เซนนิก้าทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาหนังราคาแพง เอนหลังพิงผนักโซฟา เงยหน้าขึ้นหลับตาด้วยความเหนื่อยจากการทำงานทั้งคืนที่ผ่านมา ในคราแรกชายหนุ่มตั้งใจจะเป็นคนอาสาพาสาวๆ กลับ แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวเท้า ร่างสูงของคนคุ้นตาก็ปรากฎขึ้นจนต้องยืนมองอยู่เช่นนั้น กระทั่งทุกคนเดินออกจากไนต์คลับไป
เขาหงุดหงิดไม่พอใจ
ใช่ ในตอนนั้นเขาหลงเข้าใจผิดคิดว่าเซนนิก้ากำลังคบอยู่กับเชอเอม ด้วยความหงุดหงิด เขาจึงเลือกที่จะขึ้นไปชั้นบนสุดของคลับซึ่งเป็นห้องทำงาน นั่งขังตัวเองดูเอกสารเก่าๆ จนถึงล่าสุดภายในคืนเดียว
ฟ้าสว่างเซนนิก้าถึงยอมปล่อยตัวเองออกมาจากห้องทำงานเดินทางกลับคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองสุดหรูมาพักผ่อน แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาเจอหญิงสาวรีบเปิดประตูห้องเดินสวนเขาไปอย่างไม่คิดมอง ทว่าเป็นเขาที่ทันมองและได้สังเกตเห็นถึงความตกใจบางอย่าง บางอย่างที่เขาเองก็ตกใจเมื่อเห็นเซนโซก้าเดินออกตามมา
แต่เขาเป็นพวกไม่ชอบค้างคาถึงได้ถามออกไปตรงๆ
และคำตอบของเซนโซก้าก็สร้างความพอใจให้กับเขาเป็นอย่างดี แม้ในตอนท้ายอีกฝ่ายจะยั่วโมโหเขาก็ตาม รู้ทั้งรู้ว่าไม่ควรพูด
แรงสั่นจากสมาร์ตโฟนที่อยู่ในกระเป๋ากางเกง ดึงให้เซนนิก้าตื่นจากภวังค์ยกมือขึ้นมาล้วงหยิบสมาร์ตโฟนราคาเกินครึ่งแสนขึ้นมาดูรายชื่อของบุคคลที่ต่อสายทางไกลมาหาเขา สายตาคมมองชื่อที่ปรากฏอยู่บนจอ ฉายแวววูบไหวอยู่ครู่แล้วจึงกดรับสาย กรอกเสียงลงไปราบเรียบ
“มีอะไร”
“อายังโกรธวิไม่หายอีกเหรอคะ เขา…”
วิเวียนถามเสียงอ่อยด้วยความเสียใจอยู่น้อยๆ ที่ผู้เป็นอายังคงโกรธไม่ยอมพูดด้วยดีๆ ตั้งแต่รู้เรื่องระหว่างเธอกับเซนโซก้าเมื่อครึ่งเดือนก่อน
ในตอนแรก เธอไม่ได้คบหากับเซนโซก้าด้วยเพราะเป็นเพื่อนกันมานาน แต่ครั้งเมื่อได้เจ็บปวดกับความรักแล้วได้เขาเป็นคนที่คอยอยู่ข้างๆ เสมอ ถึงทำให้รู้ว่าคนที่เธอควรยกหัวใจให้ควรเป็นคนคนนี้ที่ไม่ว่าจะตอนไหนของชีวิตเธอ ก็พบว่าเขาอยู่ข้างๆ เสมอ
จะให้เธอทิ้งคนดีๆ แบบนี้ได้ยังไง
“เรื่องเธอกับเขา อาจะไม่ยุ่ง…แล้วมีอะไร”
เซนนิก้าบอกปัดเพื่อไม่อยากเอาเรื่องของหลานสาวมาให้ปวดหัว ไม่ใช่เขาไม่เห็นด้วย แต่แค่ไม่อยากยุ่งเรื่องความรักของใครทั้งนั้น แต่ที่เขามึนตึงใส่คนทั้งสองก็เพราะไม่ยอมบอกอะไรก่อนจนเกิดเรื่องให้เขาต้องมารับมือกับพี่สะใภ้ที่ไม่ใคร่ชอบมากหนัก
ถึงจะไม่ชอบแม่ของวิเวียน แต่หลานสาวของเขาก็ได้นิสัยของพี่ชายมาเต็มๆ ถึงได้เอ็นดูและรักหลานคนนี้
“วิอยากจะมาบอกข่าวดีกับอาก่อนเป็นคนแรก เขายังไม่รู้เลยนะคะ เนี่ย อาสำคัญกว่าเขาอีก” วิเวียนเย้าด้วยรอยยิ้มหวานที่ผู้เป็นอาไม่มีทางได้เห็น
“อะไร” ถามเสียงเรียบกลับ
“อาเซน น้ำเสียงให้มันดีหน่อยสิคะ” เธออ้อนด้วยความตื่นเต้นที่จะได้บอกข่าวดี
“ถ้าไม่พูดอาจะวาง” เขาพูดเสียงห้วนผสมกับความเหนื่อยที่อยากพักเต็มแก่
“อาเซน…อาได้หลานชายนะคะ” วิเวียนเรียกผู้เป็นอาอยากออดอ้อนแล้วจึงพูดออกไปในที่สุดด้วยความดีใจ
“ดีใจด้วย” เขาตอบเสียงเรียบอย่างไม่ได้บอกถึงความดีใจไปกับหลานสาวก่อนจะกดวางเสียงทันที
ชายหนุ่มวางสมาร์ตโฟนข้างทันทีหลังกดวางสายแล้วเข้าแอพพลิเคชันสีเขียว จรดปลายนิ้วอยู่สองสามที หลังเขาวางมันลงได้เพียงครู่ สายเรียกเข้าจากคนเดิมก็ส่งแรงสั่นขึ้นมาอีกครั้ง และเขาเองก็กดรับเช่นเดิมอย่างเลี่ยงไม่ได้
เพราะเขาไม่เคยใจแข็งที่จะเมินเฉยต่อสายหลานสาวคนนี้ได้เลย
“อาเซน นี่มันอะไรคะ” วิเวียนถามทั้งที่รู้อยู่เต็มอก
เพราะกำลังดีใจที่บัดนี้ผู้เป็นอาหายโกรธแล้ว หากยังไม่หายโกรธก็คงไม่ทำอย่างที่ปากพูดไว้ในครานั้นที่รู้เรื่องที่ตนคบหากับเซนนิก้าไม่พอ ยังตั้งครรภ์ได้สิบสัปดาห์แล้ว เขาโกรธจนเงียบไป เวลาโกรธวิเวียนรู้ดีว่าเซนนิก้าน่ากลัวแค่ไหน แต่เพราะเธอคือหลานที่เขาเอ็นดูมากที่สุดจึงเอื้อนเอ่ยบอกไปว่า
หากได้ลูกผู้ชาย เธอจะยอมให้เขาเป็นพ่อทูนหัว หากเป็นผู้หญิงเธอจะให้เขาเป็นผู้ปกครอง ทันทีที่ลูกอ้อนของเธอถูกส่งให้กับเขา เจ้าตัวก็ออกปากพูดว่าจะให้เงินห้าล้านยูโรเป็นของขวัญรับขวัญหลานหากเป็นผู้ชาย
เธอไม่คิดว่าเขาจะพูดแล้วทำจริง
“หลานทั้งคน” เขาตอบรับสั้นๆ อย่างไม่ยี่หระ
“ขอบคุณนะคะอาเซน เออ อาเซนคะ เซนส่งข้อความมาบอกว่าอากำลังสนใจน้องเอม เพื่อนหนูนิด จริงหรือเปล่าคะ” วิเวียนอึกอักที่จะถาม แต่แล้วท้ายที่สุดก็ถามออกไป
“แค่นี้นะ” สิ้นคำพูดปลายนิ้วหยาบกร้านก็กดวางสายไปทันทีอย่างตัดบท
ทว่า คนที่ถูกตัดบทเอาแต่มองสมาร์ตโฟนที่หน้าจอดับลงด้วยความกังวลเล็กน้อย เธอรู้ว่าผู้เป็นอาเคยเจอกับความรักที่ขมขื่น เจ็บแค่ไหนเธอรับรู้ และไม่ติดขัดอะไรหากเขาจะมีความรักอีกครั้ง
เห็นที ครานี้เธอคงต้องซื้อตั๋วบินไปหาผู้เป็นอาเสียแล้ว
ถึงเวลาเสียทีที่อาของเธอจะได้มีความรักอีกครั้ง หลุดพ้นจากอดีตเสียที ใช่ว่าจะไม่รู้ที่เซนนิก้าเลือกที่จะอยู่ประเทศไทยมากกว่าเพราะอะไร หากไม่ใช่กำลังหนีอดีตมากมายที่นี่ กับผู้หญิงที่เห็นแก่เงินคนนั้น อาของเธอออกจะจริงใจป่านนั้น
..........
to be continued...
เสียงเพลงดังกระหึ่มไปทั่วทั้งไนต์คลับเมื่อเวลาล่วงเลยเข้าสู่กลางดึก ช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังกรึ่มๆ ได้ที่ เลือดลมสูบฉีดให้อารมณ์เริ่มสนุกสุดเหวี่ยง ทว่าต่างจากเชอเอมที่นั่งมองนักท่องราตรีวาดลวดลายเต้นปล่อยอารมณ์ไปกับเสียงเพลง หญิงสาวนั่งยกแก้ววิสกี้ขึ้นดื่มครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่สบอารมณ์
อากัปกิริยาของสาวเจ้าที่นั่งหน้าบึ้งตึง มือเรียวถือแก้ววิสกี้ดื่มไปแล้วสี่แก้วจนเจ้าของนัยน์ตาสีอำพันที่ยืนมองเริ่มอยู่ไม่สุข สายตาคมยังคงจับจ้องไปที่สาวเจ้าไม่ยอมขยับเท้าที่ยืนนิ่งติดพื้นเสียที หัวคิ้วขมวดเข้าหากันยุ่งจนธีรเดชต้องมองตามสายตาเจ้านายหนุ่มพ่วงด้วยตำแหน่งรุ่นพี่ จึงพบกับเชอเอมที่นั่งดื่มอยู่โชนวีไอพีด้านล่าง
“อยากลงไปหาก็ลงไปสิครับ เธอโสด”
ธีรเดชคิดว่าเซนนิก้าลังเลที่จะเข้าไปทำความรู้จักกับหญิงสาว เพราะคิดว่าสาวเจ้ามีแฟนกระมัง ถึงได้ยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่แบบนี้
เซนนิก้าทำเพียงปลายตามองธีรเดชอย่างไม่ค่อยใส่ใจมากนัก แล้วหมุนตัวเดินมายั่งโต๊ะกระจกเตี้ยหน้าโซฟา วางแก้วเครื่องดื่มในมือ ก้าวเดินออกจากห้องไปทันที ไม่ใช่เป็นเพราะคำพูดของเลขาหนุ่มที่รู้จักเขาดีพอไม่ต่างจากเซนโซก้า แต่เป็นเพราะสายตาคมที่จับจ้องเธอตั้งแต่เข้ามาจนถึงตอนนี้เห็นเจ้าตัวลุกขึ้นเดินเซเล็กน้อยไปทางห้องน้ำ
ไม่เข้าใจตัวเอง
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกเป็นห่วงสาวเจ้าเมื่อรู้ว่าเธอเริ่มเมาได้ที่ ตั้งแต่วันนั้นเขาไม่ได้เจอเธออีกเลย กระทั่งวันนี้ที่ได้เจออีกครั้ง
มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ความรู้สึกที่ไม่เคยเป็นมาก่อนแม้กับอดีตคนรักเพียงคนเดียวที่เขาเคยคบหาด้วยอย่างจริงจัง ก็ไม่เคยทำให้หัวใจด้านชาดวงนี้เต้นแรงแข่งกับจังหวะเพลงที่เมามันส์ได้ขนาดนี้มาก่อน ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน ทั้งสมองทั้งหัวใจถึงได้เฝ้าคิดถึงอยู่แบบนี้
ในหัวเอาแต่คิดถึงเธอจนหยุดไม่ได้!
ในวันงานแต่งงานของขนิษฐา เขาถูกเชิญไปร่วมงานแต่เหมือนฟ้ากลั่นแกล้งทำให้เขาต้องขึ้นเครื่องไปภูเก็ตเพื่อจัดการปัญหาเล็กน้อยแต่อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ในอนาคต เมื่อรีสอร์ตที่เขากำลังเริ่มทำนอกเหนือจากกิจการสถานบังเทิงกลางคืนยังเริ่มก่อส้รางไม่ได้ ทั้งที่โครงการผ่านมาแล้วสองอาทิตย์
ตลอดสองสามเดือนที่ผ่านมานี้เกิดเรื่องมากมายจนเขาทั้งหงุดหงิดทั้งปวดหัวจนเหนื่อย วันนี้ก็เช่นกันที่เขากำลังหงุดหงิดขึ้นมาฉับพลัน ที่เห็นเชอเอมกำลังถูกลูกค้าไนต์คลับพยายามลวนลาม หากเข้ามาช้ากว่านี้ก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น
“ทำอะไร มือก็หยาบกร้านยังจะมาจับอีก ปล่อย!”
เชอเอมกระแทกเสียงด้วยความไม่พอใจพลางปัดมือที่หยาบกร้านออกไปจากแผ่นหลังและแขน หญิงสาวรู้สึกมึนเมาเล็กน้อยแต่ก็ยังพอมีสติผลักไสคนแปลกหน้าที่พยายามเข้ามาตีสนิทและเริ่มลวนลาม
เท้าที่กำลังก้าวเดินตรงไปหาหญิงสาวและผู้ชายอีกคนหยุดชะงัก พลันรอยยิ้มมุมปากก็ยกขึ้นอย่างชอบใจที่ได้เห็นสีหน้าเหวี่ยงวีนของสาวเจ้ามองคนแปลกหน้าด้วยสายตาไม่เป็นมิตร มือไม้ปัดป้องตัวเอง ทั้งผลักทั้งออกแรงดันจนอีกฝ่ายผละถอยหลังเสียหลักแรงก็แล้ว แต่ก็ยังไม่ลดละความพยายามที่จะพาเธอกลับออกไปด้วย
“อย่าดื้อน่า ไปกับฉัน รับรองเธอมีความสุขกว่ามานั่งดื่มคน โอ๊ย! ใครวะ!”
ชายแปลกหน้าที่พยายามพาเชอเอมออกจากไนต์คลับไปด้วยกันร้องเสียงหลง เมื่อข้อมือถูกคว้าให้หลุดพ้นจากแผ่นหลังขาวเนียนแล้วถูกแรงบิดไปดันหลังจากชายหนุ่มอีกคนที่ทำให้เชอเอมและเซนนิก้าชะงักมองไปที่คนร่างสูงบุคคลที่สามเป็นจุดเดียว
ซิกก้า...
เซนนิก้าพึมพำชื่อบุคคลที่สามภายในใจแล้วมองหน้าอีกฝ่ายที่มีเค้าโครงหน้าไม่ผิดเพี้ยนไปจากเขาแม้แต่นิด ยกเว้นก็แต่ดวงตาที่หวานเกินกว่าจะเป็นดวงตาผู้ชาย มีเพียงดวงตาที่แตกต่างจากเขา สีนัยน์ตาที่อ่อนกว่ามาก
ทำให้ซิกก้าเป็นผู้ชายที่หน้าสวยเหมือนผู้หญิง
ส่วนเขานะหรือ ดวงตาคมดุราวกับหมาป่า มองยังไงก็คือผู้ชาย
ทว่า ชายหนุ่มจะไม่แปลกใจมากกว่านี้หากเชอเอมไม่ได้พูดชื่อน้องชายที่อายุห่างกับเขาถึงสิบปีออกมาด้วยน้ำเสียงดีใจ แล้วก้าวไปหลบอยู่ด้านหลัง
ซิกก้าเป็นลูกหลงที่มีหน้าตาไม่แตกต่างจากเขานอกจากดวงตาและสีของนัยน์ตา ซึ่งเป็นจุดเดียวเท่านั้นที่ใช้แยกพวกเขา
“ซิกก้า!”
..........
to be continued..