ตอน 1

1

ณ ไร่พฤกษา

“มาแล้วจ้า มาแล้ว กับข้าวอร่อยๆ ของแม่ครัวคนสวยมาให้ทุกท่านกินแล้วค่ะ วางจอบวางเสียมมากินข้าวกันก่อนนะจ๊ะ”

เสียงหวานๆ รูปร่างเซ็กซี่ของแม่ครัวคนสวยประจำไร่พฤกษา ตะโกนเรียกคนงานในไร่ทั้งชายและหญิงให้มารับประทานอาหารเที่ยงในโรงครัว หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ต่างเดินตามเสียงเรียกเข้ามาทานอาหารรสเลิศจากแม่ครัวหัวป่า ที่ทำอาหารน่ากินยังไม่พอ คนที่ทำก็น่ากินไม่แพ้กัน

“กินข้าวเสร็จ กินน้องหนูต่อได้หรือเปล่าจ๊ะ?”

คนงานหนุ่มวัยสามสิบปีได้ทีเกี้ยวแม่ครัวสาวนามว่าน้องหนูแบบเปิดเผย พร้อมกับมองทรวดทรงองค์เอวที่สะท้านสะเทือนอารมณ์ใจชายของน้องหนูตาเป็นมัน

“เอาไว้วันหลังนะคะ ตอนนี้เก็บปากไว้กินข้าวก่อนนะจ๊ะพี่เผือกจ๋า วันนี้มีกับข้าวอร่อยๆ ทั้งนั้นเลยนะจ๊ะ”

น้องหนูทิ้งสายตา ยิ้มยั่วอีกฝ่ายจนเผือกกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ เกิดมาไม่เคยเห็นใครยั่วยวนเก่ง ไม่เคยเห็นใครน่ากินเท่าน้องหนูแม่ครัวสุดสวยคนนี้เลย

“วันหลังให้พี่ดำกินน้องน้องหนูบ้างนะจ๊ะ พี่ดำก็อยากกินน้องน้องหนูใจแทบขาด” ดำที่ยืนต่อแถวพูดขึ้นมาอีกคน

“ตกลงพวกแกจะมากินข้าวหรือว่าจะมากินยายน้องหนูกันแน่ ไป ไป ไปกินข้าวกันได้แล้วจะได้ทำงาน” เสียงของป้าพิณหัวหน้าแม่ครัวเท้าสะเอวตะโกนไล่คนงานชายที่มองแม่ครัวสาวตามันระยับ “นี่ยัยน้องหนู ตกลงแกจะมาเป็นแม่ครัวหรือว่าจะเป็นนางยั่วกันแน่ ดูสิคนงานที่นี่แทบจะไม่เป็นอันทำงานกันแล้ว จ้องจะกินแต่แก”

ก่อนจะหันมาพูดเสียงเขียวกับแม่ครัวรุ่นหลานที่หน้าตาสวยสด ผิวพรรณผุดผ่อง ไม่เหมือนแม่ครัวทั่วๆ ไป

“คนมันมีเสน่ห์ก็อย่างนี้แหละจ่ะ ฉันชินแล้วแหละ” น้องหนูทำท่าทางปลื้มอกปลื้มใจยามที่พูดประโยคนี้

“ฉันบอกแกกี่ครั้งแล้วเรื่องเสื้อผ้า หาซื้อที่มันมิดชิดกว่านี้ไม่ได้หรือไง ตั้งแต่แกมาทำงานที่นี่ คนงานผู้ชายเป็นกลากเป็นเกลื้อนกันหลายคน เพราะน้ำลายหกเวลาที่มองเนื้อนมไข่ของแก ฉันล่ะหน่ายกับแกจริงๆ พูดไม่รู้จักฟัง ถ้าแกไม่ได้เป็นหลานของนุ่มนะ ฉันตะเพิดแกออกไปจากไร่นี้ตั้งแต่วันแรกแล้ว”

ป้าพิณพูดไปดมยาดมไป มองเห็นการแต่งกายของน้องหนูแล้ว นางนึกอยากจะหวดก้นเด็กสาววันละหลายๆ ครั้ง นุ่งน้อยห่มน้อยเสียเหลือเกิน

“แหมป้า อินเทรนด์น่ะรู้จักหรือเปล่า เทรนด์นี้กำลังมาแรง ถ้าฉันไม่ใส่เดี๋ยวเขาจะว่าฉันตกเทรนด์”

น้องหนูแก้ตัวน้ำขุ่นๆ เธอไม่คิดว่าการใส่กางเกงขาสั้นอวดเรียวขาสวยกับเสื้อยืดแบบเอวลอยโชว์หน้าท้องขาวๆ เนียนสวยจะเสียหายตรงไหน ก็แค่แฟชั่นธรรมดาที่คนทั่วๆ ไปเขาใส่กัน

“ใครว่าแกตกเทรนด์หะ!!...ยายน้องหนู แกลองแหกตาดูสิว่าผู้หญิงในไร่มีใครเขาแต่งตัวแบบแกบ้าง เขาปิดมิดชิดกันทั้งนั้นแหละ มีแต่แกเท่านั้นที่เปิดเผย เนื้อนมไข่แทบจะหกออกมาแล้ว แกรู้มั้ยว่าการที่แกแต่งตัวแบบนี้คนงานชายแก่คราวพ่อคราวน้าหัวใจจะวายวันละหลายๆ รอบ” นางยังไม่หยุดต่อว่า ยิ่งเห็นยิ่งขัดใจ

“แหม!!...ป้าพิณก็ ฉันน่ะทำให้ไร่นี้เจริญหูเจริญตาขึ้นตั้งเยอะ หนุ่มๆ แก่ๆ พากันกระชุ่มกระชวย ไม่ได้มองไปทางไหนก็ส่ายหน้าดิก อีกอย่างป้าไม่ต้องกลัวว่าลุงๆน้าๆ ทั้งหลายเขาจะหัวใจวายตายเพราะการแต่งตัวของฉัน เพราะเดี๋ยวฉันก็ไปแล้ว” น้องหนูโต้กลับหน้าตาเฉยไม่สะทกสะท้านกับคำต่อว่าของอีกฝ่าย

“แกจะไปไหนนังน้องหนู?” ป้าพิณถามกลับด้วยความสงสัย

“แถวนี้แหละ ป้าอย่ารู้เลย ตักกับข้าวไปเถอะน่า ฉันก็จะไปทำงานของฉันเหมือนกัน” ว่าแล้วก็หมุนตัวเดินออกไปจากโรงครัว

“นังน้องหนูแกจะไปไหน มานี่นะ แกมีหน้าที่ตักกับข้าวนะโว้ย” ป้าพิณตะโกนไล่หลังสาวร่างสวยที่เดินนวดนาดออกไปจากโรงครัว แต่ทว่าสาวนางนั้นไม่มีทีท่าว่าจะสนใจ ยังคงก้าวเดินต่อไป “คุณทอร์ชกลับมาเมื่อไหร่ ฉันจะให้คุณทอร์ชไล่แกออก วันๆ เอาแต่ยั่วผู้ชาย”

นางเข่นเขี้ยวต่อว่าน้องหนูอย่างเดือดดาล งานนี้นางไม่ปล่อยเอาไว้แน่ หากปล่อยไว้มีหวังเกิดเรื่องชู้สาวขึ้นมาอย่างแน่นอน

คนที่กำลังถูกต่อว่าเดินมายังต้นหูกวางต้นใหญ่ที่อยู่ติดกับบ้านพักของหัวหน้าคนงานไร่พฤกษา เธอขยับเสื้อเอวลอยแบบคอวีคว้านลึกอวดเนินอกสาวให้หมิ่นเหม่มากยิ่งขึ้น พับกางเกงยีนส์ขาสั้นให้สั้นขึ้นไปอีก เพื่ออวดเรียวขาขาวน่าลูบไล้ ก่อนจะเดินนวดนาดไปหาประยงค์ที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่

“พี่ยงค์จ๋าคนดีของน้องหนูกินข้าวอร่อยหรือเปล่าจ๊ะ?”

เสียงหวานๆ มาพร้อมกับร่างอวบอิ่มที่ทรุดตัวลงนั่งบนแคร่ ทำเอาเจ้าของชื่อถึงกับสำลักข้าวที่อยู่ในปาก เพราะเธอยื่นหน้าเข้ามาใกล้ แถมยังโน้มร่างกายมาหาเขาเล็กน้อย ทำให้เสื้อคอวีร่นลงเล็กน้อย มองเห็นเนินอกขาวรำไรน่าฟัด

“แคกๆๆ” เขาสำลักข้าวทันที ก่อนจะคว้าขันที่ใส่น้ำเย็นมาดื่มกินดับอาการสำลักข้าวและอาการรุ่มร้อน “กับข้าวของน้องหนูอร่อยอยู่แล้วจ๊ะ”

ประยงค์ไม่ได้เยินยอ เขาพูดจากใจจริง ฝีมือทำกับข้าวของน้องหนูอร่อยกว่าป้าพิณ แม่ครัวใหญ่ของที่นี่เสียอีก

“แกงเขียวหวานวันนี้น้องหนูตั้งใจทำเต็มที่เลยนะคะ ใส่ทั้งกะทิ ใส่ทั้งนม รับรองหวานมันไม่เหมือนใครเลยจ้ะ”

พูดไปด้วยก็ส่ายร่างกายนิดๆ ส่งผลให้ทรวงอกน่ากินกระเพื่อมไหวตามแรงส่าย ประยงค์เห็นแล้วหัวใจเต้นตึกตัก อยากจะทิ้งข้าวที่อยู่ในมือ กระโจนใส่สาวร่างสวยนี้เต็มทน

“มิน่าละถึงได้อร่อยเหาะอย่างนี้ พี่น้ำหนักตัวขึ้นตั้งหลายโล”

เขาพูดตามันเป็นประกาย สองสัปดาห์ที่เธอก้าวเข้ามาทำงานที่นี่ ดูเหมือนว่าไร่แห่งนี้ดูจะเจริญหูเจริญตาขึ้นเยอะ นอกจากอาหารจะอร่อยแล้ว แม่ครัวสาวคนใหม่ยังเป็นอาหารตาของคนงานชายที่นี่ด้วย ทานข้าวไปมองรูปร่างเย้ายวนของเธอไป เจริญอาหารดีแท้ๆ

ตอน 2

2

“แต่น่าเสียดาย น้องหนูจะไม่อยู่ทำอาหารให้พี่ยงค์กินแล้วนะจ๊ะ” เธอแสร้งพูดเสียงเศร้า

“ทำไมล่ะ น้องหนูจะไปไหนเหรอ?” หัวหน้าคนงานถามทันควัน

“ก็น้องหนูจะย้ายไปทำงานที่ไร่ปลายฟ้าน่ะสิจ๊ะ เจ้าของไร่ที่โน่นเขาให้เงินเดือนน้องหนูมากกว่าที่นี่ตั้งสามเท่า”

ประยงค์หูผึ่งแล้วมีอาการตกใจเมื่อรู้ว่าสาวช่างยั่วจะย้ายไปทำงานอีกไร่หนึ่ง ซึ่งเป็นไร่คู่อริของไร่พฤกษา

“น้องหนูจะไปจริงๆ เหรอ พี่ว่าอย่าไปเลย ทำงานที่นี่น่ะดีแล้ว?” เขาถามเพื่อความแน่ใจ พร้อมทั้งท้วงติง

“ไปจริงๆ สิจ๊ะพี่ยงค์ ทำงานที่นี่ได้เงินเดือนหกพัน ไปอยู่ที่ไร่โน้นได้ตั้งหมื่นแปด ใครบ้างล่ะจ๊ะที่จะไม่ไป”

“พี่คงคิดถึงน้องน้องหนูแย่เลย”

ประยงค์เอ่ยเสียงเศร้าที่จะไม่ได้เห็นหน้าคนที่เขารัก คนที่เขาตามจีบมานานสองสัปดาห์

“ก็ไม่เห็นยากเลยนี่จ๊ะ พี่ยงค์ก็ไปทำงานที่โน่นกับน้องหนูด้วย แค่นี้เราก็ได้เจอกันทุกวันแล้วจ้ะ” เธอเอ่ยบอกชายหนุ่มตรงหน้าแถมยังส่งสายตาหวานระยับให้อีกฝ่าย พร้อมกันนี้ยังขยับร่างกายเข้าไปใกล้ร่างสูง เกาะลำแขนเขาอย่างออดอ้อน

“นะจ๊ะพี่ยงค์ ย้ายไปทำงานกับน้องหนูนะจ๊ะ นะ นะพี่ยงค์คนดีของน้องหนู”

เธอเอ่ยเสียงหวานบาดใจ เขยิบร่างเบียดกระแซะร่างหนาให้มากกว่าเดิม ซบหน้าลงบนลำแขนของเขา ประยงค์ถึงกับใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ลำพังถูกเธอยั่วยวนเขาก็แทบจะหมอบอยู่ตรงหน้า นี่เธอเล่นอ้อนแบบเผาขน หัวใจของเขาอ่อนยวบ แต่ทว่าเจ้าของไร่พฤกษาก็มีบุญคุณกับเขามาก หากทิ้งงานไปกลางคันที่นี่อาจมีปัญหาได้ เนื่องจากใกล้วันเก็บผลผลิตเข้ามาทุกทีแล้ว

“แต่...แต่ว่าพี่กลัวคุณทอร์ชจะว่าพี่น่ะสิ ใกล้วันเก็บผลผลิตแล้วด้วย” เขาพูดอย่างสองจิตสองใจ

“แหม...พี่ยงค์ก็ คุณทอร์ชรวยจะตายไป อีกอย่างนึงนะคนงานก็มีตั้งเยอะตั้งแยะ ขาดพี่ไปสักคนไร่นี้ไม่เจ๊งหรอจ้ะ นะจ้ะพี่ยงค์จ๋า ไปทำงานที่ไร่โน้นกับน้องหนูนะจ๊ะ”

เธอยังลากเสียงหวานโน้มน้าวหัวหน้าคนงานต่อไป แม้ว่าจะรู้สึกไม่ดียามที่แตะเนื้อต้องตัวเขามากเพียงใดก็ตาม ท่องเอาไว้ว่าเพื่องาน เพื่องาน คนที่ถูกอ้อนกำลังคิดหนัก ความอยากไปและไม่อยากไปเท่าๆ กัน

“แต่...พี่ พี่”

“ถ้าพี่ยงค์ไม่ไป แสดงว่าไม่รักน้องหนูจริง น้องหนูอุตส่าห์หน้าด้านหน้าทนชักชวนให้พี่ยงค์ไปอยู่ที่โน้นด้วย เพราะต้องการร่วมหอลงโลงกับพี่ แต่ถ้าพี่ไม่อยากอยู่กับน้องหนูก็ตามใจ น้องหนูไปอยู่คนเดียวก็ได้ค่ะ”

เธอใช้ไม้ตายไม้สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ได้ผล...คนที่ฟังอยู่ถึงกับตาค้าง ตกใจกับคำพูดของหญิงสาวร่างสวย

“มะ...หมายความว่ายังไง น้องหนูพูดอย่างกับว่ารักพี่” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“พูดแค่นี้ยังไม่รู้อีกเหรอจ๊ะพี่ยงค์ คนงานคนอื่นจีบน้องหนูตั้งเยอะแยะ แต่น้องหนูก็เลือกที่จะรักพี่ยงค์ แต่ถ้าพี่ยงค์ไม่รักน้องหนูเหมือนกับที่พูดกับน้องหนูบ่อยๆ พี่ยงค์ก็ไม่ต้องใส่ใจคำพูดของน้องหนูก็ได้ค่ะ”

เธอสะบัดมือที่จับลำแขนหนา พร้อมกับสะบัดร่าง สะบัดหน้าหนี คนตัวใหญ่กว่ารีบโอบกอดสาวขี้งอนในทันที เธอหันไปเบ้หน้าเล็กน้อยเมื่อตกอยู่ในอ้อมแขนของหัวหน้าคนงาน แต่ก็ต้องอดทนอดกลั้นที่จะไม่ผลักไสร่างของประยงค์ให้ออกห่าง เพราะอีกนิดเดียวแผนการของเธอก็จะสำเร็จแล้ว

“จ้ะๆ พี่จะย้ายไปทำงานที่ไร่ปลายฟ้ากับน้องหนู แต่ว่าคุณท็อปจะรับพี่หรือจ๊ะ?”

ข้อนี้เองที่เขาไม่แน่ใจ กลัวว่าไปกับเธอแล้วเขาจะไม่ได้ทำงานที่ไร่แห่งนั้น นั่นเท่ากับว่าเขาต้องตกอยู่ในสภาพตกงาน

“ไม่ต้องเป็นห่วงเลยจ๊ะพี่ยงค์จ๋า เรื่องนั้นไม่มีปัญหาค่ะ คุณท็อปฝากมาบอกคนงานทุกคนที่ไร่นี้ว่า ถ้าย้ายไปอยู่กับเขาที่โน่น เขาจะให้เงินเดือนเพิ่มเป็นสามเท่าทุกคนค่ะ” เธอพูดตามแผน

“ทุกคนเลยเหรอ คนงานที่ไร่ปลายฟ้าก็มีพอๆ กับที่นี่ แล้วจะรับคนงานเพิ่มทำไม?”

ประยงค์ถามอย่างคลางแคลงใจ น้องหนูทนความอึดอัดที่ตนเองอยู่ในอ้อมแขนของชายที่ไม่ได้หมายปองไม่ไหว ค่อยๆ ปลดลำแขนหนาออกอย่างสุภาพ ยืดตัวลุกขึ้นยืน แล้วหันหน้ามาเผชิญหน้ากับคนที่นั่งอยู่บนแคร่

“ตอนนี้คุณท็อปกำลังขยายไร่ค่ะพี่ยงค์ เขาเลยต้องการคนงานเพิ่ม ว่าไงจ๊ะตกลงจะย้ายไปอยู่ไร่โน้นกับน้องหนูหรือเปล่าจ๊ะ?”

เธอถามอีกรอบ ทำหน้าเศร้าราวกับว่าถ้าเขาไม่ไปเธอจะเสียใจมากมาย

“ถ้าเป็นอย่างนั้นไปก็ไปจ๊ะ น้องหนูอยู่ที่ไหน พี่อยู่ที่นั่น” เขาตัดสินใจในที่สุด

“ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เจ็ดโมงเช้าเจอกันที่ปากทางเข้าไร่นะจ๊ะ ถ้าพี่ยงค์ไม่มาแสดงว่าพี่ยงค์ไม่รักน้องหนู แล้วน้องหนูก็จะไม่ให้พี่ยงค์เห็นหน้าอีกเลย” เธอกำชับพร้อมข่มขู่

“ไปจ้ะ พี่จะไปรอน้องหนูก่อนเจ็ดโมงเช้าด้วย”

เขารีบพูดเพราะกลัวว่าสาวน้อยตรงหน้าจะโกรธแล้วทำตามที่พูดออกมาเมื่อครู่

“ดีมากค่ะพี่ยงค์ขา น้องหนูไปก่อนนะจ๊ะ พรุ่งนี้เจอกัน อ้อ!!...เย็นนี้น้องหนูจะทำกับข้าวพิเศษให้พี่ยงค์ทานนะคะ หมูทอดหมักนมสด”

น้องหนูพูดไปแอ่นหน้าอกไปทางประยงค์ที่นั่งกลืนน้ำลายลงคอ อยากจะกินนมสดที่เย้ายวนตรงหน้าเต็มแก่ น้องหนูทั้งสวย รูปร่างอวบอิ่ม ผิวกายเนียนนุ่ม นมเป็นนมเนื้อเป็นเนื้อ ไม่แปลกที่ประยงค์กับคนงานในไร่ต่างหลงใหลและหมายปอง และนั่นทำให้งานของเธอง่ายขึ้น

นางยั่วจำเป็นเดินนวยนาดออกห่างต้นหูกวาง สถานที่ที่หัวหน้าคนงานที่รั้งตำแหน่งวิศวกรของไร่องุ่นนั่งทานข้าวเป็นประจำ เพื่อไปยังจุดหมายใหม่...เพิงพักคนงาน

ตอน 3

3

หลังจากที่ทานอาหารกลางวันจนอิ่มหนำแล้ว คนงานชายส่วนใหญ่จะมานั่งเล่นนอนเล่นในเพิงพักคนงาน รอเวลาบ่ายโมงเพื่อกลับเข้าไปในไร่อีกครั้ง แต่ทว่าวันนี้คนที่นั่งเล่นนอนเล่นไม่มีกระจิตกระใจจะทำอย่างเช่นทุกวัน เนื่องจากสาวร่างสวยได้เดินเข้ามาในเพิงพัก ก่อนจะทรุดกายนั่งลงบนแคร่กลางเก่ากลางใหม่ ตวัดเรียวขาสวยข้างหนึ่งทับอีกข้างหรืออีกนัยหนึ่งคือนั่งไขว่ห้าง คนงานหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่นั่งอยู่ในเพิงพัก ตารุกวาวกันเป็นแถว มองหุ่นสวยของอีกฝ่ายแทบจะกลืนกิน

“พี่แหลมสิงห์จ๋า พรุ่งนี้พี่กับเพื่อนๆ ก็จะไม่ได้กินอาหารฝีมือน้องหนูแล้วนะจ๊ะ เพราะน้องหนูจะย้ายไปทำงานที่ไร่ปลายฟ้า”

เธอเริ่มพูดตามแผน พอชายหลายคนได้ยินดังนั้นทุกคนต่างตกใจไม่น้อย แต่ละคนทำหน้าทำตาเสียดาย

“อยู่ที่นี่ก็ดีอยู่แล้ว ทำไมน้องหนูถึงได้ไปทำงานที่ไร่โน้นล่ะ?” แหลมสิงห์คนงานร่างใหญ่เอ่ยถาม

“ก็ที่ไร่ปลายฟ้าให้เงินเดือนดีกว่าที่นี่..นี่จ๊ะ ให้มากกว่าตั้งสามเท่า”

คำตอบของน้องหนูเรียกเสียงฮือฮาให้กับคนงานทั้งหลาย ไม่คิดว่าไร่ปลายฟ้าจะให้เงินเดือนมากกว่าที่นี่ถึงสามเท่าตัว

“จริงเหรอ คุณท็อปให้เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?” คำถามของแหลมสิงห์เหมือนกับคำถามของประยงค์ไม่มีผิด

“จริงสิจ๊ะ ให้เงินเดือนมากกว่าสามเท่ายังไม่พอนะ ยังให้สวัสดิการมากกว่าอีกด้วย” เธอเปิดประเด็นให้คนงานทั้งหลายสนใจ

“มากกว่ายังไงน้องหนู”

ลุงโม่งถามขึ้น เพราะที่นี่เขาก็คิดว่าให้มากอยู่แล้ว ใครไม่มีที่พักก็พักที่นี่ ข้าวก็กินฟรีสองมื้อกลางวันกับเย็น มีรถบริการฟรีไปตัวเมืองทุกอาทิตย์และวันเงินเดือนออก ค่ารักษาพยาบาลก็ฟรีหากเจ็บป่วยหรือได้รับอุบัติเหตุ เพียงเท่านี้สำหรับคนต่างจังหวัดก็ถือว่ามากแล้ว

“นอกจากจะได้เงินเดือนมากกว่า ยังมีอย่างอื่นที่ดีกว่าด้วย บ้านพักฟรี มีเฟอร์นิเจอร์ให้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นตู้เย็น โทรทัศน์ พัดลม และอื่นๆ อีกหลายอย่าง ค่ารักษาพยาบาลก็ดีกว่าด้วย ทำประกันสุขภาพและประกันชีวิตให้กับทุกคน เลี้ยงเหล้ายาปลาปิ้งให้กับคนงานทุกวันเสาร์ ให้เราครื้นเครง ขับไล่ความเหนื่อยที่ตรากตรำทำงานมาทั้งอาทิตย์ คิดดูนะจ๊ะว่าที่นี่มีให้หรือเปล่า”

เธอหลอกล่อให้คนงานทั้งหลายเกิดการไขว้เขว แล้วดูเหมือนจะได้ผลเสียด้วย เพราะคนงานทั้งหลายต่างพากันซุบซิบพูดคุยกับคนที่นั่งข้างๆ

“น่าเสียดายจังที่พวกพี่ๆ ไม่ได้ย้ายไปอยู่ไร่ปลายฟ้ากับน้องหนู ถ้าไปรับรองว่าน้องหนูจะทำความสะอาดห้องให้พวกพี่ๆ ทุกคนเลยจ่ะ จะทำอาหารอร่อยๆ ให้ทาน แล้วที่สำคัญจะนั่งป้อนเหล้าป้อนกับแกล้มให้พวกพี่ๆ ด้วย”

เธอหยุดพูดก่อนจะใช้มือเท้าคางโดยมีข้อศอกตั้งอยู่บนหัวเข่า โน้มกายลงต่ำเพื่อให้เนินอกอวบโผล่ล้น เป็นอาหารตาให้กับคนงานเหล่านั้นที่นั่งทำตาลุกวาว “แล้วถ้าพวกพี่ๆ ลุงๆ น้าๆ ลาออกจากที่นี่ไปอยู่ไร่ปลายฟ้า น้องหนูจะบริการพิเศษกับพี่ๆ ลุงๆ น้าๆ ทุกคนเลยค่ะ”

เธอพูดยั่ว ทิ้งสายตามหาเสน่ห์ให้กับคนงานที่ตื่นตาตื่นใจกับคำพูดของน้องหนูนางยั่วประจำไร่

“บริการที่พิเศษที่น้องหนูว่าคืออะไรจ๊ะ?” แหลมสิงห์ถามเสียงสั่น มองสาวสวยผิวขาวเนียนตาเป็นประกาย

“ก็แล้วแต่ว่าพวกพี่ทั้งหลายจะให้น้องหนูทำอะไร แต่รับรองว่าพวกพี่ๆ ต้องพอใจแน่นอนจ้ะ” น้องหนูทิ้งปริศนาไว้โครมใหญ่ “ว่าไงจ๊ะ จะไปกันหรือเปล่า ได้เงินเดือนเพิ่มขึ้น ได้สวัสดิการดีขึ้น และได้ตัวน้องหนู เอ๊ย!!..ไม่ใช่...ต้องพูดว่าน้องหนูได้บริการพิเศษให้กับพวกพี่ๆ ต่างหาก ว่าไงจ๊ะ สนใจหรือเปล่า?”

เธอขุดหลุมพรางหลุมใหญ่ไว้หลอกล่อชายกำหนัดที่หลงใหลในร่างกายและเสน่ห์ของตน

“แต่พวกพี่ๆ กลัวว่าจะไม่มีคนทำงานที่นี่ วันมะรืนก็จะเก็บผลผลิตแล้ว พวกพี่ไปใครจะช่วยคุณทอร์ชทำงาน” แหลมสิงห์สองจิตสองใจ

“โธ่!!...พี่แหลมสิงห์ ปัญญาอย่างคุณทอร์ชสามารถอยู่แล้ว ไม่ต้องไปเป็นห่วงเขาหรอก ห่วงปากท้องของเราดีกว่า ใครให้เงินดี ใครให้สวัสดิการเยี่ยม ใครที่ทำให้เราได้ในสิ่งต้องการได้มากกว่าเราก็ไปอยู่กับคนนั้น อย่างเช่นน้องหนูไงจ๊ะ ไปอยู่ไร่ปลายฟ้าเพราะได้เงินดีกว่า สวัสดิการก็ดีกว่า น้องหนูจึงอยากให้พวกพี่ๆ ลุงๆ น้าๆ ไปอยู่กับน้องหนูด้วย” น้องหนูยังโน้มน้าวต่อไป

“แต่ถ้าไปตอนนี้คุณทอร์ชจะหาคนงานมาเก็บผลผลิตทันเหรอ ถ้าไม่ทันคุณทอร์ชเสียหายเป็นล้านๆ เลยนะ”

ลุงโม่งพูดขึ้น จะว่าไปเจ้าของไร่พฤกษาก็ดีกับพวกตนไม่น้อย ช่วยเหลือในทุกๆ เรื่องที่พวกเขาเดือดร้อน การย้ายไปทำงานในไร่ปลายฟ้าไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ เพราะเจ้าของสองไร่นี้ไม่ถูกกันอย่างแรง

“ลุงโม่งจ๋า เงินเป็นล้านๆ ไม่ได้ทำให้กระเป๋าของคุณทอร์ชแบนหรอกค่ะ รวยซะขนาดนั้น เป็นห่วงตัวเองดีกว่านะ”

“นั่นสิลุง ไปอยู่ที่โน่นดีกว่า ดีกว่าเห็นๆ เพราะมีน้องหนูไปอยู่ด้วย”

แหลมสิงห์พูดในเชิงเจ้าชู้ใส่น้องหนูที่นั่งแย้มยิ้มอย่างสวยงามบนแคร่ ทั้งๆ ที่ตัวเองมีครอบครัวแล้ว แต่ก็ยังหลงติดบ่วงของน้องหนูที่ขุดล่อ

“ใช่จ้ะ น้องหนูไม่อยากสบายคนเดียว อยากให้ทุกคนสบายด้วยก็เลยมาชวนพวกพี่ๆ ทั้งหลาย ไปอยู่ไร่ปลายฟ้าเราจะได้มีความสุขด้วยกันไงจ๊ะ” ข้อหลังนี่เองที่ดึงดูดใจชายทั้งหลาย

“คุณท็อปรับคนงานกี่คนล่ะน้องหนู?” พันถามขึ้น

“รับไม่อั้นจ่ะ คุณท็อปกำลังจะขยายไร่ ต้องการคนงานมากๆ อ้อ!!...ลืมบอกไป ถ้าใครชักชวนคนงานในไร่นี้ไปทำงานในไร่โน้น คุณ

ท็อปจะให้ค่าหัวเพิ่มอีกคนละหนึ่งพัน” น้องหนูเอาสิ่งนี้มาล่ออีกหนึ่งอย่าง

“จริงเหรอ ได้หัวละพันเชียวหรือ?” แหลมสิงห์ตาโตถาม

“จริงสิจ๊ะ คนงานผู้ชายที่นี่มีตั้งเยอะ ถ้าพวกพี่ๆ ลุงๆ น้าๆ ทั้งหลายไปกล่อมคนงานคนอื่นๆ ให้ไปทำงานที่ไร่ปลายฟ้าได้สำเร็จ จะได้พิเศษอีกหัวละพัน กล่อมได้เยอะก็ได้เงินเยอะนะจ๊ะ”

“ตกลงตามนี้เลยน้องหนู พี่จะลาออกจากที่นี่ไปทำกับคุณท็อป แล้วจะชวนคนอื่นๆ ไปด้วย” แหลมสิงห์พูดขึ้นหลังจากตัดสินใจ

“ลุงด้วย ลุงไปด้วยเดี๋ยวลุงไปพูดกับคนอื่นๆ ด้วย” ลุงโม่งเอ่ยขึ้นอีกคน

“น้าไปด้วย เงินดีดีอย่างนี้มีหรือจะไม่ไป” นายพันตอบตกลงอีกคน

“ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เจอกันที่หน้าไร่ตอนเจ็ดโมงเช้านะจ๊ะ อย่าสายล่ะ ถ้าสายน้องหนูไม่คอยด้วย พวกพี่ๆ ก็จะไม่ได้บริการพิเศษจากน้องหนู” พูดจบก็ลุกขึ้นยืนอวดหุ่นสวย “น้องหนูไปนะจ๊ะ พรุ่งนี้เจอกัน แล้วอาหารเย็นมื้อนี้น้องหนูจะทำเป็นพิเศษ หมูหมักนมสด”

เธอทำในลักษณะเดียวกันกับที่ทำให้ประยงค์เห็น และนั่นเรียกความกระหายในการลิ้มลองหมูหมักนมสดมากยิ่งขึ้น แต่ละคนมองตามน้องหนูที่เดินออกไปจากเพิงพักตาละห้อย บางคนถึงกับน้ำลายหกก็มี

น้องหนูนามสมมุติเดินกระหยิ่มด้วยความสมใจ อีกนิดเดียวแผนของเธอก็จะสำเร็จแล้ว รอถึงวันพรุ่งนี้เท่านั้น ทุกสิ่งอย่างที่เธอต้องการก็จะบรรลุเป้าหมาย เธอจะได้กลับไปใช้ชีวิตที่เป็นปกติสุขเสียที หลังจากที่ต้องแสดงบทเป็นนางแมวยั่วสวาทอยู่ที่ไร่แห่งนี้เพื่อการบางอย่างมาร่วมสองสัปดาห์ พรุ่งนี้เธอจะเป็นไทแล้ว

วันรุ่งขึ้น ณ ไร่ปลายฟ้า

กวีวัชน์มองคนงานของไร่พฤกษาที่เดินเข้ามาในไร่ของตนเองด้วยความพอใจ โดยเฉพาะสาวน้อยวัยใสนางยั่วนางนกต่อที่ทำงานได้ดีเกินคาด กวีวัชน์ไม่คิดว่าจะทำให้คนงานชายนับสิบๆ คนเปลี่ยนใจมาทำงานกับเขาได้ในระยะเวลาสองสัปดาห์ตามที่ตกลงกันไว้

“มาแล้วเหรอรัมภา เธอทำงานดีเกินคาดเลยนะเนี่ย?”

กวีวัชน์เจ้าของไร่ปลายฟ้า ชายหนุ่มวัยสามสิบห้าปีผู้มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว กล่าวคำชื่นชมเพียงรัมภาหรือรัมภาชื่อเสียงเรียงนามที่แท้จริงของเธอด้วยความจริงใจ หลังจากที่สาวเจ้าเดินเข้ามาหาเขาที่ยืนอยู่หน้าบ้านพักหลังใหญ่ ส่วนคนงานจากไร่พฤกษาเดินเลี้ยวไปทางบ้านพักคนงานที่จัดเตรียมไว้ให้

“ฉันทำงานสำเร็จแล้ว นายก็อย่าลืมสัญญาก็แล้วกัน” เธอพูดกับคนที่ตัวสูงกว่า

“แน่นอน คนอย่างนายกวีวัชน์ไม่เคยผิดสัญญาอยู่แล้ว ต่อไปนี้เธอก็ก้าวเข้ามาอยู่ในตำแหน่งว่าที่น้องสะใภ้ของฉันได้เลย” กวีวัชน์ยินยอมทำตามข้อสัญญา

“ดี” เธอกระแทกเสียงพูด “ฉันขอไปพักผ่อนก่อน เหนื่อยชะมัด” คำที่เธอเอ่ยออกมานั้น เป็นเชิงบ่นเสียมากกว่า

“ทำไม ยั่วพวกมันหนักหรือไง ยั่วท่าไหนล่ะ พวกมันถึงได้ยอมตามมาเป็นพรวนขนาดนี้?”

เพียงรัมภารู้สึกไม่ชอบใจกับน้ำเสียงและสีหน้าของผู้พูดเลย มันเหมือนกับว่าเขากำลังดูถูกเธออยู่

“หลายท่าเลยล่ะ ฉันก็ยั่วพวกคนงานเหล่านั้นเหมือนกับที่ยั่วน้องชายของพี่ท็อปยังไงล่ะ?”

เพียงรัมภากระแทกเสียงตอบ มองหน้าคนที่ถามอย่างไม่ยี่หระ คู่สนทนาเนื้อเต้นในทันทีที่สาวร่างเล็กกล้าต่อปากต่อคำกับเขา ถ้าไม่ติดว่าเป็นคนรักของน้องชาย รับรองได้ว่าเขาตบคว่ำเลือดกบปากแล้ว

“เธอทำอะไรก็ให้เกียรติน้องชายของฉันบ้างนะ ไม่ใช่เที่ยวไปยั่วไม่เลือกคนอย่างนี้ ไม่รู้ว่าจะเลยเถิดไปถึงไหนๆ” เขาเค้นเสียงพูด จ้องมองสาวหน้าสวยรูปร่างเซ็กซี่เขม็ง

“แล้วพวกคนที่พี่พูดถึง ไม่ใช่คนที่พี่ต้องการให้มาที่นี่หรือไง อย่าทำเป็นสั่งสอนฉันหน่อยเลย ฉันรู้ตัวดีว่าต้องทำยังไงบ้าง ฉันก็มีขอบเขตของฉันเหมือนกัน อีกอย่างนึงนะ พี่ท็อปไม่ใช่เจ้านายของฉัน แล้วฉันก็ไม่ใช่ลูกน้องของพี่ด้วย เพราะฉะนั้นอย่ามาทำเป็นหมาบ้าเห่าหอน แยกเขี้ยวใส่ฉันแบบนี้ รู้จักฤทธิ์แม่น้อยไปซะแล้ว นี่แน่ะ”

เพียงรัมภาพูดเป็นชุด ก่อนจะยกเข่าขึ้นสูงกระแทกไปยังกล่องดวงใจของกวีวัชน์ ชายหนุ่มที่เธอหมั่นไส้ตั้งแต่แรกเห็นเต็มแรง

“โอ๊ย!!...ทะ...เธอ”

เขาร้องครวญเสียงดัง ใช้มือทั้งสองข้างจับตรงจุดที่โดนกระแทก ตัวงอ หน้าดำหน้าแดง พูดไม่ออก ได้แต่ส่งสายตาอาฆาตให้กับสาวหน้าหวานที่ยืนกอดอกยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

“นี่แค่สั่งสอนนะ ถ้าเผื่อพี่ท็อปยังเห่าใส่ฉันอีก หรือว่ามองฉันเหมือนกิ้งกือไส้เดือน ฉันจะกระแทกให้ใช้การไม่ได้เลย คอยดู เชอะ”

พูดจบเพียงรัมภาก็เดินสะบัดหน้าเข้าไปในบ้านหลังนั้นทันที ปล่อยให้เจ้าของบ้านเจ็บจนจุกทั้งจากการกระทำและคำพูดของแม่ดาวยั่วจำเป็นตามลำพัง

“ฝากไว้ก่อนเถอะรัมภา อูยส์!!”

เสียงคำรามเบาๆ ตามมาด้วยเสียงครางเจ็บของกวีวัชน์ ดังตามหลังสาวหุ่นดีที่เดินเข้าไปในบ้านของตน ครั้งนี้เขาจะปล่อยเธอไปก่อน เพราะเขาต้องพึ่งเพียงรัมภาไปจนกว่างานของเขาจะสำเร็จ งานนี้เจ้าของไร่พฤกษาต้องเจ็บจนกระอักเลือดแน่ เมื่อกลับมาจากต่างประเทศแล้วรู้ว่า คนงานชายตัวหลักของการเก็บผลผลิตได้มาอยู่ในไร่ของเขา

อยากเห็นหน้ากวินภพตอนนั้นเหลือเกิน...คงสะใจพิลึก

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED