โครม...!! ตูม...!!
ชายหนุ่มถึงกับตื่นตะลึงกับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า คราแรกเขาสงสัยว่าใครกันบ้ามาขี่เจ็ตสกีเล่นยามค่ำคืนเช่นนี้ เขาคิดว่าคงเป็นพวกชอบความบ้าบิ่นที่มักเล่นอยู่เป็นประจำ แต่แล้ว... ภาพเจ็ตสกีพุ่งทะยานตรงไปยังโขดหินอย่างไม่ยอมลดลาความเร็วก่อนที่จะเกิดการประทะกันเสียงสนั่นหวั่นไหวก็ทำให้เขาตระหนักได้ในนาทีนั้นเองว่ามันเป็นการจงใจทำร้ายตนเองอย่างแน่นอน
เขากระโดดออกจากบ้านพักแทบไม่ทัน เสียงตะโกนเอะอะโวยวายสั่งลูกน้องคู่ใจให้ลากเจ็ตสกีลงไปยังชายหาดทำให้มารดาที่อยู่ในบ้านออกมาดูด้วยความตกใจ
“อะไรกันลูก... คิม!! นั่นลูกจะไปไหน” เสียงมารดาของเขาตะโกนถามมาด้วยความห่วงใย
“ใครไม่ทราบครับแม่ ขับเจ็ตสกีชนกับโขดหินด้านโน้น คิมจะไปดูเผื่อจะช่วยเหลือได้ทัน แม่โทรแจ้งหน่วยกู้ภัยกับแจ้งตำรวจทีนะครับ เร็วเข้าสิน้าแหยม”
“ระวังด้วยนะลูก!! มันอันตราย!! ”
ชายหนุ่มและลูกน้องคู่ใจพากันขี่เจ็ตสกีตรงไปยังที่เกิดเหตุ นายแหยมลูกน้องเก่าแก่ของบ้านช่วยส่องไฟฉายออกไปเพื่อให้มองเห็นได้ชัดขึ้น เมื่อถึงโขดหินชายหนุ่มรีบดับเครื่องพร้อมส่งเสียงตะโกนเรียก แต่หามีเสียงตอบรับไม่ ชายหนุ่มตัดสินใจกระโดดลงไปในน้ำเพื่อค้นหาคนเจ็บ
“นายน้อย!! มันมืดนะครับมองไม่เห็นหรอก” นายแหยมตะโกนเรียกอย่างตกใจในการกระทำของเจ้านายหนุ่ม
ฝ่ายคนกระโดดลงน้ำไปรู้สึกกังวลใจ ไม่สบายใจกับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาใคร่รู้นักอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้คนผู้นั้นถึงกับคิดทำร้ายตนเองเช่นนี้ ชายหนุ่มใช้เวลานานในการดำหา แต่เนื่องจากน้ำช่วงนี้ค่อนข้างลึกประกอบกับสภาพโดยรอบมืดมิดทำให้ยากต่อการมองหา ในที่สุดชายหนุ่มก็พยุงตัวขึ้นไปนอนแผ่หลาอยู่บนโขดหินด้วยอาการเหนื่อยอย่างแรง
“โธ่...!! นายน้อยไม่น่าเหนื่อยเลยอีกสักพักหน่วยกู้ภัยก็คงมาถึง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเขาเถอะครับ”
“คิมทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกน้าแหยม!! กว่าพวกเขาจะมาถึงโอกาสรอดของคนเจ็บก็มีน้อยเต็มที หรือไม่ก็จมน้ำตายก่อนจะช่วยได้ทัน”
“แต่มันไม่ใช่ความผิดของนายน้อยนะครับ”
“ใช่!! มันไม่ใช่ความผิดคิม แต่มันเป็นเรื่องของมนุษยธรรม” คำพูดแรงด้วยอารมณ์ของชายหนุ่มทำให้ลูกน้องคนสนิทถึงกับเงียบจ๋อยหน้าเจื่อนทันที ชายหนุ่มรู้สึกว่าตัวเองพูดแรงไปจึงเอ่ยขอโทษ
“เอ่อ... น้าแหยม! คิมขอโทษ คิมหงุดหงิดไปหน่อยไม่รู้เป็นอะไร”
“ไม่เป็นไรครับนายน้อย ไอ้แหยมมันปากไม่ดีเอง นายน้อยอย่าขอโทษผมเลยครับ ผมก็แค่เป็นห่วงนายน้อย เอ๊ะ! นั่นอะไรครับ! ”
ลูกน้องคนสนิทชี้ไปยังแสงสะท้อนที่แว่บมาจากการตกกระทบของแสงไฟฉาย ชายหนุ่มรีบเอื้อมมือไปหยิบมาดู มันเป็นล็อกเก็ตล้อมเพชรรูปหัวใจ พลัน!! ก็เกิดอาการกระตุกวูบในใจ หัวใจของเขาเต้นรัวเร็วขึ้นไม่เป็นจังหวะ ชายหนุ่มลองเปิดดูภายในเห็นเป็นภาพชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่งอยู่คนละด้านของล็อกเก็ต คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างลืมตัว เขาพยายามเพ่งพิศไปยังหญิงสาวในรูป รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้างามชวนให้รู้สึกใจหาย
“ต้องเป็นของคนเจ็บแน่ครับนายน้อย” เสียงลูกน้องคู่ใจเอ่ยขึ้นฉุดให้เขาตื่นจากภวังค์
“นั่นสิ บางที... คนเจ็บอาจเป็นใครก็ได้ในสองคนนี้”
‘แล้วถ้าเป็นหญิงสาวในรูปนี้ล่ะ!!’ ชายหนุ่มรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก สมองอันชาญฉลาดครุ่นคิดถึงสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุขณะลูกน้องคนสนิทกวาดไฟฉายไปรอบๆ บริเวณอีกครั้ง
“นายน้อยๆ นั่น! มีคนอยู่ตรงนั้น! โขดหินโน่น!” เสียงตะโกนเรียกที่บ่งบอกความดีใจระคนตกใจฉุดให้ชายหนุ่มรีบมองตาม
คนถูกเรียกแทบกระโดดจากที่นั่ง ไม่รอช้า เขารีบวิ่งตรงไปยังร่างที่นอนฟุบอยู่กับโขดหิน แล้วก็ต้องชะงักอึ้ง เมื่อร่างตรงหน้าคือหญิงสาวใน ล็อกเก็ตนั้นที่เขาภาวนาขออย่าให้เป็นเธอ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือใบหน้าขาวซีดเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสดที่ไหลออกมาไม่ทราบตำแหน่ง ชายหนุ่มรีบประคองร่างของหญิงสาวขึ้นพร้อมตรวจสอบชีพจรและลมหายใจ แล้วเขาก็ใจชื้นเมื่อพบว่าร่างในอ้อมแขนยังมีลมหายใจอยู่แต่มันแผ่วเบาเต็มทน
ชายหนุ่มตะโกนบอกลูกน้องคู่ใจให้สตาร์ทเครื่องเจ็ตสกีทันที ทั้งสองช่วยกันพาร่างอันไร้สติของหญิงสาวกลับเข้ามายังฝั่งพร้อมๆ กับรถหน่วยกู้ภัยมาถึงพอดี ชายหนุ่มส่งตัวหญิงสาวให้นำส่งโรงพยาบาล เขาก้าวจะตามไปแต่มารดาห้ามไว้เพราะเกรงว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจะเกี่ยวโยงมาถึงบุตรชาย เพราะคิมฮันเป็นทั้งนักร้องและดาราดังระดับซุปเปอร์สตาร์ของเมืองไทย หากใครพบเขาในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ย่อมไม่เป็นผลดีต่อตัวเขาเป็นแน่ ทุกอย่างต้องเป็นข่าวดังขึ้นมาอย่างทันทีและหญิงสาวคนนั้นก็คงต้องตกเป็นข่าวไปด้วย บางทีเธออาจไม่อยากให้ใครรับรู้เรื่องราวเหล่านี้ เขาจึงได้แต่พยักหน้ารับด้วยความจำนน
“คิมเข้าบ้านอาบน้ำแล้วพักผ่อนเถอะลูก ทางนี้แม่จัดการเอง แม่ไม่อยากให้เรื่องมันพัวพันมาถึงคิม แม่หวังว่าลูกคงเข้าใจ อีกอย่างพรุ่งนี้ลูกต้องเดินทางแต่เช้า”
“ครับแม่... น้าแหยมดูแลแม่ด้วยนะ”
“ครับนายน้อย”
ชายหนุ่มปลีกตัวออกมาเดินเข้าบ้าน แต่ใจกลับห่วงใยใครอีกคนที่กำลังถูกเคลื่อนย้ายไปโรงพยาบาล ...นี่ถ้าครอบครัวเขาไม่มาพักผ่อนวันนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับเธอนะ ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียด ดวงตาคมหวานซึ้งมองสลับไปมาระหว่างภาพหญิงชายในล็อกเก็ต เพราะผู้ชายคนนี้หรือคุณจึงคิดสั้นแบบนี้ หรือมันเป็นเพียงอุบัติเหตุ
เขาไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไมความรักมันรุนแรงแบบนี้ ตลอดระยะยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาเขามีมารดาเพียงคนเดียวเท่านั้น เขายังไม่เคยคิดรักใคร แม้ข้างกายเขาจะรายล้อมไปด้วยสาวงามมากหน้าหลายตา
เพราะใจของเขามีแต่มารดาเท่านั้นและเขาก็รู้ว่ามารดารักเขามาก เขาเท่านั้นที่เป็นตัวแทนแห่งความรักของพ่อและแม่ มารดาของเขาไม่เคยรักใครอีกเลยหลังจากบิดาของเขาล่วงลับไป ตั้งแต่เขาจำความได้เขารับรู้ถึงความรักเหล่านั้นผ่านบันทึกเรื่องราวต่างๆ ที่มารดาของเขาเก็บไว้อย่างทะนุถนอม มารดาเขารักบิดามากจึงทุ่มเทความรักความใส่ใจให้เขาตลอดมา และคอยปกป้องเขาทุกเรื่อง
แม้บางครั้งเขาจะเกเรไปบ้างแต่ก็ไม่เคยทำให้มารดาหนักใจ เขาจึงยังไม่อยากปันใจให้ใครในเวลานี้ แล้วผู้หญิงคนนี้ล่ะเรื่องราวเป็นมาอย่างไรจึงเกิดเหตุปางตายเช่นนี้ เขาได้แต่ภาวนาขอให้เธอปลอดภัย เขาอยากเห็นรอยยิ้มของเธอสักครั้งในยามที่เธอรู้สึกตัวไม่ใช่ในรูปถ่าย เธอคงยิ้มได้สวยมากเป็นแน่ เพราะเพียงในรูปถ่ายเธอยังงดงามเพียงนี้
‘เออแฮะ... นี่เราเป็นอะไรไป!’! ชายหนุ่มคร่ำครวญสงสัย เสียงรถที่เข้ามาจอดภายในบ้านทำให้ชายหนุ่มสะดุ้งรู้สึกตัว เขานั่งมองเธอมานานเป็นชั่วโมงเลยหรือนี่ มารดาของเขากับน้าแหยมกลับมาแล้ว ชายหนุ่มวางล็อกเก็ตไว้บนหัวนอนกระชับเสื้อคลุมแล้วลุกเดินออกไปพบมารดา
“อ้าว! ยังไม่นอนอีกหรือลูก...คิม! ” มารดาเขาถามด้วยความสงสัย
“ยังครับแม่ คิมนอนไม่หลับ ยังตื่นกับเหตุการณ์ตอนค่ำน่ะครับ” ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ และเข้าไปโอบกอดมารดา
“ตื่นเหตุการณ์หรือห่วงคนครับนายน้อย” เสียงลูกน้องคู่ใจแว่วมาอย่างล้อเลียน
“น้าแหยม” ชายหนุ่มหันมาถลึงตาใส่ลูกน้องคนโปรดของมารดากลบเกลื่อนอาการขัดเขิน
“โธ่... นายน้อยครับ ไอ้แหยมล้อเล่นนิดเดียว ทำเป็นโกรธ ก็ผมเห็นนายน้อยตางี้...” นายแหยมลอยหน้าลอยตาพูดพร้อมทำตาหวานซึ้งประกอบ สร้างความหมั่นไส้ขัดเขินให้ชายหนุ่มยิ่งนัก คุณมิลานเห็นท่าบุตรชายกับคนสนิทจะต่อความกันยาวเหยียดก็รีบขัดตาทัพขึ้น
“พอทีเถอะนายแหยม... ไปนอนไป๊! เดี๋ยวฉันจะสั่งสอนแทนนายคิม”
“ไอ๊หยา... ไปล่ะหว่า ดุเชียวทั้งแม่ทั้งลูก” นายแหยมทำท่าสะดุ้งประกอบคำก่อนรีบโกยแนบหลบไป
“ดูซิครับแม่ แม่ล่ะให้ท้ายน้าแหยมจนไม่รู้ใครนายใครบ่าว” ชายหนุ่มอดค่อนขอดไม่ได้
“เถอะน่าคิม ไม่มีใครนายใครบ่าวล่ะลูก น้าแหยมน่ะเป็นคนเก่าแก่ เขาคอยช่วยเหลือแม่มาตลอดนะ คิมต้องให้ความเคารพเขาเหมือนญาติคนหนึ่ง” มารดาปรามเขาเบาๆ
“โธ่... แม่ครับคิมล้อเล่นน่ะ” ชายหนุ่มเอ่ยอ้อนเสียงอ่อน
“ฮึ! รู้ตัวว่าผิดล่ะก็อ้อนทุกทีเชียวน่า มันก็น่าให้นายแหยมล้ออยู่หรอก อาไร้...! ไม่รู้จักเขาซะหน่อยแต่ตาลูกน่ะมันฟ้อง”
“โธ่... แม่ครับ เขาตกที่นั่งลำบาก คิมก็แค่อยากช่วยเหลือ แล้วก็เป็นห่วงตามมนุษยธรรมน่ะครับ”
“แน่ใจนะว่ามนุษยธรรม เอ๊ะ!! หรือว่าคิมของแม่ไปรู้จักมักจี่กับเขา หรือไปหักอกเขามา ถึงได้ตามมาฆ่าตัวตายแถวนี้น่ะฮึ” มารดาแกล้งหยั่งเชิงบุตรชาย
“โอ้โฮ...! แม่คร้าบ! นี่ถ้าบอกว่าคุณแม่เป็นนักเขียนนิยายคิมว่าต้องขายดีแน่ครับ หน้าตาเขาเนี่ยคิมเพิ่งเห็นก็ครั้งนี้ล่ะครับ ที่สำคัญนอกจากแม่แล้วคิมก็ไม่เคยแลตามองใครเลยนะครับ แล้วจะไปหักอกใครได้ล่ะครับ”
“นั่นปะไร พูดแค่นิดเดียวแก้ตัวซะยาวเหยียด ไปนอนไป๊! พรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้าไม่ใช่รึ”
“ครับแม่ เอ่อ...ว่าแต่ว่า เขาเป็นไงบ้างล่ะครับ”
“ฮื้อ...ที่รอแม่นี่แสดงว่าอยากรู้เรื่องเขามากกว่าห่วงแม่ล่ะสิ”
“โธ่...แม่ล่ะก็ คิมมีสิทธิที่จะรับรู้นะครับว่าคนที่คิมช่วยชีวิตไว้น่ะเป็นตายร้ายดียังไง ส่วนแม่น่ะต้องห่วงที่หนึ่งอยู่แล้วล่ะครับ”
“จ้าพ่อนักมนุษยธรรม เธอปลอดภัยดีแล้วล่ะลูกแต่ต้องดูอาการที่ห้องไอ.ซี.ยู ก่อน ไม่รู้เธอเป็นใครมาจากไหนเราคงต้องดูแลเธอก่อนล่ะ” คำตอบจากมารดาทำให้ชายหนุ่มพอใจยิ่งนัก อย่างน้อยเธอก็ปลอดภัยแล้ว
“คิมรู้อยู่แล้วล่ะครับว่าคุณแม่ของคิมน่ะเป็นผู้หญิงที่ใจดีที่สุดในโลก”
“ไม่ต้องปากหวานจ้า คราวนี้จะนอนได้รึยังล่ะ” มารดายิ้มให้ด้วยความอ่อนโยนยามมองดูบุตรชาย
“คืนนี้คิมนอนกอดแม่ได้ไหมครับ เพราะคิมจะไม่ได้เจอแม่อีกหลายวัน” เขาไม่วายออดอ้อนมารดา
“ทำตัวเป็นเด็กน้อยไปได้ เอ้านอนก็นอน”
“ขอบคุณครับแม่ คิมรักแม่นะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยบอกรักมารดา แต่ในใจลึกๆ ไม่วายคำนึงถึงหญิงสาวผู้ที่เขาช่วยเหลือชีวิตไว้ อาการหวั่นไหวภายในเกิดขึ้นไม่รู้ตัว หากเป็นไปได้เขาอยากไปดูเธอตั้งแต่นาทีนี้ ให้ตายเถอะพรุ่งนี้เขาไม่อยากไปเลย มันทำให้เขาต้องพลาดการไปดูอาการของเธออีกหลายวัน
‘หลับฝันดีนะสาวน้อยของฉัน แล้วเราจะได้เจอกัน’
*************************************
“อาการเป็นไงบ้างคะคุณหมอ” คุณมิลานเอ่ยขึ้นอย่างร้อนรนหลังจากหมอตรวจเยี่ยมอาการของคนไข้แล้ว เธอรู้สึกกังวลใจไม่น้อยกับอาการของหญิงสาวนิรนามที่บุตรชายช่วยชีวิตไว้ ถ้าหากหญิงสาวเป็นอะไรไปเธอเองก็ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรต่อไป
“อาการดีขึ้นแล้วครับ จากการตรวจเช็คสมองแล้วไม่ได้รับความกระทบกระเทือนอะไรมาก เลือดที่ออกใต้เยื่อหุ้มสมองมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ไม่ได้เป็นอันตรายอะไร ตอนนี้หมออยากให้เธอพักผ่อนมากๆ นะครับ” หมอหนุ่มอธิบาย
“แล้วทำไมเธอยังไม่ฟื้นอีกล่ะคะคุณหมอ” ถามต่ออย่างยังไม่คลายกังวล
“ความจริงคนไข้รู้สึกตัวแล้วครับ เพียงแต่หมอให้ยาเธอไปเมื่อสักครู่เธอจึงหลับไปด้วยฤทธิ์ยาน่ะครับ”
“ค่อยยังชั่วหน่อย” คุณมิลานถอนหายใจอย่างรู้สึกโล่งกับคำตอบที่ได้รับ เมื่อหมดข้อซักถามแล้วหมอหนุ่มจึงขอตัว
“ทำใจให้สบายนะครับ ผมขอตัวก่อน”
“ขอบคุณคุณหมอมากค่ะ”
หลังจากคุณหมอเจ้าของไข้ออกไปแล้ว คุณมิลานก็หันมามองหญิงสาวที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงเบื้องหน้าของเธอเป็นหญิงสาวรูปร่างบอบบางใบหน้างดงามคนหนึ่ง แต่ตอนนี้ใบหน้างามนั้นยังดูซีดเซียวอยู่ คุณมิลานคิดว่าเธอคงต้องปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับด้วยไม่อยากให้เรื่องนี้เกี่ยวพันไปถึงบุตรชาย เพราะถ้าเรื่องนี้ล่วงรู้ถึงเหยี่ยวข่าวแล้วล่ะก็ เธอเชื่อว่าเรื่องราวจะถูกบิดเบือนจากความเป็นจริงและนำพาซึ่งความเสื่อมเสียมาสู่บุตรชายและหญิงสาวผู้นี้แน่นอน
ในเมื่อ ‘คิมฮัน’ เป็นทั้งนักร้องและดาราดังระดับซุปเปอร์สตาร์ของเมืองไทยที่ใครๆ ใคร่อยากรู้เรื่องราวส่วนตัวของเขาจนทุกวันนี้แทบหาความเป็นส่วนตัวไม่ได้ หากเรื่องนี้ถูกตีแผ่ออกไปว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับบุตรชายที่รักแล้ว คุณมิลานคิดว่ามันคงกลายเป็นข่าวอื้อฉาวซึ่งมันยากนักที่จะลบเลือน
เสียงกระแอมไอของลูกน้องคู่ใจดังเข้ามากระทบโสตประสาทดึงให้คุณมิลานหลุดออกมาจากห้วงความคิด
“ว่าไงนายแหยม”
“ไม่ว่าไงหรอกครับ เพียงแต่ผมเห็นพี่นั่งจ้องเธอตาไม่กระพริบมานานแสนนาน ก็เลยสงสัยว่าพี่มิลานกลัวเธอจะหายไปเหรอครับ”
“นายแหยม!” คนเป็นนายส่งเสียงเข้มเป็นการข่มขู่
“คร้าบ..!”
“คนกำลังเครียดมาพูดเล่นไม่ดูเวลา”
“โธ่..! อย่าโกรธเลยครับ คุณหมอก็บอกว่าเธอปลอดภัยแล้วและตอนนี้กำลังหลับอยู่ พี่มิลานทำเสียงดังเดี๋ยวเธอก็ตื่นหรอกครับ” ลูกน้องคู่ใจไม่วายทะเล้นด้วยอยากให้นายสาวอารมณ์ดี
“นี่!! ฝากไว้ก่อนเถอะนายแหยม จะไปไหนก็ไปไป๊ ตอนเย็นค่อยมารับฉัน ฉันจะอยู่ดูแม่หนูนี่สักหน่อย” คุณมิลานเอือมระอากับลูกน้องวัยกลางคนที่เปรียบเสมือนน้องชายเธอ
“งั้น...พี่มิลานมีอะไรให้ไอ้แหยมรับใช้อีกไหมครับ ถ้าไม่มีกระผมขอตัวกลับไปดูความเรียบร้อยที่บ้านพักก่อน ตอนเย็นจะมารับนะครับ”
“ไปเถอะ”
เมื่อลูกน้องคู่ใจออกไปแล้วคุณมิลานจึงเพ่งพิศใบหน้างามอีกครั้ง ใบหน้างามตอนนี้ราวกับคนหลับใหลอย่างสบายไม่มีวี่แววของคนบาดเจ็บเลยมิลานจึงรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง พลางเดินไปนั่งที่โซฟามุมห้องอ่านหนังสือเป็นการฆ่าเวลา หากว่าหญิงสาวตื่นขึ้นมาจะได้พูดคุยถามไถ่กันให้รู้เรื่องราว
“หนู...หนูจ๊ะ...เป็นอะไรหรือเปล่า” คุณมิลานเฝ้าเขย่าตัวเรียกหญิงสาวบนเตียงให้รู้สึกตัว เนื่องจากขณะที่เธอกำลังเพลิดเพลินกับหนังสือ หญิงสาวบนเตียงก็ดิ้นรนกระสับกระส่ายจนเธอตกใจ คุณมิลานรีบวิ่งมากดอินเตอร์คอมเรียกพยาบาลให้เข้ามาดูอาการคนไข้ แล้วเธอเองก็ส่งเสียงเรียกร่างบนเตียงหวังให้รู้สึกตัว
นิลกานต์ค่อยๆ ลืมตากระพริบปริบๆ เพื่อปรับรับกับแสงที่สาดเข้าดวงตาคู่งาม เมื่อสายตาปรับรับได้เต็มที่เธอก็เห็นหญิงกลางคนที่ใบหน้าเปี่ยมด้วยเมตตายืนอยู่ข้างเตียง สายตาที่มองมาบ่งบอกความห่วงใย หญิงสาวนิ่วหน้าเล็กน้อยอย่างนึกสงสัย ‘ใครกัน! แล้วนี่ที่ไหน! คุณพระ...ทำไมฉันปวดหัวจัง เกิดอะไรขึ้น!!’ ไม่ทันที่หญิงสาวจะได้คิดอะไรต่อ ก็พบว่าเจ้าหน้าที่พยาบาลเข้ามาอยู่รอบเตียงกันครบถ้วน
“ใจเย็นๆนะคะคุณน้า ขอพยาบาลดูอาการคนไข้ก่อนนะคะ” พยาบาลสาวเอื้อนเอ่ยกับคุณมิลานอย่างปลอบโยน หญิงวัยกลางคนจึงปลีกตัวให้พยาบาลเข้ามาตรวจอาการคนไข้ได้ถนัดขึ้น ขณะที่นิลกานต์ยังรู้สึกมึนงงกับทุกสิ่งรอบข้าง เสียงซักถามอาการดังแว่วมาหญิงสาวรับรู้ได้ตอบรับอย่างแผ่วเบา
“ไม่เป็นไรค่ะ...รู้สึกปวดหัวนิดหน่อยค่ะ... ค่ะ...มองเห็นชัดค่ะ”
“อาการปกตินะคะคุณน้า เดี๋ยวพยาบาลฉีดยาบรรเทาอาการปวดให้อีกเข็มนึง นี่ก็ได้เวลาพอดี” พยาบาลสาวเอื้อนเอ่ยรายงานอาการคนไข้ คุณมิลานรู้สึกโล่งใจ เธอยังไม่หายตกใจกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ เมื่อเจ้าหน้าที่ออกไปแล้วจึงเดินเข้ามาข้างเตียงคนไข้เพื่อซักถามและดูอาการ
“เป็นไงบ้างจ๊ะหนู”
นิลกานต์ลืมตามองตามเสียงเรียกที่เจือด้วยความห่วงใย รอยยิ้มบางๆ ผุดบนใบหน้างามที่ยังดูซีดเซียว หญิงสาวสงสัยว่าคุณน้าที่ยืนอยู่ข้างเตียงเป็นใคร แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน
“ไม่เป็นไรค่ะ เอ่อ...คุณน้าคะ ที่นี่ที่ไหนคะ แล้วเกิดอะไรขึ้นกับหนูเหรอคะ หนูมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” นิลกานต์เอ่ยด้วยความสงสัย แต่นั่นกลับทำให้คุณมิลานอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน เป็นไปได้ไหมที่หญิงสาวไม่รู้ตัวว่าทำอะไรลงไป ผู้สูงวัยกว่ายิ้มให้อย่างอ่อนโยน ค่อยๆ ลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อไม่ให้หญิงสาวตรงหน้าตกใจ
“หนูประสบอุบัติเหตุจ้ะ แต่โชคดีที่ครอบครัวน้าเจอหนูเข้าก็เลยพามาส่งโรงพยาบาล”
นิลกานต์นิ่วหน้าเล็กน้อย ‘อุบัติเหตุ..!’! หญิงสาวพยายามทบทวนความจำในสิ่งที่เกิดขึ้น พลัน! น้ำตาก็เอ่อไหลออกมาไม่รู้ตัว คำว่าอุบัติเหตุทำให้เธอจดจำเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ภาพต่างๆ ที่ไหลเข้ามาในสมองนั้นชัดเจนราวกับเธอยังอยู่ในเหตุการณ์ หลังเกิดเหตุก่อนที่เธอจะหมดสติไป เธอจำได้ว่าเธอตั้งใจทำร้ายตัวเอง!
“หนูจ๊ะ...มีเรื่องอะไรไม่สบายใจเล่าให้น้าฟังได้ไหม” คุณมิลานกังวลและตกใจที่อยู่ๆ หญิงสาวก็ร้องไห้ออกมา
“ขอบคุณคุณน้ามากนะคะ ที่ช่วยชีวิตหนูไว้ หนูไม่รู้จะตอบแทนยังไง” นิลกานต์เอ่ยขอบคุณแทนการบอกเล่า การได้ฟื้นตื่นขึ้นมาอีกครั้งทำให้เธอสำนึกได้ว่าไม่ควรขาดสติถึงขั้นทำร้ายตัวเองเช่นนี้
“ไม่เป็นไรจ้ะ... น้าว่าหนูพักผ่อนเถอะนะตื่นมาแล้วเราค่อยคุยกัน น้าจะอยู่เป็นเพื่อนจ้ะ”
“ขอบคุณคุณน้าอีกครั้งค่ะ ขอบคุณจริงๆ ”
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกจ้ะ นอนพักผ่อนเถอะจะได้หายไวๆ ว่าแต่ว่าหนูชื่ออะไรจ๊ะ น้าจะได้เรียกถูก น้าชื่อมิลานจ้ะ”
“เอ่อ... หนูชื่อ... นิล...หนูนิลค่ะ คุณน้าคะ คุณน้าอยู่เป็นเพื่อนหนูก่อนได้ไหมคะอย่าเพิ่งทิ้งหนูไปไหน”
คุณมิลานต้องตกตะลึงอีกครั้งกับคำร้องขอ เธอสัมผัสได้ถึงความโดดเดี่ยวอ้างว้างในตัวหญิงสาวผู้นี้ ‘หนูนิล’ เกิดอะไรขึ้นกับหนูกันแน่
“จ้ะ น้าจะอยู่เป็นเพื่อนหนู หนูนอนพักเถอะนะลูก น้าจะอยู่ใกล้ๆ ไม่ต้องกังวล”
นิลกานต์ยิ้มบางเบาอย่างอ่อนระโหยก่อนหลับตาลง เพียงไม่นานหญิงสาวก็หลับไปด้วยฤทธิ์ยา คุณมิลานจึงโทรศัพท์หาลูกน้องคู่ใจให้จัดเตรียมเสื้อผ้ามาให้เธอ ด้วยคืนนี้เธอคงต้องนอนเป็นเพื่อนหญิงสาวไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายร้องขอแต่เพราะเธอห่วงใยด้วยรู้สึกผูกพันกับหญิงสาวคราวลูกคนนี้เหลือเกิน
**************************************
คิมฮันแทบไม่มีสมาธิทำงาน เขาไม่เคยเป็นอย่างนี้เลยสักครั้งนับแต่วินาทีที่เขาพบเจอหญิงสาวนิรนามที่เขาช่วยชีวิตไว้ด้วยความบังเอิญ เขาก็รู้ได้ทันทีว่าชีวิตเขาจะไม่มีวันสงบสุขอีกต่อไป จิตใจของเขาเฝ้ากังวลอยู่กับคนที่ห่างไกล ป่านนี้เธอจะเป็นอย่างไร น้าแหยมเพิ่งรายงานมาว่าเธอรู้สึกตัวแล้วแต่ยังคงหลับอยู่ด้วยฤทธิ์ยาที่หมอสั่งฉีดให้ ด้วยต้องการให้เธอพักผ่อน
ให้ตายเถอะ!! ทำไมจิตใจของเขาถึงว้าวุ่นอย่างนี้ อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขา ใช่ว่าเขาจะไม่เคยพานพบหรือคบหาใครมาก่อน แต่ที่ผ่านมาทุกอย่างเป็นเพียงฉาบฉวยเขาไม่ได้รู้สึกลึกซึ้งกับใครอย่างที่เป็นอยู่นี้ แต่ทำไมเพียงได้พบเจอเธอกลับทำให้เขาว้าวุ่นไปได้ถึงเพียงนี้ แม้แต่สนทนายังไม่เคยแต่หญิงสาวกลับมีอิทธิพลมากมายกับหัวใจเขา ถ้าเขาได้พูดคุยคุ้นเคยเขาไม่อยากคิดเลยว่าจะเป็นอย่างไร
“คิม... คิม”
‘นีรยา หรือ นีน่า’ ดาราสาวที่แสดงเป็นนางเอกประกบคู่กับคิมฮันในเรื่องที่กำลังถ่ายทำอยู่ ส่งเสียงเรียกขณะที่เดินแกมวิ่งเข้ามาหา
คิมฮันนิ่วหน้าเล็กน้อยที่ถูกขัดช่วงเวลาที่เขาต้องการอยู่เงียบๆ คนเดียว เธอผู้นี้ก็เป็นอีกคนที่พยายามพาตัวเข้ามาชิดใกล้หวังสานสัมพันธ์กับเขานอกเหนือจากที่ต้องเกี่ยวข้องด้วยเรื่องงานแสดง
นีรยาเป็นดาราดังที่กำลังมีชื่อเสียงมากขณะนี้ ความสวยของเธอเรียกได้ว่าหาใครทัดเทียมได้ยาก ต่างเป็นที่หมายปองของชายหนุ่มทั่วไป แฟนคลับของเธอติดตามผลงานและเชียร์เธอมากมาย ที่สำคัญการที่เขากับนีรยาโคจรมาพบกันในละครเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกนั้นแฟนคลับของทั้งสองฝ่ายต่างลุ้นกันตัวโก่งหวังให้เขาและเธอสานสัมพันธ์กันนอกจอ หากแต่เขากลับไม่รู้สึกลึกซึ้งใดๆ นีรยาเป็นเพียงเพื่อนร่วมงานที่เขาชื่นชมในความสามารถเท่านั้น
ที่ผ่านมาการที่เขาต้องออกงานร่วมกันกับเธอก็เป็นเพียงเพื่อโปรโมทละครที่กำลังจะออนแอร์ แต่ภาพของใครอีกคนหนึ่งที่เขาไม่เคยรู้จักกลับชัดเจนนักในความทรงจำ เขาไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า บัดนี้หัวใจที่ว่างเปล่าของเขาเริ่มมีหญิงสาวเข้ามาจับจองโดยไม่รู้ตัว
“คิม..!! ได้ยินที่นีน่าถามหรือเปล่า” เสียงหวานของนีรยาเอื้อนเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ตอบรับ
“เอ่อ...ขอโทษทีนีน่า พอดีผมคิดอะไรเพลินๆ น่ะ เลยไม่ทันฟัง” ชายหนุ่มรีบดึงสติให้กลับมายังคู่สนทนา และยิ้มเก๋เป็นการขอโทษ
“แหม..!!..กำลังคิดถึงใครหรือเปล่าคะ นีน่าถามตั้งหลายครั้งแต่คิมไม่ยักตอบ” นีรยาเอ่ยถามเป็นการหยั่งเชิงด้วยเธอเองก็ไม่แน่ใจว่าชายหนุ่มตรงหน้านี้ไม่มีใครตามที่เธอได้รับรู้มาหรือเปล่า
“ไม่หรอกครับนีน่า” ชายหนุ่มบอกด้วยไม่ต้องการเปิดเผยเรื่องราวส่วนตัว
“งั้นที่นีน่าถามว่าศุกร์นี้คิมว่างไหม นีน่ามีปาร์ตี้วันเกิดน่ะค่ะ อยากจะชวนคิมไปร่วมงานด้วย” ซุปเปอร์สตาร์สาวยิ้มหวานอย่างเอาใจ ดวงตาเป็นประกายบ่งบอกความรู้สึกภายในใจ
คิมฮันพยายามไม่ใส่ใจกับดวงตาคู่สวยที่มองมา เขาไม่อยากไปเพราะว่าศุกร์นี้เขาจะกลับไปรับมารดาที่บ้านพักริมทะเล และเขาจะได้เจอเธอหญิงสาวที่เขาคะนึงหา แต่เขาคงต้องแบ่งรับแบ่งสู้เพื่อเป็นการรักษาน้ำใจดาราสาวด้วยต้องร่วมงานกันอีกนาน
“อืม...ความจริงศุกร์นี้ผมต้องไปรับคุณแม่ที่บ้านพักต่างจังหวัดน่ะครับนีน่า แต่ถ้าผมกลับมาทันผมจะพยายามไปร่วมงานนะครับ” ชายหนุ่มพยายามให้เหตุผล
“เหรอคะ...แย่จัง...แต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ถ้าคิมว่างยังไงนีน่าก็อยากให้ไปร่วมงานนะคะ” นีรยาเอ่ยออกไปด้วยรู้สึกเสียดาย ด้วยเธอหวังว่าจะใช้งานวันเกิดของเธอนี้ประกาศให้ทุกคนรับรู้ว่าโอกาสที่เธอและคิมฮันซุปเปอร์สตาร์หนุ่ม ที่มีผลงานโด่งดังทั้งการแสดงและงานเพลงจะสานสัมพันธ์กันต่อนั้นเป็นไปได้สูง
“ผมต้องขอโทษนีน่าด้วยจริงๆ ” ชายหนุ่มเอ่ยขอโทษอย่างจริงใจ
ยังไม่ทันที่หนุ่มสาวจะได้สนทนากันต่อเสียงเรียกของผู้กำกับให้เดินหน้าถ่ายทำต่อก็เข้ามาขัดช่วงพอดี นีรยารู้สึกหงุดหงิดขัดใจ เธออยากสนทนากับเขามากกว่านี้ แต่เรื่องงานต้องมาก่อน เวลาของเธอยังมีอีกมากที่จะเอาชนะใจชายหนุ่ม เธออยากรู้นักว่าเขาจะสามารถหลุดรอดจากเสน่ห์มารยาหญิงของเธอได้ยังไง
ขณะที่นีรยาไม่พอใจแต่เสียงที่เข้ามาขัดจังหวะกลับเหมือนเสียงจากสวรรค์ที่ส่งมาช่วยให้คิมฮันมีช่องทางออกห่างจากหญิงสาว เขารีบเดินไปเข้าฉากตามที่ผู้กำกับสั่งแต่ในใจไม่วายคำนึงถึงใครอีกคนที่อยู่ห่างไกล ‘รอก่อนนะสาวน้อย ศุกร์นี้เราจะได้เจอกัน...’