ตอน 1

“ศาลขอพิพากษาตัดสินโทษจำเลยโดยให้จำคุกตลอดชีวิตในความผิดฐานฉ้อโกงและเป็นผู้บงการสังหารพยานที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้”

“พ่อ...พ่อขา...พ่อ!!”

เสียงร้องตะโกนด้วยความตกใจ ปลุกให้ นางสาวปรางอินท์ กรกรัณฑ์รัตน์ สะดุ้งตื่น เมื่อเห็นบุคคลที่นอนใกล้ๆ กำลังดิ้นทุรนทุราย หญิงสาวจึงเอื้อมมือไปเขย่า เพื่อปลุกให้ผู้เป็นพี่สาวตื่นจากฝันร้าย

“พี่...พี่ดาว พี่ดาว”

นางสาวดาราวดี กรกรัณฑ์รัตน์ ทะลึ่งตัวจากที่นอนในสภาพที่เหงื่อโทรมกาย เธอยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ผุดพลายบนใบหน้า ก่อนจะซุกหน้ากับสองฝ่ามือ เธอมักจะฝันแบบนี้มาตลอด ตั้งแต่อายุสิบห้า ความฝันและความจริงอันเลวร้ายตามหลอกหลอนเธอไม่จบไม่สิ้นนับแต่วันนั้น วันที่เธอต้องสูญเสียบิดาผู้ให้กำเนิด สังคมกล่าวหาและตัดสินโทษของท่าน ทั้งที่ในความจริงแล้ว นายอาทิตย์ รุ่งรัตน์เกรียงไกร ไม่ได้ทำความผิดอันใดเลยแม้แต่น้อย แต่เนื่องด้วยพยานหลักฐานไม่เพียงพอทำให้พ่อของเธอแพ้คดีและถูกตัดสินโทษ

ดวงตาคู่สวยของหญิงสาววาวโรจน์ขึ้นเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ พ่อไม่ได้เพียงแพ้คดีแต่ท่านยังถูกฆ่าตายในคุก แล้วปีต่อมาแม่ของพวกเธอ นางดาริกา รุ่งรัตน์เกรียงไกร ก็ตรอมใจตายตามไปอีกคน ดาราวดียังจำได้ดีถึงสีหน้าและแววตาของคนพวกนั้น คนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนรักของพ่อ ความเจ็บแค้นอย่างหาที่สุดมิได้ได้ฝังลงในจิตใจของหญิงสาวตั้งแต่วันนั้น คนพวกนั้นจะต้องชดใช้...

“พี่ดาวฝันร้ายอีกแล้ว”

ปรางอินท์พูดเสียงแผ่ว ใบหน้างดงามหากแต่อ่อนวัยกว่าหม่นหมองเลย เธอรู้ดีว่าอะไรที่ทำให้พี่สาวที่น่ารักของเธอต้องเป็นแบบนี้ เหตุการณ์ร้ายๆ เมื่อสิบกว่าปีก่อน

“ยายปราง”

ดาราวดีสวมกอดน้องสาวเพียงคนเดียวที่นั่งข้างๆ บนเตียงนอนด้วยความรักพลางส่งยิ้มเนือยๆ ให้ เสียงทอดถอนหายใจอันหนักหน่วงตามมาด้วยมืออบอุ่นที่ลูบผมสลวยด้วยความรักและห่วงใย

“ปรางอยากให้พี่ดาวลืมเรื่องพวกนี้ไปเสียนะคะ ยังไงซะเรื่องมันก็ผ่านมาหลายปีแล้ว” น้องสาววัยยี่สิบห้าบอกเสียงแผ่ว

“ไม่...ยายปราง คนพวกนั้นมันจะต้องชดใช้ที่ทำกับครอบครัวเราแบบนี้” เสียงหวานแข็งขึ้น เมื่อดวงหน้าคมสวยเงยขึ้นมองสบตากับน้องสาว

“พี่จะไม่ยอมให้คนพวกนั้นมีความสุข ตราบใดที่พวกเขากำลังเหยียบย่ำอยู่บนความทุกข์ของเรา เธอลืมไปแล้วรึไง เราสองคนต้องกลายเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ขาดพ่อขาดแม่ ไร้ญาติขาดมิตร”

“ปรางไม่เคยลืมค่ะ แต่ความแค้นมันกำลังทำให้พี่ดาวเป็นทุกข์ ปรางสงสารพี่” ปรางอินท์บอกเสียงแผ่ว

“พี่รู้ ปรางไม่ต้องห่วง พี่จะจบเรื่องนี้ในเร็ววันนี่แหละ”

“พี่ดาว...อย่าบอกนะคะว่าพี่ได้ทำมันลงไปแล้ว” ผู้เป็นน้องครางทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ

“ใช่” ดาราวดีตอบเสียงเด็ดเดี่ยว ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ พรุ่งนี้ ภาคิไนย อัศวเรืองยศ จะต้องพังพินาศ ตระกูลอัศวเรืองยศถึงเวลาที่ต้องพบกับการสูญเสียบ้างแล้ว

“พี่ดาว...แล้วพี่ไนยล่ะคะ พี่สองคนรักกันไม่ใช่เหรอ”

“ไม่ ทุกอย่างมันคือการแก้แค้นเท่านั้นปราง ทุกสิ่งที่พี่ทำเพื่อต้องการทำลายพวกมันเท่านั้น” ดาราวดีย้ำชัดเจนหนักแน่น ทว่าภายในใจกำลังแกว่งไกวอย่างรุนแรงเช่นกัน

ปรางอินท์มองแล้วก็ได้แต่ทอดถอนใจด้วยความสงสาร ใช่ว่าเธอไม่รู้สึกนึกแค้นเคืองคนพวกนั้น แต่ปรางอินท์ไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้น หญิงสาวปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปกฎแห่งเวรกรรม เพราะเธอได้เห็นแล้วว่าคนที่จมอยู่กับความเจ้าคิดเจ้าแค้น ไฟแค้นนั้นมันก่อให้เกิดความทุกข์และความทรมานแก่ดาราวดีมากมายเพียงไหน

ดาราวดีเมินหน้าไปทางอื่นเพื่อปิดบังดวงตาที่หม่นวูบลงของตนเอง เธอควรที่จะดีอกดีใจ จะต้องไปรู้สึกเสียใจให้คนพวกนั้นทำไม สำหรับภาคิไนยนั้น เธอไม่เถียงไม่แย้งว่าเขาไม่ใช่คนดี เขาดีเยี่ยม ชายหนุ่มคอยดูแลเธอเป็นอย่างดีมาโดยตลอดนับแต่ที่ดาราวดีได้ก้าวเท้าเข้าสู่บริษัทของเขาในฐานะเลขาส่วนตัวของผู้บริหารระดับสูง บริษัทที่ผลิตเพื่อจำหน่ายและส่งออกสินค้าเพื่อสุขภาพ บริษัท พี.เค.เอ็น เนเจอรัล กรุ๊ป จำกัด กำลังเติบโตอย่างเต็มที่ เพราะสินค้าเพื่อสุขภาพและความงามล้วนได้รับความสนใจจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ นอกเหนือจากนี้พวกเขายังได้เป็นตัวแทนจัดจำหน่ายเครื่องออกกำลังกายเพื่อสุขภาพอีกด้วย

เรื่องราวมากมายผุดขึ้นมาในความทรงจำ ราวกับหนังเล่นซ้ำ ดาราวดีและปรางอินท์ได้เปลี่ยนนามสกุลหลังจากสิ้นพ่อและแม่ สิ่งเหล่านั้นเพื่อความปลอดภัยของเธอกับน้องสาวนั่นเอง นายภาวิชพ่อของภาคิไนยไม่ยอมรามือง่ายๆ ตลอดเวลาหนึ่งปี พวกเธอกับแม่อยู่กันด้วยความหวาดผวา เพราะนายภาวิชส่งพวกมือปืนมาคอยข่มขู่ตลอด ดาราวดีจึงตัดสินใจพาน้องสาวย้ายไปอยู่ที่อื่นหลังจากมารดาเสียไป จากเงินที่เหลือเก็บเพียงน้อยนิด เธอทั้งสองต้องอดทนเรียนและทำงานไปด้วย กระนั้นปรางอินท์ก็ไม่เคยปริปากบ่นถึงความลำบากนี้ หากเธอยังโชคดีที่ได้รับความช่วยเหลือจากนภาผู้เป็นป้า นภานั้นเป็นพี่สาวของบิดา ด้วยที่ว่าคุณป้าของเธอได้จดทะเบียนสมรสกับสามี และเธอเป็นลูกคนละแม่กับบิดาของพวกเธอ จึงไม่ค่อยมีใครรู้จักนัก เพราะป้านภาใช้นามสกุลแม่ของเธอเอง เมื่อเกิดเรื่องป้านภา และ นาวาผู้เป็นลูกชายจึงแนะนำว่าทั้งสองสาวควรจะเปลี่ยนนามสกุลเสีย ปกปิดว่าตนเองเป็นใครและย้ายไปอยู่ที่ที่คนพวกนี้จะหาไม่เจอ ทั้งเธอและน้องจึงได้เติบโตมาจนถึงทุกวันนี้

“พี่จองตั๋วเครื่องบินไปนิวซีแลนด์สองใบสำหรับเรา เย็นวันนี้เราจะออกเดินทาง”

“ทำไมคะ” ปรางอินท์อุทานอย่างไม่เข้าใจ มองหน้าพี่สาวอย่างฉงน

ดาราวดียิ้มมุมปาก ร่างงดงามด้วยวัยสาวสะพรั่ง สิบสามปีแห่งการรอคอย วันนี้ดาราวดีในวัยยี่สิบแปด เธอทนและเฝ้ารอ เมื่อทุกอย่างสำเร็จลุล่วงก็ไม่มีความจำเป็นอะไรให้เธอต้องอยู่ที่นี่อีก บวกกับจำนวนเงินที่ถูกโอนเข้าสู่บัญชีของเธอวันก่อนนั้นเป็นจำนวนที่มากเอาการ ขนาดที่ว่าเธอสองคนสามารถไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศได้สบายๆ

“ไม่มีความจำเป็นที่เราต้องอยู่ที่นี่แล้วน่ะสิปราง นอกจากพี่จะทำลายพวกมันได้ พี่ยังได้เงินจากงานคราวนี้อีกมากพอที่จะทำให้เราสองคนสบายไปทั้งชาติ”

“พี่ดาว...แต่ปราง”

ตอน 2

“เชื่อพี่ อยู่ที่นี่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น อีกอย่างถ้าเรายังอยู่ที่นี่หมาบ้าพวกนั้นมันต้องล่าเราแน่ เชื้อมันคงไม่ทิ้งแถวหรอกยายปราง พ่อมันเลวแค่ไหนลูกมันก็คงไม่ต่างกัน”

ดาราวดีบอกเสียงขุ่น แต่ในใจแล้วเธอกำลังนึกใจหาย ทำไมภาคิไนยถึงต้องเป็นลูกชายของไอ้คนเลวๆ แบบนั้น ไม่อย่างนั้นหญิงสาวบอกกับตัวเองเลยว่า เธอไม่มีทางปล่อยคนดีๆ แบบนั้นหลุดมือเป็นอันขาด

หญิงสาวหมุนแหวนวงเล็กที่สวมอยู่กับนิ้วนางไปมา แหวนที่ภาคิไนยใช้หมั้นหมายเธอเมื่อหลายเดือนก่อน ไม่ได้เป็นการหมั้นที่เป็นทางการ หากการกระทำที่ผ่านมาของเขาก็บอกให้ดาราวดีรู้ว่า ชายหนุ่มจริงใจ ให้เกียรติและรักเธอมากเพียงไหน

“เตรียมตัวเอาไว้ด้วยล่ะ เชื่อพี่”

ผู้เป็นพี่สาวย้ำ ก่อนจะพาตัวเองเข้าไปในห้องน้ำเมื่อเหลือบมองนาฬิกาบอกเวลาตีห้ากว่าแล้ว เพื่อจัดการอาบน้ำชำระร่างกายเตรียมตัวไปทำงาน บ้านหลังนี้ค่อนข้างอยู่ไกลจากบริษัทฯ มาก เธอจึงต้องตื่นแต่เช้าแบบนี้ทุกวัน

ปรางอินท์มองตามหลังพี่สาวไปด้วยความรู้สึกสับสน กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เข้าใจที่พี่สาวทำ แต่ก็อดสงสารคนไม่รู้เรื่องอย่างภาคิไนยไม่ได้ เขาเป็นคนดีมากและรักดาราวดีมากเช่นกัน เรื่องนี้ปรางอินท์รู้ดี การกระทำและความใส่ใจที่ชายหนุ่มมีต่อพี่สาวเธอนั้นเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ จากวันแรกที่เริ่มคบกันจนวันนี้ ชายหนุ่มยังเป็นผู้ชายที่อบอุ่นและแสนดีทั้งต่อพี่สาวของเธอและตัวของปรางอินท์เอง

“พ่อขาแม่ขา...ปรางควรจะทำยังไงดี”

“โอ้โห!!! เข้าเส้นชัยไปแล้วครับท่านผู้ชม รถเฟอร์รารี่สีเหลืองหมายเลขศูนย์หนึ่งแปด มิสเตอร์ภาคิน อัศวเรืองยศ นักแข่งจากประเทศไทย เขาทำสถิติใหม่ของสนามด้วยครับท่านผู้ชม...”

เสียงเจ้าหน้าที่สนามประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงดังก้องไปทั่วสนามที่ใหญ่ที่สุดของอเมริกา เสียงเชียร์เสียงโห่ร้องดังกึกก้องรอบสนาม เมื่อนักแข่งที่เป็นผู้ชนะก้าวลงจากรถคู่ใจ

ภาคินในชุดหนังลวดลายแสบสันสะดุดตาชูมือขึ้นสูงก่อนจะหมุนไปรอบๆ สนาม แล้วโค้งคำนับเพื่อเป็นการขอบคุณกับทุกเสียงเชียร์อันกึกก้องเพื่อเขา

ชายหนุ่มสามารถรักษาแชมป์ครั้งนี้เอาไว้ได้และมันหมายถึงการเป็นแชมป์สามสมัยติดต่อกัน ในฐานะนักแข่งรถผู้ชื่นชอบความเร็ว ชายหนุ่มภูมิใจเป็นอย่างมาก ทุกคนต่างรู้จักเขา ชาวต่างชาติรู้จักภาคินมากกว่าคนไทยเสียอีก นั่นเพราะชายหนุ่มค่อนข้างเป็นคนเก็บตัวและไม่ชอบออกสื่อ ทุกครั้งที่คว้าแชมป์กลับประเทศไทย เขาจะยกภาระการตอบคำถามทั้งหมดให้กับผู้จัดการและต้นสังกัด

แชมเปญแห่งการฉลองถูกเปิดขึ้นภายในห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมหรูชื่อดังแห่งหนึ่งของอเมริกา ท่ามกลางความชื่นชมยินดีและใบหน้าระบายยิ้มกว้างของทีมงานที่เป็นผู้สนับสนุนทั้งหมด รวมถึงคนสนิททั้งสองที่คอยดูแลและเป็นเพื่อนมาตลอด

“วันนี้ดื่มให้เต็มที่โว้ย แชมป์ครั้งนี้ทำให้ฉันหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลย” ภาคินชูแก้วเครื่องดื่มยี่ห้อดังดีกรีแรงขึ้นชนกับลูกน้องทั้งสอง พวกเขากำลังนั่งสบายๆ อยู่ที่โซฟา มุมหนึ่งของห้อง

ปิลันต์กับเอกสิทธิ์ยิ้มกว้าง คว้าแก้วมาชนดังกริ๊กๆ ก่อนจะสาดเข้าคอ

“ไม่ยักรู้ว่าสปอนเซอร์เรามีสาวๆ ต่างชาติสวยๆ ทั้งนั้น” เอกสิทธิ์หนุ่มขี้เล่นวัยยี่สิบแปดปีพูดกลั้วหัวเราะ ดวงตาขี้เล่นกวาดไปทั่วห้องจัดเลี้ยงที่มีสาวๆ หุ่นสะบึม แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสวยๆ ยืนจิบเครื่องดื่มอยู่หลายคน

“เฮ้ย ไอ้เอกแกจะบ้าเหรอวะ วันนี้เจ้านายใส่แรงเหยียบคันเร่งจนหมดแรงแล้วโว้ย คงไม่มีแรงใส่เกียร์อย่างอื่นแล้ว” ปิลันต์กระซิบเบาๆ เพื่อไม่ให้คนที่อยู่ข้างๆ ได้ยิน เขาอายุสามสิบสองเท่ากับผู้เป็นเจ้านายหนุ่ม

ภาคินตาลุกวาบๆ พูดแบบนี้มันดูถูกเขาเกินไปแล้ว

“ปากแกนี่มันน่าเลาะฟันทิ้งเสียให้หมดเลยว่ะ นายภาคินคนนี้แรงดีไม่มีตกโว้ยไม่ว่าเรื่องอะไร”

นายหนุ่มเค้นเสียงลอดไรฟันบอกกับลูกน้องทั้งสองเบาๆ และก่อนที่เขาจะได้ทำแบบนั้นผู้ใหญ่ที่ให้การดูแลและสนับสนุนโบกมือเรียกเสียก่อน

ภาคินจึงต้องก้าวเข้าไปสมทบยังโต๊ะใหญ่ ที่มีบุคคลนั่งรายล้อมอยู่หลายคนทั้งคนไทยและคนต่างประเทศ

“วันนี้คุณทำได้ดีมากเลยภาคิน”

“ขอบคุณมากครับ”

ชายหนุ่มยิ้มรับกับคำชมของแต่ละคน พร้อมทั้งชนแก้วฉลอง ในโต๊ะนั้นมีหญิงสาวสวยคนหนึ่งนั่งรวมอยู่ด้วย เธอส่งยิ้มนัยน์ตาพราวให้กับเขา

“อ้อ นี่คือคุณปาจรีย์ เธอเป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัท...สาขาอเมริกานี่ พวกเขาสนใจจะเชิญคุณมาร่วมลงแข่งในนามของนักแข่งทีม”

ผู้จัดการของภาคินรีบแนะนำและอธิบาย ค่ายรถยักษ์ใหญ่ชื่อกระฉ่อนก้องไปทั่วโลกส่งคนมาทาบทามเพื่อเชิญเขาไปร่วมลงแข่งด้วย ข่าวดีอะไรแบบนี้

ภาคินส่งยิ้มให้กับสาวสวย รอยยิ้มมีเสน่ห์เพิ่มความน่าดูให้กับใบหน้าคมเข้มมากขึ้น ใจสาวกระตุกเล็กน้อยเมื่อเธอยื่นมือมาตรงหน้าเขาเพื่อสัมผัสจับมือทักทาย

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณภาคิน”

“เช่นกันครับคุณปาจรีย์” ภาคินแกล้งบีบมือบางเบาๆ พลางส่งยิ้มเย้า

การแนะนำตัวง่าย การพูดคุยสังสรรค์เริ่มเข้มข้นมากขึ้นพอๆ กับดีกรีของเครื่องดื่มที่ถูกเพิ่มเข้าสู่กระแสเลือด ฝีมือของภาคินล้วนเป็นที่กล่าวขาน มีค่ายรถหลายค่ายต้องการร่วมงานกับเขา ทว่าชายหนุ่มยังไม่ได้เจาะจงเลือกค่ายใด เพราะเขาไม่คิดจะยึดเป็นอาชีพจริงจัง นอกจากลงแข่งเพื่อฆ่าเวลาหาอะไรทำสนุกๆ เท่านั้น

สายตาหวานระยับแถมยังแพรวพราวเชิญชวนขยันส่งตรงทอดถึงชายหนุ่มไม่ขาดสาย ปาจรีย์ยิ้มหวาน เธอเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ชาวไทยที่มีโอกาสได้ทำงานกับบริษัทผลิตรถยนต์ชื่อดัง หญิงสาวอาสามาเจรจาในวันนี้เพราะชื่นชอบภาคินเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว คนหนุ่มหล่อเหลาแบบเขาไม่น่าจะมาเป็นนักแข่งรถเลย เพราะความหล่อนั้นเทียบขั้นระดับพระเอกของเมืองไทยได้สบาย หญิงสาวแอบพิจารณารูปร่างสูงผึ่งผายของเขาตลอดเวลา ไม่ว่าชายหนุ่มจะย่างกรายไปทางไหน พูดคุยในอิริยาบถใดล้วนดูดีมีเสน่ห์จนใจเธอแทบละลาย ภายใต้ท่าทางเชื่อมั่นของนักธุรกิจสาว เธอซุกซ่อนสายตาของแม่เสือให้พ้นจากคนอื่น แต่ไม่คิดจะปิดบังเขา

ภาคินหยักยิ้มมุมปาก ทำไมเขาจะไม่เข้าใจกับสายตาที่สาวสวยส่งมาให้ เขาไม่ได้เข้าข้างตัวเองแต่ภาคินไม่เคยขาดแคลนเรื่องผู้หญิง หากเขาต้องการไม่มีผู้หญิงคนไหนจะปฏิเสธ แต่นั่นมันคือความสัมพันธ์ที่ขึ้นอยู่กับความพอใจของทั้งสองฝ่าย

ตอน 3

แค่ความฉาบฉวยชั่วครั้งชั่วคราว ต่างคนต่างพบเจอแลกเปลี่ยนความต้องการซึ่งกันและกันแล้วจบเพียงแค่นั้น เขาเองก็ไม่คิดปฏิเสธแต่ก็ไม่คิดจะจริงจังกับใครเป็นตัวเป็นตนในเวลานี้ เขารักชีวิตอิสระ รักความเร็ว ผู้หญิงที่เขารักเพียงคนเดียวก็คือมารดาเท่านั้น

งานเลี้ยงดำเนินมาจนถึงเวลาเที่ยงคืนจึงยุติ ต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับ เหมือนดังเช่นขามา เสร็จจากการแข่งสนามนี้ภาคินก็ว่างยาว เขาคิดจะท่องเที่ยวสักพักก่อนกลับไปดูแลรีสอร์ตที่เมืองไทย รีสอร์ตภูแมกไม้ ซึ่งอยู่ในจังหวัดจังหวัดหนึ่งทางภาคตะวันออกของประเทศไทย

ชายหนุ่มกำลังจะก้าวขึ้นรถ เมื่อเอกสิทธิ์สะกิดแขนก่อนบุ้ยใบ้ไปทางที่จอดรถด้านหนึ่ง

“สงสัยคืนนี้เจ้านายจะได้ใส่เกียร์อีกครั้งแล้วว่ะ” ลูกน้องขี้เล่น หากแต่ฝีไม้ลายมือในการทำงานไม่เบาแกล้งสัพยอก

“นายนี่หัดพูดให้มันน้อยๆ หน่อย สงสัยอยู่ฝ่ายการตลาดจนเคยตัวนะไอ้บ้า” ภาคินดุห้วนๆ เขาจัดการปิดประตูรถ ขาแข็งแรงสาวเท้าก้าวตรงไปหาคนที่ยืนควงกุญแจมองมาทางเขา

ปาจรีย์ยิ้มหวานอย่างยั่วเย้า การอยู่ต่างประเทศทำให้เธอไม่ต้องคอยระมัดระวังหูตาของชาวบ้าน เพราะคนที่นี่ล้วนแต่เห็นเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องธรรมดา

“ขืนคุณยิ้มแบบนี้บ่อยๆ ผมคงจะละลายอยู่ตรงนี้แน่ๆ”

ภาคินแกล้งเย้า ด้านหลังที่เดินจากมาเมื่อครู่รถของเขาถูกขับออกไป โดยมีปิลันต์เป็นคนโบกมือให้

“แย่จังนะคะ คนของคุณเขาทิ้งคุณไปแล้ว แบบนี้คุณจะกลับยังไงล่ะคะเนี่ย” หญิงสาวสวยโน้มใบหน้าลงมากระซิบแทบชิดเรียวปากเข้ม

“ผมก็หวังว่าคุณจะกรุณา”

ชายหนุ่มส่งยิ้มยั่วเย้าเช่นกัน ตาคมกริบทอประกายร้อนแรงออกมาโดยไม่ปิดบังเช่นกัน ขณะที่มือหนาไล้ลงกับมือบางที่ถือกุญแจ เขาแกล้งไล้แผ่วๆ ก่อนจะแย่งกุญแจไปถือเอาไว้

“ฉันก็อยากจะดูเหมือนกันค่ะว่า...คุณจะแรงแค่ไหน”

สาวสวยหมุนกายเข้าไปนั่งในรถเมื่อภาคินเปิดประตูให้ ก่อนที่ชายหนุ่มจะอ้อมไปทำหน้าที่คนขับ

“ปกติเวลาแข่งรถผมเหยียบคันเร่งแบบไม่ยั้งและไม่มีแตะเบรก ถ้ายังไงผมช่วยรัดเข็มขัดนะครับ” ชายหนุ่มชะโงกเข้ามากระซิบข้างใบหูของสาวเจ้า เอื้อมมือไปดึงเข็มขัดนิรภัยซึ่งอยู่อีกด้านของกายสาวเพื่อมากดล็อก จงใจเบียดสีนวลเนื้อหอมกรุ่นกลิ่นคริสเตียนดิออร์อย่างยั่วเย้า

“งั้นฉันก็จะบอกว่า ฉันชอบแบบแรงๆ เร็วๆ มีเท่าไหร่ใส่ให้จมคันเร่งจะเป็นปัญหากับคุณมั้ยคะ คุณภาคิน”

น้ำเสียงหวานกระซิบยั่วเย้าเร้าอารมณ์อย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน

ภาคินยิ้มกว้างก่อนจะส่ายหน้า ชายหนุ่มพารถออกจากบริเวณนั้นทันที ค่ำคืนแห่งการฉลองของเขาไม่ได้เลวร้ายเลย หลังเครื่องดื่มร้อนๆ ยังมีสาวสวยแรงระเบิดเปิดทางให้ได้ฉลองกันเสียอีก

ทันทีที่ถึงห้องพักอันเป็นโรงแรมสุดหรูที่ใกล้ที่สุด ร่างสองร่างต่างตรงเข้ากอดรัดฟัดเหวี่ยงกันนัวเนียจนแยกไม่ออก ความต้องการอันแรงร้อนระเบิดออกมาเมื่อต่างคนต่างต้องการในสิ่งเดียวกัน สำหรับภาคินแล้วเขาไม่หวั่นและยังป้องกันตนเองเป็นอย่างดีด้วย ก่อนแสงแรกแห่งอาทิตย์จะมาเยือน นักแข่งหนุ่มสุดหล่อได้ลงสนามประลองรักไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เขาไม่เคยทำให้ผู้หญิงคนไหนผิดหวัง นายภาคิน อัศวเรืองยศ แรงและเร็วเสมอ ทั่วทั้งห้องกว้างจึงมีเพียงเสียงครวญครางแห่งความสุขสมของทั้งสองฝ่ายที่ต่างคนต่างผลัดกันรุกและรับกระทั่งหมดแรงกันไป

ภาคินแต่งตัวช้าๆ สายตากวาดไปทั่วร่างนุ่มหากแต่ร้อนแรงเด็ดดวงที่กำลังหลับสบายด้วยสายตาว่างเปล่า เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นลงพร้อมๆ กับความว่างเปล่าดังเช่นทุกครั้ง ชายหนุ่มไม่เคยค้างกับสาวคนไหน เพราะทุกความสัมพันธ์มันเป็นเพียงการปลดปล่อยความกระหายอยากอันเป็นส่วนประกอบของชีวิตเท่านั้น

ร่างสูงใช้บริการรถของโรงแรมให้ไปส่งที่พักของเขาทันทีหลังจากลงมาจากห้องนั้น เพื่อจะกลับไปพักผ่อนร่างกายอันเหนื่อยล้ามาทั้งวันและทั้งคืน

ภาคิไนยทรุดลงนั่งกับเก้าอี้หนาตัวใหญ่ เอกสารในมือร่วงลงกระจายบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เขาไม่อยากเชื่อ มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน หากรายงานในมือเขานั้นไม่เคยผิดพลาด ผู้ตรวจสอบของเขาไว้ใจได้เสมอ แม้ครั้งนี้ชายหนุ่มเฝ้าภาวนาในใจเหลือเกินว่าให้มันเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นมาทีเถิด

ดาราวดีเป็นคนรักของเขา เธอจะทำเรื่องแบบนี้ได้ยังไงกัน นี่สวรรค์กำลังเล่นตลกอะไรอยู่ ชายหนุ่มหวนนึกถึงวันแรกที่หญิงสาวเหยียบย่างเข้ามาทำงานที่บริษัทของเขา ความสวยน่ารักและความมีน้ำใจของเธอเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดให้ใครๆ ต่างก็ให้ความสนใจ สุดท้ายเธอกลับยอมเปิดใจให้เขา ภาคิไนยนึกถึงท่าทีเหนียมอาย แก้มสาวที่ระเรื่อแดงในวันที่เขาจูบเธอครั้งแรก เธองดงาม อ่อนหวาน ไม่มีเรื่องเสื่อมเสียใดให้ด่างพร้อย เธอเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาที่แสนจะน่ารักน่าปรารถนาเท่านั้น แล้วที่อยู่ในมือของเขานี่มันเรื่องบ้าหรือว่าตลกฝืดห่าเหวอะไร

รูปถ่ายหลายสิบใบ ถ่ายทุกมุมของคู่พบปะในร้านอาหารแห่งหนึ่งนอกเมือง ใบหน้าของทั้งสองนั้นชัดเจนหราอยู่ในภาพ ฝ่ายชายคือเจ้าหน้าที่บริษัทของฝ่ายตรงข้ามขณะที่ฝ่ายหญิงคือเธอ ดาราวดีคนรักของเขาเอง ดวงหน้ายามที่เจ้าตัวยิ้มแบบนี้เขาไม่เคยเห็นมาก่อน มันมีทั้งความมั่นใจและความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยม พอๆ กับที่บอกได้ว่าด้วยใบหน้าแบบนี้เธอสามารถผลักใครลงนรกได้โดยไม่มีคำว่ารีรอเลยทีเดียว

ความผิดหวังวิ่งเข้าจู่โจมหัวใจแกร่งให้อ่อนแอได้อย่างไม่น่าเชื่อ เธอทำกับเขาอย่างเลือดเย็นทั้งที่อีกไม่กี่วันงานแต่งงานระหว่างเขาและเธอกำลังจะเกิดขึ้น

เสียงเคาะประตูเบาๆ ทำให้ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากเอกสารบนโต๊ะ พร้อมกับส่งเสียงอนุญาตเบาๆ ตาคมมองนิ่งที่ประตูอย่างรอคอย

ดาราวดีพาตัวเองเข้ามา หญิงสาวส่งยิ้มหวานมาก่อนเป็นอันดับแรก ทั้งที่หัวใจเธอกำลังแห้งผาก เธอรู้ดีแก่ใจทีเดียวว่าเขาตามตัวเธอด่วนเพราะเรื่องอะไร และมันถึงเวลาแล้วที่เรื่องทั้งหมดจะจบสิ้นกันสักที

“นั่งสิ”

“ขอบคุณค่ะ”

ภาคิไนยไม่ได้ละสายตาจากดวงหน้างดงามเลยแม้แต่น้อย ตาคมสบกับดวงตาคู่หวานภายใต้ท่าทีนิ่งสงบและรอคอยอย่างประเมินสถานการณ์ มือคร้ามสะอาดเลื่อนเอกสารที่วางเกลื่อนบนโต๊ะเข้าไปตรงหน้าหญิงสาว

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED