“Hiเมืองไทย กี่ปีแล้วนะที่เราไม่ได้เจอกัน”
“แด๊ดดี้หนูกลับมาแล้ว แต่ขอหนีเที่ยวก่อนสักสองวันแล้วจะไปรายงานตัวนะคะ” หญิงสาวหุ่นดี ในชุดเดรสสั้นรัดรูปสีดำ สุดเซ็กซี่ราคาแพง ปากแดงพูดบ่นอย่างอารมณ์ดี ทันทีที่เท้าแตะสนามบิน พร้อมสอดส่องสายตาหาใครบางคนที่จะมารับแต่ก็ไม่เจอ ก่อนมือเรียวเล็กจะหยิบมือ iPhone 13 pro max สีเซียร์ร่าบลู ออกมาแล้วกดโทรออก หาอีกคนทันที
“ภูผา ที่รักอยู่ไหนเค้ารออยู่นะ ทำไมช้าจัง”
“……. กำลังไป” ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจแล้วเดินตรงไปหาหญิงสาวร่างบางที่ยืนส่งยิ้มหวานให้
“คิดถึงจัง”
“ญี่ปุ่น!” ภูผาเค้นเสียงดุเมื่อถูกเพื่อนรักจู่โจม หอมแก้มโดยที่เจ้าตัวไม่ทันได้ตั้งรับ
“อะไร แค่นี้ทำเป็นหวงตัว เมื่อก่อนยังไม่เห็นเป็นอะไร” หญิงสาวทำหน้าอ้อน กอดแขนชายหนุ่มทันที
“.......” ภูผาได้แต่ถอนหายใจ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี เธอก็ไม่เคยเปลี่ยน ยังคงมั่นใจในตัวเอง แก่นเฟี้ยว แต่ต้องยอมรับว่า ผู้หญิงคนนี้เก่งและเข้มแข็งมาก อายุแค่24 แต่ประสบความสำเร็จในอาชีพที่เธอใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก ทั้งทำงานทั้งเรียนจนเป็นที่รู้จัก เป็นดีไซเนอร์อันดับต้นๆ ที่ถูกพูดถึง
“ไปเถอะ อยากเต้นจะแย่แล้ว เสียดายที่ภูพิงค์ไม่ว่าง คุณแม่ลูกสาม เฮ้อ...แล้วอาไรเฟิลก็คงจะหวงมาก” เมื่อนึกถึงเพื่อนสาวก็ได้แต่คิดถึง ไหนจะเสื้อผ้าที่เธอตัดและออกแบบเองที่หอบหิ้วกลับมาให้หลานๆ อีกหลายกระเป๋า
“......” ภูผาได้แต่เงียบ มองหน้าเพื่อนรักแล้วเดินไปลากกระเป๋า เดินตรงไปที่รถ
ระหว่างทางญี่ปุ่นก็เอาแต่พูดๆๆๆ เหมือนเธออัดอั้น และภูผาก็ทำหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ดี นั่งนิ่งจนถึงที่พัก
โรงแรม.....
“แล้วเป็นไงบ้าง”
“ก็ดี” ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบ พร้อมรับน้ำจากเพื่อน
“แล้วมาแบบนี้ไม่เป็นอะไรใช่มั้ย” ร่างบางหย่อนก้นนั่งลงบนตักแกร่ง อย่างถือวิสาสะ
“ทำไม ไม่ได้เหรอ ใช่สิ พอมีลูกมีเมีย เราก็หมดค่าทันที” ญี่ปุ่นพูดอย่างตัดพ้อ เมื่อภูผาจ้องหน้าเธออย่างไม่พอใจ
“จะไปเที่ยวก็ไปแต่งตัว ฉันอยู่เป็นเพื่อนเธอได้ไม่นาน”
พรึบ!!
“เชอะ เย็นชาแบบนี้ไม่เข้าใจว่ายัยน้ำเน่ารักลงได้ไง” ญี่ปุ่นพูดอย่างหมั่นไส้ เมื่อถูกภูผาผลักออกจากตักจนเกือบล้ม
“……” ภูผานิ่งแล้วเดินไปที่ระเบียงห้อง
“ไอ้บ้า นายนี่มันน้ำแข็งขั้วโลกเหนือชัดๆ” เธอพูดยิ้มๆ ก่อนร่างอรชรจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ อยู่นานเป็นชั่วโมงๆ
ผับXXX
“โอ๊ย!!!อยากแรดแล้ว เราไปเต้นกันที่รัก” ว่าแล้วร่างบางในล่อตาล่อใจหนุ่ม เสื้อเกาะอกสีแดง เอวกางยีนเอวต่ำอวดสะโพกสวยๆ ก็ลากชายหนุ่มเดินเข้าไปในผับและเต้นอวดรวย สุดเซ็กซี่ ขยี้ใจหนุ่มๆ ทำเอาผู้ชายทั้งผับถึงกับมองเธอเป็นตาเดียว
“วูย์!!! สนุกเป็นบ้า!!!ไม่ได้สนุกแบบนี้มานานแล้ว” ร่างบางโยกปล่อยตัวไปตามจังหวะเพลงอย่างเมามัน เพราะตั้งแต่ตัดสินใจไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศส เธอเอาแต่เรียนๆๆ เรียนไม่มีเวลาได้พักได้เที่ยวสนุกแบบนี้เลย
“เดี๋ยวมา!” ภูผาก้มลงกระซิบ เมื่อมีสายเข้า
“โอเค” เธอส่งยิ้มหวานให้เขา แล้วก็เต้นตามจังหวะเพลงต่อ แบบไม่สนใจใคร
อีกมุมของผับ....
“เหี้ย แม่เจ้าโว้ย สุดจัด คนเหี้ยอะไรจะเอวพลิ้วขนาดนั้น แล้วมึงดูหุ่น แม่อยากเอ็กส์ บอกตรงๆ กูเห็นแล้วแข็งวะ”
“ไหนๆๆ อะไรจะขนาดนั้น ไอ้สัส จริงของมึง คนอะไรโคตรสวย ไอ้แบงค์ๆๆๆ มึงดูไอ้สัส อย่างได้เลยมึง”
“......” ชายหนุ่มที่เอาแต่นั่งนิ่งในมือถือแก้วเหล้า ค่อยๆ หันไปตามที่เพื่อนบอกอย่างรำคาญ
“เธอ!” สายตาคมกริบคู่นั้นมองไปที่หญิงสาวที่กำลังโยกย้ายไปตามเสียงเพลง
“หยุดเลยไอ้แบงค์ กูเห็นก่อนคนนี้กูจอง มึงมีน้องแป้งแล้วหมดสิทธิ์” ดนัยเพื่อนรักเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนมองสาวสวยที่ตัวเองหมายปอง
“ใช่ค่ะ แป้งอยู่ด้วยทั้งคน พี่จะไปสนใจทำไมไม่เห็นจะสวยเลย” หญิงสาวที่นั่งข้างทำเสียงออดอ้อน พยายามเรียกร้องความสนใจ แต่เขากลับเอาแต่มองเธอที่เต้นไม่สนใจใคร
“คืนนี้กูต้องได้เด็ดปักนางฟ้าคอยดู” สิ้นคำประโยค ดนัยก็ถือแก้วเหล้าเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายทันที
“สวัสดีครับคนสวย มาคนเดียวให้พี่เต้นเป็นเพื่อนมั้ย” พอไปถึงชายหนุ่มก็ทำการทักทายพร้อมโปรยเสน่ห์ทันที
“......” แต่เธอกลับไม่สนใจ ยังคนเต้นต่อ และไม่ได้ชายตามองคนที่เดินมาทักทายด้วยซ้ำ
พรึบ!! ร่างเล็กถูกดึงเข้าไปกอด
“หยิ่งๆ แบบนี้เท่าไหร่ครับ พี่เหมาทั้งคืนเท่าไหร่เท่ากัน” ก่อนเขาจะกระซิบ ถึงจะได้ยินไม่ชัดแต่ก็พอเดาความหมายได้
“หึ.... 50 ล้านโอนมาแล้วจะไปด้วย”
พรึบ!!!
เธอหัวเราะเยาะอย่างเย้ยหยัน สองมือผลักเขาออกจากตัวอย่างแรง แล้วเดินไปเข้าห้องน้ำอย่างอารมณ์เสีย
“ทำเป็นเล่นตัว เดี๋ยวเจอกู” ดนัยยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์พร้อมแผนร้ายในหัว มองตามร่างอรชร ก่อนจะเดินหัวเสียกลับไปที่โต๊ะ
“.....”
“ไปไหนวะ” สุดเขต ร้องตามแบงค์ที่อยู่ๆ ก็ลุกเดินหายไป
“พี่แบงค์!!รอแป้งด้วย”
“หยุด นั่งลง อยากโดนมันด่ารึไง” หญิงสาวที่กำลังจะเดินตามชายหนุ่มไป ถูกสุดเขตห้ามไว้เพราะเขารู้ดีว่าตอนนี้เพื่อนรักกำลังหงุดหงิด แต่เขาจะหงุดหงิดอะไรก็คงได้แต่สงสัย เพราะไม่กล้าถามและยุ่งเรื่องส่วนตัว
“พี่เขตอะ” หญิงสาวทำหน้าบึ้ง มือกอดอก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากทำใจ เพราะถ้าเธออยากอยู่ใกล้เขาเธอก็ห้ามล้ำเส้น ที่ทุกวันนี้เขาให้ไปไหนมาไหนด้วย ก็เพราะเพียงแต่เห็นว่าเป็นน้องสาวที่โตมาด้วยกัน แต่ทั้งๆ ที่รู้เธอก็ยังพยายามที่จะเป็นให้ได้มากกว่านั้น
ห้องน้ำ....
“โอเคๆ กลับก่อนเลย กลับได้สิ แค่นี้สบายมาก”
“ไว้พรุ่งนี้จะไปเยี่ยมแต่เช้า บาย”
“โดนทิ้งจนได้ ทำไมนะ คนสวยๆ ต้องโดนทิ้งตลอด แต่อย่าได้แคร์ สนทำไมเธอทั้งสวยทั้งเก่ง” หญิงสาวพูดกับตัวเอง หลังจากที่ภูผาโทรมาบอกลูกชายไม่สบายต้องรีบกลับ แต่เธอยังไม่อยากกลับ เลยให้เขากลับไปก่อน
“ไปเดินหาอะไรกินดีกว่า” เธอยิ้มให้ตัวเองก่อนจะเติมลิปสติก จะกลับไปเต้นต่อก็อารมณ์ ไม่อยากเจ้าไอ้บ้าคนนั้นอีก ไปต่อที่อื่นคงจะสนุกกว่านี้
ว่าแล้วสองเท้าก็เดินออกจากห้องน้ำทันที ก่อนจะเดินไปตามทางเพื่อที่จะออกไปนอกผับ ท่ามกลางเสียงเพลงที่ยังดังกระหึ่มขึ้นเรื่อยๆ
ตุ๊บ!!
หมับ!!
“ว้าย”
“ขอโทษค่ะ พอดีหนูรีบ พี่เป็นอะไรมั้ย” เด็กสาวพนักงานรีบวิ่งมาเข้าห้องน้ำไม่ทันระวัง เลยชนญี่ปุ่นเข้าอย่างจัง ร่างบางร้องเสียงหลง ดีนะมีคนช่วยดึงตัวไว้ทันไม่งั้นคงได้เจ็บตัวแน่ แค่คิดก็เจ็บไว้รอ รองเท้าส้นสูง5นิ้ว ถ้าพลิกหกล้มนะมีหวังเดินไม่ได้เป็นอาทิตย์
“ไม่เป็น น้องไปเถอะ” เธอพูดเสียงเรียบ
“ขอบคุณค่ะพี่ หนูขอโทษจริงๆ”
“.....” เธอพยักหน้า ก่อนเด็กสาวจะรีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำ แต่ทว่า....
“คุณคะ ปล่อยได้แล้ว ขอบคุณนะแต่ฉันไม่เป็นอะไร” เธอพยายามใจเย็น เมื่อคนที่ช่วยเธอไว้ มือเขายังกอดอยู่ที่เอวเธอไม่ยอมปล่อย
“นี่! บอกให้ปล่อย” เธอพูดย้ำอีกครั้งอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะพลิกตัวหันไปมองหน้าอีกฝ่าย
“........” คนตัวเล็กในท่อนแขนแกร่งถึงกับ หยุดชะงักด้วยความตกใจ ไม่คิดเลยว่าจะเป็นเขา และไม่คิดว่าจะได้มาเจอกันอีกครั้งในสถานที่แบบนี้
“ปล่อย!”
“.......” เขายังคงเงียบและกอดไม่ยอมปล่อย
“เป็นบ้าอะไร ปล่อยสิ!”
“......” และเขายังคงเงียบเหมือนเดิม จะเล่นสงครามประสาทกันใช่มั้ย ได้!
“ไม่ปล่อยใช่มั้ยได้!” ร่างเล็กจ้องหน้าคนตรงหน้าอย่างไม่เกรง ก่อนจะตีเข่าเข้าตรงส่วนนั้นเขาจังๆ แต่ทว่า....
พรึบ!
“ฮึ.....” เขาเค้นหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน ดันร่างบางติดกำแพง
“ปล่อย!” ฉันพยายามใจเย็นสุดๆ ทำไมต้องมาเจอเขาอีกด้วย กรุงเทพมันเล็กมากรึไง บ้าชะมัด
“คิดว่าฉันอยากอยู่ใกล้เธอรึไง” น้ำเสียงและสายตาเขาที่มองมามันยังคงเย็นชาเหมือนเดิม
“ใครจะไปรู้ ก็ไม่เป็นปล่อยสักที ก็นึกว่าอยากกอด ทำไมญี่ปุ่นสวยขึ้นเหรอ พี่เลยอยากอยู่ใกล้ หรือว่าอยากมากกว่านั้น ได้นะ ไปต่อที่ไหนดี!” ฉันพูดจายั่วยวน ทำทุกอย่างที่เขาไม่ชอบ
“ฮึ...ผู้หญิงอย่างเธอใครจะไปอยากอยู่ใกล้ แค่จะบอกว่า” สายตาคู่นั้นมองฉันอย่างดูถูก
“อย่ามามองญี่ปุ่นด้วยสายตาแบบนั้น ถ้าพี่ไม่รู้จักญี่ปุ่นดีพอ ไม่ชอบหน้าก็ต่างคนต่างอยู่!” สองมือดันแผงอกแกร่งอย่างแรงแต่เขากลับไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว
“จะเอายังไง ถ้าไม่ปล่อยญี่ปุ่นจะถือว่าพี่อยากอยู่ใกล้ๆ หรือเวลาหลายปีที่ไม่เจอกัน ใจพี่มันเปลี่ยนไป” จากที่ผลักไส มือเล็กก็ลูบวนหน้าอกแกร่งเขาไปมา มองหน้าเขาแล้วก็ส่งยิ้มหวานๆ ให้ เพราะรู้ว่าเขาไม่ชอบผู้หญิงแบบนี้
หมับ!
“อย่าหลงตัวเองให้มันมาก ฉันไม่ หน้ามืดถึงขนาดคิดอะไรกับผู้หญิงอย่างเธอ!”
“ผู้หญิงแบบญี่ปุ่น มันเป็นไงคะ” ฉันจ้องหน้าเขาอย่างไม่เกรง ไม่ว่าจะผ่านไปสักกี่ปี เขาก็ยังคงเหมือนเดิม
“.....” เขาเงียบเอาแต่จ้องหน้าและออกแรงบีบข้อมืออย่างแรง
“ญี่ปุ่นมันก็แค่ ผู้หญิงไร้ค่า ทำตัวไม่มีค่าชอบวิ่งตามผู้ชาย ไม่น่ารัก ไม่อ่อนหวานเหมือนน้ำอุ่นสินะ อ้อ พูดถึงน้ำอุ่นเป็นไงบ้างคะ ยังรักกันดีมั้ย” ฉันพูดยิ้มๆ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าน้ำอุ่นกับภูผาเขารักกัน ในเมื่อเขาหาเรื่องก่อน ก็แค่เอาคืน ดูสิพูดแทงใจดำไปแบบนี้จะทำหน้ายังไง ก็คงหนีไม่พ้นทำหน้าดุ โกรธเกรี้ยวใส่เหมือนที่เคยทำ
“แล้วมีลูกกันยังค่ะ ผู้หญิงหรือผู้ชายเผื่อว่างๆ จะได้ไปเยี่ยมเพื่อนเก่าสักหน่อย”
“แล้วบ้านพี่อยู่ไหน ที่เดิมมั้ย เผื่อแวะเอาของไปฝาก ว่าแต่ลูกผู้หญิงหรือลูกผู้ชาย แล้ว...อุ๊ปส์”
“ฮื่อ ปะ...ปล่อยนะ” ร่างเล็กดิ้น มองมือผลักคนตัวโตออกจากตัว เมื่ออยู่ๆ เขาก็ประกบปากจูบดูดเม้มริมฝีปากบางอย่างไม่ทันให้ฉันตั้งตัว แต่ยิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งบดขยี้แรงกว่าเดิม แรงจนรู้สึกเจ็บบวมไปทั่วทั้งบริเวณ
“ฮื่อ ปะ...” แต่ก็ทำได้เพียงร้องท้วงในลำคอ เขาไม่สนใจฟังยังคงจูบดูดเม้มมันอย่างเมามัน
“อย่ามายุ่งเรื่องของฉัน น่ารำคาญ!” เขาเอ่ยเสียงดุ ก่อนจะยกนิ้วเช็ดริมฝีปากตัวเองที่มันเลอะด้วยลิปสติก
เพี๊ยะ!!
“......” ฉันตบเขาอย่างแรง ก่อนจะเดินออกมาจากตรงนั้น เป็นบ้าอะไรอยู่ ๆ ก็มาจูบ
หมับ!!
“ฮื่อ...ปะ...” แต่เดินไปยังไม่ถึงก้าว มือหนาก็คว้าข้อมือเล็ก ดึงร่างเล็กเข้าไปกอดแล้วประกบปากจูบอีกครั้ง และครั้งนี้มันแรกกว่าเดิม แรงจนได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเต็มไปทั่วทั้งปาก
พรึบ!! ร่างเล็กรวบรวมแรงที่มีทั้งหมด ผลักเข้าจนเกือบล้ม ก่อนจะเดินเข้าไปตบเขาอย่างแรง
เพี๊ยะ!!
“…….” เขาเงียบ ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น และมองมาที่ฉันอย่างเอาเรื่อง
“ทำไมค่ะติดใจอยากจูบอีกเหรอ อยากจูบก็บอกดี ๆ สิ ไม่เห็นต้องทำแบบนี้เลย” ทั้ง ๆ ที่ในใจมันโกรธจนควันออกหู แต่ก็ต้องยิ้มยั่ว ไม่อยากทำตัวอ่อนแอให้ใครเห็น เพราะที่ผ่านมาฉันอ่อนแอมามากพอแล้ว
“ทีหลังอยากจูบก็บอกกันดี ๆ สำหรับพี่ คนเคยรักขอดี ๆ ญี่ปุ่นคนนี้ก็พร้อมที่จะนอนถ่างขาให้แล้วค่ะ”
“บาย แล้วเจอกันนะคะ พอดีวันนี้มีนัด” ฉันเดินเข้าไปหอมแก้มเขา ก็จะเดินออกมาจากตรงนั้น พร้อมความรู้สึกหลากหลาย ทั้ง ๆ ที่ทำใจได้แล้ว แต่ทำไมมันยังรู้สึกเจ็บ ที่เขาทำแบบนั้น....
....แบงค์ได้แต่ยืนกำหมัดแน่น อย่างไม่เข้าใจตัวเองว่าทำแบบนั้นไปทำไม ทั้งๆ ที่ปากก็บอกว่าเกลียดผู้หญิงคนนี้มาตลอด
ผับ…
เปลี่ยนไปเยอะเลย ก็ไม่รู้ว่าจะไปไหน เลยแวะมาหาโมจิ แต่เห็นใครบางคนกำลังทำอะไรอยู่ไม่รู้อยู่ที่หน้าประตูทางเข้า ไปแกล้งให้ตกใจซะหน่อย เผื่อจะอารมณ์ดีขึ้น
“คุณหนู”
“ทำหน้าอย่างกับเห็นผี สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้ลุงเทวา ก่อนจะเดินเข้าไปกอดด้วยความคิดถึง
“คิดถึงจัง ไม่เจอตั้งนาน ยังหล่อเหมือนเดิมนะคะ”
“ไม่ต้องมาพูดหวาน ทำอะไรผิดมาใช่มั้ย ถึงได้อ้อนลุงแบบนี้แล้วนี่ไอ้กันต์มันรู้รึเปล่าว่าลูกสาวกลับมา เห็นมันบอกหนูจะกลับมาอาทิตย์หน้า”
“แฮ่...แดดดี้ไม่รู้ พอดีญี่ปุ่นกลับมาก่อนกำหนด ว่าจะแอบหนีเที่ยวแต่เจอคนบ้าเลยอารมณ์เสีย เลยแวะมาหาโมจิ ว่าแต่น้องอยู่นี่มั้ย ญี่ปุ่นอยากดื่มกับน้อง”
“ห้องทำงาน กำลังเคลียร์เอกสาร พอดีพรุ่งนี้ต้องสั่งของ”
“งั้นหนูไม่กวนแล้ว ไปหาน้องดีกว่า” แล้วร่างบางก็เดินเข้าไปข้างใน ก่อนจะเดินตรงขึ้นไปยังชั้นสาม มุ่งหน้าไปที่ห้องทำงาน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“ว่างเปล่า” มือเล็กเคาะประตู พร้อมค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไป
“พี่ญี่ปุ่น!!!” ทันทีที่โมจิเห็นพี่สาว น้องรีบวางปากกาแล้ววิ่งเข้ามากอดพี่ทันที
“ฮื่อ กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอก”
“โมจิ พี่หายใจไม่ออก”
“ขอโทษค่ะ ก็โมจิดีใจไปหน่อย” น้องค่อยๆ ปล่อยกอด
“ว่าแต่ปากพี่” นิ้วเรียวเล็กยื่นมาจับที่ริมฝีปาก ที่บวมเป่ง
“อ๊ะ เจ็บ” ฉันถึงกับสะดุ้ง
“ไปโดนอะไรกัดมาคะ? บวมขนาดนี้” โมจิมองมันอย่างพิจารณา
“ไม่รู้พี่แวะซื้อของกินข้างทาง มันคงจะมีอะไรอยู่ในนั้นมั้ง ช่างเถอะ อย่าไปสนใจเลย ว่าแต่ทำงานเสร็จยังเราไปดื่มกันมั้ย” ฉันรีบเปลี่ยนเรื่อง ไม่อยากให้น้องสงสัยอะไรไปมากกว่านี้
“อีกนิดเดียวก็เสร็จแล้ว พี่รอสัก 10 นาทีนะ แต่โมจิว่าปากพี่มันเหมือนโดนใครกัดมานะ”
ตัวเล็กนี่ยังไงยังสงสัยไม่เลิก
“พูดอย่างกับเคยโดนใครกัดมา!” ฉันจ้องหน้าน้องอย่างจับผิด
“ปะ...เปล่า วันๆ ก็มีแต่เรียน แล้วก็ทำขนม ตกกลางคืนก็ต้องมาดูผับ ใครจะมากัดได้ พี่พูดอะไร ไปนั่งรอตรงโน้นเลยค่ะ” โมจิพูดเสียงกระอึกกระอัก ก่อนจะรีบเดินกลับไปทำงานต่อ
“ทำตัวมีพิรุธ” ฉันมองตามคนตัวเล็กๆ คนอะไรจะตัวเล็กตัวน้อยขนาดนั้น ขนาดว่าตัวเองเล็กแล้ว โมจิยิ่งตัวเล็ก เล็กนิดเดียว แต่น้องเป็นคนน่ารักยิ่งมองก็ยิ่งหลง มองได้เรื่อย ๆ ไม่น่าเบื่อ
“ยิ้มอะไรคะ” ตัวเล็กเงยหน้ามามองพี่สาวแล้วก้มลงทำงานต่อ
“ก็มองคนน่ารักไง รู้ตัวมั้ยว่าตัวเล็กของพี่น่ารักขนาดไหน ว่าแต่น่ารักแบบนี้มีแฟนยัง” ร่างบางเดินเข้าไปหาน้อง พร้อมหย่อนก้นนั่งลงบนโต๊ะทำงาน
“ไม่ค่ะ ตัวเล็กยังไม่อยากปวดหัว ขออยู่คนเดียวสบายๆ แบบนี้นะดีแล้วเสร็จแล้วเราไปกันค่ะ”
“ก็ดีนะ จะได้โสดเป็นเพื่อนพี่ ไว้พี่จะพาไปเที่ยวไปจีบผู้ชายเล่นๆ กัน สวยรวยเก่งแบบพวกเรา แค่เดินเข้าไปในร้านผู้ชายก็พร้อมที่จะมองกายถวายหัวให้แล้ว” ฉันพูดจริงจัง
“ฮึ...ค่ะ พี่พาไปไหนโมจิพร้อมไปด้วย”
“น่ารักที่สุด ตัวเล็กของพี่ ว่าแต่วันนี้ใครเมาก่อนแพ้!” ฉันหอมแก้มน้องหนักอย่างมันเขี้ยว
“แน่ใจนะ พี่พูดเอง!” โมจิพูดยิ้มๆ เวลาไม่สบายใจได้เห็นรอยยิ้มหวานๆ ที่สดใสของน้องมันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก....
“แน่ใจ!วันนี้พี่จะชนะให้ได้คอยดู!”
“.....” โมจิ มองหน้าพี่แล้วยิ้ม ก่อนเราสองพี่น้องจะเดินกอดเอวกันลงไปดื่มที่ชั้น VIP ที่บอกว่าจะชนะให้ได้ ก็พูดไปงั้นแหละ ตั้งแต่โมจิอายุ 15 พอแด๊ดดี้สอนน้องให้ดื่มเป็นฉันก็แพ้น้องอาตลอด บอกใคร ใครจะไปเชื่อ แต่งตัวหวานๆ ท่าทางเรียบร้อย แต่ดื่มเหล้าเก่งจนแด๊ดดี้ยังเอ่ยปากชม....
“แล้วนี่พี่พักที่ไหน?” ตอนนี้เราสองคนพี่น้องกำลังเดินออกจากผับ
“โรงแรม.....แต่ตอนนี้พี่อยากไปนอนกับตัวเล็ก เราสองคนไม่ได้นอนเมาส์กันนานแล้วนะ”
“งั้นกลับบ้านกันค่ะ ถ้าแด๊ดดี้กับแม่รู้ว่าพี่กลับมาต้องดีใจแน่เลย” โมจิยิ้มอย่างดีใจ
“ว่าแต่เราไม่เมาแน่นะ!” ฉันหันไปจ้องหน้าน้อง ก็เมื่อกี้เราสองคนดื่มไปเยอะพอสมควร
“แค่นี่เองสบายมาก” โมจิพูดอย่างมั่นใจ
“งั้นกลับบ้านเรากัน”
แล้วฉันกับนอนก็เดินโอบเอวกันไปขึ้นรถ แต่กว่าจะกลับถึงบ้านก็ปาไปตีสอง แด๊ดกับแม่ก็คงนอนกอดกันอยู่ในห้อง ไว้พรุ่งนี้เช้าค่อยเซอร์ไพรส์แต่เข้าแล้วกัน
“พี่ใส่ได้มั้ย” โมจิส่งชุดนอนให้
“สั้นไปนิดแต่ใส่ได้ ว่าแต่เราเนี่ยใหญ่ไม่เบาเลยนะ”
หมับ!!
“พี่ไม่เอาไม่เล่น”
“ไม่ได้เล่น พี่แค่จับดูว่ามันใหญ่จริง หรือแค่หลอกตา” ฉันพูดยิ้มๆ มือยังคงบีบจับหน้าอกสองเต้าที่มันใหญ่เกินตัว
“พอแล้วนอนได้แล้วค่ะ” น้องทำหน้างอน
“โอ๋ๆๆๆ ไม่งอนสิตัวเล็ก อ๊ะ ให้จับคืน” ร่างบางแอ่นอกให้น้อง
“ไม่เอา หนูไม่ใช่โรคจิตเหมือนพี่ ชอบจับแต่หน้าอกหนู” โมจิเดินทิ้งตัวลงนอน ดึงผ้าห่มมาคลุมตัว
“ก็มันใหญ่น่าจับ นุ่มนิ่มด้วย เนี่ยๆ”
หมับ!!
“พี่ญี่ปุ่น ไม่เอาพอแล้วจะนอน พรุ่งนี้หนูมีเรียนนะ” ตัวเล็กดิ้น เมื่อพี่สาวกระโดดขึ้นเตียงแล้วบีบจับหน้าอก จั๊กจี้เอวเล็กอย่างมันเขี้ยว
“ก็ได้” ฉันทิ้งตัวลงนอนข้างๆ น้อง
“หนูขอนอนกอดได้มั้ย แล้วพี่ต้องนอนกับหนูอย่างน้อย 1 อาทิตย์ ให้โมจิหายคิดถึง แล้วค่อยไปนอนห้องตัวเอง!” ตัวเล็กทำหน้าอ้อน
“ถึงไม่บอกพี่ก็จะนอนห้องตัวเล็ก อยู่คนเดียวตั้งหลายปี เหงาจะตายกลับมาบ้านแล้วก็ต้องนอนกับน้องสาวสุดที่รัก” ฉันหอมแก้มป่อง ๆ ด้วยความคิดถึง เราสองคนพี่น้องทำแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก พอโตมามันก็กลายเป็นความเคยชินไปแล้ว
“ตัวเล็กรักพี่ที่สุดในโลก”
“พี่ก็รักตัวเล็กที่สุดในโลก” แล้วเราสองคนพี่นอนก็นอนกอด คุยกันจนเผลอหลับไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ตอนเช้า
“โมจิ ตัวเล็กลูก ไหนหนูว่ามีเรียนตอนเช้า นี่มันสายแล้วนะ” ....เสียงเข้มเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าลูกสาวคนเล็กตื่นสายผิดปกติ
“ตัวเล็ก!! เพราะหนูไปทำงานให้แด๊ดดึกใช่มั้ยถึงตื่นสายแบบนี้ ตัวเล็ก!”
แอ๊ด
“แด๊ดดี้คะ เบาๆ ตัวเล็กหลับอยู่” ฉันที่พึ่งเดินออกจากห้องน้ำ ได้ยินเสียงแด๊ดดี้เคาะประตู กลัวน้องตื่นเลยรีบเดินไปห้าม แล้ววันนี้ก็จัดการลากิจให้เรียบร้อย เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เกือบสว่างน้องคงไปเรียนไม่ไหวแน่นอน
“ยะ....ญี่ปุ่น!!” แด๊ดดี้ทำหน้าตกใจ
“Morning ค่ะ แด๊ดดี้!” ร่างบางโผเข้ากอดพ่อด้วยความคิดถึง
“หนูกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมไม่บอก แล้วมาอยู่ในห้องน้องได้ไง” แด๊ดดี้ดูตื่นเต้นเอ่ยถามเสียงสั่นเครือ
“เมื่อวานค่ะ ภูผาไปรับ ญี่ปุ่นมาเซอร์ไพรส์แด๊ดไง ฮื่อไม่ร้องสิคะ แด๊ดต้องยิ้มสิร้องไห้ทำไมกัน” หน้าแด๊ดดี้มันตลกมากตอนนี้ อยู่ก็ร้องไห้เป็นเด็กไปได้
“ก็แด๊ดดีใจ แล้วก็ตกใจ ก็หนูบอกจะกลับอาทิตย์หน้า แล้วแม่ แม่รู้ยังว่าหนูกลับมา”
“ยังค่ะ เมื่อคืนกว่าจะกลับถึงบ้านแด๊ดกับแม่ก็หลับก่อนเลยไม่ทันได้บอกใคร ว่าแต่แม่ล่ะ”
“อยู่ในห้อง ไปหาแม่สิ คงจะดีใจที่หนูกลับมาสักที เดี๋ยวพ่อดูน้องก่อน คงทำงานหนักถึงได้ตื่นสายในรอบสามปี” แด๊ด มองไปที่ตัวเล็กที่ยังคงนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม
“โอเค” ฉันหอมแก้มแด๊ด ซ้ายขวาก่อนจะเดินยิ้มหน้าบานไปที่ห้องนอนแด๊ดกับแม่
พอไปถึงหน้าคน คนตัวเล็กก็ค่อยๆ ย่องเข้าห้อง เห็นแม่กำลังจัดที่นอน ก่อนจะเดินเข้าไปกอดจากด้านหลัง
พรึบ!
“คนสวยของหนูทำอะไรอยู่ค่ะ”
“ญี่ปุ่น!!” แม่หันมายิ้มทั้งน้ำตา
“ค่ะ หนูเอง ญี่ปุ่นตัวแสบ ลูกสาวแด๊ดดี้กันต์กับคุณแม่เบบี๋คนสวย”
“ไม่ร้องนะคะ คนดีของหนู” มือเล็กปาดซับน้ำตาให้แม่
“ญี่ปุ่นกลับมาแล้ว” ก่อนเราสองแม่ลูกจะกอดกันอยู่แบบนั้นด้วยความคิดถึง นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้รับอ้อมกอดอุ่นๆ จากแม่
โต๊ะอาหาร...
“นี่ของโปรดญี่ปุ่น นี่ของโมจิ และนี่ของคุณแม่คนสวย แล้วนี่ของสุดหล่อของคุณตา แด๊ดดี้ทำเองกับมือรับรองอร่อยแน่นอน”
“ว้าว น่าทานจัง ญี่ปุ่นจะกินให้หมดเลย” ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อแด๊ดดี้วางจานหมูทอดกระเทียมพริกไทยมาวางต่อหน้า
“น่าทานก็ทานให้หมด เราด้วย กินเยอะๆ ช่วงนี้แด๊ดดี้ว่าหนูผอมไปนะ” แด๊ดลูบหัวตัวเล็กอย่างอ่อนโยน
“รับทราบโมจิจะกินให้หมดเลย”
“นี่ค่ะพี่ทานเยอะๆ นะ” ตัวเล็กตักกุ้งผัดผงกะหรี่ของโปรดตัวเองให้พี่สาว
“เราก็ทานเยอะ อ้าปาก” ฉันหยิบหมูทอดป้อนให้น้อง ตัวเล็กก็อ้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ
“ส่วนเราสุดหล่อ กินให้หมดแล้วมามี้ไปส่งครับ”
“ครับมามี้....คืนนี้พอตเตอร์ขอนอนกอดมามี้นะ” เด็กน้อยทำหน้าอ้อน
“แน่นอนครับ” ฉันหอมแก้มลูกชายสุดที่รัก ด้วยความคิดถึง เผลอแป๊บเดียวพอตเตอร์ก็6 ขวบแล้ว ตอนแด๊ดดี้ไปรับที่ฝรั่งเศส ยังตัวเล็กๆ อยู่เลย ตอนนี้ตัวโตขึ้นเป็นกองเลย
“วันนี้เป็นวันที่แด๊ดดี้มีความสุขมากที่สุดในโลก ยิ่งได้เห็นลูกสาวทั้งสองคนรักกันแบบนี้ แด๊ดยิ่งมีความสุข” แด๊ดพูดและยิ้มอย่างปลื้มอกปลื้มใจ
“แม่เองก็ดีใจ ที่ในที่สุดครอบครัวเราจะได้อยู่กันพร้อมหน้า” แม่พูดเสียงสั่น
“ห้ามร้องนะคะ ถ้าแม่ร้องหนูกับน้องจะร้องตามแล้วนะ” ร่างเล็กเดินเข้าไปกอดแม่
“ใช่ค่ะ แม่ห้ามร้องนะ โมจิรักแม่” พร้อมตัวเล็กที่เดินเข้ามากอดแม่อีกคน
“พอตเตอร์รักยาย” พอตเตอร์วิ่งมากอดยาย แล้วทำหน้าอ้อน เด็กอะไรน่ารักที่สุดเลย
“แล้วไม่มีใครรักแด๊ด?” แด๊ดดี้ทำเสียงงอนๆ
“รักสิคะ พวกเรารักทั้งแม่ทั้งแด๊ด รักมากที่สุดในโลกเลย” ฉันกับน้องหันไปพูดกับแด๊ด
“ฮึ....ครับ แด๊ดก็รักคุณแม่ รักลูก รักตัวเล็ก และรักไอ้แสบที่สุด” แด๊ดเดินเข้ามาหอมหัวเราทุกคนอย่างอ่อนโยน ก่อนเราทุกคนจะนั่งทานข้าวพูดคุย หัวเราะกันอยู่แบบนั้น นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้รู้สึกอบอุ่นแบบนี้….
“ตั้งใจเรียนนะครับ ตอนเย็นเดี๋ยวมามี้กับพี่โมจิมารับ”
“ครับมามี้ พอตเตอร์จะตั้งใจเรียน”
มัว!!
พอตเตอร์หอมแก้มแม่กับน้าก่อนจะวิ่งยิ้มหน้าบานเข้าประตูโรงเรียนไป
“คิดถึงเมื่อก่อนนะว่ามั้ย” ฉันหันไปพูดกับตัวเล็ก แล้วหวนให้นึกถึงวันเก่าๆ สมัยเรียน ที่เคยแอบหนีเรียนไปเฝ้าผู้ชาย คิดแล้วก็ขำตัวเอง
“ไปได้แล้วค่ะ แด๊ดดี้กับแม่จะรอนานแล้วจำทางได้แน่นะ” ตัวเล็กยิ้มแล้วก็ส่ายหัว
“จำได้สิ ไปเรียนต่อแค่ไม่กี่ปี ทางหลวงในกรุงเทพคงไม่เปลี่ยน หรือยกไปไว้ที่อื่นหรอก” ฉันหันไปจ้องตัวเล็กอย่างหมั่นไส้
“ก็ไม่แน่นะว่าไม่ได้” ตัวเล็กพูดจริงจัง
“งั้นตัวเล็กขับไปเลย พี่จะได้นั่งสบายๆ เป็นคุณนาย” ฉันส่งกุญแจรถให้น้อง
“อ้าว ใช้หนูอีกแล้ว” ถึงจะพูดแบบนั้นแต่น้องก็รีบรับกุญแจรถไปทันที ก่อนเราสองคนพี่น้องมุ่งหน้าไปหาแด๊ดดี้ที่บริษัท ก็บริษัทเดียวกันกับที่พี่พาร์ทเป็นประธานนั่นแหละ มันคือบริษัทของตระกูลเรา
แต่แปลกใจตรงที่แด๊ดดี้จะให้ไปทำไม ที่นั่นมันมีแต่ทำเครื่องเพชร ถึงจะเรียนออกแบบมา แต่จะให้ไปออกแบบเครื่องเพชรไม่เอาด้วยหรอกนะ แต่ถ้าให้ช่วยงานก็พอไหว จะให้พี่ชายคนโตของตระกูลทำคนเดียวก็ยังไงอยู่ อีกคนที่ยุ่งมาก วิ่งไปทำตรงนั้นที ตรงนี้ทีก็คงจะเป็นภูผา เห็นโมจิบอกว่าทั้งทำงานช่วยพี่พาร์ท และยังต้องทำงานแทนอาเปอร์ แต่ดีที่มีขุนศึกเป็นแรงหลังดูแลทางกองละคร พูดถึงขุนศึกแล้วก็คิดถึงจัง.....