ปฐมบท
ปัง!
“ว่าไงครับ! มีใครจะบอกผมได้บ้างว่าเรื่องบ้าๆ นี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง!” เสียงกัมนาทที่ดังขึ้นกึกก้องไปทั่วบ้านทำให้คุณวสุและคุณประทีปสามีหน้าเสีย ไม่กล้าพอที่จะบอกความจริงที่เกิดขึ้นให้แก่เขา ผู้ซึ่งเป็นเจ้าบ่าว ทั้งยังเป็นบุตรชายของเจ้าหนี้รายใหญ่ของครอบครัว
“ใจเย็นๆ ก่อนนะจ๊ะตาเกื้อ แม่ว่าบางทีอาจมีเรื่องเข้าใจผิดกันก็ได้” นางวสุเอ่ยขึ้นเสียงแผ่ว ในใจนึกโกรธบุตรสาวจนนึกอยากจะตัดแม่ตัดลูกที่กล้าทำเรื่องเสื่อมเสีย ซ้ำตอนนี้ยังหนีออกจากบ้านไปกับผู้ชายที่นางเองก็ยังไม่รู้เลยว่ารสิกาไปชอบพอกับฝ่ายนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่
กว่าจะรู้เรื่องก็วันนี้…วันที่รสิกาหนีงานแต่งโดยทิ้งเพียงจดหมายเอาไว้ให้ดูต่างหน้า จุดหมายที่บอกให้รู้ว่าเธอไม่ต้องการแต่งงานกับเกื้อคุณ ที่ต้องทนเป็นแฟนกับเขาก็เพราะคิดว่ารักเขาแต่ความจริงแล้วไม่ใช่ เนื้อหาในนั้นเมื่อเจ้าบ่าวได้อ่านก็เอาแต่นิ่งเงียบ
ก่อนจะระเบิดอารมณ์ใส่พ่อแม่ฝ่ายหญิงอย่างไม่คิดไว้หน้ากัน
เกื้อคุณไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงที่เขารักและหวังจะใช้ชีวิตคู่ด้วยจะกล้าหักหลังกันถึงเพียงนี้ เธอไม่เพียงแต่หนีไป ยังทิ้งงานแต่งงานที่ใกล้เข้ามาให้คนข้างหลังต้องมานั่งเครียดหาวิธีแก้ปัญหากัน
“เข้าใจผิดเหรอครับ! ตรงไหนครับที่มันทำให้ผมเข้าใจผิด!” ในเมื่อเนื้อหาในจดหมายมันก็เด่นชัดอยู่แล้ว อีกทั้งลายมือก็ไม่ใช่ของใครนอกจากเจ้าตัว ไม่มีทางที่เรื่องบ้าๆ พวกนี้มันจะเกิดขึ้นเพียงเพราะความเข้าใจผิด รสิกาหนีตามผู้ชายอื่นไปแล้วจริงๆ เธอหนีไปโดยทิ้งเพียงไอ้จดหมายบ้านี่ ให้เขาและพ่อกับแม่เธอได้ดูมันต่างหน้า
“เอาเป็นว่าพ่อต้องขอโทษแทนยัยภาด้วยนะตาเกื้อ ตอนนี้เรามาช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะทำยังไงกับงานแต่งงานกันดี” คุณประทีปเอ่ยขึ้นพร้อมหันไปมองบุตรสาวคนเล็กที่กำลังเดินเข้ามาในบ้านพร้อมขนมเค้กจากร้าน ที่อีกฝ่ายมักจะติดมือเอากลับมาให้ทุกคนลองทาน
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอคะคุณพ่อ” ริ้วแพร เอ่ยถามบิดาเมื่อเห็นสีหน้าของท่านดูเคร่งเครียดผิดปกติ ไม่เพียงแต่พ่อของเธอเท่านั้น ไม่ว่าจะแม่เลี้ยง หรือเขาคนนั้นที่กำลังจะขึ้นแท่นมาเป็นพี่เขยของเธอก็ดูเครียดกันไปหมด มันยิ่งสร้างความสงสัยให้จนตัดสินใจเอ่ยถาม
“ไม่ใช่เรื่องของเด็ก! ขึ้นห้องไปยัยอิ๋ว!” คุณวสุตอบลูกเลี้ยงเสียงแข็ง ไม่มีเลยสักครั้งที่คิดจะพูดดีทำดีด้วยเพราะเกลียดชังริ้วแพรมาตั้งแต่วันแรกที่เห็น โชคดีหน่อยที่พ่อของนังเด็กนี่หลงนางจนแทบโงหัวไม่ขึ้น นางเลยมีสิทธิ์ชี้ขาดในหลายๆ เรื่องที่ทุกคนในบ้านไม่กล้าขัด
“ค่ะ คุณน้า”
หญิงสาวตอบรับเบาๆ ก่อนจะเดินเลี่ยงทำทีจะเดินขึ้นห้องตามคำสั่งของคนที่ตอนนี้มีอำนาจเหนือทุกๆ คนในบ้าน แต่ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวขาไปไหน เสียงเข้มของเขาคนนั้นก็ดังขึ้นเรียกเธอไว้เสียก่อน
“เดี๋ยว!” เกื้อคุณเอ่ยก่อนจะลุกขึ้นเดินตรงเข้าไปหาน้องสาวของคนรัก ผู้หญิงที่มีนัยน์ตาแสนเศร้า แถมยังชอบมองเขาอยู่บ่อยๆ
“พี่เกื้อมีอะไรกับอิ๋วเหรอคะ” ริ้วแพรเอ่ยถามแต่กลับก้มหน้านิ่ง ด้วยรู้ดีว่าถ้าเผลอเงยหน้าสบตาเขามันจะเกิดอะไรขึ้น เธอไม่อยากให้มันเกิดขึ้นในเวลาแบบนี้ เพราะอีกไม่กี่วันเขาก็จะแต่งงานกับพี่สาวเธอและกลายมาเป็นพี่เขยของเธอไปในที่สุด มันคงไม่ดีเท่าไหร่หากเธอเผลอมองเขา ด้วยสายตาชื่นชอบเหมือนที่เคยแอบมองมาตลอด
เธอแอบชอบคนรักของพี่สาว แต่ก็ทำได้แค่นั้นเพราะรู้ดีว่าเขาไม่มีวันจะมาชอบเธอ อีกทั้งเขายังเป็นคนรักของพี่ คนต้องห้ามที่ห้ามแตะต้องไม่ว่าจะรักแค่ไหน สุดท้ายก็ทำเพียงได้แต่มองอยู่ห่างๆอยู่ดี
“ผมรู้แล้วครับว่าเราจะจัดการปัญหานี้ด้วยวิธีไหน!” เกื้อคุณไม่ตอบคำถามหญิงสาว เลือกจะหันไปหาพ่อและแม่เลี้ยงของเธอแทน
ในเมื่อรสิกากล้าหักหน้าเขาด้วยการหนีตามผู้ชายอื่นไปก่อนวันงาน เขาก็จะเอาน้องสาวของเธอคนนี้มาเข้าพิธีแต่งงานกับเขาแทน
ริ้วแพรต้องเป็นคนรับผิดชอบเรื่องทั้งหมดแทนพี่สาวของเธอ!!
งานแต่งงาน…
คงเป็นวันหนึ่งในชีวิตที่ผู้หญิงทุกคนต่างฝันถึง สำหรับริ้วแพรเธอก็เคยมีความฝันว่าสักวันจะได้แต่งงานกับผู้ชายที่เธอรักและเขาก็รักเธอเช่นกัน แต่แล้วเมื่อไม่กี่วันก่อนความฝันที่ว่าก็ต้องดับสลายเพราะคำสั่งฟ้าฟาด ของคนที่กำลังยืนเคียงคู่อยู่ข้างๆ กันในขณะนี้
คนที่ตอนนี้กำลังอยู่ในชุดเจ้าบ่าวยืนคู่กับเธอที่กำลังสวมชุดเจ้าสาว ชุดที่ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นของรสิกาพี่สาวที่ตอนนี้หนีออกจากบ้านไป ทิ้งภาระหน้าที่อันหนักอึ้งนี้ให้เธอเป็นคนที่ต้องสานต่อมันแทน
เกื้อคุณยื่นข้อเสนออันน่าประหลาดมาให้ในวันนั้นว่าถ้าหากไม่ได้เธอมาเป็นเจ้าสาวแทนเจ้าสาวตัวจริงของเขาก็จะไม่มีงานแต่งงานเกิดขึ้น เขาจะล้มเลิกทุกอย่างรวมไปถึงหนี้สินจำนวนหลายล้านบาทที่ได้มอบให้ทางครอบครัวเธอมาเป็นค่าสินสอดเพื่อนำไปใช้หนี้ที่พ่อของเธอถูกเพื่อนสนิทโกงไป นั่นยังไม่รวมหนี้สินเก่าที่พ่อและแม่เขายกให้ก่อนหน้าเพราะเห็นว่าครอบครัวเธอและครอบครัวเขากำลังจะกลายเป็นทองแผ่นเดียวกัน เขาจะยกเลิกและทวงคืนทุกอย่างหากไม่ได้ตามที่ต้องการ!
เพราะแบบนั้นเธอถึงได้มายืนอยู่ที่นี่วันนี้ฐานะเจ้าสาวของเขา
“ช่วยทำหน้าให้มันดีๆ หน่อยได้ไหม! อยากให้คนในงานนินทาเอารึไงว่าฉันแต่งงานกับซากศพ!” น้ำเสียงหงุดหงิดของเจ้าบ่าวที่วันนี้หล่อเหลามากกว่าวันไหนๆ ยังคงดังมาให้ได้ยินติดต่อกันหลายนาที
“อิ๋วขอโทษค่ะ” ริ้วแพรรับคำเพียงสั้นๆ ก่อนจะฝืนยิ้มแสร้งมีความสุขกับงานแต่งจอมปลอมที่ถูกจัดขึ้นตามกำหนด แต่เจ้าสาวกลับถูกเปลี่ยนตัวเป็นเธอแทนที่จะเป็นพี่สาวที่หายตัวไปเพื่อไม่ให้สองครอบครัวต้องเสียหน้า มันไม่ได้เกิดขึ้นมาจากความรัก ไม่ใช่เลย
“ต้องจดทะเบียนสมรสด้วยเหรอครับแม่” ไม่กี่นาทีหลังจากนั้นเกื้อคุณก็หันไปถามมารดาเมื่อเห็นนายอำเภอเดินเข้ามาในงานพร้อมกับซองเอกสารสำคัญบางอย่างที่มันทำให้เขารู้ได้ทันทีที่เห็น
“ต้องจดสิ แล้วหลังจากแต่งงานเสร็จหนูอิ๋วก็ต้องย้ายไปอยู่กับพวกเราที่ไร่ด้วยนะลูก แม่ไม่อยากให้แยกกันอยู่ กลัวคนจะสงสัยเอา” คุณกันติมาตอบพร้อมส่งยิ้มอบอุ่นให้ลูกสะใภ้ที่แสนจะถูกใจนาง อันที่จริงนางรู้สึกเอ็นดูริ้วแพรมากกว่ารสิกาด้วยซ้ำ จำได้ว่าเจอกันครั้งแรกเด็กสาวก็แสดงกิริยามารยาทอ่อนหวานให้ได้เห็น ซึ่งมันช่างถูกใจนางไปหมดต่างจากคนพี่ที่ดูโตเกินวัย อีกทั้งชอบใช้คำพูดเจนจัดเกินตัวจนพาลรู้สึกไม่น่าฟัง ไม่แปลกที่นางจะชอบคนน้องอย่างริ้วแพรมากกว่า
“ครับ แม่ว่ายังไงผมก็ว่างั้น”
แม้จะเอาแต่ใจตัวเองเพราะเป็นลูกชายคนเดียวของบ้าน แต่เกื้อคุณก็ไม่เคยคิดขัดใจมารดาได้เลยสักครั้ง เขาจำต้องยอมจดทะเบียนสมรสกับริ้วแพร ผู้หญิงที่ห่างไกลจากความชอบของตัวเองชนิดที่ว่าไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตเขาจะมีวันนี้ วันที่ต้องแต่งงานกับหล่อน
เธอเป็นคนสวยอันนี้เขายอมรับ แต่ด้วยนิสัยของเธอที่มันช่างแตกต่างกับรสิกาผู้พี่ราวฟ้ากับเหวเลยทำให้เขาไม่ค่อยจะชอบหน้าเธอเท่าไหร่ ต่างจากรสิกาที่ดูเป็นสาวสมัยใหม่กล้าคิดกล้าทำได้อย่างน่ารัก แต่แล้วเมื่อธาตุแท้ของหล่อนปรากฏเขาถึงได้รู้ว่าตัวเองหลงผิดมานานมากสิ่งที่ได้จากอดีตคนรักมีเพียงสิ่งเดียวคือบทเรียนราคาแพง
ส่วนน้องสาวผู้อ้อยสร้อยของเธอ ถือว่าเป็นของแถมก็แล้วกัน!
งานแต่งงานยังคงดำเนินไปอย่างเรียบง่าย แม้จะมีแขกในงานจำนวนไม่น้อยที่ยังสงสัยว่าเหตุใดเจ้าสาวถึงถูกเปลี่ยนตัวเป็นคนน้องแต่กลับไม่มีใครกล้าพูดหรือแสดงความเห็น ด้วยกลัวจะเกิดเรื่องขึ้น
“เป็นอะไร!” เกื้อคุณเอ่ยถามเจ้าสาวข้างกายเมื่อเห็นหล่อนขยับเท้าไปมาอยู่นานสองนาน
“รองเท้ากัดค่ะ” ซึ่งริ้วแพรก็ตอบไปตามความจริง อยากจะบอกเขาเหลือเกินว่าเธอไม่เคยสวมรองเท้าส้นสูงขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ไม่เคยมายืนฉีกยิ้มต่อหน้าแขกนับพันที่เขาเชิญมาร่วมงานแบบนี้
“ยุ่งยาก น่ารำคาญ!!” คนขี้หงุดหงิดตวาดลั่นตามนิสัยที่ไม่ค่อยแคร์ว่าใครจะรู้สึกเช่นไรต่อคำพูดตัวเอง คำนั้นทำให้อีกคนน้ำตาคลอ ยิ่งได้เห็นมันยิ่งทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด เกลียดนักคนเจ้าน้ำตา
“อยากโดนดีใช่ไหมริ้วแพรห๊ะ! อย่าร้อง!” ยิ่งถูกตวาดน้ำตาก็ยิ่งไหล ริ้วแพรไม่ได้อยากเป็นคนอ่อนแอเพราะรู้ดีว่าสามีไม่ชอบแต่ครั้นจะให้เธอหยุดทุกสิ่ง ที่เป็นไปเองตามธรรมชาติก็คงทำไม่ได้ง่ายๆ
“หนูอิ๋วร้องไห้ทำไมลูก แกทำอะไรน้องตาเกื้อ!” เดือดร้อนไปถึงคุณกันติมาที่รีบจูงสามีตรงเข้ามาไถ่ถามเมื่อเห็นลูกสะใภ้คนสวยร้องไห้ ก่อนจะหันไปตวาดบุตรชายที่เอาแต่ยืนปั้นหน้าดุทันทีที่มาถึง
“ผมเปล่า” เกื้อคุณตอบมารดาเพียงสั้นๆ ไม่ชอบใจสักเท่าไหร่ที่มารดาแสดงท่าทีเป็นห่วงเป็นใยแม่ลูกสะใภ้ข้างกายอย่างออกนอกหน้า ขณะที่เกือบๆ จะกินหัวเขาเพียงเพราะคิดว่าเขาทำให้ริ้วแพรมีน้ำตาเสียอย่างนั้น สรุปแล้วเขาหรือผู้หญิงคนนั้นกันแน่ที่เป็นลูกท่าน
“จริงรึเปล่าหนูอิ๋ว พี่เขาทำอะไรบอกแม่มา เดี๋ยวแม่จัดการให้”
“พี่เกื้อไม่ได้ทำอะไรค่ะคุณป้า อิ๋วเจ็บเท้าก็เลยร้องไห้เองค่ะ” ริ้วแพรรีบตอบเพราะไม่อยากให้สองแม่ลูกต้องมาทะเลาะกันเพราะความงี่เง่าไม่ได้เรื่องของเธอ เธอไม่อยากมีปัญหากับทุกคนในวันนี้
“โถคนดี รองเท้ากัดใช่ไหมลูก มานี่มาเดี๋ยวแม่พาไปเปลี่ยน” ท่าทีโอบประคองราวกับกลัวว่าลูกสะใภ้จะบุบสลายตายจากหากสัมผัสแรงๆ ของมารดาทำให้เกื้อคุณได้แต่ยืนมองภาพนั้นด้วยความตกใจไม่น้อย แม้ว่าแม่เขาจะใจดีแต่ก็ไม่บ่อยเลยที่ท่านจะแสดงท่าทีเหมือนชอบพอในตัวของใครสักคนให้ได้เห็นแบบนี้ พอจะหันไปถามบิดาท่านก็ชิงเฉลยความจริงที่คงจะมีแค่เขาคนเดียวเท่านั้นที่ไม่เคยรู้มาก่อนให้ได้ฟัง
“แม่แกเขาชอบหนูอิ๋วมาก รายนั้นเขาเป็นลูกค้าเจ้าประจำร้านเค้กของเมียแก เห็นแบบนี้แกเตรียมตัวกลายเป็นหมาหัวเน่าได้เลยไอ้เกื้อ” คุณคิมเอ่ยบอกบุตรชายพร้อมแสยะยิ้มให้อีกฝ่ายที่กำลังยืนทำหน้าบอกบุญไม่รับ เขาและภรรยาต่างก็ตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เหมือนภรรยาเขาจะดีใจมากกว่าที่จู่ๆ ก็ได้หนูริ้วแพรมาเป็นลูกสะใภ้
ทั้งเรื่องที่เรียกตัวนายอำเภอมาเพื่อจดทะเบียนให้กับทั้งคู่ก็เป็นอีกหนึ่งแผนการของคนช่างคิดที่อยากให้ทั้งสองคนเป็นสามีภรรยากันจริงๆ ไม่ใช่แค่แต่งงานบังหน้า ปกปิดความผิดที่ใครอีกคนสร้างเอาไว้แล้วหนีหายออกไปจากบ้านจนถึงตอนนี้ก็ยังติดต่อไม่ได้อยู่
แต่สุดท้ายแล้วไม่ว่าเจ้าลูกชายตัวดีของเขามันจะเลือกใคร เขาและภรรยาก็พร้อมที่จะรักผู้หญิงคนนั้นด้วยอย่างไม่มีข้อแม้อยู่ดี…
เป็นนานกว่าเกื้อคุณจะได้ตัวภรรยาคืนจากมารดาที่ตอนนี้อารมณ์ดีขึ้นมากเมื่อได้เห็นลูกสะใภ้เจ้าน้ำตาได้เปลี่ยนรองเท้าคู่ใหม่ เขากับริ้วแพรควงกันขอบคุณแขกในงานจนครบก่อนจะถูกส่งตัวเข้าห้องหอซึ่งถูกจองไว้ที่ชั้นบนสุดของโรงแรม ที่เหมาทั้งหมดเพื่อจัดงาน
“พ่อขอให้อิ๋วมีความสุขนะลูกนะ ฝากยัยอิ๋วด้วยนะตาเกื้อ น้องอาจยังเด็ก…แต่เรื่องงานบ้านงานเรือนรับรองว่าไม่เป็นสองรองใครแน่นอน” คุณประทีปที่อาสามาส่งตัวคู่บ่าวสาวเข้าห้องหอแทนภรรยาที่หนีกลับบ้านตั้งแต่งานยังไม่เลิกเพราะทนมองภาพตรงหน้าไม่ได้เอ่ยขึ้นอย่างภาคภูมิใจในตัวของบุตรสาวคนเล็ก ที่ไม่เคยทำให้ท่านผิดหวังเลยสักครั้ง แต่ไม่รู้ทำไมบางครั้งก็เหมือนยังรักและดูแลริ้วแพรได้ไม่ดีพอ อาจเพราะต้องแบ่งส่วนนี้ไปให้ภรรยาและลูกใหม่ด้วย
“ครับคุณพ่อ” เกื้อคุณตอบรับเพียงสั้นๆ เรื่องนั้นเขาไม่เถียงเลยสักนิดเพราะบ่อยครั้งเวลาไปเยี่ยมท่านที่บ้านก็มักจะเห็นภรรยาตัวน้อยปัดกวาดเช็ดถูไปทั่วบ้าน หนแรกที่ได้เห็นหลงคิดด้วยซ้ำว่าเธออาจจะเป็นลูกสาวแม่บ้านด้วยคงไม่มีลูกสาวเจ้าของบ้านที่ไหนจะไปทำอะไรแบบนั้นได้แน่ แต่สุดท้ายความจริงที่ได้รู้มันก็ทำให้ต้องตกใจ
“พ่ออยากให้แม่ได้มาอยู่กับเราวันนี้ แม่เขาคงมีความสุขที่ได้เห็นอิ๋วแต่งชุดเจ้าสาวนะว่าไหม” ริ้วแพรแทบจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ เพราะมันนานมากแล้วที่เธอไม่เคยได้ยินบิดาเอ่ยถึงมารดาผู้ล่วงลับให้ได้ยิน เธอเองก็อยากให้แม่ได้มาอยู่กับเธอในวันนี้ แต่ก็คงทำได้แค่คิด
เธอเชื่อเสมอว่าท่านยังไม่ไปไหน ยังวนเวียนอยู่ใกล้ๆ คอยเป็นกำลังใจให้ในวันที่อ่อนแอ มันคือความเชื่อเดียวที่ทำให้เธอมีกำลังใจ
“พ่อเองก็ขอต้อนรับหนูอิ๋วเข้าสู่ครอบครัวของเรานะลูกนะ ส่วนแกเจ้าเกื้อ ดูแลน้องให้ดี อย่าทำให้พ่อกับแม่น้องที่อยู่บนสวรรค์ต้องผิดหวัง” เกื้อคุณพยักหน้ารับคำสั่งของบิดาก่อนจะหันไปหามารดาบ้าง
“ส่วนแม่ก็ขอให้เราสองคนมีความสุขกับชีวิตคู่นะลูกนะ แม่เชื่อว่าสักวันลูกชายแม่จะต้องได้เห็นสิ่งที่แม่เห็นมาตลอด แม่ดีใจที่ได้หนูอิ๋วเป็นลูกสะใภ้ ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวของเรานะลูกนะ” ริ้วแพรโผเข้ากอดแม่สามีทั้งน้ำตา เธอรักท่านเหมือนกับแม่คนหนึ่งเพราะท่านมีเมตตากับเธอมาโดยตลอด สิ่งนั้นเทียบไม่ได้เลยกับแม่เลี้ยงของเธอเพราะเธอไม่เคยสัมผัสถึงความรักความห่วงใยของคนๆ นั้นสักครั้ง
“เอาล่ะ ผมว่าเราออกไปกันดีกว่า เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวเขาจะได้มีเวลาผลิตหลานตัวน้อยๆ ให้พวกเราได้อุ้มเล่นกันเสียที พ่อเชื่อในมือแกนะเจ้าเอื้อ” คุณประทีปพูดขึ้นอย่างติดตลกก่อนจะเดินนำคนอื่นๆ ออกจากห้อง ปล่อยให้คู่ข้าวใหม่ปลามันอยู่กันตามลำพังสองต่อสอง
“พี่เกื้อจะอาบน้ำเลยไหมคะ เดี๋ยวอิ๋วไปเตรียมน้ำให้” ริ้วแพรเป็นคนแรกที่เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดขึ้น เธอไม่ค่อยมีโอกาสได้อยู่กับเกื้อคุณตามลำพังแบบนี้สักเท่าไหร่ พอได้มีโอกาสแทนที่จะมีความสุขเหมือนที่เคยคิดไว้ กับรู้สึกอึดอัดแบบแปลกๆ อาจเป็นเพราะสถานการณ์ที่กำลังเผชิญ มันค่อนข้างแตกต่างไปจากทุกที
“อืม” ซึ่งเมื่ออีกคนขานรับเธอจึงลุกขึ้นเดินหอบเอาชุดเจ้าสาวที่ยาวลากพื้นหายเข้าไปในห้องน้ำ เพื่อทำหน้าที่ภรรยาเป็นครั้งแรก
เกื้อคุณได้แต่มองตามภรรยาป้ายแดงที่หายเข้าไปในห้องน้ำด้วยความสับสน ไม่อยากจะเชื่อว่าตอนนี้เขาจะได้ผู้หญิงที่แทบไม่เคยอยู่ในสายตามาเป็นเมีย คิดไม่ออกเลยว่าเขากับเธอจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันยังไงเพราะไม่ว่าจะเป็นนิสัย การใช้ชีวิต ความชอบล้วนก็ต่างกันไปหมด ไม่มีอะไรที่เขากับริ้วแพรจะเข้ากันได้เลยสักอย่าง!
“พี่เกื้อคะ…” ชายหนุ่มพาตัวเองหลุดออกมาจากความคิดเมื่อเสียงเรียกเบาๆ ของคนที่หายไปนานหลายนาทีดังขึ้น ก่อนเขาจะเดินผ่านร่างบอบบางเข้ามาในห้องน้ำ ไม่มีแม้แต่จะคำขอบคุณให้ได้ยิน
ริ้วแพรนั่งรอสามีที่หายเข้าไปในห้องน้ำนานเกือบครึ่งชั่วโมงก่อนเขาจะเดินออกมาในสภาพที่ดูยังไงก็ไม่เหมือนคนที่กำลังจะเข้านอนสักนิด ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ได้ถึงความสงสัยจึงได้เฉลยออกมา
“นี่เธอคงไม่คิดว่าฉันจะเข้าหอกับเธอคืนนี้จริงๆ หรอกใช่ไหม”
“ปะ…เปล่าค่ะ อิ๋วไม่ได้คิดแบบนั้น”
“งั้นก็ดี เพราะถึงเธอจะคิดมันก็คงไม่มีทางเกิดขึ้น! เราสองคนแต่งงานกับแค่หลอกๆ ถึงแม่ฉันจะชอบเธอและอยากได้เธอเป็นลูกสะใภ้มากแค่ไหน…แต่ฉันก็ไม่ได้คิดพิศวาสอะไรเธออยู่ดี เพราะฉะนั้นเธอควรจะอยู่ในที่ที่ควรอยู่ และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมเราสองคนจะหย่าขาดจากกันทันที! สงสัยอะไรอีกไหม..” ริ้วแพรทำได้เพียงส่ายหน้าแทนคำตอบกลับไป ทุกคำพูดของเขามันชัดเจนจนเธอไม่ต้องถามหาความจริงอะไรอีกเลย เธอรู้ได้ทันทีเลยว่าเขาไม่ชอบกัน
และคงไม่มีวันที่เขาจะมารักผู้หญิงจืดชืดไร้รสชาตอย่างเธอได้
แต่ถึงจะรู้เช่นนั้นใจเจ้ากรรมก็ยังรู้สึกเจ็บ เธอรู้ว่าเขาไม่ชอบแต่นี่กลับเป็นครั้งแรกที่ได้ยินมันจากปากเขา ไม่แปลกที่จะรู้สึกเจ็บ
“คืนนี้เธอนอนที่นี่ไปก่อนก็แล้วกัน เอาไว้พรุ่งนี้เช้าฉันจะมารับไปเก็บของกลับไร่ ถ้ามีใครถามก็บอกว่าเราสองคนเข้าหอกันทั้งคืน เข้าใจที่พูดไหม” เป็นอีกครั้งที่หญิงสาวพยักหน้ารับแทนคำตอบ เธอจ้องมองร่างสูงโปร่งของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีหมาดๆ ของตัวเองที่ตอนนี้กำลังเดินออกไปจากห้อง คิดอยู่นานจึงตัดสินใจเอ่ยถามเขา
“แล้วพี่เกื้อจะไปไหนคะ”
“กฎข้อแรกที่เธอควรจำมันให้ขึ้นใจเมื่ออยู่ด้วยกันริ้วแพร…อย่ามายุ่งเรื่องของฉัน!” นั่นคือคำตอบที่เธอได้รับก่อนเกื้อคุณจะพาตัวเองออกไปจากห้อง ทิ้งให้เธอผู้เป็นเจ้าสาวเข้าหอเพียงลำพังทั้งคืน
ตกเช้าคนที่หายหน้าไปตลอดทั้งคืนก็กลับเข้ามาในสภาพที่ไม่ค่อยจะเรียบร้อยเท่าไหร่ ริ้วแพรไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยถามว่าเขาหายไปไหนมาทั้งคืน สิ่งเดียวที่ทำได้คือนั่งสงบปากสงบคำบนรถที่กำลังมุ่งหน้าไปยังบ้านของเธอเท่านั้นส่วนอีกคน ก็ไม่คิดที่จะเอ่ยอะไรออกมา
“ของมีเยอะไหม ต้องให้ฉันเข้าไปช่วยขนรึเปล่า” คนที่เงียบมาตลอดการเดินทางเอ่ยขึ้น เมื่อรถจอดสนิทที่หน้าบ้านที่ดูเงียบผิดปกติ
“ไม่เป็นไรค่ะ ของอิ๋วมีไม่มากเท่าไหร่ เดี๋ยวอิ๋วถือมาเองได้ค่ะ” อีกคนทำเพียงพยักหน้ารับก่อนริ้วแพรจะขอตัวลงมาจากรถเพื่อเก็บเสื้อผ้าที่ห้องนอนของตัวเอง แต่กระนั้นก็ยังไม่ลืมถามหาบิดากับสาวใช้คนสนิทไป
“คุณพ่อไปไหนเหรอคะพี่แตงกวา ทำไมบ้านดูเงียบแบบนี้คะ”
“คุณท่านออกไปธุระกับคุณผู้หญิงแต่เช้าแล้วค่ะ คุณอิ๋วไม่ได้บอกท่านเหรอคะว่าจะย้ายไปอยู่กับคุณเกื้อวันนี้” ริ้วแพวทำได้เพียงแต่ยิ้มรับโดยไม่ตอบอะไร เพราะว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนในบ้านไม่ให้ความสำคัญกับเธอ หญิงสาวคิดอย่างน้อยใจแต่จะให้ทำอย่างไรได้เมื่อเธอไม่อาจไปบังคับให้ใครมาสนใจได้ หากเขาคนนั้นไม่คิดสนใจ
หญิงสาวเพียงแต่เก็บของอย่างเงียบๆ โดยมีแตงกวาคอยช่วยอีกแรง กระทั่งเมื่อเรียบร้อยทั้งสองคนถึงได้ช่วยกันขนมาใส่ที่รถของเกื้อคุณที่จอดอยู่ด้านล่าง ส่วนตัวเขาก็นั่งทำหน้าเย็นชารอกันอยู่ในรถ
“อิ๋วไปก่อนนะคะพี่แตงกวา ฝากบอกคุณพ่อด้วยนะคะว่าถึงแล้วอิ๋วจะโทรหา” ริ้วแพรเอ่ยลาแตงกวา พี่เลี้ยงคนสนิทที่เป็นเพียงคนเดียวที่ออกมาส่งเธอ ในขณะที่คนอื่นนั้นแทบไม่ได้ให้ความสำคัญเลย
“รักษาเนื้อรักษาตัวนะคะคุณอิ๋ว พี่คงคิดถึงคุณอิ๋วแย่เลย” ริ้วแพรยิ้มรับก่อนจะโผเข้ากอดอีกฝ่ายที่เธอไม่เคยมองว่าเป็นสาวใช้เลยสักครั้งเพราะอีกฝ่ายเป็นคนดูแลเธอมานับตั้งแต่แม่เธอจากไป แตงกวาจึงเปรียบเหมือนพี่สาวที่เธอรัก และให้ความเคารพคนหนึ่ง
“เฮ้อ…คุณอิ๋วนะคุณอิ๋ว ทำไมถึงได้อาภัพแบบนี้ก็ไม่รู้ มีพ่อพ่อก็ไม่สนใจ พอแต่งงานมีสามีก็ไม่ได้แต่งกันด้วยความรักอีก” แตงกวาเอ่ยไล่ตามหลังรถที่ค่อยๆ แล่นจนหายลับสายตาไปอย่างอดสงสารชะตากรรมของคุณหนูที่ไม่รู้ว่าทำไมทุกคนถึงได้ใจร้ายกับริ้วแพรนัก ทั้งๆที่คุณหนูของเธอไม่เคยไปคิดร้าย หรือทำร้ายใครที่ไหนเลยสักครั้ง
ทำไมถึงได้เจอแต่คนแย่ๆ ไม่จบไม่สิ้นแบบนี้ก็ไม่รู้…