บทที่ 2
ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงคริสเตรียโนก็สามารถมาปรากฏกายอยู่ภายในไร่กาแฟหลายหมื่นไร่ของตัวเองได้อย่างสมใจ ชายหนุ่มกระโดดลงจากรถ ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ออร์แกนลูกน้องคนสนิทวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาต้อนรับ
“นายไปเมืองหลวงเสียหลายวัน ผมล่ะคิดถึ๊งคิดถึง”
“คิดถึงฉันหรือคิดถึงของฝากกันล่ะ”
คำถามรู้ทันของคริสเตรียโนทำให้ลูกน้องคนสนิทต้องทำหน้าเจื่อนเพราะสิ่งที่เจ้านายหนุ่มพูดนั้นมันถูกเกินกว่าครึ่งเลยทีเดียว
“แหม... ผมก็คิดถึงทั้งนาย คิดถึงทั้งของฝากนั่นแหละครับ”
“อยู่หลังรถ หยิบไปแจกป้าซันกับคนอื่นๆ ด้วย”
หนุ่มเจ้าของไร่กาแฟที่มีใบหน้าหล่อลากดินพูดจบก็ก้าวยาวๆ เดินเข้าไปในตัวบ้านสองชั้นขนาดใหญ่ที่ทำด้วยไม้ทั้งหลังด้วยท่าทางสง่างามเช่นเคย
ออร์แกนมองตามไปอย่างชื่นชมจนลับสายตา ก่อนจะรีบกุลีกุจอไปยกกระเป๋าให้กับเจ้านายหนุ่มและกระนั้นก็ไม่ลืมที่จะหยิบของฝากที่คริส เตรียโนซื้อมาฝากเป็นประจำทุกครั้งที่เดินทางกลับบ้านที่เมืองหลวงติดมือมาด้วยจากนั้นก็รีบวิ่งตามเจ้านายสุดหล่อไปทันที
“เอากระเป๋าวางไว้ตรงนั้นแหละ เดี๋ยวฉันเรียกป้าซันให้เอาขึ้นไปเก็บเอง” คริสเตรียโนหันมาพูดเสียงเรียบกับลูกน้องคนสนิท ขณะยืนปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่กลางห้อง
“ครับนาย”
ออร์แกนกำลังจะเดินออกไปจากห้องตามคำสั่ง แต่เขาก็ต้องชะงักเสียก่อนเมื่อเห็นแผงอกสีน้ำผึ้งที่รกเป็นไปด้วยเส้นขนสีเข้มซึ่งเป็นสีเดียวกับเส้นผมของคริสเตรียโนที่เปิดเปลือยอยู่เบื้องหน้า เจ้านายไม่ใช่แค่มีใบหน้าหล่อปานเทพบุตรชั้นฟ้าเพียงเท่านั้น แต่รูปร่างยังสมบูรณ์แบบสุดๆ อีกต่างหาก กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ กับผิวสีแทนที่เกิดจากการทำงานตากแดดทุกวันของคริสเตรียโนช่างยั่วกิเลสของคนมองได้อย่างมหาศาลนัก แม้แต่เขาที่เป็นผู้ชายด้วยกันก็เถอะและเขาก็เคยเห็นคริสเตรียโนแก้ผ้าต่อหน้ามาแล้ว แต่กระนั้นมันก็ยังไม่สามารถทำให้เขาหยุดชื่นชมผู้ชายที่สมบูรณ์แบบไปทั้งเนื้อทั้งตัวอย่างคริสเตรียโนไม่ได้สักครั้งเลย
“มองฉันแบบนี้หมายความว่ายังไงเจ้าออร์แกน”
เจ้าของชื่อได้สติ รีบฉีกยิ้ม “เอ่อ เปล่าครับนาย ผมแค่... อยากมีรูปร่างดีๆ แบบนายบ้างน่ะครับเพื่อนังเอมี่มันจะยอมรับความรักของผมบ้าง” ออร์แกนพูดถึงสาวใช้คนหนึ่งในไร่ที่ตัวเองแอบรักมาเนิ่นนานแล้วแต่ทำยังไงสาวเจ้าก็ไม่ยอมเล่นด้วยสักที
“ก็ทำให้เอมี่เห็นสิว่านายรักเขาจริงๆ ไม่ใช่แค่จีบเล่นๆ ไปวันๆ”
คริสเตรียโนแนะนำเสร็จก็เดินสลัดกางเกงขายาวผ้าเดนิมออกจากตัวอย่างไม่แยแสสายตาของคู่สนทนาเลยสักนิด จากนั้นชายหนุ่มก็เดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มมาสวมใส่ทับเรือนกายเปลือยเปล่าของตัวเองเอาไว้ และพูดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
“ไปบอกลุงฮวนนะว่าอีกครึ่งชั่วโมงฉันจะออกไปที่ไร่ ให้มารอพบฉันด้วย” ชายหนุ่มเอ่ยถึงหัวหน้าคนงานเก่าแก่ที่ทุ่มเทกับงานได้อย่างยอดเยี่ยม
“ครับ นาย” ออร์แกนรีบรับคำสั่ง ก่อนจะออกไปจากห้องพักของคริสเตรียโนอย่างรวดเร็ว
และเมื่ออยู่ตามลำพังชายหนุ่มก็ระบายลมหายใจออกมาเบาๆ จากนั้นก็เดินไปหยุดที่ขอบหน้าต่างห้อง นัยน์ตาสีสนิมไร้ความรู้สึกทอดมองไปยังไร่กาแฟที่ยาวไกลสุดลูกหูลูกตาของตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ เมื่อสองปีก่อนไร่กาแฟแห่งนี้ยังมีพื้นที่แค่ไม่กี่พันไร่เท่านั้น แต่พอเขาก้าวเข้ามากุมบังเหียนของที่นี่ เขาก็กว้านซื้อที่ดินที่อยู่รอบๆ ไร่กาแฟของตัวเองเอาไว้ทั้งหมดด้วยราคาที่แพงกว่าท้องตลาดในตอนนั้นถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ และนั่นก็ทำให้เจ้าของที่ดินทุกรายยินยอมพร้อมใจขายที่ดินให้กับเขาด้วยความสมัครใจ จะมีก็แต่ที่ดินของตาทอม บาสโตสเท่านั้นแหละที่ไม่ยอมขายให้กับเขา ทั้งๆ ที่ตาทอมมีที่ดินในมือแค่ 2 ไร่เท่านั้นเอง และไม่ว่าเขาจะให้ข้อเสนอที่ดีแสนดีแค่ไหน ตาทอมก็ยังยืนยันคำเดิมนั่นก็คือไม่ยอมขายนั่นเอง แล้วก็ด้วยสิ่งนี้จึงทำให้ตอนนี้ไร่กาแฟของตาทอมถูกไร่กาแฟของเขาโอบล้อมเอาไว้ในทุกทิศทุกทาง
ชายหนุ่มถอนใจออกมาแรงๆ อีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจหมุนเรือนกายอันใหญ่โตของตัวเองเดินตรงไปยังห้องน้ำสุดหรูที่อยู่ท้ายห้อง จากนั้นก็ปล่อยให้เรือนกายกำยำถูกสายน้ำเย็นฉ่ำในอ่างสีขาวสะอาดโอบอุ้มเอาไว้ด้วยความสมัครใจ
ทอม บาสโตสชายชราเจ้าของไร่กาแฟวัย 70 ปียืนทอดสายตามองไร่กาแฟที่มีอาณาเขตแค่ 2 ไร่ของตัวเองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความทุกข์ใจ เมื่อก่อนไร่ของเขาก็มีรายได้พออยู่พอกินไม่เดือดร้อนอะไร แต่เดี๋ยวนี้ผลผลิตกลับไม่ได้คุณภาพอย่างที่ตลาดต้องการ เนื่องจากเขาไม่มีทุนพอที่จะไปซื้อปุ๋ยซื้อยามาฉีดให้กับต้นกาแฟภายในไร่ของตัวเองได้อย่างเพียงพอ และนั่นก็ทำให้ผลกาแฟของเขาถูกพ่อค้ากดราคาจนเหลือแทบไม่คุ้มทุนรอนที่จ่ายลงไป
ชายชราที่เส้นผมเต็มไปด้วยสีขาวโพลนถอนใจออกมาด้วยความทุกข์ ซึ่งมันก็ดังพอที่จะทำให้ใครอีกคนที่เดินมาหยุดอยู่ข้างหลังได้ยินชัดเจน
“ตาไม่ต้องเครียดนะจ๊ะ ดาหลากับพี่แมทจะช่วยกันทำให้ไร่กาแฟของเรากลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง”
น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใย และสายตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจของพิมดาหลา ฟาเบียโน่ลูกจ้างหนึ่งในสองคนที่เขามีอยู่ในขณะนี้
“ดาหลานั่นเอง”
เจ้าของชื่อที่มีหน้าตาสะสวยปานนางฟ้าระบายยิ้มอย่างอ่อนหวาน ขณะเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเจ้าของไร่กาแฟวัยชรา
“ผลกาแฟที่กำลังจะออกในรอบนี้มีคุณภาพตามที่ตลาดต้องการจ้ะตา”
“ถึงแม้จะได้ราคาดีแค่ไหน แต่มันก็ยังไม่พอจ่ายคืนเงินต้นที่ตาไปหยิบยืมเขามาหรอก” คนพูดเต็มไปด้วยความท้อแท้
พิมดาหลามองชายชราด้วยความสงสาร มือบางที่แม้จะผ่านการทำงานหนักมานับครั้งไม่ถ้วนแต่ก็ยังขาวและนุ่มนวลแตะลงเบาๆ ที่ท่อนแขนเหี่ยวย่นของคู่สนทนา
“ตาไม่ต้องเป็นกังวลหรอกนะจ๊ะ ฉันกับพี่แมทจะช่วยตาให้ถึงที่สุด เราจะทำทุกอย่างเพื่อรักษาไร่กาแฟแห่งนี้เอาไว้”
ทอมระบายยิ้มเศร้าหมอง “นี่ถ้าเจ้าไมเคิลมันหันมาเหลียวแลไร่กาแฟบ้าง ตาก็คงไม่ต้องรบกวนหนูกับแมทมากมายขนาดนี้หรอก” ชายชราเอ่ยถึงบุตรชายที่เดินทางไปทำงานในเมืองหลวงและไม่ยอมกลับมาเหลียวแลทั้งไร่กาแฟและเขาผู้ซึ่งเป็นบิดาเลยแม้แต่น้อยด้วยความชอกช้ำระกำใจ พิมดาหลาเห็นแล้วก็สงสารยิ่งนัก
“งานทางนั้นคงยุ่งๆ อยู่มั้งคะ เดี๋ยวคุณไมค์เคลียร์งานได้เมื่อไหร่ก็คงจะเดินทางกลับมาหาคุณตาอย่างแน่นอนค่ะ เชื่อดาหลานะคะ”
ทอมมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความซาบซึ้งใจ แม้ว่าดาหลาจะพึ่งขอเข้ามาทำงานในไร่ของเขาได้เพียงแค่สองปีเท่านั้น แต่ทุกวินาทีที่เคลื่อนผ่านก็ล้นไปด้วยน้ำใจของเด็กสาวผู้นี้ เด็กสาวที่ครั้งหนึ่งเขาเคยสงสัยว่าทำไมถึงเลือกที่จะเดินออกจากไร่กาแฟของคริสเตรียโนที่มีสวัสดิการและจ้างงานด้วยค่าแรงที่สูงลิบลิ่ว มาทำงานกับไร่กาแฟเล็กๆ ที่ค่าแรงถูกแสนถูกอย่างไร่กาแฟของเขา แต่คำตอบที่ได้จากพิมดาหลาก็มีเพียงแค่ว่าถ้าหล่อนยังอยู่ที่นั่นต่อไปหล่อนก็คงจะคิดถึงมารดาที่ป่วยและตายจากไปมากๆ และทุกวันหากยังคงอยู่ในสถานที่เดิมๆเท่านั้นเอง
“ตอนนี้ตาก็มีแค่หนูกับแมทเท่านั้นที่เป็นที่พึ่ง”
“อย่าพูดอย่างนี้สิคะคุณตา ดาหลากับพี่แมทซาบซึ้งในน้ำใจของคุณตามาก อะไรที่พวกเราสามารถช่วยเหลือคุณตาได้ พวกเรายินดีจะทำค่ะ” คนพูดระบายยิ้มจริงใจ ในขณะที่ทอมกลับรู้สึกไม่สบายใจยิ่งนัก
“แม้ว่าหนูกับแมทจะไม่ได้ค่าจ้างมานานติดต่อกันถึงสามเดือนแล้วอย่างนั้นน่ะเหรอ”
พิมดาหลาพยักหน้ารับ และยังยิ้มอยู่ “แค่มีข้าวมีน้ำมีที่ให้พวกเราได้ซุกหัวนอน แค่นี้ก็ถือว่าคุณตามีพระคุณกับพวกเรามากแล้วล่ะค่ะ”
ทอมจ้องใบหน้าสวยงามของเด็กสาวตรงหน้านิ่งนาน ก่อนจะพูดออกมาเสียงแผ่วเบา
“ตาจะดีใจมากนะถ้าหนูกลับไปทำงานที่ไร่ของคุณคริสเตรียโนเหมือนเดิม”
ชื่อของผู้ชายที่เล็ดลอดออกมาจากปากของตาทอมมีผลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจสาวมากมายนัก พิมดาหลาพยายามซ่อนความรู้สึกมากมายของตัวเองเอาไว้แต่ภายในอก แต่ยิ่งพยายามหล่อนก็ยิ่งเผยพิรุธออกไปให้คู่สนทนาได้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น
“หนูมีบางเรื่องที่ยังไม่ได้บอกตาใช่ไหมดาหลา”
เจ้าของชื่อส่ายหน้าไปมา ก่อนจะฝืนยิ้ม ทั้งๆ ที่ก้อนเนื้อภายในอกกำลังเต้นระรัว
“ปละ เปล่าสักหน่อยค่ะคุณตา ดาหลาจะมีอะไรไปปิดบังคุณตาล่ะคะ”
“งั้นก็ถือว่าตาขอร้องก็แล้วกันนะดาหลา หนูกลับไปทำงานที่ไร่ของคุณคริสเตรียโนเหมือนเดิมเถอะ เอาเจ้าแมทมันไปด้วย ตาไม่อยากให้พวกหนูต้องมาอดตายไปพร้อมๆ กับตา”
“ไม่ค่ะ ดาหลาไม่ไป และดาหลาก็เชื่อว่าพี่แมทก็คงไม่ไปเช่นกัน”
หญิงสาวบอกเสียงหนักแน่น และดวงตากลมโตหวานฉ่ำก็ยังยืนยันสิ่งที่ตัวเองได้พูดไปอย่างชัดเจน
“เราเปรียบเสมือนครอบครัวเดียวกันนะคะคุณตา เราจะทิ้งกันไม่ได้”
“แต่ตาไม่อยาก...”
“ดาหลากับพี่แมทจะไม่มีทางไปไหนค่ะ ถ้าอดเราก็จะอดด้วยกัน ถ้าอิ่มเราก็จะอิ่มด้วยกัน” คนพูดน้ำตารื้นคลอเบ้า
“เมื่อสิ้นบุญของแม่แล้วคุณตาก็เหมือนญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวในโลกนี้ของดาหลานะคะ ดังนั้นคุณตาอย่าบังคับให้ดาหลาต้องเป็นคนอกตัญญูเลยนะคะ”
ตาทอมได้ยินคำพูดของคู่สนทนาแล้วก็น้ำตาซึม ชายชราดึงร่างอรชรของเด็กสาวเข้ามากอดแนบอก พลางเอ่ยขอบคุณอย่างจริงใจ
“ตาขอบใจหนูมากนะดาหลา ขอบใจจริงๆ ที่หนูรักไร่กาแฟของตาด้วยหัวใจ ขอบใจที่ไม่ทิ้งตาไปไหน ขอบใจมากเหลือเกิน”
“ดาหลายินดีทำทุกอย่างเพื่อให้ไร่กาแฟที่คุณตารักกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งค่ะ”
“ขอบใจมากดาหลา... ขอบใจมาก” ทอมพูดอย่างซาบซึ้งใจเป็นที่สุด
บทที่ 3
รั้วไม้สีขาวเบื้องหน้าบอกให้พิมดาหลารู้ว่าหล่อนเดินมาถึงอาณาเขตไร่ของคริสเตรียโนแล้ว เท้าบอบบางในรองเท้าผ้าใบกลางเก่ากลางใหม่หยุดนิ่ง หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองที่ถูกมือกลองกระหน่ำตีอย่างไม่ปรานี แค่ได้เห็นไร่ที่เขาเป็นเจ้าของ หัวใจของหล่อนก็ชุ่มชื่นขึ้นมาราวกับได้รับหยาดน้ำฝนจากฟากฟ้าเบื้องบนแล้ว
รักเขา...
หล่อนแอบรักคริสเตรียโน เวลัสโค เจ้าของไร่กาแฟรูปหล่อจนโงหัวไม่ขึ้น และด้วยเหตุผลนี้เองจึงทำให้หล่อนต้องระเห็จตัวเองออกมาจากไร่กาแฟในฝันของคนงานทุกคนอย่างรวดเร็วก่อนที่ความในใจของหล่อนจะรั่วไหลไปถึงหูของพ่อเทพบุตรรูปงามอย่างคริสเตรียโน
หล่อนยังจำวันที่ตัวเองขอลาออกกับลุงฮวนหัวหน้าคนงานได้เป็นอย่างดี วันนั้นหล่อนถูกคริสเตรียโนเรียกเข้าไปพบ เขาถามถึงเหตุผลของหล่อนว่าทำไมถึงต้องการออกไปจากไร่ของเขาด้วยน้ำเสียงไร้ความรู้สึกเหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา และพอหล่อนบอกว่าต้องการจะไปทำงานกับแมทเท่านั้น ผู้ชายหล่อลากไส้ตรงหน้าก็รีบเอ่ยปากอนุญาตให้หล่อนออกไปจากไร่ของเขาด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความยินดีเป็นที่สุด ซึ่งนั่นก็ทำให้หล่อนยิ่งซาบซึ้งว่าตัวเองต่ำต้อยและไม่มีตัวตนในสายตาของคริสเตรียโนมากมายแค่ไหน
แต่หล่อนก็ไม่สามารถตัดใจจากผู้ชายเลือดเย็นคนนี้ได้ แม้ว่าหล่อนจะก้าวออกมาจากไร่ของเขาได้สองปีแล้วก็ตาม ภาพของเขา น้ำเสียงของเขา ยังคงตามหลอกหลอนหล่อนอยู่ในทุกค่ำคืน หล่อนคิดถึงเขา อยากเห็นหน้า อยากได้ยินเสียง แม้จะเพียงแค่ไกลๆ ก็ยังดีและด้วยเหตุผลนี้เองจึงทำให้หล่อนต้องแอบปลอมตัวเข้าไปปะปนอยู่กับคนงานในไร่ของเขาทุกครั้งที่มีโอกาส
“จะกระโดดลงไปในนรกอีกแล้วสินะดาหลา”
สุ้มเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนอกอ่อนใจระคนห่วงใยของแมท อัลเวสผู้ที่หล่อนนับถือไม่ต่างจากพี่ชายที่คลานตามกันมาทำให้เท้าบอบบางที่กำลังจะก้าวข้ามรั้วสีขาวไปต้องชะงักและต้องดึงกลับลงมาวางที่เดิม
“พี่แมท...”
“ถ้าถูกจับได้แล้วจะทำยังไง พี่เป็นห่วงเรานะดาหลา”
แมทเอ่ยขึ้นอย่างห่วงใย แม้ว่าทุกๆ ครั้งที่ผ่านมาตลอดสองปี พิมดาหลาจะยังไม่เคยถูกคริสเตรียโนจับได้ว่าแฝงตัวเข้าไปเลยสักครั้ง แต่ก็ใช่ว่าพิมดาหลาจะโชคดีแบบนั้นตลอดไปเสียเมื่อไหร่ล่ะ เพราะถ้าเกิดถูกจับได้พิมดาหลามีหวังถูกคริสเตรียโนฆ่าหมกไร่กาแฟอย่างแน่นอน
“ฉันขอบคุณพี่แมทมากนะจ๊ะ แต่ฉันสัญญาว่าจะแอบดูคุณคริสเพียงแค่ไกลๆ เท่านั้นและจะรีบกลับมาก่อนค่ำจ้ะพี่แมท”
แม้จะรู้ว่าแมทห่วงใยหล่อนมากแค่ไหน แต่ด้วยความสนิทเสน่หาที่หล่อนมีแต่คริสเตรียโนก็ทำให้หล่อนไม่สามารถยับยั้งชั่งใจตัวเองเอาไว้ได้เลย หล่อนอยากเห็นหน้าเขา อยากเห็นสายตาสีสนิมคู่นั้น แม้จะทำได้แค่เพียงแอบมองแบบหลบๆ ซ่อนๆ ก็ตาม
“พี่น่ะไม่ได้อยากห้ามอะไรเราหรอกนะดาหลา แต่พี่เป็นห่วงเรามากกว่า ก็อย่างที่พวกเรารู้นั่นแหละ คุณคริสเตรียโนร้ายยิ่งกว่ามัจจุราชเสียอีก ถ้าเขารู้ว่าคนของไร่ของคุณตาทอมแฝงตัวเข้าไปในไร่ของตัวเอง มีหรือว่าเขาจะเอาไว้น่ะ เขาอาจจะแจ้งตำรวจจับเธอ หรือถ้าร้ายแรงกว่านั้นก็คือฆ่าเธอหมกไร่กาแฟของเขาไปเสียเลย ซึ่งถ้าเป็นอย่างหลังไม่ว่าพี่หรือคุณตาทอมจะพยายามแค่ไหนก็ไม่สามารถค้นหาศพของเธอเจอได้ เข้าใจที่พี่พูดไหมดาหลา...”
“ฉันเข้าใจจ้ะพี่แมท แต่ฉัน...”
ชายหนุ่มมองสตรีที่ตัวเองเอ็นดูไม่ผิดจากน้องสาวด้วยความอ่อนอกอ่อนใจ
“พี่รู้ว่าไม่ว่าพี่จะพูดจะเตือนยังไงดาหลาก็ไม่มีทางฟังพี่”
หญิงสาวก้มหน้าด้วยความรู้สึกผิดที่ทำให้แมทต้องเป็นห่วงตัวเองแบบนี้
“ฉันรู้ว่าตัวเองทำไม่ถูก แต่ฉัน...” พิมดาหลายังพูดไม่ทันจบ แมทก็พูดต่อให้เสียก่อน
“ดาหลารักคุณคริสมาก รักจนไม่สามารถนอนหลับได้หากวันไหนไม่ได้เห็นหน้าของเขา ใช่ไหม”
คนฟังนิ่งเงียบไม่มีข้อแก้ตัว และนั่นก็ทำให้แมทต้องถอนใจออกมาอีกครั้ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงยอมแพ้ราบคาบ
“เอาล่ะ พี่จะไม่ขัดขวางอะไรดาหลาอีก...”
คนที่ก้มหน้าอยู่รีบเงยขึ้นมามอง รอยยิ้มบางๆ แต้มทั่วดวงหน้างาม “ฉันขอบคุณพี่แมทมากนะจ๊ะ ขอบคุณที่เข้าใจฉัน”
“งั้นก็ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะ อย่าให้พี่กับคุณตาทอมต้องเป็นห่วง”
“ฉันสัญญาจ้ะ สัญญาว่าจะไม่ทำให้พี่แมทกับคุณตาต้องลำบากเพราะฉัน ฉันไปนะพี่แมท แล้วจะรีบกลับมาจ้ะ”
แล้วร่างอรชรที่สวมกางเกงขายาวที่ทำจากผ้าเดนิมสีซีดกับเสื้อเชิ้ตสีเขียวเข้มก็กระโดดข้ามรั้วสีขาวไปในทันที แมทมองตามไปและก็ถอนใจออกมาด้วยความเป็นกังวล
“เธอจะหนีรอดพ้นเงื้อมมือของมัจจุราชได้นานแค่ไหนกันดาหลา”
ชายหนุ่มพึมพำด้วยความห่วงใย ขณะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปยังบ้านพักหลังเล็กๆ ที่มีตาทอมเป็นเจ้าของ พลางสมองก็หวนนึกไปถึงเรื่องราวเมื่อสองปีที่ผ่านมา ตอนนั้นพิมดาหลาทำงานอยู่ที่ไร่กาแฟของคุณตาของคริสเตรียโนอยู่กับมารดาของหล่อนแต่แล้วมารดาของหล่อนก็เสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน ซึ่งเป็นจังหวะที่คริสเตรียโนได้รับช่วงต่อให้มาครอบครองไร่กาแฟแห่งนี้พอดี ตอนแรกเขาแปลกใจมากที่พิมดาหลามาขอร้องให้เขาช่วยพูดกับคุณตาทอมให้รับหล่อนเข้าทำงานด้วย แต่สุดท้ายความแปลกใจของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นเข้าใจและเห็นใจเมื่อพิมดาหลายอมเปิดปากบอกเหตุผลที่แท้จริงกับเขาอย่างหมดเปลือก หล่อนบอกว่าตัวเองนั้นตกหลุมรักคริสเตรียโนเจ้าของไร่หนุ่มจนโงหัวไม่ขึ้น และก็ไม่สามารถทนเห็นเขาควงผู้หญิงมากหน้าหลายตาได้อีกแล้ว ดังนั้นหล่อนจึงจำเป็นต้องหนีออกมาก่อนที่หล่อนจะขาดใจตายเสียก่อน และด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เขาต้องมาอ้อนวอนให้คุณตาทอมรับพิมดาหลาเข้ามาเป็นคนงานภายในไร่ด้วยอีกคน เพราะคิดว่าการอยู่ห่างจากคริสเตรียโนจะทำให้หญิงสาวตัดใจได้ แต่ตรงกันข้าม เพราะจนถึงบัดนี้พิมดาหลาก็ยังหลงรักคริสเตรียโนหัวปักหัวปำ ทุกครั้งที่มีโอกาสหล่อนจะต้องข้ามไปยังไร่ของคริสเตรียโน ข้ามเข้าไปปะปนกับคนงานภายในนั้นเพื่อแอบมองเทพบุตรที่ตัวเองหลงรักจนหมดหัวใจแมทถอนใจออกมายาวๆ ด้วยความเป็นกังวลอีกครั้ง ก่อนจะเดินหายเข้าไปในบ้านไม้สองชั้นตรงหน้าอย่างไม่มีทางเลือกใดอีก