ตอน 1

“เจียงหลี ได้ข่าวว่าเซี่ยฉือกลับมาแล้วนะ เธอรู้หรือยัง?”

ภายในห้อง VIP ที่มีบรรยากาศครึกครื้น หญิงสาวที่นั่งข้างเจียงหลีเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม

คืนนี้เป็นงานเลี้ยงรุ่นสมัยมหาวิทยาลัย บรรยากาศนับว่าคึกคักพอสมควร แต่พอชื่อของเซี่ยฉือถูกพูดขึ้นมา ทุกคนต่างพากันเงียบเสียงลง เพื่อรอดูเรื่องตลกของเจียงหลี

โต๊ะกลมตัวใหญ่ถูกรายล้อมไปด้วยผู้คน แต่ร่างของเจียงหลีกลับดูโดดเด่นเป็นที่สุด ใบหน้าสวยหวานราวกับสลักจากหยกขาวเนื้อดี เปล่งประกายความนวลเนียนละมุนตาไปทั่วทุกตารางนิ้ว

แววตาคู่สวยของเจียงหลีราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ เธอหยิบแก้วน้ำตรงหน้าขึ้นมาจิบเล็กน้อย “ฉันไม่รู้”

คนอื่นพูดเสริมขึ้นมาอีกว่า “คิดถึงตอนนั้นที่พวกเธอสองคนรักกันปานจะกลืนกิน พวกเราต่างก็คิดว่าพวกเธอจะครองรักกันตลอดไปซะอีก ใครจะไปคิดล่ะว่าจู่ ๆ เธอจะไปแต่งงานกับคนอื่น ตอนนี้เซี่ยฉือกลายเป็นประธานใหญ่ของสตาร์ไลท์มีเดียไปแล้ว เธอคงไม่ได้กำลังเสียใจหรอกนะ!”

เพื่อนสาวร่วมชั้นคนเดิมเอ่ยเย้า “ได้ข่าวว่าสามีเธอก็พอมีเงินอยู่บ้างนี่นา แต่คงสู้เซี่ยฉือไม่ได้หรอก รักใหม่จะไปสู้รักเก่าที่ตราตรึงได้ยังไง จริงไหมล่ะ?”

ทุกคนต่างพากันเอามือกุมปากขำออกมา

วันนี้เจียงหลีดื่มเหล้าไปเล็กน้อย จึงรู้สึกมึนหัวนิดหน่อย พอได้ยินเสียงคนพวกนี้ก็ยิ่งรู้สึกรำคาญ เธอจึงคว้ากระเป๋าลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า “พวกเธอสนุกกันต่อเถอะ ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบาย ขอตัวกลับก่อนนะ”

“จะรีบไปไหนล่ะ สามีเธอตามกลับบ้านแล้วเหรอ?”

เสียงหยอกล้อของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับร่างของชายสองคนที่เดินพ้นประตูห้องเข้ามาพอดี

เมื่อเจียงหลีเงยหน้าขึ้นก็มองเห็นคนที่เดินตามหลังมา ซึ่งก็คือเซี่ยฉือนั่นเอง

สามปีผ่านไป เขาอยู่ในชุดสูทสีดำเข้ารูป ดูมีมาดและสุขุมเยือกเย็นกว่าเดิม สายตาคู่คมจ้องมองมาที่เธอโดยตรง

คนที่เพิ่งพูดเมื่อครู่คือโจวหมิง เพื่อนสนิทร่วมหอพักของเขา

ทันทีที่เซี่ยฉือปรากฏตัว ดวงตาของสาว ๆ ในห้องก็เป็นประกายขึ้นมาทันใด หน้าตาของเขาจัดว่าหล่อเหลาไม่เบา สมัยเรียนก็เป็นถึงระดับเดือนมหาวิทยาลัย

โจวหมิงมองเจียงหลีด้วยสายตาแปลก ๆ ก่อนจะยิ้มเยาะ “เจียงหลี ให้สามีเธอมาสนุกด้วยกันที่นี่ไหมล่ะ?”

“เขายุ่งน่ะ ฉันเองก็ควรกลับแล้ว” เจียงหลีทำเมินเฉยต่อสายตาของเซี่ยฉือ เธอพยักหน้าให้โจวหมิงเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเดินออกไป

หลังจากที่เธอจากไป โจวหมิงก็หันไปพูดกับเซี่ยฉือ “เห็นไหมล่ะ ตอนนี้เธอไม่กล้าสู้หน้านายด้วยซ้ำ เมื่อก่อนเพราะเห็นแก่เงินถึงได้ทิ้งนายไป ผู้หญิงแบบนี้ไม่คู่ควรจะมาอยู่ที่นี่หรอก”

เซี่ยฉือไม่ได้แสดงท่าทีใด ๆ ต่อคำพูดนั้น เขาเพียงแค่หันหลังเดินตามไปในทิศทางที่เจียงหลีเพิ่งจากไป

โจวหมิงทำหน้าไม่เข้าใจ พลางตะโกนไล่หลัง “นายจะไปไหนน่ะ!”

เจียงหลีออกจากลิฟต์แล้วเดินตรงไปยังประตูทางออก

“เจียงหลี!” เซี่ยฉือพุ่งเข้าหาเธออย่างรวดเร็ว ก่อนจะคว้าต้นแขนของเธอไว้แล้วเค้นถาม “เจอหน้าผมแล้วรีบหนีไปแบบนี้เลยเหรอ หรือว่าในใจคุณรู้สึกผิดต่อผม?”

เจียงหลีเซเล็กน้อยจนเกือบจะเสียหลักล้มลง เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาเย็นชา “ปล่อย”

นอกจากเซี่ยฉือจะไม่ปล่อยแล้ว เขายังรั้งเธอให้เข้ามาใกล้ยิ่งกว่าเดิม และใช้ความได้เปรียบเรื่องส่วนสูงมองเธอจากมุมที่สูงกว่า “ตอนนั้นคุณทิ้งผมไปแต่งงานกับเขา แต่เขากลับไม่ยอมแม้แต่จะซื้อเครื่องประดับดี ๆ ให้คุณใส่ นี่น่ะเหรอคือคนที่คุณเลือกในวันนั้น?”

“เรื่องของฉันไม่เกี่ยวกับคุณ” เจียงหลีไม่พอใจที่ถูกแตะเนื้อต้องตัว เธอพยายามสะบัดมือเขาออกอย่างแรง

คนทั้งคู่ยื้อยุดกันอยู่ที่หน้าประตู

ในตอนนั้นเอง รถลัมโบร์กินีสีดำคันหนึ่งก็ค่อย ๆ เคลื่อนมาจอดที่หน้าประตู

เจียงหลีมองเห็นเลขทะเบียนรถที่คุ้นตา แววตาคู่สวยพลันสั่นไหวเล็กน้อย

เซี่ยฉือสังเกตเห็นท่าทางของเธอ จึงหันไปมองผู้มาใหม่ แววตาของเขาฉายหม่นลงโดยไม่รู้ตัว

เมื่อประตูรถเปิดออก ร่างสูงสง่าก็ปรากฏสู่สายตา บรรยากาศรอบตัวราวกับจะลดอุณหภูมิลงไปหลายองศาตามการมาถึงของเขา

เจียงหลีอาศัยจังหวะนั้นสะบัดมือหลุดจากเซี่ยฉือ แล้วรีบวิ่งไปหาเขา “คุณบอกว่าจะกลับมะรืนนี้ไม่ใช่เหรอคะ?”

ฉืออวี้เดินเข้ามาโอบเอวเธอไว้อย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนที่น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังจะดังขึ้น “งานเสร็จก่อนกำหนด ผมเลยรีบกลับมา”

สายตาของเซี่ยฉือจับจ้องไปยังท่าทางสนิทสนมของคนทั้งคู่ แววตาพลันดำถมึงลงทันที

ฉืออวี้มองพินิจเซี่ยฉือด้วยสายตาเย็นชา แต่กลับเอ่ยถามเจียงหลีว่า “นี่เพื่อนร่วมชั้นของคุณเหรอ?”

ดวงตาของเจียงหลีฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าตอบเงียบ ๆ เขารู้อยู่แล้วว่าเธอมีความสัมพันธ์อย่างไรกับเซี่ยฉือ บรรยากาศจึงเริ่มกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที

ฉืออวี้พยักหน้าเล็กน้อย สายตาจับจ้องไปยังอีกฝ่าย “สวัสดีครับ ผมเป็นสามีของเจียงหลี”

ตอน 2

ประโยคนี้เป็นทั้งการแนะนำตัว และเป็นคำเตือนในที

ภาพที่ทั้งคู่ยื้อยุดกันเมื่อครู่ ล้วนอยู่ในสายตาของเขาทุกฉากทุกตอน

“เรากลับบ้านกันเถอะ” ฉืออวี้พูดจบก็โอบรัดรอบเอวคอดกิ่วของเจียงหลี แล้วพาเดินไปที่รถ

ระหว่างทางกลับบ้าน ภายในรถเงียบสนิทจนน่าใจหาย

เจียงหลีสัมผัสได้ชัดเจนว่าบรรยากาศรอบตัวฉืออวี้เย็นเยียบกว่าปกติ หรือจะเป็นเพราะการปรากฏตัวของเซี่ยฉือที่ทำให้เขารู้สึกเสียหน้า?

เจียงหลีไม่แน่ใจว่าเขาโกรธหรือเปล่า แต่เธอคิดว่าเธอจำเป็นต้องอธิบายสักหน่อย

เธอขยับริมฝีปากเอ่ย “คืนนี้พวกเราจัดงานเลี้ยงรุ่น ฉันเองไม่รู้เหมือนกันว่าเซี่ยฉือจะโผล่มากะทันหันแบบนี้……”

ทันใดนั้นเอง ฉืออวี้ก็หยิบถุงของขวัญใบหนึ่งส่งให้เธอ พลางพูดขัดจังหวะขึ้นว่า “ของขวัญซื้อมาฝากคุณ”

เจียงหลีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปรับมา

ตลอดสามปีที่แต่งงานกันมา จำนวนครั้งที่เขาอยู่บ้านนั้นนับนิ้วได้เลย แต่ทุกครั้งที่กลับจากไปดูงานต่างถิ่น ก็มักจะมีของขวัญมาฝากเธอเสมอ

แล้วสรุปว่าเขาโกรธหรือไม่โกรธกันแน่?

เจียงหลีเม้มริมฝีปากเล็กน้อย รู้สึกว่าของขวัญในมือนั้นร้อนผ่าวอย่างบอกไม่ถูก

พอเธอหันไปมองฉืออวี้ ก็เห็นเขาเอนหลังพิงเบาะและหลับตาพักผ่อน ดูเหมือนไม่อยากจะคุยกับเธอแล้ว

เจียงหลีจึงไม่กล้าส่งเสียงต่อแม้แต่แอะเดียว คืนนี้เธอดื่มเหล้าไปเล็กน้อย จึงยังรู้สึกมึนหัวอยู่ เธอค่อย ๆ เปิดกระจกรถลงเล็กน้อย สายลมยามค่ำคืนที่พัดผ่านพวงแก้มทำให้รู้สึกเย็นสบายและสดชื่นขึ้นมาก

เมื่อสามปีก่อน เจียงซื่อประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างหนักจนตกอยู่ในวิกฤตล้มละลาย ตอนนั้นพ่อเจียงได้ยกเรื่องสัญญาหมั้นหมายกับตระกูลฉือขึ้นมา โดยอ้างว่าเธอกับฉืออวี้ถูกหมั้นหมายกันไว้ตั้งแต่ยังเด็ก เนื่องจากบรรพบุรุษของทั้งสองตระกูลเคยเป็นเพื่อนตายกันมาก่อน พ่อเจียงใช้เรื่องนี้บังคับให้เธอแต่งงานกับฉืออวี้ เพื่อกอบกู้สถานะของเจียงซื่อที่กำลังสั่นคลอน

เจียงซื่อคือหยาดเหงื่อแรงกายของแม่ผู้วายชนม์ และเป็นสิ่งสุดท้ายที่หลงเหลือไว้ให้เธอ เธอไม่อาจทนดูหัวใจของแม่พังทลายไปต่อหน้าต่อตาได้ ประกอบกับตอนนั้นเซี่ยฉืออยู่ในช่วงเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัว อารมณ์ของเขาจึงมักแปรปรวนและหงุดหงิดง่าย ทั้งคู่ทะเลาะกันบ่อยครั้ง สุดท้ายเธอจึงบอกเลิกกับเซี่ยฉือ

หลังแต่งงาน ฉืออวี้ยังคงเป็นคนเย็นชาดังเดิม เขาไม่ค่อยคุยกับเธอนัก แต่โดยรวมแล้วก็นับว่าดีต่อเธอไม่น้อย

ณ หลันเยว่วาน เรือนหอของพวกเขา

รถเคลื่อนตัวมาจอดสนิทในที่จอดรถใต้ดิน คนขับรถหันมาเตือนว่า “คุณฉือ คุณนาย ถึงแล้วครับ”

เจียงหลีที่กำลังเคลิ้มหลับพลันได้สติขึ้นมา ก่อนจะได้ยินเสียงเย็นเฉียบของชายหนุ่มดังขึ้น “ลุงหลี่ ลุงกลับไปพักผ่อนได้แล้ว”

“ครับผม” ลุงหลี่ที่เป็นคนขับรถก้าวลงจากรถแล้วเดินจากไป

ขณะที่เจียงหลีกำลังจะเปิดประตูรถเพื่อลงไป จู่ ๆ ข้อมือของเธอก็ถูกคว้าไว้หมับ

ฉืออวี้ออกแรงดึงเพียงเล็กน้อย ร่างทั้งร่างของเธอก็ลอยหวือเข้าไปหาเขา

เจียงหลีร้องอุทานออกมาเบา ๆ ร่างกายที่เบาหวิวของเธอถูกจัดให้นั่งลงบนตักอุ่นอันร้อนผ่าวของเขา เรียวขาสองข้างของเธอถูกขืนให้แยกออกและเกี่ยวรอบเอวเขาเอาไว้

เมื่อรู้ว่าท่าทางในตอนนี้มันน่าอายเพียงใด ใบหน้าของเธอก็พลันแดงซ่านจนลามไปถึงลำคอ เธอขยับสะโพกหวังจะลงไปจากตัวเขา

ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ยอมปล่อยเธอไป มือหนากดเอวบางของเธอให้กระชับเข้ามา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนหน้าอกแนบชิดกัน เธอถึงกับสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุจากร่างกายส่วนล่างของเขาได้อย่างชัดเจน

“ฉะ…ฉืออวี้…… คะ…คุณปล่อยฉันลงเถอะ” สัญญาณอันตรายนี้เจียงหลีคุ้นเคยดีกว่าใคร เธอพยายามขัดขืนทั้งที่ใบหน้ายังแดงระเรื่อ

ฉืออวี้ยังคงพูดน้อยเหมือนเช่นเคย เขาใช้มือเดียวเชยคางเธอขึ้นมา ก่อนจะบดขยี้ริมฝีปากเธออย่างรุนแรง

แสงไฟในที่จอดรถดับลงตามเวลาที่กำหนด เงาร่างของคนทั้งสองในรถดูพร่าเลือน ท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มอบอวลไปด้วยแรงปรารถนา

เจียงหลีรู้สึกอายอย่างถึงที่สุด เธอพยายามผลักหน้าอกเขาอยู่เป็นระยะ ปกติแล้วต่อให้เขาจะรุนแรงเพียงใด ก็ไม่เคยทำเรื่องพรรค์นี้ในรถ แต่วันนี้เขากลับไม่สนใจสถานที่เลยสักนิด

ฉืออวี้ประคองใบหน้าน้อย ๆ ของเธอไว้ ลมหายใจหอบถี่สลับจูบหนักเบาอย่างต่อเนื่อง มือข้างที่ว่างอยู่รวบเอวของหญิงสาวไว้แน่น พลางกดร่างเธอแนบเข้ามาในอ้อมกอดตัวเอง

หลังจากจูบอันร้อนแรงจบลง เขาถึงได้ยอมปล่อยเธอ พลันเหลือบไปเห็นริมฝีปากที่บวมเจ่อเล็กน้อย และวาววับอย่างเย้ายวน

มือหนาของฉืออวี้เชยคางเธอขึ้นอีกครั้ง บังคับให้เธอต้องสบตากับเขา น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำแฝงไปด้วยความยั่วเย้า “งานเลี้ยงรุ่นคืนนี้ สนุกมากไหม?”

เจียงหลีต่อให้ซื่อบื้อแค่ไหน ก็รับรู้ได้แล้วว่าเขากำลังอารมณ์ไม่ดี

ปกติฉืออวี้เป็นคนอารมณ์คงที่ ไม่เคยแสดงท่าทางผิดปกติขนาดนี้มาก่อน

เธอตั้งใจจะอธิบายอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปาก บั้นเอวของเธอก็ถูกเขาบีบแน่นจนรู้สึกเจ็บแปลบ

ดวงตาสีดำขลับอันล้ำลึกของฉืออวี้จ้องมองริมฝีปากแดงระเรื่อของเธออย่างค้นหาคำตอบ น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบ “ดื่มมาเหรอ?”

เจียงหลีทำได้เพียงพยักหน้าเบา ๆ

“ยังจำที่ผมเคยบอกได้ไหม?”

เจียงหลีเม้มริมฝีปากเบา ๆ มือที่เกาะไหล่เขาอยู่เผลอขยุ้มเสื้อของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว

เธอดื่มไม่ค่อยเก่งนัก ครั้งหนึ่งเคยเกือบถูกรถชนตายกลางถนนเพราะความเมา โทรศัพท์จากโรงพยาบาลแจ้งไปถึงฉืออวี้ เขาถึงกับต้องพักการประชุมกะทันหันเพื่อรีบไปหาเธอ หลังจากนั้นก็ตั้งกฎเหล็กห้ามเธอแตะต้องแอลกอฮอล์อีก

คืนนี้เซี่ยฉือกลับมา เธอผิดคำพูดไปดื่มมาจนได้งั้นเหรอ?

มือหนาของฉืออวี้ลูบไล้อยู่ที่เอวของเธอ ท่ามกลางความหงุดหงิดที่อัดอั้นอยู่ภายใน การกระทำของเขาจึงยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น มือใหญ่สอดลึกเข้าไปใต้กระโปรงของเธออย่างถือวิสาสะ

ตอน 3

“คืนนี้ทุกคนต่างก็ดื่มกัน ฉันปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ แต่ว่าครั้งหน้าฉันจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว”

เจียงหลีพูดจบ เมื่อเห็นว่าใบหน้าหล่อเหลาของเขายังคงบึ้งตึง และเริ่มสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของเขา เธอก็รู้ทันทีว่าเขาต้องการอะไร

เธอรีบก้มหน้างุด พลางเอ่ยถามอย่างขวยเขิน “ขะ…ขอไปต่อที่บ้านได้ไหมคะ……”

“ไม่ได้”

น้ำเสียงของชายหนุ่มเผด็จการอย่างไม่ยอมให้ปฏิเสธ

เจียงหลีขัดขืนไม่ได้ ใบหน้าเธอแดงซ่าน พยายามประวิงเวลาอยู่นานก่อนจะยื่นมือไปแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขา แค่กระดุมเม็ดเดียวเธอก็ใช้เวลาไปหลายนาที

ฉืออวี้รอไม่ไหวแล้ว มือหนายกขึ้นเพียงเล็กน้อยก็กระชากชุดกระโปรงของเธอออก

เจียงหลีรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่หน้าอก ทันใดนั้นร่างกายของเธอถูกเปิดเผยสู่ภายนอก

คืนนี้เธอสวมชุดเดรสตัวยาวสีเหลืองมัสตาร์ดแบบแหวกข้าง ถูกเขาดึงเพียงเบา ๆ ก็หลุดออกอย่างง่ายดาย ไม่นานนักทั้งบราและชั้นในก็ไม่อาจรอดพ้นจากเงื้อมมือเขาไปได้เช่นกัน

ภายในห้องโดยสารที่คับแคบ เสียงปลดล็อกหัวเข็มขัดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดยามค่ำคืน ฟังดูรื่นหูอย่างบอกไม่ถูก

ณ ลานจอดรถที่ไร้ซึ่งผู้คน รถลัมโบร์กินีที่จอดนิ่งสงบกลับไหวโคลงเป็นระยะ เคล้ามากับเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของชายหญิงที่ดังสอดประสาน บรรยากาศอบอวลไปด้วยความรัญจวนที่ยากจะถอนตัว

ลมเย็นด้านนอกพัดโชยมาเอื่อย ๆ ทว่าอุณหภูมิภายในรถกลับสูงขึ้นทุกขณะ เส้นผมของเธอระไปกับแผงอกแกร่ง ปลุกเร้าความซ่านสยิวที่ยากจะอธิบาย แววตาของทั้งคู่ต่างประกายวาบไปด้วยความปรารถนา

เจียงหลีใบหน้าแดงก่ำ แต่กลับไม่อาจควบคุมไฟราคะในกายที่ถูกเขาจุดขึ้นมาได้ ในสภาวะที่สติเริ่มพร่าเลือนตามจังหวะการขยับของร่างกาย เธอทำได้เพียงแค่โอบศีรษะของเขาเอาไว้

ฉืออวี้ขบเม้มความนุ่มหยุ่นของเธอเบา ๆ เป็นเชิงทำโทษ ทำให้เธอต้องสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความเสียวซ่าน

ในตอนที่เจียงหลีคิดว่าทุกอย่างใกล้จะจบลงแล้ว เขากลับกดตัวเธอลงกับพนักพิงเบาะ แล้วเริ่มโหมกระหน่ำการโจมตีรอบใหม่อีกครา

เธอลืมตาขึ้นอย่างง่วงงุน ชายหนุ่มที่อยู่เหนือร่างดูหล่อเหลาและสูงศักดิ์ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาที่เข้มข้นจนไม่อาจหยุดยั้งได้

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ เธอเหนื่อยล้าจนแทบจะลืมตาไม่ขึ้นอยู่รอมร่อ

ฉืออวี้สวมเสื้อผ้าเรียบร้อย แล้วใช้เสื้อสูทของเขาห่อหุ้มร่างกายของเธอไว้อย่างมิดชิด ก่อนจะอุ้มเธอลงจากรถ

เมื่อกลับถึงบ้าน เจียงหลีก็เหนื่อยจนสลบไสลไปแล้ว บนใบหน้าขาวเนียนสวยมีหยาดเหงื่อซึมออกมาเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดมุนน้อย ๆ พลางละเมอออกมาเป็นพัก ๆ ว่าไม่เอาแล้ว

สงสัยเมื่อกี้เขาคงจะรุนแรงไปจนทำให้เธอเจ็บ

ฉืออวี้พาเธอเข้าไปแช่น้ำในห้องอาบน้ำพักหนึ่ง จึงค่อยอุ้มกลับมาวางลงบนเตียง

เขาชำระร่างกายตัวเองเช่นกัน ก่อนจะสวมชุดคลุมอาบน้ำเดินออกมายังห้องนั่งเล่น ยืนอยู่ตรงหน้าต่างบานใหญ่สูงจากพื้นจรดเพดานแล้วจุดบุหรี่ขึ้นมา ควันบุหรี่ที่ลอยฟุ้งทำเอายากจะมองออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

หลี่หยางผู้ช่วยของเขาโทรศัพท์เข้ามา “คุณฉือ คนของสตาร์ไลท์มีเดียกำลังสืบเรื่องของคุณอยู่ครับ”

เมื่อนึกถึงเซี่ยฉือที่เจอคืนนี้ โครงหน้าของฉืออวี้ก็ฉายแววแข็งกร้าวขึ้นกว่าเดิม หลังจากเงียบไปครู่ใหญ่ เขาก็กดวางสาย

เมื่อสามปีก่อน เจียงหลีเลิกกับเซี่ยฉือ แล้วมาแต่งงานกับเขาทันที ไม่คิดเลยว่าเซี่ยฉือจะยังกล้ากลับมาอีก

เขารู้เรื่องระหว่างทั้งสองคนมาตั้งแต่ก่อนแต่งงานแล้ว

เขาพ่นควันบุหรี่ออกมาเบา ๆ เดิมทีวันนี้เขายังต้องไปดูงานต่อ แต่พอได้ยินข่าวว่าเซี่ยฉือกลับมาที่เมืองจิง เขาก็โยนงานทั้งหมดให้ลูกน้องทันที แล้วรีบเดินทางกลับมากลางดึก

แล้วเขาก็ได้เห็นทั้งคู่ยื้อยุดฉุดกระชากกันที่หน้าประตูโรงแรมจริง ๆ เจียงหลีเคยรักเซี่ยฉือมากขนาดนั้น เธอจะกลับไปรักกันใหม่เพราะการกลับมาของหมอนั่นหรือเปล่า?

ภายใต้แสงไฟสลัว สีหน้าของฉืออวี้ดูคลุมเครือ แววตาที่หม่นลงถูกปกคลุมด้วยควันบุหรี่หนาทึบ

——

เวลาเพียงคืนเดียวผ่านไปไวเหมือนโกหก ไม่นานท้องฟ้าก็เริ่มทอแสงรำไร

เจียงหลีหลับสนิท และเพิ่งจะรู้สึกตัวตื่นอีกทีตอนเก้าโมงเช้า

เมื่อเธอเดินออกมาจากห้อง ก็เห็นฉืออวี้กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร

เขายังไม่ไปบริษัทอีกเหรอ? ปกติแล้ว เวลานี้เขาไม่เคยอยู่บ้านเลย

เจียงหลีเม้มริมฝีปากเล็กน้อย พยายามบังคับเรียวขาที่สั่นเทาและอ่อนแรงเดินเข้าไปหา เห็นว่าบนโต๊ะมีอาหารเช้าเตรียมไว้พร้อมสรรพ

ฉืออวี้พับหน้าจอโน้ตบุ๊กและเก็บไปไว้ด้านข้าง ก่อนจะหันมามองเธอแล้วพูดตามปกติ “ตื่นแล้วก็มาทานข้าว”

เธอนั่งลงข้าง ๆ เขา สาวใช้เดินเข้ามาตักโจ๊กใส่ชามเสิร์ฟให้พวกเขาทั้งคู่

ท่าทางการรับประทานอาหารของเขาดูสง่างามดูแพง โดยปกติมักจะไม่พูดแทรกระหว่างมื้ออาหาร

ครู่ต่อมา สาวใช้ก็นำนิตยสารเล่มหนึ่งมาวางข้างตัวฉืออวี้เหมือนเช่นทุกวัน เพราะปกติเขามีนิสัยชอบอ่านนิตยสารตอนทานอาหารเช้า

เจียงหลีเพียงแค่เหลือบมองตามสัญชาตญาณ แต่สายตาของเธอกลับต้องชะงักงันทันที

เพราะภาพบนหน้าปกนิตยสารเล่มนั้น มันช่างคุ้นตาเหลือเกิน!

ฉืออวี้เองก็สังเกตเห็นเช่นกัน เขาหยิบนิตยสารขึ้นมาเปิดดู

พาดหัวข่าวใหญ่ประจำวันนี้:ประธานคนใหม่แห่งสตาร์ไลท์มีเดียหวนพบรักแรก ทั้งสองยังรักกันหวานชื่น รื้อฟื้นสัมพันธ์เก่า

ภาพที่เซี่ยฉือกับเจียงหลียื้อยุดกันหน้าประตูโรงแรมเมื่อคืนถูกถ่ายเอาไว้ได้ ภาพของเซี่ยฉือเห็นได้ชัดเจนมาก ส่วนเจียงหลีเห็นเพียงแค่ด้านข้าง แต่คนที่รู้จักเธอดี เพียงแค่มองแวบเดียวก็จำได้แน่นอน

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED