Chapter 2
น้ำทะเลสีเขียวมรกตใสสะอาดเสียจนสามารถมองเห็นปลาตัวเล็กตัวน้อยแข่งขันกันแหวกว่ายไปมา เรือแคนนูหลายลำแล่นลู่ลมฉลิวไปกับสายน้ำด้วยไม้พายที่ผู้คนช่วยหยิบจับกันคนละมือ จากบรรดานักท่องเที่ยวทั่วโลกหลั่งไหลมาท่องเที่ยวมหาสมุทรในหมู่เกาะทางใต้ที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในประเทศฟิลิปปินส์
การเช่าเรือขนาดเล็กและพายเรือไปรอบ ๆ จะได้ชื่นชมทัศนียภาพอันน่าทึ่ง และเก็บภาพถ่ายสวย ๆ ได้มากกว่า ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวบางคนอาจมีทางเลือกแตกต่างไป คือเช็คอินพักโรงแรมกลางทะเลไปเสียเลย
เรือสำราญขนาดกลางลอยคออยู่กลางมหาสมุทรซึ่งวังวนของระลอกคลื่นกลายเป็นสายน้ำที่นิ่งสงบ เหมาะสำหรับการอาบแดดร้อนจ้าท่ามกลางธรรมชาติรายล้อมรอบด้วยหุบเขา สลับไปกับต้นไม้สีเขียวขจี
ว่ากันง่าย ๆ คือมีเตียงนอนเคลื่อนที่เหนือน้ำทะเลดี ๆ อยากจะกระโดดน้ำตอนไหนก็ได้
นัยน์ตาสีฟ้าครามประกายสดสวยทอดมองเส้นสีขาวของปุยเมฆที่กระจายตัวอยู่บนฟากฟ้า มือเท้าแขนแข็ง ๆ ของตน นอนเหยียดกายอย่างสงบ ด้วยท่าทีว่าเขาคงเลือกที่จะทำตามกระแสสังคม แม้จะสวนทางไปสักเล็กน้อย
เขาไม่มีความคิดที่จะกระโดดน้ำ... ไม่ได้มาอาบแดดให้มีผิวสีแทนดึงดูดใจสาวฝรั่ง แต่มาเพื่อนอน...
คำนิยามของท้องฟ้า... อาจคือความอิสระ
สายน้ำ... อาจหมายถึงความรัก
ไม่ว่าจะเป็นน้ำหรือความรัก เป็นสิ่งที่ขาดไปเสียไม่ได้ สิ่งที่ลืมตาตื่นมาก็จะต้องใช้มัน ต้องอยู่กับมันในทุก ๆ วัน ไม่มีมนุษย์คนไหนสามารถมีชีวิตรอดหากปราศจากน้ำ แม้แต่ตัวของเขาเองที่พยายามละ เลิก ทิ้ง ลาจากน้ำโดยไม่สนใจว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้หรือไม่
นี่เขากำลังคิดถึงใคร...?
เด็กน้อยในความดูแลงั้นหรือ?
ยี่สิบเอ็ดปีแล้วที่พี่ชายของเขา ปองกานต์ได้หาภาระลูกมหึมามาให้ต้องรับภาระดูแลเด็กสาวมาจนถึงทุกวันนี้ หลังจากที่ได้รับรู้ความจริงจากภรรยาว่าลูกสาวที่เลี้ยงมากับมือไม่ใช่ลูกของตัวเอง
เป็นบทเรียนราคาแพงให้ปรเมษฐ์ขยะแขยงผู้หญิง และใช้ชีวิตอย่างระวังตัวมาตลอด เขาไม่ได้ฝังใจอะไรกับสองคนนั่นแล้วแต่เป็นลูก...
กว่าสองเดือน เขาได้ตัดสินใจก้าวขาออกจากบ้านอย่างไร้คำลา แค่ส่งข้อความไปว่า ‘พี่ไปทำงานนะ... ไม่กลับ’
ด้วยอายุที่ห่างกันกว่ายี่สิบปี เขาแทนตัวเองว่า ‘พี่’ อยู่เสมอ บางครั้งปรายลดาก็ชอบที่จะเรียกเขาว่าพ่อเลี้ยง เพราะเขาเลี้ยงดูหล่อนมาเหมือนเป็นพ่ออีกคน ทั้งที่จริงแล้วเขานั้นอยู่ในฐานะอาเลี้ยง
แม่อนงค์ แม่แท้ ๆ ของเขาเคยบอกกับหล่อนว่าอาเลี้ยงมันไม่มี เรียกไปก็ออกจะประหลาด เด็กน้อยคงไม่รู้จะเรียกเขาว่าอะไร...
ปรายลดาเป็นเด็กเลี้ยงง่าย ไม่ดื้อไม่ซนมาแต่เล็ก ๆ ยังขี้อ้อนตามประสาเด็กผู้หญิง หล่อนได้รับการอบรมสั่งสอนเป็นอย่างดีจากแม่อนงค์ให้เป็นคนขยันขันแข็ง รู้จักหุงหาอาหาร ซักผ้ารีดผ้า ทำความสะอาดบ้าน ทำหน้าที่ทุกอย่างมาตั้งแต่เป็นเด็กสาวตัวเล็ก ๆ อายุแค่ห้าขวบ
ต้นกล้าแข็งแรงได้รับการรดน้ำและพรวดดินเป็นอย่างดีเติบโตเป็นต้นไม้งาม ผลิดอกออกผลมีรากฐานมั่นคงจนเขาไม่ต้องห่วงอะไร
ปรายลดายังเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน มีความคิดเพียงอย่างเดียวคืออยากทดแทนบุญคุณผู้มีพระคุณ ทำให้แม่อนงค์รักและเอ็นดูเหมือนเป็นลูกสาวอีกคนหนึ่ง เช่นเดียวกับตัวเขา...
ติดที่... ความรักและความผูกพันของเขาที่มีมันมากเกินไป มากเสียจนต้องจากเธอไปบ่อย ๆ บ่อยเท่าที่จะทำได้...
ตอนนี้เขาไม่ได้รับรู้ว่าลูกพุทราเป็นยังไง เศร้าเสียใจ หรือว่าดีใจตัวโยนที่จะได้ใช้ชีวิตของตัวเองสักที
เพราะกลัวใจตัวเองว่าจะเก็บกระเป๋าไว้ที่เดิม กลับไปนอนบนที่นอนนุ่ม ๆ ที่มีกลิ่นหอมอ่อนของแชมพู ครีมอาบน้ำยี่ห้อเดียวกันโชยมาแตะจมูก ร่างนุ่มนิ่มที่พยายามซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของเขา พริ้มตาหลับอย่างเป็นสุขราวกับว่าเขาเป็นโลกทั้งใบ
ทั้งที่นอนกอดมาตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ จนเป็นสาวสวยสะพรั่งวัยยี่สิบเอ็ดปี จู่ ๆ เขาดันกลายเป็นโคแก่กลัดมันที่จ้องจะเขมือบเด็กสาวทุกคืน!
ห่างกันสักพักคงดี...
ชายหนุ่มคิดฟุ้งซ่านอยู่ตลอดวันหยุดงานที่เขาไม่คิดจะโทรหาปรายลดา ต่อให้โทรมาเขาก็คงไม่รับ และใช้ข้ออ้างเดิม ๆ ว่างานยุ่ง
ทันใดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์สั่นดังจากข้างหู ใบหน้าหล่อเหลาลงตัวหันมองตาม หยิบขึ้นมาดูอย่างพิจารณา แน่ว่าที่ไหนบนโลกแม้จะเป็นกลางทะเลเดี๋ยวนี้ก็มีสัญญาณ
ปลายสายไม่น่าจะใช่คนขี้งกที่เจียดเงินทุกบาททุกสตางค์ไว้เล่าเรียน ไม่ว่าเขาจะหาเงินให้ใช้มากมายเท่าไร
แต่เป็นนัชชา...
‘พุทรามีแฟนแล้วนะคะ พ่อเลี้ยง... พี่รหัสชื่อธามไท กำลังจะย้ายไปอยู่ด้วยกัน’
ข้อความสั้น ๆ ได้ใจความชัดเจน ร่างสูงลุกพรวดขึ้นกำโทรศัพท์แน่นยังกับว่าจะบีบมันให้แหลกคามือ ทะเลสีมรกตสดสวยละเลงด้วยเปลวเพลิงแห่งโทสะลึกลงไปในดวงตาของเขาเอง
“จะมีผัวเป็นตัวเป็นตน ไม่คิดบอกพ่อเลี้ยงเลยสักคำงั้นหรือ? พุทรา...!” ปลายเสียงตวาดกร้าวอยู่ลำพังในเรือที่เหมาเอาไว้ทั้งลำ
ระดับหุ้นส่วนใหญ่บริษัทรับเหมาก่อสร้างเอกชน เจ้าของรีสอร์ตหรูริมทะเลหลายแห่ง สถาปนิกคนดังที่ทั้งสร้างและถือหุ้นใหญ่ผูกขาดไว้กับตัวเอง ต่อให้เจียดให้ลูกเลี้ยงในนามกับแม่บ้าง เขาก็ยังเหลือกินเหลือใช้ มีเงินมากพอที่จะเหมาโรงแรมกลางทะเลนอนเล่น
ปรเมษฐ์พยายามที่จะต่อสายหาเด็กสาวในความดูแล แต่ก็ไร้วี่แววเสียงหวาน ๆ ของคนที่ขาดการติดต่อกันไป ซึ่งในคราวแรกนั้นมันเริ่มต้นมาจากเขา
“ไม่รับโทรศัพท์พี่เรอะ! กล้ามากนักนะ ดี! ถึงเวลาอย่ามาของค่าเทอมละกัน” ว่าไปแล้วเขาถึงได้กลอกตาไปมา พยายามสงบสติอารมณ์ เมื่อนึกถึงตอนโอนเงินไปให้ครั้งล่าสุดสองเดือนที่แล้ว...
ปรกติเขาจะสั่งเลขาฯให้โอนเงินให้แม่และปรายลดาทุกเดือนในจำนวนไม่เท่ากัน มากน้อยแล้วแต่ความเหมาะสม และสถานการณ์ทางการเงินของตัวเขาด้วย
ด้วยความที่แม่อนงค์มีลูกหลานมาก นอกจากเขาแล้วก็มีพี่สาวพี่ชาย มีหลานอีกห้าคน ให้ไปห้าถึงหกหมื่นบาทบางทีเป็นแสนก็ไม่พอใช้
ดันมีเรื่องแปลก ๆ คือแม่ไม่ขอเงินเขาเพิ่ม...
ปรเมษฐ์ตัดสินใจต่อสายหาแม่ แต่หล่อนอาจเลี้ยงหลานหรือทำอะไรสักอย่างอยู่ ร่างกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามในกางเกงขาสั้นที่ดูเล็กไปถนัดตา กระแทกเท้าปึงปังลงมาจากดาดฟ้าเรือ
ภายใต้แสงอาทิตย์ร้อนแรงแม้มีหลังคาบดบังความร้อนอยู่ จิตใจร้อนรุ่มกระวนกระวายของเขาไม่ได้เย็นลง...
พุทราคนสวยของเขาไม่ธรรมดามาตั้งแต่เริ่มย่างเข้าสู่วัยสาว เขายังจำได้ว่าตอนอายุสิบกว่าขวบ ไม่ว่าประกวดความงามเวทีไหน รอยยิ้มแสนหวานในความสวยอย่างไทยราวภาพวาดนางในวรรณคดีทำให้เธอคว้ารางวัลมาทุกเวที
ตอนนี้ก็ยังเป็นดาวมหาวิทยาลัย!
ที่ผ่านมา เขาไม่เคยทิ้งลูกกระต่ายน้อยน่ารักไว้ลำพังท่ามกลางฝูงหมาป่าหิวกระหาย เว้นคราวนี้ที่จากมา
“อลัน... แกไปเช็คเอ้าท์ให้ฉัน จ่ายราคาเต็ม จองตั๋วกลับไทย ไฟล์เร็วที่สุดให้ฉันภายในวันนี้”
เลขานุการประจำตัวของปรเมษฐ์ยืนรออยู่ หลังชะโงกหน้ามองขึ้นไปข้างบน ได้ยินเสียงคนโวยวายประมาณว่าทะเลแสนสวยที่ชื่นชมความงามมาแต่เช้าจะกลายเป็น ‘ทะเลเดือด’
“ครับ ผมจะจัดการให้ แล้วคุณเปาจะให้ผมไปดูไอ้เด็กนั่นด้วยไหม? แฟนน้องพุทราน่ะ”
เป็นงานนอกเหนือจากงานประจำเงินเดือนสูงลิบ ลูกครึ่งหนุ่มบราซิลส่งผ้าขนหนูให้มือหนารับไปพาดบ่าไว้
“ฉันจะไปหามันเอง พุดทำอะไร นอกจากเรียนไหม?”
“จะรู้ไหมครับ? ก็บอสบอกผมว่าไม่ต้องตาม... คงจะขายเสื้อผ้าแฟชั่นเหมือนเดิมหรือเปล่า?” อลันไหวไหล่ มือหยิบแท็บเล็ตที่วางไว้บนโต๊ะขึ้นมาปัดไปมา
ทั้งงานบริษัทรับเหมาก่อสร้าง รีสอร์ตส่วนตัว อสังหาริมทรัพย์อีกหลายแห่ง ไม่มีทางที่จะทำคนเดียวไหว
เลขานุการชาย เป็นตัวเลือกของปรเมษฐ์ เพราะไม่ต้องการภาระเรื่องชู้สาวตามมาทีหลัง นิสัยยุ่มย่ามวุ่นวายเรื่องของเจ้านายก็ไม่มากเกินพอดี ทำงานแค่ตามคำสั่ง ทว่าเขาอาจจะตัดสินใจผิดไปสักหน่อย
หน้าตาระรื่นของหนุ่มวัยสามสิบปีบอกว่าเจ้าตัวช่างมีความสุขกับการเพ่งจอสี่เหลี่ยมเพื่อจัดการงานของตน
“คนอะไรไม่รู้ ยิ่งโต ยิ่งสวย... ไม่น่ารีบมีแฟนเลย”
“แกว่าอะไร... เมื่อกี้ แกพูดว่าอะไรนะ?” สุ้มเสียงเข้มขรึมขึ้น สายตาคมกริบจ้องลูกครึ่งหนุ่มเขม็ง สาวเท้าเข้าไปใกล้ ๆ บนเรือโคลงเคลงที่มีแค่เขา อลัน และกัปตันเรือ
“เปล่าครับ ผมพูดกับลมฟ้าอากาศ” ในท่าทีเฉยเมย เลขานุการหนุ่มทำหน้าที่ของตัวเองอยู่อย่างไม่มีตกหล่น
อลันไม่ได้เกรงกลัวเจ้านายไปเสียทุกเรื่อง เขาทำงานทุกอย่างให้ปรเมษฐ์ได้เหมือนกับว่าตัวเองเป็นน้องชายอีกคนหนึ่งมานับสิบปี ซึ่งความสนิทสนมนั้นได้รับผลตอบแทนในตัวของมันอย่างสมน้ำสมเนื้อ
“ออ... พูดกับลมฟ้าอากาศ?” สิ้นคำ ดวงตาลุกโชนหลุบมองวงหน้าหล่อเหลาที่มองกลับมาครั้งหนึ่ง ความเป็นคนมือไว เขาก็คว้าจอสี่เหลี่ยมมาดูด้วยความเคลือบแคลงใจอะไรบางอย่าง
Chapter 3
พักหลัง ๆ มานี้ลูกน้องหนุ่มเล่นโทรศัพท์บ่อยขึ้น ปรเมษฐ์คาดหวังไว้ว่ามันควรเป็นเรื่องงานในเวลางาน เพราะเขาจ่ายเงินเดือนสูงลิบ พร้อมโบนัสพิเศษ
ดวงไฟอีกดวงหนึ่งลุกไหม้ในเรือนกายชายแกร่งที่ขบกรามแน่นเป็นสันนูน เมื่อพบภาพถ่ายมากมายในพื้นที่ส่วนตัวของเลขาฯ
“นี่แก... เซฟรูป... พุทราไว้เป็นหน้าโปรไฟล์...?”
“รูปดารา... น่ะครับ” คนตอบฉีกยิ้มกว้างกลบเกลื่อนคำโกหก จากที่ไม่กลัวก็เริ่มกลัวขึ้นมาบ้างแล้วตอนนี้ ขณะร่างสูงตวัดกายแกร่งเดินไป ถือวิสาสะเปิดดูทุกอย่างเหมือนเป็นโทรศัพท์ของตัวเอง
นอกจากหน้าจอที่มีหญิงสาวหน้าตาสะสวยฉีกยิ้มหวานให้อย่างเต็มใจ เหมือนไปถ่ายมากับมือ ยังมีรูปถ่ายอีกมากมายเป็นอัลบั้ม ทั้งกินไอศกรีม เดินเล่นในสวนสาธารณะตามลำพัง บางครั้งก็อยู่กับเขา มันคือรูปเก่า ๆ ในวันวาน
เป็นไปได้ว่าอาจเป็นเรื่องงานซึ่งเขาได้สั่งให้อลันคอยติดตามลูกเลี้ยงคนสวยอยู่ห่าง ๆ ไม่ให้บรรดาหนุ่มน้อยใหญ่มาแจกขนมจีบ
แฟ้มภาพดันอยู่ในอีกที่หนึ่ง... มีตัวอักษรกำกับไว้ว่า ‘น้องพุทราคนสวย’
“ขออุปกรณ์การทำงานของผมคืนนะครับ... บอส”
“ได้สิ...” เขาตอบเมื่อขายาว ๆ ที่ก้าวไปสุดท้ายเรือหยุดก้าวลง พลันหันหลังกลับไปส่งยิ้มให้อย่างเคย เพื่อส่งของคืนแต่ก็ไม่ถึงมือ...
โครม!
ชายร่างกำยำในเชิ้ตสีขาวสะอาดลงไปลอยคออยู่กลางทะเลด้วยลูกถีบของเจ้านายที่โบกแท็บเล็ตในมือไปมา วงหน้าหล่อเหลายิ้มเริงร่า พอได้ระบายอารมณ์เดือดพล่านไปกับทะเล และเลขาฯทรยศ!
“พูดกับลมกับทะเลไปนานๆนะ อลัน ฉันไม่รีบ แต่ถ้าแกทำงานช้า เงินเดือน ๆ นี้ไม่ต้องเอา”
“ขอบคุณที่เลี้ยงพุดมานะคะ พ่อเลี้ยง พุดลาพ่อนะ...” ปรายรดาระบายลมหายใจสั่น ๆ หยดน้ำใสบดบังวิสัยทัศน์เบื้องหน้าให้พร่าเลือนลง ยามเชยหน้าขึ้นมองตู้ไม้สักที่เต็มไปด้วยของสะสมโบราณ
ข้างบนนั้นมีภาพถ่ายครอบครัว เด็กสาววัยห้าขวบดูสดใสร่าเริงยืนหัวเราะร่าเคียงข้างหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา นัยน์ตาสีฟ้าครามรับจมูกโด่งเป็นสันคม รูปร่างกำยำเป็นล่ำสัน เพราะรักการออกกำลังกายและเข้าฟิตเนสเป็นประจำ
ต้นตระกูลของปรเมษฐ์ผสมปนเปไปหลายเชื้อชาติ ทั้งไทย อังกฤษ จีน แขกมอญ ผิวพรรณของหนุ่มวัยสี่สิบสองปีจึงออกไปทางสีน้ำผึ้ง สูงชะลูดหุ่นนายแบบกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร
ถึงเขาออกจะเป็นคนเงียบขรึมสักหน่อย ในหมู่เพื่อนฝูงก็ยังป๊อบปูลาร์ เรียกได้ว่าพ่อเลี้ยงชี้สาวคนไหนในยามท่องราตรี ผู้หญิงมากหน้าหลายตาต่างยินยอมพร้อมใจที่จะกระโจนกายขึ้นเตียงของเขา...
เมื่อนานมาแล้วในสมัยที่ยังเป็นเด็กสาววัยสิบกว่าขวบ เธอเคยเห็นเขาพาผู้หญิงมาบ่อย ๆ หายเข้าไปในห้องหลายนาน...
ห้องที่เธอไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปแม้กระทั่งทำความสะอาด เสียงสุขสมของผู้หญิงเหล่านั้นที่ดังลอดผ่านประตูออกมาสร้างความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสให้เธอทุกครั้ง
ขอบตาแดงช้ำบนใบหน้าซีดขาว ร่างกายที่ผ่ายผอมลงและอาการเจ็บป่วยเกิดขึ้นเมื่อความรักของเขาห่างไกลออกไปเรื่อย ๆ จนวันหนึ่งอาจไม่มีเหลือแม้เยื่อใย
58 วัน 5 ชั่วโมง...
ไม่มีสักวันที่เธอจะนั่งกินข้าวบนโต๊ะในบ้านได้โดยไม่ร้องไห้
ไม่มีแม้สักครั้งที่เธอจะไม่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจ้องมันอย่างลังเล แล้วจบลงที่ดูรูปของเธอและเขา เพราะคิดถึง...
ต่อแต่นี้ไปเธอจะทิ้งทุกอย่างไว้ที่นี่... ที่ ๆ เต็มไปด้วยความทรงจำมากมายเหลือเกิน เกินกว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างเธอจะรับไหว วันนี้เธอลุกมาเก็บกระเป๋าแต่เช้าตรู่ ซักผ้า รีดผ้า เก็บกวาดบ้านให้เรียบร้อยดี ทำอาหารจานโปรดของพ่อวางไว้บนโต๊ะ
พ่อเลี้ยงที่เป็นเหมือนพี่ชาย เป็นเพื่อน เป็นคุณอาที่น่ารัก เป็นโลกทั้งใบของเธอ แม้ว่าเขาจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับเธอเลยก็ตาม
“พุดไปนะคะ พี่เปา” นัยน์ตาชอกช้ำเจิ่งนองหยดน้ำตาที่ไหลลงอาบแก้มไม่ขาดสาย กระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่ในมือถูกลากออกไปด้วยย่างก้าวที่มั่นคง เมื่อบีเอ็มดับบลิวสปอร์ตสีขาวมาจอดรถอยู่หน้าบ้าน
นัชชารับรู้อาการอกหักช้ำรักของเพื่อนเป็นอย่างดี ยกมือขึ้นวางบนบ่าอย่างให้กำลังใจ “แกยังมีฉันนะ พุด... ต่อให้คนทั้งโลกทิ้งแก ฉันจะไม่ไปไหน”
“ขอบใจมากนะ ปริม...” ตอบพลันปรี่เข้าไปกอดเอวของเพื่อนเอาไว้อย่างแสนรัก ใบหน้าระทมทุกข์จับจ้องไปที่ประตูรั้วสีดำสนิทอีกครั้ง ก่อนจะยกกระเป๋าขึ้นท้ายรถยนต์ โดยได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนที่ดีที่สุด
“ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนแก ช่วยเก็บของทุกอย่างเลยไม่ต้องห่วง”
“ช่วยเก็บหรือช่วยรื้อยะ” เธอบ่นแต่ก็ก้าวไปขึ้นรถยนต์ โดยไม่หันหลังกลับไปมองบ้านที่ห่างคล้อยออกไป
เธอจะต้องเข้มแข็ง... รักตัวเองให้มาก ๆ
ปรายลดาบอกกับตัวเองอีกครั้ง เมื่อการกระทำของเขาบอกชัดเจนว่าต้องการตัดเนื้อร้ายอย่างเธอออกไปมีชีวิตของตัวเอง
“ฉันตื่นเต้นแทนเพื่อนอ่ะ บ้านหลังแรกตอนอายุยี่สิบเอ็ดปี เก่งเวอร์ ฉันยังแบมือขอเงินแม่อยู่เลย” คนพูดเหยียบคันเร่งเบา ๆ เพื่อที่จะสนทนาได้สะดวก วงหน้าหวานระรื่นมองคนข้าง ๆ สลับมองทาง ภาคภูมิใจในตัวเพื่อน ขณะที่อีกคนกลับคิดว่ามันไม่ใช่ความสำเร็จของเธอคนเดียว
“ถ้าฉันไม่มีแก ฉันคงจะกู้คอนโดฯไม่ผ่าน ฉันเก่ง ยัยปริมก็เก่ง ไม่รู้จะขอบคุณแกกี่ร้อยล้านรอบดี”
คอนโดมิเนียมริมชานเมืองในราคาล้านต้น ๆ ถึงจะเป็นห้องสตูดิโอแค่ยี่สิบแปดตารางเมตร ปรายลดาก็หามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรง เก็บหอมรอมริบเงินทีละเล็กทีละน้อยมาด้วยความขยัน ทำงานหามรุ่งหามค่ำในเวลาเลิกเรียน ทีแรกนั้นแค่ตั้งใจว่าจะปล่อยเช่าหรือไว้เก็งกำไรเป็นทรัพย์สินส่วนตัว หากไม่ใช่เป็นเพราะว่าอยู่บ้านหลังนี้ต่อไปไม่ไหว
“แกใช้วิชาการตลาดที่เรียนมาหาเงินได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องมาขอบคุณอะไรฉันหรอก”
“ไม่ขอบคุณก็ไม่ขอบคุณ แต่ห้องนี้ของเราสองคนนะ กุญแจพวงนี้ของแก มาได้ตลอด” ปรายลดาล้วงหากุญแจน่ารักเล็ก ๆ ในกระเป๋าสะพายผ้า วางไว้ตรงกลาง คนขับรถส่วนตัวก็รีบหยิบมันไปเก็บเอาไว้ในทันที ในรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ฉันจะย่องไปดึก ๆ ระวังให้ดี”
“กลัวที่ไหน... มาสิ จะใช้แกเฝ้าเพจตอบคำถามลูกค้า รับออเดอร์แทนแอดมินซะให้เข็ด”
คนได้ยินมองขวับหน้าตื่นตะลึงเพราะเคยทำอยู่ มันเป็นงานที่แสนน่าเบื่อและนัชชาไม่ชอบมันเลยสักนิด
“ไม่ไหว ฉันไม่ชอบคุยกับลูกค้า จุกจิกเรื่องมาก ยิ่งมนุษย์ป้าบางคนนะ ถามไซซ์อยู่ได้ บอกแล้วบอกอีก ฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่องหรือยังไง บางคนยัดตัวเข้าไปไม่ลงชุด บอกไปก็ไม่ยอมฟัง สรุปต้องเปลี่ยนใหม่ เปลี่ยนไปเป็นมา เสียค่าส่งอีก”
“มันก็เป็นงานป่ะ เงินดีด้วย เราสองคนซื้อบ้านได้หลังเลยนะ” เสียงหวานแย้ง
เป็นเวลาสามปีกว่า ปรายลดาใช้วิชาที่เรียนมาเปิดตลาดด้านธุรกิจออนไลน์ ขายเสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องประดับ นาฬิกา มีหน้าร้านในโลกโซเชียล จากหน้าร้านเล็ก ๆ กลายเป็นที่โด่งดังในหมู่สาว ๆ เพราะมีไฮโซตัวแม่ยอดฟอลโล่วหลักหมื่น รวมกับตัวของเธอเองที่ใช้ความสวยในการขายของสวย ๆ งาม ๆ
“ก็แน่ล่ะ แกขาดฉันไม่ได้หรอก หึหึ” หัวเราะในลำคอ นัชชานึกเรื่องบางอย่างขึ้นได้ “แล้วแกจะบอกพี่ธามไหม? เรื่องห้อง...”
“ไม่มีใครรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่ แกไม่ต้องบอกใครนะ” ในสีหน้านิ่งเรียบบอกในความหมายว่าเธออยากอยู่คนเดียวเงียบ ๆ
“ไม่มีปัญหาจ้ะ” คนขับรถยนต์ยกยิ้มมีนัย ก่อนที่จะปรับเบาะเอนนอนให้เพื่อนเสร็จสรรพ
“นอนซะหน่อยนะ หน้าตาดูไม่ได้ ตาเป็นหมีแพนด้าแบบนี้ เดี๋ยวจะได้เปลี่ยนไปขายครีมบำรุงหน้า”
คำหยอกล้อของเพื่อนไม่ได้ทำให้เธอมีอารมณ์ขันเหมือนเคย กระบอกตาร้อนผ่าวค่อย ๆ ปิดลง พร้อมความเศร้าหมองที่เอ่อล้นอยู่ภายใน รถยนต์ที่มีเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำเคียงข้างเพื่อนรักทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาบ้าง นับว่าเป็นโชคดีที่ไม่ต้องตรอมใจตายคาบ้านหลังนี้
สองเดือนไม่ต่างจากสิบปี... พ่อเลี้ยงไม่รับสายของเธอ ไม่ส่งข้อความมาหา มีแค่เงินโอนเข้ามาในบัญชีซึ่งเธอได้ให้แม่อนงค์ไว้ เพราะหาเงินได้ด้วยตัวเองแล้ว
“ถ้านอนไม่ได้ เรียกฉันนะ ฉันจะชวนคุย” น้ำเสียงแผ่วลง คนขับนั่งตัวเกร็งมือจับพวงมาลัยแน่นคอยลอบมองคนข้างกายอยู่เป็นระยะ ๆ ด้วยความสงสาร
ปรายลดารักพ่อเลี้ยงมานานแล้ว...
แต่ก่อนนั้นสมัยยังเรียนประถมศึกษามาด้วยกัน นัชชาเคยคิดว่ามันเป็นความรักในแบบของเด็ก ๆ พอโตมาถึงได้รู้ว่าเพื่อนไม่เคยเปลี่ยนใจ แม้จะมีหนุ่ม ๆ มาทอดสะพานให้อยู่มากมายเท่าไร
สายตาของพ่อเลี้ยงที่มองปรายลดาก็ไม่ต่าง... หล่อนแน่ใจในเรื่องนั้นจึงได้สร้างเรื่องส่งข้อความไป ประกอบกับที่โมโหธามไท
ดวงหน้าแดงก่ำของคนที่พริ้มตาหลับอยู่เงียบ ๆ ยังมีหยดน้ำใสรินไหลไม่ขาด และสถานการณ์ก็ไม่เป็นใจ...
‘ขีดเส้นใต้เอาไว้... ว่าเธอไม่รัก ขีดลงบนกระดานดำ ตามด้วยกระทิงแดงหนึ่งขวด’
“ดีเจช่องนี้มันยิงมุกอะไรเนี่ย!”
เสียงหวานกร้าวว่าพลางหลุบตามองคนที่ดูอาการไม่ค่อยดี รีบเปลี่ยนเพลงที่มาจากพื้นที่ส่วนตัวของเธอในไดร์ฟอันเล็ก ๆ ซึ่งมันคงมีแต่เพลงแด็นซ์กระจาย ทว่าคงไม่ทันการ...
“ฮือ... ปริม..” เสียงคร่ำครวญดังระลอกใหญ่หลังจากที่เธอเก็บมันเอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไป
ถึงปรายลดาจะมีความเป็นผู้ใหญ่ในตัวเอง เป็นคนตลกโปกฮาประสาแม่ค้าออนไลน์ แต่หากว่าได้ร้องไห้แล้วล่ะก็! โรงละครโอเปร่ายังต้องกราบ...
ไม่ต่างจากหมูในโรงฆ่าสัตว์ที่กำลังจะโดนเชือด... สองมือสั่นเทายกขึ้นปิดหน้าสะอึกสะอื้นไห้ จากนั้นเธอก็จัดฉากเปิดโรงมหรสพน้ำตาและน้ำเสียงชุดใหญ่ เมื่อไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้าของชีวิตเธอโดยไม่มีเขาจะเป็นอย่างไร