ตอน 1

ปลายมกราคม 2011

กรุงมาดริด ประเทศสเปน

มาดริด เมืองหลวงและจัดว่าเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของสเปน ตั้งอยู่ในใจกลางของคาบสมุทรไอบีเรีย ที่นี่จัดเป็นศูนย์กลางของศิลปะ และอุตสาหกรรมต่างๆ นักธุรกิจและมหาเศรษฐีใหม่ของสเปนเกิดขึ้นมหาศาลในทุกปี และหนึ่งในนั้นก็คงหนีไม่พ้น คาร์โลส อะลอนโซ อิเกลเซียส หนุ่มเลือดลาติน สแปนิซ ผิวสีทอง วัยเพียงสามสิบสามปีเศษ ที่ก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ผู้ทรงอำนาจที่สุดในสเปน

คาร์โลส อะลอนโซ อิเกลเซียส ถูกจัดอันดับจากนิตยสารระดับโลกว่าเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงแทบจะทั้งโลกใฝ่ฝันอยากขึ้นเตียงด้วยมากที่สุด อาจจะเป็นเพราะใบหน้าสี่เหลี่ยมคมคายที่อยู่ในกรอบผมเส้นเล็กสีเข้มที่ผ่านการตัดแต่งมาอย่างประณีตจากช่างฝีมือเยี่ยม หรืออาจจะเป็นเพราะนัยน์ตาคมจัดสีน้ำเงินที่เต็มไปด้วยความเลือดเย็น ไร้หัวใจ หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะริมฝีปากสีสดบางเฉียบที่อยู่ใต้จมูกโด่งงามที่เจือความเยาะหยันไว้ตลอดเวลานั่น

แต่ไม่ว่าจะเป็นเพราะส่วนไหนของใบหน้าสมบูรณ์แบบ ไร้ที่ตินี้ ผู้หญิงทั้งโลกก็ไม่เคยลดความคลั่งไคล้ที่มีต่อเทพบุตรมารนามว่า คาร์โลสลงเลย จะเห็นได้ชัดเจนจากการขึ้นอันดับสูงสุดของผู้ชายในฝันของสาวทั้งโลกมายาวนานถึงห้าปีซ้อนเลยทีเดียว

ไม่มีใครก้าวขึ้นมาวัดรอยเท้ากับเขาได้...

ผู้ชายที่ทั้งอำมหิต แต่ขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความเซ็กซี่ เร้าร้อน ร่างกายที่สมบูรณ์แบบ แกร่งกำยำไปทั่วทั้งร่าง ทำให้ผู้หญิงน้ำลายหกได้ไม่ยาก จะเห็นได้จากรูปแอบถ่ายของปาปารัซซี่ที่ถ่ายได้ตอนที่เขากำลังขึ้นจากสระว่ายน้ำในหาดส่วนตัวเมื่อสองเดือนที่ผ่านมา ภาพพวกนั้นขายหมดล้านก๊อปปี้ได้ภายในไม่ถึงสิบนาทีและมีการพิมพ์ซ้ำมากหลายพันครั้ง และตอนนี้มันก็กลายเป็นภาพหายากที่สุดในโลกไปเสียแล้ว

แต่คาร์โลสไม่ได้ดีใจกับสิ่งเหล่านั้นแม้แต่น้อย... เขากลับรู้สึกขยะแขยงสตรีเหล่านั้นจนแทบจะอาเจียน พวกหล่อนก็ไม่ต่างไปจากพวกปลิง พวกทาก ที่หวังจะใช้เรือนร่างไต่ลงไปในถังข้าวสารทองคำของเขา

แต่... ฝันไปเถอะ

คาร์โลส อะลอนโซ อิเกลเซียส ไม่ใช่หมู ที่ใครจะจับได้ง่ายๆ และการแต่งงานก็ไม่เคยอยู่ในหัวของเขามาก่อน

แม้จะมีผู้หญิงเข้ามาในชีวิตมากมาย แต่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้ผู้ชายที่มีสัญชาตญาณนักล่าอย่างเขายอมสยบได้เลยแม้แต่คนเดียว แค่หนึ่งคืนบนเตียงในเพ้นต์เฮาส์สุดหรู และหลังจากนั้นทุกอย่างก็จบลงด้วยการจ่ายเงินจำนวนมากพอที่จะทำให้ผู้หญิงหิวเงินพวกนั้นยอมจากไปแต่โดยดี

รอยยิ้มเหยียดหยันที่มักจะผุดที่มุมปากหยักสวยเป็นนิจโค้งขึ้นน้อยๆ เมื่อนึกถึงสีหน้าของสตรีเหล่านั้นยามได้รับเช็คจำนวนหลายหมื่นยูโรจากเขา พวกหล่อนก็ไม่ต่างจากสินค้าที่ถูกซื้อมาบำบัดความใคร่ จากนั้นก็ถูกเขี่ยทิ้งไม่ต่างจากกระดาษชำระ

ชายหนุ่มผละจากวิวตรงหน้าเดินกลับมานั่งที่โต๊ะไม้มะฮอกกานีโบราณภายในห้องทำงานแสนหรูหราของตัวเอง ที่ตั้งอยู่ชั้นบนสุดของ อาวิลล่า อะลอนโซ บริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีเขาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด อาวิลล่า ทำเงินได้มหาศาลทุกปีตั้งแต่เปิดดำเนินการ

เอ็ดสัน อะลอนโซ โดนาส และ มารีอา อิเกลเซียส บัลเดส บิดามารดาของเขาที่ล่วงลับไปแล้วเกือบสิบปีได้มอบธุรกิจคมนาคมนี้ไว้ในมือของเขา โดยหวังว่าลูกชายคนนี้จะทำให้มันยิ่งใหญ่ได้ และทุกอย่างมันก็เป็นความจริง คาร์โลสไม่ได้ทำให้ท่านทั้งสองผิดหวัง เพราะเพียงแค่ไม่กี่ปีที่เข้ามาบริหารงาน ชายหนุ่มก็กลายเป็นเจ้าพ่อแห่งธุรกิจสื่อสารและคมนาคมผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในสเปนและในโลกตะวันตกได้อย่างง่ายดาย

ด้วยจิตวิญญาณของผู้ล่า คาร์โลส ไม่เคยปล่อยให้คู่แข่งมีโอกาสหายใจแม้แต่เฮือกเดียวในการประลองกันในสนามธุรกิจ ชายหนุ่มเด็ดหัว พร้อมกับขยี้คู่แข่งจนแหลกเหลวคามืออย่างเลือดเย็น จนความเหี้ยมโหด ไร้ความปรานีของเขาเป็นที่กล่าวขานไปทั่วโลก และด้วยผลพ่วงนี้จึงไม่มีใครหน้าไหนกล้าเข้ามารุกล้ำอำนาจของเขาเลยแม้แต่คนเดียว

มือใหญ่สีทองค่อยๆ เปิดแฟ้มรายชื่อบริษัทที่น่าสนใจในแถบเอเชีย นัยน์ตาคมกริบที่เหล่าอิสตรีขนานนามให้ว่า ‘เทพบุตร’ แต่คู่แข่งในโลกธุรกิจกลับขนานนามให้คาร์โลสว่า ‘จอมมาร’ ไล่ไปตามตัวอักษรยาวเหยียด หน้าแล้วหน้าเล่าก่อนจะมาหยุดที่บริษัทซัน กรุ๊ป จำกัด ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย

“ซัน กรุ๊ปหรือ น่าสนใจ...”

ชายหนุ่มพึมพำเบาๆ ก่อนจะพลิกไปหน้าถัดไปเพื่ออ่านรายละเอียดของซัน กรุ๊ป และรอยยิ้มอำมหิตก็ผุดขึ้นที่มุมปากหยักสวยของคาร์โลส มือใหญ่เอื้อมไปกดอินเตอร์คอม พร้อมทั้งออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจกับเลขาสาวหน้าห้องด้วยความเคยชิน

“มิสเทเรซ่า ผมต้องการติดต่อกับเจ้าหนี้ของซัน กรุ๊ป ไทยแลนด์เดี๋ยวนี้...”

“ค่ะ ท่านประธาน...”

เลขาสาวรีบรับคำอย่างรวดเร็ว เพราะรู้ดีกว่าเจ้านายขึ้นชื่อเรื่องความใจร้อนมากแค่ไหน หากถูกขัดใจเมื่อไหร่ ระเบิดคงลงที่อาวิลล่าอย่างแน่นอน

เพียงไม่นานเจ้าหนี้รายใหญ่ของซันกรุ๊ป บริษัทที่กำลังจะล้มก็ถูกโอนเข้ามาหาคาร์โลสอย่างรวดเร็ว หากจับเวลาก็ไม่ถึงสองนาทีด้วยซ้ำ

“ผมต้องการเป็นเจ้าของซัน กรุ๊ป คุณต้องการเงินเท่าไหร่...”

น้ำเสียงเย็นเฉียบแต่แฝงไปด้วยความกระด้างของคาร์โลสทำให้คู่สนทนาถึงกับเขาอ่อน กิตติศัพท์ของเสือร้ายตนนี้เป็นที่โจษจันกันไปทั่วโลก และหากใครหน้าไหนบังอาจขัดขวางความต้องการของเขาละก็ คนผู้นั้นอาจจะถูกขยี้ด้วยปลายเท้าของคาร์โลสจนไม่เหลือชิ้นดี

“อย่างนั้นหรือ ไม่ดีกว่าผมจะให้มากกว่านั้น สักห้าสิบล้านเป็นไง...”

เมื่ออีกฝ่ายบอกว่าแล้วแต่เขา ชายหนุ่มซึ่งไม่เคยเอาเปรียบใครอยู่แล้วจึงเพิ่มราคาซันกรุ๊ปขึ้นอีกสิบล้านบาท ซึ่งอีกฝ่ายก็ยอมรับอย่างไม่มีขัดข้อง

คาร์โลสระบายยิ้มน้อยๆ แสดงถึงความพึงพอใจที่มุมปาก “งั้นก็ตามนี้ ผมจะส่งคนเข้าไปทำสัญญากับคุณที่บาร์เซโลน่าในวันพรุ่งนี้ บาย...”

มือใหญ่ที่ประกอบด้วยนิ้วเรียวยาววางโทรศัพท์ลงช้าๆ ขณะที่นัยน์ตาคมกล้าสีน้ำเงินเข้มไม่ต่างจากแซฟไฟร์วาววับราวกับซ่อนเร้นอะไรบางอย่างไว้ในนั้น รอยยิ้มที่ไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าเป็นรอยยิ้มแบบไหนผุดขึ้นที่มุมปากหยักสวยสีสด

ไม่เคยมีอะไรที่คาร์โลสอยากได้แล้วไม่ได้ ไม่ว่าจะธุรกิจ หรือว่าจะผู้หญิง... ผู้หญิงอย่างนั้นหรือ... ใช่สิ วันนี้เขามีนัดกับ มิเกล นางงามจักรวาลคนล่าสุด สัญชาติอาร์เจนติน่า...

บนเตียง!

ร่างสูงใหญ่แสนสง่างามลุกขึ้นยืนตระหง่าน มือใหญ่คว้าเสื้อสูทที่พาดไว้ที่พนักเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิทขึ้นมาพาดไว้ที่แขน ก่อนจะก้าวยาวๆ ออกจากห้องทำงานไปทันที

ใช่ว่าเขาจะเสน่หาแม่มิเกลอะไรนั่น แค่ร่างกายของเขามันอึดอัด หิวกระหายการปลดปล่อยต่างหากล่ะ ครั้งเดียว คืนเดียว หรือมากหน่อยก็สองคืน มิเกลนางงามจักรวาลก็จะต้องลงจากเตียงของเขาไปทันที

“ผมจะไม่กลับเข้ามาอีกในวันนี้... งานทุกอย่างไม่ว่าจะสำคัญแค่ไหนผมจะเคลียร์ให้ในตอนเช้าของวันพรุ่งนี้ เข้าใจที่ผมพูดนะมิสเทเรซ่า...” ชายหนุ่มย้ำเสียงหนัก

“เข้าใจค่ะท่านประธาน...”

รอยยิ้มพึงพอใจผุดที่มุมปากของคาร์โลส

“ดีมาก... และอย่าให้ใครโทรหาผมล่ะ เพราะอาจจะกำลังยุ่ง...”

พูดจบก็ก้าวยาวๆ มุ่งหน้าตรงไปที่ลิฟท์ เทเรซ่ามองตามไปด้วยความโล่งใจ ที่วันนี้ตัวเองไม่ถูกเจ้านายหนุ่มแสนหล่อเล่นงาน

ตอน 2

คาร์โลสนอนนิ่งอยู่บนเตียงนอนขนาดใหญ่กลางเพ้นเฮาส์สุดหล่อของตัวเอง หลังจากผ่านกิจกรรมสวาทยาวนานมาเกือบสามชั่วโมงกับแม่ มิเกล ร่างกายของเขาผ่อนคลายและอิ่มแปล้ และก็สุดสิ้นความต้องการลงในทันที

“คาร์โลสคะ...”

มิเกลอ้อนเสียงหวาน ก่อนจะวาดแขนโอบกอดร่างกำยำสมบูรณ์แบบของผู้ชายหล่อติดอันดับโลกอย่างคาร์โลส อะลอนโซ อิเกลเซียส ใบหน้าสวยคมยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น อัศจรรย์ใจกับลีลารักแสนช่ำชองของผู้ชายที่นอนข้างๆ ยิ่งนัก

“คุณยอดที่สุดเลยค่ะ เยี่ยมมาก...”

คำชมของหญิงสาวไม่ได้ทำให้คาร์โลสรู้สึกรู้สาอะไรเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มยังนอนนิ่ง ใบหน้ายังเย็นชาดั่งเดิม จนมิเกลรู้สึกหวาดหวั่นใจว่าเขาจะหมดความสนใจในตัวของหล่อนแล้ว เพราะกิตติศัพท์ความขี้เบื่อของคาร์โลสดังยิ่งกว่าเสียงของระเบิดปรมาณูเสียอีก

“คาร์โลสคะ คุณคงไม่เบื่อ...”

ยังพูดไม่ทันจบประโยค เสียงกระด้างแสนห้วนก็เล็ดลอดจากริมฝีปากหยักหนาออกมาทันที และนั่นมันก็ทำให้มิเกลถอนใจออกมาอย่างเสียดาย หล่อนนึกว่าตัวเองจะทำสถิติได้มากว่าคืนเดียว ครั้งเดียว แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ ทุกอย่างจบลงแล้ว พร้อมๆ กับความเสียดายที่อัดแน่นอยู่เต็มอก

“ผมอยากอยู่บนเตียง...คนเดียว!”

“ค่ะ...”

มิเกลก้าวลงจากเตียงโดยดุษณี ก้มหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่จนเรียบร้อย จึงหันไปปลายตามองผู้ชายหุ่นทรมานใจสาวที่นอนหลับตาทั้งๆ ที่ยังเปลือยกายล่อนจ้อนอยู่บนเตียงด้วยความเสียดาย

หล่อนยังอยากให้คาร์โลสทำกับร่างกายของหล่อนอีก ทำให้หล่อนครางด้วยความเสียวซ่านอีกครั้ง แต่ก็รู้ดีว่าคาร์โลสไม่มีวันเปลี่ยนใจ เขาใจแข็ง แถมยังเลือดเย็น ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนได้นอนกับเขาเป็นครั้งที่สอง ไม่ว่าจะในคืนเดียวกัน หรือหลังจากนั้น ยังไม่มีใครทำได้ และมันก็น่าเสียดายที่หล่อนก็ทำไม่ได้เช่นกัน

“เช็คเงินสดห้าหมื่นยูโรอยู่บนโต๊ะด้านหน้าในห้องรับแขก หยิบไปได้เลย แล้วหากคิดว่ามันไม่พอก็โทรหาผม... ผมจะเพิ่มให้อีก... ไปได้แล้ว”

“ลาก่อนค่ะ คาร์โลส”

หญิงสาวมองตาเชื่อม ทำเสียงระห้อยน่าสงสาร หวังว่าชายหนุ่มจะเห็นใจ แต่เปล่าเลย คาร์โลสไม่ได้มีท่าทางสะทกสะท้าน ใส่ใจกับอากัปกิริยาของหล่อนเลยแม้แต่นิดเดียว

มิเกลถอนใจออกมาแรงๆ อย่างหมดหวัง ก่อนจะก้มหน้าเดินคอตกออกไป ทิ้งให้ร่างกำยำของคาร์โลสนอนนิ่งอยู่บนเตียงตามลำพัง

เสียงประตูปิดลงแผ่วเบาทำให้ชายหนุ่มรู้ว่าแม่สาวที่พึ่งจะดีดดิ้นสุดเหวี่ยงกับเขาบนเตียงเมื่อสองสามชั่วโมงก่อนหน้านี้ไปแล้ว ชายหนุ่มลืมตา ลุกขึ้นนั่งพิงกับหัวเตียง

“ผู้หญิงก็แค่นี้... ไม่เคยปฏิเสธเงิน”

ผู้หญิงก็มีความสำคัญแค่นี้เอง...

แค่ทำให้เขาปลดปล่อยความใคร่ จากนั้นก็ฟาดหัวพวกหล่อนด้วยเงินจำนวนเล็กน้อย รอยยิ้มหยันผุดที่บนใบหน้าหล่อคมคาย นัยน์ตาคมกล้าทอแสงความชิงชัง พวกหล่อนก็แค่ขยะ ขยะสวยงามที่เขาจำเป็นต้องมีไว้เพื่อบำบัดความกระหายก็แค่นั้น แค่นั้นจริงๆ...

บ่ายแก่ๆ ของวันถัดมา คาร์โลสนั่งเซ็นเอกสารสำคัญอยู่ในห้อง

ทำงานของตัวเองในตึกอาวิลล่า เขาจำเป็นต้องรีบเคลียงานให้จบ เพราะพรุ่งนี้เขาจะเดินทางไปเมืองไทย เพื่อไปจัดการกับซันกรุ๊ป อีกหนึ่งบริษัทที่ตกมาอยู่ในกำมือของเขาอย่างง่ายดาย

ชายหนุ่มเห็นทางเจริญก้าวหน้าของมันได้อย่างทะลุปรุโปร่งจากการอ่านรายงานสำคัญของซันกรุ๊ปที่เจ้าหนี้รายใหญ่ยอมยกมันให้กับเขาในราคาสูงกว่าจำนวนหนี้ที่ติดไว้ถึงสิบล้าน รวมเป็นเงินที่เขาจ่ายไปเพื่อให้ได้ครอบครองซันกรุ๊ปถึงห้าสิบล้านบาททีเดียว

แม้มันจะเป็นการลงทุนที่สูง แต่เขามั่นใจว่ามันจะให้ผลคุ้มค่ากับการลงทุนในครั้งนี้อย่างแน่นอน รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจผุดขึ้นช้าๆ ริมฝีปากหยักบางคลี่ยิ้มน้อยๆ อย่างพึงพอใจ ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะก้าวยาวๆ ออกจากห้องทำงานของตัวเองไปทันที

แพทริเซีย อะลอนโซ ลิซเต สาวน้อยวัยยี่สิบปีเศษ หล่อนเป็นลูกสาวอีกคนของ เอ็ดสัน อะลอนโซ โดนาส กับ เรน่า ลิซเต อิเนียสต้า ซึ่งก็มีศักดิ์เป็นน้องสาวต่างมารดาของ คาร์โลส อะลอนโซ อิเกลเซียส นั่นเอง ถึงแม้ว่ามารดาของหญิงสาวจะเป็นแค่สาวใช้ที่หวังจะจับเอ็ดสันเท่านั้น แต่คาร์โลสก็ยินดีให้ความช่วยเหลือตามเห็นสมควร

หญิงสาวจบมหาวิทยาลัยและเข้าทำงานในบริษัทของพี่ชายตัวเอง ในฐานะพนักงานธุรการธรรมดาคนหนึ่ง แม้คาร์โลสจะเคยเสนอตำแหน่งสูงกว่านี้ให้ แต่แพทริเซียก็ปฎิเสธ เพราะสำนึกในบุญคุณของคาร์โลสมาตลอดเวลา เพราะหากเขาจะฆ่าจะแกงหล่อนกับแม่ มันก็ไม่ใช่เรื่องลำบากเลย แต่ชายหนุ่มกลับหาที่พักให้ แม้มันจะไม่สะดวกสบายเหมือนในคฤหาสน์อะลอนโซ แต่มันก็ช่วยให้หญิงสาวรู้สึกมีศักดิ์ศรีขึ้นมามากมาย

แพทริเซียนึกย้อนไปถึงวันที่แม่ทะเลาะกับนายหญิงของบ้าน ซึ่งก็คือคุณแม่ของคาร์โลสอย่างรุนแรง เรื่องที่ขอให้หล่อนมีส่วนร่วมในสมบัติครึ่งหนึ่ง แต่มารีอาไม่ตกลง ดังนั้นจึงมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง และเมื่อคุณพ่อของหล่อนกลับมาถึงก็ไล่หล่อนกับแม่ออกจากบ้าน

หล่อนไม่เคยโกรธพ่อ ไม่เคยโกรธมารีอา ไม่เคยโกรธแม่ แต่หญิงสาวรู้สึกโกรธตัวเองยิ่งนัก เกลียดที่หล่อนเป็นตัวปัญหาของทุกคน ทุกคนต้องมาปวดหัวกับคนไร้ค่าอย่างหล่อนเพียงคนเดียว

มือบางยกขึ้นปาดน้ำตาทิ้ง ความเจ็บช้ำยังเกาะกินแน่นอก ขณะหันไปมองที่นอนข้างๆ ที่ตอนนี้ไม่ร่องรอยของคนๆ นั้นอีกแล้ว

แม่ตายแล้ว... ตายจากไปเมื่อสองปีก่อน ด้วยอุบัติเหตุบนท้องถนน มีคนขับรถชนท่าน ตอนนั้นหล่อนยังไม่ได้กลับจากที่ทำงาน มารู้อีกทีก็ตอนที่ตำรวจโทรแจ้งว่าให้ไปรับศพของมารดา

หัวใจแทบขาด... เมื่อเห็นร่างไร้วิญญาณของแม่ และความโดดเดี่ยว อ้างว้างกระแทกเข้าใส่หน้าอย่างไม่ปรานีเมื่อต่อจากวินาทีนี้ไปหล่อนจะไม่มีโอกาสได้เห็นแม่อีกแล้ว

แพทริเซียจำไม่ได้ว่าตัวเองเริ่มต้นอยู่มาได้เพียงลำพังโดยไม่มีมารดาข้างกายได้อย่างไร แต่ที่จำได้ไม่เคยลืมเลยก็คือ คำปลอบโยนและการช่วยเหลือด้วยความเต็มใจของคาร์โลส พี่ชายและญาติสนิทเพียงคนเดียวที่หล่อนเหลืออยู่ในโลกใบนี้

“ร้องไห้อีกแล้วคนสวย... พี่เคยสั่งแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้ร้องไห้...” เสียงที่ดังอยู่ตรงหน้าประตูทำให้แพทริเซียตกใจ ต้องรีบหันกลับไปมอง และเมื่อรู้ว่าเป็นใครรอยยิ้มก็เกลื่อนใบหน้า สาวน้อยลุกขึ้นก่อนจะลุกและวิ่งเข้าไปกอดร่างของคาร์โลสแน่น

“แพทคิดถึงพี่คาร์โลสจังค่ะ...”

มือใหญ่ลูบศีรษะทุยของน้องสาวต่างมารดาอย่างรักใคร่ ขณะกวาดมองไปรอบๆ ห้องของแพทริเซียด้วยสายตาสำรวจตรวจตรา

“พี่เปิดประตูเข้ามาแพทยังไม่รู้ตัวเลย... พี่ว่าห้องนี้ไม่เหมาะกับน้องของพี่แล้วล่ะ กลับบ้านของเราเถอะนะ พี่สัญญาว่าจะดูแลแพทต่อจากคุณน้าเอง...”

สาวน้อยดันตัวออกห่าง ขณะเงยหน้าขึ้นใบหน้าหล่อเหลาของผู้ชายในฝันของสตรีทั้งโลกด้วยความขอบคุณ ดวงตากลมโตหวานซึ้งสีน้ำเงินเข้มเต็มไปด้วยความเคารพรัก

“ให้แพทอยู่อย่างนี้เถอะค่ะพี่คาร์โลส แพทไม่อยากให้ตัวเองเป็นต้นเหตุทำให้คุณพ่อเสียชื่อเสียง และแค่นี้แพทก็รู้สึกผิดมากแล้ว กับสิ่งที่แม่ทำลงไป...”

คาร์โลสยิ้มน้อย จ้องน้องสาวแสนสวยของตัวเองนิ่ง แพทริเซียไม่ต่างจากนางฟ้าสักนิด ใบหน้ารูปไข่ผุดผาดด้วยเลือดฝาด ดวงตากลมโตสีน้ำเงินเข้มหวานหยดย้อยไม่ต่างจากน้ำตาลอ้อย ขณะที่จมูกโด่งและริมฝีปากอิ่มสีแดงสดรับกันอย่างเหมาะเจาะ ไหนจะรูปร่างอวบอัดสมบูรณ์ไร้ที่ติอีก แต่น่าเสียดาย... ที่แพทริเซียมันจะซ่อนมันไว้ใต้เสื้อผ้าสีทึมตัวใหญ่

“ไม่มีใครกล้าพูดเรื่องนี้หรอก... ทุกอย่างยังเป็นความลับ ทุกคนคิดว่าแพทเป็นลูกสาวบุญธรรมของคุณพ่อ...”

แพทริเซียยิ้มขมๆ ก้มหน้าหลบสายตาผู้เป็นพี่ชาย แม้จะรู้มานานแล้วว่าตอนที่หล่อนเกิด ชื่อของบิดาในสูติบัตรเป็นคนใช้ผู้ชายคนหนึ่งที่พ่อแท้ๆ ของตัวเองอุปโลกน์ขึ้นมา ก่อนจะมารับเป็นลูกบุญธรรมเมื่อตอนที่หล่อนอายุได้สิบขวบ แต่ฟังทีไรมันก็น้อยใจได้ทุกที

“ขออิสระให้แพทเถอะนะคะ แพทอยากยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง...”

แม้ภายนอกแพทริเซียจะเหมือนคนอ่อนแอ แต่คาร์โลสรู้ดีว่าน้องสาวคนนี้ใจแข็งยิ่งนัก ลองบอกว่าไม่ ก็คือไม่ ใครก็บังคับไม่ได้

ชายหนุ่มถอนใจออกมา ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ “พี่นึกอยู่แล้วเชียวว่าแพทต้องพูดแบบนี้... เอาเถอะ พี่ยอมแพ้แล้ว แต่หากมีอะไรที่พี่พอจะช่วยได้ ให้บอกนะ อย่าให้พี่ต้องรู้เอง เพราะไม่อย่างนั้นพี่จะเกลียดเธอ แพทริเซีย...”

ท้ายประโยคกระด้างน่ากลัว จนหญิงสาวเย็นวาบไปทั่วสันหลัง แข็งขาสั่นเทา ขณะเดินตามร่างสูงใหญ่ของพี่ชายไปนั่งบนโซฟาตัวตรงกันข้าม

“แพทสัญญาว่าจะคิดถึงพี่คาร์โลสเป็นคนแรก...”

ปั้นยิ้มหวานให้พี่ชาย แต่คาร์โลสรู้ดีว่ามันคือการเสแสร้ง แต่ก็เลือกที่จะไม่ใส่มัน และเอ่ยถึงจุดประสงค์ที่เขาเดินทางมาหาแพทริเซียวันนี้

“พี่จะเดินทางไปเมืองไทยในวันพรุ่งนี้ และไม่มีกำหนดกลับ จนกว่าธุระจนเสร็จ...”

แพทริเซียเบิกตาโต ร้องออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ไปเมืองไทยหรือคะ น่าเสียดายแพทลาไม่ได้ด้วย... เมืองไทยสวยมาก...แพทเคยเห็นในอินเตอร์เน็ท”

“อยากไปก็ลาสิ พี่ให้ลา ไม่มีใครว่าหรอก”

คาร์โลสพูดเสียงเรียบคล้ายกับมันธรรมดานักกับการให้สิทธิพิเศษกับน้องสาว ทั้งๆ ที่มีแค่ไม่กี่คนในบริษัทเองที่รู้ว่าแพทริเซียคือน้องสาวของตัวเอง

หญิงสาวส่ายหน้าช้าๆ ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างเสียดาย “ไม่ได้หรอกค่ะพี่คาร์โลส แพทไม่ได้ลาล่วงหน้า ทำแบบนี้มันน่าเกลียด และอีกอย่างแพทก็ไม่อยากใช้อภิสิทธิ์เหนือคนอื่นด้วย...”

“งั้นไม่เป็นไร ถ้าแพทว่างเมื่อไหร่บอกพี่ก็แล้วกัน พี่จะพาไป...”

“ขอบคุณมากค่ะ ขอให้พี่คาร์โลสเดินทางปลอดภัยนะคะ และหวังว่าจะเจอเนื้อคู่สักที...”

มุมปากหยักสวยสีสดโค้งขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ดวงตาเป็นประกายกร้าว “ยังไม่เกิดเลยมั้งเนื้อคู่ของพี่... ไม่เอาแล้ว พี่ไม่ชอบคุยเรื่องนี้ มันไร้สาระ งั้นพี่กลับก่อนแล้วกัน มีปัญหาอะไรก็โทรหาพี่ได้ตลอดเวลา... พี่ไปแล้วแพทริเซีย...”

ร่างสูงเพรียวแสนสง่าลุกขึ้นยืน แพทริเซียลุกขึ้นตาม ก่อนจะเขย่งปลายเท้าขึ้นจุ๊บแก้มพี่ชายเบาๆ คาร์โลสระบายยิ้มน้อยๆ มือใหญ่ยกขึ้นยีผมสีเข้มยาวถึงกลางหลังของน้องสาวอย่างเอ็นดู

“ดูแลตัวเองล่ะ แล้วว่าไปสนใจผู้ชายคนอื่นที่พี่ไม่ได้เลือกให้เด็ดขาด... เข้าใจไหม”

แพทริเซียยิ้มกว้าง “เจ้าค่ะ แพทจะมองแต่ผู้ชายที่พี่คาร์โลสเลือกให้ค่า สัญญา...”

“ดีมากสาวน้อย... งั้นพี่ไปจริงๆ แล้วนะ บาย...”

“บายค่ะ พี่คาร์โลส...”

มือสีขาวยกขึ้นโบกไปมาให้คาร์โลส ขณะจ้องมองร่างใหญ่ของพี่ชายเดินลับลงบันไดไปด้วยความรักใคร่ คาร์โลสดีกับหล่อนเสมอ ไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ

หญิงสาวดึงประตูปิดช้าๆ ก่อนจะหมุนเดินเข้าไปในห้องนอน ภาพโปสเตอร์ของนักฟุตบอลชาวอาร์เจนติน่าขนาดใหญ่เกือบเท่าตัวจริงที่ติดอยู่ที่หัวนอนทำให้แพทริเซียยิ้มน้อยๆ ออกมา

“ฮาเวียร์คะ สักวันฉันจะต้องไปดูคุณแข่งในสนามให้ได้...”

ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ นักฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนติน่า สังกัดสโมสรอินเตอร์ มิลาน ผู้ชายคนแรก และเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวที่ทำให้หล่อนฝันถึงมาตลอดสามปี ตั้งแต่ที่หล่อนได้เห็นรูปภาพของเขาในร้านขายภาพคนดังที่ Gran Via (แหล่งช้อปปิ้งเลื่องชื่อในกรุงมาดริด) เมื่อสามปีก่อน

แพทริเซียยิ้มน้อยๆ เดินเข้ามาหยุดตรงหน้าโปสเตอร์ของฮาเวียร์ และค่อยๆ บรรจงจุมพิตที่ริมฝีปากสีสดของชายหนุ่มที่มีนัยน์ตาดุดันไม่ต่างจากวัวกระทิงนั้นเบาๆ ราวกับกลัวว่ามันจะช้ำ

“แพทอยากจูบคุณจริงๆ สักครั้ง...”

แก้มสาวแดงก่ำ ขณะรีบหันหลังเดินหนีสายตาคมของฮาเวียร์ที่มองจ้องมาที่หล่อนด้วยความเอียงอาย ร่างอรชรทิ้งตัวลงบนเตียง สมองยังจินตนาการถึงผู้ชายในฝันไม่หยุด กว่าจะข่มตาหลับได้ก็เกือบจะเที่ยงคืน

ตอน 3

กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย 2011

กัญญิกาชะงักมือที่กำลังปักดอกกุหลาบลงในแจกัน มองบิดาที่แต่งตัวในชุดทำงานเรียบร้อย ที่กำลังจะเดินผ่านไปด้วยความประหลาดใจ

“คุณพ่อจะเข้าบริษัทหรือคะ...”

นายอนิรุจ คุณานันท์ หันมามองบุตรสาวนิดหนึ่ง พร้อมกับพยักหน้าช้าๆ เจ้าหนี้รายใหญ่ที่ถูกเปลี่ยนมือมาเป็น คาร์โลส อะลอนโซ อิเกลเซียส ยื่นกำลังจะเดินทางมาถึงซันกรุ๊ปในบ่ายของวันนี้ แม้กิติศัพท์ความเลือดเย็นของคาร์โลสทำให้อนิรุจใจฝ่อลงไปบ้าง แต่กระนั้นเขาก็ยังมีทีเด็ดสำคัญที่จะใช้หลอกล่อให้คาร์โลสตกหลุมที่วางเอาไว้

“ใช่ลูก พ่ออยากจะคุยกับเจ้าหนี้สักหน่อย เพื่อว่าเขาจะยอมผ่อนผันไม่ยึดบริษัทของเรา...”

น้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังของบิดาทำให้กัญญิกาสะท้อนในอก น้ำตาคลอเบ้า มือบางวางดอกกุหลาบลงกับโต๊ะ ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปหาบิดา กอดท่านไว้แน่นด้วยความสงสาร

“ญิกาเป็นลูกที่ไม่ได้เรื่องเลย... ไม่สามารถช่วยอะไรคุณพ่อได้เลย...”

มือใหญ่ของนายอนิรุจยกขึ้นลูบศีรษะของบุตรสาวเบาๆ

“ญิกาไม่ใช่คนผิดหรอก พ่อผิดเองที่นำเงินไปใช้ในทางที่ผิด ถ้าพ่อไม่เอาเงินของบริษัทเข้าไปเล่นในบ่อน ซันกรุ๊ปก็คงไม่ต้องล้มลงแบบนี้...” น้ำเสียงของบิดาสั่นเครือจนสาวน้อยต้องดันตัวออกห่างและเงยหน้าขึ้นมอง

บิดากำลังร้องไห้... หัวใจของคนเป็นลูกเจ็บปวดจนร้าว มองผู้ให้กำเนิดด้วยความสงสารจับใจ มือบางยกขึ้นเช็ดน้ำตาให้บุพการีด้วยความตั้งใจจะปลอบโยน

“คุณพ่อไม่ต้องกังวลนะคะ ญิกาจะรีบแต่งงานกับคุณฮาเวียร์ให้เร็วที่สุด ญิกาสัญญา... เลื่อนจากสองเดือนมาเป็นอาทิตย์หน้าเลยก็ได้ค่ะ... ญิกาจะไม่ผัดผ่อนอีกแล้ว...”

กัญญิกาน้ำตาไหลพราก แม้จะไม่ได้รัก ไม่ได้ชอบ และไม่เคยเห็นหน้าว่าที่เจ้าบ่าวอย่างฮาเวียร์ มาสเคราโน่ มาก่อน เพราะบิดาเป็นคนจัดการให้ทุกอย่าง รู้เพียงแต่ว่าชายหนุ่มเป็นนักฟุตบอลของอาร์เจนติน่า เขาเคยเห็นหล่อนตอนที่หล่อนเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับสินค้าของซันกรุ๊ปก็เลยถูกใจติดต่อมาทางบิดา

ตอนนั้นหล่อนบ่ายเบี่ยงบิดามาตลอด แต่ตอนนี้... เวลานี้ หล่อนไม่มีทางเลือกอีกแล้ว หากการแต่งงานกับเศรษฐีสักคนหนึ่งจะช่วยทำให้หัวใจของบุพการีไม่แตกสลาย หล่อนก็ยินดีทำทุกทาง ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร

“ญิกา...ลูกพูดจริงๆ เหรอ นี่ลูกยอมแต่งงานกับคุณฮาร์เวียแล้วใช่ไหม...”

นายอนิรุจระบายยิ้มออกมาอย่างดีใจ หญิงสาวพยักหน้าช้าๆ น้ำตายังเต็มใบหน้า

“ค่ะ... ขอแค่ให้คุณพ่อมีความสุข ต่อให้ต้องเดินไปตาย ลูกคนนี้ก็ทำได้ค่ะ...”

“โธ่... ลูกรักของพ่อ...”

ผู้เป็นบิดาดึงร่างบอบบางของลูกสาวเข้ามากอดแน่น ลูบหัวลูบหลังด้วยความรักความห่วงใย ใบหน้าดำคล้ำเต็มไปด้วยความเศร้าหมองของนายอนิรุจดีผ่อนคลายลงอย่างชัดเจน

“พ่อขอบใจลูกมากนะ ญิกา... ไว้เราค่อยคุยกันเรื่องนี้ พ่อต้องไปต้อนรับคุณคาร์โลสก่อน บางทีเขาอาจจะใจดีให้โอกาสเราหายใจบ้างก็ได้...”

“คาร์โลสหรือคะ? เท่าที่ญิกาจำได้... ไม่ใช่...”

“คุณคาร์โลสเขาจ่ายเงิน ซื้อซันกรุ๊ปของเราจากเจ้าหนี้รายเก่าน่ะลูก...”

สาวน้อยพยักหน้ารับช้าๆ ใบหน้างามเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด คาร์โลส อะลอนโซ อิเกลเซียส ชื่อนี้ใครๆ ก็รู้จัก แม้แต่ผู้หญิงที่อยู่บ้านทำงาน ร้อยดอกไม้ เย็บผ้าแบบหล่อนก็ตาม

ความเลือดเย็นของผู้ชายคนนี้ขึ้นชื่อเลื่องชา พอๆ กับการเปลี่ยนหน้าผู้หญิงบนเตียงนอนนั่นแหละ ใบหน้าคมคายหล่อไม่ต่างจากรูปปั้นที่ถูกจิตกรเอกปั้นแต่งผุดพรายขึ้นในสมอง และมันก็ทำให้หัวใจของหล่อนเต้นแรงระรัวแปลกประหลาดจนแทบจะทรงตัวไม่ไหว ตั้งยื่นมือไปจับขอบโซฟาเอาไว้แน่น

นายอนิรุจเห็นท่าทางของบุตรสาวก็ตกใจ รีบประคองให้นั่งลง “ลูกเป็นอะไรไปหรือญิกา... เป็นอะไรไป เดี๋ยวพ่อเรียกลิ้นจี่ให้...”

“ไม่... ไม่เป็นไรค่ะคุณพ่อ แค่หน้ามืดนิดหน่อย นั่งสักพักเดี๋ยวก็หายค่ะ”

ผู้เป็นบิดาถอนใจออกมาอย่างโล่งอก “งั้นพ่อขอตัวก่อนนะญิกา คงจะค่ำๆ ถึงจะได้กลับมา...”

หญิงสาวยิ้มหวานให้กับบุพการี “ค่ะคุณพ่อ ดูแลตัวเองด้วยนะคะ”

มองร่างของบิดาที่หายเข้าไปในรถญี่ปุ่นคันเล็กที่เหลือคันเดียวเพียงในบ้าน เพราะคันหรูๆ สิบกว่าคันที่เคยมีถูกบิดานำไปจ่ายหนี้พนันหมดแล้ว ด้วยสายตาห่วงใย ก่อนจะนั่งหน้าเครียด เมื่อคิดล่วงหน้าไปว่าคาร์โลสอาจจะไม่ใจดีอย่างที่บิดาคาดหวัง

ถ้าเป็นอย่างนั้นหล่อนจะทำยังไงล่ะ... หล่อนจะทำยังไงดี บิดายิ่งกระทบกระเทือนจิตใจมากๆ ไม่ได้ด้วยเพราะเป็นโรคหัวใจระยะเริ่มต้น หากมีสิ่งใดทำให้ท่านเครียดมากๆ อาการจะก้าวกระโดดเป็นระยะรุนแรงทันที

จะขอความช่วยเหลือจากฮาร์เวียเหรอ... ไม่ได้หรอก ผู้ชายคนนั้นคงไม่คิดจะแต่งงานกับผู้หญิงที่เหลือแต่ตัวแบบหล่อนแน่ บางทีวันนี้ พรุ่งนี้เขาอาจจะโทรมาบอกยกเลิกการแต่งงานที่จะจัดขึ้นในเดือนหน้าก็เป็นได้

แล้วหล่อนจะทำยังไงดีล่ะ... จะทำยังไงดี...

มือสีขาวสะอาดยกขึ้นกุมขมับ กลัดกลุ้มจนใบหน้าผุดผาดแดงก่ำ หากไม่มีทางออกจริงๆ หล่อนก็คงจะต้องออกหน้าไปพบกันเสือร้ายคาร์โลสด้วยตัวเอง

เมื่อคิดได้ดังนั้น ร่างอรชรสมส่วนของกัญญิกาจึงรีบวิ่งขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวด้วยความเร่งรีบ ก่อนจะรีบนั่งแท็กซี่มุ่งหน้าไปซันกรุ๊ปอย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยบิดาเจรจากับกระทิงหนุ่มอย่างคาร์โลสผู้เลือดเย็นคนนั้นด้วยอีกคน

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED