ตอน 2

“ข่าว... ข่าวอะไรคะพี่ ขอข่าวใหม่ๆ บ้างนะคะ ไม่ใช่สมัยพระเจ้าเหาก็เอามาบอกเมี่ยงอะ เมี่ยงขี้เกียจถูกพี่วิทิตด่าอีก” อดไม่ได้ที่จะเหน็บแต่สีหน้าก็ยังคงยิ้ม เพราะการสร้างศัตรูในที่ทำงานไม่ใช่สิ่งที่ควรภาคภูมิใจสักนิด ยังไงก็ต้องได้พึ่งพากัน

“จ้า... ฉันเข้าใจดี คราวที่แล้วมันผิดพลาดไปหน่อย แต่คราวนี้น่ะไม่พลาดแน่”

“แล้วข่าวอะไรเหรอคะพี่”

สีหน้าและแววตาอยากรู้สุดๆ ของปณาลีทำให้หนูนาต้องยิ้ม ใช่เธอพูดถูก คราวที่แล้วน่ะมันพลาดที่ไม่สามารถทำให้ปณาลีกระเด็นออกไปจากที่นี่ได้ แต่คราวนี้น่ะไม่พลาดแน่ เพราะยัย ‘เมี่ยงคำ’ ตัวแสบคงจะทำให้ บก.วิทิต อยากจะเคี้ยวหล่อนจนแหลก หากรู้ว่านักข่าวสาวคนโปรดไปแหย่เท้าหาผู้มีอิทธิพลเข้า และเธอก็มั่นใจเต็ม 100% ว่าคนอย่างปณาลีจะไม่ทำให้ข่าวนี้เงียบหายเป็นเป่าสากเหมือนที่หลายๆ คนต้องการแน่

“กินอุดมการณ์ไปเถอะยัยเมี่ยงเอ้ย! แกได้ตกงานแน่ ช่วยไม่ได้อยากเป็นคนโปรดของพี่วิทิตสุดหล่อเอง แข่งอะไรก็แข่งได้ แต่อย่ามาแข่งความสวยกับฉัน เพราะหล่อนจะไม่มีวันชนะ อิอิ...”

หนูนายืนป้องปากหัวเราะคิกคักอยู่หน้าลิฟต์ เมื่อคนด้านในกำลังเคลื่อนตัวสู่ห้องประชุมชั้นบนสุด พร้อมข่าวร้อนๆ ที่เธอสุมไฟไว้ให้กองเบ้อเริ่ม แน่นอนว่าปณาลีกระโจนเข้าไปในกองไฟเรียบร้อยแล้ว

‘วิทิต’ บก. หนังสือพิมพ์ รูปหล่อพ่อรวย แต่ไม่ได้ทำตัวป้อสาวไปวันๆ เพราะเขาน่ะหนุ่มทำงานตัวจริงเสียงจริง คนรูปหล่อทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอเพราะเมื่อออกมาจากห้องประชุมก็ต้องมาเจอปณาลียั่วโมโหเอาอีก ดวงตาคมของเหยี่ยวข่าวตวัดขึ้นมองเจ้าของใบหน้าสวยหวานจิ้มลิ้มอย่างไม่พอใจ เพราะปณาลีนั้นไม่ได้สลดลงเลย

“อย่ามาบ้าน่ะเมี่ยง มาสายตั้ง 2 ชั่วโมง เข้าประชุมก็ไม่ทัน แล้วนี่จะยังมาวุ่นวายกับข่าวของพี่อีก พี่ว่าเราน่ะกินยาเขย่าขวดบ้างนะ รับผิดชอบกับงานตัวเองให้ได้ไม่ใช่มาทำตัวเอ๋อๆ แบบนี้” วิทิตหัวเสียหนักเมื่อคนนั่งตรงกันข้ามส่งยิ้มมาให้

“โธ่! เมี่ยงก็แค่มาไม่ทันประชุมเท่านั้นเอง พี่วิทิตจะโมโหทำไมนักหนาคะ”

“อ้อเหรอ... ผู้ถือหุ้น 20% มาไม่ทันดูงบประมาณของปีหน้า ถือว่าเป็นเรื่องไม่น่าโมโหใช่ไหม นี่ดีนะที่พี่เลี่ยงไปว่าเรายังไม่มา เลยถือเอาวาระอะไรมาตัดสินใจไม่ได้ แต่ถ้าหากผู้ถือหุ้นคนอื่นเขาไม่ยอมขึ้นมาล่ะ พี่ไม่ต้องทำงานตามแพลนของพวกเขาเหรอ เรานี่คิดอะไรก็เป็นเล่นไปหมดนะเมี่ยง”

วิทิตส่งสายตาดุๆ มาที่ปณาลีอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ปณาลีก็ทำหน้าตาสำนึกผิดพร้อมทำหัวหดจนน่าหมั่นไส้ อีกเรื่องหนึ่งที่พนักงานไม่รู้แต่เขารู้ก็คือ นักข่าวสาวร่างกะทัดรัดคนนี้มีหุ้นใน ‘ข่าวสารบ้านเรา’ ถึง 20% ด้วยกัน

ทำให้เมื่อมีการประชุมผู้ถือหุ้น ปณาลีก็ต้องเข้าประชุมด้วยทุกครั้งในฐานะทายาทของ ‘วิสิทธิ์วงศ์” แต่ปณาลีกลับไม่ค่อยจะสนใจ ทำให้เขาต้องปวดหัวอยู่เสมอ

แต่อีกทางเขาก็เอ็นดูปณาลีอยู่มาก อาจเป็นเพราะพ่อแม่สนิทสนมจนมาลงทุนทำธุรกิจร่วมกัน และเขาก็เห็นปณาลีเป็นน้องสาวที่น่ารักมาตลอด เมื่อเขาเอ็นดูปณาลีมากกว่าพนักงานคนอื่นๆ เธอจึงถูกกลั่นแกล้งและถูกอิจฉาจากพนักงานคนอื่นเสมอ ดีที่ว่าสาวน้อยคนนี้มีนิสัยลุยๆ กล้าได้กล้าเสีย หากบอบบางร่างน้อยกระทบกระเทือนจิตใจอะไรไม่ได้ มีหวังเขาคงต้องปวดหัวมากกว่านี้อีกเป็น 2 เท่าแน่

“พี่วิทิต... เมี่ยงขอโทษนะคะ” ใช้น้ำเสียงอ่อนหวานออดอ้อน กระพือขนตางอนงามขึ้นลงอย่างเว้าวอน

“ก็เมี่ยงอะมั่นใจว่ายังไงพี่วิทิตก็ต้องแก้ปัญหาได้อยู่แล้วแหละ เอางี้ดีไหมคะ เมี่ยงจะเซ็นต์มอบอำนาจให้พี่วิทิตตัดสินใจทุกอย่างเลย พี่วิทิตจะได้ไม่ต้องวุ่นเพราะเมี่ยงอีกไง และเมี่ยงก็จะได้ทำงานได้อย่างสบายใจไทยแลนด์”

“เฮ้ย! จะบ้าเหรอ อาโพธจะได้มายิงพี่ทิ้งน่ะสิ”

วิทิตร้องโวยวายเมื่อนึกถึง ‘ท่านผู้กำกับประโพธ วิสิทธิ์วงศ์’ นายตำรวจเกษียณราชการ ซึ่งเป็นพ่อของปณาลี ความเฮี้ยบของท่านนั้นรู้กันดี แต่ให้เฮี้ยบแค่ไหนก็แพ้ทางไอ้หน้าตากวนๆ ทะเล้นๆ ของลูกสาวคนนี้อยู่ดีนั่นแหละ แต่ถ้าจะให้เขารวบอำนาจแบบนั้นเขาก็ไม่เสี่ยงล่ะ แม้ว่าทั้งพ่อแม่ของเขาและของเธอจะอยากให้เป็นทองแผ่นเดียวกันมากขนาดไหน แต่สำหรับเขากับปณาลีก็เป็นได้แค่พี่น้องเท่านั้น

“นะ... พี่วิทิตนะ ให้เมี่ยงไปตามข่าวนี้เถอะ เมี่ยงอยากทำ นะพี่นะ...”

ปณาลีเปลี่ยนเรื่องพลางขยับเข้ามาเกาะแขนของวิทิตอย่างออดอ้อนเพราะเธออยากตามข่าวนี้จริงๆ และวิทิตก็รู้ดีว่าเพราะข่าวนี้แหละที่ทำให้เธอเบนเข็มอยากมาเป็นนักข่าว แทนที่จะหันไปรับราชการเหมือนกับพ่อ

“ไม่ได้หรอกเมี่ยง ถึงพี่อยากให้เราทำ แต่ก็ให้ไม่ได้ เพราะข่าวมันปิดไปแล้ว หลักฐานที่มีก็ไม่พอจะไปเอาผิดใครเขาได้ด้วย”

วิทิตมองใบหน้าสวยใสน่าเอ็นดูนั้นด้วยแววตาจริงจัง ข่าวอื่นเขาคงตัดใจให้ปณาลีไปทำได้ แต่ข่าวนี้มันอันตรายมากเกินไป เรื่องที่ผู้หญิงไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้อง

“จริงเหรอคะ ไม่ใช่ว่าพี่วิทิตเห็นเมี่ยงเป็นผู้หญิง” แน่นอนล่ะสายตามีพิรุธของวิทิตตอบออกมาว่า ‘ใช่’

“เมี่ยงทำได้นะคะ ผู้หญิงหรือผู้ชายก็ทำข่าวได้เหมือนกันแหละ บางข่าวน่ะผู้หญิงก็ทำได้ดีกว่าผู้ชายด้วยซ้ำ เมี่ยงก็พิสูจน์ตัวเองให้พี่เห็นแล้วว่าเมี่ยงทำได้ เมี่ยงติดตามข่าวสารบ้านเมืองตามที่พี่แนะนำแล้วไง นั้นข่าวนี้ก็ควรจะเป็นของเมี่ยงสิ”

ตอน 3

ปณาลีลักไก่ว่าตัวเองเป็นคนหาข่าวได้ ไม่ใช่ว่าเพิ่งรู้จากหนูนาเมื่อไม่ถึงครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมานี้

“เฮ้อ! เมี่ยง...” วิทิตถอนหายใจเฮือกใหญ่ ฝ่ามือตบหน้าผากตัวเอง

“เมี่ยง ดูปากพี่นะ เรื่อง มัน จบ ไป แล้ว ไม่ มี หลัก ฐาน โอเค! เข้าใจนะ! ไปๆๆ ไปทำงานได้แล้ว ข่าวที่พี่ให้หาไปถึงไหนแล้ว นี่อย่าบอกนะว่ามัวแต่ยุ่งเรื่องนี้จนลืมข่าวของพี่น่ะ ไอ้ที่ให้ทำก็ไม่ทำ ไอ้ที่ไม่ให้ทำก็จะทำ ฮึ่ม...”

วิทิตอารมณ์ขึ้นทำท่าฮึ่มๆ จะกินเลือดกินเนื้อปณาลี ส่งผลให้นักข่าวสาวรู้สึกสยองจนต้องรีบออกมาจากห้อง บก. โดยด่วน และมันคงจะดีกว่านี้ถ้าไม่ออกมาเจอหนูนาอยู่นอกห้อง ปณาลีจึงต้องทำเป็นเชิดหน้ายิ้มราวกับได้รับชัยชนะอันใหญ่หลวง

“ว่าไงเมี่ยง พี่วิทิตให้เมี่ยงทำไหม” หนูนายิ้มกว้างถลาเข้ามาถามทันที

“หึ” ปณาลีสั่นหน้ายิ้มแหย

“อ้าว! ทำไมล่ะ ข่าวออกจะดัง ถ้าเราเปิดโปงพวกนั้นได้นะ หนังสือพิมพ์เราต้องได้ขึ้นแท่นยักษ์ใหญ่แน่ ไม่ต้องเป็นยักษ์ตัวน้อยตัวนิดอยู่แบบนี้”

หนูนาพูดด้วยสีหน้าจริงจังดูหวังดีสุดๆ แต่สายตานั้นจับจ้องมองแต่เพียงใบหน้าสวย หวังจะเห็นกิริยาตรงกันข้ามกับคำสั่ง และสายตามุ่งมั่นของปณาลีก็ทำให้หนูนาต้องยิ้มกว้างขึ้นไปอีก

“แต่เมี่ยงไม่ยอมหรอกพี่ เมี่ยงจะหาข่าวเองให้ได้ พี่หนูนาคอยดูสิ”

ปณาลียกกำปั้นสู้ๆ ไม่ยอมให้ความมุ่งมั่นต้องสะดุดลง ‘ข่าวสารบ้านเรา’ ก็ถือเป็นธุรกิจของครอบครัวเธอเหมือนกัน อะไรที่จะทำให้ก้าวหน้าเธอก็ควรจะทำไม่ใช่เหรอ และถ้างานนี้เธอทำได้สำเร็จ แน่นอนว่าจะไม่มีใครในเมืองไทยที่จะไม่รู้จัก หนังสือพิมพ์ ‘ข่าวสารบ้านเรา’ อีกอย่างแน่นอน

“แล้วเมี่ยงจะทำยังไง” หนูนาขยับเข้าใกล้อย่างอยากรู้อยากเห็น

“แต่พี่หนูนาต้องช่วยเมี่ยงอีกแรงหนึ่งนะ”

หนูนาพยักหน้าขยับเข้าใกล้เพื่อฟังคำบอกเล่าและเมื่อได้ฟังสิ่งที่ปณาลีบอก ใบหน้าหล่อเหลาตามเทรนด์หนุ่มเกาหลีก็แทบจะกลั้นยิ้มไว้ไม่ได้ เมื่อสิ่งที่อยู่ในใจนั้นคือความลิงโลดที่สุดเพราะแผนการของเธอกำลังจะสำเร็จ งานนี้ยังไงเสียปณาลีต้องระเห็จออกจากที่นี่อย่างแน่นอนที่สุด เพราะคงไม่มีเหตุผลใดที่จะทำให้วิทิตเก็บนักข่าวที่บุกไปทำข่าวโดยพลการแน่ และยิ่งทางนั้นเป็นผู้มีอิทธิพลของท้องถิ่น ‘ข่าวสารบ้านเรา’ คงไม่กล้าไปงัดข้อ

ดวงตาคมเข้มล้อมกรอบไปด้วยแพขนตาหนางอนงามไม่ต่างจากผู้หญิงมองตรงไปยังเหล่าคนงานมากมายกว่า 100 คน ซึ่งมีทั้งคนไทยและคนต่างชาติกำลังเร่งมือกันทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย บ้างก็กำลังขนตะกร้าปลาขึ้นจากเรือตามสังกัดของตัวเอง บ้างก็ออกมานั่งคัดปลาอยู่ในพื้นที่ที่จัดเอาไว้ เพื่อแยกปลาออกเป็นหมวดหมู่ก่อนจะนำไปขึ้นตาชั่ง

ความคมเข้มแต่หล่อเหลาอย่างสุดๆ เพราะเป็นลูกผสมระหว่างยุโรปกับเอเชีย บวกกับเรือนร่างที่สูงใหญ่น่าเกรงขามกว่าผู้ชายไทยทั่วไปทำให้เรือนร่างสูงใหญ่นี้เด่นสะดุดสายตาไปทุกที่ที่เขาย่างใกล้ ถ้าไม่นับแนวคิ้วสีน้ำตาลเข้มที่ขมวดเข้าหากันราวกับครุ่นคิด และลูกแก้วสีฟ้าสุกใสที่ฉายแววคร่ำเคร่งกับงานอยู่เสมอนั้น คนหล่อสุดๆ นี้ คงจะดูหล่อเหลาขึ้นกว่านี้อีก 10 เท่า

ความเคร่งเครียดอันเป็นบุคลิกประจำตัวอยู่เสมอนี้ แม้จะหล่อราวกับเทพบุตรจุติมา สาวๆ ที่แพปลาก็ยังไม่กล้าจะเงยหน้ามอง เพราะกลัวเหลือเกินเรื่องกิตติศัพท์ ความเฮี้ยบ ดุ และยึดมั่นในกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ใครที่กล้าขัดคำสั่งก็อย่าหวังว่าจะได้มาเหยียบที่นี่อีก เพราะนี่คือ “แพปลาบุญโชคช่วย”

อาณาจักรแห่ง ‘นายหัวไกร บุญโชคช่วย ลอยด์’ ที่หากใครไม่ฟังคำสั่งล่ะก็ ‘ไสหัวมึงไปไกลๆ’

“วันนี้ได้กี่ตันล่ะพี่ใหญ่”

ใบหน้าหล่อคมเข้มสไตล์ฝรั่งจ๋าหันไปถาม ‘ใหญ่’ ผู้จัดการแพปลาเป็นภาษาใต้ระรัวเร็ว ชนิดที่ว่าถ้าใครที่ไม่รู้จักนายหัวไกรมาก่อนก็อาจต้องเหลียวมอง พลางแหย่หูตัวเองอีกครั้งให้ฟังชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพราะใครจะคิดล่ะว่าฝรั่งตัวใหญ่แบบนี้จะพูดภาษาไทยสำเนียงใต้ได้ชัดเป๊ะ ก็จะไม่ชัดเป๊ะได้ยังไงเพราะนายหัวไกรน่ะต้องสื่อสารกับ ‘แม่เกสร’ แม่ของเขาเป็นภาษาใต้น่ะสิ เพราะแม่เกสรที่เป็นสาวใต้ตาคมผมยาวและก็สวยมากๆ นั้น บอกเสมอว่า

‘เรื่องอะไรฉันจะให้ลูกพูดกลาง เป็นคนใต้ก็ต้องพูดใต้สิ พ่อมันเป็นฝรั่งก็ให้มันพูดฝรั่งกับพ่อมัน แม่มันเป็นคนใต้มันก็ต้องแหลงใต้กับแม่’

กลิ่นทองแดงกลิ่นสะตอลอยคลุ้งแค่นึกถึงคำพูดของแม่เกสรที่แม้จะอายุเข้า 50 ปี แต่เธอก็ยังแซ่บได้โล่เช่นเดิม จน ‘มิสเตอร์เคน อาดัม ลอยด์’ ต้องจับเมียสาวชาวใต้ขังไว้ที่อเมริกา นานๆ ทีถึงจะพากลับมาเยี่ยมลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่เมืองไทยสักครั้ง

และนอกจากนายหัวไกรแล้วนั้น ทั้งคู่ก็ยังมีลูกสาววัย 16 ปีที่แสนจะน่ารักน่าชังก็คือ ‘กะทิ บุญโชคช่วย ลอยด์’ ที่ตอนนี้กำลังเรียนอยู่เกรด 10 ที่อเมริกาด้วย กิจการที่เมืองไทยนี้จึงอยู่ในความดูแลของนายหัวไกรทั้งหมด

“ได้ 60 ตันครับนายหัว เมื่อคืนคลื่นลมแรง เรือลากกู้ก็เลยเข้ามาแต่เช้า พลอยได้ปลาน้อยไปด้วย พรุ่งนี้คงได้มากน่ะครับ ผมฟังข่าวกรมอุตุฯ ท่านว่าพรุ่งนี้คลื่นลมสงบ ก็น่าจะได้ถึง 100 ตันนะครับ”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED