เรื่อง...หวานใจนายเพลย์บอย
คำโปรย...ความไม่ชัดเจนของเขาในวันนั้น ทำให้เธอหลุดมือไป การทวงคืนของรักของหวงจึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง
แนะนำตัวละคร
ธันยธรณ์ (คุณธรณ์) อายุ 35 ปี
รองประธานบริษัทและเจ้าของผับหรู เขาหล่อ รวย ขี้เล่น รักจริง แต่เธอไม่เชื่อ
อลิสา (แอม) อายุ 25 ปี
ลูกสาวนักธุรกิจ เธอสวย นิสัยดี น่ารัก รักเขาได้แต่ก็รักตัวเองเป็น ไม่ยอมตกเป็นของเล่นของผู้ชายง่ายๆ
@@@@@@@@
ปล.นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแยก แต่งต่อจากเรื่อง หวานใจคุณพ่อลูกติด ค่ะ
นิยายเซ็ตนี้ มีทั้งหมด 4 เรื่องค่ะ
1.เฮียช้าง = หวานใจคุณพ่อลูกติด
2.เฮียสิงห์ = หวานใจนายสิงหราช
3.เฮียธรณ์ = หวานใจนายเพลย์บอย
4.เฮียมังกร = หวานใจเฮียมังกร
-----------
ตอนที่ 1 พบกันอีกครั้ง
@ธันยธรณ์
สวัสดีครับ ผมธันยธรณ์ หรือ เฮียธรณ์ ที่หลายๆคนรู้จัก กลางวันผมทำงานบริษัท ส่วนกลางคืนผมเฝ้าผับ ชีวิตของผมก็ไม่มีอะไรมาก
ผมแอบชอบผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง วันนั้นเมื่อหลายเดือนก่อน ผมชวนเธอไปเที่ยวในที่สุดผมก็ได้ตัวของเธอมาครอบครองได้สำเร็จ แต่ผมกลับไม่ได้หัวใจของเธอมาด้วย
เธอหายจากผมไปหลายเดือนจนกระทั่งวันนี้ครับ งานแต่งไอ้ช้างเพื่อนรักของผม เธอมาปรากฏตัวอีกครั้ง เธอสวยขึ้นมากจนผมเกือบจำเธอแทบไม่ได้
“ไอ้ธรณ์...นั่นหวานใจของมึงหรือเปล่าน่ะ” ไอ้ช้างหันมาสะกิดผม ซึ่งผมเห็นเธอเดินเข้ามาแต่ไกลแล้ว
“สวัสดีค่ะ คุณคชา คุณน้ำหวาน ยินดีด้วยนะคะ” เธอเดินเข้ามาทักทายเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวที่หน้างาน หางตาของเธอจะมองมาที่ผมสักนิดก็ไม่มี!
“ขอบคุณคุณแอมมากนะครับที่มา ว่าแต่คุณอาธีภพมาด้วยหรือเปล่าครับ” คุณอาธีภพที่ไอ้ช้างมันถามถึงก็คือคุณพ่อของเธอ
“มาค่ะ แอมมากับคุณพ่อ ท่านเจอเพื่อนอยู่ทางด้านโน้นคงแวะทักทายกันมั้งคะ” พูดคุยกันด้วยรอยยิ้มแต่กลับไม่มีผมอยู่ในสายตา
“หวานดีใจจังที่คุณแอมมา หายไปตั้งนานสวยขึ้นเยอะเลยนะคะ” ล่าสุดยัยขี้เหร่ของผม เธอเคยพูดว่าจะบินไปเกาหลีเพื่อแปลงโฉม วันนี้เธอกลับมาแล้วสวยขึ้นจริงๆครับ
“ขอบคุณค่ะ” ยืนคุยกันอยู่แค่สามคน ส่วนผมยืนหัวโด่ นี่คนนะครับไม่ใช่ธาตุอากาศ
“เชิญด้านในเลยค่ะ ตามสบายนะคะ” และแล้วเธอก็เดินผ่านผมเข้าไปด้านในงานที่จัดไว้ต้อนรับแขก
“ไอ้สัส ปากอมอะไรอยู่ ทำไมไม่พูดอะไรเลยวะ” ไอ้ช้างเจ้าบ่าวของงานหันมาด่าผม
“จะให้กูพูดอะไร หน้ากูเธอยังไม่มองเลย” ตั้งแต่วันนั้นที่ผมใช้ความเจ้าเล่ห์ได้ซิงของเธอมาครอบครอง เราก็ยังไม่ได้พูดคุยกันอีกเลย เธอหลบหน้าผมบินไปเกาหลีเลย
“ตามเธอเข้าไปสิวะ”
“ไม่ไป...”
“ถ้าวันนี้มึงไม่รีบไป วันหลังห้ามมาบ่นให้กูฟังเด็ดขาด รำคาญหู!”
“แต่...” ผมไม่รู้จะเริ่มพูดกับเธอยังไงก่อนดี
“ไม่มีแต่ รีบไป!” เออไปก็ไป หน้าผมเธอยังไม่ยอมมอง เดินเข้าไปคุยด้วยหวังว่าจะไม่โดนด่าหน้าหงายกลับมานะครับ คนยิ่งเยอะๆอยู่ด้วย
“คุณช้าง...ยุ่งเรื่องคนอื่นอีกแล้วนะคะ” น้ำหวานหันมาดุเจ้าบ่าวของเธอเมื่อเหลือกันอยู่แค่สองคนแล้ว
“คนอื่นที่ไหน ไอ้ธรณ์มันเพื่อนผม” ยังไม่รู้ตัว!
“ให้มันน้อยๆหน่อยเถอะค่ะ”
“แต่ผมว่าเธอทำแค่หน้า...” ไม่ได้ทำนม...อุ้ย! เจอสายตาเมียเข้าประโยคที่จะพูดต่อจึงถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอเฉยเลย
“คุณกำลังจะพูดอะไรฉันรู้นะ ถ้าไม่เกรงใจแขกจะเอานิ้วจิ้มตาให้บอดเลยคอยดู” แหม! เมียรู้ทันตลอดเลย
“คนสวย หยุดก่อนครับ” เมื่อก่อนอีตานี่ชอบเรียกฉันว่ายัยขี้เหร่ มาวันนี้เรียกคนสวย ชิ! อย่าฝันว่าฉันจะหลงคารมง่ายๆ
“มีธุระอะไรกับฉันเหรอคะ” หันไปยิ้มให้แบบสวยๆ เคยว่าฉันเอาไว้เยอะจะเอาคืนให้หัวหมุนเลยคอยดู!
“ผมคิดถึงคุณจังเลยที่รัก” ที่รัก! ไม่ได้เจอกันตั้งนาน เขายังเหมือนเดิม หน้าตาดีพอๆกับปากนั่นแหละ
“ตอแหล!”
“ผู้หญิงด่าแปลว่าผู้หญิงรัก!” พูดด้วยรอยยิ้ม หน้ามึนจริงๆอีตานี่
“ถอยไปค่ะ ฉันเหม็นขี้หน้าคุณ” เธอทำท่าจะเดินหนี ผมจึงรีบเดินเข้าไปดักหน้าเธอ ขอมองหน้าใกล้ๆหน่อย ไหน...ไปทำอะไรมาบ้าง
“เดี๋ยวสิครับ คุยกันก่อนไม่ได้เจอกันตั้งนานกลับมาคราวนี้คุณสวยขึ้นเยอะเลยนะครับ” ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก! ไอ้ช้างมันบอกมา...
“ตกลงคุณมีธุระอะไรกับฉันหรือเปล่าคะ” ผู้ชายคนนี้ฉันรู้จักนิสัยเขาดี ไม่สนิทก็เหมือนสนิท เขาชอบแซวฉันอยู่บ่อยๆ ใครๆต่างก็รู้ว่าเขาเป็นเพลย์บอย กลางวันแสร้งทำเป็นนักธุรกิจมีหน้ามีตาทางสังคม ตกกลางคืนเฝ้าผับดื่มแอลกอฮอล์ ผู้หญิงสำหรับเขาเป็นแค่ของเล่นแก้เหงาเท่านั้น ฉันก็คือหนึ่งในผู้หญิงที่ถูกเขาใช้เพื่อแก้เหงามาแล้วครั้งหนึ่ง
ถ้าถามว่าครั้งนั้นฉันโกรธเขามั้ย ฉันยอมรับว่าครั้งนั้นฉันไม่ได้โกรธแต่ฉันแค่รู้สึกผิดหวัง ที่ฉันไว้ใจเขามากเกินไป ฉันคิดว่าเขาจะไม่มีวันทำกับฉันเหมือนกับที่ทำกับผู้หญิงคนอื่นๆ
“เรื่องวันนั้นของเรา” ผมโคตรอยากอธิบายเรื่องนี้ให้เธอฟังจริงๆแต่ไม่รู้จะเริ่มพูดยังไงดี
“ฉันลืมไปแล้ว ขอตัวนะคะ” ลืมไปแล้ว!
“เดี๋ยวครับ ทำไมคุณไม่ตอบไลน์ผมเลยล่ะ”
“ฉันไม่บล็อกก็บุญแล้วค่ะ” พูดไม่ออกเลย! เธอพูดจบก็เดินหนีผมไป ผมกำลังจะเดินตามแต่ก็ถูกไอ้มิตรมันเดินเข้ามาดักหน้าผมเอาไว้ซะก่อน ไอ้มิตรก็คือน้องชายคนเดียวของผมเองครับ
“เฮีย! ใจเย็นๆน่า...พ่อเธอเดินมาโน่นแล้วถอยก่อนดีกว่า”
“ไอ้มิตร เดี๋ยวมึงคอยดูนะ เฮียจะเอายัยนี่มาเป็นพี่สะใภ้มึงให้ได้เลยคอยดู” ยิ่งยากยิ่งอยากได้!
“เอาอะไรมามั่นใจครับว่าเธอจะเอาเฮียมาทำผัว” ไม่มีเลย!
“ถ้าไม่ยอมดีๆ เฮียจะจับปล้ำจนกว่าเธอจะยอม”
“ปากดี! เข้าใกล้เธอให้ได้ก่อนดีมั้ยครับ”
“ไอ้มิตร กูพี่มึง จะเบรกทำไมเนี่ย”
“ก็ได้ครับ ไหนเฮียบอกว่าเธอไปเกาหลีทำหน้าทำนมไงครับ” ผมกับไอ้มิตรสองคนพี่น้องยืนคุยกันตามประสาผู้ชาย สายตาของเราสองคนก็ยังคงมองเธออยู่
“กูว่านมไม่ได้ทำ” ข้อนี้ผมมั่นใจเกินร้อย
“ผมก็ว่าแบบนั้น” คำพูดสบายๆของไอ้มิตรทำให้ผมหันไปมองหน้ามันทันที
“เฮียอยากพิสูจน์ว่ะ” พูดแล้วก็คิดถึงคืนนั้นจังเลย
“กลางวันแสกๆอย่าเพิ่งฝันสิเฮีย” ไอ้น้องเวร!
“พนันกันมั้ยล่ะ”
“เฮียอยากได้อะไรครับ”
“ถ้าเฮียชนะ เฮียขอให้มึงมาบริหารงานบริษัทป๊าแทนเฮียได้มั้ย”
“เฮียหยุดเลย เฮียขอเยอะเกินไป เห็นแบบนี้ผมก็ขี้เกียจไม่แพ้กับเฮียหรอกครับ”
“จะไปไหนก็ไปไป๊”
“ไปก็ได้ครับ เอาเปรียบกระทั่งน้อง” บ่นเสร็จมันก็เดินจากไป ผมก็เลยเดินกลับไปหาไอ้ช้างเจ้าบ่าวของงานตามเดิม
“ไงไอ้ธรณ์ ทำหน้าแบบนี้แห้วแดกกลับมาสิท่า”
“ก็เออดิวะ”
“ใจเย็นๆเพื่อน ถ้าเธอยังไม่มีใครที่ตรงนี้ก็ยังเป็นของมึงครับเพื่อน”
“ลองมีดูสิ” ผมไม่มีวันยอมยกของที่เป็นของผมแล้วให้คนอื่นไปง่ายๆเด็ดขาด
“ถ้าเธอมีมึงก็หมาไง”
“ไอ้ช้าง!” ไอ้สัสนี่! พูดไม่เข้าหูอีกคนและ
“โอเคๆ เราเพื่อนกัน แต่ยังไงมึงก็ต้องช่วยตัวเองไปก่อนนะ กูคงช่วยอะไรมึงมากไม่ได้” พูดเสร็จมันก็หันไปมองหน้าเจ้าสาวของมัน...สงสัยเมียจะหวง
“เออกูรู้แล้วน่า” ผมเองก็รู้สึกเกรงใจน้ำหวานอยู่เหมือนกันแต่ด้วยความที่ผมสนิทกับไอ้ช้างเวลาจะพูดอะไรผมไม่ค่อยระวังจึงทำให้น้ำหวานต้องฟังสิ่งที่ผมพูดไปด้วย ผมก็เลยคิดว่าเมียเพื่อนก็เพื่อนเรานั่นแหละ เพื่อนกันทั้งนั้น ผมเป็นผู้ชายเปิดเผยความลับไม่มีอยู่แล้ว
ตอนที่ 2 ข้อเสนอ
ผมนั่งครุ่นคิดอยู่นานว่าจะเข้าหาเธอได้ยังไงดี ในเมื่อเธอเหม็นขี้หน้าผมขนาดนี้ แต่คนอย่างผมไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆหรอกครับ
อยู่ๆสายตาของผมก็บังเอิญเหลือบไปเห็นคุณอาธีภพกำลังเดินมาทางที่ผมนั่งอยู่พอดี แต่ผมไม่เห็นยัยขี้เหร่เดินมาด้วย ว่าแล้วก็ลุกขึ้นทักทายคุณพ่อตาสักหน่อยดีกว่า ยังไงท่านก็เป็นผู้ใหญ่อยู่ในแวดวงสังคมเดียวกัน
"สวัสดีครับคุณอา" ผมลุกขึ้นยืนแล้วรีบเอ่ยทักทายคุณอาธีภพด้วยท่าทีให้เกียรติ
"อ้าวธรณ์สวัสดีลูก" ผมมักจะเจอท่านอยู่บ่อยๆเวลาที่ผมไปที่บริษัทของไอ้ช้าง ไอ้มิตรน้องชายของผมก็ฝึกงานอยู่ที่นั่น จึงไม่แปลกที่ท่านจะรู้จักผม
"คุณอาสบายดีนะครับ"
"อาสบายดี เราล่ะสบายดีมั้ย เพื่อนแต่งงานแล้วเมื่อไหร่เราจะมีกับเขาบ้างล่ะ"
"ผู้หญิงที่ผมกำลังจีบอยู่เธอเหม็นขี้หน้าผมอยู่น่ะสิครับ"
"อาเอาใจช่วยนะ แล้วยัยแอมหายไปไหนแล้วเนี่ย อาจะกลับแล้ว พอดีมีธุระต่อ" ท่านหันซ้ายมองขวาคงกำลังมองหาลูกสาว
"ผมไม่ได้เจอน้องแอมซะนาน สวยขึ้นเยอะเลยนะครับ" เมื่อท่านยังไม่ได้เดินไปไหนผมจึงชวนท่านคุยต่อ
"เกิดเป็นคนจะสวยอย่างเดียวมันไม่ได้หรอกนะ นี่ก็ตกลงกันไว้ว่ากลับจากเกาหลีครั้งนี้จะต้องมาช่วยอาทำงาน ป่านนี้ยังไม่ได้อะไรสักอย่างเลย" ท่านกำลังบ่นลูกสาวของท่านให้ผมฟัง
"เอ่อ...คุณอาครับ น้องแอมยังไม่มีประสบการณ์ พอดีผมขาดผู้ช่วยพอดี ให้ผมช่วยสอนงานน้องให้เอามั้ยครับ สักหกเดือนหรือไม่ก็หนึ่งปี รับรองเก่งแน่นอนครับ" ได้จังหวะผมจึงรีบเสนอตัวทันที
"พูดจริงหรือเปล่าเนี่ย ถ้าธรณ์จะช่วยสอนงานน้องให้ อายินดีมากเลยนะ" ท่านสอนเองก็อดที่จะตามใจลูกสาวไม่ได้
"พูดจริงแน่นอนครับ ว่าแต่เจ้าตัวจะยอมมาหรือเปล่าครับ" ผมตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น อยากช่วยสอนงานให้เธอใจจะขาด
"เรื่องนี้เดี๋ยวอาจัดการให้ไม่ยอมก็ต้องยอม ถ้ายังเป็นอาที่ต้องสอนเองอยู่มีหวังก็คงไม่ได้เรื่องเพราะอดตามใจลูกสาวไม่ได้"
"พร้อมเมื่อไหร่มาได้ทันทีเลยนะครับ"
"ขอบใจมาก เจ้าตัวเดินมาโน่นแล้วอาไปก่อนนะ" ท่านเดินเข้ามาตบบ่าผมสองทีเบาๆแล้วเดินจากไป สงสัยจะรีบไปธุระต่อ
@บ้านอลิสา (แอม)
กลับมาถึงบ้านคุณธีภพก็เริ่มพูดคุยเรื่องที่จะให้ลูกสาวไปฝึกงาน เรียนรู้วิธีการทำงานกับธันยธรณ์ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่มากไปด้วยความสามารถ
"แอมไม่ไปค่ะ" ฉันรีบปฏิเสธทันที ถ้าฉันไปก็เท่ากับว่าฉันยอมรับน่ะสิว่าฉันมีใจ ไม่เอา! ยังไงฉันก็ไม่มีทางยอมไปเด็ดขาด!
"พ่อขอเหตุผลด้วยเพราะอะไรลูกถึงไม่ยอมไป" ฉันหันไปมองหน้าคุณพ่อด้วยสายตาออดอ้อน
"ไม่มีเหตุผลค่ะ" เหตุผลมีแน่นอนแต่พูดออกมาไม่ได้
"ไปเถอะลูก ได้ไปฝึกงานกับคนเก่งๆแบบนั้น ไม่ใช่ใครที่ไหนจะได้ไปกันง่ายๆ ดูอย่างเจ้ามิตรสิ คุณวาริชยังให้มาเรียนรู้งานที่บริษัทเลย" มิตรก็คือน้องชายของคุณธรณ์ ส่วนคุณวาริชก็คือคุณพ่อของพวกเขาทั้งสอง
"แต่ลูกเหม็นขี้หน้าเขานี่คะ" คุณธีภพขยับคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย รู้สึกแปลกใจกับคำพูดของลูกสาว
"ฮึ! เจ้าธรณ์บอกกับพ่อว่าเขาจีบผู้หญิงอยู่คนนึง"
"ใครคะ" ฉันรีบถามทันที สีหน้าของคุณพ่อที่มองมาที่ฉันดูเหมือนว่าท่านจะจับพิรุธของฉันได้แล้ว
"พ่อก็ไม่รู้เหมือนกันแต่เขาบอกว่าเธอคนนั้นกำลังเหม็นขี้หน้าเขาอยู่ ใช่ลูกของพ่อหรือเปล่า" ท่านส่งยิ้มบางๆมาให้ฉัน จะตอบดีหรือไม่ตอบดีนะ...
"ไม่ทราบสิคะ คุณพ่อว่าคุณธรณ์เป็นยังไงบ้างคะ" ฉันอยากรู้ในมุมมองของผู้ใหญ่ที่มองคนอย่างเขา
"ธรณ์เหรอ ในสายตาของพ่อ พ่อว่าเขาก็ไม่เลวนะ เป็นผู้ชายเอาการเอางานใช้ได้ แต่ดูลูกสาวของพ่อสิ..." ท่านหยุดพูดแต่ใช้สายตาพูดแทน
"คุณพ่อ...แต่แอมว่าข้อเสียของเขาเยอะจะตาย" เขาเจ้าชู้ เขามีผู้หญิงเยอะ ฉันไม่อยากเสียใจ
"ลูกของพ่อไม่มีข้อเสียเลยว่างั้น" อ้าว...
"คุณพ่อนี่ลูกนะคะ"
"ลูกก็อย่าคาดหวังจะให้เขาเป็นในแบบที่ลูกชอบมากนักสิ”
“คุณพ่อพูดเข้าข้างเขา ทำไมไม่เข้าข้างแอมล่ะคะ”
“มานั่งข้างพ่อมา" ท่านขยับก้นเพื่อให้ฉันเข้าไปนั่งใกล้ๆที่โซฟาตัวเดียวกัน
"เราพ่อลูกไม่มีความลับต่อกัน ลูกคือผู้หญิงคนนั้นที่เจ้าธรณ์พูดถึงใช่มั้ยบอกพ่อมา" ฉันกับคุณพ่อค่อนข้างสนิทกันมีเรื่องอะไรท่านก็มักจะมองออกได้ง่ายๆแบบนี้เสมอ
"ค่ะ แต่ลูกไม่ชอบความเจ้าชู้เพลย์บอยของเขานี่คะ" ฉันไม่รู้ว่าเขาชอบฉันจริงหรือว่าแค่อยากได้ ฉันไม่อยากเป็นของเล่นแก้เหงาของเขาอีก แต่ฉันก็ไม่ปฏิเสธว่าฉันอยากเป็นตัวจริง
"แล้วลูกชอบอะไรในตัวเขา" ทำไมคุณพ่อถามแบบนี้ เห็นแบบนี้ฉันก็เขินเป็นนะ
"ไม่ชอบอะไรเลยค่ะ" ฉันปฏิเสธ
"อย่าโกหกพ่อ สายตาของลูกบอกพ่อว่าลูกชอบเขา" สมแล้วที่ท่านเป็นคุณพ่อของฉัน ไม่เคยปิดบังอะไรท่านได้สักครั้งเลย
"คุณพ่อ...ก็ได้ค่ะ แอมชอบเขาที่เขาเป็นคนอารมณ์ดี ร่าเริง สนุกสนาน อยู่ด้วยแล้วมีความสุข แต่ข้อเสียของเขาล่ะคะ" ถ้าเกิดวันหนึ่งเขาเบื่อฉันขึ้นมา ฉันจะทำยังไง
"ผู้ชายมันก็เจ้าชู้ทุกคนนั่นแหละลูก เพียงแต่ว่าลูกของพ่อจะทำให้เขาหยุดเจ้าชู้ได้หรือเปล่าก็เท่านั้น" คุณพ่อกำลังจะบอกอะไรกับฉันกันแน่ ฉันไม่เข้าใจ
"ยังไงคะ"
"พ่อไม่ได้บอกให้ลูกต้องยอมรับความเจ้าชู้ของเขานะลูก แต่พ่อกำลังอยากให้ลูกลองศึกษาดูใจกับเขาดูก่อน ถ้าลูกยอมไปเรียนรู้งานกับเขา ลูกจะได้ใช้เวลานี้ศึกษานิสัยใจคอกัน แถมได้เรียนรู้งานด้วย"
ฉันทำท่าคิด...ข้อเสนอของคุณพ่อก็ฟังดูไม่เลว ถ้าฉันยอมไปเรียนรู้งานที่บริษัทกับเขา สิ่งที่ฉันจะได้ก็คือเรื่องงานและได้รู้ว่าจริงๆแล้วในใจของเขาคิดอะไรกับฉันกันแน่ แต่ฉันจะไม่มีวันยอมตกเป็นของเขาง่ายๆเหมือนครั้งแรกอีกแน่นอน
"ก็ได้ค่ะ แอมจะไปฝึกงานกับเขา" ฉันตกลงไปก็ได้ อย่างน้อยฉันจะได้ไม่ต้องมานึกเสียดายทีหลัง ให้เวลากับเรื่องนี้สักพักคงไม่เสียเวลาชีวิตมากนักหรอกมั้ง
"สองคนพ่อลูก คุยอะไรกันอยู่คะ ลุกขึ้นมาทานข้าวกันได้แล้วค่ะ"
"ค่า...คุณแม่ ไปค่ะคุณพ่อ ทานข้าวกันดีกว่า" ฉันกอดแขนคุณพ่อแล้วพากันเดินตามคุณแม่เข้าไปในห้องรับประทานอาหาร
"คุยอะไรกันคะสองคนพ่อลูก"
"คุณพ่ออยากได้ลูกเขยค่ะ" ฉันตอบยิ้มๆ
"ใครลูก แม่รู้จักหรือเปล่า" คุณแม่ของฉันท่านเป็นแม่บ้าน คอยดูแลฉันกับคุณพ่ออย่างดีมาตลอดไม่เคยไปบริษัท ท่านคงไม่รู้จักผู้ชายเจ้าชู้คนนั้นหรอก
"ความลับค่ะ" ฉันตอบยิ้มๆ ก็ฉันเขินนี่คะ ถ้าเขาไม่จริงใจ ฉันก็คงไม่เอาหรอกค่ะ
"อ้าวเจ้าลูกคนนี้นี่"
"เอาน่าคุณ เดี๋ยวผมเล่าให้ฟัง"
ตอนที่ 3 จู่โจม
เมื่อวานคุณธีภพโทรมาบอกผมว่าวันนี้ลูกสาวของท่านจะมาเริ่มทำงานกับผมวันนี้เป็นวันแรก ผมจึงให้คนจัดโต๊ะไว้รอเธอตั้งแต่เมื่อวานเรียบร้อยแล้ว
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก" สงสัยจะมากันแล้ว
"เชิญครับ"
"คุณอลิสามาแล้วครับบอส" เป็นเสียงของไอ้วินเลขาของผม ผมให้มันไปรับเธอขึ้นมา
"สวัสดีครับน้องแอม เชิญนั่งก่อนครับ" ผมยิ้มให้เธอ แล้วบอกให้เธอนั่งลงที่เก้าอี้ด้านหน้าโต๊ะทำงานของผม
"ไอ้วินมึงออกไปก่อน"
"ครับ"
เมื่อไอ้วินเดินออกจากห้องทำงานส่วนตัวของผมไปแล้ว ผมจึงลุกออกจากเก้าอี้ของตัวเองแล้วเดินมายืนพิงขอบโต๊ะทำงานด้านหน้าใกล้ๆกับเก้าอี้ที่เธอนั่งอยู่
"ยืนห่างๆฉันหน่อยก็ได้มั้งคะ" เธอทำท่าเขยิบหนีแต่ผมก็ขยับตามไป
"คิดถึงคุณจังเลย อยากให้คุณนั่งบนตักของผมด้วยซ้ำ มา!"
"ว๊าย!!" เขาใช้ความเร็ว ยกตัวฉันขึ้นจากเก้าอี้ตัวที่ฉันนั่งอยู่แล้วลงไปนั่งแทน จากนั้นเขาก็รั้งเอวของฉันให้นั่งลงไปบนหน้าตักของเขาทันที ไอ้บ้านี่! ทำไมไวอย่างนี้นะ
"ปล่อยนะ คุณจะทำอะไร!" เธอดิ้นขลุกขลักอยู่บนหน้าตักของผม ดิ้นไปก็เท่านั้นแหละเพราะผมคงไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆหรอก ผมใช้แขนกอดเธอเอาไว้ ยิ่งเธอดิ้นแรงเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งกอดเธอแน่นขึ้นเท่านั้น
"อย่าเสียงดังสิคุณ เดี๋ยวไอ้วินมันก็สงสัยหรอกว่าเราสองคนกำลังทำอะไรกันอยู่" เธอพยายามแกะมือของผมออก ผมจึงใช้มือที่กอดเธอเอาไว้ดันแผ่นหลังเล็กของเธอให้เข้ามาประชิดกับตัวของผมเป็นจังหวะที่ใบหน้าของเธอหันมาตรงกับใบหน้าของผมพอดี ปลายจมูกโด่งๆของเธอที่ไปทำมาจากเกาหลี ชนเข้ามาที่แก้มของผม
หัวใจของฉันเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ เมื่อได้สบตากับเขา ปลายจมูกของฉันกำลังจะผละออกจากใบหน้าหล่อๆ แต่คนเจ้าเล่ห์ก็รีบฉกฉวยประกบจูบลงมาบนริมฝีปากของฉันทันที มือทั้งสองข้างของฉันผลักไปที่หน้าอกแน่นๆของเขาทำให้ริมฝีปากของเราผละออกจากกัน
"ฉันมาเรียนรู้งานนะ ไม่ได้มาให้คุณหาเศษหาเลยแบบนี้!" เธอยังไม่ยอมหยุดดิ้น
"เพราะอะไรคุณถึงยอมมา" ฉันเม้มปากแน่น คำถามนี้ฉันไม่ขอตอบ
"ปล่อย!" ฉันก้มหน้าลงใช้ปากงับกัดไปที่แขนของเขาทันที
"โอ๊ย!!" ในที่สุดฉันก็ได้เป็นอิสระ รีบลุกยืนขึ้นทันที
"โอเคๆ ผมไม่แกล้งคุณแล้วก็ได้" เขาทำท่าลูบแขนตรงที่ถูกฉันกัดเป็นรอยเขี้ยว ช่วยไม่ได้นิดหน่อยก็เอา ผู้ชายมือปลาหมึกเอ๊ย!
"คุยเรื่องงานกันดีกว่าค่ะ เสียเวลา!"
"โอเคครับ ผมจะให้คุณเรียนรู้งานจากไอ้วินเลขาของผมคนเมื่อกี้นะครับ เพราะถ้าผมสอนเองคุณคงไม่ได้งานแต่จะได้อย่างอื่นไปแทน" ผมพูดยิ้มๆ ได้ผัว!
"นี่! พูดให้มันดีๆ" ดุเก่งจริงจริ๊ง
"ไอ้วินมันทำงานกับผมมานาน ผมจะให้คุณเริ่มทำงานจากง่ายๆก่อน ทำจนกว่าจะทำงานที่ไอ้วินทำอยู่ทั้งหมดของมันได้ ถ้าคุณทำได้ผมจะถือว่าคุณจบหลักสูตรขั้นที่หนึ่งแล้ว"
"ค่ะ"
"จากนั้นคุณก็ค่อยมาเรียนรู้งานบริหารจากผมต่อ โอเคมั้ยครับ"
"ค่ะ"
"โต๊ะของคุณอยู่ด้านนอก ผมให้คนจัดไว้ให้นั่งข้างๆไอ้วิน จะได้สอนงานกันง่ายขึ้น"
"แค่นี้ใช่มั้ยคะ"
"ยังครับ ช่วงเที่ยงคุณจะต้องไปทานข้าวกับผมทุกวัน วันไหนไม่มาทำงาน โทรมาบอกผมด้วย ห้ามหายไปเฉยๆเพราะผมคิดถึง"
"อี๋! ไอ้บ้า" ด่าเสร็จเธอก็หมุนตัวเดินออกไปเลย ผมนั่งมองเธอเดินออกไปด้วยรอยยิ้ม แล้วลุกขึ้นไปนั่งทำงานตามเดิม
ฉันเปิดประตูออกมาพร้อมกับปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด
"คุณอลิสา เชิญนั่งครับ"
"เรียกแอมก็ได้ค่ะ"
"ครับคุณแอม เชิญนั่งครับ"
"เริ่มเรียนงานกันเลยดีกว่านะครับ เดี๋ยวผมจะต้องเข้าประชุมกับบอสอีก"
"คุณวินต้องเข้าประชุมด้วยเหรอคะ"
"ต้องเข้าสิครับ ผมเป็นเลขานะ ส่วนคุณแอมก็เป็นผู้ช่วยผมอีกทีก็แล้วกัน เดี๋ยวสักพักพอเป็นงานแล้ว ผมจะพาคุณเข้าไปนั่งประชุมด้วย"
"บอสคุณใจดีมั้ยคะ" ฉันหมายถึงเวลาทำงาน
"แล้วแต่ครับปกติก็ใจดีนะ ส่วนเรื่องงานบอสค่อนข้างจริงจังครับ” แสดงว่าดุ...คุยกับคุณวินนิดหน่อยจากนั้นเขาก็เริ่มสอนงานให้ฉันค่ะ สักพักใหญ่ๆ คนที่อยู่ด้านในห้องก็เดินออกมาจากห้องทำงาน
"นั่งให้มันห่างๆกันหน่อย" พูดอะไรของเขาเนี่ย...คุณวินก็บ้ายอรีบถีบเก้าอี้ของตัวเองออกจากฉันทันที ฉันมองหน้าเขาด้วยสายตานิ่งๆ แอบไม่พอใจนิดหน่อย
"ไปไอ้วินได้เวลาประชุมแล้ว"
"ครับ บอสเดินนำไปก่อนเลยครับเดี๋ยวผมตามไป" เขาเดินนำออกไป ส่วนคุณวินก็รีบหยิบอุปกรณ์ที่ต้องใช้แล้วเดินตามไปติดๆ
เมื่อเวลาผ่านไปจนเกือบถึงเวลาพักเขาสองคนเดินตามกันกลับมา
"คุณเตรียมตัวนะเดี๋ยวออกไปทานข้าวกัน" เขาหันมาพูดกับฉันก่อนที่จะเดินหายเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว ดูเขาเหนื่อยๆไม่เหมือนคุณธรณ์ที่ฉันรู้จักเลย
@ร้านอาหารไม่ไกลจากบริษัทมากนัก
"คุณอยากทานอะไรสั่งเลย สั่งเผื่อผมด้วย"
"ฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่าคุณชอบกินอะไร"
"สั่งมาเถอะ ผมกินได้หมดแหละ" ฉันจัดการสั่งอาหารที่ฉันชอบมานั่งทานกัน ส่วนเขาก็นั่งดูอะไรในมือถือก็ไม่รู้ สงสัยจะเป็นเรื่องงานที่เพิ่งออกมาจากห้องประชุมเมื่อสักครู่
"คุยกับกิ๊กอยู่เหรอคะ" ฉันเอ่ยแซวขำๆเห็นเขาเงียบไป ฉันไม่ค่อยชินเลย
"เมียนั่งอยู่นี่ใครจะกล้าล่ะครับ" ฉันเป็นฝ่ายแซวเขาก่อนแต่ทำไมเป็นฉันที่เขินเองล่ะ
"ใครเป็นเมียคุณ ฉันไม่ใช่" เขาวางมือถือลงบนโต๊ะข้างๆ
"ผมดีใจนะที่คุณตัดสินใจมาเรียนงานที่นี่"
"คุณพ่อขอร้องให้ฉันมาค่ะ"
"พ่อคุณเนี่ยนะ ท่านตามใจคุณขนาดนั้น ถ้าคุณไม่ยอมท่านจะไปทำอะไรคุณได้" รู้ทันอีก!
"แล้วคุณล่ะ คิดยังไงถึงอยากสอนงานฉัน"
"ที่จริงประโยคนี้คุณไม่น่าถาม" ทำไมฉันถึงรู้สึกเขินอีกแล้ว แววตาของเขาที่มองมาที่ฉันยิ้มๆ ทำให้ฉันต้องก้มหน้าลงแล้วตักอาหารเข้าปากไปเงียบๆ
"กลับมาจากเกาหลีนานแล้วเหรอ" คำถามสบายๆเหมือนคนคุยกันปกติ แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าเขาแคร์ ไม่ได้นะแอมเธอต้องใจแข็งเข้าไว้
"กลับมาได้สองเดือนแล้วค่ะ"
"คุณคิดถึงผมบ้างหรือเปล่า" คำถามของเขา ทำให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าเขา
"ไม่ค่ะ"
"คุณนี่ใจร้ายมากเลยนะ" เขาต่างหากที่ใจร้ายกับฉัน...
"แล้วทำไมฉันจะต้องคิดถึงคนที่ทำกับฉัน..." แบบวันนั้นด้วย...
"ไหนคุณบอกว่าไม่โกรธผมไง"
"ฉันอิ่มแล้ว ขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่นะคะ" ฉันหยิบกระเป๋าแล้วเดินออกไป
ฉันไม่โกรธที่ผู้ชายคนแรกของฉันคือเขา นั่นอาจจะเป็นเพราะฉันแอบมีความรู้สึกดีๆให้เขาอยู่ก่อนบ้างแล้ว แต่ฉันโกรธตัวเองที่ยอมเป็นของเล่นให้ผู้ชายอย่างเขาถึงแม้ว่าวันนั้นฉันจะเมาก็ตาม ที่จริงฉันไม่ควรปล่อยให้ตัวเองเมาขนาดนั้นไง ฉันพลาดเองฉันไม่โทษเขาแต่โทษตัวเอง รู้ทั้งรู้ว่าไปกับเสือแต่ก็ไม่ยอมระวังตัวเองให้ดี