ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีมานี้สองนายบ่าวมาอาศัยที่จวนซือ ความเป็นอยู่นั้นแย่มาก
อวี้เหมยหรูคิดว่าหากเป็นอวี้เหมยหรูคนเดิม ก็อาจจะแย่ แต่นางไม่ใช่ คนอย่างนางหากใครคิดรังแก นางจะสนองคืน อวี้เหมยหรูนางคือแพทย์สาวยุคสองพันปี มีความมั่นใจในตัวเองสูง และไม่ได้อ่อนเหมือนอวี้เหมยหรูในนิยาย
"เสี่ยวหลีชงชาให้ข้าเถอะ" เสี่ยวหลีมองเจ้านาย สีหน้าท่าท่างเปลี่ยนไป แต่เปลี่ยนไปในทางที่ดี ปกติแววตาคุณหนูจะอ่อนแอ แต่ตอนนี้ไม่มีเเล้ว มีแต่เเววตาทรงพลังอย่างเต็มเปี่ยม
"ไปสิ" อวี้เหมยหรูบอกสาวใช้รอบที่สอง สาวใช้รีบสาวเท้าไปทันที
ในเมื่อนางหาทางออกจากนิยายเล่มนี้ไม่ได้ ก็ต้องหาทางเอาตัวรอดให้ได้นางไม่คิดว่ามารดาพระรองจะร้ายรังเกียจแม้กระทั่งหลานตัวเอง ในนิยายไม่ได้บอกสาเหตุว่าทำไมซือ
ฮูหยินถึงได้รังเกียจอวี้เหมยหรู หรือว่านางยังอ่านไม่ถึงตอนนั้น แต่ช่างเถอะ อย่างน้อยในนิยายเรื่องนี้ นางก็พอจะรู้คร่าว ๆ ว่า องค์ชายสามจีเสวียนจะต้องเป็นครองบัลลังก์ ต่อจากองค์รัชทายาทเพราะองค์รัชทายาทจะเสียชีวิต มิน่าเล่าม่อหลันถึงได้อยากแต่งกับองค์ชายสาม นางต้องกลายเป็นมารดาแผ่นดินเเน่ ๆ
ช่างน่าสงสารพระรองเสียจริง นางอยากจะเห็นหน้าพระรองเสียเเล้ว จะหล่อเหมือนในนิยายหรือไม่
"คุณหนูอวี้เหมยหรู" เสียงตะโกนหน้าเรือนดังขึ้น
"เข้ามา" นางตะโกนออกไป
ไม่นานนักสาวใช้เรือนใหญ่ย่างกรายเข้ามา ในใจอวี้เหมยหรูคิดว่าต้องมีเรื่องอะไรเเน่ ๆ เลย
"เรียนคุณหนูอวี้ ฮูหยินผู้เฒ่าซือเชิญท่านไปร่วมงานเลี้ยงต้อนรับคุณชายใหญ่ซือเหยียนตอนเย็นเจ้าค่ะ"
อะไรนะซือเหยียนพระรองผู้อกหักกำลังจะกลับมาอย่างนั้นรึ อวี้เหมยหรูกำลังจะถามสาวใช้นางนั้น พบว่าสาวใช้ได้เดินออกไปไกลเเล้ว
ในที่สุดนางก็จะได้เจอพระรองเสียที สามเดือนก่อนเขาอกหักจากม่อหลันจากที่อยู่เมืองหลวง จึงย้ายไปประจำการที่ชายแดนใต้ คาดไม่ถึงว่าเขาจะกลับมาเเล้ว ไม่รู้ว่าฝ่าบาทเรียกตัวเขากลับมาทำไม แต่ต้องมีเรื่องแน่
ในค่ำคืนนั้นเรือนรองเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะที่มีความสุข ซือฮูหยินมองหน้าบุตรชายที่เป็นรักอย่างซือเหยียนกลับมาที่จวนอย่างปลอดภัยหลังไปประจำการที่ชายแดนสามเดือน ราวกับว่ามันเป็นยาวนานนับสามสิบปี นับแต่อดีตท่านแม่ทัพซือจิ้งเสียชีวิตในสนามรบ ซือฮูหยินก็มิอยากให้บุตรชายคนโตรับราชการเป็นแม่ทัพ แต่ฮูหยินผู้เฒ่าซือไม่ยอม ตระกูลซือรับราชการทหารตั้งแต่บรรพบุรุษ จะมิให้บุตรรับราชการได้อย่างไร
"ท่านแม่ ข้ากลับมาเเล้ว ท่านอย่าร้องไห้เลย" ซือเหยียนรักมารดามากมิอาจเห็นน้ำตามารดาได้
"อือ แม่รู้ เหยียนเอ๋อร์ เจ้าถึงวัยออกเรือนเเล้วนะ มีคุณหนูบ้านไหนที่เจ้าสนใจหรือไม่" คนเป็นมารดาถามบุตรชาย
ใบหน้าชายหนุ่มพลันเปลี่ยนสีขึ้นมา ทำให้บรรยากาศภายในห้องโถงพลันอึมครึม ฮูหยินผู้เฒ่าซือมองลูกสะใภ้ด้วยความตำหนิ
ผู้ใดบ้างจะไม่รู้ว่าในเมืองหลวงเมื่อสามเดือนก่อนเกิดอะไรขึ้น คุณหนูม่อหลันมีสัญญาหมั้นหมายกับสกุลซือ แต่ดันไปแต่งเป็นชายาองค์ชายสาม ทำให้ซือเหยียนเจ็บปวดใจแทบตาย
"เจ้าไม่ต้องรีบหาให้เหยียนเอ๋อร์หรอกนะ คนที่เจ้าควรใส่ใจคือ อวี้เหมยหรูต่างหาก นางอายุสิบห้าปีเเล้ว ควรหาคู่ครองให้นางได้เเล้ว"
เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าซือเอ่ยขึ้นทุกสายตาต่างมองมาที่อวี้เหมยหรู สตรีในชุดสีชมพูเรียบง่าย ใบหน้าขาวเนียนงดงาม แต่ทว่าปากอ้ากว้างยิ่งนัก
นางกำลังกินน่องไก่อยู่ นางหิวมาทั้งวัน ฮูหยินผู้เฒ่าซือได้แต่ต่อว่านางในใจ ช่างไร้ความเป็นกุลสตรีสิ้นดี
อวี้เหมยหรูถูกสายตาทุกคนจ้องมองมา นางถึงกับวางน่องไก่ลงที่ชามข้าวแทบไม่ทัน
"ท่านยายว่าอันใดเจ้าคะ" น้ำเสียงใสราวกับสายธารพลันเอ่ยขึ้น
ซือเหยียนมองสตรีนางนี้อย่างถี่ถ้วน นางเคยมาอาศัยอยู่ที่จวนของเขา อย่างไม่มีฐานะ ตอนนี้ท่านย่าถือหางนางเลยอยู่ดีกินดีหน่อย
อวี้เหมยหรูพลันสบตากับดวงตาคู่งามของซือเหยียน หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะจริง ๆ พระรองหล่อมาก แต่ว่าเย็นชาไปหน่อย
"ข้าจะให้ซือฮูหยินหาคู่ครองให้เจ้า ภายภาคหน้าเจ้าจะได้สบาย" ฮูหยินผู้เฒ่าซือเอ่ยเยี่ยงนี้ นับว่าเห็นแก่หน้าน้องสาวของนางที่ล่ะโลกไปแล้ว หรือยายของอวี้เหมยหรูนั่นเอง
"ข้ายังไม่อยากแต่งเจ้าค่ะ"
นางไม่อยากแต่งจริง ๆ นางเป็นแพทย์รักษาคนในยุคสองพันมุ่งทำแต่งาน บ้าผู้ชายในซีรีย์และนิยายเป็นชีวิตจิตใจ
"อวี้เหมยหรู หรือเจ้ามีคนที่ชอบอยู่ใจที่บ้านเดิม เลยไม่อยากแต่ง"
บ้านเดิมของอวี้เหมยหรูตายในสงครามหมดเเล้ว จะมีได้อย่างไร
ซือฮูหยินมิน่าจะถามอะไรที่ปัญญาอ่อน
"เรียนฮูหยินใหญ่กับท่านยาย ข้าชอบพี่ซือเหยียน ข้าจะไม่แต่งกับคนอื่นนอกจากพี่ซือเยียนเจ้าค่ะ"
คำพูดของนางทำให้ทุกคนต่างอึ้งงัน วาจาเยี่ยงนี้ไม่ควรที่จะออกมาจากปากสตรี แต่สำหรับสาวยุคใหม่ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ
"เจ้า!!!" ซือฮูหยินเเทบจะเป็นลม
นังเด็กสารเลวกล้าแอบชอบบุตรชายของนาง นางยอมมิได้เป็นอันขาด
ซือเหยียนมองคนงามที่สารภาพว่าชอบเขา นางต้องสมองกระทบกระเทือนอย่างหนักแน่นอนที่บอกว่าชอบเขา
"อวี้เหมยหรู เจ้าชอบซือเหยียนรึ"
ฮูหยินผู้เฒ่าซือปรายตามองหลานสาวของน้องสาวที่ละโลกนี้ไปแล้ว
"เอาล่ะ ในเมื่อเจ้าชอบซือเหยียน ข้าจะไม่ขัดอันใด ให้พวกเจ้าหมั้นหมายกันก่อนดีหรือไม่"
"ท่านแม่!!!'
"ท่านย่า!!!"
ซือเหยียนกับซือฮูหยินมองฮูหยินผู้เฒ่าซือพร้อมกัน ไม่มีใครคาดคิดว่า นางจะให้หลานชายและหลานสาวหมั้นกัน คนที่ดีอกดีใจคงไม่พ้นอวี้เหมยหรู นางออกไปจากโลกแห่งนี้มิได้ ยังไงก็ต้องหาสามีเป็นที่พึ่งพิง พระรองเป็นตัวเลือกที่ดีเลยล่ะ
งานเลี้ยงกินข้าวต้อนรับซือเหยียนเป็นอันต้องจบลงแล้ว ทุกคนต่างมุ่งหน้ากลับเรือนตัวเอง
อวี้เหมยหรูมาถึงเรือนใบหน้ายิ้มระรื่น เสี่ยวหลีแปลกใจมาก ปกติคุณหนูมิเคยชอบคุณชายใหญ่ซือนี่นา เหตุใดจึงคิดอยากจะแต่งกับคุณชายใหญ่ซือเล่า
"เสี่ยวหลี เจ้าออกไปเถอะ ข้าจะนอนเเล้ว" อวี้เหมยหรูไล่สาวใช้ออกไปเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว
นางมองไปนอกหน้าต่างพบดวงดาวต่างโอบล้อมดวงจันทร์ที่กระจ่างใสไว้
ไม่น่าเชื่อว่านางจะทะลุมิติเข้ามาในโลกเเห่งนิยายจริง ๆ ในเมื่อเข้ามาเเล้วก็ใช้ชีวิตให้มีความสุขเเล้วกัน
ในเมื่อนางเอกแต่งกับองค์ชายสามไปแล้ว พระรองต้องเป็นของนาง
หญิงสาวกำลังเดินไปปิดหน้าต่าง ชั่วพริบตาเดียวร่างหนาปรากฏขึ้นตรงหน้าคนงาม
"ท่าน!!!"
"ตกใจเมื่อเจอข้าอย่างนั้นรึ เจ้าคิดว่าตนเองมีคุณสมบัติอะไรที่จะมาแต่งเป็นฮูหยินของข้า" ซือเหยียนมองดวงหน้างาม ได้ยินมาว่านางเป็นคนทำให้มารดาของเขาไม่พอใจ แบบนี้ยังจะให้เขารับนางเป็นฮูหยินเเล้วไปเป็นปรปักษ์กับมารดาอย่างนั้นรึ
ฝันไปเถอะ!!!
นี่เขาดูถูกนางมากเกินไปแล้วนะ
นางดีกรีเป็นถึงแพทย์สาวเชียวนะ อีกอย่างหน้าตาก็งดงาม ทำไมพระรองถึงตาต่ำดูถูกนางเยี่ยงนี้
"นี่ ซือเหยียน ข้าชอบท่านนะ ตั้งแต่มาอยู่ที่จวนซือแล้ว ข้ารู้ว่าท่านยังไม่อาจลืมม่อหลันได้ ท่านตัดใจจากนางเสียเถอะ"
เรื่องนางอ่านในนิยาย ว่าซือเหยียนรักม่อหลันมาก
"มันมิใช่เรื่องของเจ้า ข้าขอบอกไว้ เลยถึงเเม้ท่านย่าจะให้ข้ากับเจ้าเเต่งงานกัน เจ้าอย่าหวังว่าเรื่องนี้จะสำเร็จ ข้าไม่มีทางยอม"
ชายหนุ่มหายไปในชั่วพริบตาเดียว นี่เขาเป็นคนหรือผีกันเเน่
อวี้เหมยหรูไม่มีทางยอมเช่นกัน ยังไงนางก็ต้องแต่งให้เขาจนได้
เช้าวันต่อมาบรรยากาศช่างเเจ่มใส่ เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ พลันมีเเสงแดดอ่อน ๆ กระทบเข้ามาในเรือนของอวี้เหมยหรู
"คุณหนูอวี้เหมยหรู ฮูหยินผู้เฒ่าบอกว่า อีกไม่กี่วันจะถึงงานวันคล้ายวันเกิดของนางแล้ว ให้คุณหนูออกไปซื้อเครื่องประดับกับคุณชายใหญ่เจ้าค่ะ" สาวใช้เรือนใหญ่พูดจบเเล้วเดินจากไป
ภายในรถม้าสกุลซือ อวี้เหมยหรูนั่งฝั่งตรงข้ามชายหนุ่มอย่างซือเหยียน ใบหน้าเขานิ่งมาก ไม่เเม้จะมองนางเเม้เเต่น้อย
สมฉายาสมญานามเเม่ทัพน้ำแข็งไร้พ่ายจริง ๆ คนอะไรจะปักใจรักแต่นางเอก พ่อพระรองแสนซื่อ
"นี่ ท่านไม่คิดว่าข้าเหมาะที่จะเป็นฮูหยินท่านรึ" อวี้เหมยหรูเล่นหูเล่นตาอย่างแพรวพราวใส่เขา
ซือเหยียนไม่คิดเลยว่าสตรีที่นั่งฝังตรงข้ามเขา จะไร้ยางอาย
เมื่อปีก่อนเขาเห็นนางอยู่ในจวน ท่าทีของนางช่างสงบเสงี่ยมเจียมตัวยิ่งนัก แล้วเหตุใดถึงเปลี่ยนคนหน้าหนาเยี่ยงนี้
"เจ้าช่างไร้ยางอายเสียจริง"
นางไม่คิดเลยว่าบุรุษอย่างเขาจะกล้าต่อว่านาง ซึ่งเป็นสตรีที่อ่อนแอคนหนึ่ง ทำให้อวี้เหมยหรูหน้าบึ้งขึ้นเเล้วมองออกนอกหน้าต่าง
รถม้าจอดหน้าหอเครื่องประดับเฟิงหรู หอเครื่องประดับเฟิงหรูเป็นอัญมณีอันดับหนึ่งของเมืองหลวงมู่อัน สตรีที่ย่างกรายเข้ามาในนี้ได้ ล้วนแต่เป็นบุตรสาวของขุนนางชั้นสูง หรือไม่ก็ตำแหน่งพระสนมในวังหลวงจึงเอื้อมของที่มีราคาเเพงนี้ได้
หลงจู๊ต่างออกมาต้อนรับพวกเขาทั้งสองคน ได้ยินมาว่า แม่ทัพใหญ่อย่างซือเหยียนพาสาวงามมาที่ร้านประดับเฟิงหรู หลงจู๊ตื่นเต้นดีใจนัก และนึกยินดีที่ท่านแม่ทัพตัดใจจากคุณหนูม่อหลันได้
ข่าวท่านแม่ทัพมีใจให้คุณหนูม่อหลันโด่งดังไปทั่วเมืองหลวงมู่อัน ชาวบ้านต่างสงสารท่านแม่ทัพ กับคุณหนูม่อหลันที่ไร้วาสนาต่อกัน
ซือเหยียนเดินตามหลงจู๊ไปที่ชั้นสองหอเครื่องประดับสตรี อวี้เเหมยหรูดีใจลิงโลดที่จะได้พบเจอเครื่องประดับโบราณ
ทุกสายตามของเหล่าสตรีต่างมองท่านแม่ทัพใหญ่ มาที่หอเฟิงหรู พวกนางต่างเป็นคุณหนูที่ยังมิได้ออกเรือน หญิงสาวต่างทำหน้าเขินอาย แต่ซือเหยียนหาได้สนใจพวกนางเหล่านั้น
อวี้เหมยหรูเห็นสตรีเหล่านั้นใบหน้าเฉา เมื่อเจอใบหน้าบึ้งของซือเหยียนเข้าให้ นางถึงสงสารสตรีเหล่านั้นอยู่เหมือนกัน เจ้าก้อนน้ำแข็งไม่มีหัวใจจริง ๆเลย
"ท่านช่างเนื้อหอมเสียจริงเลย" อวี้เหมยหรูเอ่ยอย่างทะเล้น
"หุบปาก!!! เเล้วรีบเลือกเครื่องประดับ" ชายหนุ่มยืนกอดอกหันหลังให้นาง