ท้องฟ้าคืนนี้เต็มไปด้วยเมฆอุ้มน้ำเทาเข้มเกือบดำ ฝนยังไม่หยุดตั้งแต่เย็น ... ตกยาวนานราววันสุดท้ายก่อนจะสิ้นโลก สายละอองสีเงินโปรยเกาะหน้าต่างรถ อากาศภายในเย็นเฉียบ
คนขับแท็กซี่กดเปลี่ยนคลื่นวิทยุแก้เบื่อ ... ฝนตก รถติด เป็นธรรมดาของกรุงเทพฯ โชคดีที่ได้ค่าจ้างเหมาแบบไม่ต้องกดมิเตอร์ มิเช่นนั้นเขาไม่ยอมเสียเวลาติดแหง็กอยู่ในเมืองเช่นนี้หรอก
สโรชาดูเวลาในโทรศัพท์มือถือ... เกือบสองทุ่มแล้ว อีกครึ่งชั่วโมงจะถึงเวลานัด การจราจรแบบนี้เธอไปสายไปแน่
“จอดตรงเซเว่นข้างหน้าก็ได้ นี่ค่ะ ไม่ต้องทอนนะคะ”
คนขับรับเงินหน้าบาน ใจคิดว่าดีเหมือนกันที่ได้เงินเร็ว จะได้ออกจากถนนเส้นรถติดมหาโหดนี้เสียที สโรชาใช้กระเป๋าคลัชบังหน้าป้องกันเครื่องสำอางโดนน้ำเลือน
เมื่อก้าวผ่านเข้าประตูเลื่อนอัตโนมัติ คนยืนหลบฝนบริเวณใต้กันสาดร้านสะดวกซื้อเหลียวมองเธอเป็นตาเดียว ของที่สโรชาต้องการหาไม่ยากเลย อยู่ในช่องเหล็กโปร่งสีขาวข้างประตู
“ไม่ต้องใส่ถุง เดี๋ยวพี่ใช้เลย”
สาวเซเว่นรุ่นน้องหลุดจากอาการมองหน้าลูกค้าอย่างตะลึง รีบยิงบาร์โค้ดร่มพับให้ในทันใด
“ใครวะ สวยชะมัด ดาราหรือเปล่า”
เสียงในร้านดังไล่หลังคนเปิดประตูออกไป สโรชากางร่มเดินฝ่าสายฝนไปช้าๆ รองเท้าส้นสูงหนังสานเป็นเส้นอวดเท้าเปลือยขาวผ่อง แม้อาจเป็นอุปสรรคในการเดินไปบ้าง แต่ก็ไม่ยากสำหรับคนใส่ทุกวัน
ที่ต้องระวังคือไม่ให้ปลีน่องกลมกลึง ขาเรียว ซึ่งโผล่พ้นปลายเสื้อโค้ทเสมอเข่า โดนน้ำกระเซ็นจากล้อรถวิ่งบนถนน
เสื้อตัวนี้มิดชิด ใส่สบาย ดูราคาแพงเพราะมัณฑลีเพื่อนเธอซื้อมาฝากไกลจากอังกฤษตอนไปฮันนีมูน ... ไม่เหมาะกับสโรชาและไม่เหมาะกับสภาพร้อนชื้นของเมืองไทยเลย
... ที่ต้องใส่คืนนี้เพราะเธอมีงานและคนมาพบไม่ใช่คนไทย กฤตโทร.ให้ไปพบแขกที่โรงแรมห้าดาว จึงต้องแต่งตัวดีหน่อย
“ฉันมาพบมิสเตอร์อิคนาเซวิชห้อง... ค่ะ”
พนักงานต้อนรับสาวหน้าเคาน์เตอร์ยิ้มให้ ตาเก็บภาพรายระเอียดผู้มาพบแขกห้องเพ้นท์เฮ้าส์อย่างรวดเร็ว
“แจ้งเขานะคะว่าฉันเป็นคนของคุณกฤต เอ่อ... มิสเตอร์อิคนาเซวิชรู้จักในนามคริสค่ะ ฉันชื่อสโรชา”
“สักครู่นะคะ เดี๋ยวเรียนท่านให้”
เธอกดโทรศัพท์ยกหูโทร.ไปยังห้องที่ว่าทันที แขกนามสกุลรัสเซียแต่สำเนียงอังกฤษแบบอเมริกัน รวยมากเพราะเล่นเหมาห้องโรงแรมทั้งชั้น
“คุณรออยู่ล็อบบี้นะคะ สักครู่คนของท่านจะลงมารับ”
พนักงานผายมือไปทางโซฟาหนานุ่มน่าสบาย สโรชาเดินไปนั่ง โดยมีสายตาหลังเคาน์เตอร์จับจ้องตลอด นึกชมในใจ ... ผู้หญิงคนนี้สวย ผมย้อมสีน้ำตาลอ่อนหยักศกยาวถึงกลางหลัง ตาคมกริบ จมูกโด่ง ริมฝีปากหนาอิ่มเคลือบลิปสติกสีชมพู ผิวขาว รูปร่างดีหุ่นระหง
เธอเดินเข้ามาพร้อมกระเป๋าเล็กเพียงใบเดียว แม้ไม่ได้แต่งตัวยั่วยวน แต่คนทำงานโรงแรมมากประสบการณ์ก็พอเดาจุดประสงค์การมาถูก ... ราคาเธอคงแพงตามกำลังเงินแขกเพ้นท์เฮ้าท์
ผู้ลงมารับสโรชาเป็นหนุ่มต่างชาติตาสีเทาผมเกรียน สวมสูทแต่ไม่ผูกไทด์ สำเนียงอังกฤษแปร่งหูบ่งบอกว่าไม่ใช่เจ้าของภาษา
เขาพาเธอขึ้นลิฟท์ ไปหยุดลง ณ ชั้นๆ หนึ่ง ประตูไม้หนาหนักเปิดออก เผยให้เห็นเพ้นท์เฮ้าหรูหรา มีทั้งห้องทำงาน ห้องรับแขก เธอเดินตามหลังเขาผ่านบรรดาหนุ่มต่างชาติคนอื่นที่ยืนเฝ้าเป็นจุดๆ ในบริเวณห้อง
นับดูจำนวนคนน่าจะประมาณห้า ... บอดี้การ์ดเยอะจริง แขกคราวนี้เป็นมหาเศรษฐี ทำมาค้าขายอะไรนะ แล้วเธออยากรู้ไปทำไมหนอ หมดธุระคืนนี้ เธอกับเขาก็จะกลายเป็นเพียงคนแปลกหน้าต่อกัน ... เหมือนอย่างแขกคนที่แล้วๆ มา
หนุ่มสำเนียงแปร่งบอกให้เธอนั่งรอเจ้านายบนเก้าอี้ข้างโคมไฟใหญ่ในห้องนอน แล้วก็ลับหายไปข้างนอก ปล่อยเธออยู่ลำพัง
สโรชานึกขำๆ ว่าคงไม่ล็อคประตูขังหรอกนะ เธอถอดเสื้อคลุมออกกางไว้บนพนักพิงโซฟา จากนั้นเดินไปสำรวจตัวเองในห้องน้ำ
ทรงผมดีอยู่ เครื่องสำอางก็ยังโอเค ชุดที่ใส่มาเป็นแซกสั้นคล้องคอเข้ารูปสีเขียวมะนาว ขับสีผิวและรูปร่างให้กลมกลึง สโรชาสวยทั้งจากตัวเองคิดและจากคำชมของคนอื่น แม้ชะตาชีวิตจะผกผันให้หัวหกก้นขวิดอย่างไร ก็ได้ความสวยนี่แหละช่วยชีวิต ... แต่มันมีราคามากเหลือเกินที่เธอต้องจ่าย
สโรชาส่ายศีรษะสลัดความคิดเศร้าหมองออกไปเสีย โทษว่าเป็นด้วยอากาศชวนหดหู่ ... ทำจิตตก เธอมาให้ความบันเทิง ขืนเศร้างานก็กร่อย เสียชื่อเบอร์หนึ่งค็อกเทลเลาจน์กฤตหมด เขาอุตส่าห์ไว้ใจให้รับงานนี้ เพราะสโรชาพูดภาษาอังกฤษได้ในระดับดี สมกับเคยเรียนโรงเรียนคอนแวนต์ แต่ไม่จบมอหกด้วยปัญหาครอบครัว
เธอกลับมานั่งรอแขก พลางพิจารณารอบห้อง ไล่มาตั้งแต่แชนเดอร์เลียร์คริสตัลระยิบระยับบนเพดาน รูปภาพวาดดอกไม้ไทยใส่กรอบติดผนัง ม่านหน้าต่างหนาสีเทาเข้มซึ่งแหวกออก
แต่ละด้านผูกด้วยเชือกดิ้นทองอันใหญ่ละอองฝนจับพราวบนกระจกด้านนอก เตียงหนาปูผ้าขาวสะอาดไว้ตึง ปลายเตียงมีม้านั่งยาวสีเทาควันบุหรี่
ประตูกั้นระหว่างห้องนอนกับภายนอกที่เต็มไปด้วยบอดี้การ์ดทำหน้าได้ดีเกินคาด ... สโรชาไม่ได้ยินเสียงใดเล็ดลอดเข้ามาเลย ทุกสิ่งเงียบสงบ ผ่อนคลาย เธอเอนหลัง คิดเรื่อยเปื่อย หลังจากรับแขกคนนี้กฤตให้พักสามวัน เธอจะไปเยี่ยมแม่
สโรชาคิดอีกหลายเรื่อง เห็นว่าชักรอนาน หยิบมือถือขึ้นดู ชั่วโมงหนึ่งแล้ว แขกยังไม่มา เธอไม่เร่งร้อนไปทวงถาม คิดว่าอย่างไรเสียคืนนี้ไม่ได้ไปต่อที่ไหน จึงเล่นมือถือรอ สักพักก็เบื่อเก็บกลับใส่กระเป๋า
เอนหลังพิง วางแขนบนเก้าอี้นุ่ม หน้าแหงนมองแชนเดอร์เลียร์หรูหรา จ้องความพราวพร่างระคนเสียงขับกลอมเบาๆ จากสายฝน
กลิ่นสะอาดของแพรพรรณซักใหม่ ดอกไม้สดในแจกันหอมบางเบา ราวใครมาแอบแต้มน้ำหอมไว้ อากาศในห้องเย็น ... การได้อยู่ตามลำพัง ในสถานที่ปลอดภัย ปล่อยใจไปเรื่อย ทุกอย่างชวนสบายจนสโรชาหลับตาผ่อนคลาย
... เนิ่นนานเกินไปหน่อยกระทั่งเผลอผล็อยหลับไป
อลัน ซาโกเยฟ ยังไม่ทันได้ปิดประตูเพนท์เฮ้าส์สนิท เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ตาเหลือบดูเจ้านายร่างสูงซึ่งยืนห่างออกไปนิด อย่างเกรงใจ พอล้วงออกมาดูชื่อปรากฏบนหน้าจอทำเอาลำบากใจยิ่งกว่า
“พี่เซอร์เกล่ะ” ปลายสายไม่ทักอะไรทั้งนั้น ยิงคำถามเข้าตรงประเด็น
“เพิ่งกลับมาครับ ท่านกำลังพักผ่อนอยู่” คนเขาพาดพิง กำลังยื่นโค้ทกันฝนให้ลูกน้องไปแขวนที่เสากลมข้างผนัง
“เจรจาธุรกิจเสร็จแล้วเหรอ เป็นยังไงบ้าง” ความกระตือรือร้นชัดเจนในน้ำเสียง
“เอ่อ...” อลันลังเลตอบคำถาม
“ใครโทร.มา ญามิลลาเหรอ” เจ้านายมุ่งสายตามายังเขา อลันพยักหน้า แล้วโทรศัพท์ก็โดนแย่งไปจากมือ
“มิลลา นี่เธอมีเบอร์โทรศัพท์ลูกน้องพี่ทุกคนหรือยังไงนะฮึ! ถึงโทร.ตามอยู่ได้” เซอร์เกกลั้วหัวเราะขณะคุย
“อลันดีกว่าพี่ตั้งเยอะที่ยอมรับสาย ว่าแต่การเจรจาธุรกิจเป็นยังไงบ้างคะ เราได้สัมปทานคาสิโนที่พม่าไหม”
คนมีโทรศัพท์แนบหูเดินไปที่ห้องทำงาน มือหนึ่งเขียนโน้ต แล้วฉีกยื่นให้ลูกน้องคนสนิท อลันรับไปทำตามอย่างว่องไว
“เธออยากรู้ไปทำไม”
“อะไรกัน การที่ฉันแต่งงานไปนี่ทำให้ต้องตัดขาดกับกิจการของครอบครัวเลยหรือไง” ญามิลลาเริ่มไม่พอใจ
“เปล่าหรอก พี่อยากรออะไรให้เป็นทางการมากกว่านี้”
“แสดงว่าเจรจาสำเร็จ”
น้องสาวรื่นเริง เซอร์เกไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ... แต่กำลังรอว่าปลายสายจะพูดอะไรต่อ
“งั้นพี่อย่าลืมใช้บริษัทบอริสมาก่อสร้างคาสิโนนะ” ... เขาเดาถูกจริงๆ
“เราจะคุยเรื่องนี้กันทีหลังนะ อย่างเป็นทางการ”
เพราะอย่างนี้แหละเซอร์เกจึงไม่อยากรับสาย น้องสาวผู้รักสามีมากเกินควร ช่วยเหลือกิจการทุกอย่าง จนกลายเป็นแทรกแซงงานของเขา
“ค่ะ แล้วฉันจะรอ” ญามิลลาฉลาดพอไม่รุกต่อ แม้ใจเต้นร่าอยากคาดคั้นเอาคำตอบกับพี่ชาย
“พี่เซอร์เกอย่าลืมนะ ยังไงเราก็เป็นพี่น้องกัน” คนโทร.มาไกลทิ้งท้าย เขายื่นโทรศัพท์คืนเจ้าของ เหยียดยิ้มให้
“ผมขอโทษ...” เจ้านายโบกมือเป็นเชิงห้ามลูกน้อง
“อย่าคิดมาก ญามิลลาเชื่อฟังฉัน แต่เอาแต่ใจมากกับคนอื่น ถ้านายไม่รับสาย เขาก็ต้องหาทางอื่นติดต่อฉันให้ได้ในคืนนี้”
เซอร์เกรู้ข้อเสียน้องสาวดี เธอชอบเอาชนะ ... ซึ่งก็เป็นนิสัยเขาเองเหมือนกัน
“เธอแค่อยากช่วยคุณบอริส”
เอ่ยชื่อนั้นแล้วอลันก็ก้มหน้า ... เมื่อดวงสีน้ำเงินคมกริบหรี่มองอย่างไม่พอใจ
“บางทีก็สงสัยนะอลัน ว่าญามิลลามีสายเลือดเดียวกับฉันจริงๆ หรือเปล่า ทำไมถึงไปรักคนอย่างบอริสได้”
น้องเขยผู้อ่อนแอและไม่ได้เรื่อง บริหารบริษัทก่อสร้างของครอบครัวได้แบบทรงๆ ทรุดๆ แต่กระนั้นน้องสาวเขาก็รักเหลือเกิน
อลันไม่ตอบ เขาพอเข้าใจ ญามิลลาเติบโตมาในครอบครัวผู้ชายเป็นใหญ่ เซอร์เก อิคนาเซวิช ก็เก่งกาจ กุมอำนาจบริหารบริษัทครอบครัวทั้งหมด ทุกคนต้องทำตามคำสั่งเขา เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ฉันใด คนนิสัยแบบเดียวกันก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ฉันนั้น
ญามิลลาจึงรู้สึกอึดอัด กระทั่งมาเจอกับบอริส คนอ่อนแอที่เป็นลูกไล่ให้หล่อนควบคุม ญามิลลาจึงไม่ลังเลใจเลยที่จะแต่งงานกับเขา
“รักคนพาชีวิตเราพังนี่มันดีตรงไหน มีความสุขกันยังไง”
เซอร์เกพึมพำกับตัวเองมากกว่าจะหาคำตอบจริงจัง
“ไม่ต้องรักก็มีความสุขได้ครับ” อลันพยักหน้าไปทางห้องนอน อย่างมีความหมาย
“รูมเซอร์วิสพร้อม คนในห้องก็คงพร้อมแล้วเหมือนกัน”
นั่นละเซอร์เกจึงคิดขึ้นได้ว่า คืนนี้มีของขวัญฉลองความสำเร็จรออยู่ ชายหนุ่มแลบลิ้นเลียริมฝีปากดังเสือร้ายกำลังหมายขย้ำเหยื่อ ประตูห้องเปิดออกพร้อมไอเย็นลอยระเรื่อยกระทบกาย ดวงตาคมกวาดไปสะดุดชุดสีเขียวมะนาวบนเก้าอี้
ร่างขาวสล้างดังกระเบื้องเคลือบเนื้อดีอิงคอกับพนักพิงหลับตานิ่ง เจ้าของเพ้นท์เฮ้าท์แทบลืมหายใจ ก้าวไปพินิจภาพปรากฏตรงหน้าใกล้ๆ ผมสลวยสีน้ำตาลอ่อนเคลียหน้านวล แพขนตายาวทาบผิวเนียนดังผีเสื้อหลุบปีก ริมฝีปากชมพูบางราวกลีบกุหลาบ
หนุ่มรัสเซียภาวนา ... เปิดตาหน่อยเถิด เขาจะได้รู้ว่าเธอเป็นมนุษย์มีเลือดเนื้อจริงหรือรูปสลักนางฟ้าจำแลงมา พลันสิ่งวาดไว้ก็เป็นดังหวัง ... คนบนเก้าอี้ขยับตัว
สโรชารู้สึกถึงสัมผัสลมหายใจอุ่นร้อนรินรดระข้างแก้ม ตากระพริบถี่ๆ ไล่ความง่วงงุน
“ขอโทษที่ผมปลุกเจ้าหญิงนิทราให้ตื่น”
ดวงตาสีน้ำเงินทอประกายยั่วล้อ รอยยิ้มสว่างสดใส มือใหญ่ขาวสะอาดจับปอยผมเธอลูบเล่น
“ทำไมผู้หญิงชอบทำสีผมกันนักนะ อยากเห็นสีผมจริงๆ ของคุณจัง”
สำเนียงอังกฤษแบบอเมริกันเอ่ยชัด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจอกลิ่นไอฝนลอยมาจางๆ
“ผมฉันสีดำค่ะ ธรรมดาเหมือนคนทั่วไปในประเทศนี้ คุณต่างหากที่มีผมสีทองสวย”
สโรชาคลี่ยิ้มตอบ นัยน์ตาดำสุกใส มีประกายแสงดาว เขาคงเป็นมิสเตอร์อิคนาเซวิช หนุ่มหล่อ ผมทอง ผู้นั่งวางก้นหมิ่นเหม่กับพนักพิง ค้อมตัวลงมาเพื่อพินิจเธอ
“นั่นสินะ คนเรามักไม่พอใจในสิ่งที่เรามี หญ้าบ้านคนอื่นเขียวกว่าบ้านตัวเองเสมอ”
เขาคารมดีไม่เบา ยกสุภาษิตมาอ้าง ตายังมอง ซึ่งสโรชานิ่งให้เขามองอย่างเต็มที่ เพราะเธอมั่นในใจทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวมี และภูมิใจกับมัน
“ผมขอโทษนะที่ทำให้คุณต้องรอ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ยินดีเสมอ”
เธอชอบแขกต่างชาติ โดยเฉพาะหนุ่มตะวันตกเพราะอย่างนี้แหละ ใส่ใจและให้เกียรติ ไม่มองว่าอาชีพอย่างเธอต่ำชั้นกว่าตน ... คำขอโทษ ... ขอบคุณ มีครบหมด
“มาดื่มแชมเปญกัน คืนนี้ผมรู้สึกโชคดีจัง ได้ดื่มเหล้าอร่อยกับคนสวย”
เขาเดินไปเปิดประตูห้องนอน อลันเข็นรถรูมเซอร์วิสเข้ามาแล้วหันหลังกลับปิดประตูอย่างรู้งาน มีขวดแชมเปญแช่เย็นอยู่ในถัง
“ฉลองความสำเร็จกันหน่อย”
เซอร์เกเขย่า ใช้นิ้วโป้งดันจุกก๊อก ฟองน้ำขาวพร่างพรายออกจากขวดเหมือนในภาพยนตร์ เขาหยิบแก้วมารินให้เธอ ชนดังกริ๊ง แล้วจิบแชมเปญรสนุ่มเบาที่ระยิบยับบนริมฝีปาก ราวมีหมู่ดาวมาสัมผัส เขาเป็นลูกค้าอารมณ์ดีที่สุดคนหนึ่งตั้งแต่สโรชาเจอมา
“โอ ... แย่จัง ลืมแนะนำตัว ผมเซอร์เก อิคนาเซวิช” เจ้าของชื่อยื่นมือให้
“สโรชาค่ะ เรียกฉันว่าโลตัสก็ได้” เธอยื่นมือสัมผัสตอบ เขากระชับไว้นานกว่าจะยอมปล่อย
“ชื่อเล่นจริงๆ ของคุณล่ะ คนไทยมีชื่อเล่นนี่ คริสเคยเล่าให้ฟัง”
เซอร์เกพาดพิงถึงเจ้านาย ... แสดงว่ารู้จักกันมานาน อย่างน้อยก็นานกว่าสโรชาจะมาเป็นสาวในค็อกเทลเลาจน์กฤต
“บัวค่ะ โลตัสคือความหมายชื่อฉันในภาษาอังกฤษ”
“บัว...”
เซอร์เกพึมพำเรียกชื่อเล่นภาษาไทยเธอด้วยสำเนียงฝรั่งเศส แล้วมองดวงหน้า ตาคม จมูกโด่ง ผิวแก้มเนียน ริมฝีปากอิ่ม เรื่อยมาถึงลำคอระหง ไหล่ผายกลมกลึง หน้าอกตึง เอวคอด มือเธอที่เพิ่งละสัมผัสไปก็นุ่มนิ่ม
“คุณสวยสมชื่อดอกไม้นะ”
เขาคิดว่าเป็นคำชม แต่คนฟังจุกในอก ชื่อเธอคือดอกไม้บริสุทธิ์ เติบโตจากโคลนตม ชาติกำเนิดแม้ต่ำต้อย ทว่าแข็งแกร่ง ทนทาน ไม่ตกเป็นอาหารปูปลาใต้บาดาล เติบใหญ่ชูช่องามสล้าง เลอค่าจนคนนำบูชาศาสนา ทว่าสโรชาคนนี้กลับมาทำอาชีพคาวโลกีย์
“คุณอารมณ์ดีจริง ฉลองความสำเร็จเรื่องงานเหรอคะ”
เธอเปลี่ยนเรื่อง ก่อนความเศร้าเข้าครอบคลุมมากกว่านี้
“ใช่ งานที่ผมหวัง”
เซอร์เกกระดกแชมเปญที่เหลือในแก้ว ... สุขใจในความสำเร็จแม้ต้องเสียเงินให้นายพลไทยตัวกลางเจรจามากโขก็ตาม
“คืนนี้เป็นคืนที่ดี”
เซอร์เกมาทีหลังคู่แข่ง แต่ด้วยเงินหนาและเส้นสายแข็งแกร่ง จึงชิงตัดหน้าเจรจาผลประโยชน์จนได้สัมปทานคาสิโนพม่าไว้ในมือ ... เสียเวลาดินเนอร์ กำหนดการรวนไปหลายชั่วโมงแต่ก็คุ้ม
“เครื่องดื่มผ่านไปแล้ว ผมพร้อมจะกินเมนคอร์สล่ะ”
เขาวางแก้วลงในรถรูมเซอร์วิส ดวงตาฉายแววปรารถนา สโรชากรีดนิ้ววางสิ่งที่ถือลงบนรถเช่นกัน
“คุณชอบอาหารแบบไหนล่ะคะ รสนุ่มนวลหรือเผ็ดร้อน”
ร่างระหงขยับเข้าใกล้ จงใจให้หน้าอกบดเบียดกล้ามเนื้อเคร่งครัดใต้ร่มผ้า
“แบบไหนก็ได้ขอให้อร่อยเป็นพอ”
ริมฝีปากหนาฉกมาจุมพิต ลิ้นอุ่นร้อนซอกซอนหาความหวาน สโรชาตอบรับอย่างเชี่ยวชาญ เมื่อเขารุก เธอก็รับ เปิดริมฝีปากงามส่งเสริม
ยามเขานิ่งสโรชาก็ยั่วล้อ สอดแทรก เย้าหยอก จนฝ่ามือแกร่งลูบไล้สะโพกกลึงแน่น บีบเคล้นด้วยแรงอารมณ์ราวกับจะให้แหลกคามือ
“ชอบไหมหวานใจ”
เซอร์เกหอบแรง ผู้หญิงในอ้อมกอดเป็นมืออาชีพ แค่จูบทำเอาเขากระเจิดกระเจิงไปไกล
“ยังไม่ชอบ เพราะรู้ว่ายังไม่หมดใช่ไหมคะ” เธอยิ้มยั่ว เขาหัวเราะหึ
“แย่จัง เจอคนรู้ทัน อย่างนี้ต้องให้รางวัล”
นิ้วเรียวลูบไล้หยอกเอินผิวเนื้อบสาว สโรชาสัมผัสถึงความรู้สึกวูบวาบดังกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน เกร็งทุกส่วนจนกลายทำให้อกชูชันยิ่งถูไถแนบชิด
ริมฝีปากชมพูเซ็กซี่ห่อเล็กน้อย จนคนให้รางวัลอดใจไม่ไหว ประทับจุมพิตอีกทีหนึ่ง
“พอเถอะ ... พอที” สโรชาคราง สมองเต็มไปด้วยความรู้สึกซ่านกระสัน
“ดูท่าคุณจะพร้อมแล้วนะหวานใจ”
เขาสอดแขนทั้งสอง อุ้มร่างเธอที่แสนระทดระทวยขึ้น เดินไปวางแผ่วเบาบนเตียง ระดมไล่จุมพิตตั้งแต่ริมฝีปาก ใบหู ลำคอ
เธอตอบรับและบริการเขาอย่างถึงใจ ไม่ให้เสียชื่อไปถึงเจ้านาย จนชายหนุ่มร้อนรุ่ม เหงื่อผุดพรายบนหน้าผาก แม้จะอยู่ในห้องปรับอากาศเย็นเฉียบก็ตาม
“คุณยอดไปเลยบัว”
สองร่างผละจากกันมานอนเคียงบนเตียง เซอร์เกจุมพิตปลอบขวัญหน้าผาก สโรชายิ้มทั้งๆ หอบหายใจแรง รู้สึกทั้งสุขสมและโล่งใจที่งานเสร็จไปได้เสียที
“คุณก็ยอดเหมือนกันค่ะ”
ใครๆ ชอบคำชมทั้งนั้น แม้ความจริงอาจจะตรงกันข้าม ... แต่ผู้ชายคนนี้เธอชมจากใจ เขาเก่งเรื่องเซ็กส์จริงๆ
“งั้นอีกรอบนะ คริสเคยเล่าให้ฟังไหมว่าผมเป็นคนกินจุ”
เซอร์เกผลิกร่างใหญ่มาทาบทับ สโรชายิ้มตามเคย เธอไม่เคยขัดใจลูกค้าอยู่แล้ว
“ไปอยู่ด้วยกันไหมบัว”
เซอร์เกถามหลังจากเพลิงสวาทครั้งที่สองผ่านพ้นไป มองคนนอนเปลือยคว่ำร่วมเตียงตาเชื่อม ร่างขาวกลมกลึงไร้สิ่งปกปิด นอกจากกลุ่มผมสีน้ำตาลพาดระถึงกลางหลัง
“นานๆ แบบถาวร”
เขาถูกใจสโรชา ตั้งแต่ความสวย รูปร่างดี ผิวเนียนละไมมือ จนถึงบทรักเร่าร้อน
“ฉันยังไม่ว่างค่ะ” เธอยิ้มยกศอกชันที่นอน เอียงคอเกยกับมือ
“คุณมีแขกประจำเหรอ ผมยอมจ่ายค่าเสียเวลาให้นะ” นานๆ ทีจะเจอผู้หญิงที่พึงใจ และเข้ากันได้ทุกอย่าง
“เปล่าค่ะ ฉันไม่มีใครหรอก เพียงแต่ช่วงนี้มีธุระ เลยยังไม่ว่าง”
มีผู้ชายมากมายอยากเป็นเจ้าของสโรชา แต่ไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้ครอบครอง นอกจากจ่ายหนักแล้วเธอก็ต้องถูกใจด้วย
“ถ้าเสร็จธุระแล้วล่ะ คุณจะไปกับผมไหม”
นิ้วอุ่นยื่นมาไล้แก้ม ไล่ถึงริมฝีปากบวมช้ำ เจ่อนิด ด้วยฝีมือจุมพิตของเขาเอง
“ขอคิดดูก่อนค่ะ”
สโรชาแกล้งใช้ฟันขบนิ้วที่กำลังเค้าคลึงตนเบาๆ เขาหัวเราะหึ มือดึงคนเปลือยมาสู่อ้อมแขน สโรชาไม่ยอมง่ายๆ พลิกตัวมาทาบทับ
“คำพูดกับการกระทำไม่ตรงกันเลยนะหวานใจ”
สองแขนแกร่งรัดร่างเธอไว้ อกนิ่มหยุ่นเบียดเขาจนอะไรที่สงบไปแล้วทำท่าจะตื่นอีกรอบ
“ผมต้องอยู่เมืองไทยอีกหลายวัน คุณค่อยๆ โชว์ลีลาเด็ดให้ดูก็ได้ ไม่ต้องคืนเดียวหมดหรอก”
สโรชาแนบหน้าบนอกกว้าง สัมผัสไออุ่นและเสียงใจเต้น
“ถ้าอยู่เมืองไทยนาน คุณคงเลือกใช้บริการคนใหม่ไปแล้วล่ะ”
ร่ำรวยเสียขนาดนี้ ต่อให้เรียกสาวๆ มาจัดปาร์ตี้ทั้งวันทั้งคืนก็ยังไหว
“ผมเลือกแต่คนที่ชอบเท่านั้น”
เซอร์เกรูปกายหล่อเหลา สติปัญญาเฉียบแหลม ความเด็ดขาด ทรัพย์และอำนาจมากมายมหาศาล ไม่แปลกที่ผู้หญิงจะเข้าหา แต่น้อยคนนักที่เขาถูกใจ คบกันได้ยืนนาน
“คุณปากหวานนะรู้ไหมเซอร์เก”
สโรชาหมั่นไส้หนุ่มรัสเซียนิดๆ แต่คิดดูแล้วก็เห็นจริงตามที่พูด คนพร้อมทั้งรูปและทรัพย์สินอย่างเขา เลือกใครมานอนด้วยก็ได้ ... ต่างกับคนมีรูปแต่ไร้ทรัพย์เช่นเธอ
“เล่าให้ฉันฟังหน่อย คุณทำงานอะไรคะ มาเมืองไทยทำไม”
สโรชาเปลี่ยนเรื่องเป็นครั้งที่สองของคืน ใจโทษว่าเป็นเพราะฝน ความหม่นเศร้าจึงมาเยี่ยมกรายบ่อยเกินไป
“อยากรู้ไปทำไมล่ะบัว เอ... หรือคุณเป็นสายลับ ถ้าคิดจะล้วงความลับผมละก็ ... ต้องจ่ายหนักหน่อยนะ”
เซอร์เกผลิกตัวเองขึ้นด้านบน มือข้างหนึ่งยังประคองเอวเธออยู่ แขนกลมกลึงวาดไปคล้องคอชายหนุ่มอย่างรู้งาน ประสานตากับความคมกริบแสนกระสัน
เขาสบถเสียงไม่จริงจังนักเมื่อเธอกระซิบข้างหูให้หาเครื่องป้องกัน ก่อนจะเริ่มบทเพลงพิศวาสใหม่กับกายนิ่มนวล... ซึ่งได้ทำความรู้จักกันหลายครั้งในคืนนี้
สโรชาหวีดร้องด้วยความหวาม มือที่โอบเปลี่ยนเป็นจิกคอตึงแน่น บรรเทาความปั่นป่วนในอารมณ์
“คุณผิดเองนะหวานใจ ที่นอกจากจะทำตัวเป็นสายลับแล้วยังยั่วผมอีก”
ริมฝีปากหนาพึมพำ แกล้งบ่นคนบนเตียงเสียงไม่จริงจังนัก ก่อนปฏิบัติการลงโทษในแบบของเขา จนสโรชาหมดแรง นอนซุกอกกว้างแข็งแกร่งจนตลอดคืน
หญิงสาวปรือตาตื่นงงๆ เหลียวมองสภาพไม่คุ้นตา ... ไม่ใช่ห้องพักพนักงานเวลาดื่มกับแขกจนเมาในค็อกเทลเลาจน์กฤต และไม่ใช่ห้องในคอนโดตัวเองเช่นกัน
เสียงหายใจยาวลึกสม่ำเสมอของคนข้างกายเรียกสติที่หลับใหลให้หวนคืน ห้องแขกนั่นเอง หนุ่มรูปหล่อร่ำรวย ผู้เสนอให้อยู่กับเขา
เธอไม่ชอบ และไม่คิดชินกับวิถีชีวิตที่ต้องให้ผู้ชายเลี้ยงอย่างนี้ แต่ทำอย่างไรได้ ทางเลือกในชีวิตคนเราต่างกัน แม้จะเรียนกศน.จนจบหลักสูตรมัธยมศึกษาปีที่หก ต่อด้วยมหาวิทยาลัยเปิดอีกสี่ปี ถ้าทำงานบริษัทปรกติก็ไม่พอค่าดูแลแม่ในเนอร์สซิ่งเฮลท์แคร์อยู่ดี
สโรชายิ้มหยันตัวเอง ... สมควรแล้วกับสิ่งที่ได้รับ ตนนั่นแหละเป็นคนวางชีวิตไว้ในอุ้งมือปีศาจ โดยใช้ความสวยเป็นเดิมพัน ทิ้งความสาวกับศักดิ์ศรีแลกการจ่ายภาระหนี้สินและความสุขสบายของครอบครัว
โดยไม่รู้เลยว่าก่อแผลใจ จนลุกลามกลายเป็นอาการทางจิตของผู้เป็นแม่ ค่ารักษานั้นสูง จนดูเหมือนค่าตัวเธอเท่าไรก็ไม่พอ สโรชาทิ้งท่านไปไม่ได้ แม้ไม่ได้ดูแลเองก็ขอเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ เธอจึงเป็นเด็กเสี่ยราคาสูงให้คนมือหนักผูกปิ่นโต
... ผู้ชายสำหรับสโรชาคือบ่อเงินทอง ... ยามหลง ต้องรีบสูบ ยามทิ้งก็ตัดฉับ อย่าเหลือเยื่อใย โชคดีเธอสวย สะอาด กริยา การศึกษาดี ผู้ชายจึงเลี้ยงคราวละเป็นปีๆ คนสุดท้ายที่อยู่ด้วยก็เมื่อปีครึ่ง ก่อนเขาจะต้องแต่งงานแบบคลุมถุงชน
สโรชารับบริการทางกามารมณ์ แต่ไม่รับเป็นชู้ เธอจึงเลือกเฉพาะคนโสด ... นี่เป็นศีลธรรมเล็กๆ ที่เธอยึดไว้ในใจ
การได้มาอยู่ค็อกเทลเลาจน์กฤตเพราะเขาเป็นคนรู้จักกับผู้ชายคนก่อน กฤตไม่บังคับ เขาเปิดค็อกเทลเลาจน์ มีสาวนั่งเป็นเพื่อนดื่ม ถ้าใครอยากจะขายก็ตามแต่ตกลงกันเอง
ร้านกฤตเปิดเมมเบอร์แพง แขกเลือกเฉพาะวีไอพี รายได้จึงดีตามมาด้วย แต่ต้องแลกกับอาการเสี่ยงตับพังเพราะดื่มเหล้ากับลูกค้าและเวลาทำงานเป็นกลางคืน
สโรชาสวย ช่างเอาใจ จึงเป็นเบอร์หนึ่งค็อกเทลเลาจน์ได้ไม่ยาก กฤตตั้งค่าตัวเธอโก่งไว้สูงๆ หวังไม่ให้ใครมาอ็อฟไปง่ายๆ เพิ่งมีเซอร์เกนี่แหละที่ยอมจ่ายเป็นเลขถึงหกหลัก
หญิงสาวก้าวจากเตียง ควานหาเสื้อผ้าตนที่กระจัดกระจาย บราเซียเจอแล้ว ชุดแซกอยู่ข้างโต๊ะโคมไฟ แล้วบีกินี่ล่ะ ... ดวงตาคมหวานกวาดมองไปทั่ว ก่อนจะพบลูกไม้ชั้นในสีดำแพลมออกมาจากหลังคนนอนเตียง
เซอร์เกยังหลับ สโรชาใช้ชุดแซกพาดแขนบดบังกาย ขึ้นไปบนเตียงค่อยๆ ดึงชั้นในออก ระวังไม่ให้เขาตื่น คนตัวโตน้ำหนักเยอะ ทับอาภรณ์ชิ้นน้อยจนแทบไม่ขยับ
สโรชาจำต้องวางเสื้อผ้าทั้งหมดลง เพ่งสายตา พุ่งความสนใจไปที่หลังเขาอย่างเดียว เธอมุ่งมั่นกับภารกิจมากไปนิดจนลืมสังเกตอะไรบางอย่าง
“ได้ซะที” สโรชาโล่งใจ ขืนให้เดินโป๊ท่อนล่างลงไปข้างนอกก็แย่สิ
“โอ๊ะ ... โอ วิวดีเสียด้วย” เจ้าของห้องตื่นแล้ว ทักด้วยสายตาและเสียงกรุ้มกริ่ม
“มีรูมเซอร์วิสอาหารเช้าบนเตียงด้วยเหรอครับ”
... เธอถึงค่อยมาพิจารณาร่างตน ทั้งเนื้อตัว ไม่มีอะไรปกปิดเลยนอกจากชั้นในลูกไม้น้อย
เซอร์เกยื่นมือรวบคนผิวนุ่มนิ่มเข้าไว้ในอ้อมกอด จุมพิตรับอรุณอ่อนหวาน เขาปฏิบัติต่อคู่นอนดีทุกครั้ง ... ทำไมต้องทำเรื่องร้ายกาจให้พวกเธอกันเล่า ในเมื่อต่างคนต่างสุขและเปรมปรีกับรสสวาท ทุกคนได้ ไม่มีใครเสีย
“คุณไม่ต้องไปไหนหรือคะวันนี้”
สมองสโรชาคิดแผนการแล้วว่าจะไปไหน กลับจากที่นี่เธอจะขับรถไปหาแม่ ใช้เวลาวันหยุดทั้งหมดกับท่าน
“มีธุระนิดหน่อย คุณไปด้วยไหม” เขายังตื้อ มือป่ายปะไปทั่วแผ่นหลังเนียน
“บอกแล้วไงคะว่าขอคิดดูก่อน”
“งั้นให้เกียรติกินมื้อเช้ากับผมได้ไหม”
สโรชาชอบดวงตาสีน้ำเงินที่มองมา ... สวย ลึกลับ และเต็มไปด้วยความปรารถนา เธอไม่ตอบแต่เบี่ยงกายลงจากเตียง หยิบเสื้อผ้ากระจัดกระจายแต่งตัว โดยไม่แสดงท่าทีขัดเขิน
... รู้ว่าเขามอง เธอเต็มใจ เพราะคิดว่าร่างกายนี้เป็นสินค้า ผู้ซื้ออย่างเขามีสิทธิ์พิจารณา ชื่นชมความงาม
เซอร์เกอยากใช้เวลาอยู่กับสาวผมน้ำตาลให้มากกว่านี้ ทว่าเขามีนัดตีกอล์ฟกับเพื่อนชาวรัสเซียที่มาทำธุรกิจในเมืองไทย อาหารเช้าของทั้งสองจึงต้องพึ่งรูมเซอร์วิส
“ผมจะให้คนไปส่งคุณนะบัว”
เขากับเธอมีรสนิยมตรงกันที่ดื่มเพียงกาแฟเป็นมื้อเช้า เซอร์เกหันไปสั่งเป็นภาษารัสเซียกับอลันซึ่งยืนเยื้องอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะอาหารริมระเบียง สักพักหนุ่มจมูกโตนายหนึ่งก็มายืนโค้งคำนับให้สโรชา
“เขาจะพาคุณไปส่ง บอกทางเขาหน่อยละกัน แล้วนี่ นามบัตรผม”
เธอพินิจกระดาษสีเทาเข้มพิมพ์ตัวหนังสือสีทองในมือ ตำแหน่งเจ้าของนามบัตรคือประธานบริหารบริษัทลงทุน ... ระบุไว้แค่นั้น ไม่บอกเป็นธุรกิจอะไร
“อยากอยู่กับคุณมากกว่านี้ แต่ผมต้องไปแล้ว” ชายหนุ่มขอตัวอย่างสุภาพ
“ฉันไปด้วยดีกว่าค่ะ ไม่ต้องให้คนของคุณไปส่งหรอก กลับแท็กซี่ สะดวกดี”
เช้าฟ้าหลังฝนสดใส ถนนหน้าโรงแรมคนไม่เยอะนัก เพราะนักท่องเที่ยวยังหลับใหล หลายคนตระเวนราตรีกรุงเทพฯจนดึก
สโรชาอารมณ์ดีที่งานเสร็จ มีวันหยุด จะได้เจอแม่ ปราณบุรีอยู่ไม่ไกล ขับรถไม่กี่ชั่วโมงก็ถึง ระหว่างทางแวะซื้อผลไม้สักหน่อย ฝากแม่ พยาบาลผู้ดูแล และธนนท์
“ปัง!”
พลันความคิดทุกอย่างหยุดลงเมื่อได้ยินเสียง
“เอี๊ยด ... โครม” แล้วก็ตามด้วยปังๆ รัวอีกหลายรอบ เสียงหวีดร้องตะโกนต่อๆ กันดังทั่วบริเวณ
“คนยิงกัน!”
ผู้คนวิ่งหนีลูกหลงกันจ้าละหวั่น สโรชาเข้าไปหลบในร้านเดิมที่เคยมาซื้อร่ม
“ใครยิงกันน่ะ” เพื่อนสมาชิกหนีตายถามให้เซ็งแซ่
“ไม่รู้ จู่ๆ ก็มีทั้งมอเตอร์ไซด์ ทั้งรถเก๋งถล่มยิงรถที่เพิ่งเลี้ยวออกมาจากโรงแรม”
ผู้อยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นเล่าเสียงสั่น คนมาหมอบออกันอยู่หน้าตู้แช่เครื่องดื่ม เพราะเป็นมุมอับสายตาคนภายนอกที่สุดของร้าน
“คนในรถก็ตอบโต้ ยิงกันกลางถนนนี่แหละ รถคันอื่นเลยโดนลูกหลงชนกันระเรระนาดด้วย เหมือนในหนังเลย”
ยามเป็นภาพยนตร์ ผู้ชมสะใจกับฉากวินาศสันตะโรแบบนี้ แต่เมื่อมาเจอในชีวิตจริงทุกคนใจสั่น ภาวนาหาที่พึ่งกัน ผ่านไปไม่กี่นาทีแต่เหมือนนานชั่วกัปชั่วกัลป์ของคนกลัว เสียงปืนสงบลง ... เสียงรถหวอตำรวจดังเข้ามาแทน
“ตื๊อ... ดื่อ” ทั้งร้านสะดุ้งเฮือก มองประตูเป็นตาเดียว
“ปลอดภัยไหมครับ มีใครเป็นอะไรหรือเปล่า”
ตำรวจวัยกลางคนสอดส่ายสายหาคนเจ็บ ท่ามกลางอาการโล่งอก มีแรงถามสถานการณ์จากผู้มาใหม่ สโรชาไม่ได้ร่วมวงถามด้วย เธอเอามือกุมหน้าอกเพื่อคุมอาการเต้นรัวของหัวใจ หูได้ยินคำบอกเล่าแว่วๆ
“มีคนมายิงฝรั่งแขกโรงแรม...”
ชื่อโรงแรมเดียวกับเธอเพิ่งจากมา โชคดีแล้ว ที่ออกมาก่อน ... เฉียดไปนิดเดียว เสี้ยววินาทีแห่งวิกฤติเธอคิดถึงแม่
“คุณป้าเฟื่องฟ้าไปดูดอกไม้ค่ะคุณบัว”
พยาบาลเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เนอร์สซิ่งเฮลท์แคร์ตอบเสียงหวาน เมื่อสโรชาโทรศัพท์หาแม่ดังใจคิด
“เพิ่งออกไปค่ะ เดี๋ยวไปตามให้”
“ไม่ต้องหรอก ขอบคุณค่ะ บอกแม่ด้วยนะคะว่าวันนี้ฉันจะไปเยี่ยม”
สโรชาก้าวออกจากร้านโดยไว เธอจะขับรถยาวรวดเดียวถึงปราณบุรี ... ไปกอด เล่าให้ฟังถึงความโชคดีที่ยังมีชีวิตได้ดูแลท่าน แต่การจราจรก็ติดขัดเหลือเกิน ตำรวจกั้นทางเพื่อเก็บหลักฐานที่เกิดเหตุ รถต่อคิวยาวเป็นกิโล ทุกคนพร้อมใจกันหาทางออกจากถนนเส้นนี้
สโรชาทำใจไว้แล้วว่าต้องเหมาแท็กซี่ ติดตรงไม่มีคันไหนฝ่าการจราจรมาได้นี่สิ ไม่เป็นไร เรียกวินมอเตอร์ไซด์ให้พาลัดออกไปถนนเส้นอื่นแล้วค่อยต่อแท็กซี่ก็ได้
คิดได้ดังนั้นเธอจึงเดินไปตามตรอกเล็กในซอยใหญ่เพื่อหารถที่หมาย เห็นป้ายอยู่วินหนึ่งแต่ไม่มีคน ข้างๆ กันเป็นถังขยะกทม.ใบใหญ่สองถัง สกปรกไปหน่อย แต่ป้ายเขียนคิวยังสะอาดและใหม่เอี่ยม
‘สงสัยไปส่งคน’
สโรชาคิดพลางยืนรอ เมื่อยขาที่ต้องเดินแล้วเหมือนกัน สุนัขจรจัดสองตัววิ่งเฉียดเธอไปนิดเดียว เพื่อเข้าไปคุ้ยขยะ ใจหญิงสาวภาวนาให้วินมอเตอร์ไซด์มาเร็วๆ จะได้พ้นจากสภาพนี้เสียที
“แง่ง...” สุนัขฮึมฮัม ทีแรกคิดว่ามันกัดกัน
“ออกไปนะ” ... ที่เปล่งออกมาคือเสียงมนุษย์และเป็นภาษาอังกฤษ!
“คุณ...” สโรชามาที่ถังขยะ ร่างนั้นมองเธออย่างตกตะลึง
“บัว พาผมออกไปจากที่นี่ที”
เซอร์เก อินาเซวิช นอนอยู่ พร้อมเลือดแดงฉานเปรอะเสื้อบริเวณหน้าท้อง
“เร็ว” ... และมืออีกข้างของเขาถือปืน!