ไม่มีใครไม่รู้จักตระกูล ลอเรนโซ่ ผู้มีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของอิตาลี มีธุรกิจมากมายหลากหลายประเภทเติบโตจากธุรกิจกาสิโนที่เป็นธุรกิจหลักของตระกูล ถูกส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นปัจจุบันการบริหารงานตกอยู่ในมือของ เฟเดริโก้ ลอเรนโซ่ ทายาทของอัลเบโต้มาเฟียผู้ไม่เคยพ่ายใคร หลังจากผู้เป็นพ่อปลดระวางมือก็ส่งต่อธุรกิจงานสีเทาให้กับเขาซึ่งเป็นลูกชายคนโต พี่น้องอีกสองคนของเฟเดริโก้กระจายกันไปดูแลธุรกิจอื่นๆ ของตระกูล
ด้วยอุปนิสัยที่ได้รับมาจากบิดาแทบถอดแบบกันมาทำให้เฟเดริโก้เป็นคนเยือกเย็น เด็ดขาดและเหี้ยมโหดในแง่ของการทำงาน แต่ในด้านการใช้ชีวิตเขาก็สุดเหวี่ยงอยู่ไม่น้อยยิ่งเครียดก็ต้องหาที่ระบาย ฉะนั้นแล้วข้างกายของหนุ่มหล่อโปรไฟล์เลิศแบบเขาจึงไม่เคยขาดสาวๆ เลยสักวัน
แต่ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะมาเป็นคู่นอนเพราะเฟเดริโก้ค่อนข้างให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว สาวๆ ที่ผ่านการคัดเลือกนอกจากสวยแล้วยังต้องมีระดับไม่นางแบบระดับโลกก็นางงามระดับพรีเมียมถึงจะคู่ควรต่อการเป็นคู่นอน เฟเดริโก้ทำงานได้อย่างดีเยี่ยมสมกับเป็นลูกชายคนโตเขาไม่เคยปล่อยผ่านแม้เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ดังนั้นในช่วงเวลากลางคืนเขาจึงมักสุดเหวี่ยงกับสตรีมากหน้าหลายตาจนคล้อยหลับไปหลังเสร็จกิจที่ยาวนาน
“เรียบร้อยไหมการ์โล”
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในเพนท์เฮ้าส์สุดชั้นบนสุดในมิลานเขาก็เอ่ยถามบอดี้การ์ดคนสนิทที่ให้มารอเตรียมการไว้ก่อนแล้ว ในขณะที่มีดาวิดเดินตามมาติดๆ ทั้งสองคนเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวที่เห็นกันมาตั้งแต่เด็ก ทั้งการ์โลและดาวิดถูกฝึกมาให้คุ้มครองและรวมถึงเป็นเพื่อนเล่นในบางครั้งเมื่อยังอยู่ในวัยเยาว์ เพราะตระกูลลอเรนโซ่มีศัตรูอยู่มากซึ่งล้วนเป็นพวกคู่แข่งในธุรกิจ
“เรียบร้อยครับนาย ได้ตามที่สั่งครบถ้วน” การ์โลรายงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบติดจะเย็นชาตามสไตล์บอดี้การ์ด
“ดีมาก พวกนายไปพักได้” เฟเดริโก้โบกมือไล่ส่งๆ อย่างไม่ใส่ใจนักเพราะตอนนี้ใจเขาตรงไปยังห้องรับรองที่มีสาวสวยรออยู่ บอดี้การ์ดทั้งสองคนโค้งให้ก่อนกดลิฟต์ลงไปที่ด้านล่าง
ชั้นบนสุดเป็นที่พักส่วนตัวของเฟเดริโก้แม้จะมีพื้นที่กว้างขวางมากแต่เขาก็รักความเป็นส่วนตัวที่สุด จึงได้ซื้อชั้นรองลงมาเป็นที่พักของบอดี้การ์ดและพนักงานอีกสามสี่คนได้แก่พ่อบ้านและเชฟประจำตัว พื้นที่ส่วนใหญ่ทั้งชั้นนี้ค่อนข้างโล่งกว้างมีเพียงห้องไม่กี่ห้องที่เน้นการใช้งานเป็นหลัก นอกจากห้องนอนใหญ่และห้องนอนรับรองแขกที่เขาเตรียมไว้ให้บรรดาพี่น้อง ก็มีห้องทำงาน ห้องครัวและห้องทานอาหาร และจะมีอีกห้องที่จะถือว่าสำคัญก็ได้นั่นคือห้องรับรอง ที่เอาไว้ใช้ต้อนรับสาวๆ ที่มาเป็นคู่นอนของเขาในทุกคืน
เฟเดริโก้ถอดเสื้อนอกออกระหว่างที่เร่งฝีเท้าตรงไปยังห้องรับรอง โดยมีหนึ่งในพ่อบ้านเดินตามมาอำนวยความสะดวกยื่นมือไปรับเสื้อนอกเพื่อนำไปเก็บหลังจากที่พาส่งเจ้านายที่ห้องเรียบร้อย
“สวัสดีครับสาวๆ” เขาเอ่ยทักทายแล้วย้ายตัวเองไปนั่งที่โซฟาตัวใหญ่กลางวง เพื่อเป็นจุดศูนย์กลางของสาวๆ ที่มาให้ความสุขเขาในวันนี้ เฟเดริโก้เป็นคนที่ค่อนข้างเรื่องมากเขาเรียกผู้หญิงมาไม่ต่ำกว่าห้าคนแต่จะมีเพียงหนึ่งหรือสองคนเท่านั้นที่เขาต้องการให้เป็นคู่นอน แต่ก็มีบ้างเป็นบางครั้งที่เขาต้องการปลดปล่อยความตึงเครียดแบบพิเศษ...อย่างเช่นวันนี้เป็นต้น
ช่วงสายของวันมารดาสุดที่รักของทุกคนในบ้าน ต่อสายตรงถึงเขายัดเยียดลูกสาวเพื่อน ให้มาทำหน้าที่เลขาแทนคนเก่าที่ลาออกเพราะไปแต่งงานกับเศรษฐีบ่อน้ำมัน ยังไม่ทันที่เขาจะได้ทันหาเลขาคนใหม่ แม่ของเขาก็จัดแจงให้เรียบร้อย เฟเดริโก้รู้ว่ามารดาไม่ได้แค่อยากให้เธอมาเป็นเลขาเท่านั้น เพราะแม่ต้องการให้เขาเลิกใช้ชีวิตเสเพลแล้วแต่งงานมีครอบครัวเสียที
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากแต่งงานแต่ด้วยธุรกิจและภัยอันตรายรอบตัว เขาไม่อยากมีบ่วงมาทำให้ห่วงใยจนไม่เป็นอันทำการทำงาน จึงเลือกที่จะใช้ชีวิตโสดไม่ซิงเพราะมันสะดวกกับการจัดการอะไรหลายๆ อย่าง แต่เห็นทีหนนี้มารดาเอาจริงคงเลี่ยงได้ยากทำให้เขารู้สึกเครียดมากเป็นพิเศษ
แทบจำไม่ได้เลยว่าลูกสาวเพื่อนแม่นั้นคือคนไหนที่ถูกส่งมาก มารดาของเขามีเพื่อนสนิทอยู่ไม่กี่คนก็จริงแต่นับครั้งได้ตั้งแต่เด็กจนโตมีไม่บ่อยที่เขาจะยอมตามมารดาไปเยี่ยมบรรดาเพื่อนสนิท ดังนั้นจึงจำหน้าลูกสาวใครไม่ได้เลยทั้งนั้น ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียดเพราะเขาไม่อยากทำอะไรรุนแรงกับคนที่มารดาส่งมา
“เอาขวดวางไว้ ฉันเทเอง” เมื่อหนึ่งในพ่อบ้านรินเหล้าไม่ทันใจ เขาก็ออกคำสั่งและโบกมือโบกไม้ให้พ่อบ้านกลับไปประจำที่
“ครับนาย”
ขนาดห้องรับรองค่อนข้างใหญ่มากมีบาร์น้ำสำหรับให้พ่อบ้านเสิร์ฟแอลกอลฮอล์ซึ่งเป็นของโปรดอีกอย่างที่เขาขาดไม่ได้ หลังบาร์น้ำเป็นส่วนของพ่อบ้านที่กั้นไว้อีกชั้นเพื่อเป็นส่วนตัว หลังจากไม่ถูกใช้งานพ่อบ้านก็กลับมานั่งในส่วนของตัวเองเงียบๆ ไม่ทำตัวสอดรู้สอดเห็น จะว่าชินก็ได้เพราะทุกคืนเขาต้องมาบริการอำนวยความสะดวก ให้กับเจ้านายเห็นเรื่องแบบนี้จนเป็นเรื่องปกติ
“ให้ฉันดูแลคุณนะคะ” หนึ่งในหญิงสาวออดอ้อนอย่างเอาใจขณะที่รินเหล้าให้เขา
พวกเธอต่างรู้ดีว่าเป็นได้แค่ไหนเพราะในสัญญาระบุไว้อย่างชัดเจนว่า คู่นอน และเขามักจะไม่ใช่บริการซ้ำเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำ ที่ผ่านมาไม่มีผู้หญิงคนไหนละเมิดกฎ พวกเธอยินดีเป็นคู่นอนเพื่อแลกความสุขและเขาก็จะมีของขวัญเตรียมไว้ให้พวกเธอเสมอ
“ชื่ออะไรครับคนสวย”
“ลอร่าค่ะ” เธอตอบพร้อมพรมยิ้มที่เย้ายวนที่สุด
เขากำลังนึกถึงประวัติของผู้หญิงในวันนี้ที่การ์โลส่งมาให้ ลอร่าเป็นรองมิสตำแหน่งอะไรสักอย่างที่เขาไม่ได้ใส่ใจ หน้าตาเธอสวยมีเสน่ห์เย้ายวน แต่ที่มากไปกว่านั้นคือหน้าอกมหึมา กับสะโพกกลมกลึงที่มองแล้วเร้าใจมาก เฟเดริโก้ยิ้มรับพร้อมขย้ำสะโพกเธอเบาๆ
ระหว่างที่ดื่มมีคลอเคลียกันบ้างตามประสาจนกระทั่งถึงเวลาอันเหมาะสม เขาเลือกลอร่าและผู้หญิงอีกสองคนที่หน้าตาสะสวยไม่แพ้กันพาไปยังห้องนอนส่วนตัวที่อยู่ด้านในสุด เขาไม่ถือเรื่องแบบนี้และไม่ชอบแยกห้องให้วุ่นวาย เพราะหลังจากเสร็จกิจเขาก็เหนื่อยจนแทบไม่มีแรงเดิน ฉะนั้นไปที่ห้องนอนจึงสะดวกมากที่สุด
หนึ่งหนุ่มสามสาวกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างถึงใจ พวกเธอไม่มีปัญหาในการร่วมรักแบบหมู่เพราะมองว่าเป็นการแลกความสุขทางกายและเฟเดริโก้ก็มั่นใจในความปลอดภัยเพราะผู้หญิงที่ร่วมหลับนอนกับเขาผ่านการคัดกรองมาอย่างดี พวกเธอต่างรู้หน้าที่และมีประสบการณ์เชี่ยวกรากในเรื่องเซ็กส์ ทำให้เฟเดริโก้พึงพอใจมากเพราะเขาจะได้ไม่ต้องทำงานหนักอยู่คนเดียว สาวๆ ที่ไร้ประสบการณ์เป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับเขาเลยก็ว่าได้
สองเต้างามอวบอัดถูกไถอยู่ที่ใบหน้าของเฟเดริโก้ ในขณะที่อีกสองสาวแลกเปลี่ยนจูบกันอย่างเพลิดเพลิน ภาพตรงหน้าทำให้อารมณ์ของเขาพุ่งพล่านอย่างรุนแรง เอื้อมมือไปเคล้นคลึงอบอวบใหญ่ในขณะที่ริมฝีปากงับเลียยอดแข็งชูชันสีหวานตรงหน้าอย่างหิวกระหาย ร่างเปลือยเปล่าสี่ร่างฟัดกันนัวไปหมดแทบแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร และหากถามว่าใครได้ประโยชน์มากที่สุดก็คงเป็นเฟเดริโก้ ที่หญิงสาวทั้งสามพร้อมในกันปรนเปรอไม่หยุดหย่อน
เขาเองก็ไม่อยากเอาเปรียบใครไล่เรียงเล้าโลมพวกเธอจนตัวอ่อนตัวงอ เฟเดริโก้ในวัยสามสิบสองปีเชี่ยวชาญด้านศึกรักไม่เป็นสองรองใคร ริมฝีปากร้อนปัดป่ายดูดกลืนยอดอกสีหวานในขณะที่นิ้วแกร่งทั้งสองข้างทำงานสอดประสานกันอย่างยอดเยี่ยมเร่งกระตุ้นอารมณ์ในจุดอ่อนไหวของสองสาวที่นอนอยู่ด้านซ้ายและด้านขวา เสียงร้องครางระงมดังลั่นห้องไปหมดสองสาวที่ถูกกระตุ้นในจุดอ่อนไหวแอ่นสะโพกขึ้นเพื่อระบายความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ใต้ท้องน้อย
เขาเองก็ไม่ต่างกันเพราะขณะนี้หญิงสาวที่โดนดูดกลืนยอดหวานจนพอใจหยัดตัวขึ้นครอบครองความแข็งกร้าวด้วยริมฝีปากนุ่ม เฟเดริโก้ขมกราบแน่นยามหญิงสาวใช้ความเชี่ยวชาญหยอกล้อดูดกลืนตัวตนของเขา หญิงสาวอีกสองคนที่กำลังเหนื่อยหอบหลังจากได้รับความสุขจากนิ้วของเขาแล้ว ก็ลุกขึ้นมาดูดดึงริมฝีปากแลกลิ้นกับเขาอย่างเพลิดเพลิน ส่วนอีกหนึ่งสาวไล่เล็มริมฝีปากไปตามเรือนกายอย่างหลงไหล เฟเดริโก้แทบสำลักความสุขที่ถูกสาวๆ ปรนเปรอให้อย่างหนักหน่วง เขามีความสุขจนแทบลืมโลกไปแล้ว
กิจกรรมสุดสยิวยังคงดำเนินต่อไปด้วยความดุเดือดตามอารมณ์ปรารถนาที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น เฟเดริโก้ไม่อาจนำพาตัวตนของเขาเข้าหาช่องทางสวรรค์ได้พร้อมกันทั้งสามคน แต่ก็มีวิธีทำให้สาวๆ ที่เหลือมีความสุขไปพร้อมกันด้วยนิ้วอันทรงพลัง เขาสลับจับโยกหญิงสาวทั้งสามด้วยท่วงท่าต่างๆ ที่สร้างความรัญจวนจนพวกเธอสติหลุดลอยไปหมด ครั้งแล้วครั้งเหล่าที่สาวสวยไปถึงฝั่งฝันแต่เฟเดริโก้ก็ยังคงไม่อิ่มหนำ
ไม่มีใครยอมใครเมื่อเขายังไม่พอพวกเธอก็พร้อมจะเอาใจอย่างไม่มีขัด เฟเดริโก้เก่งในเรื่องการปลุกเร้าเขาพาพวกเธอและตัวเองไปยังสุดปลายทางของความสุขหลายต่อหลายครั้ง สาวๆ ผลัดกันเอาใจเป็นฝ่ายนำทางบ้างเพื่อให้เขาได้หยุดพักหายใจ เฟเดริโก้รู้สึกสนุกและเพลิดเพลินจนไม่อยากหยุดทำเอาพวกเธอหมดแรงจนไม่สามารถขยับได้อีกต่อไป หมดถุงยางไปไม่รู้กี่กล่องแต่ที่รู้คือบทรักของเขากับพวกเธอกว่าจะยุติก็เกือบรุ่งเช้าแล้ว
ติ๊ด....
หลังเสียงรีโมทสั่งการทำงานผ้าม่านในห้องนอนสุดหรู ก็เปิดออกช้าๆ รับแสงวันใหม่ที่คนบนเตียงออกอาการไม่ปลื้ม เขารู้สึกว่าเพิ่งนอนได้ไม่กี่นาทีก่อนนี้เองยังไม่ต้องการถูกรบกวน
“ปิดเดี๋ยวนี้ถ้ายังไม่อยากตาย” เฟเดริโก้สั่งเสียงเข้มในขณะที่ยังปิดเปลือกตาอยู่ เขายังรู้สึกอยากนอนต่ออีกสักหน่อยและไม่อยากให้ใครเข้ามารบกวนทั้งนั้น
“ดิฉันยังไม่อยากตายตอนนี้ค่ะ ขอประทานโทษแต่มันเป็นหน้าที่”
ไม่ใช่แค่คำพูดเท่านั้นที่ทำให้คนบนเตียงแปลกใจแต่การกระทำก็ด้วย ผู้บุกรุกดึงผ้าห่มออกจากเตียงพรวดเดียวส่งผลให้สาวๆ ที่กำลังหลับส่งเสียงไม่สบอารมณ์ ผู้บุกรุกมองดูด้วยแววตาสงบนิ่งเหมือนไม่สนใจในสิ่งที่เห็นตรงหน้า ทั้งที่ใต้ผ้าห่มนั้นเต็มไปด้วยร่างเปลือยเปล่ารวมถึงเฟเดริโก้ด้วย
“เธอเป็นใคร การ์โล!” เฟเดริโก้จำต้องหยัดกายขึ้นมาอย่างไม่สบอารมณ์ และสิ่งแรกที่เห็นคือหญิงสาวแปลกหน้าที่สวมแว่นตาหนาเตอะ แถมแต่งตัวเป็นทางการจนรู้สึกขนลุกไปหมด
เขาหันไปคาดโทษบอดี้การ์ดด้วยสายตา ที่ปล่อยให้คนแปลกหน้าบุกเข้ามาถึงห้องส่วนตัว ส่วนการ์โลนั้นยังคงยืนนิ่งสงบอยู่ที่มุมห้องไม่ไหวติง
“สวัสดีค่ะเจ้านาย ดิฉันขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ดิฉันชื่อคามิล่าคุณป้าส่งมาเป็นเลขาคนใหม่ของคุณค่ะ” เธอแนะนำตัวด้วยท่าทางที่แสนจะเย่อหยิ่ งภายใต้แว่นตากรอบใหญ่ซ่อนความรู้สึกเอาไว้อย่างมิดชิด นอกจากการแต่งกายที่เป็นทางการแล้ว เส้นผมของเธอยังถูกรวบตึงเป็นหางม้าไว้ที่ด้านหลัง
“การ์โล” เฟเดริโก้ขบกรามแน่นเรียกบอดี้การ์ดคนสนิท รู้สึกหัวเสียอย่างแรงที่เลขาคนใหม่ยังคงยืนพูดเจี้ยวแจ้วอยู่ตรงหน้า
“ขออภัยครับนาย นายหญิงสั่งให้ผมอำนวยความสะดวกให้คุณคามิล่า” แม้เขาจะเป็นคนของเฟเดริโก้แต่หากมีคำสั่งตรงจากนายหญิงของตระกูลเขาก็ไม่อาจขัดได้ ใครๆ ก็รู้ว่าตระกูลนี้นายหญิงใหญ่สุด!
“ให้มันได้อย่างนี้สิวะ เฮง...”
“อะแฮ่ม ขอประทานโทษค่ะ คุณสาวๆ ได้เวลาตื่นแล้วค่ะ ดิฉันให้เวลาห้านาทีในการจัดการตัวเองให้เรียบร้อย ส่วนคุณ...เจ้านาย กรุณาจัดการตัวเองด้วยค่ะ อีกสามสิบนาทีอาหารเช้าจะพร้อมเสิร์ฟ”
คามิล่าขัดขึ้นก่อนที่เขาจะพ่นคำหยาบคายออกมา พร้อมออกคำสั่งอย่างฉะฉานไม่เกรงใจเจ้าของห้อง จนเฟเดริโก้นึกฉุนเธอนึกว่าตัวเองเป็นใครมาถึงก็สั่งการได้ตามใจชอบ เขาเด้งตัวลุกขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่า แล้วมาหยุดอยู่ตรงหน้าจ้องเธออย่างเอาเป็นเอาตาย
“ให้ดิฉันทวนอีกครั้งไหมคะเจ้านาย” คามิล่าไม่มีท่าทีหลบหลีกหรือเขินอายใดๆ ทั้งสิ้ นยังคงยืนหน้าตั้งพร้อมเผชิญหน้ากับเจ้านายหนุ่มที่ตอนนี้เต็มไปด้วยอารมณ์โทสะ
“ออกไป” ถ้าเป็นไปได้ตอนนี้เขาอยากบีบคอเธอให้ตายตรงหน้า ติดแค่ว่าเธอเป็นผู้หญิงและเป็นคนที่มารดาส่งมาเลยทำอะไรรุนแรงด้วยไม่ได้
เสียงขู่คำรามไม่ได้ทำให้คามิล่าสะทกสะท้านแม้แต่น้อย เธอยังคงจ้องตากับเขาด้วยแววตาที่ไร้ความรู้สึก ก่อนจะหยิบโทรศัพทขึ้นมาและกดเบอร์จากนั้นจึงหันโทรศัพท์ชูให้เขาดู หน้าจอบนสมาร์ทโฟนปรากฎชื่อเจ้าของเบอร์คือแม่ของเขา
“ได้ค่ะ แต่ฉันต้องรายงานคุณป้าว่าคุณไม่ให้ความร่วมมือ” เธอพูดแค่นั้นก่อนจะกดต่อสาย เฟเดริโก้รีบคว้าข้อมือเธอเอาไว้ก่อนแรงโทสะทำให้เขาเผลอบีบแรงจนหญิงสาวนิ่วหน้าแต่เธอก็ไม่ปริปากร้อง ยังคงรักษาสีหน้าเอาไว้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“โอเค เธอแน่มาก ฉันจะไปจัดการตัวเองตามที่เธอสั่ง แล้วจากนั้นจะลงไปกินเข้าเช้า พอใจรึยัง?” แม้ปากจะบอกว่ายอมแต่การกระทำของเขาช่างตรงกันข้าม นิ้วมือแกร่งยังคงบีบข้อมือเล็กเอาไว้จนเป็นรอยแดงไปหมดแต่เธอก็ต้องทำเหมือนไม่เป็นอะไร
“ดีค่ะ คุณสาว ๆ บนเตียงคะ คุณมีเวลาอีกสี่นาทีถ้ายังไม่ลุกฉันจะจัดการขั้นเด็ดขาดแล้วนะคะ” เธอบอกเขาก่อนจะเบนหน้าไปด้านข้างแล้วพูดกับหญิงสาวที่ยังคงงัวเงียอยู่บนเตียงนอน
พอได้ยินคำพูดว่า ‘จัดการขั้นเด็ดขาด’ พวกเธอต่างกระวีกระวาลงจากเตียงและคว้าเสื้อผ้าไปใส่อย่างรวดเร็ว น้ำเสียงของคามิล่าไม่ได้มีแววข่มขู่แต่ฟังแล้วขนลุกซู่จนไม่อยากคาดเดาผลหากขัดขืน
“กรุณาปล่อยมือฉันด้วยค่ะ แล้วคุณก็ควรเข้าไปจัดการตัวเองได้แล้ว”
เมื่อถูกเอ่ยทักเฟเดริโก้เพิ่งรู้ตัวว่าบีบข้อมือเธออยู่และเขาก็เห็นว่ามันเป็นรอยแดงช้ำเลยรีบปล่อย หากเป็นคนอื่นคงร้องออกมาและนั่นก็เป็นการดึงสติเขา แต่เธอกลับปล่อยให้เขาอยู่ในอารมณ์โทสะและระบายมันผ่านข้อมือสวยๆ แบบที่ไม่คิดจะห้าม บ้าชะมัดเมื่อเห็นรอยแดงนั้นมันทำให้เขาเกิดรู้สึกผิดขึ้นมา แต่เขาจำต้องนิ่งและมองเธอด้วยสายตาเยือกเย็นรู้สึกไม่ถูกชะตาเอาซะเลย เหมือนกับว่าการมาของเธอกำลังทำให้ความสุขของเขาหายไป
เฟเดริโก้ยังคงอารมณ์ครุกรุ่นเขาจึงถอยหลังพาตัวเองไปที่ห้องน้ำ หลังจากทุกอย่างสงบนิ่งคามิล่าพาตัวเองไปยืนพิงที่หน้าต่างบานใหญ่ ความจริงเธอไม่ได้มั่นหน้าใจกล้าอะไรแบบนั้นหรอก การเผชิญหน้ากับเฟเดริโก้เป็นเรื่องขวัญผวามากเธอต้องรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีใส่พลังเข้าไปเพื่อให้เห็นว่าเธอไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของเขา
“ป้าเชื่อว่าหนูทำได้ หนูต้องควบคุมพี่เขาให้อยู่นะลูก หนูเป็นความหวังเดียวของป้าและป้าต้องพึ่งหนูเท่านั้น”
ก่อนจะมาที่นี่คามิล่าได้พูดคุยกับมารดาของเขาในตอนแรกเหมือนการมาเยี่ยมเยียนกันตามปกติ แต่ไม่ใช่เลยเพราะคุณป้ามาขอร้องเธอให้รับตำแหน่งเลขาคนใหม่ของเฟเดริโก้ ซึ่งเธอได้รับฟังพฤติกรรมอันสุดโต่งมากมายซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเพราะทุกครั้งที่คุณป้ามาเยี่ยมก็มักจะพูดถึงลูกชายของเขาเสมอ ส่วนใหญ่จะเป็นการปรับทุกข์กับมารดาของเธอมากกว่า
เพราะเธอเห็นใจคุณป้าและเห็นว่าเป็นเรื่องที่เร่งด่วนเพราะเลขาคนเก่าของเขาลาออกกะทันหัน คามิล่าเรียนมาทางด้านนี้โดยตรงเธอเพิ่งเรียนจบเมื่อปีที่แล้วและตอนนี้อยู่ในช่วงพักผ่อน ตั้งใจว่าปีหน้าเธอจะเข้าทำงานที่บริษัทของครอบครัวแต่มีอันต้องยกเลิกโครงการเพราะเข้ามารับตำแหน่งนี้เสียก่อน
“หนูจะพยายามนะคะคุณป้า” เธอพูดกับตัวเองคล้ายให้กำลังใจโดยที่ลืมไปว่าบอดี้การ์ดของเฟเดริโก้ยังอยู่ในห้องนี้ด้วย เขาเงียบจนเธอคิดว่าเขาไม่มีตัวตนไปแล้ว
คามิล่าเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าบอดี้การ์ดคนสนิทยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่แสดงอาการใดๆ ทั้งสิ้น “ขอบคุณมากนะคะที่จัดการพาฉันขึ้น”
“เป็นหน้าที่ของผมครับ” เขาหันมาบอกก่อนจะหันไปยืนตัวตรงเหมือนเดิม
การ์โลถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดีเขาไม่สอดรู้เรื่องเจ้านายและเก็บความลับของเฟเดริโก้อย่างมิดชิด เว้นเพียงสิ่งเดียวที่เขาขัดไม่ได้คือคำสั่งของนายหญิง มารดาของเฟเดริโก้อยู่เหนือเงื่อนไขทุกสิ่ง แม้แต่นายท่านคนก่อนยังต้องยอมแล้วประสาอะไรกับลูกน้องอย่างเขาจะกล้าหือ
“ฉันขอตัวไปดูความเรียบร้อยในห้องอาหารก่อนนะคะ” คามิล่าบอกพร้อมกับยกข้อมือมาเวลาผ่านนาฬิกาที่สวมใส่ ตอนนี้เชฟน่าจะปรุงอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“เชิญครับ” การ์โลเปิดประตูให้แล้วถอยไปด้านข้างเพื่อไม่เป็นการขวางทาง
เมื่อหญิงสาวเดินออกไปแล้วเขาก็ปิดประตูห้องจัดการเก็บกวาดเศษซากความวุ่นวายที่กระจายเกลื่อนในห้องนอนของเจ้านายหนุ่ม เขาทำจนชินและรู้ว่าอะไรควรเก็บตรงไหน เมื่อเฟเดริโก้อาบน้ำเสร็จเดินออกมาก็พบว่าห้องของเขาสะอาดเรียบร้อยเหมือนไม่เคยผ่านกิจกรรมใด ๆ มาก่อนหน้านี้
“ขอโทษครับเจ้านาย เป็นคำสั่งนายหญิง” การ์โลรีบชิงพูดก่อนเพราะรู้ชะตากรรมตัวเองดี เป็นที่รู้กันว่าในยามเช้าเจ้านายจะตื่นเองไม่ชอบให้ใครมาปลุก
แม้จะผ่านค่ำคืนที่เร่าร้อนแค่ไหนเขาก็ไม่เคยทำให้เสียการเสียงาน เขารับผิดชอบตัวเองได้ดีเสมอมา และอันที่จริงตอนเลขาคนใหม่เข้ามาปลุกก็ยังเช้าอยู่มากทีเดียว เฟเดริโก้มีเวลาอีกเป็นชั่วโมงในการเตรียมตัว เพราะปกติแล้วในยามเช้าเขาใช้เวลาเตรียมตัวไม่เกินยี่สิบนาทีก็เสร็จเรียบร้อยพร้อมไปทำงานโดยข้ามการทานอาหารเช้าไป
“ฉันจะคาดโทษแกไว้ก่อน” เขาบอกเสียงเย็นเยียบ เฟเดริโก้เข้าใจดีว่าการ์โลขัดคำสั่งมารดาไม่ได้ และเขาก็ไม่ได้คิดจะลงโทษบอดี้การ์ดคนสนิทในตอนนี้ ที่ต้องทำเร่งด่วนคือจัดการยัยเลขาหน้าใหม่จอมสั่งให้รู้บ้างว่าเขาไม่ใช่คนที่ใครจะมาสั่งก็สั่งได้
“ไปจัดการเตรียมเฮลิคอปเตอร์”
“เจ้านายจะไปไหนครับ?”
“วันนี้ฉันจะนั่งเฮลิคอปเตอร์ไปทำงาน”
เฟเดริโก้เหยียดยิ้มที่มุมปากในใจมีแผนการร้ายสั่งสอนยัยหน้าใหม่ให้รู้สำนึก ในขณะที่บอดี้การ์ดคนสนิทขมวดคิ้วเล็กน้อยไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่แต่ก็เดินออกไปทำตามคำสั่งอย่างไม่มีข้อสงสัย งานของเขาคือแค่ทำตามเท่านั้น
เขาใช้เวลาแต่งตัวอีกเล็กน้อยประวิงเวลาด้วยการเช็คการแต่งกาย เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเรียบกริบแนบไปกับลำตัวสวมทับด้วยสูทธุรกิจสีเดียวกันเข้ากับกางเกงตัวยาว เฟเดริโก้เป็นชายหนุ่มรูปหล่อที่ไม่ว่าจะแต่งกายแบบไหนก็ไม่อาจลดทอนความหล่อลงได้ ต้นปีที่ผ่านมาเขาถูกจัดอันดับเป็นหนุ่มโสดสุดฮอตผู้ทรงอิทธิพลในวงการธุรกิจ ความหล่อและภาพลักษณ์ที่เก่งกาจในด้านธุรกิจทำให้สาว ๆ ค่อนประเทศหลงใหลในตัวเขา
เมื่อสมควรแก่เวลาเขาเดินออกมาด้วยหน้าตาที่เรียบเฉยผ่านหน้าเลขาสาวคอตั้งที่ยืนรอแบบไร้อารมณ์ใดๆ แต่ไม่ใช่คามิล่าจะไม่รู้สึกเธอรู้ดีว่าเจ้านายหนุ่มจงใจโอ้เอออกมาช้าปล่อยให้เธอยืนรอจนขาแข็งไปหมด แต่ก็ต้องเก็บซ่อนสีหน้าเอาไว้อย่างมิดชิด
“5 นาที”
“คะ?” ระหว่าที่คามิล่ากำลังจะเอื้อมมือไปเลื่อนเก้าอี้ให้เจ้านายหนุ่มเขาก็พูดวลีสั้นๆ ที่เธอไม่เข้าใจความหมายอยู่ ๆ มาห้านาทีคืออะไร
“ให้เวลา 5 นาทีในการไปออฟฟิศ จับเวลา” เฟเดริโก้บอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เหมือนเป็นเรื่องง่ายในการไปที่ทำงานซึ่งระยะทางระหว่างกันไม่ได้ใกล้เลย ต่อให้นั่งรถส่วนตัวไปเองก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยยี่สิบนาที
“เจ้านายคะ แค่ 5 นาทีลงไปข้างล่างก็หมดเวลาแล้วค่ะ เจ้านายทำได้เหรอคะ?” คามิล่าสูดหายใจลึกๆ ทำปากกล้าท้าทายเขาทั้งที่ในใจลึก ๆ ก็หวั่นใจเธอ คามิล่าไม่เคยเผชิญหน้าตรง ๆ กับเขาเลยสักครั้งและอยากบอกว่าไม่ง่ายเลยการที่มายืนอยู่ตรงหน้าผู้ชายที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้ถ้าไม่นับความเพลย์บอยของเขา
“หึ ถ้าทำไม่ได้ไม่พูดหรอก 4 นาที เธอเหลือเวลาอีก 4 นาทีถ้าไปไม่ทันโดนลงโทษ ขอตัวก่อน”
เจ้านายผู้เย็นชาเดินผ่านหน้าไปแบบไม่แยแส เขาอยากทำให้เธอรู้ว่าแม้จะเป็นคนที่มารดาส่งมาก็ไม่อาจมาควบคุมเขาได้ถ้าเขาไม่ต้องการ แม้จะใช้วิธีที่ค่อนข้างไร้สาระไปหน่อยแต่ความอยากเอาชนะมันอยู่ในสายเลือดไปซะแล้ว เฟเดริโก้ขึ้นไปยังชั้นบนสุดของเพนท์เฮ้าส์ซึ่งตอนนี้มีเฮลิคอร์ปเตอร์มาจอดรอรับอยู่แล้ว การทำแบบนี้คนอื่นอาจมองเป็นเรื่องสิ้นเปลืองและไม่เข้าท่า แต่เขาไม่แคร์เพราะรวยมากผลาญน้ำมันแค่นี้ไม่ทำให้สะเทือน
ต่างจากคามิล่าที่ไม่เธอไม่ได้เตรียมรถส่วนตัวมาเพราะเนื่องจากนั่งรถสาธารณะสะดวกกว่าเพราะที่พักอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า และเธอคิดว่ายังไงก็ต้องไปทำงานพร้อมเขาในวันนี้แต่ดันเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ต้องไปเองแถมต้องไปให้ทันห้านาทีอีกด้วย เธอรู้ว่าเขาจงใจแกล้งเพราะไม่มีทางแน่ที่จะไปถึงเร็วขนาดนั้น
เลขาสาวป้ายแดงโบกรถแท็กซี่เพื่อไปลงยังสถานีรถไฟเพราะว่าเดินทางได้สะดวกกว่าเป็นการเลี่ยงรถติดในยามเช้า ในมือเธอมีถุงผ้าใส่อาหารเช้าที่ถูกเมิน พ่อครัวทำสุดฝีมือเพราะหวังว่าเช้านี้เจ้านายจะได้ทานก่อนไปทำงานแต่เขาก็เมินเหมือนเดิมเธอเลยไม่อยากให้พ่อครัวเสียน้ำใจ หากล่องมาใส่และบอกว่าจะนำไปให้เฟเดริโกกินที่ออฟฟิศแทน แต่คนดื้อด้านแบบนั้นคงไม่มีทางยอมเธอเลยคิดว่าจะกินเสียเอง