"อุแว๊! อุแว๊! อุแว๊! "
เสียงเด็กทารกร้องอยู่ที่หน้าบ้านเศรษฐีในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งกลางเมืองกรุงเทพมหานครฯ ทำให้ชายหนุ่มที่เล่น ROV อยู่ที่ห้องรับแขกของบ้านต้องเงยหน้าขึ้นเมื่อมีคนสวนรีบวิ่งเข้ามาเพื่อบอกกล่าว
"คุณนนท์ครับคุณนนท์"
"ครับลุง"
บุญมา ทำหน้าที่เป็นคนสวนของบ้านที่ใหญ่โตหลังนี้ก่อนหน้านี้เขากำลังตัดแต่งต้นไม้พุ่มไม้อยู่หน้าบ้าน ทว่าเมื่อตอนที่จะเดินไปเอาน้ำจากกระติกมาดื่มเพื่อดับกระหายหูเขาก็ได้ยินเสียงเด็กน้อยร้องอยู่หน้าบ้านจึงรีบวิ่งไปดู
"ไอ้หนู มาร้องอะไรตรงนี้เนี่ย"
เขามองซ้ายมองขวาหาแม่ของเด็กน้อยที่ร้องไห้จนคอแหบคอแห้งแต่ก็ไม่พบใครจึงถือวิสาสะอุ้มขึ้นแนบอกเพราะสงสารเด็กตัวเล็กที่เพิ่งจะลืมตาดูโลกได้ไม่นาน เพราะตัวยังแดงๆ อยู่เลย
เขาตัดสินใจอุ้มเด็กน้อยเข้ามาในเขตบ้านแล้ววิ่งเข้าไปหมายจะเข้าไปหาเจ้านายหนุ่มที่ในอนาคตจะได้รับช่วงต่อดูแลธุรกิจจากคุณตุลย์ผู้เป็นพ่อ ก่อนเดินเข้าไปหาชายหนุ่มเขาวางเด็กน้อยเอาไว้ทางเข้าประตูหน้าบ้าน เธอดูเป็นเด็กเลี้ยงง่ายเพราะตั้งแต่ที่เขาอุ้มแนบอกเธอก็หยุดร้องไห้ในทันที
"มีอะไรรึเปล่าครับลุง"
ชานนท์ละความสนใจจากเกมในมือถือแล้วเงยหน้ามองลุงบุญที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่ ลุงบุญนั่งลงคุกเข่าอยู่ต่อหน้าเจ้านายหนุ่มก่อนจะเอ่ยคำพูดออกมาที่ทำให้ชานนท์ถึงกับ งง
"มีเด็กแดงๆ มาร้องอยู่หน้าบ้านครับ"
"หะ! เด็กแดงๆ อะไรลุง"
"ผมหมายถึงเด็กน้อยมาร้องอยู่หน้าบ้านครับ"
"เอ้า! ลุงก็ไปตามแม่เด็กสิ อย่าปล่อยให้ร้องนานเดี๋ยวไม่สบาย ไม่มีไรแล้วใช่ไหมลุงผมจะเล่นเกม"
ลุงบุญมาไม่รู้จะทำยังไงจึงเดินคอตกออกไปแต่ทว่าเหมือนโชคเข้าข้างเมื่อเด็กน้อยที่เขาแอบวางเอาไว้หน้าบ้านเปล่งเสียงร้องออกมาอีกครั้งทำให้ชายหนุ่มที่กำลังจะก้มหน้าเล่นเกมอยู่ต้องเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง
เด็กแดงๆ ร้องไห้อยู่หน้าบ้าน คงไม่ได้หมายถึงเด็กทารกหรอกนะ
"อุแว๊ อุแว๊ อุแว๊"
ชานนท์รีบหยัดกายลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูงเขาเก็บโทรศัพท์มือถือเอาไว้ในกระเป๋ากางเกงขาสั้นข้างขวาแล้วรีบเดินแซงหน้าลุงบุญมาออกไปหน้าบ้านทันที
"เด็กแดงๆ หมายถึงตัวนี้หรือเปล่าครับลุง"
"ครับ"
ชานนท์ยกมือกุมขมับทันทีทำไมหนอทำไม เขาต้องมาเจอกับเรื่องอะไรแบบนี้ด้วยชานนท์รีบอุ้มเด็กน้อยขึ้นแนบอกแล้วเดินเข้าไปในบ้าน เด็กน้อยในอ้อมอกของเขานิ่ง และเงียบกริบหลับปุ๋ยราวกับรับรู้ว่าได้อยู่ในที่ที่ปลอดภัยแล้วอย่างไรอย่างนั้น ใบหน้าของเธอจิ้มลิ้มน่ารัก แล้วยิ่งเธอหลับเขายิ่งไม่อยากวาง
ราวกับดวงชะตาต้องกันชานนท์มองหน้าเด็กน้อยราวกับตกอยู่ในภวังค์ ความน่ารัก ความไร้เดียงสาของเธอมันทำให้เขาอดที่จะสงสารเธอไม่ได้ทั้งๆ ที่เธอก็น่ารักตั้งขนาดนี้ แต่ทำไม ทำไมเธอถึงไม่มีใครเอา
"ลุงบุญครับผมรบกวนช่วยไปตามป้าบุษมาที"
บุษบาเป็นแม่บ้านของเขาที่มีลูกติดชื่อสาลี่มาอาศัยอยู่ด้วยชานนท์เห็นว่าบุษบาเคยมีลูกมาก่อนจึงใช้ให้ลุงบุญไปตามเธอมาระหว่างที่กำลังรอ ดวงตาคมของเขาก็เหลือบเห็นแผ่นกระดาษหนึ่งแผ่นแนบมากับอกของหนูน้อยด้วย
'ถึงนนท์
เราเองนะละอองดาวเราขอโทษที่เคยร้ายกับเธอ และเพื่อนๆ ตอนนี้เรากำลังเดือดร้อนเราท้องไม่มีพ่อ และหนีหนี้อย่างหัวซุกหัวซุน เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ เราขอฝากลูกสาวของเราไว้ที่นนท์ก่อนได้ไหม เมื่อไหร่ที่เราใช้หนี้หมดแล้วเราสัญญาเราจะรีบกลับมารับลูกทันทีไม่ต้องห่วงเรื่องกฎหมายเราจัดการทุกอย่าง อย่างถูกต้องเรียบร้อยแล้ว ขอโทษด้วยนะที่รบกวนแต่เราไม่มีที่พึ่งแล้วจริงๆ แม่เราก็แก่มากแล้วคงดูเด็กไม่ไหว จะให้น้ำพั้นช์ช่วยเราก็ไม่กล้า หน้าเรามันไม่ได้ด้านขนาดนั้นแล้ว นนท์ช่วยเราหน่อยนะถือว่าสงสารลูกหมาลูกแมวก็ได้ แล้วเราจะพยายามหาทางติดต่อมานะ
ละอองดาว'
ทันทีที่ได้อ่านจดหมายจากอดีตเพื่อนชานนท์แทบทรุดลงไปนั่งหากไม่ติดว่าอุ้มเด็กน้อยในอ้อมกอดเอาไว้เขาคงลงไปนอนแดดิ้นอยู่ที่พื้นเรียบร้อยแล้ว
หลังจากที่เขาตั้งสติมาพักหนึ่งโดยที่ท่อนแขนแกร่งก็ยังคงอุ้มเด็กน้อยเอาไว้ตลอดเวลา เขาได้ส่งข้อความบอกเพื่อนๆ ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นจนน้ำพั้นช์ มาร์ติน พาทิศ และวิปครีม มาหาเพราะเป็นห่วง พวกเขาอยู่กันไม่นานก็กลับ ทิ้งไว้เพียงแค่ชายหนุ่มที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ก็กลายเป็นพ่อคนไปด้วยวัยเพียงยี่สิบห้าปีไปโดยปริยาย
"คุณนนท์จะให้บุษเตรียมห้องนอนให้น้องไหมคะ"
"เตรียมไว้ที่ห้องของผมก็ได้ครับ"
"แล้วเราควรจะเรียกน้องว่าอะไรดีคะ"
"อืมมมม" ชายหนุ่มก้มมองใบหน้าไร้เดียงสาของเด็กน้อยในอ้อมกอด เขาระบายยิ้มออกมาแล้วกดจมูกโด่งลงไปที่พวงแก้มป่องของเด็กน้อย
"น้องลินครับ น้องพลอยไพลิน"
ชานนท์ตัดสินใจช่วยเหลือละอองดาวแต่ไม่ใช่เพราะมีความรู้สึกดีๆ ให้เธอเขาแค่รู้สึกสงสารเด็กน้อยก็เท่านั้นสงสารที่มีแม่แบบนั้นเธอไม่น่าเกิดมาผิดที่เลย ขณะที่กำลังเดินเข้าห้องนอนของตัวเองพร้อมกับเด็กน้อยพลอยไพลินเขาก็นึกถึงคำพูดที่เคยคุยกับเพื่อนเอาไว้
"สวัสดีค่ะ คุณวิปครีม ป้าชื่อแอนนะคะ เป็นแม่นมของคุณหนูพลอยไพลิน"
"สวัสดีค่ะป้าแอน"
"นนท์แกตั้งชื่อให้น้องเหรอ ชื่อโคตรเพราะเลย"
"ใช่"
"แต่ฉันว่ามันแปลกๆ นะ"
"ยังไง"
"มันเป็นชื่อที่แกเคยพูดว่าจะเอาผู้หญิงชื่อพลอยไพลินทำเมียไม่ใช่เหรอวะ เพราะแกชอบชื่อนี้มันเพราะดี"
- 12:05 AM –
"อุแว๊ อุแว๊ อุแว๊"
น้องพลอยไพลินร้องไห้เมื่อเธอลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วเจอกับความมืดเด็กน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่กี่วันต้องพบกับความมืดท้องน้อยๆ ของเธอกำลังร้องเรียกขออาหารโดยที่คุณพ่อยังหนุ่มยังไม่รู้ว่าที่เธอร้องแบบนี้มันหมายความว่ายังไงเขาลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเสียงร้องของลูกเพื่อน
"อือออออ"
ชานนท์ผงกศีรษะขึ้นเพื่อดูว่าน้องพลอยไพลินต้องการอะไรเขาจับร่างเล็กพลิกไปพลิกมาเพื่อดูความเรียบร้อยแต่น้องพลอยไพลินก็ยังไม่หยุดร้องไห้
"ก็ไม่ได้อึนี่ครับ น้องลินร้องทำไมครับ"
"อุแว๊ อุแว๊ อุแว๊"
เขาตัดสินใจวอหาป้าบุษบาทันทีเพราะเขาเองก็จนใจไม่รู้จริงๆ ว่าน้องพลอยไพลินต้องการอะไรจนป้าบุษบาเดินเข้ามาอุ้มคุณหนูน้อยขึ้นเช็กไปเช็กมาถึงได้รู้ว่าเธอหิวนม ป้าบุษบาสอนชานนท์ป้อนนมคุณหนูน้อยจนเขาเข้าใจแล้วให้ป้าบุษบาไปพัก
- บริษัทหมู่บ้านจัดสรรของชานนท์ –
ประธานบริษัทเดินเข้ามาพร้อมกับเด็กน้อยวัยทารกในอ้อมอกต่างเป็นจุดสนใจของพนักงานที่มองเข้ามาแม้จะมีการทำความเคารพเขาตามปกติแต่ก็ไม่วายมีเสียงซุบซิบนินทากันอย่างหนาหู
"เอ้าๆๆๆ ยังอยากมีงานทำกันอยู่ไหม เจ้านายจะพาใครมาก็เรื่องของเขาไปนอนใต้เตียงเขามารึ"
หลังจากวันนั้นหลายเดือนน้องพลอยไพลินต่างก็เป็นที่รักของคนที่บริษัทเพราะชานนท์พาเธอมาทำงานด้วยทุกวัน แม้กระทั่งเข้าประชุมเขาก็พาเธอเข้าไปด้วย และเรื่องราวของเขาก็ถูกแพร่กระจายไปตามโซเชียลที่อยู่ๆ ก็มีลูกจนเขาได้ฉายา
'พ่อม่ายทรงเสน่ห์'
- สามปีต่อมา –
"ปะป๊า~"
หนูน้อยพลอยไพลินเดินเตาะแตะไปหาปะป๊ายังหนุ่มของตัวเอง ด้วยรอยยิ้ม หลังจากที่ปะป๊าเพิ่งกลับมาจากประชุมโดยที่ชานนท์ก็ย่อตัวลงอ้าสองแขนออกกว้างเพื่อรอรับลูกสาวของเขา
"น้องลินคิดถึงป๊าไหมครับ"
"จิ๊ด ตึ๋ง ปะป๊า" (คิดถึงปะป๊า)
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เหมือนกันเลยป๊าก็คิดถึงน้องลินครับ"
ชานนท์อุ้มเด็กน้อยขึ้นแนบอก เขากดจมูกโด่งคมไปที่พวงแก้มแดงของลูกสาวอย่างนึกมันเขี้ยว แล้วเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเอง
ภาพบอสหนุ่มอุ้มเด็กสาวกลายเป็นภาพชินตาของพนักงานทุกคน ยิ่งตอนที่ชานนท์อุ้มพลอยไพลินเขาจะดูอบอุ่น และละมุนจนสาวๆ อยากกลายเป็นน้องพลอยเสียทีเดียว
ก๊อกๆ ก๊อกๆ ก๊อกๆ
"เข้ามา"
เด็กน้อยพลอยไพลินนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานของปะป๊า โดยที่ปะป๊าเองก็นั่งทำงานอยู่ด้วย แสนดี เลขาสาวระบายยิ้มทุกครั้งที่เห็นภาพความอบอุ่นเหล่านี้ เธอเดินไปตรงหน้าของชานนท์แล้วยื่นเอกสารเพื่อขออนุมัติโครงการบ้านจัดสรรที่ใหม่
"เดี๋ยวผมจะลงไปดูพื้นที่เอง คุณต้องไปกับผมด้วย"
"ค่ะบอส"
"อ่อ ติดต่อหมอกด้วยเขาต้องไปกับเรา"
"ค่ะ เอ่อ แล้วคุณหนูพลอยไพลินล่ะคะ"
ชานนท์วางปากกาลงที่แฟ้มเอกสาร เขาหันไปมองลูกสาวตัวน้อยของตัวเอง ก่อนจะยกมือขึ้นใช้หัวแม่มือเช็ดน้ำลายออกจากริมฝีปากเล็กแววตาที่เขามองน้องพลอยมันช่างอบอุ่นยิ่งกว่าเข้าไปอยู่ในเตาไมโครเวฟเสียอีก
"ลูกสาวของผม ก็ต้องไปกับผมอยู่แล้ว"
"ค่ะ งั้นแสนดีจะได้ให้คนเตรียมของใช้จำเป็นของคุณหนูพลอยไพลินให้นะคะ"
"ไม่ต้องครับ ลูกผมเดี๋ยวผมจัดการเอง"
แสนดีระบายยิ้มออกมาด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข เธอก้าวถอยหลังไปสองสามก้าวก่อนจะโค้งศีรษะลงให้กับบอสของตัวเองแล้วเดินออกไปอย่างเงียบๆ
"ปะป๊า~ ยม จินยม" (นม กินนม)
"หิวนมแล้วเหรอครับ รอปะป๊าตรงนี้แป๊บนึงนะครับ"
พลอยไพลินพยักหน้าให้อย่างเข้าใจ ก่อนที่เธอจะหยิบเอาปากกาของปะป๊ายังหนุ่มขึ้นมาหมายจะเอาเข้าปาก แต่ก็ยังช้ากว่าปะป๊าของตัวเองอยู่ดี
"ไม่อมนะครับ"
"ย้องจาเย่น" (น้องจะเล่น)
"เดี๋ยวกลับไปเล่นกับป้าบุษที่บ้านโน๊ะ"
"เย่นกับปะป๊า" (เล่นกับปะป๊า)
"โอเคครับ งั้นเดี๋ยวเรากลับไปนอนเล่นที่บ้านกันโน๊ะ"
หนูน้อยพลอยไพลินชูมือขึ้นแสดงอาการดีใจอย่างออกนอกหน้าเธอซบหน้าลงที่บ่าแกร่งของปะป๊ายังหนุ่มของตัวเองก่อนจะพูดคำเดิมซ้ำๆ
"ยักปะป๊า"
"ป๊าก็รักน้องลินครับ"
ชานนท์อุ้มลูกสาวตัวน้อยขึ้นแนบอก เขาจัดการงานทุกอย่างไว้อย่างเรียบร้อย ก่อนจะเดินออกมาจากห้องทำงาน โดยมีหนูน้อยพลอยไพลินซบที่บ่าแกร่งของตัวเองตลอดเวลา
"นนท์ขาาาา~"
ยังไม่ทันได้เดินไปถึงไหน เสียงแหลมแสบแก้วหูก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง บุหลัน ดาราสาวที่อัญญาคุณแม่ของเขากำลังจับคู่ให้เขา เพียงเพราะชอบการแสดงของเธอ ส่วนตัวบุหลันเองน่ะเหรอก็พยายามยัดเยียดตัวเองให้ชานนท์อยู่บ่อยครั้ง
เธอชอบในความสมบูรณ์แบบของเขา และเชื่อว่าหากได้ตกร่องปล่องชิ้นกับชานนท์ เธอเองก็คงจะสบายไปทั้งชาตินอกจากฐานะ การศึกษา หน้าตาของชานนท์ก็จัดว่าหล่อลากถือว่าเป็นของแถมที่คุ้มค่าสำหรับเธอ
หมั่บ!
"ปล่อยแขนผม"
"แหม่~ นนท์อะ ทำอย่างกับเราไม่เคยถูกเนื้อถูกตัวกันอย่างนั้นแหละ"
" ... " ชานนท์มองบุหลันด้วยหางตาอย่างไม่พอใจนัก แต่ก็สะบัดออกไม่ได้เพราะเขาอุ้มน้องพลอยไพลินอยู่
"บุคิดถึงคุณค่ะ คุณไม่ไปหาบุบ้างเลย"
จะมาคิดถึงอะไรในเมื่อเขาไม่เคยรู้จักเธอด้วยซ้ำ มารู้อีกทีก็ตอนที่เธอมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้บริษัทจัดการโดยคุณอัญญาแม่ของเขา และเคยกินข้าวด้วยกันเพียงแค่มื้อเดียวเท่านั้นเพราะแม่เขาบังคับ
"แยด!" (แรด!)
อยู่ๆ น้องพลอยไพลินก็ผงกศีรษะขึ้นมาเธอโพล่งขึ้นอย่างไร้เดียงสาออกมาดวงตาบ๊องแบ้วจ้องมองบุหลันอย่างไม่ชอบใจ ทันทีที่ชานนท์ได้ยินเสียงของลูกสาวพูดออกมาอย่างนั้น เขาก็เบิกตาโตขึ้นเพราะไม่เคยได้ยินลูกสาวของตัวเองพูดอะไรแบบนี้
"อร๊าย! นนท์คะ"
"น้องลิน! ผมขอโทษแทนลูกสาวด้วยเดี๋ยวผมจะสั่งสอนเธอเอง ผมขอตัวก่อน"
ชานนท์รีบเดินไปที่รถในทันทีโดยปล่อยให้บุหลันยืนอัดอั้นเสียงกรี๊ดอยู่ในลิฟต์ เขาไม่อยากจะเชื่อว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้ออกมาจากปากของน้องพลอย
"อีเด็กกาฝาก คอยดูเถอะฉันจะจัดการแกให้กระเด็นออกไปให้พ้นทางเลย!!"
- บ้านชานนท์ –
หลังจากที่อบรมกันยกใหญ่ในขณะที่กำลังขับรถกลับบ้าน น้องพลอยไพลินก็นั่งกอดอกอยู่บนหน้าตักแกร่งของปะป๊ายังหนุ่มของตัวเองโดยที่เธองอนปะป๊าหนักมากไม่ยอมพูดยอมจาจนต้องพาไปแวะซื้อไอศกรีมรสโปรดเธอถึงคงจะยอมพูดด้วยและดีกันในที่สุด
"ขี้งอนจริงๆ เลยลูกใครเนี่ย"
"ย้อง หวง ปะป๊า" (น้องหวงปะป๊า)
"เหรอครับ ป๊าก็หวงน้องลินนะครับ"
"ย้องเจ้าจ๋าวปะป๊า" (น้องจะเป็นเจ้าสาวของปะป๊า)
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เอางั้นเลยเหรอครับ"
ปากเล็กเลียไอศกรีม ลอยหน้าลอยตาพูดราวกับเข้าใจในความหมายของมัน ชานนท์หอมเข้าที่กลุ่มผมดำของลูกสาวอย่างรักใคร่ ก่อนจะชะงักไปเมื่อเดินเข้ามาในบ้านแล้วเจอกับใครบางคน ใครบางคนที่เขาไม่อยากเจอ
"ดาว"
"นนท์"
ละอองดาวนั่งรอชานนท์อยู่ในบ้านด้วยรอยยิ้ม ตอนนี้เธอได้ดิบได้ดีเป็นคุณนาย ชานนท์รู้ข่าวมาบ้างว่าตอนนี้ละอองดาวได้สามีฝรั่งเป็นถึงเจ้าของกิจการจิวเวลรี่เลยทีเดียว
"เรามารับลูกไปอยู่ด้วยน่ะ"
หัวใจแกร่งมันกระตุกวูบราวกับถูกผลักลงหน้าผา จริงอยู่ที่เขารู้ว่าสักวันวันนี้ต้องมาถึง แต่ตลอดเวลาสามปีที่ผ่านมาชานนท์เฝ้าภาวนาขอให้ละอองดาวไม่โผล่หน้ามาให้เขาเจออีก แต่มันกลับผิดคาดไปหมด ละอองดาวกลับมา กลับมามอบความเจ็บปวดให้เขา
" ... "
ชานนท์พูดไม่ออก ราวกับกำลังจุกอก หัวใจของเขามันร่วงลงพื้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใครจะทำใจได้เล่าหากต้องจากดวงใจของตัวเอง
"ดาว คือ ..."
เขาหมายจะเกลี้ยกล่อมละอองดาว ขอเถอะอย่าเอาลูกเขาไป เขายังไม่พร้อม เมื่อกี๊เพิ่งจะง้อกันได้สำเร็จ เมื่อกี๊เพิ่งจะได้หอมกัน มือหนาเริ่มสั่นเทาเมื่อตอนที่ละอองดาวเดินเข้ามาใกล้แล้วแย่งพลอยไพลินไปต่อหน้าต่อตา
"ขอบใจนะที่ดูลูกให้เรา ว่าแต่เธอตั้งชื่อลูกเราว่าอะไรเหรอ"
"อืม น้องลินน่ะ เอ่อ พลอยไพลิน"
"ชื่อเพราะมาก งั้นเราไปก่อนนะเดี๋ยวส่งของตอบแทนที่เลี้ยงดูลูกเราให้"
"แง๊!!"
น้องพลอยไพลินร้องไห้จ๊ากดวงตาบ๊องแบ้วบัดนี้มีแต่น้ำตาใสเปรอะเปื้อนไปหมด เธอมองหาปะป๊าของเธออยู่แทบจะตลอดเวลา เสียงร้องของเธอมันช่างบาดใจผู้เป็นพ่อเหลือเกิน เมื่อละอองดาวอุ้มน้องพลอยไพลินหายลับไป แต่เสียงร้องของเธอยังคงดังอยู่ในหัวของเขา
"เห้อ ตาบุญเอ้ย โบราณเขาถึงว่ากันไว้ อย่าเอาลูกเขามาเลี้ยง อย่าเอาเมี่ยงเขามาอม ไม่งั้นก็จะเป็นอย่างนี้แหละ"
- สิบเจ็ดปีต่อมา วอชิงตัน ดี.ซี สหรัฐอเมริกา –
"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด!"
"น้องลินลูก หนูจะเอาอะไรบอกคุณแม่ซิคะ"
"ลินอยากกลับไปหาปะป๊า คุณแม่หลอกลินมากี่ครั้งแล้วคะ คุณแม่มีให้แค่รูปปะป๊าแต่ข้อมูลการติดต่อไม่มีเลย ลินเกลียดคุณแม่ เกลียดที่คุณแม่มาแย่งลินออกมาจากปะป๊า"
พลอยไพลิน ยิ่งโตยิ่งดื้อ ยิ่งโตยิ่งเอาแต่ใจ ถึงแม้ว่าพ่อเลี้ยงของเธอจะมีบริษัทใหญ่โต อยู่ในแวดวงธุรกิจแต่ก็เป็นธุรกิจคนละสายกับที่ปะป๊าของเธอทำ
"แต่เขาไม่ใช่พ่อของหนูนะลูก หนูจะไปอยู่กับเขาได้ยังไง"
ตั้งแต่รับเธอมาสองสิ่งที่เธอกำแน่น นั่นคือแท่งไอศกรีม กับรูปของชานนท์ที่ไม่มีอะไรระบุไว้เลย รูปที่ละอองดาวเอามาเป็นตัวหลอกให้เธอสงบทุกครั้ง รูปที่ละอองดาวหลอกเธอสารพัดว่าจะพากลับไปหา ทุกครั้งที่เธออาละวาดละอองดาวก็จะเอารูปของชานนท์ออกมาเพื่อให้เธอเงียบ
"ถ้าไม่ใช่พ่อ ลินก็จะให้ปะป๊ามาเป็นผัวลิน!"
"น้องลิน!! หนูพูดอะไรออกมารู้ตัวไหมจะไปเอาทำไมคนแก่ๆ แบบนั้นทั้งๆ ที่แวดวงธุรกิจที่แดดดี้ทำก็มีไฮโซมากมายมาให้ลูกเลือก"
"แก่ก็จะเอา ปะป๊าเป็นของลิน ของลินคนเดียว ถ้าคุณแม่ไม่พาลินไปหาปะป๊า ลินจะหนีออกจากบ้าน!"
ละอองดาวนั่งกุมขมับอย่างคิดไม่ตก พลอยไพลินเล่นอาละวาดแบบนี้ในทุกครั้ง เหมือนว่าพอนึกได้ก็อาละวาด แต่หากมีอะไรให้เธอทำ เธอก็ไม่อาละวาด แต่ช่วงนี้จะอาละวาดหนักหน่อยเพราะเธอได้มีการทาบทามฮันเตอร์ทายาทเจ้าของห้างดังที่อายุอานามมากกว่าเธอเพียงแค่สามปีเท่านั้น
"น้องลิน ถ้าหนูพูดไม่รู้เรื่องคุณแม่จะกักบริเวณหนูแล้วนะ"
"คุณแม่ก็ไม่เคยรักลินอยู่แล้วนี่คะ อ่อถ้าจะกักบริเวณลินก็เชิญนะคะ แล้วบอกพี่เตอร์ด้วยว่าให้กลับไปซะ!"
"พลอยไพลิน! คุณแม่หมดความอดทนกับเธอแล้วนะ"
พลอยไพลินนั่งหันหลังกอดอกเธอไม่สนใจคำพูดของละอองดาวเลยแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่ละอองดาวคิดตอนนี้คือคงเป็นเวรกรรมที่เธอเคยทำมา
"ออกไปค่ะ! ... อึก ... อะ ... ออกไปลินไม่อยากคุยกับคุณแม่แล้ว ... อึก ลินคิดถึงปะป๊า ... ทำไมปะป๊าไม่รั้งลินเอาไว้ ทำไมปะป๊าต้องปล่อยลินให้กลับมาหาคุณแม่ง่ายๆ ด้วย ... ฮื้อออออ~"
ละอองดาวก้าวเข้ามาใกล้พลอยไพลินเธอแอบเห็นใจลูกสาวอยู่ไม่น้อย มันเป็นความผิดของเธอเองที่ดันไปฝากพลอยไพลินเอาไว้กับชานนท์ สร้างความผูกพันให้ลูกของเธอโดยไม่รู้ตัว ใครจะไปเชื่อว่าเด็กสามขวบจะจำเรื่องราวอะไรได้มากมายขนาดนี้ เธอไม่อยากจะเชื่อ
"น้องลินลูก คุณแม่ ..." เธออยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อเห็นอาการของลูกสาวละอองดาวจึงเลือกที่จะนิ่งแทน
"ถ้าไม่ใช่คุณแม่ ลินก็ไม่ต้องห่างจากปะป๊า ถ้าคนที่อยู่ตรงนี้เป็นปะป๊า ปะป๊าจะไม่ทำแบบนี้แน่"
ละอองดาวไม่รู้จะทำยังไงแล้วเธอจึงเลือกเดินออกมาแล้วปิดประตูลงเงียบๆ เธอยืนพิงประตูห้องนอนของลูกสาวฟังเสียงสะอื้นไห้ที่พร่ำร้องไห้เรียกหาแต่ชานนท์ และมันก็เป็นแบบนี้มาโดยตลอด
ละอองดาวตัดสินใจเดินลงมาข้างล่างแท้จริงแล้วตอนนี้ฮันเตอร์มารับพลอยไพลินไปรับประทานอาหารซึ่งเธอคุยกับแม่ของฮันเตอร์เอาไว้ว่าจะลองให้ทั้งสองคบหากันดูถึงแม้ตอนแรกฮันเตอร์จะไม่ยอมแต่พอเห็นโปรไฟล์ของพลอยไพลินเขาก็ยอมโดยง่าย
"ฮันเตอร์ เอ่อ คือ ..."
"น้องไม่สบายอีกแล้วเหรอครับ"
หลายครั้งที่ฮันเตอร์มาหา และพลอยไพลินเองก็ไม่ค่อยยอมออกมาพบเขานัก ซึ่งจุดนี้ทำให้เขารู้สึกว่าเขาควรจะปราบพยศของผู้หญิงคนนี้สักหน่อย
"ไม่เป็นไรครับ ไว้ผมมาครั้งหน้าก็ได้"
"น้าขอโทษด้วยนะลูกที่ไม่ได้บอกก่อน"
"ไม่เป็นไรครับคุณน้า ผมเข้าใจ"
ก่อนที่ฮันเตอร์จะเดินออกไปเขาเงยหน้าขึ้นมองไปทางบันไดเห็นพลอยไพลินยืนโบกมือให้อย่างสะใจ เธอในชุดเดรสสีแดงเพลิงโชว์ส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างเห็นได้ชัด อ่า ... เซ็กซี่เป็นบ้า เซ็กซี่จนเขาอยากจะขยี้เธอให้จมเตียง เขามองเธอด้วยสายตาคาดโทษที่ไม่ยอมออกมาพบเขาโดยที่พลอยไพลินก็เบะปากให้เขาอย่างไม่แคร์
ติ๊ง!
[ฮันเตอร์ : หายป่วยแล้วเหรอ] 11:02 AM Read
[พลอยไพลิน : ยุ่ง] 11:02 AM Read
[ฮันเตอร์ : หึ] 11:03 AM Read
พลอยไพลินยืนมองฮันเตอร์ด้วยสายตาที่ไม่ชอบใจนัก เธอสะบัดผมยาวสยายแล้วเดินเข้าห้องของตัวเองไปอย่างไม่สนใจโลก หึ คิดจะเอาผู้ชายคนอื่นมาใส่ตะกร้าล้างน้ำให้เธอเหรอ เธอไม่เอาหรอกนะ คนที่เหมาะสมกับเธอมีเพียงแค่ปะป๊าคนเดียวเท่านั้น
- กลางดึก –
หญิงสาวเก็บข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเท่านั้นใส่กระเป๋าล้อลากใบใหญ่ เธอตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าเธอจะไปตามหาปะป๊าด้วยตัวเอง และจะไม่ใช้เงินของแม่เด็ดขาดเพราะหากใช้แม่เธอต้องตามได้แน่ว่าเธออยู่ที่ไหนโดยไม่ลืมเอาไม้ไอศกรีมกับรูปของปะป๊าไปด้วย เด็กสาวทิ้งไว้เพียงแค่กระดาษหนึ่งใบวางไว้บนเตียงนอน พร้อมกับโน้ตที่เขียนลงไปบนกระดาษที่ผู้เป็นแม่ได้อ่านแล้วลมแทบจับ
คุณแม่
ลินไปตามหาปะป๊านะคะ ไม่ต้องห่วง
พลอยไพลิน
ละอองดาวที่เห็นจดหมายของลูกสาวในวันถัดมาเธอเป็นลมล้มพับไปหลายชั่วโมง ก่อนจะลืมตาตื่นขึ้นแล้วรีบต่อสายหาดอกรักผู้เป็นมารดาของตัวเองในทันที
"คุณแม่คะ ... นะ ... น้องลินหนีออกจากบ้านค่ะ"
(เธอเลี้ยงลูกยังไงเนี่ยหะ ละอองดาว ทำไมถึงปล่อยให้หลานฉันหนีออกจากบ้านไปแบบนี้ ถ้าหลานฉันเป็นอะไรไปขึ้นมาเธออย่ามาเรียกฉันว่าแม่อีก)
"ชะ ... ช่วยตามหาน้องลินก่อนได้ไหมคะดาวเป็นห่วงลูก ... อึก ... โถ่น้องลินทำไมทำกับแม่แบบนี้ ... ฮื้ออออ"
.
.
.
- สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย –
"ฟู่~ สวัสดีไทยแลนด์"
หญิงสาวในชุดเกงเกงยีนรัดรูปกับเสื้อสายเดี่ยวสีดำสัมภาระของเธอคือกระเป๋าสะพายใบใหญ่ และกระเป๋าล้อลากหนึ่งใบ ดีนะที่เธอพอมีเงินเก็บอยู่บ้างจากหุ้นของบริษัทที่คุณพ่อเลี้ยงจอมหื่นทำไว้ให้
พลอยไพลินเดินมองตามป้ายบอกทางไปหาทางออก เธอยังต้องเรียนหนังสืออีกสองปี และยังต้องหางานทำด้วยเพราะกลัวว่าเงินเก็บของเธอจะหมดถึงแม้ว่าจะมีในบัญชีมากกว่าสิบล้านบาทก็ตาม
ครืด~ ครืด~ ครืด~
'คุณยาย'
"จ๋าจ้ะ" หญิงสาวรับสายคุณยายทันทีโดยที่ใบหน้าระบายยิ้มกว้างออกมาอย่างดีใจอย่างน้อยๆ ในวันที่เธอไม่มีใครเธอก็ยังมีคุณยายที่คอยอยู่เคียงข้างเธอเสมอ
(ยัยเด็กแสบ แม่เธอหัวใจวายตายไปแล้วมั้ง)
"แหะ แหะ คุณยายขาไหนคนรถที่คุณยายจะให้มารับลินละคะ ลินยังไม่เห็นเลย"
ใครจะรู้กันว่าเบื้องหลังการหนีออกจากบ้านของเด็กสาวในวัยเพียงยี่สิบปีจะเป็นคุณยายของเธอ เป็นเพราะคิดถึงหลานมากจนเผลอตกลงช่วยหลานในที่สุด โดยพลอยไพลินเป็นคนเสนอเองว่าจะไม่ใช้เงินใครทั้งนั้น เพียงแค่บอกให้คุณยายรู้เฉยๆ จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง แม้คุณยายของเธอจะเสนอความช่วยเหลืออย่างไรเธอก็ไม่ขอรับไว้
(หันหลังมาสิ)
พลอยไพลินหันหลังไปทั้งๆ ที่มือยังถือโทรศัพท์แนบกับใบหูของเธออยู่ เมื่อเห็นคนรถที่คุณยายว่าเธอรีบวิ่งเข้าไปหาแล้วกอดคนรถคนนั้นด้วยความดีใจ
"คุณยาย~"
"หึ เหนื่อยไหมลูก ยายเด็ดก้านมะยมเตรียมไว้แล้วนะเอาไว้ตีเด็กดื้อโดยเฉพาะ"
สองหญิงสาวต่างวัยยืนกอดกันกลมอยู่กลางสนามบินพลอยไพลินไม่รู้ตัวเลยว่าเธอกำลังถูกแอบมองจากใครบางคนโดยไม่รู้ตัว