ตอน 2

เช้าวันรุ่งขึ้น

พราวฟ้าตื่นมาทำอาหารในครัวด้วยท่าทางงก ๆ เงิ่น ๆ ไม่ค่อยชินแม้จะฝึกทำมาเกือบเดือน อาหารที่อคิระให้เธอทำจะเป็นอาหารเช้าง่าย ๆ พวกเบรกฟาสต์ กาแฟ ซึ่งไม่ง่ายสำหรับอดีตคุณหนูที่ไม่เคยเข้าครัวทำอาหารแม้แต่เติมน้ำในกระติกน้ำร้อนยังทำไม่เป็น ครั้งแรกที่ชงกาแฟเธอโดนไอน้ำร้อนและน้ำร้อนลวกจนมือพอง อีกทั้งรสชาติกาแฟก็ไม่ได้เรื่องทำให้เขาเททิ้งลงถังขยะต่อหน้าเธอ ไข่ดาวก็ไหม้เกรียม บางทีเละเทะไม่เหลือสภาพความเป็นไข่โดนเขาตำหนิทุกวัน แต่เธอก็ยังไม่ละความพยายามลองทำตามในยูทูปแล้วพัฒนาฝีมือมาเรื่อย ๆ

อคิระหนุ่มลูกครึ่งไทยญี่ปุ่นตัวสูงรูปร่างกำยำผิวขาวคิ้วเข้มจมูกโด่งเป็นสันริมฝีปากหนาได้รูปดวงตาคมเข้มขนตายาวคล้ายผู้หญิงสวมเสื้อเชิ้ตผูกเนกไทกางเกงแสลคสีดำทั้งชุดซึ่งเป็นสีโปรดของเขานั่งลงบนที่โต๊ะอาหาร พราวฟ้าถือจานกระเบื้องใบใหญ่มาวางบนโต๊ะ เขาเหลือบมองลุ้น ๆ ว่าวันนี้จะได้กินไข่ดาวหน้าตาแบบไหนก่อนจะกระตุกยิ้มเมื่อเห็นไข่ดาวไม่สุกสองใบที่ดูปกติ

“ฝีมือพัฒนาขึ้น หัดพัฒนาเรื่องบนเตียงบ้างก็ดี”

“ค่ะ” พราวฟ้ายิ้มน้อย ๆ ดีใจที่ได้รับคำชม อคิระหยิบมีดส้อมตัดไข่ดาวเข้าปากเคี้ยวไม่กี่คำเสียงกัดก็ดัง “กรุบ”

“เปลือกไข่” คิ้วเข้มหน้าบึ้ง พราวฟ้าเลิ่กลั่กนึกในใจว่าโดนอีกแล้ว

“ตอนทอดไม่มีนะคะ”

“แล้วนี่อะไร สะเพร่าก็ยอมรับมา” เขาหยิบทิชชู่แล้วคายเศษเปลือกไข่ให้เธอดู พราวฟ้าหน้าเสียรีบก้มหน้างุด

“ขอโทษค่ะ”

“ไม่ได้เรื่องสักอย่าง........คิดผิดจริง ๆ ที่ช่วยเธอมาโคตรขาดทุน!” เขาลุกขึ้นอย่างหงุดหงิดบ่นไม่หยุดปากก่อนจะโทรศัพท์ด้วยสมาร์ตวอชสั่งลูกน้องให้เอารถมารับแล้วเดินผ่านหน้าเธอไปเฉย ๆ พราวฟ้ายืนตัวเกร็งบีบมือแน่นเผชิญหน้ากับเขาทีไรต้องโดนตำหนิทุกครั้งไป ด้านอคิระเดินดุ่มไปที่หน้าประตูกำลังจะเปิด

“มีเงินใช้หรือเปล่า?”

“ยังมีอยู่ค่ะ”

“ถ้าไม่พอก็บอกด้วย ไม่ใช่เงียบแล้วไม่มีเงินซื้ออะไรกิน” เขายังไม่วายบ่นเหมือนเธอเป็นเด็กแล้วเดินหน้ามุ่ยออกไปจากห้อง เธอก็น่าบ่นจริง ๆ เพราะก่อนหน้านี้เธอใช้เงินหมดก่อนครบอาทิตย์แต่ไม่ได้บอกเขาเลยต้องกินเมนูไข่ทุกมื้อสองวันติด…….

ระหว่างวันเธอมีหน้าที่ทำความสะอาดคอนโดซักผ้าแล้วเก็บไว้ให้ลูกน้องของเขาเอาไปรีดเพราะเธอรีดผ้าไม่เป็น จากที่เคยหัดรีดมือและนิ้วเต็มไปด้วยร่องรอยไหม้เล็ก ๆ เสื้อก็ไม่เรียบจนอคิระรำคาญไม่ให้เธอรีดผ้าให้

ยามบ่ายท้องฟ้ามืดครึ้ม

พราวฟ้าฝึกโยคะออกกำลังกายในทุกวันก่อนจะไปนั่งพักเหนื่อยที่ขอบสระว่ายน้ำขนาดกลางภายนอกระเบียงห้องที่เป็นสระว่ายน้ำส่วนตัวของเจ้าของห้องคอนโดแบบเหมาชั้น

เพียงไม่นานท้องฟ้ามืดครึ้มมีฝนตกลงโปรยปรายหนาเม็ดขึ้นจนกลายเป็นตกหนัก เธอรีบวิ่งเข้ามาด้านในคอนโดด้วยความหวาดกลัววิตกกังวลเมื่อต้องตกอยู่ท่ากลางสายฝนเสียงฟ้าคะนอง หน้าสวยซีดเผือดใจสั่นมือเท้าสั่นวิงเวียนคล้ายจะเป็นลมหายใจหอบถี่จนตัวโยนพยายามตั้งสติรวบแรงเดินกลับไปที่ห้องนอนแล้วขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มเสียบหูฟัง ๆ เพลงในโทรศัพท์เพื่อจะได้ไม่ได้ยินเสียงฟ้าฝนภายนอก

หนึ่งเดือนก่อนหน้านี้

วัดป่าเงียบสงบอยู่ห่างไกลหมู่บ้าน

พราวฟ้ากับครอบครัวไปทำบุญกันที่วัดป่าเป็นประจำทุกอาทิตย์ ในวันนี้เธอเดินทางมากับพ่อและแม่เมื่อทำบุญเสร็จกำลังจะเดินไปขึ้นตู้ของโรงแรม อยู่ ๆ ก็มีชายฉกรรจ์ซึ่งไม่รู้จำนวนคลุมผ้าดำอำพรางใบหน้าวิ่งเข้ามาประชิดตัวแล้วเอาผ้าชุบยาสลบโปะหน้าสามคนพ่อแม่ลูกก่อนจะลากขึ้นไปยังรถตู้อีกคันหนึ่ง เหตุการณ์นั้นมีเพียงคนขับรถตู้ของทางโรงแรมรู้เห็นกับกลุ่มโจร ด้วยฤทธิ์ยาสลบพราวฟ้าไม่รู้สึกตัวจนกระทั่งเหมือนมีน้ำเทราดบนตัวเสียงฟ้าร้องดังโครมครามจนพื้นสั่น พราวฟ้าสะดุ้งกะพริบตาถี่น้ำฝนตกลงใส่ตาจำนวนมากเธอหรี่ตามองรอบตัวมีต้นไม้สูงล้อมรอบกลิ่นดินชุ่มไปด้วยน้ำฝนชัดเจนเธอเหลือบมองหน้าฝั่งขวาที่แนบอยู่กับดินเปียกแฉะถึงได้รู้ว่าตัวเองนอนอยู่บนพื้นดินเห็นขาคนยืนหันหลังสองคน เสียงรถแม็คโครดังอยู่ไม่ห่างเธอพยายามเพ่งมองรถแม็คโครกำลังขุดดินและมีหลุมขนาดเล็กตรงหน้าเธอ พราวฟ้าตื่นตระหนกหวาดกลัวเสียงฟ้าร้องดังไม่ขาดสักพักฟ้าผ่าเปรี้ยงลงต้นไม้ใหญ่กิ่งไม้ตกใส่หน้ารถแม็คโครขวางค้ำที่ตักทำให้ใช้งานไม่ได้ ชายเสื้อดำวิ่งกรูกันเข้าไปช่วยดึงกิ่งไม้ขนาดใหญ่ออกจากรถแม็คโครโดยไม่ได้สนใจด้านหลัง พราวฟ้ารีบลุกนั่งหน้าตามอมแมมเต็มไปด้วยดินมองหาพ่อแม่ทั้งน้ำตาเธอไม่เห็นพ่อแม่อยู่บริเวณนั้นเลยรีบหาจังหวะลุกขึ้นวิ่งหนีหน้าตาตื่น

พื้นดินชุ่มไปด้วยน้ำแฉะทำให้วิ่งรองเท้าหลุด พราวฟ้าตัดสินใจวิ่งหนีเท้าเปล่าแม้จะเจ็บแสบแต่ขอให้มีชีวิตรอดกลับไปท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำและเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าดังต่อเนื่อง ยิ่งวิ่งยิ่งเหนื่อยหายใจไม่ทันต้องหยุดพักสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ สักพักแสงไฟจากไฟฉายสว่างวาบตามหลังพร้อมเสียงคนวิ่ง พราวฟ้าตกใจวิ่งหน้าตั้งไม่คิดชีวิตหากจะขาดใจตายตรงนี้ก็ต้องวิ่งให้ถึงที่สุด เท้าบางเหยียบย้ำพื้นดินกิ่งไม้ใบหญ้าจนเละเทะทั้งเลือดทั้งโคลนผสมจนแยกไม่ออกบ้างก็โดนกิ่งไม้ฟาดหน้าฟาดตัวก็ฮึดวิ่งหนีอย่างไร้จุดหมายจนเมื่อวิ่งมาถึงถนนเธอเห็นแสงไฟของรถกำลังวิ่งผ่านมาเลยวิ่งเข้าไปหารถยุโรปคันหรูนั่นคือรถของอคิระและเขาช่วยเธอไว้

ตอน 3

คอนโดหรูใจกลางเมือง

เมื่อมาถึงคอนโด ชายคนนั้นอนุญาตให้เธอเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าของเขาและให้ลูกน้องทำแผลบนใบหน้าและศีรษะและตามแขนขาให้ จุดที่มีแผลมากที่สุดคือเท้าต้องพันผ้าพันแผลเต็มเท้าเดินไม่ค่อยสะดวก หลังจากทำแผลเสร็จอคิระที่ขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าลงมาดูเธอที่นั่งอยู่ห้องนั่งเล่น

“ฉันไม่รู้ว่าเธอเจออะไรมา แต่จะให้พักอยู่ที่นี่หนึ่งคืนเช้าวันพรุ่งนี้เธอต้องออกไป” อคิระยืนมองใบหน้าใสที่ถูกล้างดินและคราบเลือดออกด้วยสีหน้าเรียบเฉย หากแต่ภายใต้ความนิ่งนั้นเขากลับรู้สึกดีใจที่ช่วยเธอกลับมาได้

“ขอบคุณในความกรุณา ฉันจะไม่ลืมบุญคุณในครั้งนี้เลย” พราวฟ้าน้ำตาไหลยกมือขึ้นไหว้สำนึกบุญคุณที่เขาช่วยเหลือไม่อย่างนั้นเธอคงตายไปแล้ว

“กินข้าวแล้วนอนพักเอาแรง” อคิระหลบเลี่ยงสายตาหันหลังหนีไม่อยากมองมากไปกว่านี้

“คุณเป็นเพื่อนพี่ยุใช่ไหมคะ รบกวนขอเบอร์โทรหน่อยฉันจำเบอร์ไม่ได้”

“อื้ม....” เขากำลังจะเดินไปหยิบโทรศัพท์มากดดูเบอร์ของวายุเพื่อนของเขาที่เป็นคู่หมั้นของเธอ พราวฟ้าอึกอักรีบพูดต่อ

“ขอรบกวนยืมเงินห้าร้อยบาทไว้ใช้เดินทางไปหาญาตินะคะ”

“หลายเรื่อง ช่วยมาแล้วต้องเสียเงินอีก?” อคิระหันมองเคืองนี่ขนาดแค่ช่วยมาไม่ถึงชั่วโมงเธอก็จะเอาโน่นนี่จนเขารำคาญ

“ฉันคืนให้คุณแน่นอน ฉันสัญญา” พราวฟ้าเสียงอ่อนลงรีบยกมือไหว้รู้ตัวว่าวุ่นวายเกินไป

“อื้ม....” เขาสะบัดหนีอย่างบึ้งตึงเดินกระทืบเท้าหนักขึ้นบันไดไปที่ห้องนอนที่เป็นชั้นลอยหยิบเงินในกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์เดินลงมาหาเธอที่ห้องนั่งเล่นอีกครั้ง แต่ตอนนี้เธอนอนหลับบนโซฟาอ้าปากหวอด้วยความอ่อนเพลีย อคิระยืนมองหน้าสวยด้วยแววตาหลากหลายตอนนี้เธอเป็นตัวอันตรายอยู่ใกล้ใครคนอื่นก็จะเดือดร้อนวันพรุ่งนี้หวังว่าจะมีญาติช่วยเหลือเธอหรือไม่คู่หมั้นก็คงไม่ละทิ้งเธอให้เผชิญโชคชะตาเลวร้ายเพียงลำพัง

รุ่งเช้า

พราวฟ้าลืมตาขึ้นมองรอบ ๆ ห้องนั่งเล่น ร่างบางค่อย ๆ เขยิบตัวขึ้นนั่งปวดเมื่อยเจ็บตามร่างกายโดยเฉพาะเท้าที่ระบมจากการวิ่งเท้าเปล่าหนีตายไม่คิดชีวิต

“เงินกับเบอร์โทรของวายุอยู่บนโต๊ะ เสื้อผ้าอยู่ปลายเท้า” อคิระนั่งไขว่ห้างดื่มกาแฟที่โต๊ะอาหารสีขาวที่อยู่ด้านหลังโซฟา เขาไม่โทรติดต่อวายุให้มารับเธอเพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขาเป็นคนช่วยเธอกลับมา

“ขอบคุณค่ะ” พราวฟ้าหันไปมองเขาแล้วยกมือไหว้ก่อนจะหันมองเงินกับกระดาษโน้ตแผ่นเล็ก เธอค่อย ๆ ยันตัวขึ้นยืนเดินกะเผลกหยิบเสื้อผ้าไปเข้าห้องน้ำ อคิระมองเท้าเธอที่แปะผ้าพันแผลแล้วรีบเลี่ยงสายตาหนีไม่อยากจะใส่ใจเธอมากมายหลังจากที่ได้รับการช่วยเหลือจากญาติหรือคู่หมั้นเธอคงย้ายหนีไปอยู่ต่างประเทศ เขาและเธอจะไม่ได้พบกันอีกต้องปล่อยให้เธอไปเสียตั้งแต่ตอนนี้ทุกอย่างจะได้ไม่ยืดเยื้อ

พราวฟ้าอาบน้ำแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าของเธอที่คนของอคิระซักและเย็บร่องรอยที่ขาดให้เรียบร้อย เธอออกมาจากห้องน้ำพบว่าภายในห้องว่างเปล่าอคิระไม่ได้อยู่แล้ว เธอเลยเดินไปหยิบเงินและเบอร์โทรศัพท์ของวายุติดมือไปด้วยแล้วสวมรองเท้าสลิปเปอร์ที่มีไว้สวมในห้องเดินออกมาข้างนอก เพราะไม่มีรองเท้าใส่ พราวฟ้ามองรอบข้างอย่างหวาดระแวงหัวใจเต้นรัวกลัวและกังวล เธอรีบโบกมือเรียกรถแท็กซี่หน้าคอนโดแล้วมุ่งตรงไปยังบ้านญาติทันที

รถแท็กซี่มาจอดหน้ารั้วบ้านญาติ พราวฟ้าก้าวเท้าลงมองซ้ายมองขวาแล้วรีบไปกดกริ่งประตูเรียกรัว ๆ รปภ.ในป้อมหน้ารั้วเดินออกมามองแล้วส่ายหน้า

“หนูมาหาป้าพิศช่วยเปิดประตูให้หนูหน่อย”

“คุณพิศสั่งห้ามไม่ให้เปิดประตูครับ”

“ทำไมล่ะคะ หนูพราวฟ้าไงลุงจำไม่ได้เหรอ” พราวฟ้าหน้าเสียน้ำตาคลอหวาดกลัวบริเวณข้างนอกอยากขอเข้าไปหลบในบ้านป้า

“จำได้ครับแต่เปิดไม่ได้ คุณหนูกลับไปเถอะครับ” ลุงรปภ.สีหน้าหนักใจ พราวฟ้านิ่งอึ้งพูดไม่ออก

“กลับไปเถอะอย่าให้พวกเราต้องเดือดร้อนไปด้วย” ป้าพิศตะโกนมาจากหน้าบ้านไม่แม้แต่จะเดินเข้ามาใกล้รั้ว

“ทำไมคะ?”

“เรื่องครอบครัวพราวถูกอุ้มไปฆ่าดังขนาดนั้น พวกเสี่ยหงามันก็ตามมาสอดส่องบ้านป้า พราวรีบหนีไปเถอะถ้าพวกมันมาเจอจะยุ่ง เห็นใจป้าเถอะนะ ป้าไม่อยากให้คนในครอบครัวโดนอุ้มไปฆ่าเหมือนครอบครัวพราว” ป้าพิศหน้าเครียดสงสารหลานสาวที่เห็นมาตั้งแต่เกิด ทว่าตอนนี้ป้าพิศจำเป็นต้องเลือกความปลอดภัยของคนในครอบครัว

“แล้วอย่ามาบ้านอานะ อากลัวว่าลูก ๆ ไม่ปลอดภัย” เสียงของอาภพดังออกมาจากโทรศัพท์ที่เปิดลำโพงในการสนทนา พราวฟ้าได้ยินอ้าปากค้างยืนช็อกไปชั่วขณะ หยดน้ำตาร่วงลงแก้มตัวสั่นเทาจุกในอกท้องไส้ปั่นป่วนกระอักกระอ่วนคล้ายจะเป็นลม ญาติพี่น้องหวาดกลัวจนไม่มีใครกล้าช่วยเหลือเธอที่เป็นเหยื่อของธุรกิจโดยที่ไม่รู้ตัว คนสนิทที่พ่อเคยช่วยเหลือกันมากลับกลายเป็นคนแปลกหน้าด้วยกลัวว่าครอบครัวตัวเองจะเดือดร้อน หน้าสวยบิดเบี้ยวทรุดนั่งยอง ๆ ยกมือปิดหน้าร้องไห้โฮเกินกลั้น ป้าพิศตัดใจเดินหนีเข้าไปในบ้านทันที รปภ.ก็เดินหนีด้วยเช่นกัน พราวฟ้านั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าวเจ็บบาดแผลตามตัวที่เหงื่อออกไหลเข้าแผล เธอเงยมองในบ้านป้าอย่างตัดพ้อรู้สึกอ้างว้างเจ็บปวด หากตายไปตั้งแต่เมื่อคืนทุกคนคงสบายใจไม่ต้องอยู่อย่างหวาดกลัว

พราวฟ้าเดินกะเผลกอย่างไร้เรี่ยวแรงน้ำใสยังเคลือบดวงตาสวยที่รินไหลลงแก้มเป็นระยะ เธอมองข้างหน้าอย่างเลื่อนลอยไร้ที่พึ่งก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามีเบอร์ของคู่หมั้น มือน้อย ๆ หยิบกระดาษโน้ตในกระเป๋ากางเกงออกมาดูแล้วก้มมองอยู่อย่างนั้น ถ้าโทรติดต่อไปจะได้รับคำตอบเหมือนญาติ ๆ ไหม หากเป็นเช่นนั้นเธอคงเสียใจจนไม่อยากอยู่ต่อเพราะเขาเป็นชายที่เธอรักและเคยคิดว่าจะแต่งงานฝากชีวิตไว้กับเขาได้

เธอเดินไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมายก่อนหยุดที่ริมถนนมองเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังโบกรถให้การจราจร พราวฟ้าเดินไปหาตำรวจบอกว่าเธอทำโทรศัพท์หายติดต่อญาติไม่ได้เลยขอยืมโทรศัพท์โทรหาแฟน ตำรวจให้การช่วยเหลือโดยให้ยืมโทรศัพท์

“พี่ยุ พี่ยุ” พราวฟ้าตื่นเต้นดีใจที่วายุรับโทรศัพท์

“จากไหนครับ”

“พราวเองค่ะพี่ยุ ตอนนี้พราวเกิดเรื่องอยากให้พี่ช่วย” พราวฟ้ารีบพูดเสียงสั่นหวังว่าเขาจะให้ความช่วยเหลือ

“............” ปลายสายเงียบไปอยู่นาน ทำให้เธอใจคอไม่ดี

“พี่ยุ ได้ยินพราวไหม พี่ยุ”

“ตอนนี้พราวอยู่ไหน” ปลายสายพูดเสียงกุกกักคล้ายสัญญาณขาด ๆ หาย ๆ

“อยู่แถวบ้านป้าพิศค่ะ”

“พราวมาเจอพี่ที่ร้านสะดวกซื้อหน้าหมู่บ้านพี่นะ พี่จะไปรอ”

“ค่ะ ๆ อีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงน่าจะถึง ขอบคุณมากนะคะพี่ยุ” พราวฟ้ายิ้มกว้างน้ำตาร่วงดีใจที่ชายคนรักพร้อมที่จะช่วยเหลือ เธอรีบคืนโทรศัพท์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วเดินทางไปยังหมู่บ้านของคู่หมั้นทันที

เพียงไม่นานพราวฟ้ามาถึงร้านสะดวกซื้อหน้าหมู่บ้านของคู่หมั้น

เธอรีบลงจากรถอย่างมีกำลังใจ แม้จะยังไม่รู้ว่าเขาจะช่วยเธอยังไงอย่างน้อยแค่รู้ว่าเขาจะช่วยก็ซาบซึ้งมากแล้ว พราวฟ้าเดินเข้าไปในร้านสะดวกมองหาจนทั่วไม่เจอวายุ เลยออกมายืนชะเง้อรอที่หน้าร้านด้วยความร้อนใจมองรอบข้างอย่างหวาดระแวงแม้แค่เสียงรถวิ่งผ่านก็ตกใจ พราวฟ้าพยายามก้มหน้าเก็บกดอาการหวาดกลัวไม่ให้คนทั่วไปสงสัย อยู่ ๆ ก็มีรถตู้คันหนึ่งมาจอดริมถนนแล้วมีชายฉกรรจ์สองคนวิ่งเข้ามาหา พราวฟ้าตาเบิกโพลงรีบวิ่งเข้าไปในร้านสะดวกก็โดนจับลากออกมาด้วยแรงของชายทั้งสองเธอโดนปิดปากกรีดร้องได้เพียงในลำคอ เจ้าของร้านสะดวกตื่นตระหนกทำอะไรไม่ถูก

“ถ้าไม่อยากถูกเผาร้าน อย่าเสือก!” ชายฉกรรจ์จ้องเจ้าของร้านตาเขม็ง เจ้าของร้านหวาดกลัวรีบยกสองมือชูขึ้นแล้วทรุดนั่งหลบลงใต้เคาน์เตอร์ พราวฟ้าถูกหามขึ้นรถตู้เมื่อประตูรถปิดลงไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง……

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED