ตอนที่1
เริ่มต้นแก้แค้น
ข่าวการฆ่าตัวตายของน้องชาย ทำให้พี่ชายที่เพิ่งรู้ข่าวการเสียชีวิตรีบเดินทางมาด้วยความตกใจสุดชีวิต และได้พบกับจดหมายฉบับสุดท้ายที่น้องชายทิ้งไว้ให้เขาได้ดูต่างหน้า
เพลิงนั่งอ่านจดหมายที่น้องชายเขียนสั่งเสียไว้ไม่รู้กี่รอบ พ่อกับแม่ของเขาเสียชีวิตไปหมด และเขาก็มัวยุ่งแต่การทำธุรกิจที่เหนือ จึงปล่อยให้น้องชายใช้ชีวิตอยู่คนเดียวเพราะเห็นว่าสมบัติและเงินทองที่พ่อกับแม่ทิ้งไว้ให้คงทำให้น้องอยู่ได้อย่างสุขสบาย
“เขมจุฑา”
พี่ชายผู้สูญเสียน้องชายไปอย่างไม่มีวันกลับ คำรามชื่ออกมากอย่างโกรธแค้น จากจดหมายที่อธิบายโยละเอียดทำให้ชายหนุ่มรู้ได้ทันทีว่า ผู้หญิงที่ชื่อเขมจุฑาเป็นคนทำให้วายุต้องเป็นแบบนี้
เงินในบัญชีที่วายุสามารถเบิกใช้ได้โดยที่ไม่ต้องผ่านพี่ชายเกือบห้าล้านบาท ถูกถอนออกมาเกือบหมดเหลือติดบัญชีไว้แค่หนึ่งแสนบาท และนี่ก็คือหนึ่งเรื่องในความเสียใจที่ทำให้วายุตัดสินใจแบบนี้ เขาโดนหลอกจนเกือบหมดตัว
งานศพเพลิงหวังว่าเขาจะได้เห็นผู้หญิงที่ชื่อเขมจุฑาแต่ก็ไร้ซึ่งเงา เขาจึงตัดสินเสร็จงานศพเมื่อไหร่ เขาจะแก้แค้นให้น้องชายทันที
เพลิงไปแอบดูที่บ้านของหญิงสาวทุกวันเพื่อให้แน่ใจว่าเธอหน้าตารูปร่างเป็นแบบไหน ในจดหมายของวายุเขาเขียนไว้ว่าคนรักของเขาแต่งตัวทันสมัย ร่าเริง แต่หญิงสาวที่เพลิงพบเจอเดินเข้าออกในบ้านไม้ใจกลางสลัมกลับมีทุกอย่างตรงข้าม แต่ในเมื่อวายุบอกไว้ว่าเขมจุฑาอยู่บ้านนี้เพียงคนเดียว ก็คงเป็นใครไม่ได้นอกจากเธอคนนี้ ชายหนุ่มตัดสินใจที่จะเริ่มแผนการแก้แค้นในวันพรุ่งนี้ทันที
เขมจุฑาเธอมีพี่สาวแท้ ๆ คือเขมจิรา เรื่องนี้วายุไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน เพราะเขมจุฑาตั้งใจโกหกเพื่อให้วายุมองว่าเธอน่าสงสารและพาเธอเข้าไปอยู่ในบ้านด้วย ดังนั้นเพลิงจึงไม่รู้ว่าหญิงสาวที่เขาแค้นมีพี่สาวเหมือนกัน
ตั้งแต่วันที่วายุตัดสินใจฆ่าตัวตาย เขมจุฑาก็บินไปเที่ยวญี่ปุ่นกับเสี่ยเปรมชัยนักธุรกิจที่ร่ำรวยระดับต้น ๆ ของเมืองไทยทันที
หญิงสาวยอมที่จะเป็นนางบำเรอของคนรวยแทนการเป็นผู้หญิงที่วายุรักและเทิดทูน เพียงเพราะวายุยังเด็กไปและคงให้เธอได้ไม่เท่าเศรษฐีแก่อย่างเปรมชัยแน่นอน เธอถึงตัดสินใจบอกเลิกวายุอย่างไม่มีเยื่อใย
“เวียนหัว โอ๊ยฉันปวดหัว”
หญิงสาวในชุดนอนค่อย ๆ พยุงตัวเองให้ลูกจากเบาะรถกระบะยกสูงที่กำลังลุยข้ามลำธารสายเล็ก ๆ
“รู้สึกตัวแล้วเหรอแม่ตัวดี”
เพลิงหันไปมองหน้าหญิงสาวผมยาว ผิวขาว ที่แม้บนใบหน้าจะไร้เครื่องงสำอางแต่ก็ยังดูสวยแบบธรรมชาติ
“คุณเป็นใคร แล้วที่ที่ไหน คุณพาฉันมาทำไม”
เขมจิราถามรัว ๆ ด้วยท่าทางหวาดกลัวเมื่อเริ่มตั้งสติได้และหันออกไปมองนอกหน้าต่างที่ตอนนี้มืดไปหมดแต่แสงของพระจันทร์ก็ยังพอส่องให้เห็นว่าข้างนอกเต็มไปด้วยต้นไม้ และตอนนี้เธอก็กำลังข้ามลำธารที่มีน้ำไหล มีโขดหิน เหมือนในภาพยนตร์ผจญภัยเลย
“เอาคำถามไหนดีล่ะ แต่ความจริงคุณไม่มีสิทธิ์ที่จะมาถามคำถามอะไรทั้งนั้น” ชายหนุ่มยียวน
“ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ ในเมื่อคุณจับฉันมาแบบนี้ ถ้าคุณไม่ตอบฉันจะโดดลงเดี๋ยวนี้คอยดู”
เพลิงห้ามล้อให้หยุดทันที ตอนนี้ทั้งคู่ขับขึ้นมาบนเนินเขาแล้ว ข้ามพ้นลำธารที่มีน้ำไหลเชี่ยวมาอย่างทุกลักทุเล
“ลงเลย ถ้าคุณคิดจะกลับบ้าน ก็เดินข้ามลำธารด้านหลังไป แต่ระวังงูหน่อยนะ มันชอบไหลมากับน้ำ และเดินเลาะเขาไปอีกไม่ถึงห้าสิบกิโลคุณก็จะเจอถนนใหญ่”
“ลงเลย ถ้าคุณคิดจะกลับบ้าน ก็เดินข้ามลำธารด้านหลังไป แต่ระวังงูหน่อยนะ มันชอบไหลมากับน้ำ และเดินเลาะเขาไปอีกไม่ถึงห้าสิบกิโลคุณก็จะเจอถนนใหญ่”
หญิงสาวปิดประตูรถทันที เมื่อได้ยินคนขับอธิบายเส้นทางกลับบ้านให้เธอฟัง
“ใครจะกล้า”
“เธอพูดว่าอะไรนะคุณเขม”
เพลิงเรียกเพียงชื่อตัวหน้าของชื่อจริงของเขมจุฑา ซึ่งมันเป็นชื่อเล่นของเขมจิราอยู่แล้ว จึงทำให้หญิงสาวไม่ได้ปฏิเสธอะไร
“บอกฉันมาเถอะนะ ฉันขอร้อง ฉันกลัวไปหมดแล้ว คุณพาฉันมาทำไม เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนฉันแน่ใจ มองหน้าคุณกี่ครั้งก็ไม่คุ้นหน้าเลย ”
หญิงสาวรู้สึกกลัวก็จริง ๆ แต่เธอก็ทำใจดีสู้เสือ เพราะตอนนี้เธอไม่มีทางเลือกแล้ว อย่างไรเสีย เธอคงต้องนั่งบนรถข้าง ๆ เขาไปแบบนี้จนกว่า จะถึงจุดหมาย
“ผมชื่อเพลิง คุณไม่รู้จักผมหรอก แต่น้องชายผมคุณคงรู้จักแน่ เขาชื่อวายุ คุ้นดีไหมล่ะชื่อนี้”
เพลิงหยุดรถทันทีกลางป่าที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้ เพื่อต้องการคำตอบจากปากของหญิงสาวที่เขาลักพาตัวมา
“ทั้งเพลิง ทั้งวายุเลย ฉันไม่เห็นเคยรู้จักคนชื่อนี้ ฉันว่าคุณคงเข้าใจอะไรผิดแล้วแหละ”
หญิงสาวทำหน้าไม่เข้าใจ เธอไม่รู้จักคนทั้งสองชื่อนี้ แล้วเขาจับตัวเธอมาเพื่ออะไร
“อย่ามาแสดงละคร”
เพลิงตะคอกสุดเสียง มือทั้งหนาทั้งใหญ่ของเขาคว้าแขนเล็กของเขมจิราไว้ ด้วยใบหน้าที่แสดงความเกลียดชัง
“ฉันไม่ใช่วายุ เธอไม่ต้องมาเล่นละครใสซื่อ ผู้หญิงอย่างเธอมันงูร้าย ต้องเจอกับเสือย่างฉันมันถึงจะเหมาะสมกัน”
เพลิงใส่ความโกรธลงไปกับมือของเขา บีบแขนของเขมจิราจนแดงช้ำไปทั้งแขน หญิงสาวได้แต่บิดแขนไปมาและร้องโอดครวญเพราะรู้สึกเหมือนแขนตัวเองกำลังจะหัก
“คุณจะบ้าหรือไง ฉันก็บอกอยู่ว่าไม่รู้จักทั้งคุณและน้องคุณ ถึงคุณจะฆ่าฉันให้ตายก็ไม่รู้จัก ได้ยินไหม!”
หญิงสาวทั้งเจ็บทั้งโกรธ เธอจึงตะโกนใส่หน้าคนขับกลับไป เพราะเบื่อหน่ายที่จะพูดดีแล้ว เพราะอีกฝ่ายไม่ยอมรับฟังเลย
“เธอคงยังไม่รู้ใช่ไหม ว่าวายุฆ่าตัวตาย เพราะผู้หญิงที่เห็นแก่เงินอย่างเธอ น้องชายฉันกำลังจะมีอนาคตที่สดใส แต่ดันมาเจอผู้หญิงเลว ๆ ที่ทำลายทุกอย่างในชีวิตเขา เธอต้องรับผิดชอบ”
“ฆ่าตัวตาย” เขมจิราทวนคำพูดของเพลิง
“ใช่ตั้งแต่วันที่เธอบอกเลิกเขา เขาก็หายเงียบไป พอเพื่อนของเขามาดูที่บ้านก็เห็นว่าเขาตายแล้ว”
เพลิงหยุดรถอีกครั้ง เขาก้มร้องไห้ฟุบลงกับพวงมาลัย เขมจิราสับสนไปหมด เธอไม่รู้จักวายุแล้วเธอจะบอกเลิกเขาได้อย่างไร แต่ไม่มีประโยชน์ที่จะอธิบาย เพราะอีกฝ่ายไม่มีสติที่จะรับฟังอะไรจากเธอทั้งสิ้น
เขมได้แต่นั่งเงียบ หญิงสาวมองภาพชายหนุ่มที่ตัวใหญ่ดูภายนอกแข็งแกร่ง แต่สภาพเขาตอนนี้ดูอ่อนแอมาก เธออยากจะปลอบเขาแต่ก็ไม่รู้จะพูดว่าอะไร เพราะตอนนี้ตัวเธอเองก็ยังเอาไม่รอดเลย
เพลิงตั้งสติ เขาขับรถต่อไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่หันมาพูดกับ หญิงสาวที่นั่งข้างๆ เขาสักคำ ส่วนเขมจิราก็ได้แต่มองข้างทางด้วยความอยากรู้ว่าที่นี่มันคือที่ไหนกันแน่ แต่รอบตัวมีแต่ป่าที่ดูเหมือนกันไปหมด เธอจึงได้แต่ทำใจและคอยดูว่าเขาจะทำอะไรกับเธอต่อไป
ตอนที่2
สาแก่ใจ
เพลิงกำลังพาเขมไปที่บ้านหลังหนึ่งที่เขาสร้างไว้แต่ไม่เคยได้เข้ามาอยู่เลย เพราะบ้านหลังนี้เขาตั้งใจที่จะสร้างเป็นเรือนหอให้กับคู่หมั้นของเขา แต่แอนดันมาจากไปด้วยโรคร้ายที่กว่าจะรู้ก็ลุกลามเกินรักษา
แอนจากเขาไปได้สองปีแล้ว บ้านหลังนี้มันจึงเป็นเหมือนตัวแทนความรู้สึกที่แสนจะเจ็บปวดของเขา แต่ที่นี่อยู่ไกลจากผู้คน การคมนาคมแสนลำบาก ไม่มีทางที่หญิงสาวจะหนีไปไหนได้ และไม่มีใครผ่านมาที่นี่แน่นอน
“ถึงแล้ว”
ชายหนุ่มหันไปบอกหญิงสาวที่ยังคงไม่เข้าใจ ว่าถึงไหน เพราะรอบตัวเต็มไปด้วยป่าไปหมด ยังไม่เห็นบ้านสักหลัง
“ถึงไหน เห็นมีแต่ต้นไม้ ไม่มีไฟสักดวง คุณจะทิ้งฉันไว้กลางป่าเหรอ ไม่เอานะฉันกลัว”
เขมจิรากระโดดเกาะแขนชายหนุ่มที่ทำท่าจะเดินนำหน้าเธอไปยังเส้นทางที่เป็นถนนดิน
“อย่ามาทำเป็นอ่อย มันใช้กับผมไม่ได้หรอก”
ชายหนุ่มสะบัดแขนตัวเองจนมือเล็กที่เกาะเขาไว้กระเด็นหลุด หญิงสาวไม่ทันตั้งตัวเผลอล้มไม่เป็นท่า และเมื่อเช้าฝนเพิ่งตกไป ดินจึงยังเปียกอยู่ เขมจิราเปื้อนไปด้วยขี้นดินเต็มไปทั้งตัว
“สะบัดแค่นี้ ทำเป็นล้ม อ่อยเก่งแบบนี้นี่เอง วายุมันเป็นเด็กหัวอ่อนมันถึงได้หลงหัวปักหัวปำ”
เพลิงนอกจากจะไม่สงสารแล้วเขายังหันไปพูดจาแย่ ๆ ใส่ โดยที่ไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะกำลังเจ็บหรือรู้สึกอะไรอยู่
ชายหนุ่มเดินนำหน้าไป โดยที่เขาไม่ได้หันมาดูด้านหลังเลยว่าอีกฝ่ายไม่ได้เดินตามไปด้วย กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เดินจนถึงประตูหน้าบ้านแล้ว
“เอ้า! ไปไหน หรือหนีไปแล้ว”
เพลิงรีบวิ่งกลับไป เพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงตัดสินใจหนีไปแน่ๆ แต่เมื่อไปถึงตรงที่เธอกับเขาลงจากรถ เขมจิรายังคงอยู่ที่นั่นแต่คราวนี้เธอไม่ได้อยู่ในท่านั่งเหมือนตอนที่ล้ม แต่เธอกลับนอนลงไปกับถนนดินที่เปียกอยู่
“ลุกขึ้นมา เป็นบ้าอะไรถึงได้นอนลงไปแบบนั้น อย่าทำตัวเรียกร้องความสนใจแถวนี้นะ จะลุกหรือจะให้ลากไป”
เพลิงทั้งขู่ก็แล้ว ก็ยังไม่มีเสียงตอบของหญิงสาวที่นอนตัวเปื้อนไปด้วยดิน เธอลืมตามองเขาและเอาแต่เงียบไม่พูดอะไรสักคำ
ชายหนุ่มตัดสินใจลากหญิงสาวมาตามทาง เพราะคิดว่าที่เธอไม่ยอมลุก และคงคิดว่าเขาคงไม่ทำจริง แต่เพลิงลากคนตัวเล็กมาได้เพียงแค่หน่อยเดียว เขาก็อดสงสารไม่ได้ จึงเปลี่ยนจากลากเป็นอุ้มเธอพาดกับไหล่แทน และพากันเดินกลับมายังบ้าน
“โอ๊ย! คุณเพลิงไปแบกใครมาคะ ตัวเปื้อนไปหมดเลย”
ป้าอ้อยแม่บ้านที่ทำหน้าที่ดูแลที่นี่ รีบวิ่งมาหาเจ้านาย เพราะคำสามีของเธอได้บอกไว้ว่าคืนนี้ เพลิงจะพาคนมาอยู่ที่นี่
“ตัวเล็กนิดเดียว หน้าซีดหมดเลย คุณคะเป็นอะไรหรือเปล่า”
เมื่อเพลิงวางหญิงสาวลงกับพื้นกระเบื้องหน้าบ้าน ป้าอ้อยก็รีบเขาไปดูคนมาใหม่ใกล้ ๆ
“หนูเหมือนจะเป็นลม แล้วมันก็ปวดที่ข้อเท้า พอจะพยายามลุก มันก็ลุกไม่ขึ้น”
เขมจิราพูดเหมือนคนหมดแรง น้ำใส ๆ ไหลงลงมาอาบแก้มแบบที่เธอก็ไม่รู้ตัว
หญิงสาวทั้งเหนื่อย ทั้งกลัว ทั้งเจ็บ แต่น้ำเสียงของป้าอ้อยที่แสดงถึงความเป็นห่วงทำให้เธอกล้าที่จะบอกว่าตอนนี้เธอเป็นอะไร
“คุณเพลิงมาดูเร็ว เท้าเธอบวมค่ะ”
ป้าอ้อยไม่กล้าจับ ได้แต่เรียกให้เจ้านายที่ทำเป็นยืนกอดอกมองอยู่ห่าง ๆ เข้าไปดู
“ไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า เดี๋ยวจะนวดยาพันผ้าให้ สงสัยจะเป็นเพราะล้มเมื่อกี้ แล้วก็ไม่รู้จักพูด สงสัยลืมเอาปากมา”
พูดจบคนตัวใหญ่ก็อุ้มหญิงสาวเดินเข้าบ้าน โดยมีป้าอ้อยเดินตามเข้าไปด้วย
“ฉันอาบเองก็ได้ ขอเสื้อผ้ากับผ้าเช็ดตัวหน่อย”
หญิงสาวตกใจ กลัวอีกฝ่ายจะทำหน้าที่อาบน้ำให้เธอ เพราะเขาวางเธอไว้ที่พื้นห้องน้ำแล้วไม่ยอมออกไปเสียที
“คุณครับ ผมไม่ได้พิศวาสอะไรในตัวคุณขนาดนั้นหรอก ไม่ต้องกลัวว่าผมจะอาบน้ำให้ ผมแค่จะให้ป้าอ้อยช่วยคุณเท่านั้น เดี๋ยวล้มหัวฟาดในห้องน้ำตายขึ้นมา ผมกลัวผี”
เขมจิราหมั่นไส้ในคำพูดของเพลิง เธอจึงคว้างเขาด้วยแปรงขัดห้องน้ำที่วางอยู่ใกล้ตัว
“ไม่ต้องขว้างมา เก็บเอาไว้แปรงฟันคุณเถอะ”
เพลิงก่อนจะออกไป เขายังมิวายพูดจาร้าย ๆ ใส่หญิงสาวที่สภาพตอนนี้ดูย่ำแย่มาก
ป้าอ้อยหาเสื้อผ้าของลูกสาวเธอที่ทิ้งไว้ที่นี่มาให้เขมจิราใส่ชั่วคราวก่อน เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จ คนอายุมากแล้วอย่างป้าอ้อยไม่มีแรงพอที่จะพยุงหญิงสาวที่ขาเจ็บให้เดินออกจากห้องน้ำได้ จึงต้องเรียกเจ้านายมาช่วย