพียงแต่บุรุษแปลกประหลาดผู้นี้ กลับมีบางสิ่งที่สามารถดึงดูดให้นางรู้สึกคุ้นเคยได้
ลางสังหรณ์ บอกให้นางเชื่อฟัง เพราะเวลานี้ คงไม่มีหนทางใด ให้ต้องเสี่ยง มากไปกว่า ยอมเล่นไปตามบทบาทที่เขาวางเอาไว้ให้
.............
เสียงท้องร้องดังกว่าเสียงจิ้งหรีดเรไร ...จ๊อก จ๊อก
ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความเขินอาย ไม่ทันที่จะได้ถามไถ่ เสียงทุ้มไพเราะ ก็ดังขึ้นราวกับกำลังรู้ความต้องการของนาง
“เจ้าคงหิว งั้นก็กินนี่เถอะ”
ตุ๊บ! บางสิ่งกำลังกลิ้งมาหยุดอยู่ตรงหน้าของนาง
“หืม! ลูกพลับ พุทธา หรือว่าแอปเปิ้ลกันละนี่?”
ลูกกลมขนาดเท่าฝ่ามือ ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย เพียงแต่เมื่อฝังรอยฟันลงไป รสชาติของมันกลับตรงข้ามกันกับหน้าตา
“อร่อยใช่หรือไม่ หากเจ้าชอบ ข้ายังมีอีกมาก” ผายมือใหญ่ออกไปทางด้านหลัง
ภาพที่ปรากฏสู่สายตา คืนต้นไม้ขนาดใหญ่ยักษ์ บนลำต้นมีผลสีแดงบ้างส้มบ้าง สลับกันไปล้นหลาม ปานว่ากิ่งก้านจะสามารถหักโค่นลงมาได้ทุกเมื่อ
“.....” ซูฮวากัดกลืนผลไม้รสเฝื่อนลงคอด้วยความยากลำบาก
“รสชาติแย่เพียงนี้ มิน่าเล่าถึงยังคงดกดีอยู่เต็มต้น” นางพึมพำไปกินไป ท้องเต็มยังดีกว่าท้องว่างกระมัง
ก่อนที่จะได้ขบกินคำสุดท้าย ร่างของนางก็ลอยละลิ่ว อยู่เหนือพื้นดินเสียแล้ว
“เจ้าคิดได้เช่นนี้ก็ดีนักแล้ว” เขาพูดพลางหอบพานางพุ่งทะยานไปจากที่เดิม
“นี่ท่านจะพาข้าไปที่ไหนกัน?” ซูฮวาตกใจเสียจนใบหน้าถอดสี รีบทิ้งผลไม้ เพื่อใช้มือเกาะเกี่ยวเขาเอาไว้แน่น
“ที่แห่งหนึ่ง” คำตอบสั้นๆ จากปากของบุรุษหน้าตาประหลาด ที่ไม่แม้แต่จะปรายหางตามองมาที่นาง
ล่อลวง
…………………………………..
นางเป็นเพียงดรุณีน้อยที่จับผลัดจับผลูมาอยู่ในที่นี่เท่านั้น แต่กลับต้องมานั่งปวดหัวอยู่ทุกวี่วัน กับเรื่องที่ไม่คาดคิด
นอกจากปีศาจเจ้าเล่ห์นั่น ยังมีชิงเฟิงหัวรั้น ที่ทำตัวไม่ค่อยจะเหมือนอ๋องสูงศักดิ์นักเพราะวันๆนั่นเล่า มัวแต่หาเรื่องที่จะมาแตะอั๋ง เอาข้าไปเป็นสตรีอุ่นเตียงอยู่เช่นนั้น
ซ้ำร้าย เจ้าปีศาจเสือขาวนั่นกลับทำนิ่งดูดาย ปล่อยให้ข้าหาทางเอาตัวรอดเองแบบทุลักทุเลไปเช่นนั้น
ผู้หญิงไร้ญาติขาดมิตร ดิ้นรนจนพาตัวเองเรียนจบสายการทำอาหาร แต่นางกลับชื่นชอบในรสของเหล้าหมักเสียจนกลายเป็นหลงใหล
เหมือนว่าเจ้าปีศาจน่าตายผู้นี้จะล่วงรู้ความใน หลอกล่อนางด้วยการพาเหล้าหมักที่นางโปรดปราน มาปรนเปรอให้นางได้ดื่มกิน ก่อนที่จะพาให้นางลอยแหวกม่านอากาศ มาอยู่ในที่ที่นางเองก็ไม่เคยคาดหมาย
อาจเพราะเห็นว่ารูปโฉมของนางนั้น สามารถสร้างประโยชน์บางอย่างให้กับเขาได้ โดยไม่ถามไถ่ความสมัครใจ เขาก็ได้ก่อปัญหาให้กับนางมากมายนัก
ทำให้ต้องเกิดเรื่องวุ่นวายแทบไม่เว้นแต่ละวัน จนเกือบจะเอาตัวไม่รอด
แม้ว่าลึกๆ นั้นนางเองจะแอบมีความภูมิใจอยู่บ้าง ในความมีเสน่ห์ของตน แต่โดยมากแล้ว นางก็รู้สึกเหนื่อยหน่าย
นางก้มมองสภาพของตนเอง เสื้อผ้าชุดสวยเปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยสิ่งที่นางสำรอกออกมาเมื่อเช้าตรู่
และดูเหมือนว่า บุรุษแปลกหน้าผู้นั้นจะกล่าวบางอย่างที่นางฟังไม่เข้าใจ ก่อนที่จะหุนหันเดินออกไปด้านนอก
ภายในห้องสี่เหลี่ยม กว้างขวางโอ่อ่า สตรีในชุดผ้าไหมปักเหลื่อมลายสวย นั่งเท้าคางอยู่ตรงโต๊ะกลางด้วยสีหน้าเบื่อโลก
“ข้าเพียงแค่อยากที่จะใช้ชีวิตอย่างสงบเท่านี้ ทำไมมันกลายเป็นเรื่องที่ยากเย็นนักนะ”
“เป็นเรื่องง่าย ที่เจ้าทำให้มันยุ่งยากเองต่างหากเล่า” เสียงเยียบเย็นกล่าวตอบนางออกมาโดยไม่เผยตัวตน
“เป็นข้าหรือท่านกันแน่ คนก็ไม่ใช่ปีศาจก็ไม่เชิง ล้างคำสาปของท่านได้เมื่อไหร่ ข้าจะรีบจากไปอย่างไม่เหลือเยื่อใยเลยคอยดูเถิด”
ใครจะยอมตกเป็นฝ่ายถูกต่อว่าแต่เพียงผู้เดียว ซูฮวายืนส่งเสียงเถียงออกมาจนเห็นเส้นเลือดที่ลำคอขาวงาม
ในขณะที่คนฟัง ทนหลบอยู่ในมุมมืดไม่ไหว ร่างสูงปราดเปรียว ที่เริ่มเปลี่ยนสภาพ ย่างเท้าเข้ามาอยู่ในระยะที่สายตาของนางมองเห็นได้
“ฮึ! เช่นนั้นเห็นทีว่าเจ้าจะต้องรีบหน่อยแล้ว มัวแต่เสียเวลาอยู่กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ไม่แน่ว่า คราวหน้าข้าอาจจะช่วยเจ้าเอาไว้ไม่ได้อีก”
ซูฮวาเบ้หน้าจนปากเล็กบิดเบี้ยวผิดรูป ฟังคำพูดที่ออกจากปากคนหน้าหนาเช่นเขาแล้ว นางก็ทำได้แต่เพียงสะบัดหัวไปมาเท่านั้น
ขวดเคลือบสีสวย ถูกนำมาวางเอาไว้เบื้องหน้าของนาง ซูฮวาอดชื่นชมด้วยความประหลาดใจไม่ได้ นางเปิดออกเพื่อสูดดมกลิ่น ก็รู้สึกได้ว่าอาการไร้เรี่ยวแรงที่มีอยู่ก่อนหน้า ลดลงไปได้ในพริบตา