“ไม่!” เพชรน้ำหนึ่งเสียงแข็ง กิริยาของบิดาทำให้เธอเชิดหน้าขึ้นสูงอย่างมีทิฐิ
“แกอยากโดนฉันตีเหมือนตอนเด็กๆ ใช่ไหม ต้องเอาเลือดแกออกจากตัวถึงจะสำนึก ทำร้ายคนอื่นได้ไม่สะทกสะท้าน จิตใจแกทำด้วยอะไร” ไพฑูรย์เริ่มเสียงดังอีกครั้งเมื่อเห็นกิริยาของบุตรสาวคนโต
“คุณคะอย่านะคะ หนูหนึ่งหนีไปลูก” กรรัมภารีบเข้าห้ามปรามเมื่อเห็นไพฑูรย์ทำท่าจะคว้าอะไรสักอย่างมาตีบุตรสาว เพชรน้ำหนึ่งมองสีหน้าและแววตาของมารดาเลี้ยงและน้องสาวอย่างแค้นเคือง แต่ละคนทำดีเอาหน้าให้บิดาชื่นชม แต่จริงๆ แล้วร้ายกาจแทบไม่น่าเชื่อ เธอสะบัดหน้าหนีสีหน้าเยาะเย้ยของมารดาเลี้ยงและน้องสาว ก่อนจะกระชากรถออกมาจากบ้านในทันที
“กลับมาเดี๋ยวนี้นะ ยัยหนึ่งกลับมาเดี๋ยวนี้” เหนือสิ่งอื่นใดไพฑูรย์เป็นห่วงบุตรสาวกลัวจะเป็นอันตรายร้ายแรงเพราะเพชรน้ำหนึ่งขับรถเร็วเหลือเกิน
“ใจเย็นๆ นะคะคุณ ให้แกใจเย็นกว่านี้เดี๋ยวคงกลับมาเองเหมือนทุกๆ ครั้งนั่นแหละค่ะ” กรรัมภาเอ่ยปลอบใจสามี ก่อนจะยิ้มเยาะกับบุตรสาว แต่ในใจนั้นกลับคิดไปอีกทาง
แกไม่มีวันกลับมาอีกแล้วนังเพชรน้ำหนึ่ง!!!
“แม่บอกรักษ์แล้วใช่ไหมลูก ว่าอย่าไปคบหากับผู้หญิงคนนี้”
อารยาหน้ามืดจนเป็นลมหลายต่อหลายครั้งเมื่อรับรู้ว่าบุตรชายเจออะไรมาบ้าง นางไม่ชอบใจในตัวเพชรน้ำหนึ่งเพราะอีกฝ่ายมักแสดงกิริยามารยาทและการวางตัวที่ไม่เหมาะสม จะดีหน่อยก็บ้านรวย พ่อเป็นเจ้าของกิจการมากมายมีหน้ามีตาในสังคม แต่ผู้หญิงที่ดีมีคุณสมบัติเพียบพร้อมและร่ำรวยมีอีกเยอะ นางจึงไม่พึงใจในตัวแฟนสาวของบุตรชาย
“พ่อยัดเงินปิดข่าวทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ทำไมหนูหนึ่งถึงได้ทำขนาดนี้ ไม่น่าเชื่อ” คฑาถึงกับเข่าอ่อนเมื่อข่าวออกมาว่าบุตรชายคนเล็กของเขามั่วกับสาวประเภทสองจนติดโรคร้าย แถมสาวประเภทสองคนนั้นก็ออกมาสารภาพว่าเป็นโรคนี้จริงๆ ไม่ใช่ข่าวลือ แล้วไหนจะภาพหลุดที่ว่อนไปทั่วเน็ตอีก ที่ทำให้ทุกคนช็อกไปตามๆ กันก็คือคนที่จ้างวานให้เจ้าหล่อนมาตีสนิทกับ คุณารักษ์ก็คือเพชรน้ำหนึ่ง
“ผมเชื่อว่าหนึ่งไม่ได้ทำ ต้องมีอะไรเข้าใจผิดกันแน่ๆ ผมจะไปหาหนึ่ง” คุณารักษ์ร้อนใจเพราะกลัวแฟนสาวจะเข้าใจผิดเรื่องซาร่า หลายวันมานี้เขาโทรหาเพชรน้ำหนึ่งไม่ติดเอาเสียเลย โทรไปที่บ้านก็บอกว่าเพชรน้ำหนึ่งไม่อยู่ตลอด เขากินไม่ได้นอนไม่หลับ บิดามารดาพาหมอมาตรวจเขาก็ไม่อยากตรวจ เพราะกลัวคำตอบที่ได้รับ
“แกจะออกไปให้นักข่าวพวกนั้นรุมทึ้งแกหรือไง” คฑาพูดเตือนสติบุตรชาย
“รักษ์ยังเชื่ออีกเหรอว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ทำ ยัยซาร่าอะไรนั่นบอกว่าเพชรน้ำหนึ่งจ้างเธอมา ที่เขามาตีสนิทกับลูก มาสร้างเรื่องว่ายายป่วย บอกว่ากำลังเดือดร้อนเพราะเพชรน้ำหนึ่งนั่นแหละเป็นคนอยู่เบื้องหลังทั้งหมด มีสติหน่อยสิรักษ์ ไม่ใช่เอาแต่หูหนวกตาบอดอยู่แบบนี้”
อารยาสุดจะทนกับบุตรชายเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังร้อนรนคิดจะไปหาผู้หญิงใจร้ายคนนั้นอีก
“ผมโทรหาซาร่าไม่ติด ผมอยากถามความจริงจากเธอ ผมไม่เชื่อ” คุณารักษ์ยังไม่เชื่อว่าเพชรน้ำหนึ่งจะอยู่เบื้องหลังทั้งหมด อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ขี้หึงจนหน้ามืดและใจคอโหดร้ายอย่างที่ใครๆ ใส่ความแน่นอน แต่พูดไปในตอนนี้ก็คงจะไม่มีใครเชื่อ เขาเองยังเอาตัวไม่รอด ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงที่ชื่อซาร่าจะเป็นสาวประเภทสอง เขามองไม่ออกจริงๆ และเขาเองยังติดโรคร้าย เรื่องอย่างหลังดูร้ายแรงนักในความรู้สึกจนเขาไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป
“ลูกยังไม่ต้องออกไปจากบ้านในตอนนี้ รอให้ทุกอย่างเงียบก่อน แม่จะให้หมอมาตรวจอาการของลูก เราจะได้หาทางรักษา” อารยาเกลี้ยกล่อมบุตรชาย เพราะวันแรกที่เป็นข่าว คุณารักษ์อาละวาดจนบ้านเกือบพัง ใครก็เข้าหน้าไม่ติด
“ถ้าผมติดโรคนั้นจริงๆ ผมรักษาไม่หายแล้วละครับคุณแม่ ผมอยากตายให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย หนึ่งคงเกลียดที่ผมเป็นโรคร้าย ผมจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร” คุณารักษ์พูดอย่างท้อแท้ เขาผลุนผลันขึ้นห้องไปอย่างหดหู่ในหัวใจ
“รักษ์ ลูกอย่าคิดสั้นนะลูก” อารยาและคฑาร้องห้ามอย่างตกใจ
“ไม่หรอกครับคุณพ่อคุณแม่ ผมไม่ทำแบบนั้นหรอก แต่ผมขออยู่คนเดียวนะครับ” คุณารักษ์บอกบิดามารดา ในสมองว้าวุ่นไปหมด เขาอยากหนี้ไปจากเรื่องราววุ่นวายนี้เหลือเกิน ให้เรื่องราวทุกอย่างเงียบ เขาจะกลับมาหาแฟนสาวอีกครั้ง เพราะตอนนี้พวกผู้ใหญ่ยัดเงินเพื่อปิดข่าว เธอเองคงจะหลบอยู่บ้านออกไปไหนมาไหนไม่ได้เหมือนเขาเช่นกัน
“คุณคะ ลูกหายไปคะ”
อารยาบอกสามีอย่างร้อนใจเมื่อคุณารักษ์หายเงียบขึ้นห้องไป พอให้สาวใช้ไขกุญแจสำรองเข้าไปในห้องกลับไม่เจอบุตรชาย เจอแต่จดหมายที่บุตรชายทิ้งเอาไว้
“นี่จดหมายของคุณรักษ์ค่ะคุณผู้หญิง” จันทร์เหลือบไปเห็นจดหมายจึงหยิบมาให้เจ้านายทั้งสอง อารยารับมากำเอาไว้ไม่กล้าเปิดอ่าน
คฑารีบรับจดหมายจากมือภรรยาที่สั่นเทามาอ่านข้อความด้านใน
“รักษ์บอกว่าจะหนีไปอยู่ที่อื่นสักพัก คุณใจเย็นๆ ก่อนนะ”
“คุณผู้ชายคะ คุณผู้หญิงคะ แย่แล้วคะ แย่แล้ว” เสียงของแม่บ้านสูงวัยร้องเรียกอย่างตกใจทำให้สองสามีภรรยารีบลงไปดูโดยด่วน
“เกิดอะไรขึ้นป้าเจียง”
“คุณรักษ์คะ คุณรักษ์”
“คุณรักษ์ทำไม” อารยาถามเสียงสั่นอย่างห่วงใยบุตรชายสุดหัวใจ
คฑาเอื้อมไปรับโทรศัพท์ด้วยมืออันสั่นเทา แล้วหัวใจคนเป็นพ่อก็แทบแตกสลาย
“คุณยา ทำใจดีๆ เอาไว้นะ” คฑามองใบหน้าซีดเผือดของภรรยา
“ตารักษ์เป็นอะไรคะคุณ บอกฉันมาสิว่าตารักษ์เป็นอะไร”
“รักษ์ไปสบายแล้ว”
“ตารักษ์ ไม่นะ ไม่!!!” อารยาเป็นลมล้มพับลงไปในทันทีที่ได้รับรู้ว่าบุตรชายจากโลกนี้ไปแล้ว
“มันเกิดอะไรขึ้นครับแม่ยา คุณพ่อ”
เควินเอ่ยถามบิดาและมารดาเลี้ยง เขาเดินทางมาจากไร่อย่างเร่งด่วนเมื่อทราบข่าวว่าน้องชายต่างมารดาเสียชีวิตแล้ว ตำรวจพบศพของน้องชายไหม้เป็นตอตะโกในรถที่ขับออกจากบ้านไป แถมยังพบซากเอกสารที่กระเด็นออกมาจากรถ ตอนที่รถประสบอุบัติเหตุและระเบิด หลักฐานเหล่านั้นยืนยันว่าเป็น คุณารักษ์โดยที่ไม่ต้องพิสูจน์อะไรกันให้มากความอีก
“น้องจะขับรถไปหาลูกที่เชียงใหม่ ไปหลบอยู่สักพัก”
“ทำไมต้องหลบ นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นครับ” เควินไม่ได้ตามติดข่าวสารพวกบันเทิงหรือในวงสังคมไฮโซเพราะส่วนใหญ่จะยุ่งกับงานในไร่องุ่นที่ตัวเองสืบทอดจากผู้เป็นลุง
“เรื่องมันเกิดขึ้นเพราะผู้หญิงใจร้ายคนนั้น...”
อารยาพูดอย่างแค้นใจ น้ำตาไหลอาบแก้ม ก่อนจะเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้ลูกเลี้ยงฟัง แม้เควินจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่นางก็รักเหมือนลูกในไส้ เควินอายุห่างจากคุณารักษ์ถึงสิบปี เมื่อก่อนนางเป็นเพียงพี่เลี้ยงดูแลเควิน หลังจากที่คาร่ามารดาของเควินเสียชีวิตลง
เควินเองก็รักอารยาเหมือนแม่ตัวเองเพราะเลี้ยงดูกันมา จนคฑารับหล่อนเป็นภรรยา คงเดชพี่ชายของคฑาแต่งงานแต่ไม่มีลูกชาย จึงขอเควินไปเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมเพื่อสืบทอดกิจการไร่องุ่นที่เชียงใหม่ ซึ่งจริงๆ แล้วไร่องุ่นนั้นคฑาเองเสียสละให้พี่ชายเพราะตนเองชอบทำธุรกิจในเมืองมากว่าทำสวนทำไร่ เควินจึงเข้าไปดูแลกิจการไร่องุ่นหลังจากเรียนจบ
“ผู้หญิงคนนั้นใจร้ายมาก” เควินดวงตาลุกวาบ เขาจำผู้หญิงคนนั้นได้ ตอนนั้นแม่ยาขอร้องให้เขาช่วยกันหล่อนออกไปจากชีวิตคุณารักษ์ แต่เขาไม่อยากทำลายความรักของน้องชาย ไม่คิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะทำกับน้องชายของเขาได้ถึงขนาดนี้
“ผมจะไม่ให้รักษ์ตายฟรีแน่นอนครับ แม่ยา” เควินกอดมารดาเลี้ยงเอาไว้แนบอก ฟังเสียงร้องไห้ของท่านอย่างเจ็บปวดใจ ส่วนบิดานิ่งเงียบไปแม้ไม่ฟูมฟายแต่เขารู้ว่าท่านกำลังเสียใจเป็นอันมาก...
โครม!!!
เสียงประตูที่เปิดออกอย่างรุนแรงพร้อมกับถังน้ำที่สาดเข้ามาโดนตัวทำให้เพชรน้ำหนึ่งสะดุ้งสุดตัว ตื่นจากการหลับใหลไม่ต้องปลุกให้เสียเวล่ำเวลา
“แค่กๆๆๆ”
เพชรน้ำหนึ่งสำลักน้ำ เธอลืมตาโพรงเจอกับแสงสว่างของดวงตะวันที่เล็ดลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้อง
ดวงตาสวยเบิ่งกว้างเมื่อเห็นร่างใหญ่ยักษ์ของคนที่ถือถังน้ำยืนจังก้าอยู่ด้านหน้า ใบหน้ารกรุงรังไปด้วยหนวดเคราน่ากลัวนักในความรู้สึก เธอถอยร่นไปด้านหลังด้วยความหวาดกลัวจับจิตจับใจ
โครม!!!
เขาโยนถังน้ำในมือไปบนพื้นห้องโครมใหญ่ ดวงตาดุกร้าวพร้อมกับใบหน้าเย็นชาดูเหี้ยมเกรียมในความรู้สึก เพชรน้ำหนึ่งลนลานถอยหนี แต่ถูกมัดไว้กับเสาเตียง แถมมือก็ยังถูกมัดจนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
“กรี๊ดดดดดดดดด!!!!”
ดวงตาสวยเบิกกว้าง ฟันกระทบกันกึกๆ เมื่อร่างสูงใหญ่คร่อมทับร่างของเธอเอาไว้ ตัวของเพชรน้ำหนึ่งสั่นระริกหวาดกลัวแทบสิ้นสติ แต่คราวนี้เธอไม่ได้หมดสติเหมือนในค่ำคืนที่ผ่านมา
“อย่าเข้ามานะ ฉันกลัวแล้ว” เพชรน้ำหนึ่งถอยร่น ร่างสูงตามติดก่อนจะกระชากมือเข้ามาหา แล้วจัดการแกะเชือกที่มัดมือเอาไว้ เธอหยุดมองเขาอย่างระแวดระวังว่าเขาจะมาไม้ไหน
“นายเป็นใคร จับฉันมาทำไม ที่นี่ที่ไหน ปล่อยฉันไปเถอะนะ นายอยากได้อะไรฉันจะให้ ข้าวของเงินทองฉันมีให้นาย”
หญิงสาวอ้อนวอนขอร้อง คิดว่าอีกฝ่ายเป็นพวกโจรลักพาตัว
เงียบ! ไม่มีเสียงตอบรับจากร่างสูงใหญ่ เขาหันไปแกะเชือกที่ข้อเท้าของเธอแทน เพชรน้ำหนึ่งคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะเป็นใบ้ เขาเข้าใจในสิ่งที่เธอพูด และตอนนี้คงจะกำลังจะปล่อยเธอไปอย่างแน่นอน
“นายเป็นใบ้เหรอ นายได้ยินและเข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม รู้ไหมถ้านายปล่อยฉันไป ฉันจะให้เงินนายเยอะๆ เลยนะ มากกว่าเจ้านายของนายเลยล่ะ”
หญิงสาวรีบพูดเมื่อถูกปลดพันธนาการทุกอย่างหมดสิ้น เธอคิดว่าหน้าโหดๆ เหมือนมหาโจรของเขาคงเป็นแค่ลูกน้อง ทำหน้าที่มาคุมตัวเธอเอาไว้เท่านั้น เธอพยายามคิดย้อนไปถึงตอนที่โดนจับตัวมา ตอนนั้นเธอขับรถออกมาจากบ้าน แล้วมีคนนอนสลบอยู่หน้ารถ เธอลงไปดูก่อนจะถูกใครก็ไม่รู้มาล็อกตัวเอาไว้แล้วสติของเธอก็ดับวูบไปในที่สุด
เพชรน้ำหนึ่งต้องผวาเมื่อได้สบกับดวงตาแข็งกร้าวของโจรร้าย เธอผงะ ตกใจจนหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นว่าร่างสูงกำลังปลดเปลื้องอาภรณ์ออกจากกายจนหมดสิ้น ความคิดเรื่องที่ว่าเธอโดนจับตัวมาได้ยังไงหายไป เหลือแต่ความหวาดกลัวจนหน้าซีดเผือด
“กรี๊ดดดด!!! ไอ้บ้า แกจะทำอะไร ออกไปเดี๋ยวนี้นะ!”
ร่างสูงที่รกไปด้วยหนวดเคราไม่ตอบ เพียงแค่ยิ้มเหี้ยมอย่างที่ทำให้หญิงสาวขนลุกด้วยความสยอง
“ออกไปนะ แกถอดเสื้อผ้าทำไม ไอ้ลามก ไอ้โรคจิต ไอ้บ้ากาม” เพชรน้ำหนึ่งหลับตาปี๋ ก่อนจะรีบลืมตา เพราะคิดว่าถ้าตัวเองหลับตาอาจจะเสียเปรียบโดนรังแกได้ ตอนนี้เธอต้องหาทางหนีออกไปจากที่นี่ให้จงได้
“เธอคิดว่าผู้ชายถอดเสื้อเวลาอยู่ต่อหน้าผู้หญิง เขาคิดจะทำอะไรล่ะ โชว์หุ่น โชว์ความอึด” เควินใช้มือลูบไล้ไปตามแก่นกายชาย ก่อนที่ใบหน้าจะกระตุกยิ้มเหี้ยม ดวงตานั้นดุดันจนเพชรน้ำหนึ่งไม่กล้าสบด้วย
“ไอ้บ้า! ไอ้ถ่อย!” เธอมองตามมือของเขาแล้วต้องตาโตอ้าปากค้าง ลากมกจกเปรตที่สุด เพชรน้ำหนึ่งก่นด่าชายหนุ่มในใจ ถอยกายหนีอย่างรังเกียจไม่ปิดบัง
“หรือจะทำอะไรดีล่ะ ช่วยคิดหน่อยสิ” เขาเดินเข้าหาทั้งที่ร่างเปลือยเปล่า เพชรน้ำหนึ่งผวาเธอกระโจนหนีไปทางประตูแต่ประตูดันเปิดไม่ออก
“ไอ้บ้า! ถอยไปเดี๋ยวนี้นะ แกจะไปทำบ้าอะไรที่ไหนก็ไป” เธอพิงหลังกับประตู หันมาเหวใส่เขาปากคอสั่น
“ปากดีแบบนี้น่าเอาอะไรยัดปาก” เสียงเหี้ยมข่มขวัญได้ดีเยี่ยม เพชรน้ำหนึ่งตัวสั่นยิ่งเบียดตัวไปกับประตู มือก็พยายามสาละวนอยู่กับการเปิดประตูที่ไม่มีท่าทีขยับเลยแม้แต่น้อย
“กรี๊ดดด!!! อย่าเข้ามานะ อย่าเข้ามา ว้าย!!!”
เพชรน้ำหนึ่งร้องจนคอแหบแห้งวิ่งไปทั่วห้องคุมขังที่ไม่กว้างมากนัก เธอไม่รู้ว่าทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ ไม่รู้ว่าจะหนีไปที่ไหนดี มันสับสนมืดมนไปหมด จนแทบเสียสติ
“ว้าย!!!” เสียงร้องบ่งบอกถึงความเพลี่ยงพล้ำ เมื่อเธอวิ่งหนีแล้วสะดุดขาตัวเองคะมำไปข้างหน้า ร่างสูงใหญ่ของเควินกระโดดขึ้นทาบทับ
“เราน่าจะเสมอกันนะ” เสียงกระด้างดังขึ้นพร้อมกับมือหนาที่กระชากอาภรณ์ของหญิงสาวออกในบัดดล
“อย่านะ! อย่า...” หยาดน้ำตารินไหลจากดวงตาคู่สวยที่กำลังแดงก่ำ เพชรน้ำหนึ่งกรีดร้องอย่างขวัญเสียเมื่อเสื้อผ้าอาภรณ์ถูกกระชากออกจากกายอย่างไร้ความปรานีเสียดสีจนผิวขาวผ่องแดงเถือก
“ฉันก็เหมือนกับผู้ชายคนอื่นๆ นั่นแหละ อาจจะซาดิสม์มากกว่านิดนึง คุณหนูเพชรน้ำหนึ่งผู้กร้านโลก เที่ยวผับเกือบทุกคืน ไม่น่าต้องกลัวเลยนะ สามรุมหนึ่งยังเคยเจอมาแล้วไม่ใช่เหรอ กระผมรู้กิตติศัพท์ความสำส่อนของคุณดี” เควินเยาะหยันคนใต้ร่างที่ทำเป็นไม่เคย
“ปล่อยฉันไปเถอะนะ เราไม่เคยมีความแค้นต่อกัน ฮึกๆ ฮือๆๆ” เพชรน้ำหนึ่งยกมือขึ้นไหว้เขาอย่างหมดท่า เก็บความเคืองแค้นเอาไว้ สาบานได้ว่าถ้าเธอรอดไปได้ เธอจะเอาตำรวจมาลากไอ้สารเลวนี่เข้าคุกแน่นอน
“ดวงตาเธอมันแข็งกร้าวซะขนาดนี้ อยากจะฆ่าฉันมากกว่าล่ะมั้ง” แววตาที่แตกต่างจากน้ำเสียงทำให้เขารู้ทัน
“ว้าย! ไอ้เลว” เพชรน้ำหนึ่งกรีดร้องเมื่อมือใหญ่ขยำลงมาที่หน้าอกอวบอย่างหยาบคาย
“ขนาดผ่านผู้ชายมาอย่างโชกโชนยังเต่งตึงขนาดนี้ สงสัยจะดูแลตัวเองดี” เควินเคล้นคลึงอย่างหยามใจ ปากหนาบิดเบ้เยาะหยันเรือนร่างที่มีแต่ราคีคาวตรงหน้า
“ใช่ ฉันผ่านผู้ชายมาอย่างโชกโชน อาจจะเป็นโรคร้ายก็ได้ นายไม่กลัวหรือไง”
“ไม่กลัวหรอก เพราะฉันก็เป็นโรคร้ายอยู่เหมือนกัน” เควินสวนกลับทันควัน เพชรน้ำหนึ่งหน้าซีดเผือดตัวสั่นระริกจนฟันกระทบกัน
“ไอ้สกปรก ออกไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้นะ” ไม่เคยหวาดกลัวอะไรมากมายเท่านี้มาก่อนในชีวิต หญิงสาวลนลานทุบตี ดิ้นรน จิกข่วนเพื่อให้ตัวเองรอดพ้นจากเงื้อมือโจรถ่อยตนนี้ไปให้จงได้
“ฤทธิ์มากนักนะ เป็นโรคร้ายเหมือนๆ กัน แบบนี้ก็ดีสิ ไม่ต้องกลัวไปแพร่ให้ใคร แพร่ให้กันไปเลย” เควินกระซิบเสียงดุดัน
“อย่าทำอะไรฉันเลย ฮือๆๆๆ จะฆ่าก็ฆ่าให้ตายเถอะ” หญิงสาวร้องไห้โฮเมื่อได้ยินคำพูดจากปากของโจรร้าย
“ฆ่าเธอมันง่ายนิดเดียว ฉันอยากให้เธอทรมานจนตาย มันน่าสนุกกว่าอีก หึหึ!”
น้ำเสียงอำมหิตแสนจะชั่วร้ายทำให้เพชรน้ำหนึ่งดิ้นรนเอาตัวรอดอีกครั้ง ถ้าจะตายก็ขอให้ตายอย่างมีศักดิ์ศรีเธอจะไม่ยอมถูกขืนใจเป็นอันขาด
มือบางจิกข่วนเท่าที่ตัวเองจะทำได้ เควินสบถอย่างหยาบคาย ก่อนจะกดมือทั้งสองเอาไว้เหนือศีรษะแล้วก้มลงตะโบมริมฝีปากกับเรือนร่างขาวผุดผ่องเป็นยองไย ไม่น่าเชื่อว่าผ่านผู้ชายมาเยอะจะเต่งตึงขนาดนี้ แต่ก็คงดูแลตัวเองดีนั่นเอง
ริมฝีปากหนาเลื่อนขึ้นมากระแทกบดจูบปากอิ่มสวยจนบวมช้ำ รสจูบที่ชายหนุ่มยัดเยียดให้เต็มไปด้วยความป่าเถื่อนหยาบคายและหยามหยัน
“อื้อ... อ่อยนะ ไอ้เลว!” เพชรน้ำหนึ่งเบี่ยงหน้าหลบแต่มือหนาบีบกระชากกลับมาบดจูบจนปากช้ำเลือดไหลซิบ เธอโอนอ่อนเพราะรู้สึกเจ็บ ก่อนจะได้โอกาสที่ลิ้นหนาจ้วงเข้ามาคุกคามแล้วกัดเข้าเต็มกำลัง กะให้ขาดไปเลย
“โอ๊ย! ยัยบ้า ชอบซาดิสม์ก็ไม่บอก ฉันจะจัดให้”
เควินเบี่ยงใบหน้าออกห่าง ก่อนจะกระแทกปากลงไปใหม่อย่างไร้ความปรานี หญิงสาวน้ำตาไหลด้วยความเจ็บร้าวไปทั้งปาก
“ไอ้คนสารเลว ฉันขอสาปแช่งให้นาย อื้อ...” พูดยังไม่ทันจบประโยคเขาก็กระแทกปากลงมาใหม่
เพชรน้ำหนึ่งมองทั้งที่ดวงตาพร่ามัวจากหยาดน้ำตา เมื่อริมฝีปากถูกปล่อยให้เป็นอิสระ เพียงแค่อ้าปากจะด่าว่า เขาก็กระแทกกลับมาใหม่
เธอไม่รู้ว่าโทษทัณฑ์ของเธอมาจากอะไรกันแน่ ไม่รู้ว่าเขาจับตัวเธอมาทำไม ไม่รู้ว่าเธอทำผิดอะไรนักหนา ทำไมโชคชะตาถึงได้ทรมานให้เธอเจ็บเจียนตายเช่นนี้ ในเวลาชั่วข้ามคืนเธอกลับกลายเป็นผู้หญิงไร้ค่าโดนย่ำยีเหมือนดอกไม้ริมทางที่ไร้คนเหลียวแล ถูกขยี้แหลกลาญชอกช้ำระกำใจ
ริมฝีปากร้อนที่เลื่อนลงมากัดยอดอกอย่างไม่ปรานีทำให้ร่างน้อยสะดุ้งเฮือก เธอร้องไห้เบาๆ แต่กลับไร้ความเมตตาจากโจรเถื่อนที่ฉุดคร่ามาย่ำยี