ตอน 2

2

ผลที่ออกมามันเลวร้ายมากกว่าที่คิดไว้

คำสัญญาที่สิโรจน์ให้ไว้กับชเนตตีเกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อน ตอนนั้นเธอเรียนอยู่ประถมศึกษาปีที่สาม ชเนตตีเดินมาหาบิดาที่บ้านเพื่อนำสมุดพกมาให้อีกฝ่ายดู แต่พอเธอเดินมาถึงก็ได้ยินว่า ชนกนันท์สอบได้ที่สามของห้อง สิโรจน์ดีใจกอดและหอมน้องสาวของเธอหลายฟอด และบอกว่าจะให้รางวัลที่อยากได้ คำพูดนั้นเองจุดประกายความคิดของเด็กหญิง

ชเนตตีจึงเดินเข้าไปหาบิดาแล้วต่อรองกับสิโรจน์ว่า หากตนสอบได้ที่หนึ่งสิโรจน์ต้องให้รางวัลที่เธอต้องการ ความเป็นพ่อทำให้เขารับปากไปส่งๆ และรู้ดีว่าชเนตตีคงทำไม่ได้ เนื่องจากลูกสาวคนนี้เรียนไม่เก่ง สู้ลูกที่เกิดจากภรรยาน้อยของเขาไม่ได้

เธอตั้งใจเรียนตั้งแต่นั้นมา ท่องหนังสือและทบทวนบทเรียนอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ปีแรกเธอสอบได้ที่สิบห้า ปีที่สองเธอสอบได้ที่เจ็ดและปีที่สามเธอก็ทำได้สำเร็จ คว้าที่หนึ่งของห้องมาอยู่ในมือ แล้วพอรู้ว่าตนเองสอบได้ที่เท่าไหร่ ชเนตตีก็รีบมาหาสิโรจน์เป็นคนแรกเมื่อถึงบ้าน มาขอรางวัลจากบิดา

“เนยอยากให้คุณพ่อกอดและหอมเนยค่ะ อยากให้คุณพ่อภูมิใจในตัวเนย” นี่คือรางวัลที่ชเนตตีอยากจะได้

ลูกที่ไม่มีใครเหลียวแลลุกขึ้นยืน เพื่อหนีภาพบาดความรู้สึกที่นับวันจะยิ่งโถมทับเป็นหินปูน เกาะกินในจิตใจและความรู้สึกของเธอ ก่อนจะเดินออกจากห้องรับแขกอย่างเงียบๆ โดยไม่มีใครสนใจ ไม่คิดแม้แต่จะมองร่างเล็กๆ ของเธอด้วยซ้ำไป

ชเนตตีเป็นเพียงอากาศธาตุที่ไม่มีตัวตนสำหรับทุกคนในบ้านหลังนี้ เธอกอดสมุดพกไว้แนบอก เดินร้องไห้กลับไปยังบ้านที่เต็มไปด้วยความว้าเหว่และเงียบเหงา คงไม่มีใครชื่นชม ดีใจและภูมิใจกับความสำเร็จของเธอในวันนี้ แล้วยังหวั่นๆ ว่าสุภัทรามารดาสุดที่รักจะชื่นชมกับผลการเรียนของตนในครั้งนี้หรือไม่

สามทุ่มเศษวันเดียวกัน

เสียงรถยนต์ที่แล่นมาจอดหน้าบ้าน ทำให้ชเนตตีที่เอนตัวนอนอยู่บนโซฟารีบดีดตัวลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบสมุดพกที่วางอยูบนโต๊ะเข้าชุดกับโซฟามากอดไว้

“แม่คะ แม่” ชเนตตีลุกขึ้นยืนแล้วเดินแกมวิ่งไปหาสุภัทราที่เดินหน้าบูดบึ้งเข้ามาในบ้าน

“แหกปากเรียกอะไรกันนักหนา อยู่กันแค่นี้” สุภัทราแหวใส่ลูกสาวที่หน้าเจื่อนลงทันที “แล้วนี่ทำไมยังไม่นอนพรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนไม่ใช่เหรอ”

“เนยรอแม่ค่ะ” เด็กหญิงตอบผู้ให้กำเนิด

“รอทำไม ดึกดื่นแล้วไม่รู้จักนอน” สุภัทรากระชากเสียงถาม ก่อนจะเดินไปนั่งบนโซฟา “มีอะไรล่ะ”

“เนยสอบได้ที่หนึ่งค่ะแม่ เนยเลยเอามาอวดแม่ค่ะ” ชเนตตียื่นสมุดพกส่งให้มารดาที่ปรายตามองสมุดเล่มนั้นอย่างชั่งใจและใช้ความคิด

“เก่งมากเลยลูก เนยของแม่เก่งที่สุด” อันที่จริงแล้ว สุภัทราไม่ได้ชื่นชมหรือดีใจกับความสำเร็จของลูกสาวในครั้งนี้สักเท่าไหร่ แต่ที่ต้องทำอย่างนี้เพราะนางจะต้องยืมมือลูกสาวทำบางอย่าง “เนยไม่ทำให้แม่ผิดหวังเลยนะลูก”

สุภัทรารั้งร่างลูกสาวมากอดและหอมแก้มทั้งสองข้างประหนึ่งว่าภูมิใจในตัวชเนตตีนักหนา ทั้งที่ในใจไม่ได้ยินดียินร้ายเลยแม้สักนิดเดียว

“แม่จะให้รางวัลอะไรเนยคะ”

เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่สุภัทรากอดและหอมเธอ ใบหน้าของเด็กหญิงจึงเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มและความสุข แต่ถ้าหากเธอมองเห็นสีหน้าของมารดาเวลานี้ บางทีความสุขของชเนตตีอาจจะหายไปในพริบตาก็เป็นได้

“แล้วเนยอยากได้อะไรล่ะลูก บอกแม่มาเลย แม่จะจัดการให้”

จะว่าไป ฐานะทางบ้านของสุภัทราก็ไม่ธรรมดา มีความร่ำรวยมิใช่น้อย ทั้งจากสมบัติเก่าของตระกูลแล้วยังจะธุรกิจของครอบครัวที่เจริญรุ่งเรือง ชเนตตีอยากได้อะไร ขอเพียงแค่เอ่ยปากบอกมารดา ของที่ต้องการก็จะมากองอยู่ตรงหน้า ทว่ามีเพียงอย่างเดียวที่เงินไม่สามารถซื้อได้ สิ่งนั้นคือ ความสุขและครอบครัวที่อบอุ่น ที่เธอโหยหามาตั้งแต่เกิด แต่ก็รู้ว่ายากนักที่จะได้ในสิ่งที่ต้องการ

“เนยอยากให้แม่รักเนย กอดเนยและหอมเนยทุกวันค่ะ”

ชเนตตีจึงขอในสิ่งที่เป็นไปได้ หากจะถามว่าใจจริงแล้วต้องการอะไร สิ่งที่เธอต้องการคือ การได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก ทานข้าวด้วยกัน ทำกิจกรรมร่วมกันเหมือนกับที่สิโรจน์ทำต่ออีกครอบครัวหนึ่ง ครอบครัวที่เขาหอบผ้าหอบผ่อนไปอยู่ด้วยหลังจากที่เธออายุได้หนึ่งขวบ ไปๆ มาๆ อยู่ร่วมสองปี จากนั้นก็ย้ายไปอยู่บ้านหลังนั้นเป็นการถาวร จะมาบ้านหลังนี้บ้างหากนับได้ก็ปีละไม่เกินสามหน

“ได้สิลูก แม่ทำให้เนยลูกรักของแม่ได้เสมอ”

พูดจบ สุภัทราก็หอมแก้มของลูกสาวทั้งซ้ายและขวา ข้างละหลายครั้งติดต่อกัน ก่อนจะสวมกอดร่างเล็กราวกับว่ารักปานดวงใจ ทำตามที่ชเนตตีต้องการ

คนถูกกอดและหอมกอดร่างสุภัทราแน่น แนบใบหน้ากับอกอบอุ่นของผู้เป็นแม่ ซึมซับไออุ่นที่หาโอกาสอย่างนี้ไม่ได้ง่ายๆ แม้ว่าจะอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน ไว้ให้มากที่สุดแล้ววาดหวังว่า เธอจะได้กระทำเช่นนี้กับมารดาทุกวัน และนั่นก็ทำให้เธอนึกถึงบิดาขึ้นมาทันใด

เธอได้กอดมารดาแล้วก็อยากจะได้กอดได้หอมสิโรจน์บ้าง แต่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสนั้นหรือไม่ มันดูเหมือนว่า ความฝันของตนช่างห่างไกลมือน้อยๆ เหลือเกิน ไกลเกินกว่าจะเอื้อมถึง

ตอน 3

3

สองวันต่อมา

สุภัทราหมุนตัวดูตัวเองหน้ากระจกเงาบานใหญ่ นางยิ้มกับภาพสะท้อนในกระจกที่วันนี้จะสวยเป็นพิเศษ จะไม่ให้สวยได้อย่างไรในเมื่อชุดที่สวมใส่ส่งตรงมาจากห้องเสื้อชื่อดังในประเทศฝรั่งเศส อีกทั้งยังเป็นชุดคอลเลกชันใหม่ของร้าน รับรองว่าวันนี้นางจะต้องสวยเด่นกว่าหทัยชนกภรรยาน้อยของสามีแน่นอน หลังจากที่ภูมิใจกับความสวยของตัวเองจนพอใจ นางก็เดินออกไปจากห้อง

“ไปกันได้แล้วเดี๋ยวจะไม่ทัน” สุภัทราเอ่ยบอกชเนตตีเมื่อเดินมาถึงห้องรับแขก

“ชุดแม่สวยจังเลยค่ะ” ลูกสาวกล่าวชม แต่คนถูกชมไม่ทันคิดว่า ชเนตตีชมว่าชุดสวยไม่ได้บอกว่านางสวย สุภัทราจึงยิ้มแก้มปริ

“มันแน่นอนอยู่แล้ว ชุดนี้แม่สั่งซื้อมาจากฝรั่งเศสเชียวนะ คอลเลกชันใหม่ล่าสุดด้วย” คนเป็นแม่ได้ทีโอ้อวดให้ชเนตตีฟัง “ไปกันเถอะ แม่จะได้ไปอวดชุดสวยที่บ้านโน้น”

สองแม่ลูกจึงพากันเดินออกจากบ้าน เดินไปตามทางเดินที่ทอดตัวสู่บ้านอีกหลังหนึ่งที่อยู่ในอาณาเขตเดียวกัน

ไม่ใช่เพียงแค่สุภัทรากับชเนตตีที่กำลังจะไปที่บ้านหลังดังกล่าว ครอบครัวจักรบดินทร์ก็พากันเดินไปยังบ้านหลังนั้นด้วย รวมทั้งแขกอีกหลายคนที่ถูกเชิญ

ในวันนี้ของทุกปีบ้านของสิโรจน์จะทำบุญบ้านเพื่อเป็นสิริมงคล และเป็นการทำบุญคล้ายวันเกิดไปในตัว ส่วนตอนเย็นก็จะมีงานเลี้ยงเล็กๆ ในครอบครัวและคนสนิท แน่นอนที่ว่าจะไม่มีสุภัทราและชเนตตีรวมอยู่ด้วย

“ตายแล้ว มากันอีกแล้วเดี๋ยวก็ได้โดนไล่ตะเพิดหรอก” ป้าอุไรเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสองแม่ลูกกำลังเดินมาทางบ้านของสิโรจน์ที่อาศัยอยู่กับภรรยาน้อย

“ไม่ตงไม่ตายหรอก ก็แค่หน้าแหกหมอไม่รับเย็บหรือไม่ก็หอบความเจ็บช้ำ โกรธแค้นกลับไป” ป้าเนียน แม่บ้านวัยใกล้เคียงกันพูดสวนทันที “คุณรุ่งนี่ก็แปลกนะ รู้ทั้งรู้ว่ามาที่นี่แล้วจะเกิดอะไรขึ้นก็ยังจะมา ไม่สงสารตัวเองไม่ว่าแต่ก็น่าจะสงสารลูกบ้าง”

“เอาเถอะวะ เวรใครเวรมัน กรรมใครๆ ก็รับไป เอ็งกับข้าเป็นแค่คนใช้อย่าไปยุ่งกับเจ้านายเลย ปวดกบาลเปล่าๆ ไปเถอะ ไปทำงานต่อ”

อุไรกับเนียนจึงพากันเดินไปด้านหลังของบ้าน โดยมีสายตาของป้าอุไรเหลียวมองดูร่างเล็กของ ชเนตตีด้วยความสงสารจับใจ

สุภัทราเดินเชิดเข้าไปในบ้านที่เล็กกว่าบ้านของนางไม่มากนัก แต่จะมีความต่างกันคือ นางไม่มีสามีอยู่ร่วมบ้านด้วยแต่บ้านหลังนี้มี พอบุคคลในบ้านเห็นสองแม่ลูกเดินเข้ามาด้านใน สิโรจน์ที่เป็นเจ้าของงานก็ลุกขึ้นเดินไปหาทันที ตามด้วยหทัยชนกที่ลุกขึ้นเดินตามสามี

“คุณรุ่ง คุณมาทำไม” เสียงของสิโรจน์เอ่ยถาม สีหน้าและน้ำเสียงไม่พอใจนักที่เห็นสุภัทรามายืนอยู่ในบ้านของตน

“ก็มางานทำบุญบ้านคุณพี่ยังไงล่ะคะ” สุภัทราตอบพร้อมรอยยิ้ม

“แต่ผมไม่ได้เชิญคุณ” สิโรจน์สวนทันควัน สุภัทราหน้าเจื่อนทันทีแต่ก็ยังฝืนยิ้ม

“ก็ไม่เห็นต้องเชิญเลยนี่คะ รุ่งเป็นเมียคุณพี่ จะมาร่วมงานก็ไม่เห็นแปลก”

สุภัทราหาข้อโต้แย้งที่ทำให้สิโรจน์สะอึกเพราะมันเป็นเรื่องจริง สุภัทราเป็นภรรยาของเขาและเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายด้วย

“คุณรุ่งพาเนยกลับบ้านคุณไปดีกว่า บ้านนี้ไม่ต้อนรับคุณ อย่าให้วันดีๆ ของคุณพี่ต้องกลายเป็นวันแสนเซ็งเลยนะ” หทัยชนกพูดเสียงเรียบแต่เจ็บไปถึงใจสุภัทรา แถมสายตาของผู้พูดก็มีแววเยาะเย้ย

“บ้านนี้ไม่ต้อนรับเมียหลวง แต่ต้อนรับเมียน้อยอย่างเธอใช่ไหม” สุภัทราตอกกลับ “เธอนี่หน้าไร้ยางอายจริงๆ แย่งผัวของฉันไม่พอยังจะมาไล่ฉันออกจากบ้านอีก ฉันต่างหากล่ะที่จะต้องเป็นฝ่ายไล่เมียน้อยอย่างเธอออกไปจากบ้านหลังนี้ แต่เธอคงไม่ไปหรอกฉันรู้ เพราะหน้าเธอมันโปกด้วยปูน หน้าหนา หน้าทนถึงได้หน้าด้านเป็นเมียน้อยฉันไงล่ะ คนดีๆ ไม่ทำกันหรอก”

สุภัทราได้ทีด่าว่าหทัยชนกชุดใหญ่ คนถูกต่อว่าหน้าตาตกใจและดวงตามีน้ำเอ่อคลอ คำพูดของภรรยาหลวงของสามีกระแทกใจเธออย่างจัง มันทำให้ร่างของหทัยชนกชาวาบ โดยเฉพาะใบหน้าที่ชามากเป็นพิเศษ

“หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะคุณรุ่ง” สิโรจน์เสียงเขียวใส่ “อย่ามาว่าเมียของผมแบบนี้นะ แล้วก็ออกไปจากบ้านหลังนี้ได้แล้ว ผมไม่ต้อนรับคุณ”

สิโรจน์ไม่ได้พูดปกป้องหทัยชนกเพียงอย่างเดียว เขายังโอบบ่าของภรรยาน้อยอีกด้วย ภาพนั้นทำให้ความเสียใจพุ่งพรวดในใจของสุภัทรา เธอรู้สึกอิจฉาริษยาหทัยชนกที่ได้ครอบครองทั้งร่างกายและหัวใจของสิโรจน์ ไม่เหมือนเธอที่ได้ครอบครองเพียงแค่ทะเบียนสมรสเท่านั้น

“ถ้าแม่นี่เป็นเมียคุณพี่แล้วรุ่งล่ะ รุ่งเป็นอะไร รุ่งก็เป็นเมียของคุณพี่เหมือนกัน แถมยังเป็นเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายด้วย ใครกันแน่ที่มีสิทธิ์ยืนอยู่ข้างคุณพี่ แล้วใครสมควรจะออกไปจากบ้านหลังนี้”

สุภัทราพูดเสียงสั่น เธอพยายามเก็บกักน้ำตาที่กำลังรินไหลเต็มที่ ไม่ต้องการให้ใครเห็นความอ่อนแอของตนแม้ว่ามันจะมีมากก็ตาม

สิโรจน์พยายามเก็บความไม่พอใจเต็มที่ เขาไม่ต้องการให้งานบุญวันนี้กลายเป็นงานบาปทำร้ายคนที่ตนเกลียดชัง เขาจึงควบคุมแรงอารมณ์ของตัวเองไว้สุดกำลัง

“กลับบ้านคุณไปคุณรุ่ง ก่อนที่ผมจะหมดความอดทน”

“ไม่กลับ รุ่งมีสิทธิ์ยืนอยู่ในบ้านหลังนี้ มันต่างหากที่ไม่มีสิทธิ์ เป็นคนที่คุณพี่ควรจะไล่มากกว่า”

สุภัทราเสียงแข็งใส่อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

หทัยชนกรู้สึกเหมือนกับว่าโลกหมุน ร่างสวยเซไปเซมา สิโรจน์ที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดรีบเข้าไปประคองอย่างเป็นห่วง นำพาความหมั่นไส้มาให้สุภัทราไม่น้อย

“ปิ่น เป็นยังไงบ้าง” เสียงอาทรของสิโรจน์เอ่ยถามภรรยาน้อย

“ปิ่นรู้สึกเวียนหัวค่ะคุณพี่ สงสัยจะเป็นลมค่ะ”

“หมั่นไส้ ทำเป็นอ้อนผัว” สุภัทราพูดพร้อมทำหน้าเบ้ใส่ และภาพนั้นทำให้ต่อมอิจฉาของเธอเพิ่มพูนและทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ การกระทำของสุภัทราอาจจะมาจากการเก็บกดที่อยู่ในใจของเธอเนิ่นนาน “ว้าย!” เสียงอุทานตกใจของวิมล เพื่อนบ้านผู้ร่ำรวยที่ถูกเชิญมางานทำบุญในวันนี้ดังขึ้น เมื่อสุภัทราตรงเข้ามากระชากเส้นผมของหทัยชนก ก่อนจะฟาดมือลงบนใบหน้าของภรรยาน้อยอย่างแรง และไม่เพียงแค่วิมลจะตกใจ ทุกคนที่อยู่ร่วมเหตุการณ์ก็ตกใจตามไปด้วย โดยเฉพาะชเนตตีที่ยืนตัวแข็งทื่อ มองดูการกระทำของมารดาด้วยความตกใจ

“แก นังผู้หญิงสารเลว แย่งผัวของคนอื่น มันก็ต้องเจออย่างนี้ เพี้ยะ” สุภัทราด่าทอ และฟาดมือลงบนแก้มของหทัยชนกที่ไม่คิดจะต่อสู้

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน

ชิงรัก

ตอนที่ 2
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED