รถของอันดาแล่นเข้ามาจอดที่หน้าทางเข้าของล็อบบีโรงแรมหรูริมทะเลระยอง วันนี้เธอมาพร้อมกับอิงในชุดลำลองพร้อมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ทว่าวันนี้พวกเธอไม่ได้นัดกันมาเที่ยวทะเล แต่มาที่นี่เพื่อทำภารกิจที่แสนสำคัญกว่านั้น
“ยัยเจ้าสาวเพื่อนเราอยู่ห้องไหนน่ะอิง” อันดาถามขึ้นหลังจากล็อกรถ
“3014 ห้องสูทชั้น 30 อะ”
“ฉันละเชื่อเลย คุณนายแกปิดโรงแรมฉลองงานแต่งให้ลูกสาวแบบนี้”
“ก็ลูกเขยเป็นถึงทายาทนักธุรกิจหมื่นล้าน น้อยกว่านี้แกคงกลัวไม่ได้หน้าแหละมั้ง”
“ยัยวิก็น่าจะบอกกันก่อน บอกงานเพื่อนฝูง ฉันก็เลยเตรียมชุดใหม่มาได้แค่เท่าที่มีเลยเนี่ย” อันดาบ่น ก็ตอนที่วิเวียนส่งคำเชิญให้มางานแต่ง คอนเซปต์ที่อันดาได้รับก็คือปาร์ตี้เล็ก ๆ ริมทะเล ธีมชุดสบาย ๆ สไตล์คนคุ้นเคย แต่พอมาถึงดันเจองานเวอร์วังอลังการ ปิดโรงแรมอย่างกับจะเชิญนายกรัฐมนตรีจากต่างประเทศมาร่วมด้วยเสียอย่างนั้นแหละ
“ฉันก็ถามแล้วนะว่างานไม่ใหญ่เหรอ นางก็บอกว่าไม่ใหญ่ งานเล็ก ๆ แค่เพื่อนสนิท”
นี่งานไม่ใหญ่แน่นะวิ..
อันดาแหงนหน้ามองโรงแรมห้าดาวกับความสูง 30 ชั้น ใครมันจะไปเชื่อว่าตึกมโหฬารทั้งตึกนี่ คืนนี้จะถูกใช้เพื่อจัดงานแต่งของคนเพียงคู่เดียว
“มันสนิทกับคนทั้งประเทศหรือเปล่าวะ” อันดาถาม
“บางทียัยวิอาจจะไม่รู้ก็ได้นะแก อาจจะเพราะคุณคีรติ หรือคุณนายแม่จัด”
“เออว่ะ ลืมคิด บางทียัยเจ้าสาวอาจจะยังไม่รู้ตัวก็ได้ ว่าโรงแรมถูกปิดเพราะเจ้าหล่อนน่ะ” อันดาคล้อยตาม
“เออแก แกหันไปดูที่ 13 นาฬิกาตรง มีผู้ชายคนหนึ่งยืนมองอยู่เราอยู่ แกรู้จักมั้ยว่ะ ไม่ต้องรีบหันนะ เดี๋ยวไก่จะตื่นเอา” อิงบอก รีบเปลี่ยนเรื่องทันทีที่เห็นผู้ชายงานดีตรงหน้า
“รู้งานน่า ไม่รีบหันหรอก”
“ถ้าแกไม่รู้จัก คนนี้ฉันจองนะ”
“นี่แกจะเอฟเพื่อนเจ้าบ่าวตั้งแต่ยังไม่เริ่มงานเลยเหรอ”
“ไม่ได้หรอกฉันต้องสู้กับแก ยังไงคืนนี้ก็จะสอยเพื่อนเจ้าบ่าวให้ได้ สอยได้คนนึง จะได้สบายสักที” อิงบอกอย่างมาดมั่น ได้มางานแต่งงานทั้งทีจะกลับไปแบบแห้งเหี่ยวคนเดียวได้ไง
อันดาขนกระเป๋าออกจากท้ายรถโดยแกล้งหมุนตัว เพื่อที่จะมองไปยังจุดที่เพื่อนบอก แล้วก็พบว่าเป็นคนที่เธอคุ้นเคย หน้าตาแบบนั้น หุ่นล่ำ ๆ แบบนั้น แถมยังหนวดครึ้มที่ดูแล้วเข้มจนเกินบรรยาย
“เฮียเบิ้ม!!” หญิงสาวหลุดชื่อเขาออกมา
“อะไรนะแก” อิงถามเพื่อนเพราะได้ยินไม่ชัด ฝันแอบสลาย ซื้อหวยไม่ถูกแบบนี้บ้างล่ะ เพราะหนุ่มที่หมายตาไว้ดูเหมือนจะกลายเป็นคนรู้จักของเพื่อนสาวไปเสียแล้ว
“แกรู้จักเขาเหรอ”
“เปล่า” อันดาปฏิเสธทันที
“อ้าวโล่ง งั้นคนนี้ฉันจอง” อิงรีบชิงปักธงใส่ก่อน พร้อมส่งยิ้มหวานไปให้ชายหนุ่มคนนั้น ซึ่งเขาก็พยักหน้าพร้อมส่งรอยยิ้มสุดเข้มกลับมา
อันดากรอกสายตามองบน “เอาไปเถอะย่ะ สเปกฉันต้องสูง ขาว ยาว หล่อ เท่านั้นเว้ย หุ่นแน่นเคราเขียวแบบนี้ไม่เอาอ่ะ”
“แมนออกจะตายแก ดูหน้าอกเขาสิ แน่นแข็งแรงหน้าซบมาก”
“เชื่อดิแก คนแบบนั้นขนหน้าอกพรึ่บแน่นอน ขืนซบลงไปได้ทิ่มหน้าแหกหมด”
“เกินไป! ขนอกนะไม่ใช่เตียงตะปู”
สองสาวยังวิเคราะห์ผู้ชายกันอย่างออกรส ในขณะที่เป้าหมายของพวกเธอเดินจากไปจากตรงนั้นเสียแล้ว
ท่าทางสเปกของอิงกับอันดาจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อันดานึกขำกับโชคชะตา ไม่รู้ว่าทำไมเธอต้องกลายมาเป็นคู่หมั้นกับผู้ชายที่สวนทางกับความชอบตัวเองแบบ 360 องศาขนาดนี้ เฮียเบิ้มนั้นเป็นชายหนุ่มที่จัดว่าดูดี แต่ไม่มีความเกาหลีแบบที่เธอชอบประดับไว้เลยแม้แต่นิด เขาหล่อแบบหนุ่มไทยแท้ ผิวเข้ม และบวกความแข็งแรงบึกบึนจากการชอบออกกำลังกายเข้าไป ซึ่งถ้าตามนี้แล้วก็คงเป็นที่หมายปองของสาว ๆ หลายคนได้ไม่ยาก แต่อันดากลับไม่ชอบ เธอบอกว่าเขาเหมือนนักมวยปล้ำมากกว่า
“อ้าว! ไปไหนแล้วล่ะ” อิงหมุนตัวไปอีกทีก็ไม่เจอเขายืนอยู่ตรงนั้นเสียแล้ว
“เก็บพื้นที่ไว้เอฟผู้ชายในงานดีกว่าแก” อันดาเตือนพร้อมกับดึงแขนเพื่อนสาวเข้าไปข้างใน
“เข้าไปข้างในกันเถอะ ร้อน!”
อันดาเดินนำหน้าเข้าไปข้างในก่อน ระหว่างนั้นสายตาของเธอก็สอดส่ายมองหาเฮียเบิ้ม เพราะความอยากรู้ว่าเขาตามเธอมาถึงที่นี่ทำไม
“แกมองหาใคร” อิงถาม
“เปล่านี่” อันดาทำหน้าเหลอหลา “ก็มองวิวทั่ว ๆ ไป แกไม่เห็นหรือไงว่าโรงแรมนี้สวยขนาดไหน”
“แต่ดูจากสายตาแก ไม่น่าจะมองวิวนะ”
“มาจับผิดอะไรกันเนี่ย ขึ้นไปหาวิเวียนกันเถอะ” อันดาบอกอย่างกลบเกลื่อน รีบตรงดิ่งไปที่ประตูลิฟต์ เพื่อกดไปยังห้องของเจ้าสาว
“ไม่เช็กอินก่อนหรือไง” อิงเตือน เพราะเห็นว่าหิ้วของพะรุงพะรัง น่าจะเช็กอินและเอาของไปเก็บที่ห้องก่อน
“เออจริง ของเยอะ”
ด้วยความรีบร้อนบวกกับกังวลว่าจะจ๊ะเอ๋กับคนที่ไม่อยากเจอเข้า อันดาเหมือนเพิ่งนึกได้ เธอจึงเปลี่ยนทิศทาง เดินตรงไปที่เคาน์เตอร์เช็กอิน
พนักงานของโรงแรมเหมือนจะรู้ เธอถามขึ้นมาก่อนที่หญิงสาวจะเอ่ยปากถาม
“พวกคุณเป็นแขกที่มาร่วมงานแต่งงานของคุณคีรติและคุณวิเวียนใช่ไหมคะ”
“ค่ะ” อิงตอบ
“พวกเราเป็นเพื่อนเจ้าสาวค่ะ ชื่ออิงกับอันดา วิเวียนแจ้งไว้ว่าจองห้องพักไว้สำหรับเพื่อนเจ้าสาวแล้ว” อิงบอกพร้อมกับหยิบบัตรประชาชนที่อยู่ในกระเป๋าส่งให้พนักงาน
พนักงานของโรงแรมหยิบสมุดลิสต์รายชื่อแขกพร้อมกับอธิบายให้สองสาวฟัง
“ไม่ต้องใช้บัตรประชาชนค่ะ คุณคีรติเหมาโรงแรมนี้ให้แขกที่มาร่วมงานได้พัก 3 คืน คุณเพียงแค่เซ็นชื่อต่อท้ายชื่อของตัวเองที่ระบุไว้ในเอกสารชุดนี้ค่ะ”
อันดาเห็นชื่อของตัวเองก็รีบเซ็นชื่อลงไป หญิงสาวอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าห้องข้าง ๆ เป็นชื่อของแขกที่เธอคุ้นเคย
‘บุรี วรินรัตกร’ หญิงสาวทวนในใจ ชื่อนี้ไม่ใช่ใครคนอื่นแน่
“แกร…วิเวียนจองห้องสวีทให้ด้วยแก” ในห้วงความคิดที่อันดากำลังคิดถึงใบหน้าคมเข้มของเจ้าของชื่อ น้ำเสียงตื่นเต้นดีใจของอิงก็ดังขึ้น
“เหรอ” อันดามองไปยังท้ายชื่อของตัวเอง ก็พบว่าห้องที่เจ้าสาวระบุเอาไว้ให้เป็นห้องสวีทเหมือนอย่างที่อิงได้รับ
“แต่ทำไมจองให้เราคนละห้องเลยล่ะ” อิงสงสัย เพราะเห็นเบอร์ห้องของเธอและเพื่อนสาวคนละห้องกัน
“รวยมั้ง” อันดาสรุปสั้น ๆ ง่าย ๆ เพราะความคิดของเธอกำลังจดจ่ออยู่กับเจ้าของชื่อที่อยู่ห้องติดกัน ทำไมเขาได้ห้องพักห้องสวีทเหมือนเธอ ถ้าบอกว่าตามเธอมาก็คงไม่ใช่แล้ว
“แต่เหมือนว่าเราได้พักชั้นเดียวกันกับเจ้าสาวนะ”
“ไปหาวิเวียนก่อนดีกว่า แล้วค่อยถาม” อันดาตัดบทก่อนจะจูงมือเพื่อนสาวเดินเข้าไปในลิฟต์ ทั้งที่สมองของตัวเองก็ยังวนเวียนอยู่กับชื่อบุรี วรินรัตกร
เจ้าสาวนั่งหงอยอยู่ในห้องแต่งตัวเพราะโดนแม่จับแต่งตัวเหมือนตุ๊กตา คุณนายพูนสินไม่ยอมให้ลูกสาวได้คิดเอง เพราะนางจัดแจงให้เสร็จสรรพ จนถึงตอนนี้วิเวียนเริ่มกลัวว่างานงานไม่ใหญ่แน่นะวิของเธอจะไม่เล็กเหมือนอย่างที่ตกลงกับคีรติ
คุณนายพูนสินขอตัวออกไปดูแลแขกที่เป็นเพื่อนร่วมธุรกิจ เมื่อเห็นว่าเพื่อนของลูกสาวมาถึงงานแล้ว
“แม่ฝากยัยวิด้วยนะอันดา อย่าให้ออกจากห้องแต่งตัวนี้ไปจนกว่าจะมีคนมาเชิญล่ะ”
“ค่ะแม่ วันนี้คุณแม่ดูสวยมากเป็นพิเศษนะคะ” อันดาเอ่ยชม โดยปกติวิเวียนจะชอบแซวเธออยู่แล้วว่าเข้ากับผู้ใหญ่ได้ดี เปลี่ยนสีได้เหมือนจิ้งจก สาบานว่านี่คือการอวยยศให้เพื่อนจริง ๆ
“ก็ต้องสวยอยู่แล้วสิจ๊ะ แม่น่ะมีลูกดี ๆ แบบวิเวียน วาสนาดีได้ลูกเขยหมื่นล้าน” คุณนายพูนสินได้ทีอวดอีก นับว่าช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมานางพูดประโยคเดิม ๆ ซ้ำ ๆ จนติดปาก ยกระดับตัวเองเป็นว่าที่แม่ยายลูกเขยหมื่นล้านไป
แต่จะว่าไป ก็ดีไปอย่าง พอวิเวียนอ้างว่าเปิดบ่อนการพนันจะทำให้เสียชื่อเสียง หากคนอื่นเขารู้ว่าแม่ยายของมหาเศรษฐีหมื่นล้านเปิดบ่อนการพนัน นั่นทำให้นางยอมปิดบ่อนและหยุดการทำธุรกิจมืดถาวร ถึงตอนนี้วิเวียนรู้แล้วว่า ถ้าจะบอกแม่เรื่องอะไรให้ยกชื่อของคีรติขึ้นมาอ้าง นางจะทำตามแบบร้อยเปอร์เซ็นต์โดยไม่มีเกี่ยงงอน
“ไงแก นั่งหงอยเป็นปลาซิวตากแห้งเลย” อันดาเอ่ยแซวเพื่อน
“ไม่หงอยได้ไงวะ แม่เล่นเจ้ากี้เจ้าการ ไม่รู้เปลี่ยนงานแต่งที่ฉันคิดไว้ไปหมดหรือเปล่าเนี่ย ตอนแรกจะให้ไปจัดในฮอลล์ของโรงแรมด้วยซ้ำ ฉันเลยยื่นคำขาดว่าถ้าไม่จัดที่ทะเลก็เตรียมส่งแขกกลับบ้านได้เลย”
“เออ! ฉันก็งงเหมือนกัน ตอนคุยกับแกบอกว่างานเล็ก ๆ ตอนขับรถมาไหงกลายเป็นเหมาโรงแรมเลี้ยงแขกซะงั้น”
อันดาเสริม เธอยังเสียดายไม่หายที่ไม่มีโอกาสได้เตรียมชุดใหม่มาอ่อยผู้ชายในงาน
“จริงเหรอแก” วิเวียนตาโต เพราะเธอเองเพิ่งจะรู้เหมือนกัน หลังจากที่เข้ามาในโรงแรมเมื่อวานตอนบ่ายคีรติก็ไม่อนุญาตให้เธอออกจากห้อง บอกเพียงแค่ว่าเขาอยากจะเซอร์ไพรส์เธอตั้งแต่ออกจากห้องแต่งตัวไปเลย โดยที่นี่ก็มีคุณนายพูนสินมาคุมไม่ห่าง
“ฉันกับอิงยังแซวอยู่เลยว่าสงสัยแกสนิทกับคนทั้งประเทศ ได้จัดงานอภิมหาอลังการขนาดนี้”
“ไม่นะแก เพื่อนของฉัน ฉันเชิญแค่ 2 คนเอง”
“แกโดนต้มแล้วล่ะ ไม่รู้จักแม่ของตัวเองหรือไง หน้าใหญ่ใจโตขนาดนั้น แถมคุณคีรติอีก เขาเป็นมหาเศรษฐีที่คนรู้จักมากมาย แต่งงานทั้งทีก็ต้องมีคนรู้จักสิ”
“ไม่…ฉันยังเชื่อว่าเขาจะทำตามคำขอร้องของฉัน” เจ้าสาวส่ายหน้า เธอยังเชื่อในคำสัญญาของคีรติ
“แล้วแกกินอะไรหรือยัง” อิงถามเจ้าสาว
“รองท้องไปแล้ว พวกแกล่ะ”
“รองท้องไม่พอหรอกแก กินให้เยอะ ๆ ไปเลย งานแต่งมันนานนะบอกให้ แถมยืนตลอดงานด้วย เดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งไปทำไง”
“ไม่ได้สิ กินเยอะชุดก็แน่นตาย”
“ก็ว่างั้นแหละ ใครมันเป็นคนเริ่มว่าชุดเจ้าสาวต้องกรุยกรายขนาดนี้ก็ไม่รู้ ของผู้ชายนี่โคตรจะสบาย” อิงเสริม ถึงแม้ว่าวิเวียนจะดูสวยในชุดนี้ แต่มันดูยากลำบากเหลือเกินเวลาที่จะขยับทำอะไร
“งานแกก็ใส่ชุดผู้ชายสิ” อันดาแซว
“แกใส่เป็นเพื่อนฉันสิ”
“พอแล้ว ทั้งสองคนนั่นแหละ” วิเวียนเป็นคนห้ามทัพ
“พี่แสงระวีเลขาของคุณคีย์จ้างเมกอัปอาร์ตติสท์ชื่อดังมาทั้งทีม เอาไว้แต่งหน้าเพื่อนเจ้าสาวด้วย พวกแกอยากได้แบบไหนก็แจ้งไปได้เลยนะ”
“แกได้กลิ่นหรือยังว่างานแกไม่ได้เล็ก” อันดากระซิบถาม
“ทุกอย่างที่เกิดขึ้นฉันเพิ่งรู้เมื่อ 2 ชั่วโมงนี้เองแก” คนเป็นเจ้าสาวบอก
“อีกหลาย ๆ ชั่วโมงหลังจากนี้ก็น่าจะมีอะไรให้แกเซอร์ไพร์สอีกเรื่อย ๆ แหละ ยังไงก็ฮึบไว้ อย่างน้อยงานก็จัดริมทะเลอย่างที่แกต้องการ”
“อือ มาถึงขนาดนี้แล้วนี่”
“วันสำคัญเนอะ อย่าคิดอะไรไม่เป็นเรื่องดีกว่า”
สองสาวตบบ่าให้กำลังใจเพื่อน อีกเดี๋ยวพิธีการก็จะเริ่มแล้ว ทั้งอันดาและอิงต่างรีบไปเปลี่ยนชุดและแต่งหน้าทำผม พร้อมทำหน้าที่เพื่อนเจ้าสาว
หลังจากพิธีการของวิเวียนเสร็จสิ้นลงอย่างราบรื่น แขกเหรื่อทุกคนก็ย้ายกันมารวมตัวที่ห้องจัดเลี้ยงเพื่อรับประทานอาหาร คุณนายพูนสินอยากจัดโต๊ะจีน แต่วิเวียนต้องการให้เป็นงานค็อกเทลเหมือนกับพิธีที่ชายหาด เรื่องนี้เถียงกันแทบตายตั้งแต่เมื่อคืนจนในที่สุดลูกสาวก็เป็นฝ่ายชนะ
เวลานี้เจ้าบ่าวและเจ้าสาวยืนพูดคุยกับพิธีกรอยู่บนเวที งานช่วงบ่ายจัดแบบงานเลี้ยงแต่งงานทั่วไป มีพูดคุยถึงประวัติของทั้งสอง ฉายสไลด์ รวมถึงตัดเค้กตามธรรมเนียม
แต่อันดาไม่ได้สนใจพิธีเหล่านี้นัก หลังเสร็จหน้าที่เพื่อนเจ้าสาวบนเวทีแล้ว เธอก็ลงมาเดินเล่น โถงที่จัดงานใหญ่โตมีโต๊ะวางอาหารค็อกเทลอยู่ตามมุมต่าง ๆ ทว่าเป้าหมายของเธอนอกเหนือไปจากนี้ก็คือหา ‘คนที่ใช่ในวันเหงา ๆ’ สักคนตามประสาหญิงสาวรักสนุก
แต่เพราะว่าคีรติเชิญเพื่อนมาน้อยมากตามความต้องการของวิเวียนที่อยากให้เป็นงานเล็ก ๆ สบาย ๆ งานนี้จึงมีแต่แขกของคุณนายพูนสินเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็เป็นรุ่นราวคราวเดียวกับคุณนายเองนั่นแหละ หลังพยายามกวาดตามองหาเหยื่อจนท้อ อันดารู้สึกปวดหัว นี่ฉันมางานแต่งหรือมางานแซยิดสมาคมผู้สูงอายุกันแน่
“เจอหล่อ ๆ ไหมแก” อิงที่เดินเข้ามาสมทบเอ่ยถาม
“เจอ หล่ออยู่ แต่รุ่นพ่อ”
อันดาตัดพ้อกับตัวเอง หยิบไส้กรอกหนึ่งชิ้นใส่ปาก ในขณะที่อิงกำลังส่งสายตาให้กับหนุ่มร่างเบิ้มซิกแพคแน่นที่เห็นเมื่อตอนบ่ายในโรงจอดรถ
“ฉันเจอแล้วแก…” อิงบอกเพ้อ ๆ แต่อันดาไม่ได้ยิน
“พยายามเข้า เราต้องเจอช้างเผือก ฉันเชื่อ” อันดาบอกเพื่อนไปอีกประโยค โดยไม่รู้ว่าคู่สนทนาที่เธอกำลังพูดด้วยเดินออกจากโต๊ะไปแล้ว
“อ้าว..”
พอหันมาอีกทีเธอก็เห็นอิงเดินตรงไปที่มุมโถง ตรงนั้นมีผู้ชายสูงใหญ่คนหนึ่ง แต่เธอยังไม่ทันได้เห็นหน้าเขาถนัดนัก เพื่อนนักธุรกิจของคีรติเดินเข้ามาขอชนแก้วกับอันดา หญิงสาวตกใจเล็กน้อย ตอนมองหากลับไม่เจอ พอยืนเฉย ๆ ดันได้ปลาใหญ่เสียนี่
ภาพที่ว่าก็ตรงเข้าสู่สายตาของผู้ชายคนที่อิงเดินเข้าไปทักทายอยู่ตลอด เฮียเบิ้มหรือนายบุรีของอันดา ในความเป็นจริงเขายืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่ต้น มองมาที่อันดาอยู่ตลอดเพียงแต่เจ้าหล่อนไม่รู้ตัว
“สวัสดีครับคนสวย”
“สวัสดีค่ะ” อันดาชนแก้วกับเขาอย่างเป็นมิตร เพราะมองหาชายหนุ่มได้ยากเย็นในงาน อย่างน้อยก็มีหลงมาสักคน
“ผมองศาครับ ยินดีที่ได้รู้จักคุณ…”
“อันดาค่ะ เป็นเพื่อนของเจ้าสาว”
“เราเป็นคู่ที่เหมาะสมกันดีนะครับนี่ คุณเป็นเพื่อนเจ้าสาวส่วนผมเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว” ชายหนุ่มร้องว้าว ส่งสายตาแพรวพราว ซึ่งหญิงสาวที่ได้ขึ้นชื่อว่าเจนจัดในการดูผู้ชายอย่างอันดาดูออกได้ไม่ยากว่าเขากำลังรุกเธอ
องศาเป็นเพื่อนรักและหนึ่งในคู่ค้านักธุรกิจของคีรติ เขาเป็นหนุ่มเพลย์บอยเนื้อหอม แต่ระดับความเจ้าชู้หาตัวจับยาก รสนิยมของเขาชอบแบบวันไนต์สแตนด์ จบและแยกย้ายแบบไม่มีข้อผูกมัด ซึ่งบุรีก็รู้จักองศาเป็นอย่างดีเพราะพวกเขารู้จักกันมาเกือบ 15 ปี
คีรติ องศา บุรี อลงกต นพรัตน์ เป็น 5 เสือวิศวกรรมศาสตร์ก่อสร้างที่เนื้อหอมที่สุดในรุ่นนั้น พวกเขาเรียนจบมาด้วยกัน จนกระทั่งตอนนี้ก็ยังติดต่อเพื่อส่งงานให้เพื่อนทำอยู่เรื่อย ๆ
ที่จริงก็เหมือนโชคชะตาเล่นตลก เพราะเพื่อนรักของคีรติกลับกลายมาเป็นคู่หมั้นของอันดา ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของวิเวียน
แถมพี่ชายสุดที่รักของอันดาก็เป็นเพื่อนสนิทของว่าที่เพื่อนเขยอย่างคีรติ หากคีรติรู้มาก่อนหน้าว่าเขาเป็นเพื่อนของพี่ชายอันดา คงจะได้ใช้ให้เป็นพ่อสื่อจีบวิเวียนไปตั้งแต่ตอนนั้น
มันเป็นโลกกลมที่คาดไม่ถึงจริง ๆ แม้แต่บุรีเองก็ไม่เคยคิดฝันมาก่อน
“ดูอะไรอยู่เหรอคะ” อิงถามขึ้นเมื่อเริ่มรู้ตัวว่าชายหนุ่มไม่ได้โฟกัสสายตามาทางเธอเท่าที่ควร
“อ๋อ ผู้หญิงคนนั้น..เพื่อนของคุณหรือเปล่าครับ” บุรีถามออกไปตรง ๆ พลางชี้ไปยังอันดาที่ยืนคุยกับองศาอยู่อย่างออกรส
“ใช่ค่ะ อันดาเป็นเพื่อนของอิงเอง”
บุรีพยักหน้ารับ เขารู้ดีว่าเพื่อนของเขาองศาเป็นคนอย่างไร แต่ครั้นจะเข้าไปขวางเสียตอนนี้คงผิดใจกันแน่ แถมอันดาเองก็เคยประกาศเอาไว้ว่าไม่ได้ชอบหรืออยากแต่งงานกับเขา แต่ลึก ๆ ก็ยังแอบเป็นห่วง ชายหนุ่มยังคงเลือกที่จะยืนนิ่ง เฝ้ามองทั้งสองคนต่อไปเงียบ ๆ จนอิงจับบรรยากาศได้ว่าหนุ่มที่หมายตาไว้คนนี้ดูท่าจะสนอกสนใจอันดาเข้าแล้ว
“ให้ไปเรียกมาให้ไหมคะ” อิงถาม ข้อดีของอิงก็คือเธอเป็นคนง่าย ๆ รักเพื่อนและมูฟออนได้เร็วมาก
“ไม่หรอกครับ ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น..” บุรีตอบ
“ถ้าสนใจเพื่อนอิงก็บอกได้นะคะ ขืนช้าล่ะก็เดี๋ยวโดนหนุ่มหล่อคนนั้นแย่งไปนะ”
เพราะอิงรู้สึกถูกชะตากับบุรีมากกว่า ถึงแม้ไม่รู้ฐานะของคนทั้งสองเธอก็ยังอยากเชียร์อยู่ดี ทว่าบุรีกลับขอร้องให้เธออยู่คุยกับเขาก่อน เพราะอย่างน้อยจากตรงนี้ก็ยังมองเห็นอันดาได้อย่างชัดเจน ซ้ำทั้งสองสาวยังเป็นเพื่อนกันมีโอกาสมากที่อันดาจะเดินกลับมาหา
ในขณะเดียวกันนั้น ระหว่างที่พูดคุยกับบุรีอยู่ อิงก็แอบส่งข้อความไปหาอันดา
‘แก ตรงนี้มีคนสนใจ หันมาทาง 7 นาฬิกาซิ’
พออันดาหันมาเธอก็ได้เห็นเต็มตาเสียทีว่าคนที่คุยอยู่กับอิงนั้นเป็นใคร บุรีนั่นเอง อันดาขมวดคิ้ว ตอนแรกก็แค่สงสัยว่ามันคงเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ แต่ตอนนี้เธอเริ่มแน่ใจ บุรีผิดสัญญาที่ว่าจะไม่ตามตื๊อและให้ความเป็นส่วนตัวกับเธอ เขาตามเธอมาถึงนี่ ไม่รู้ว่านี่เป็นคำสั่งของป๊ากับม๊าที่ให้มาควบคุมพฤติกรรมของเธอด้วยหรือเปล่า ความเข้าใจผิดข้อนี้ก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรง อันดาโมโหนัก
อิง : เขาชื่อบุรี เขาดูสนใจแกมากเลยนะ มาคุยหน่อยไหม
อิงยังคงส่งข้อความมาเพิ่ม
อันดา : ไม่ ฉันไม่ชอบคนแบบนี้ แกเอาไปได้เลย จะเอาไปต้มยำทำแกงอะไรก็เชิญ
อิง : ดี แกพูดแล้วนะ งั้นฉันจะเอาไปต้มกินละ
อีกฝั่งของอันดากับองศาที่นั่งอยู่โต๊ะตรงข้าม อันดายังส่งสายตาไปมองอิงเป็นระยะ เธอปฏิเสธกับตัวเองว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับผู้ชายตัวใหญ่คนนั้นสักนิด แต่เพราะเป็นห่วงเพื่อนต่างหากล่ะ
“คุณอันดามีแฟนหรือยังครับ” องศาชวนคุยหลังจากที่ชนแก้วไปแล้วหลายครั้ง คิดในใจว่าผู้หญิงตรงหน้าดื่มเก่งพอสมควร คืนนี้คงลากขึ้นเตียงไม่ยาก
“โสดค่ะ”
“โสดเหมือนกันเลยครับ เราลองคบกันดูไหม”
อันดาหัวเราะคิกคัก ไม่เชื่อว่าคนที่เพิ่งรู้จักกันไม่ถึง 20 นาทีจะมาขอคบ นอกจากจะหลอกฟันเท่านั้น เธอไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนต่อโลก จะได้เคลิ้มฝันไปกับคำหวานของผู้ชายแบบนี้
“เรายังเจอกันไม่ถึง 20 นาทีเลยนะคะ”
“แต่ทำไมผมกลับรู้สึกว่าเหมือนรู้จักคุณมานาน มันเป็นความรู้สึกบางอย่างที่อยู่ในหัวใจ” องศาพร่ำหยอดคำหวาน แถมเป็นคำหวานที่มักใช้กันตามตำราเป๊ะ ในขณะที่ดีกรีแอลกอฮอล์ก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
“ฉันไม่หลงคำหวานคุณง่าย ๆ หรอกนะคะ”
มองไปที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวพวกเขาทั้งคู่ยังคงเดินต้อนรับแขก ซึ่งส่วนมากผู้ค้าธุรกิจของคีรติจะเป็นคนสูงวัยเลยวัยกลางคนไปเสียมากกว่า คิดไปแล้ว…งานแต่งงานมันช่างลำบากสิ้นดี จัดเพื่อคนอื่นแท้ ๆ
“คุณเป็นผู้หญิงสวย ที่น่าค้นหาที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมา สวย เฉี่ยว เป็นตัวของตัวเองและมั่นใจ ตรงสเปกผมสุด ๆ” ชายหนุ่มหยอดคำหวานเอ่ยปากชมอีกครั้ง
“คุณก็พูดเกินไป ฉันไม่เชื่อน้ำคำผู้ชายที่เพิ่มดีกรีแอลกอฮอล์ที่ไหลลงคอเรื่อย ๆ แบบนี้หรอกนะคะ”
ชายหนุ่มหัวเราะขำ “คุณนี่พูดตรงดีเหมือนกันนะครับ”
“ตามสไตล์คนเรียนก่อสร้างแหละค่ะ เพื่อนผู้ชายทั้งนั้น เลยโดนสอนวิชามาเยอะ” หญิงสาวหยอกไปอย่างสนุก
“ไม่น่าเชื่อว่าจะเจอผู้หญิงสวยเรียนสายก่อสร้างด้วย”
“ที่บ้านทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่แม่สอดค่ะ เรียนเพื่อสานต่อธุรกิจที่บ้าน”
“จริงเหรอครับ ผมก็มีเพื่อนทำธุรกิจที่แม่สอดเหมือนกัน ว่าง ๆ จะได้แวะขึ้นไปเที่ยวหาคุณอันดาด้วย” ชายหนุ่มบอกพร้อมกับมองไปที่บุรีที่คุยกันอย่างออกรสกับสาวสวยอีกคนนึงอยู่ฝั่งตรงข้าม
“คนที่บ้านดุเป็นเสือ หวงเป็นจงอางหวงไข่เลยค่ะ” หญิงสาวบอกติดตลกนึกถึงใบหน้าพี่ชาย
“แน่ใจว่าไม่ใช่แฟนแน่นะครับ หวงแบบนี้ผมว่าแฟนชัวร์ ๆ”
“พี่ชายค่ะ แถมเพื่อนพี่ชายมาอีกคนนึง”
“ผมชอบบุกเข้าถ้ำเสือเสียด้วยสิ” เขาบอกต่อ
“ดื่มดีกว่าค่ะ อย่าพูดถึงเรื่องที่บ้านเลย นี่อันดาก็ตั้งใจลงมาเที่ยวสักอาทิตย์แล้วค่อยกลับไปอยู่ในกรงทองต่อ”