ลิโอเนลระบายยิ้มกว้างออกมา ก่อนจะผุดลุกขึ้นยืนตระหง่าน “เอาล่ะ พี่ไม่อยากคุยกับคนพาลอย่างนายแล้ว ไปดีกว่า...”
“ผมไม่ใช่คนพาลนะครับพี่ลีโอ แต่ผมเป็นคนที่ไม่ยอมให้ใครมาลูบคมได้ง่ายๆ ต่างหาก ผมจะเอาคืนอย่างสาสม จะทำให้เจ้าคนแสนบังอาจคนนั้นมันรู้ว่าคนอย่างผมล้อเล่นด้วยไม่ได้...”
แววตาของเดนิเรลน่ากลัวจนผู้เป็นพี่ชายอย่างเขาอดสงสารคนที่น้องชายกำลังเอ่ยถึงไม่ได้ เพราะไม่ว่าเจ้าคนนั้นจะเป็นใคร จะอยู่ที่ไหน แต่มันยับแน่ เขาเชื่อแบบนั้น เพราะเดนิเรลไม่ใช่แค่หล่อ ไม่ใช่แค่ฉลาดเป็นกรดเท่านั้น แต่น้องชายของเขาคนนี้เหี้ยมโหดประดุจไฟกัลป์เลยทีเดียว ไฟที่พร้อมจะแผดเผาศัตรูให้ไม่เหลือแม้แต่ลมหายใจ
“อยากรู้จังว่าคนที่นายพูดถึงคือใคร...”
เดนิเรลแค่นยิ้มหยัน “แล้วพี่ลีโอจะรู้ไปทำไมล่ะครับ”
ไหล่กว้างของผู้เป็นพี่ชายไหวน้อยๆ ก่อนจะพูดกลั้วหัวเราะออกมา “พี่ก็จะได้เตรียมหาพวงหรีดไว้ให้ยังไงล่ะ”
“พี่ลีโอไม่ได้ใช้มันหรอกครับพวงหรีดน่ะ เพราะในเกมนี้จะมีแค่คนตายทั้งเป็นเท่านั้น”
“นายนี่อำมหิตชะมัดเลยแดน...”
“ขอบคุณที่ชมครับ”
เดนิเรลไม่สะทกสะท้านกับคำประชดของพี่ชายเลยแม้แต่น้อย ลิโอเนลระบายยิ้มบางๆ ออกมาก่อนจะเลือกยุติการสนทนาตึงเครียดนี้ลงทันที
“เอาเป็นว่าพี่ไปก่อนก็แล้วกันนะ ไว้พรุ่งนี้เจอกันที่ การ์รัสโซ่ พาราไดส์...”
“งั้นก็แสดงว่าคืนนี้ไม่กลับบ้านใช่ไหมครับนี่” เดนิเรลพูดขึ้นอย่างรู้ทัน
ลิโอเนลไหวไหล่กว้างทรงพลังของตัวเองน้อยๆ ยิ้มหยันออกมา “แน่นอน พี่มีธุระต้องไปจัดการ... และต้องจัดการข้ามคืนเสียด้วย...”
ผู้เป็นน้องชายอมยิ้มออกมาเพราะแค่มองตาก็รู้ว่าธุระของพี่ชายคืออะไร “อย่าหักโหมมากก็แล้วกันครับ เดี๋ยวจะไม่มีแรงไว้ต่อกับคนอื่น...”
“ไม่ต้องเป็นห่วงเจ้าน้องชาย... พี่จัดการได้...”
“ครับ พ่อเพลบอยสุดหล่อ หวังว่าพรุ่งนี้จะได้เจอกันที่ การ์รัสโซ่ พาราไดส์นะครับ”
“แน่นอน... ไว้เจอกันแดน พี่ไปล่ะ”
แล้วร่างสูงตระหง่านของลิโอเนลก็หายไปจากสายตาพร้อมๆ กับบานประตูที่ถูกปิดลงเบาๆ เดนิเรลกลับมาสู่โลกของตัวเองอีกครั้ง เขาดำดิ่งลงสู่บ่อเหวแห่งความคั่งแค้นอีกครั้ง ใบหน้าหล่อลากไส้อัดแน่นไปด้วยความชิงชัง แม้บางเสี้ยวของความรู้สึกจะอดห่วงใยไม่ได้ แต่เขา... เขาไม่มีทางยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือคนพวกนี้อย่างแน่นอน ไม่มีทาง!
ที่หน้าประตูรั้วของคฤหาสน์หลังปานกลางของตระกูลโรดิเกซอัดแน่นไปด้วยผู้คนกว่าครึ่งร้อย คนพวกนั้นพยายามจะฝ่าวงล้อมของเจ้าหน้าที่เข้ามาภายในบ้านของหล่อน เศษขวด ก้อนหิน หรืออะไรก็ตามที่สามารถใช้เป็นอาวุธได้ถูกขว้างปาเข้ามาภายในบ้านทั้งสิ้น ดานีนกัดปากที่สั่นระริกของตัวเองเอาไว้ พยายามข่มความหวาดกลัวเอาไว้อย่างสุดความสามารถ หล่อนจะร้องไห้ไม่ได้ จะอ่อนแอให้มุนินที่กำลังร่ำไห้ด้วยความกลัวเห็นไม่ได้ หล่อนจะต้องเข้มแข็งและจะต้องพาทุกคนให้รอดพ้นไปจากเหตุการณ์บ้าคลั่งในครั้งนี้ให้จงได้ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ยอม
“น้องดา... พี่กลัว... พี่กลัวจังเลย”
ผู้เป็นพี่สาวตัวสั่นเทาราวกับลูกนกอยู่ในอ้อมแขนของหล่อน ดานีนกะพริบตาถี่ๆ หลายครั้งเพื่อผลักดันเจ้าความทุกข์ให้กลับเข้าไปข้างใน หญิงสาวฝืนยิ้มและปลอบใจพี่สาวด้วยน้ำเสียงที่ผ่านการปรุงแต่งมาอย่างดี
“ทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี... พี่นินไม่ต้องกลัว พ่อต้องช่วยพวกเราได้...”
“ไม่จริงหรอกน้องดา... ตอนนี้พ่อ... พ่ออยู่ที่ไหนเราก็ยังไม่รู้เลย แถมพวกเราก็ยังถูกล้อมเอาไว้ด้วยความโกรธแค้นของคนบ้าพวกนั้นอีก พวกคนบ้าที่ทำให้เราต้องเดือดร้อน” มุนินคร่ำครวญ น้ำตาไหลพรากไม่หยุด
ดานีนกลืนก้อนสะอื้นลงคอไปอย่างยากลำบาก แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่ามันเกิดอะไรขึ้น และคนพวกนี้ คนที่กำลังโกรธแค้นพวกนี้ต้องการอะไร แต่หล่อน... ครอบครัวของหล่อนก็ไม่มีปัญญาที่จะหามันมาให้
เงิน...
หญิงสาวน้ำตาซึม เงินสำหรับหล่อนในตอนนี้ช่างมีค่ามากมายเหลือเกิน ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนหล่อนแทบไม่เห็นค่าของมันเลยด้วยซ้ำ
“พี่นินอย่าพูดแบบนี้สิคะ พวกเขาแค่ต้องการความเป็นธรรมจากพวกเรา...”
มุนินผละออกจากอ้อมแขนของน้องสาว ก่อนจะเงยหน้ามองเขม็ง “แต่พวกมันต้องการเงิน และกำลังจะทำให้พวกเราเดือดร้อน... รู้ไหมน้องดาว่าตอนนี้พี่กำลังจะเป็นบ้า พี่กำลังจะเป็นบ้าอยู่แล้วรู้ไหม!”
“พี่นินใจเย็นๆ นะคะ ใจเย็นก่อน... มันจะต้องผ่านไปได้... เชื่อดาเถอะ...”
ดานีนพยายามเตือนสติพี่สาว แต่มุนินไม่ให้ความร่วมมือเลย เพราะถึงแม้ว่าจะรู้เรื่องราวทุกอย่าง รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันเกิดจากสาเหตุอะไร แต่ด้วยความใจคอคับแคบทำให้มุนินไม่ยอมที่จะก้มหน้ารับชะตากรรม หล่อนเลือกที่จะโยนความผิดให้กับคนอื่น
“หึ... ผ่านไปได้เหรอ จากที่พี่ดูท่าทางของพวกมันแล้วนะ ถ้าไม่ได้เงิน ถ้าไม่มีเงินให้กับมัน พวกมันไม่มีทางไปแน่ มันจะล้อมพี่กับน้องดาเอาไว้แบบนี้ และทำให้พวกเราเป็นบ้าจนตาย...”
“พ่อกำลังพยายามอยู่น่ะพี่นิน... พ่อจะหาทางช่วยพวกเราจนได้นั่นแหละ”
“ช่วยเหลือ ตอนนี้พ่อก็หนีเอาตัวรอดเหมือนกันนั่นแหละ ปล่อยให้เราสองคนติดแหง็กอยู่ในนี้ ในขณะที่ตัวเองหนีไปสุขสบายที่อื่น...”
“พี่นิน...! นี่พี่พูดถึงพ่ออย่างนี้ได้ยังไงกัน พ่อทำทุกอย่างก็เพื่อพวกเราน่ะ พ่อไม่เคยไม่รักพวกเราเลย พ่อรักพวกเรา อยากให้พวกเราสบาย พ่อถึงได้ทำแบบนี้...”
ดานีนผุดลุกขึ้นยืน จ้องหน้าหน้าพี่สาวด้วยความผิดหวัง ไม่เคยคิดเลยว่าพี่สาวที่เคยเรียบร้อยและแสนดีของตัวเองจะพูดถึงบุพการีแบบนี้ได้
“ดาขอร้องอย่าว่าพ่อแบบนี้อีก...”
“ทำไมพี่จะว่าไม่ได้ ก็ไม่ใช่เพราะพ่อเหรอ พี่ถึงต้องมาลำบากแบบนี้... ไม่ใช่เพราะพ่อหรอกเหรอน้องดาเราถึงต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้!” มุนินตวาดใส่หน้าน้องสาวเสียงดังลั่น น้ำตาแห่งความทุกข์ทรมานไหลพรากออกมาซ้ำแล้วซ้ำอีก
“แต่พ่อทำทุกอย่างเพื่อเรานะ”
น้ำตาที่เคยกักเก็บเอาไว้แต่ภายในอกทะลักออกมาอย่างสุดกลั้น หล่อนไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่ามุนินจะมีความคิดน่าสะอิดสะเอียนแบบนี้ในสมอง โอเค... หล่อนรู้... หล่อนเข้าใจว่าสิ่งที่บิดาทำลงไปนั้นมันคือสิ่งที่ไม่สามารถให้อภัยได้ แต่พ่อ... พ่อก็คือพ่อ และหล่อนมั่นใจว่าทุกอย่างที่พ่อทำไปก็เพื่อหล่อนกับพี่สาวทั้งนั้น มุนินไม่ควรกล่าวหา ไม่ควรมองท่านแบบนี้ ไม่ควรที่จะคิดว่าพ่อเป็นคนไม่ดีแบบนี้ แม้ว่าสิ่งที่ท่านทำลงไปมันจะไม่ดีแค่ไหนก็ตาม
“ทำเพื่อเราเหรอ โกงคนอื่นเพื่อเราอย่างนั้นเหรอ”
“พี่นินอย่าพูดแบบนี้นะ นั่นพ่อของเรานะ!”
“ทำไมพี่จะพูดไม่ได้ ในเมื่อพ่อเป็นคนขี้โกง คนขี้โกงที่ทำให้ลูกๆ ต้องเดือดร้อน...”
เพี๊ยะ!!!
ใบหน้าสวยหวานของมุนินสะบัดไปตามแรงปะทะที่เกิดจากฝ่ามือเล็กของดานีน มุนินยกมือขึ้นลูบใบหน้าที่ชาดิกของตัวเองแผ่วเบา ขณะที่ค่อยๆ หันมาจ้องมองน้องสาวด้วยความชิงชัง ดานีนน้ำตาไหลพรากมองมือตัวเองอย่างรู้สึกผิด
“พี่นิน... ดาขอโทษ...”
มุนินปัดมือนุ่มของน้องสาวด้วยท่าทางรังเกียจ หล่อนจ้องมองน้องสาวที่คลานตามกันออกมาด้วยสายตาเป็นอริไม่ปิดบัง
“พี่นิน... ดาไม่ได้ตั้งใจ...”
“อย่ามาเรียกฉันว่าพี่อีก...”
“พี่นิน...”
ดานีนค่อยๆ ย่างตัวเข้าไปหาพี่สาว แต่มุนินผลักร่างของน้องสาวออกห่างเต็มแรง ร่างของดานีนกระเด็นไปกระแทกกับผนังห้องใกล้ๆ จนเจ็บ
“อย่าเข้ามาใกล้ฉันอีก”
“พี่นิน... ดาขอโทษ... ดาเสียใจที่ตบหน้าพี่นิน แต่ดา... ดาไม่อยากให้พี่นินว่าพ่อแบบนั้น พ่อรักเรานะ พ่อทำทุกอย่างเพื่อเรา เราควรจะเห็นใจพ่อ และหาทางช่วยเหลือท่าน”
มุนินแค่นยิ้มหยัน นิสัยแท้จริงที่ถูกความหวาดกลัวขุดขึ้นมาสำแดงฤทธิ์เดชอย่างรุนแรง “ตอนนี้หาทางช่วยตัวเองก่อนเถอะ เพราะถ้าตำรวจกันไอ้พวกนั้นเอาไว้ไม่อยู่... ทั้งฉันและแกได้ถูกไอ้พวกนรกนั่นกระทืบตายแน่...”
ดานีนทรุดฮวบลงกองกับพื้นด้วยความทุกข์ทรมานเมื่อพี่สาวเลือกที่จะเย็นชาใส่หน้าหล่อน มุนินเดินหนีหายเข้าไปในห้องพักแล้ว ในขณะที่หล่อนยังคงถูกเสียงกร่นด่าของผู้คนที่กำลังเจ็บแค้นคุกคามอย่างอำมหิต
หล่อนจะทำยังไงดี... จะทำยังไงดีให้ทุกอย่างมันคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีกว่านี้ น้ำตาแห่งความโศกาไหลทะลักไม่หยุด หญิงสาวยกมือขึ้นปิดหน้าร่ำไห้ปานจะขาดใจ ไม่เคยคิดเลยว่าคนที่เข้มแข็งและไม่เคยเกรงกลัวต่อผู้ใดมาก่อนอย่างหล่อนจะมีวันนี้ วันที่หล่อนทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากร่ำไห้เท่านั้น
เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางไว้บนโต๊ะเตี้ยริมห้องดังขึ้น ดานีนค่อยๆ พยุงร่างกายที่อ่อนล้าของตัวเองไปทรุดนั่งลงบนโซฟา มือบางเอื้อมไปหยิบเจ้ามือถือที่กำลังกรีดร้องขึ้นมาแนบหู
“น้องดา... ลูกเป็นอย่างไรบ้าง...”
ทันทีที่รู้ว่าเจ้าของเสียงคือใคร หัวใจของดานีนก็อัดแน่นไปด้วยความยินดี
“พ่อ... พ่อเหรอจ๊ะ”
“พ่อเองน้องดา... ลูกกับมุนินสบายดีใช่ไหม”
น้ำเสียงของพ่อทำไมถึงได้อ่อนล้านักนะ แถมยังเศร้าหมองจนน่าตกใจอีกต่างหาก ดานีนเจ็บปวดเหลือเกินกับสิ่งที่คิดว่าพ่อกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้
“พ่อจ๋า... พ่ออย่าห่วงดากับพี่นินเลย พ่อดูแลตัวเองเถอะค่ะ กินข้าวและพักผ่อนมากๆ นะคะ”
“พ่อจะหลับตาได้ยังไงกัน ในเมื่อลูกๆ ของพ่อยังตกอยู่ในอันตราย พ่อพยายามหาทางช่วยเหลือ แต่คนที่พ่อบากหน้าไปขอให้เขาช่วยเขาก็ไม่ยอมให้ความร่วมมือเลย เขาเกลียดชังที่พ่อเป็นคนคดโกง พ่อผิด... แต่พ่อแค่ต้องการให้ลูกๆ ของพ่อปลอดภัยเท่านั้น... พ่อยอมตายชดใช้ทุกอย่าง ขอแค่ลูกของพ่อปลอดภัย”
ดิเอโก้คร่ำครวญมาตามสาย เขาไม่สามารถกลับเข้ามาหาลูกสาวทั้งสองคนได้ เนื่องจากบ้านของเขาถูกล้อมเอาไว้ด้วยญาติๆ ของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ตึกอเวลเทลถล่ม พวกนี้เรียกร้องเงินทองจำนวนมหาศาลแต่เขาไม่มี ไม่สามารถหามาชดใช้ได้
“พ่ออย่าคิดแบบนั้นสิคะ พวกเราไม่เป็นไร พ่อไม่ต้องห่วง เดี๋ยว... พี่ฮัมราลก็ต้องมาช่วยพวกเรา”
ทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่าฮัมราลไม่มีทางทำแบบนั้น เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องอื้อฉาวนี้ขึ้นมาว่าที่พี่เขยก็ถอนหมั้นจากพี่สาวของหล่อนไปแล้ว เขาไม่ใยดีแม้แต่จะโทรมาถามว่าตอนนี้พวกหล่อนเป็นยังไงกันบ้าง แต่หล่อนไม่โกรธ ไม่เกลียดฮัมราลหรอก เพราะตอนนี้มีใครบ้างล่ะอยากจะยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้องกับตระกูลคนคดโกงอย่างโรดิเกซ ไม่มีหรอก... ไม่มีแม้แต่คนเดียว
“อย่ามาโกหกพ่อเลยน้องดา... ฮัมราลถอนหมั้นไปแล้ว... เขาโทรไปหาพ่อด้วยตัวของเขาเอง ตอนนี้ไม่มีใครสามารถช่วยโรดิเกซได้หรอก นอกเสียจาก...”
“นอกเสียจากใครหรือจ๊ะพ่อ...” ความหวังเต็มเปี่ยมในน้ำเสียงของบุตรสาวทำให้ดิเอโก้จำต้องเอ่ยออกมา
“พวกการ์รัสโซ่ไง... มีแต่พวกเขาเท่านั้นที่จะสามารถให้เรายืมเงินจำนวนกว่าห้าสิบล้านดอลล่าห์ได้ มีแค่พวกเขาเท่านั้นที่จะทำให้โรดิเกซรอดพ้นหายนะในครั้งนี้ได้...”
ทางออกที่บิดาพูดออกมานั้นมันช่างมืดดำและมองไม่เห็นปลายทางเอาเสียเลย พวกการ์รัสโซ่หรือ พวกนี้เท่านั้นเหรอที่จะสามารถช่วยครอบครัวของหล่อนได้
ใบหน้าหล่อลากไส้ของเดนิเรลผุดขึ้นมาในหัว ผู้ชายปากร้าย จอมเผด็จการคนนั้นน่ะหรือที่จะสามารถช่วยเหลือพวกหล่อนได้ ทำไมต้องเป็นพวกเขาด้วย...
“พ่อจ๋า... พวกเขาไม่มีทางช่วยเราหรอก เราต้องหาทางอื่น...”
ในที่สุดก็พูดออกมา ความสิ้นหวังอัดแน่นอยู่ในกระแสเสียง เดนิเรลหรือแม้แต่พวกการ์รัสโซ่คนอื่นๆ ไม่มีทางเห็นใจหล่อน มีแต่จะเหยียบครอบครัวของหล่อนให้จมดินต่างหากล่ะ
“ใช่เขาไม่ยอมช่วยเรา... คุณเดนิเรลไล่พ่อยังกับหมูกับหมา...”
“คนใจร้าย...”
ดานีนเค้นเสียงแห่งความเจ็บปวดออกมาจากกลีบปากอิ่มแผ่วเบา ความทรมานอัดแน่นอยู่ภายในอก แน่อยู่แล้วล่ะว่าเดนิเรลจะต้องไม่ช่วยเหลือพวกหล่อน ก็ทำไมเขาจะต้องช่วยด้วยล่ะในเมื่อหล่อนกับเขาเป็นยิ่งกว่าศัตรูกันเสียอีก
‘แล้วขอเตือนเอาไว้เลยนะว่าเธอจะต้องถูกฉันเอาคืนอย่างสาสม และมันจะเป็นเธอดานีนที่จะต้องซมซานมาคุกเข่าอ้อนวอนขอขึ้นเตียงกับฉัน... มันจะเป็นเธอ...’
คำอาฆาตของเดนิเรลในวันนั้นยังดังลั่นอยู่ในโสตประสาทไม่เสื่อมคลาย สายตาที่มืดลึกยิ่งกว่าราตรีไร้แสงจันทร์ของเขายังติดตาของหล่อนไม่รู้จาง ผู้ชายคนนั้นจะทำทุกอย่างเพื่อเอาคืนหล่อน และหากหล่อนคิดไม่ผิดตอนนี้นายนั่นคงจะนั่งนับวันรอให้หล่อนกับครอบครัวตกลงไปในนรกอย่างแน่นอน
“อย่าไปว่าเขาเลยน้องดา... สถานะของเราในตอนนี้ไม่มีใครอยากจะยุ่งเกี่ยวด้วยหรอก พ่อมันเลวเอง ถ้าพ่อไม่เห็นแค่เงินพวกนั้น ปานนี้ลูกๆ ของพ่อก็คงไม่ต้องมาลำบากแบบนี้... พ่อเสียใจ...”
น้ำเสียงสั่นเครือของบิดาที่ผ่านมาตามสายโทรศัพท์ทำให้คนฟังอย่างดานีนเจ็บปวดยิ่งนัก ยังไงซะดิเอโก้ก็คือพ่อ ท่านมีพระคุณ และหล่อนเป็นลูกก็ควรที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ท่านมีความสุข ทำให้ท่านทุกข์น้อยที่สุด
“พ่ออย่าคิดมากเลยค่ะ พวกเราสบายดี... พวกเราไม่เคยโทษพ่อ...”
แม้จะมีแค่หล่อนคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ถือโทษโกรธบิดา แต่หล่อนก็ไม่มีทางพูดให้ท่านเสียใจมากกว่าที่เป็นอยู่หรอก
“ดาสัญญาว่าจะทำทุกอย่างเพื่อครอบครัวของเรา ดาจะทำทุกอย่างแม้ว่ามันจะต้องแลกด้วยทุกสิ่งที่ดามีก็ตาม...”
“น้องดาจะทำอะไร... ลูกอย่าคิดอะไรบ้าๆ นะดานีน อย่าทำให้พ่อต้องทุกข์ทรมานมากกว่าที่เป็นอยู่เลย”
แม้จะไม่รู้ว่าสิ่งที่บุตรสาวพูดออกมานั้นมันคืออะไร แต่ด้วยความที่เป็นพ่อและรู้จักนิสัยของลูกทั้งสองคนดีทำให้เขาพอจะรู้ว่าดานีนต้องคิดจะทำอะไรที่เสี่ยงๆ อย่างแน่นอน
“พ่ออย่าเป็นห่วงเลยค่ะ ดาเป็นคนฉลาดพ่อก็รู้นี่คะ ดังนั้นดาไม่มีทางทำอะไรสิ้นคิดแน่นอน”
ใช่... ดานีนเป็นคนฉลาด แม้ว่าเจ้าหล่อนจะเกิดมาที่หลังมุนินบุตรสาวคนโตของเขา แต่ดานีนรู้จักคิดมากกว่ามุนินเสียอีก ในเรื่องที่บีบคั้นดานีนสามารถแก้ปัญหาได้อย่างยอดเยี่ยม ตรงกันข้ามกับมุนินที่เอาแต่โยนความผิดให้กับคนอื่นแต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังอดห่วงลูกสาวคนเล็กไม่ได้อยู่ดี
“พ่อรู้ว่าน้องดาฉลาด... แต่ความฉลาดก็สามารถฆ่าคนได้นะน้องดา... พ่อห่วงหนูนะ”
ดานีนยกมือขึ้นป้ายน้ำตาของตัวเองทิ้ง ปั้นเสียงตอบบิดาไป “ดารู้ดีค่ะว่าตัวเองกำลังจะทำอะไร พ่อไม่ต้องเป็นห่วงน้องดานะคะ อีกไม่กี่วันดาจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายพวกนี้มันยุติลงให้ได้”
“น้องดาจะทำอะไร... ลูกจะทำอะไรดานีน”
“ดาสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรที่เป็นอันตรายกับตัวเองค่ะพ่อ... ดาสัญญา”
“งั้นก็บอกพ่อมาสิว่าน้องดาจะทำอะไร”
น้ำเสียงร้อนรนที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของบิดาทำให้หัวใจของหญิงสาวเจ็บยิ่งกว่าถูกทิ่มด้วยมีดแหลมคมซะอีก
ฟันคมกริบฝังลงบนกลีบปากอิ่มที่สั่นระริกเต็มแรง ดานีนพยายามกลั้นสะอื้นเอาไว้สุดกำลัง ก่อนจะปั้นเสียงปกติสุขตอบบิดาออกไป
“เอาไว้ดาทำสำเร็จแล้ว ดาจะบอกพ่อก็แล้วกันนะคะ... แต่ตอนนี้ดามีเรื่องให้พ่อช่วย...”
แม้จะไม่อยากให้ลูกสาวต้องมาเสี่ยงอันตรายอะไรก็ตามที่เจ้าตัวกำลังคิดจะทำอยู่ แต่ดิเอโก้ก็รู้ดีว่าไม่มีทางห้ามความตั้งใจของดานีนได้ ดานีนใจแข็งมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่ทำตามสิ่งที่ลูกสาวร้องขอเท่านั้น
“แล้วน้องดาต้องการให้พ่อช่วยอะไรล่ะลูก...”
“ดาอยากออกไปจากที่นี่ค่ะ พ่อช่วยหาทางพาดากับพี่นินออกไปที”
นี่คือความหวังสุดท้าย... ก่อนที่หล่อนจะได้ลงมือทำในสิ่งที่คิดเอาไว้ แม้ว่าสิ่งที่คิดจะทำนั้นมันจะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของหล่อนไปตลอดกาลก็ตาม
ในเมื่อมีแค่การ์รัสโซ่เท่านั้นที่จะช่วยครอบครัวของหล่อนได้ หล่อนก็จะบากหน้าไปหาพวกนั้น จะทำทุกอย่างเพื่อให้พวกนั้นยอมช่วยเหลือ แม้จะต้องแลกด้วยศักดิ์ศรีที่มีอยู่ทั้งหมดก็ตาม