“ขอบคุณเฮียมากนะคะ”
“กินอะไรมาหรือยัง”
เธอส่ายหน้าไปมา ฟ้าครามจึงยื่นมือไปโยกศีรษะของเธอเบา ๆ ด้วยท่าทีเอ็นดู
“อาบน้ำให้สบายตัว เดี๋ยวมากินข้าวด้วยกัน เฮียก็ยังไม่ได้กินอะไรเหมือนกัน” เขาเอ่ยบอกเสียงนุ่ม ก่อนจะเดินจากไป เธอมองตามไปก่อนจะถอนใจ
รู้สึกหว้าเหว่ รู้สึกเศร้า รู้สึกคิดถึงพี่ชาย มารดาและบิดา หากทุกคนยังอยู่เธอก็คงไม่รู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียวบนโลกแบบนี้
แก้วใสอาบน้ำอาบท่าตามที่ฟ้าครามบอก รู้สึกสบายตัวและสดชื่นขึ้นมาก หลังจากได้เจอสายน้ำเย็นฉ่ำ และกลิ่นสบู่หอมกรุ่น เธอแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าน้อยชุดที่ยัดใส่กระเป๋าก่อนจะหนีออกจากบ้านมา ก่อนจะเดินลงมาชั้นล่างของตัวเอง กลิ่นอาหารหอมกรุ่น ลอยตลบอบอวลไปทั่ว เธอเผลอมองคนที่กำลังสวมใส่ผ้ากันเปื้อนและยืนทำอาหารอยู่หน้าเตา เขาดูดี หล่อ เท่ และมีเสน่ห์จนเธอเผลอมองไม่วางตา
“อาบน้ำแล้วเหรอ” เขาหันมาพอดีจึงเอ่ยถาม ทำเอาแก้วใสสะดุ้งเล็กน้อย เพราะเผลอมองเขาอยู่นานแล้ว
“ให้แก้วช่วยอะไรไหมคะ” สาวน้อยรีบอาสาอย่างมีน้ำใจ
“เสร็จแล้วล่ะ มาสิ มากินข้าวกัน”
“ค่ะ” เธอรับคำ ช่วยเขาจัดโต๊ะอาหารอย่างกระตือรือร้น
“ชิมดูสิ ว่ากินได้ไหม” เขาตักอาหารให้เธอ
“อร่อยมากค่ะ ปกติเฮียครามทำอาหารกินเองเหรอคะ”
“ไม่หรอก วันนี้มีแก้วอยู่ด้วย เฮียเลยทำอาหารกินเอง”
“แก้วรบกวนเฮียหรือเปล่าคะ”
“ไม่รบกวนหรอก ปกติไม่มีใคร เลยสั่งอาหารมากินหรือออกไปกินข้างนอกน่ะ”
“ต่อไปแก้วจะทำอาหารให้เฮียกินนะคะ”
“เอาสิ อยากทำอะไรก็ทำ” เขาจัดการกับอาหารเงียบ ๆ แก้วใสเหลือบมองเขาเป็นระยะ ๆ อาจเพราะฟ้าครามเป็นผู้ชายทรงเสน่ห์ อยู่ด้วยแล้วทำให้รู้สึกหวั่นไหว จริง ๆ เธอแอบชอบเขามาหลายปีแล้ว ได้อยู่ใกล้กันขนาดนี้ หัวใจของเธอก็เต้นแรงราวกลองเพล
ช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอม เธอจึงมีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น หลังจากตัดสินใจมาพึ่งใบบุญเพื่อนพี่ชายเพียงคนเดียวที่สนิทที่สุด เธอไม่มีญาติที่ไหน และถึงบากหน้าไปหาก็คงไม่ได้พึ่ง พอบิดาสิ้นก็คุยกันแต่เรื่องสมบัติและเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ พอเธอไม่ได้อะไรเลย ก็ไม่มีใครอยากอุปการะเลี้ยงดู เพราะไม่อยากรับภาระ
โชคดีที่แม่เลี้ยงของเธอหาเธอไม่เจอ เธอจึงรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาก การทำงานบ้านให้ฟ้าครามทำให้เธอมีอะไรทำทั้งวัน ฟ้าครามเป็นคนสะอาดสะอ้าน บ้านช่องของเขาจึงไม่มีฝุ่นเลยแม้แต่น้อย
ฟ้าครามไม่ค่อยอยู่บ้าน เขาเดินทางบ่อย และค่อนข้างงานยุ่ง บ้านหลังนี้จึงเหมือนเธอได้ครอบครองแต่เพียงผู้เดียว แต่พอรู้ว่าเขาจะกลับมาวันไหน เธอจะรีบทำอาหารอร่อย ๆ เอาไว้ต้อนรับเขาในทันที
“ฝนตก แย่แล้ว! ตากผ้าเอาไว้เต็มเลย อะไรนี่จู่ ๆ ก็ตกลงมา” เธอตากผ้าเอาไว้ แล้วมัวแต่ทำอาหารเพลินเพราะไม่คิดว่าฝนจะตก จึงรีบวิ่งไปเก็บผ้าหลังบ้านโดยไว
“อุ๊ย!” แก้วใสอุทานออกมาเพราะเธอกำลังจะล้มจากการกระตุกผ้าปูเตียงผืนใหญ่ แต่ฟ้าครามมารับเอาไว้ได้ทัน เธอไม่ได้ยินเสียงการกลับมาของเขาเลย
ทั้งสองมองสบตากันอย่างลึกซึ้ง ก่อนที่เขาจะช่วยเธอเก็บผ้าในราวจนเสร็จ
“จู่ ๆ ฝนก็ตก ก่อนหน้านี้ยังแดดแรงอยู่เลยค่ะ” เธอผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ที่เก็บผ้าได้ทันเวลา ไม่อย่างนั้นคงเปียกหมด
“กลิ่นอะไรน่ะ” ฟ้าครามเอ่ยถาม ทำเอาแก้วใสตาโต
“ตายแล้ว! แก้วทำอาหารอยู่น่ะค่ะ” กลิ่นไหม้นั้นทำให้เธอตกใจ รีบวิ่งเข้าไปในห้องครัว เห็นควันโขมงแล้วเริ่มลนลาน ฟ้าครามที่ตามเข้ามาดูรีบปิดเตาไฟและยกกระทะไปวางในซิ้งค์ล้างจานทันที
“แก้วขอโทษนะคะเฮีย แค่ก แค่ก แค่ก แก้วมัวแต่วิ่งไปเก็บผ้า ลืมไปว่าทำอาหารค้างอยู่” เธอไอออกมาเพราะกลิ่นเหม็นไหม้ที่ลอยตลบอบอวลไปทั่ว
“คราวหน้าระวังหน่อยนะคะ”
“แก้วขอโทษอีกครั้งนะคะ ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ครัวของเฮียไหม้ โชคดีนะคะ ถ้าไฟไหม้บ้านขึ้นมา แก้วจะชดใช้ให้เฮียยังไงดี” แก้วใสพูดด้วยใบหน้าเหยเก
“จะครัวไหม้หรือไฟไหม้บ้านไม่สำคัญเท่ากับว่าแก้วปลอดภัยไหม ที่เฮียบอกให้ระวังเพราะเฮียกลัวว่าแก้วจะเป็นอันตรายครับ”
ประโยคของเขาทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นหัวใจยิ่งนัก ที่เขาเป็นห่วงเธอถึงขนาดนี้ เมื่อก่อนพี่ชายของเธอก็เป็นแบบนี้ เธอทำผิด กรณ์ก็ไม่เคยตำหนิ แต่สอนว่าถ้าทำผิดไปแล้วก็อย่าทำผิดซ้ำอีก ขอให้ความผิดนั้นคือประสบการณ์ สอนให้เราได้พัฒนาตัวเอง
เธอรู้สึกผิดจริง ๆ เพราะอยากทำอาหารอร่อยๆ เอาไว้ต้อนรับเขา แต่กลายเป็นทำครัวของเขาเละขนาดนี้
“ไม่เป็นไรหรอก ไฟไม่ไหม้ก็ดีแล้ว” ประโยคของเขาทำให้เธอยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปใหญ่
“เฮียเหมือนพี่กรณ์เลยค่ะ พี่กรณ์ก็ไม่เคยต่อว่าอะไรแก้วเลย เวลาแก้วทำอะไรพลาด”
“เธอเห็นเฮียเป็นเพียงพี่ชายแค่นั้นเองเหรอ”
“เอ่อ... ไม่ใช่แค่พี่ชายนะคะ แต่ยังเป็นผู้มีพระคุณอีกด้วย” คำตอบของเธอทำให้ฟ้าครามนิ่งอึ้งไป ความรู้สึกที่เขามีให้เธอมันมากมายนัก แต่เธอคิดกับเขาเพียงแค่พี่ชายเท่านั้น
“เดี๋ยวสั่งอาหารมากินก็แล้วกัน” เขาเอ่ยกับเธอเสียงนุ่ม พยายาไม่คิดเรื่องความรู้สึกของตัวเองให้มาก เธอยังเด็กและเขาก็ควรหักห้ามใจ
ร่างสูงเอ่ยจบก็เดินขึ้นห้องนอนของตัวเองไป แก้วใสมองตามไปด้วยความรู้สึกผิด ก่อนจะรีบจัดการกับกระทะที่ไหม้
ก๊อก ก๊อก ก๊อก... ฟ้าครามที่ออกมาจากห้องน้ำเดินมาเปิดประตู เมื่อได้ยินเสียงเคาะอยู่หน้าห้อง
“มีอะไรครับ” เขาเอ่ยถามคนที่ยืนอยู่หน้าประตู แก้วใสกะพริบตาปริบ ๆ พลันหน้าแดงเมื่อเห็นเขาอยู่ในเสื้อคลุมเพียงตัวเดียว มือหนาอีกข้างกำลังเช็ดผมที่เปียกหมาด ๆ อยู่ ร่างกายที่โผล่พ้นเสื้อคลุมมีหยดน้ำเกาะพราวไปทั่ว
“เอ่อ... ขอโทษด้วยค่ะ แก้วแค่จะมาถามเฮียว่า เฮียจะให้แก้วสั่งอาหารร้านไหนคะ” แก้วใสหันหลังให้เขา ก่อนจะเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเพราะเขินอาย
เขากลับมาถึงบ้านแต่เธอยังทำอาหารไม่เสร็จ และคงทำไม่ทันแล้ว ดังนั้นการแก้ปัญหาคือต้องสั่งอาหารเท่านั้น
เขามีร้านอาหารประจำอยู่ไม่กี่ร้าน ซึ่งเป็นร้านที่อาหารอร่อยมากๆ เธอเองก็ได้เคยลิ้มลองมาแล้ว
ความจริงฟ้าครามไม่ใช่คนเรื่องมาก ขอแค่อาหารอร่อยแล้วก็สะอาดเป็นพอ ดังนั้นเธอทำอะไรให้เขากิน เขาก็กินอย่างไม่เกี่ยงงอน
“อยากกินอะไรล่ะ” เขาเอ่ยถามคนที่ยืนหันหลังให้ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล คล้ายกับจะปรึกษาหารือไปในตัว สั่งอาหารมากินเขาชอบเธอก็ต้องชอบด้วย เพราะสั่งมากินด้วยกัน
“แล้วแต่เฮียเลยค่ะ”
“เห็นเมื่อกี้ทำอาหารทะเล งั้นสั่งอาหารทะเลมากินก็แล้วกัน” เขาสังเกตอาหารที่เพิ่งไหม้ไปจึงเอ่ยขึ้น คิดว่าเธอคงอยากกินด้วย เขากับเธอโชคดีที่ไม่แพ้อาหารทะเล จึงกินด้วยกันได้
“ค่ะ งั้นแก้วสั่งเลยนะคะ”
“เอาสิ”
“แก้วขอตัวก่อนนะคะ” พูดจบก็รีบเดินจากมา เรือนร่างแข็งแกร่งของเขาทำให้เธอใจสั่น เธอได้เห็นอกกว้างและซิกซ์แพ็กเป็นลอนสวยแล้วจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
อาจเพราะเคยคิดเกินเลยกับเขามาก่อน จึงทำให้เธอหวั่นไหวเช่นนี้
แก้วใสพยายามเรียกสติของตัวเองคืนมา เตือนตัวเองว่าเขาคือผู้มีพระคุณ และเป็นเพื่อนพี่ชายเท่านั้น อย่าไปคิดอะไรมากไปกว่านั้น
คนแบบฟ้าครามมีผู้หญิงเข้าหามากมาย ผู้หญิงที่ดีสมฐานะ มีการศึกษา และชาติตระกูลที่ดีเท่านั้น ถึงจะเหมาะสมคู่ควรกับเขา เธอเป็นแค่เด็กกะโปโลที่ไม่มีอะไรเลย ไม่เหมาะกับคนเพียงพร้อมอย่างเขาเลยสักนิด
สั่งอาหารเพียงไม่นาน อาหารก็ถูกส่งมาถึงบ้าน เธอรีบจัดอาหารใส่จานเพื่อจัดโต๊ะรอคนที่กำลังจะลงมาจากบนห้อง
“น่ากินเชียว”
“อุ๊ย!” แก้วใสอุทานเมื่อฟ้าครามมายืนอยู่ทางด้านหลัง เขาใช้มือเท้าไปกับโต๊ะที่เธอยืนอยู่ ทำให้เธอตกอยู่ในอ้อมแขนของเขาแบบไม่ได้ตั้งตัว ใบหน้าของเขาชะโงกเข้ามาดูอาหารในจานที่เธอกำลังจัดอยู่ คล้ายกับว่าใบหน้าของเขาแนบชิดกับใบหน้าของเธอ
เธอรับรู้ได้ถึงกลิ่นกายหอมกรุ่น ร่างกายแสนอบอุ่น และลมหายใจร้อนเร่าที่เป่ารดอยู่ข้างแก้มเนียน
“มีกุ้งอบวุ้นเส้นของโปรดด้วยนี่ครับ”
“ค่ะ อุ๊ย!” เธอหันไปตอบแต่เหมือนหันแก้มไปชนกับปากของเขา กลายเป็นให้เขาจุ๊บแก้มเนียนแบบไม่ได้ตั้งใจ
“สะ... เสร็จแล้วค่ะ เฮียหิวหรือยังคะ” แก้วใสเอ่ยเสียงสั่น เบี่ยงหน้าหนีเล็กน้อย แต่ยังตกอยู่ในอ้อมแขนของเขา
ท่าทีของเธออยู่ในสายตาของเขาตลอดเวลา เขายังไม่ยอมปล่อยเธอออกจากอ้อมแขน แต่กลับตอบเสียงนุ่มทุ้มตรงหูแทน
“หิวแล้วครับ” ประโยคของเขาทำให้เธอท้องไส้ปั่นป่วนโดยไม่ทราบสาเหตุ
“จัดโต๊ะอาหารเสร็จพอดีเลยค่ะ” เธอรีบบอกอย่างกระตือรือร้นพร้อมทั้งผ่อนลมหายใจออกมา เมื่อเขาถอยห่างออกไป ทำให้เธอหลุดออกจากอ้อมแขนของเขา
แก้วใสเหลือบมองร่างสูงที่ทรุดตัวนั่งลงใกล้ ๆ ไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ดูดีไปเสียหมด อาจเพราะเธอมีใจให้เขานั่นเอง
“อยู่บ้านคนเดียวเหงาไหม” เขาเอ่ยถามอย่างใส่ใจ
“ไม่ค่ะ” เธอส่ายหน้าไปมา แม้ในทุกวันจะคิดถึงเขา แต่จะบอกว่าเหงาไม่ได้ เธอไม่อยากให้เขาเป็นห่วงหรือเป็นภาระทางใจให้เขาต้องกังวลเวลาต้องไปทำงานที่อื่น
“อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก แก้วย้ายมาอยู่กับเฮียแล้ว ถ้าอยากไปเที่ยวที่ไหนก็บอกได้นะ”
“เฮียว่างเหรอคะ” เธอเอ่ยถามอย่างเกรงใจ เพราะว่าเขาดูงานยุ่งตลอดเวลา จะรบเร้าให้เขาพาไปเที่ยวก็กระไรอยู่ ถ้าพี่ชายอยู่ก็ว่าไป ปิดเทอมเช่นนี้พี่ชายจะพาเธอไปเที่ยวโน่นเที่ยวนี่เพื่อเปิดหูเปิดตา
“ถ้าอยากไปก็หาเวลาได้นะ” ธุรกิจของเขาอยู่ตัวแล้ว แต่ก็ยังต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
เขามีแค่บิดา ส่วนมารดานั้นตายจากไปตั้งแต่เขายังเล็ก ชีวิตของเขาจึงขาดแม่แต่เด็ก แต่บิดาก็ไม่ยอมแต่งงานใหม่ เพราะไม่อยากให้เขามีปัญหาแม่เลี้ยงลูกเลี้ยง หรืออีกนัยหนึ่งก็คือท่านรักมารดาของเขามาก จนไม่สามารถให้ผู้หญิงคนอื่นมาแทนที่ได้
“ขอบคุณเฮียมากนะคะ” เธอยิ้มให้เขา แต่เมื่อเขายิ้มตอบกลับมา ก็ทำให้เธอใจสั่นสะท้าน
“เอ่อ... อาหารร้านนี้อร่อยนะคะ” เธอรีบพูดเรื่องอื่น เพราะรู้สึกขัดเขิน
“อร่อย แต่แก้วทำอร่อยกว่า” เธอถือว่าเป็นคำชม ทำเอาหัวใจเบิกบานอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าเขาจะชอบอะไรที่เธอทำ แม้เพียงน้อยนิด เธอก็หัวใจฟูฟ่องทุกครั้งที่เขาเอ่ยชม
การทำให้เขาพึงพอใจคือความฝันสูงสุดในชีวิต ณ เวลานี้
“เฮียทำอะไรอยู่คะ” หลังมื้ออาหารเธอก็เห็นว่าเขานั่งดูกราฟอะไรสักอย่างอยู่
“ดูหุ้นน่ะ”
“เฮียเล่นหุ้นด้วยเหรอคะ”
“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ”
“เคยได้ยินว่าคนเล่นหุ้นเจ๊ง พอหมดตัวแล้วก็คิดสั้นน่ะค่ะ”
“อันนั้นเรียกเทรดหุ้นครับ เฮียไม่ได้เทรด แค่เก็บหุ้นตัวดี ๆ ในตลาดเอาไว้ เพื่อรับผลตอบแทนในระยะยาวครับ”
“มันต่างกันยังไงเหรอคะ”
“ต่างกันครับ การเทรดคือต้องนั่งดูราคา ซื้อตอนถูกขายตอนแพง ซึ่งต้องมีความรู้พอสมควร จะซื้อมั่ว ๆ ขาย มั่ว ๆ ไม่ได้ แต่ถ้าออมหุ้นหรือซื้อหุ้นตัวดี ๆ เอาไว้ในราคาถูก และเก็บไว้นาน ๆ ไม่ต้องนั่งดูกราฟหรือซื้อ ๆ ขาย ๆ ทั้งวันครับ เดือนนึงเข้ามาดูบ้างไม่ใช่ทิ้งไปเลย แต่ไม่ต้องซื้อขายบ่อย ๆ ให้ต้องปวดหัว”
“ดีจังเลยค่ะ แบบนั้นก็ได้กำไรสิคะ”
“ใช่ครับ แต่ต้องใช้เวลาในการถือหุ้นตัวนั้นนะครับ”
“แก้วเล่นไม่เป็นเลยค่ะ”
“ไม่ยากครับ นึกถึงทรัพย์สินดี ๆ แล้วเราก็ซื้อหุ้นตัวนั้นเอาไว้ครับ เข้าไปดูว่าเขาทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร ซื้อตอนราคาถูกครับ เราจะได้ของดีราคาถูก แก้วนึกภาพออกไหม” เขาตบที่นั่งใกล้ ๆ ให้เธอมานั่งด้วยกัน เธอก็เดินเข้าไปนั่งใกล้ๆ กับเขา กลิ่นกายและเรือนร่างอบอุ่นทำเอาเธอหัวใจเต้นระทึก พยายามตั้งสติฟังในสิ่งที่เขาอธิบาย มากกว่าคิดฟุ้งซ่านไปเรื่องอื่น
“เหมือนตอนที่เราลงหุ้นที่สหกรณ์โรงเรียนแล้วได้ปันผลน่ะเหรอคะ” เธอเอ่ยถาม เพราะนึกภาพตามที่เขาอธิบาย
“ใช่ครับ หุ้นมีสองอย่าง ปันผลกับไม่ปันผลครับ”
“แล้วมันแตกต่างกันยังไงคะ”
“หุ้นปันผลเราก็จะได้กระแสเงินสดระหว่างทางครับ แต่ถ้าไม่ปันผล ส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นเติบโต รอขายทำกำไรระยะยาวครับ”
“ดีจังค่ะ”
“อยากซื้อไหม” เขาเลิกคิ้วพลางเอ่ยถามอย่างเอ็นดู
“แก้วไม่มีเงินหรอกค่ะ”
“มันไม่ได้แพงอะไรครับ ถ้าตัวไหนดีแต่เราอยากได้ซื้อพวกเศษหุ้นก็ได้ ออมแบบ DCA ไปเรื่อย ๆ” เขาพยายามให้เธอหัดเริ่มลงทุนน้อยๆ ก่อน พอเก่งขึ้นค่อยพัฒนาการลงทุนไปเรื่อย ๆ ทุกอย่างต้องลองผิดลองถูก ดังนั้นประสบการณ์สำคัญมากๆ เพราะถ้าเกิดข้อผิดพลาดขึ้น เราจะได้นำมาพัฒนาตัวเองต่อไปในอนาคต เขาไม่เคยมองว่าความผิดพลาดคือความล้มเหลว แต่มองว่ามันคือโอกาสที่จะทำให้เราพัฒนาไปมากกว่าเดิม
“แสดงว่าแก้วก็ซื้อได้เหรอคะ”
“ซื้อได้ครับ ทุกคนสามารถซื้อหุ้นตัวไหนที่ชอบได้หมด เราก็จะได้เป็นเจ้าของกิจการนั้น ๆ ด้วย”
“แล้วเราจะซื้อหุ้นตัวไหนดีคะ”
“ง่ายมากครับ” ฟ้าครามเอ่ยแล้วโอบร่างน้อยให้มาดูหน้าจอ สัมผัสของเขาทำให้เธออมยิ้ม อบอุ่น อ่อนโยน ทำไมเขาถึงได้น่ารักแบบนี้นะ
“หุ้นที่เราควรซื้อคือหุ้นที่เราเห็นและใช้ในชีวิตประจำวันครับ ลองตอบเฮียมาสิ ว่าในชีวิตประจำวันตั้งแต่ตื่นนอนเราใช้อะไรบ้าง เห็นอะไรบ้าง”
“ตื่นมาก็ล้างหน้าแปรงฟัน อาบน้ำสระผมค่ะ”
“ก็ซื้อหุ้นสินค้าพวกนั้นเลยครับ”
“มันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
“สินค้าพวกนี้เราต้องใช้กันทุกคน คนอื่นก็ต้องใช้ และต้องใช้ไปตลอดชีวิต ดังนั้นเป็นหุ้นที่น่าซื้อเก็บครับ”
“จริงด้วยค่ะ อาบน้ำเสร็จก็อาจจะหยิบโทรศัพท์มาเล่น หรือใช้คอมพิวเตอร์ค่ะ”