ตอน 1

ลมที่พัดโชยมาในยามพลบค่ำ ทำให้ชายกระโปรงชุดเดรสสีฟ้าอ่อนแนบลู่ไปกับร่างบางซึ่งพักหลังๆ มานี้ดูเหมือนจะมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย มือเรียวจับชายเสื้อสูทกระชับเข้าหาตัวเอง ขณะเท้าที่รองรับด้วยรองเท้าคัทชูส้นสูงสีดำ กำลังก้าวลงมาจากบันไดของอาคารเรียน หลังจากการสอบวิทยานิพนธ์ผ่านไปได้ด้วยดี หากไม่มีอะไรผิดพลาด เธอจะจบการศึกษาระดับปริญญาโทอย่างแน่นอนแล้ว

การเรียนในระดับชั้นปริญญาโทกว่าสองปี ทำให้อุมารินทร์รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม แต่กระนั้นสิ่งที่สลัดไม่ออก ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ก็คือลุคคุณหนูของตัวเอง อาจจะด้วยรูปร่างหน้าตาหรือบุคลิก มันทำให้คนส่วนใหญ่มักจะมองว่าเธอเด็กกว่าอายุอยู่เป็นประจำ น้อยคนนักจะรู้ว่าปีนี้เธออายุยี่สิบสี่แล้ว และหนึ่งในคนที่ยังมองว่าเธอเป็นเด็กเสมอก็คือราชันย์พ่อของเธอนั่นเอง

เสียงสตาร์ตเครื่องยนต์บีเอ็มดับเบิลยูดังขึ้น พร้อมกับเสียงผ่อนลมหายใจเบาๆ ของอุมารินทร์ ยามเมื่อคิดถึงใบหน้าของบิดา หลังจากที่แม่ของเธอตายไป พ่อก็เลี้ยงเธอราวกับไข่ในหินมาตลอด แม้ว่าตอนนี้พ่อจะแต่งงานใหม่แล้ว ทว่าความห่วงใยที่มีให้เธอก็ไม่ได้น้อยลงเลย พ่อยังคงเอาใจใส่ คอยปกป้องและหวงเธอราวกับพ่อเสือ นั่นคงเป็นเพราะไม่ว่าจะยังไง เธอก็ยังเป็นเด็กน้อยในสายตาพ่อเสมอ แต่พ่อไม่รู้เลยว่าบัดนี้ลูกสาวตัวน้อยของพ่อในอดีตไม่ใช่เด็กสาวที่บริสุทธิ์ผุดผ่องไร้ราคีอีกต่อไปแล้ว

“กลับมาแล้วค่ะ” เสียงหวานใสสมหน้าตาดังขึ้นหลังจากเดินเข้าไปในบ้านแล้วพบว่าคนเป็นพ่อกับแม่เลี้ยงนั่งรออยู่ที่โซฟา มันเป็นความรู้สึกอบอุ่นอย่างคนได้กลับมาบ้าน บ้านที่มีแต่ความรักความปรารถนาดีให้แก่กัน

“เป็นยังไงบ้างอุ๋ม โอเคมั้ย” คนถามคือปอไหมซึ่งเป็นเพื่อนสนิทและอีกฐานะหนึ่งในตอนนี้คือเป็นแม่เลี้ยงของอุมารินทร์ด้วยนั่นเอง

“โอเคนะปอ น่าจะผ่านแหละ” 

ตอบเสร็จร่างบางของคนมาใหม่ก็ทรุดตัวนั่งลงที่ว่างข้างๆ บิดา ทำให้ตอนนี้ราชันย์มีสาวสวยเคียงข้างสองคน คนหนึ่งคือภรรยาสาว อีกคนคือลูกสาว เขาจึงกลายเป็นผู้ชายที่น่าอิจฉาที่สุดไปชั่วขณะ

“ถ้างั้นหลังจากนี้อุ๋มก็ไปทำงานกับพ่อได้แล้วสิ” 

“อุ๋มขอไปหาประสบการณ์ก่อนได้มั้ยคะคุณพ่อ” อุมารินทร์ทำเสียงอ้อนๆ หวังว่าจะทำให้พ่อใจอ่อนยอมให้เธอออกนอกกรอบบ้าง

“หาประสบการณ์ก่อนงั้นเหรอ” เสียงถามของราชันย์เข้มขึ้น ทำให้ทั้งคนฟังกับคนคอยฟังพลอยใจเสียไปด้วย

“ใช่ค่ะพ่อ อุ๋มอยากไปทำงานที่อื่นสักปีสองปีก่อน คุณพ่ออนุญาตอุ๋มนะคะ”

“ได้สิ”

คำอนุญาตสั้นๆ นั้นทำเอาทั้งอุมารินทร์กับปอไหมต่างมองหน้ากันอย่างไม่อยากเชื่อหู เพราะปกติคนหวงลูกสาวอย่างราชันย์แทบจะไม่ให้ลูกห่างสายตา

“ขอบคุณมากค่ะคุณพ่อ คุณพ่อใจดีที่สุดเลย” อุมารินทร์ดีใจจนต้องเกาะแขนและซบหน้าลงบนไหล่ของคนเป็นพ่อ ทว่าประโยคต่อมานี่สิที่ทำให้เธอต้องรีบเงยหน้าขึ้นทันที

“แต่พ่อมีข้อแม้ว่าบริษัทที่อุ๋มจะไปทำงานด้วย ต้องเป็นบริษัทของพิพัฒน์เพื่อนพ่อเท่านั้น”

“คุณพ่อ!”

“ถ้าอุ๋มยังยืนยันจะไปที่อื่น พ่อก็ไม่อนุญาต”

“แต่พ่อคะอุ๋มอยากลองใช้ความสามารถตัวเอง ถ้าอุ๋มไปทำที่บริษัทของอาพิพัฒน์ก็เท่ากับอุ๋มเข้าไปทำงานแบบใช้เส้นนะคะ” อุมารินทร์แย้งโดยใช้เหตุผลกับบิดา แต่ราชันย์มีหรือจะยอมอ่อนข้อให้ง่ายๆ แค่เขายอมให้ลูกสาวไปทำงานที่อื่นก็นับว่าใจดีมากแล้ว

“จะเข้าแบบไหนมันไม่สำคัญหรอก สำคัญที่เนื้องานกับความตั้งใจในการทำงานต่างหาก ถ้าอุ๋มอยากพิสูจน์ตัวเองจริงๆ อุ๋มก็ต้องทำให้ทุกคนยอมรับอุ๋มให้ได้ เอาเป็นว่าตกลงตามนี้นะ พ่อจะบอกพิพัฒน์ให้”

ราชันย์ลุกออกไปโทรศัพท์หาเพื่อนสนิทอย่างพิพัฒน์ ทิ้งให้สองสาวนั่งกันอยู่ตามลำพัง อุมารินทร์มีสีหน้าหงอยๆ ปอไหมจึงขยับมาปลอบใจ

“เอาน่า ค่อยเป็นค่อยไปนะอุ๋ม ไปทำงานกับคุณพิพัฒน์ก็ดีเหมือนกันนะ ยิ่งเป็นเด็กเส้นการพิสูจน์ตัวเองก็ยิ่งจะยากกว่าคนที่ถูกสัมภาษณ์เข้าไป ถ้าอุ๋มทำให้คนที่นั่นยอมรับได้ ปอเชื่อว่าอุ๋มจะต้องเป็นคนที่เก่งและแกร่งมากๆ”

ตอน 2

“ขอบใจปอนะ อุ๋มจะลองคิดบวกและลองดูสักตั้ง ถึงแม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่อุ๋มไม่อยากทำเลยก็ตามเถอะ”

“สู้ๆ อุ๋มเก่งอยู่แล้ว”

ปอไหมและอุมารินทร์มองหน้ากันอย่างคนให้และคนรับกำลังใจ อย่างที่เป็นเสมอมาตั้งแต่ตอนเรียนปีหนึ่งที่เริ่มเป็นเพื่อนกัน  

“เพราะมีแม่เลี้ยงแบบปอเป็นไอดอลไง” อุมารินทร์ชื่นชมจากใจจริง เพราะปอไหมเป็นทั้งเพื่อนเป็นทั้งคนที่คอยปกป้องมาตลอด เธอดีใจและตื่นเต้นมากเมื่อรู้ว่าเพื่อนสนิทของตัวเองคือคนที่พ่อเลือกมาเป็นภรรยาคนใหม่ ปอไหมเป็นคนแก่นเซี้ยวไม่กลัวใคร และเป็นคนเดียวที่กล้าต่อกรกับคุณพ่อจอมเฮี้ยบของเธอ ซึ่งนั่นคงเป็นเหตุผลที่พ่อเลือกผู้หญิงที่กล้าหาญอย่างปอไหมมาเป็นคู่ชีวิต แม้ว่าวัยจะแตกต่างกันมากก็ตาม 

“ไม่ชินกับคำว่าแม่เลี้ยงเลย”

“ต้องชินได้แล้ว ตอนนี้ปอกำลังจะมีน้องให้อุ๋มแล้วนะ ขอบอกเลยว่าคนเดียวไม่พอ อุ๋มอยากได้น้องสักสามสี่คน”

“ไม่ไหวหรอกอุ๋ม แค่คนเดียวก็พอแล้ว ถ้าอุ๋มอยากมีเยอะขนาดนั้น อุ๋มต้องมีน้องเองแล้วแหละ” 

“จะมีได้ไง แฟนยังไม่มีเลย” 

“ถามจริงตอนไปเรียนโทไม่มีหนุ่มๆ คนไหนเข้าตาเลยเหรอ”

“....” อุมารินทร์ไม่ตอบแต่ส่ายหน้าแทนคำตอบ 

“แล้วอุ๋มเคยรู้สึกชอบใครหรือเจอใครที่ทำให้หัวใจเต้นแรงบ้างมั้ย” ปอไหมซักต่ออีก คราวนี้อุมารินทร์ไม่ได้ตอบในทันที พานคิดไปถึงคนที่ปล้นพรหมจารีของตัวเองไป เขาคนนั้นน่าจะเป็นคนเดียวที่เคยเขย่าหัวใจของเธอ แต่นั่นมันก็เป็นเพียงแค่เกม เธอเข้าหาเขาเพื่อต้องการกีดกันเขาออกไปจากชีวิตปอไหมเท่านั้น ในขณะที่เขาเองก็คงรวบหัวรวบหางเธอเพราะคิดว่าเธอให้ท่าเท่านั้นเหมือนกัน

“อุ๋ม” เสียงเรียกที่ดังขึ้นอีกครั้งทำให้ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อย พร้อมกับหลุดจากภวังค์ความคิดของตัวเอง

“ปอว่าไงนะ”

“นี่ใจลอยไปถึงไหน เอ...ปอว่ามันชักจะยังไงๆ แล้วนะ”

“เปล่า ก็แค่คิดอะไรเพลินๆ” ตอบปฏิเสธหากแต่ไม่กล้าสบตากับปอไหมตรงๆ เพราะกลัวว่าตัวเองจะแสดงพิรุธออกไปมากกว่านั้น ด้วยความที่อ่อนหัดเรื่องโกหก แถมปอไหมยังฉลาดเป็นกรด หากเธอถูกปอไหมซักไซ้ไล่เลียงแบบจริงๆ จังๆ เธอคงปิดความลับไว้ไม่มิดแน่ๆ

“เพลินแน่นะ มีอะไรที่อุ๋มยังไม่ได้บอกปอหรือเปล่า”

“เปล่า... ปอก็รู้ว่าอุ๋มไม่เคยมีความลับกับปอ” ยกเว้นเรื่องนี้ซึ่งเป็นเรื่องลับมากๆ จนเธอไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง เพราะมันน่าอับอายเกินไป

“ถ้ามีปัญหาอย่าเก็บไว้คนเดียวนะ ปอพร้อมจะเข้าใจและรับฟังอุ๋มเสมอ”

“ขอบคุณนะปอ ขอบคุณที่เข้ามาในชีวิตอุ๋มและมาเติมเต็มให้พ่อมีความสุข” 

ทั้งปอไหมและอุมารินทร์มองหน้ากันแล้วยิ้มอีกครั้ง ก่อนที่อุมารินทร์จะเป็นฝ่ายโผเข้ากอดปอไหมแล้วซบหน้าลงบนไหล่ ราชันย์ที่เพิ่งเดินกลับเข้ามาในห้องเห็นเข้าก็อดที่จะมองอย่างเอ็นดูและขำตัวเองไม่ได้ หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ เพราะคิดว่าปอไหมเข้ามาทำให้ลูกสาวของเขามีพฤติกรรมเบี่ยงเบน แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าไม่ใช่ ปอไหมเป็นแค่ผู้หญิงที่กล้าชนกับทุกอย่าง ไม่เว้นกระทั่งปะทะกับเขา คงเพราะแบบนี้ลูกสาวของเขาถึงได้ติดเพื่อนคนนี้นักหนา ซึ่งต่อมาไม่ใช่แค่ลูกสาวแต่พ่ออย่างเขาก็ติดปอไหมแจเหมือนกัน

บรรยากาศที่ซาบซึ้งอบอุ่นคงจะอยู่ได้นานกว่านั้น หากว่าจะไม่มีเสียงกดกริ่งที่หน้าบ้าน จากนั้นไม่นานสาวใช้ก็เข้ามาบอกให้ทราบว่ามีคนมาหาปอไหม

“มีคนมาหาคุณปอค่ะ”

“ใครเหรอส้ม”

“ส้มก็ไม่เคยเห็นหน้าค่ะ เขาบอกว่าเขาชื่อคุณพีท เป็นเพื่อนกับอาของคุณปอ”

“อ๋อ อาพีทนั่นเอง ส้มบอกเขาเข้ามาได้เลย”

ดวงตาของปอไหมเป็นประกายขึ้นด้วยความตื่นเต้นดีใจ เมื่อเพื่อนอาที่สนิทสนมกันมาตั้งแต่ตอนเธอยังเด็กมาเยี่ยมถึงบ้าน ในขณะที่ราชันย์มีสีหน้าที่บึ้งตึง เพราะถึงจะเป็นเพื่อนอา แต่ก็ไม่ใช่ญาติสนิทที่เมียเขาจะต้องแสดงความดีใจจนออกนอกหน้าขนาดนั้น

ตอน 3

“สวัสดีค่ะอาพีท อามาได้ไงคะ” ปอไหมยกมือไหว้และเอ่ยทักทายทันทีที่ร่างสูงเข้ามายืนในห้องนั่งเล่น

“อามาเยี่ยม” คำตอบนั้นฟังดูกลางๆ และคงเป็นคำพูดปกติ ทว่ากลับทำเอาใครบางคนว้าวุ่นใจไปหมด อุมารินทร์ถึงกับยืนอึ้ง มือไม้เย็นเฉียบราวกับดึงไปแช่ในน้ำแข็ง ไม่รู้ว่าเจตนาของพาทิศคืออะไร เขามาหาปอไหมตามประสาคนรู้จัก มาเพราะยังมีเยื่อใย หรือว่ามาด้วยเจตนาแอบแฝงอย่างอื่นกันแน่

“นึกว่าอาจะลืมปอแล้วซะอีก งานแต่งปอก็ไม่เห็นอาไปงาน”

“อาไปนะ อาก็อยู่ในงานตลอดนั่นแหละ แต่ที่ปอไม่เห็นอาเพราะอาติดธุระกับใครบางคน” 

ใบหน้าของอุมารินทร์ร้อนผ่าวขึ้นอย่างคนมีชนักติดหลัง แม้เขาจะไม่ได้หันมาทางเธอ แต่เธอก็กลัวเหลือเกิน กลัวเขาจะโพล่งอะไรบ้าๆ ออกมาให้เธอเดือดร้อน เธอจึงได้แต่จ้องหน้าเขาอย่างขอร้องวิงวอนว่าอย่าพูดอะไรมากไปกว่านั้นเลย

“ใครเหรอคะ สำคัญกว่าปออีกเหรอ”

“เมื่อก่อนก็คงไม่สำคัญเท่าปอหรอก แต่ตอนนี้น่าจะสำคัญสำหรับอาพอสมควร”

“คงจะเป็นสาวๆ ล่ะสิ เออ...มัวแต่ชวนอาคุย ลืมแนะนำให้รู้จักอย่างเป็นทางการเลยค่ะ นี่คุณชาร์ลค่ะ” ปอไหมรีบเอ่ยแนะนำสามีให้กับคนมาเยือนรู้จักเมื่อหันไปเห็นสีหน้าบึ้งๆ ของราชันย์ สองหนุ่มใหญ่ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันมองหน้ากันและกันอยู่ครู่หนึ่ง แววตาของคนทั้งคู่เป็นแววตาของคนที่มีความมั่นคงทางอารมณ์พอสมควร หากกระนั้นก็ยังมีคนเผลอแสดงความหึงหวงออกมาผ่านแววตานั้น

“สวัสดีครับคุณชาร์ล ได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการเสียทีนะครับ” พาทิศยื่นมือไปจับก่อน ทำให้ราชันย์จำต้องยื่นมาจับตอบทั้งๆ ที่ไม่ค่อยถูกชะตากับแขกของภรรยาสักเท่าไหร่ 

“ส่วนนี่อุ๋มลูกสาวของคุณชาร์ลค่ะ แล้วก็เป็นเพื่อนรักของปอด้วย” ปอไหมแนะนำพาทิศให้รู้จักกับอุมารินทร์ตามประสาซื่อ โดยไม่รู้ว่าทั้งพาทิศและอุมารินทร์ยิ่งกว่ารู้จักกันมาแล้ว

“ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการเช่นเดียวครับคุณอุมารินทร์” พาทิศหันไปหาอุมารินทร์ตรงๆ เป็นครั้งแรก จากชื่อจริงของเธอที่เขาเอ่ยออกมาโดยที่ไม่มีใครในนั้นบอก ทำให้อุมารินทร์ยิ่งร้อนตัว พอเขายื่นมือมาเพื่อจะจับ เธอจึงทำแค่เพียงยกมือไหว้ ทั้งๆ ที่ไม่เคยอยากให้ความเคารพกับโจรปล้นพรหมจารีอย่างเขาเลยสักนิด

“อาทานข้าวมายังคะ ทานข้าวเย็นด้วยกันมั้ยคะ” ปอไหมเอ่ยชวนอย่างมีไมตรีและมีมารยาทอันดี

“อาไม่รบกวนหรอก แค่แวะมาเยี่ยมเยือน”

“รบกวนอะไรกันคะ อาอุตส่าห์มาเยี่ยมทั้งที”

“เกรงใจคุณชาร์ลน่ะ” พาทิศฉลาดพอจะโยนการตัดสินใจนั้นไปยังคนที่มีอำนาจมากที่สุดในบ้าน ซึ่งดูก็รู้ว่าไม่ค่อยจะชอบหน้าเขาสักเท่าไหร่ ก็แน่ล่ะ เมียก็ยังสาวแถมลูกสาวก็สวยขนาดนี้ จะมีใครยินดีต้อนรับผู้ชายอื่นที่มาเยือนแบบไม่สุจริตใจแบบเขาบ้าง

“ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ เชิญตามสบาย คุณเป็นเพื่อนของคุณเก้าไม่ใช่เหรอ เพื่อนคุณเก้าก็เหมือนเพื่อนผม”

“ขอบคุณสำหรับมิตรภาพครับ” 

ปอไหมยิ้มกว้าง พอจะรู้อยู่หรอกว่าสามีไม่เต็มใจจะต้อนรับพาทิศเท่าไหร่นัก แต่จะให้เธอตัดไมตรีหรือไม่ต้อนรับขับสู้คนที่ตัวเองรักเหมือนอา เธอก็ทำไม่ได้เหมือนกัน 

“งั้นในระหว่างรอแม่บ้านตั้งโต๊ะ ปอจะพาอาไปเดินเล่นรอบๆ บ้านนะคะ” 

“ไม่ต้องหรอกปอเดี๋ยวอุ๋มพาไปเอง ปอท้องอยู่ไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวเกิดสะดุดล้มขึ้นมาจะอันตรายกับน้องเปล่าๆ” อุมารินทร์รีบอาสาแทนทันที เพราะไม่อยากให้ปอไหมกับพาทิศมีโอกาสอยู่กันตามลำพัง ทั้งไม่อยากให้พ่อตัวเองไม่สบายใจที่เห็นภรรยาให้ความสนิทสนมกับผู้ชายอื่นจนเกินไป โดยไม่รู้ว่านั่นเข้าทางของคนเจ้าเล่ห์ที่ขุดหลุมล่อเอาไว้

“งั้นฝากด้วยนะอุ๋ม”

สรุปความได้เช่นนั้น อุมารินทร์จึงรีบเดินนำพาทิศออกไปยังสวนหย่อมข้างบ้าน เธอไม่ได้ตั้งใจจะพาเขาเดินชมบ้านหรอก แต่มีเรื่องอยากคุยด้วยตรงๆ ตามลำพัง ดังนั้นเมื่อลับสายตาคนในบ้าน เธอจึงเปิดฉากพูดในทันที

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED