“ผมจำได้ขึ้นใจเลยครับ แต่ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่หายนะสำหรับผม...” ฮาร์เวียแสยะยิ้มร้ายกาจ นัยน์ตาสีเทาที่หวานฉ่ำเพราะได้อิทธิพลจากแพขนตายาวงอนดุดันจนน่าหวาดกลัว
“ผมต่างหาก... คือหายนะของหล่อน”
“พี่คงห้ามอะไรนายไม่ได้ใช่ไหม”
เสียงถอนใจหนักหน่วงที่บ่งบอกถึงความหนักอกหนักใจของพี่ชายไม่สามารถล้มล้างความคิดแก้แค้นของฮาร์เวียให้ลดต่ำลงได้เลย ไม่มีทางเสียล่ะ เขาจะต้องขยี้แพทริเซียให้แหลกคามือ โทษฐานที่หล่อนบังอาจมาปั่นหัวผู้ชายที่มีเลือดหยิ่งผยองอยู่ล้นกายอย่างฮาร์เวีย มาเคลาโน่
“ไม่นานหรอกครับ ผมจะปล่อยหล่อนไป”
“แต่นายก็จะลากเธอขึ้นเตียงระหว่างที่เธอกับนายอยู่ด้วยกัน อย่าคิดว่าพี่ไม่รู้นะฮาร์เวีย พี่พูดตามตรงนะ พี่ไม่อยากให้นายยุ่งกับผู้หญิงของคาร์โลสเลย แม้หมอนั่นจะแต่งงานไปแล้วก็ตาม”
ฮาร์เวียแค่นยิ้ม “แพทริเซียถูกเขี่ยทิ้งแล้วต่างหาก ตั้งแต่หมอนั่นแต่งงานกับกัญญิกาผู้หญิงที่ผมควรจะได้มาเป็นภรรยา” ชายหนุ่มยังฝังใจว่าแพทริเซียคือผู้หญิงของคาร์โลส
คิ้วเข้มของโฮนาสเลิกขึ้นสูง ขณะจ้องหน้าน้องชายเขม็ง “นายไม่ได้รักกัญญิกานี่ฮาร์เวีย เท่าที่พี่รู้ นายแค่ถูกใจเธอเท่านั้นไม่ใช่หรือ”
“ผมไม่เคยรักกัญญิกา แต่ก็ไม่ชอบใจที่ถูกแย่งไปแบบนี้ ผมจะขยี้แม่ตัวแสบให้แหลกคามือ จะทำให้แม่นั่นเจ็บไปจนวันตาย”
ศีรษะทุยได้รูปสวยที่ตั้งอย่างสง่างามอยู่บนลำคอแข็งแกร่งของโฮนาสส่ายไปมา พร้อมๆ กับเสียงลมหายใจที่ดังขึ้นอีกครั้ง
“บางทีความแค้นอาจจะมีความรู้สึกบางอย่างซ่อนอยู่ด้วยก็ได้นะฮาร์เวีย ดูใจของตัวเองให้ชัดๆ ก่อนจะทำอะไรลงไป ทุกอย่างมันจะได้ไม่สายเกินแก้ หากวันหนึ่งวันใดนายเกิดรู้ใจตัวเองขึ้นมา”
คำเตือนของพี่ชายค่อยๆ ซึมซาบเข้ามาในสมอง แต่กระนั้นมันก็ไม่สามารถดับความขุ่นเคืองที่ตนเองมีต่อผู้หญิงคนนั้นได้เลยแม้แต่นิดเดียว แพทริเซียสมควรจะได้รับมันแล้ว
“ผมไม่มีหัวใจหรอก หรือถ้าจะมีมันก็คงอยู่ลึกมากจนหาไม่เจอน่ะครับ” ร่างสูงใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแกร่งลุกขึ้นยืนตระหง่าน
“ถ้าผู้หญิงคนนั้นมาถึงเมื่อไหร่ พี่โฮนาสโทรตามผมด้วยนะครับ ผมจะรีบมาจัดการทันที”
โฮนาสไม่มีทางเลือกจึงพยักหน้ารับหงึกๆ “ถ้าแพทริเซียมาถึงเมื่อไหร่ พี่จะโทรไปตามนายก็แล้วกัน คราวนี้พอใจหรือยังล่ะพ่อคนเจ้าคิดเจ้าแค้น”
คำประชดประชันของพี่ชายไม่ได้ทำให้ฮาร์เวียหยุดความคิดร้ายกาจนั่นลงเลยแม้แต่นิดเดียว ชายหนุ่มระบายยิ้มน้อยๆ ให้กับพี่ชายรูปหล่อ
“ขอบคุณมากครับพี่โฮนาส งั้นผมขอตัวก่อน ไว้เจอกันครับ”
ผู้เป็นพี่ชายถอนใจออกมาอีกครั้งและอีกครั้ง ขณะมองตามแผ่นหลังกว้างใหญ่ของฮาร์เวียที่กำลังจะลับจากบานประตูห้องทำงานของตนเองไปด้วยความไม่สบายใจ
“นายทำให้พี่ไม่มีทางเลือกจริงๆ ฮาร์เวีย”
พยายามจะก้มหน้าทำงานต่อ แต่สมองก็ยังว้าวุ่นไม่ยอมหยุด เขาไม่ได้ต้องการจะให้เรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นเลย และก็ไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงชาวสเปนที่ชื่อแพทริเซียที่เขาตอบตกลงรับเข้ามาทำงานจะเป็นผู้หญิงที่น้องชายกำลังต้องการตัวมาชำระแค้น
มันคือเรื่องบังเอิญ... หรือว่าเป็นเพราะลิขิตของพระเจ้ากันแน่
โฮนาสพ่นลมออกจากปากหนักๆ อีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจกดอินเตอร์คอมหาเลขาสาวหน้าห้อง “เปิดรับสมัครเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลอีกครั้ง”
“เราได้คนแล้วไม่ใช่หรือคะท่านประธาน ก็คุณแพทริเซีย...” เลขาสาวถามขึ้นอย่างสับสนผสมผสานกับความงงงวย
“ทำตามที่ผมบอก เอ่อ แล้วหากคุณแพทริเซียเดินทางมาถึง ให้เธอเข้ามาหาผมในห้องทำงานได้ทันที”
ชายหนุ่มออกคำสั่งจบ ก็หันกลับมาจ้องมองแฟ้มเอกสารในมืออีกครั้ง อยากจะทำงานแต่สมองก็ว้าวุ่นเกินกว่าจะทำได้ จนในที่สุดก็ต้องเดินออกไปนอกห้องทำงานตามน้องชายไปอีกคน
===================================
การเดินทางสิ้นสุดลงเมื่อหญิงสาวมาหยุดอยู่หน้าโรงแรมหรูใจกลางเมืองหลวงของประเทศอาร์เจนตินา ประเทศที่เป็นแผ่นดินเกิดของชายหนุ่มที่หล่อนหลงรัก แม้จะรู้ว่าตอนนี้เขาจะเกลียดขี้หน้าตัวเองมากมายแค่ไหนก็ตาม การได้อยู่ในที่ที่เขาเคยอยู่ ได้อยู่ในที่ที่เขาเคยผ่าน แค่นี้ก็สุขใจแล้วไม่ใช่หรือ
“ดิฉัน มิสแพทริเซีย อะลอนโซ ลิซเต ที่จะมาทำงานที่นี่ค่ะ”
แพทริเซียเอ่ยกับเจ้าหน้าที่สาวตรงหน้าเสียงนุ่มนวล พยายามปั้นยิ้มให้เกลื่อนใบหน้า แต่มันก็ทำได้ไม่ดีนัก เพราะยิ่งฝืนรอยยิ้มมันก็ยิ่งเต็มไปด้วยความขมขื่น หล่อนไม่สามารถลบใบหน้าหล่อเหลาของฮาร์เวียออกจากสมองได้เลย ยังคงโหยหา และต้องการอยู่ใกล้ แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าไม่มีทางเป็นไปได้ก็ตาม
“ท่านประธานกำลังรอคุณอยู่ เชิญทางนี้ค่ะ”
สาวสวยเอ่ยขึ้นเสียงเป็นมิตร ก่อนจะพาหล่อนเดินตรงไปที่ลิฟต์ และไม่นานนักลิฟต์ตัวใหญ่ก็พาหล่อนขึ้นมาถึงชั้นสูงสุดของโรงแรม เจ้าหน้าที่สาวเดินนำไปหยุดตรงห้องทำงานใหญ่ห้องหนึ่งที่มีสตรีวัยทำงานคนหนึ่งนั่งอยู่
“มิสแพทริเซีย อะลอนโซ ลิซเต มาแล้วค่ะ” หญิงที่นำหล่อนขึ้นมาเอ่ยกับผู้หญิงอีกคนนึ่งที่เป็นเลขาหน้าห้องของท่านประธานบริษัทฯ
“ขอบใจมากจ๊ะ เดี๋ยวทางนี้ฉันจัดการเอง”
และเจ้าหน้าที่คนนั้นก็เดินจากไปทิ้งให้หล่อนอยู่กับเลขาหน้าแฉล้มของท่านประธานบริษัทฯ ตามลำพัง แพทริเซียพยายามทำใจให้สงบกับสายตาของสตรีตรงหน้าที่มองมาที่ตนเอง เหมือนกับว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังสงสัยอะไรบางอย่างในตัวของหล่อน
“รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวดิฉันเรียนท่านประธานก่อน” แล้วคู่สนทนาของหล่อนก็ยกหูโทรศัพท์ขึ้น และพูดออกไปเป็นภาษาสเปนที่ฟังแล้วลื่นหูยิ่งนัก
“ท่านประธานคะ มิสแพทริเซีย อะลอนโซ ลิซเต เดินทางมาถึงแล้วค่ะ ดิฉันจะพาเข้าพบท่านประธานเลยนะคะ” และเมื่อสตรีตรงหน้าวางหูโทรศัพท์ หล่อนก็หันมายิ้มให้ ก่อนที่จะลุกขึ้นและเดินมาหยุดตรงหน้าของแพทริเซีย
“เชิญค่ะ ท่านประธานกำลังรอคุณอยู่”
แม้จะรู้สึกได้ถึงความแปลกประหลาดบางอย่างกับสถานที่ทำงานใหม่แห่งนี้ แต่หญิงสาวก็เลือกที่จะไม่สนใจ หล่อนเตรียมตัวมาพร้อมแล้วสำหรับการเผชิญกับโลกภายนอกโดยไม่มีเงาของพี่ชายต่างแม่อย่างคาร์โลสมาคอยช่วยเหลือ
ประตูไม้บานใหญ่ถูกเปิดออก หล่อนถูกผลักให้ก้าวเข้าไปอยู่ภายในห้องทำงานสุดโอ่อ่าที่ประดับด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงระยับ ผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้โบราณขนาดใหญ่ และกำลังจ้องมาที่หล่อน แพทริเซียรู้สึกได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของสายตาคู่นั้น
“ผมโฮนาส มาเคลาโน่ เป็นเจ้าของที่นี่...”
ชื่อของเขาไม่ได้ทำให้หัวใจของหล่อนสั่นสะท้านรุนแรงเหมือนกับชื่อนามสกุล ‘มาเคลาโน่’ หรือ ทำไม? นามสกุลของเขาถึงได้เหมือนกับผู้ชายคนนั้นนักนะ ผู้ชายที่ฝังอยู่ในสมองของหล่อนในทุกๆ จังหวะการหายใจ
“และยินดีต้อนรับคุณสู่ มาเคลาโน่โฮเทล”
“สวัสดีค่ะ เอ่อ... ฉันแพทริเซีย อะลอนโซ ลิซเต ฉันคือเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลคนใหม่ของที่นี่ คุณรับฉันทำงานเมื่อสัปดาห์ก่อน...”
กว่าจะพูดจบประโยคได้ แพทริเซียก็แทบจะขาดใจ สัญญาณอันตรายบางอย่างจนความเหมือนของผู้ชายตรงหน้าทำให้หัวใจของหล่อนกระตุกแรงๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า
ใบหน้าก็เหมือน นามสกุลก็ใช่ หรือว่าเขาจะเป็น... พี่น้องกัน
“ผมรู้จักคุณแล้วครับ”
โฮนาสยิ้มให้กับสาวสเปนตรงหน้า หล่อนสวยจริงๆ สวยเหมือนภาพวาด ดูอ่อนช้อย และงดงามปานนางสวรรค์ เพราะอย่างนี้นี่เองน้องชายของเขาถึงได้คลั่งไคล้นัก
“รู้จักดิฉันหรือคะ...”
“ผมอ่านประวัติของคุณก่อนที่จะรับเข้ามา นั่งลงก่อนสิครับ ดูท่าทางของคุณเหมือนกำลังแคลงใจอะไรผมอยู่ ถามมาได้เลยหากสงสัย”
เขาช่างตาแหลมคมจริงๆ ใช่สิ หล่อนแทบจะทรงตัวยืนไม่ไหวอยู่แล้ว แข้งขาอ่อนแรงจนแทบจะเป็นอัมพาตรู้สึกเหมือนกับถูกพ่อมดร้ายดูดพลังกายพลังใจไปจนหมดสิ้น หญิงสาวทรุดร่างลงบนเก้าอี้ตรงหน้าของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว เพราะหากช้าหล่อนอาจจะต้องล้มลงไปกองกับพื้นพรมสีเขียวเทอควอยซ์นี้ก็เป็นได้
“ขอบคุณค่ะ...”
“ผมคงต้องบอกให้คุณรู้ก่อนล่วงหน้าก่อนว่า ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลมีคนอื่นที่มีคุณสมบัติดีกว่าคุณรออยู่แล้ว ดังนั้นผมจึงต้องขอโทษด้วยหากทำให้คุณต้องผิดหวัง”
แพทริเซียหน้าซีดเผือด มองผู้ชายที่มีทุกอย่างบนใบหน้าละม้ายคล้ายกับคนๆ นั้นด้วยความสับสน “คุณหมายความว่ายังไงหรือคะ ดิฉันไม่เข้าใจ...”
โฮนาสระบายยิ้มออกมา นัยน์ตาสีเทาหวานฉ่ำไม่ต่างจากฮาร์เวียจ้องมองสตรีตรงหน้าด้วยความชื่นชมไม่ปิดบัง “ผมจะไม่จ้างคุณในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล”
“หมายความว่าดิฉันไม่ได้งานนี้อย่างนั้นหรือคะ” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความผิดหวังจนคนฟังอย่างโฮนาสต้องรีบแก้ไขความเข้าใจผิดของเจ้าหล่อนเสียใหม่
“คุณอาจจะไม่ได้ทำงานในตำแหน่งนี้ แต่ผมมีงานอื่นให้คุณทำ...”
“งานอะไรหรือคะ ดิฉันขอรู้รายละเอียดของงานก่อน” ไม่ใช่ไม่ไว้ใจ แต่เพราะความรู้สึกบางอย่างในใจร้องเตือนให้อยู่ห่างๆ จากผู้ชายคนนี้ซะ
“เดี๋ยวคุณจะได้รู้เอง...”
และผู้ชายรูปหล่อคนนั้นก็ยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาแนบศีรษะ ก่อนที่น้ำเสียงราบเรียบไร้ความรู้สึกจะเล็ดลอดไรฟันขาวสะอาดออกมา
“เธอมาแล้วนะฮาร์เวีย...”
แพทริเซียไม่รู้หรอกว่าผู้ชายตรงหน้าวางหูตั้งแต่เมื่อไหร่ และไม่ทันสังเกตว่าเขาจ้องมองหล่อนด้วยสายตาแบบไหน ตอนนี้สมองของหล่อนกำลังเหมือนถูกบีบด้วยอุ้งมือของจอมมารใจทมิฬจนเลือดทะลัก หัวสมองหมุนเคว้งราวกับหลงเข้าไปอยู่ในพายุหมุนบ้าคลั่ง
ฮาร์เวียหรือ ฮาร์เวียไหนกัน คงไม่ใช่ฮาร์เวีย มาเคลาโน่ใช่ไหม ไม่มีทางเป็นเขาใช่ไหม ร้องบอกตัวเองอย่างบ้าคลั่ง แต่เมื่อสมองร้องบอกว่าผู้ชายตรงหน้าของหล่อนก็นามสกุลนี้ มาเคลาโน่ และใบหน้าของเขาก็เหมือนกับฮาร์เวียราวกับแกละ
หล่อนน่าจะรู้ให้เร็วกว่านี้... หล่อนจะไม่มีทางเจอผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว ให้ฮาร์เวียมีตัวตนเฉพาะในฝันของหล่อนก็พอแล้ว เพราะการเผชิญหน้ามันสร้างแต่ความเจ็บปวดชอกช้ำ
“คุณเป็นพี่ชายของฮาร์เวีย มาเคลาโน่ใช่ไหมคะ”
ในที่สุดแพทริเซียก็สามารถเค้นคำถามออกมาจากลำคอได้เป็นผลสำเร็จ หลังจากที่พยายามกล้ำกลืนความตื่นตระหนกลงไปในอกอยู่เวลานานหลายนาที
“ครับ ผมโฮนาส มาเคลาโน่ พี่ชายของฮาร์เวีย มาเคลาโน่ อดีตนักฟุตบอลชื่อดัง” เขายอมรับด้วยรอยยิ้ม แต่หล่อนไม่คิดจะยิ้มตอบ ใบหน้างามซีดแล้วซีดอีก ขณะผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว
“ดิฉันคงต้องขอตัว ดิฉันจะไม่ทำงานกับพวกคุณ...”
“คุณเลือกไม่ได้แล้วล่ะครับ ฮาร์เวียกำลังเดินทางมาที่นี่” เสียงของพี่ชายของฮาร์เวียยังคงนุ่มนวลน่าฟังเช่นเดิม แต่มันก็ไม่สามารถทำให้หล่อนยกเลิกการตัดสินใจนี้ลงได้
“ดิฉันจะกลับเดี๋ยวนี้...”
หมุนตัวกำลังจะเดินออกไปจากห้อง แต่ประตูเจ้ากรรมก็ถูกเปิดเข้ามาเสียก่อน และร่างกำยำที่สูงใหญ่กว่าหล่อนมากมายมหาศาลก็ปรากฏขึ้น และมันก็ทำให้หล่อนต้องยืนนิ่งราวกับถูกสาปด้วยมนต์ร้ายของพ่อมดจอมขมังเวทย์เมื่อสบกับนัยน์ตาสีเทาเหี้ยมเกรียม
“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง...”
แพทริเซียเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก กวาดมองร่างของฮาร์เวียผู้ชายที่หล่อนหลงใหลอย่างลืมตัวลืมใจ มองจ้องราวกับจะกลืนกินร่างแข็งแกร่งเข้าไปทั้งเนื้อทั้งตัว
ฮาร์เวีย มาเคลาโน่ยังหล่อเหลาเช่นเดิม ไม่สิ เขาหล่อและดูดียิ่งกว่าตอนที่พบกันที่พัทยาเสียอีก แม้ใบหน้าสี่เหลี่ยมของเขาจะมีหนวดเคราปะปรายตามแนวสันกรามและปลายคางหยักก็ตาม แต่กระนั้นรัศมีความเลิศเลอก็ยังฉายชัดออกมา เขาดูดุ เถื่อนกว่าเดิมหลายร้อยเท่า
หัวใจสาวสะท้านสะเทือน อยากจะวิ่งหนี อยากจะมุดตัวลงไปอยู่ใต้พรมที่ยืนอยู่ แต่ก็ทำไม่ได้ เรี่ยวแรงหดหาย อ่อนเปลี้ยไปทั้งเรือนกาย ไม่มีแรงแม้แต่จะขยับหนีเมื่อคนตัวโตเดินเข้ามาหยุดตรงหน้า ระยะห่างแค่หนึ่งฟุตทำให้แพทริเซียได้กลิ่นโคโลญจางๆ จากร่างกายกำยำของฮาร์เวียได้ชัดเจน กลิ่นนี้ไงที่หล่อนหลงใหล
สาวน้อยถอนใจออกมาราวกับต้องการจะปลดปล่อยความรู้สึกปรารถนาที่อัดแน่นอยู่ในอกให้หลุดร่อนออกไปบ้าง สายตาเลื่อนต่ำลงมาจับจ้องที่ริมฝีปากสีแดงสดแสนเซ็กซี่ที่มันร้อนผ่าวตลอดเวลาที่เขาดูดเม้มไปตามร่างกายของหล่อน ยิ่งยามเขาดูดกลืนปลายถันงามเข้าไปในปาก และขบเบาๆ หล่อนยิ่งคลุ้มคลั่ง ร่างกายร้อนรุ่มฉ่ำแฉะในส่วนที่เร้นลับ เต้างามเบ่งบานชูชันอยู่ใต้บราเซียร์สีหวานอย่างน่าละอาย
อยากให้เขากอด ทำแบบเมื่อครั้งในอดีต ทำจนกว่าทุกอย่างจะสิ้นสุด และทำให้หล่อนเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์ ความทรมานน่าอึดอัดนี้จะได้เหือดแห้งไปจากร่างกายสักที
“คุณฮาเวียร์...”
“คิดไม่ถึงสินะว่าจะเจอฉันที่นี่... แม่สายลับสาว”
คำพูดที่อัดแน่นไปด้วยความขุ่นเคืองทำให้แพทริเซียรู้ทันทีว่าหนุ่มหล่อปานเทพบุตรตรงหน้ายังไม่ลบเลือนเรื่องราวในอดีต และในการเผชิญหน้ากันครั้งนี้ก็ไม่ใช่ความบังเอิญแต่มันต้องเป็นความตั้งใจของใครบางคนแน่ หญิงสาวหันกลับไปมองโฮนาส แต่เขาก็ไม่อยู่เสียแล้ว
“แพทจะกลับค่ะ หลีกทางด้วย”
หล่อนไม่ชอบรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมแบบนี้ของฮาร์เวียเลย มันเหมือนกับว่าเขากำลังวางแผนร้ายๆ อะไรสักอย่างอยู่ภายในใจ และเหยื่อที่เขาต้องการจะขยี้ก็คือหล่อน
“เรายังต้องคุยกันอีกนาน”
“แต่แพทไม่มีอะไรจะคุยกับคุณนะคะ ฮาร์เวีย”
ไม่ใช่แค่ไม่หลีกทางเท่านั้น แต่คนตัวโตยังฉวยโอกาสดึงร่างของหล่อนเข้าไปกอดแน่น ก่อนจะก้มลงขยี้กลีบปากของหล่อนอย่างรุนแรงเข้าขั้นป่าเถื่อน มันไม่มีรสชาติแห่งความหวานอยู่เลย มันมีแต่ความเอาแต่ใจ ต้องการประกาศศักดาแห่งผู้ชนะเท่านั้น
“อย่าทำแบบนี้...”
เมื่อปากเป็นอิสระหญิงสาวจึงอ้อนวอนขึ้น แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่เป็นผล เพราะจอมมารฮาร์เวียไม่ยอมปลดปล่อยง่ายๆ ลำแขนกำยำกระชับรัดรึงร่างอรชรให้แน่นขึ้น รอยยิ้มเหยียดหยามผุดพรายขึ้นแต้มแต่งใบหน้าหล่อเหลาของเขามหาศาล